Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

‘อภิสิทธิ์-องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ผนึกกำลัง บุกตลาดกิตติ อ้อนชาวสาทร หนุน ‘อรอนงค์’ เข้าสภาฯ ทำหน้าที่เพื่อ ปชช.

(2 เม.ย. 66) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์, นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และ นายอภิมุข ฉันทวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขตยานนาวา-บางคอแหลม ร่วมลงพื้นที่ตลาดกิตติ ถนนเซนต์หลุยส์ เขตสาทร พบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขตสาทร-ปทุมวัน-ราชเทวี พรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสการตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานครว่า เห็นได้ชัดว่าประชาชนคนกรุงเทพมหานครจำนวนมากที่มีความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะบุคลากรของพรรคหลายคนมีความมั่นคง แน่วแน่ในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน อย่างวันนี้ที่ตลาดกิตติพวกเราทุกคนมีความคุ้นเคยผูกพัน ก็หวังว่าความสัมพันธ์นี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีในการสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ได้กลับไปทำงานในสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ น.ส.อรอนงค์ จะมีโอกาสได้กลับมาทำงานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ทุกคนมีโอกาส แต่จะต้องทำงานหนัก เพราะมีการแข่งขันสูง อย่าง น.ส.อรอนงค์ เป็นคนหนึ่งที่อยู่ติดพื้นที่มาตลอดไม่เคยทิ้งประชาชนไปไหน

ส่วนกรณีที่มีหลายคนต้องการให้กลับมาเป็นผู้แทนอีกนั้น นายอภิสิทธิ์ ตอบด้วยอารมณ์ขันว่า ยังไม่ถึงเวลา แต่ก็ยินดีมาสนับสนุนในฐานะสมาชิกพรรคและในฐานะที่ได้คุยกับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งนี้ก็เป็นเขตเลือกตั้งเก่าของตนด้วย

เมื่อถามต่อว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดี รู้สึกอย่างไร นายอภิสิทธิ์ บอกว่า รู้สึกเป็นกำลังใจให้กับพรรคและพวกเราทุกคนในการเดินหน้าต่อ

‘นทท.ไทย-เทศ’ แห่ร่วม ‘งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ ชมขบวนนางรำสักการะสุดยิ่งใหญ่ คาด เงินสะพัดหลายล้าน!!

นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติจำนวนมาก เดินทางมาเที่ยว ‘งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ อย่างคึกคัก ชมขบวนแห่เทพพาหนะทั้ง 10 ขบวนแห่พระนางภูปตินทรลักษมีเทวี แสดงโดย ‘บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์’ มิสอินเตอร์ เนชั่นแนล 2019-2021 พร้อมชมขบวนแห่สักการะ ‘น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ’ นางรำจากทุกอำเภอ ร่วมพันคน รำถวายสักการะ ตลอดงาน คาดจะมีเงินสะพัดหลายล้านบาท
.
(2 เม.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 เม.ย. 2566 ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2566 ที่ทางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมศิลปากร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดขึ้น อย่างยิ่งใหญ่ ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 เพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณี และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอารยธรรมขอมโบราณ ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัด และยังเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกีฬามาตรฐานโลก โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มารอชมขบวนแห่กันเป็นจำนวนมาก

ภายในงานได้มี ขบวนแห่พาหนะเทพ ผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 10  และขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี แสดงโดย ‘บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์’ มิสอินเตอร์ เนชั่นแนล 2019-2021 และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวงประกอบด้วย เทพพาหนะทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ ขึ้นไปบนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

จากนั้น เป็นการแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง และขบวนแห่สักการะ ‘น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ’ การรำถวายสักการะใต้ร่มพนมรุ้ง จากนางรำ ทั้ง 23 อำเภอ ร่วม 1,000 คน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำถิ่นของแต่ละอำเภอ มาฟ้อนรำถวายอย่างงดงามอลังการ ซึ่งได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มารอชมขบวนแห่กันเป็นจำนวนมาก

นอกจากนั้น ยังได้จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าโอท็อป ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี (ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่น ๆ อีกมากมาย

