Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

‘นิกกี้-ก้อย’ จับมือแถลงเปิดใจ รับเลิกแล้ว’ เผยลดสถานะทั้งที่ยังรักกันอยู่ ยันไม่มีมือที่ 3

นิกกี้-ก้อย เปิดใจครั้งแรก รับเลิกกันแล้ว เผยเหตุผลลดสถานะทั้งที่ยังรักกัน

จากกรณีที่สังคมจับตา สำหรับความรักของ ก้อย อรัชพร และ นิกกี้ ที่คบหากันมาราว 3 ปี ว่ากำลังรักร้าวหรือไม่ โดยชาวเน็ตต่างพูดถึง มือที่ 3 หรือ ปมอื่นๆ

ล่าสุด ก้อย และ นิกกี้ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ เปิดเผยเป็นครั้งแรกร่วมกันว่า เลิกกันแล้ว เป็นการเลิกกันด้วยดี จริง ๆได้คุยกัน ว่าเป็นการเลิกกันด้วยดี แต่ว่าก็อาจจะยังมีการจัดการอารมณ์ อยู่
โดยก้อย บอกว่า สาเหตุหลักๆ เหมือนลองใช้ชีวิตด้วยกันดู ไม่ได้สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาจริง ๆ แต่แรก มีจุดยืน และ ความคิด และปรับกันไม่ได้จริง ๆ งั้นเราแยกไปอยู่กับตัวเอง ไปใช้ชีวิตแบบตัวเองดีกว่า

และย้ำว่าไม่มีปัญหามือที่ 3
นิกกี้ กล่าวเสริมว่า ก็เลิกกันด้วยความรัก เขามีน้ำตา เราก็มีน้ำตา ให้เขาอยู่กับตัวเอง จริง ๆ ทำงานเยอะทั้งคู่ ก่อน ก้อย เสริมว่า พอมาลองใช้ชีวิตแล้ว มีบางอย่างที่เหนื่อยต่อการปรับกันแล้ว

พลเอกกิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ตรวจเยี่ยมภารกิจการป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา เน้นเรื่องระบบน้ำชายแดน ในห้วงหน้าแล้ง

วันที่ 17 มีนาคม 2566 ที่ฐานปฏิบัติการป้อมปูน ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์  พลเอกกิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พร้อมคณะ ลงพื้นตรวจเยี่ยมกำลังพลหน่วยขึ้นตรง กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย – กัมพูชาโดยมี พันเอกสมภพ ภาระเวช รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 

น้ำ นิชนันท์ ขอให้มั่นใจ 'พรรคก้าวไกล' พร้อมเป็นตัวเลือกให้ 'ชาวสัตหีบ'

'ไอติม' นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายพรรคก้าวไกล นำ 'น้ำ' นิชนันท์ วังคะฮาต ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล เขต 10 อ.สัตหีบ จัดงานเสวนาสื่อสารนโยบาย รับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ อ.สัตหีบ เรื่องการศึกษาไทยก้าวหน้า ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ยืนยันพรรคก้าวไกล ไม่มีนโยบายหรือแนวคิดที่จะตัดเงินบำนาญข้าราชการ พร้อมนำเสนอนโยบายพรรคก้าวไกล เป็นทางเลือกใหม่ของประชาชน โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ชลบุรี เขต 6 อ.ศรีราชา นาย กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ และว่าที่ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 9 อ.บางละมุง ยอดชาย พึ่งพร เข้าร่วมเสวนาในวันนี้ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวสัตหีบ เป็นจำนวนมาก

'ไอติม' นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า วันนี้เรามาทำกิจกรรมกันในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อมารณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล ที่จะนำเสนอประชาชน ในการเลือกตั้งและเข้ามาแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาเป็นประชาชนหลากหลายช่วงวัย ที่มีความสนใจแตกต่างกันออกไป โดยได้มีการนำเสนอชุดนโยบายของพรรคก้าวไกล 3 ประเด็นหลัก ประเด็นที่ 1 ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมเสวนาได้ให้ความสนใจจำนวนมาก คือนโยบายการศึกษา หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล จะออกแบบหลักสูตรใหม่ภายใน 1 ปีแรก เพื่อเน้นทักษะที่สามารถใช้ได้จริง เพื่อทำให้การศึกษาเป็นการศึกษาที่ฟรีจริง ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยไร้อำนาจนิยม ลดเวลาที่คุณครูเสียไปกับสิ่งที่ไม่ใช่การเรียนการสอนคืนครูให้กับห้องเรียน ประเด็นที่ 2 เสนอการยกเลิกการเกณท์ทหาร 