‘ชัยวุฒิ’ ชี้ ระบบเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ทำคนไทยแตกแยก ชู ‘พปชร.’ เดินหน้าก้าวข้ามความขัดแย้ง ยัน!! ม.112 แก้ไม่ได้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 66 ที่บริเวณสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 พรรคพลังประชารัฐ ที่เปิดเวทีปราศรัยย่อยโซนธนบุรีเหนือ ‘พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ’ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยเรื่อง การก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยได้กล่าวถึงประเด็นการแบ่งแยกเลือกตั้งผู้ว่าในแต่ละจังหวัด ว่า…

“การแบ่งแยกเลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัด ทำให้เกิดความไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน จังหวัดนี้ของพรรคนี้ เสื้อสีนี้ จังหวัดนี้ของบ้านใหญ่พรรคนี้ เข้าใจคำว่า ‘บ้านใหญ่’ ใช่ไหมครับ แล้วจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร แบบนี้ก็ทะเลาะกันทั้งจังหวัด แล้วจะไปปกครองบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไร ประเทศไทยก็แตกออกเป็นจังหวัด ๆ ราชอาณาจักรไทยก็ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะยอมให้ประเทศเป็นแบบนั้นไม่ได้ และพรรคพลังประชารัฐ ขอยืนยันกับทุกคน ว่าเราจะต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ดูแลประเทศไทยให้ดีที่สุด เพื่อให้คนไทยอยู่ดีกินดี เราต้องรักษาสถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต้องคงอยู่อย่างมั่นคงสืบต่อไป”

นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังพูดถึงกรณีมาตรา 112 อีกว่า ตนไปฟังมาหลายเวทีแล้วบอก 112 เป็นคดีการเมือง มันเป็นการเมืองตรงไหน มันเป็นคดีอาญา สมัยก่อนก็ไม่เคยมี มามียุคนี้นี่แหละ เพราะมีคนไปยุยงปลุกปั่น เอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมือง ก็เลยวุ่นวายทั้งที่ความจริงไม่มีปัญหา

“ผมขอบอกเลยมาตรา 112 แก้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว การแก้หรือยกเลิกมาตรา 112  ทำไม่ได้แน่นอน เพราะถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” นายชัยวุฒิ กล่าว

ศอ.ปกป.ภาค 3 ส่งกำลังทหารสนับสนุน จ.เชียงใหม่ หลังพบไฟไหม้ป่าไหม้ลุกลามบนดอยสุเทพ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 (ศอ.ปกป.ภาค3) ได้สนับสนุนชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและดับไฟป่า กองทัพภาคที่ 3 ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ 2 ชุดปฏิบัติการ จำนวน 30 นาย พร้อมอุปกรณ์ดับไฟ สนธิกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 100 นาย หลังจากเกิดเหตุไปไหม้ป่าบนพื้นที่ป่าภูเขาสูง ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในพื้นที่ของ อ.สะเมิง อ.หางดง และ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โดยจะจัดชุดเดินเท้าทางภาคพื้นดินเข้าไปดับไฟและสร้างแนวกันไฟ ไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ของประชาชนโดยรอบ พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดรถบรรทุกน้ำจำนวน 3 คัน จากเทศบาลตำบลสุเทพและเทศบาลเมืองแม่เหียะ เตรียมความพร้อม หากลุกลามเข้ามาในพื้นชุมชนและหมู่บ้าน

แก้ที่ต้นตอ!! รัฐบาล เชื่อมโยงฐานข้อมูลเกษตรกร หวังแก้ไขปัญหาหนี้สินตรงจุดแบบพุ่งเป้า

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.66 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผนึกกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาและบูรณาการการเชื่อมโยงฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การผลักดันแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรแบบพุ่งเป้า ตรงจุดและยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนภาคเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ 14 หน่วยงาน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรไทย ซึ่งการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เพื่อร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลที่สามารถสะท้อนสถานะหนี้และศักยภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตรกร ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการศึกษา และสร้างความเข้าใจถึงสาเหตุและต้นตอของปัญหาหนี้ของครัวเรือนเกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญให้ผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงินสามารถนำไปใช้ในการออกแบบ และผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