ซึ่งถือว่าวันนี้เป็นนิมิตรใหม่ที่ดีมากที่มีทั้งเยาวชนที่อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการ รวมถึงอดีตนายทหารที่มาเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย ผลที่ออกมาคือทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าประเทศไทย ควรจะมีการยกเลิกการเกณท์ทหารและใช้เฉพาะทหารที่มีความสมัครใจ น่าจะเพียงพอต่อการรักษาความมั่นคง เพราะการบังคับคนที่ไม่อยากเป็นทหาร มาเป็นทหารทำให้เขาต้องสูญเสียเสรีภาพในการประกอบอาชีพที่เขาอยากจะทำ ดึงเวลาเขาออกจากครอบครัว ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจมีจำนวนคนทำงานลดน้อยลง ท่ามกลางสภาวะสังคมสูงวัย ท้ายสุดได้พูดคุยเรื่องนโยบายสวัสดิการ ความต้องการของพรรคก้าวไกล ที่จะมาสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับคนในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเงินเด็กเล็กที่เพิ่มจาก 600 เป็น 1,200 บาทต่อเดือน หรือว่าเงินผู้สูงวัยที่เพิ่มจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาทต่อเดือน และขอยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่มีนโยบายในการลดหรือตัดงบบำนาญของข้าราชการ เราเป็นพรรคที่ให้ความสำคัญของทุกกลุ่มว่าเงินก้อนนี้ เป็นเงินที่รัฐบาลได้สัญญากับพี่น้องข้าราชการที่มารับตำแหน่ง เพื่อเป็นหลักประกันของเขาในวัยหลังเกษียณ พร้อมย้ำว่าพรรคก้าวไกล ไม่มีนโยบายในการปรับลดบำนาญของข้าราชการ อย่างแน่นอน

‘ธนาธร’ ชี้ ‘รัฐสวัสดิการ’ คือทางรอดพ้นความเหลื่อมล้ำ ชู หั่นงบกองทัพช่วยหนุน ลั่น!! ‘ก้าวไกล’ เท่านั้นที่กล้าทำ 

‘ธนาธร-พรรณิการ์’ ลุยช่วยก้าวไกลหาเสียงสุดสัปดาห์สองจังหวัด ภาคอีสาน ‘กาฬสินธุ์-ขอนแก่น’ ชี้ รัฐสวัสดิการไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดเดียวสังคมไทยออกจากวิกฤติความเหลื่อมล้ำสุดขั้ว ย้ำประเทศมีเงินพอทำได้ แต่ต้องกล้าตัดงบกองทัพ-นโยบายเอื้อทุนใหญ่ ชูก้าวไกลพรรคเดียวเท่านั้นกล้าทำเรื่องยาก ชนคนส่วนน้อยเพื่อคนส่วนใหญ่ รับรอง เลือกแล้วคุ้มกว่าอนาคตใหม่แน่นอน

(18 มี.ค. 66) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมช่วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลหาเสียงในช่วงสุดสัปดาห์ 

โดยเริ่มต้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วยนายชวลิต กงเพชร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดกาฬสินธุ์ และนางสาวสุพัตรา วันตุ้ม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมขบวนแห่ไปรอบเมืองกาฬสินธุ์ เปิดปราศรัยที่สวนสาธารณะกุดน้ำกิน ก่อนร่วมเดินแจกเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครและนโยบาย และขึ้นปราศรัยร่วมกับว่าที่ผู้สมัครในทั้งสองเขตที่ตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ ส่วนวันรุ่งขึ้น ได้เดินสายต่อมายัง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ร่วมเดินหาเสียงกับนายวุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 จังหวัดขอนแก่น ที่ตลาดน้ำพอง ก่อนร่วมเปิดเวทีปราศรัยที่วัดโพธิ์ศรีโคกสูง ตำบลโคกสูง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

โดยเนื้อหาของการปราศรัยของนายธนาธรรอบนี้ เน้นย้ำถึงปัญหาสภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนในปัจจุบัน ที่เป็นสาเหตุความจำเป็นของการมีรัฐสวัสดิการ โดยนายธนาธรระบุว่า ช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีแต่ห่างขึ้นทุกวัน สถานการณ์โควิดในรอบสามปีที่ผ่านมายิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ประชาชนหมดสิ้นความหวัง ในสถานการณ์แบบนี้สังคมไทยต้องมีรัฐสวัสดิการรองรับคนที่พ่ายแพ้ไม่ให้ถูกบดขยี้จากสภาพสังคมปัจจุบัน 

“ประเทศไทยวันนี้ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสังคมสูงวัย เด็กเกิดใหม่ลดจำนวนลงเหลือปีละ 5 แสนคน คนไม่อยากมีลูกเพราะการมีลูกมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ยิ่งทำให้คนมีลูกน้อยลง จะแก้ปัญหานี้ได้ต้องมีรัฐสวัสดิการเท่านั้น เพื่อเป็นกลไกให้คนยืนอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคง ไขว่คว้าหาความฝันในชีวิต เลือกเส้นทางชีวิตเดินได้” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธรยังกล่าวต่อไปว่า แต่ทั้งหมดจะเป็นไปไม่ได้ถ้าไม่มีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ ในการหางบประมาณมาสร้างรัฐสวัสดิการ เช่น การปฏิรูปกองทัพ ลดงบประมาณกองทัพที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ทุกวันนี้กองทัพเข้ามาทำเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่มากมาย ทั้งหวย มวย ม้า สนามกอล์ฟ รีสอร์ต หากเราสามารถยกเลิกธุรกิจกองทัพได้ ประเทศเราจะมีเงินประมาณคืนกลับมาได้ถึง 5 หมื่นล้านบาทต่อปี

รวมทั้งเก็บภาษีคนรวยมาดูแลคนจน เช่น ภาษีนิติบุคคลที่เรียกเก็บจากบริษัทขนาดใหญ่ ยกเลิกสิทธิ BOI ที่ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ระดับร้อยล้านพันล้านขึ้นไป ถ้าทำสำเร็จจะได้อีก 8 พันล้านบาทต่อปี รวมถึงการเก็บภาษีความมั่งคั่ง จากคนรวยที่มีทรัพย์สินเกิน 300 ล้านบาท จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 6 หมื่นล้านบาทต่อปี

‘นิพิฏฐ์’ อัด‘เศรษฐา’ คนรวยพูดถึงคนจน แนะ พกผ้าเช็ดหน้า เพราะน้ำลายไหลออกข้างปาก

(18 มี.ค. 66) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาครอบครัวเพื่อไทย ว่า…

“เมื่อคนรวยพูดถึงคนจน จนน้ำลายไหลข้างปาก

เมื่อวาน ผมฟังคุณเศรษฐา ทวีสิน แกนนำพรรคเพื่อไทย พูดถึงคนจนหลายครั้ง พูดถึงคนรวยเอาเปรียยคนจนหลายครั้ง

ผมได้ยินผู้สนับสนุนโห่ร้องด้วยความพอใจ ผมก็นึกถึงอดีต ครั้งหนึ่งคุณทักษิณ ชินวัตร ก็เคยพูดอย่างนี้ จนคนคลั่งไคล้ จนเกิดสงครามกลางเมือง เกิดการแยกบ้านเมืองเป็น ‘หมู่บ้านเสื้อแดง’