ผู้ช่วยรัฐมนตรีแรงงาน มอบรางวัลองค์กรสร้างชาติดีเด่นแก่สถานประกอบการต้นแบบ มุ่งดูแลสุขภาพพนักงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี

วันที่ 1 เมษายน 2566 นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล "องค์กรสุขสภาพเพื่อการสร้างชาติ โดยมี นายสัตวแพทย์ วีรพล เหมรัตนากรณ์ ประธานกรรมการบริหารคณะทำงานองค์กรสร้างชาติ รุ่นที่ 1 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ พร้อมด้วย นางสาวอรัญญา สกุลโกศล กรรมการรุ่นที่ 1 ผู้นำการประกอบการ WeIlness เพื่อการสร้างชาติ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรผู้รับรางวัล ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม Grand Ballroom คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) ถนนประดิษฐ์มนูธรรม กรุงเทพฯ

นายสุรชัย กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและสุขภาวะของลูกจ้าง ที่ทำงานในสถานประกอบกิจการเป็นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 ได้ร่วมกับสถาบันการสร้างชาติ ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อสนับสนุนโครงการ Wellness CNB นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ได้ให้สำนักงานประกันสังคม จัดทำโครงการดูแลสุขภาพผู้ประกันตนเชิงรุกในสถานประกอบการ เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ นำร่องพร้อมกันในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ ระยอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร ปทุมธานี และชลบุรี อีกทั้ง กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเรื่องลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ให้ได้รับการดูแล คุ้มครองสิทธิและสวัสดิการต่างๆ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในสถานประกอบกิจการอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งหวังให้ลูกจ้างมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี และมีความปลอดภัยในการทำงาน

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า การจัดงานพิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยสถาบันการสร้างชาติ ร่วมกับ คณะนักศึกษา ผู้บริหารหลักสูตรผู้นำการประกอบการ Wellness เพื่อการสร้างชาติ (นสช. Wellness) ได้ริเริ่มโครงการ “การพัฒนาสุขสภาพขององค์กร เพื่อการสร้างชาติ (Wellness Corporate Nation-Building หรือ Wellness CNB)”เป็นการมอบรางวัลครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนและพัฒนาสุขสภาพ ของพนักงานในภาคธุรกิจอย่างเป็นองค์รวม บูรณาการทั้งปัจจัยภายในบุคคล และปัจจัยภายนอกอย่างครบทุกมิติ ซึ่งจะช่วยลดการเจ็บป่วย เพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลในการทำงาน เกิดความคิดทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน เสริมสร้างสัมพันธ์อันดีในที่ทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพในการทำงานเกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวองค์กรเอง และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ 

‘บิ๊กป้อม’ เตรียมเดินทางให้กำลังใจผู้สมัคร กทม.‘พปชร.’ พร้อมนําทัพผู้สมัคร ไหว้ ‘ศาลหลักเมือง’ ก่อนลงพื้นที่

(2 เม.ย. 66) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการยื่นใบสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในวันที่ 3-4 เมษายนนี้ ว่าในวันที่ 3 เม.ย.เวลา 08.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. จะเดินทางไปให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรค พปชร. ส่วนวันที่ 4 เม.ย.  เวลา 08.00 น. พล.อ.ประวิตร จะนําคณะเพื่อไปยื่นเอกสารสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเป็นผู้เสนอชื่อ

ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีเฉพาะหมายเลข (เบอร์) ผู้สมัคร หรือที่เรียกว่า ‘บัตรโหล’ นายไพบูลย์ กล่าวว่า กกต.คงพิจารณารอบคอบแล้ว การออกบัตรเลือกตั้งไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์หรือโทษแก่พรรคใดพรรคหนึ่ง เป็นการบังคับใช้กับทุกพรรค ส่วนตัวมองว่า เมื่อ กกต.มีอำนาจหน้าที่ ไม่ว่าเขาจะดำเนินการอย่างไร เราก็ปฏิบัติตามนั้น

'อนุทิน พิพัฒน์ นาที' ร่วม 'พิธีมุทิตาสักการะ' เจ้าพระคุณสมเด็จมหาวชิรมังคลาจารย์ จ.ตรัง

ที่สำนักสงฆ์พรหมประทาน ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รักษาการ) นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิน ( รักษาการ ) ดร.นาที  รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทย และคณะ ลงพื้นที่ เพื่อร่วมกิจกรรมวันกตัญญูผู้สูงวัยด้วยคุณธรรม ด้วยการร่วมพิธีถวายมุทิตาสักการะ เจ้าพระคุณสมเด็จมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์(พระอารามหลวง) ถวายโฉนดที่ดินและเสนาสนะ เพื่อสร้างวัดในพระพุทธศาสนาต่อไป และร่วมเดินพบปะกับประชาชนที่เดินทางมาต้อนรับและร่วมพิธีจำนวนมากได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น 

นายอนุทิน กล่าวว่า ที่มั่นของพรรคภูมิใจไทยคือทั่วประเทศ พรรคของเราเป็นของคนไทยทุกคน ซึ่งเรามีหน้าที่ต้องทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เรามี ส.ส.ทุกภาคของประเทศไทย ภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ เราทำงานมา 4 ปี แล้ว มีผลงานอย่างชัดเจน เป็นพรรคที่ส่งมอบนโยบายที่เราได้สัญญากับประชาชนเมื่อปี 2562 ทำได้แทบจะครบทุกนโยบาย หวังว่าผลงานของพรรคภูมิใจไทยก็จะทำให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเชื่อมั่นให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งภายหลังจากการเลือกตั้งภายในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตอนนี้ยังขาดอยู่ประมาณ 7 เขต แต่ไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนที่เป็นพื้นที่เป้าหมายส่งผู้สมัครครบแล้วทุกคนผ่านไพรมารีโหวตผ่านตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งทุกประการ

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่เราทำไว้ช่วงที่ผ่านมา ทำสะพานเชื่อมเกาะลันตา ทำสะพานที่เชื่อม จ.พัทลุง ผ่านไปยัง จ.สงขลา ได้ด้วยการร่นระยะเวลาการเดินทางกว่า 70 กม. และยังมีโครงการอื่น ๆ อีกมากมาย โครงการคมนาคมขนส่ง ขยายสนามบินในหลายๆจังหวัดในภาคใต้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาผงาดศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ หมายถึงอาเซียนและเอเชียด้วย จะทำให้เกิดสภาพทางเศรษฐกิจพื้นที่ทางเศรษฐกิจขยายตัวในพื้นที่ทางภาคใต้ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เป็นแหล่งดูแลสุขภาพ “เมดิคัล ฮับ ออฟ เดอะ เวิลด์” ที่จะอยู่ในจังหวัดภาคใต้ ตรงนี้จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ของประชาชนทั้งสังคมที่จะทำให้ประชาชนมีความสงบสุข มีการมีงาน มีโอกาส มีฐานะที่ดี

‘พงษ์ภาณุ’ แนะรัฐ เร่งปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษี มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ นำเงินพัฒนาประเทศระยะยาว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้มุมมองถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00- 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 66 ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ครั้งล่าสุด อีก 0.25% เพิ่มจาก 1.50% เป็น 1.75% นั้น เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับในต่างประเทศ เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ก็ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน แม้ว่า ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตแบงก์ล้มอยู่ก็ตาม นั่นเพราะปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐฯยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่นั่นเอง

แน่นอนว่า การขึ้นดอกเบี้ยในแต่ละครั้ง ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในฐานะลูกหนี้ ที่จะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันความสามารถในการขอสินเชื่อของประชาชนก็จะลดลงด้วย ยกตัวอย่าง การกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร เมื่อดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารก็อาจจะพิจารณาให้เงินกู้ในสัดส่วนที่ลดลง จากเดิมกู้ได้ 2 ล้านบาท อาจจะเลือกเพียง 1.5 ล้านบาท เพราะต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่ม แต่เงินเดือนหรือรายได้ของผู้ยื่นกู้อยู่เท่าเดิม เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top