จากนั้น คุณทักษิณ ก็โดนคดีทุจริตจนหนีออกนอกประเทศ

คุณเศรษฐา ทวีสิน พูดว่า รัฐบาลขับไล่คนเห็นต่างออกนอกประเทศ อันนี้ ท่านโกหกชัดครับ ไม่มีกฎหมายไหนที่สามารถขับไล่คนสัญชาติตัวเองออกนอกประเทศได้ มีแต่ห้ามคนสัญชาติตัวเองนอกประเทศเท่านั้น

‘ครม.’ ไฟเขียว ปลดล็อกบังกะโล-แพ-บ้านต้นไม้-เต็นท์เป่าลม ผู้ประกอบการ ขอยื่นจดทะเบียนธุรกิจโรงแรมได้

รัฐบาลปลดล็อกบังกะโล แพ บ้านต้นไม้ เต็นท์แบบเป่าลม จดทะเบียนธุรกิจโรงแรมได้

(18 มี.ค.66) คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการสถานที่พักโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ภาคธุรกิจขนาดย่อมและขนาดเล็กในเมืองท่องเที่ยวเมืองรองสามารถนำอาคารที่ มีรูปแบบพิเศษอื่นมาประกอบธุรกิจโรงแรมได้ เพื่อให้ธุรกิจที่พักโรงแรมในประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคารได้เห็นชอบด้วยแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบแล้ว

สำหรับปัจจุบันอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมมีลักษณะของอาคารที่มีความหลากหลายมากขึ้น มีการนำอาคารตามประเภทอื่นมาให้บริการที่พักแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป เช่น การสร้างบังกะโลชั้นเดียวแบ่งเป็นห้อง ตู้คอนเทนเนอร์ แพที่อยู่ตามเขื่อนต่าง ๆ บ้านต้นไม้ เต็นท์แบบเป่าลม เป็นต้น ซึ่งลักษณะและโครงสร้างของอาคารไม่สอดคล้องกับอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรมตามที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารกำหนด  ทำให้ไม่สามารถขอรับใบอนุญาตให้ใช้อาคารเป็นโรงแรม เพื่อจะขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมได้ 

รวบ 2 ร้านขายช่อดอกกัญชา แบบผิดกฎหมาย หลังเปิดขายแบบ ‘Food truck-แผงลอย’  

กรมแพทย์แผนไทยฯ ร่วม ตร.บุกตรวจ 2 ร้านขายช่อดอกกัญชาผิด กม. ซอยสุขุมวิท 11 หลังเปิดแบบ Food Truck และแผงลอย ยึดของกลาง จับทันที ศาลสั่งลงอาญา 2 ปี

(18 มี.ค.66)  นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ซอยสุขุมวิท 11 เขตปทุมวัน หลังมีประชาชนร้องเรียนร้านค้าช่อดอกกัญชา โดยตรวจสอบสถานประกอบการ 2 ร้าน พบว่า จำหน่ายสมุนไพรควบคุม โดยไม่ได้รับอนุญาตทั้ง 2 ราย มีลักษณะเป็น Food truck และแผงลอยริมถนน ผิดตามกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง “สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 กรมฯ ได้แจ้งให้ตำรวจยึดอายัดของกลาง สั่งปิด พร้อมส่งเจ้าพนักงานตำรวจดำเนินการจับกุมดำเนินคดี ตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเจ้าพนักงานตำรวจ ตั้งวงเงินประกัน รายละ 20,000 บาท เพื่อนำส่งฟ้องศาลแขวงในพื้นที่ โดยศาลสั่งลงโทษจำคุก 2 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับทั้ง 2 ราย เป็นจำนวนเงินรายละ 10,000 บาท เนื่องจากผู้ต้องหารับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือรายละ 5,000 บาท

‘วิกรม กรมดิษฐ์’ เปิดพินัยกรรม มอบทรัพย์สินส่วนตัวให้กับมูลนิธิอมตะ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์

กลายเป็นอีกเรื่องดี ๆ ที่คนในสังคมต่างใจฟู เมื่อ นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิอมตะ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 70 นับเป็นวาระสำคัญของการวางแผนชีวิตเพื่อส่งต่อความมั่นคง ต่อการดำเนินงานของมูลนิธิอมตะอย่างไม่สิ้นสุด จึงได้ทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินส่วนตัวให้กับมูลนิธิอมตะมูลค่ากว่า 95% ของทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร คอนโดมิเนียม หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนทรัพย์สินส่วนตัวอื่น ๆ เพื่อให้เป็นสาธารณประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง อันจะนำไปสู่หนึ่งในกลไกการยกระดับคุณภาพสังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้มูลนิธิอมตะได้ก่อตั้งเมื่อ 27 ปีที่แล้วโดย นายวิกรม กรมดิษฐ์ มีโครงการภายใต้วัตถุประสงค์ เช่น โครงการรางวัล ‘นักเขียนอมตะ’, โครงการทุนเรียนดี, โครงการประกวดศิลปกรรม ‘อมตะ อาร์ต อวอร์ด’ โครงการด้านนวัตกรรม, โครงการหนังสือดีมีประโยชน์สร้างการเปลี่ยนแปลง และโครงการปรับปรุงอุทยานเขาใหญ่สู่อุทยานมาตรฐานโลกภายในเวลา 10 ปี

“ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นสู่ธุรกิจ ผมยึดมั่นในเป้าหมาย All Win และความมุ่งมั่นของการทำแต่สิ่งดีงามให้ไว้กับทุกคนมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อประสบความสำเร็จในธุรกิจการงานแล้วก็ควรแบ่งผลกำไรกลับคืนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพน่าอยู่เช่นประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งผมได้นำประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กมาเรียบเรียง มาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือพิมพ์เผยแพร่ไปแล้วกว่า 11.6 ล้านเล่ม เพื่อให้สังคมสามารถเรียนรู้ และนำไปปรับใช้ได้ในโอกาสต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

‘เสี่ยหนู’ ไม่กังวล เสียคะแนนนิยม ปม ‘ชูวิทย์’ โจมตี  ชี้ ปชช. มีสิทธิ์ตรวจสอบ เปรียบ ‘ภท.’ เป็นภูเขาทอง

(18 มี.ค. 66) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. 33 เขต พรรคภูมิใจไทย ว่า ผู้สมัครและผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ทุกวัน พบปะชาวบ้านในชุมชนย่อยต่าง ๆ ซึ่งพบว่า ประชาชนให้การตอบรับกระแสของพรรคดีขึ้นเป็นอย่างมาก ชาว กทม. ชื่นชมในนโยบายต่าง ๆ อาทิ นโยบายเรื่องสุขภาพ การแก้ปัญหาฝุ่นละอองทางอากาศ ค่าครองชีพ เป็นต้น

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หลังนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ออกมาคัดค้านพรรคภูมิใจไทย จะทำให้เสียคะแนนนิยมในพื้นที่ กทม.หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่กังวล” และการเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ก็ไม่มีปัญหา เพราะพรรคภูมิใจไทยเปรียบเหมือนภูเขาทอง ส่วนที่เหลือก็ไปคิดกันเอาเอง

โปรดเกล้าฯ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 'พระพรหมดิลก' หลังพ้นมลทินกระทำผิดอาญา คดีเงินทอนวัด

(18 มี.ค.66) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

ตามที่ พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญาและได้มีพระบรมราชโองการถอดถอนสมณศักดิ์เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นั้น บัดนี้ คดีถึงที่สุดแล้ว

โดยพฤติการณ์ถือได้ว่าไม่ใช่ความผิดอุกฉกรรจ์ หรือความผิดร้ายแรง หรือเป็นผู้ร้ายสำคัญ ประกอบกับไม่มีการกล่าวคำลาสิกขา และไม่มีการดำเนินการให้สละสมณเพศ ทั้งปรากฎข้อเท็จจริงว่า ยังคงดำรงตน อย่างพระภิกษุโดยตลอดระหว่างถูกคุมขัง จึงมีสภาวะเป็นพระภิกษุ มีสถานะเป็น พระมหาเอื้อน หาสธมุโม (เปรียญธรรม ๙ ประโยค) ซึ่งมหาเถรสมาคมมีมติรับทราบแล้วเมื่อวันที่ ๑o มีนาคม ๒๕๖๖

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top