Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

รวบ ‘หนุ่มใหญ่’ หลอกเปิดคอร์ส 'ตุ๋นเงิน' ผู้ปกครอง อ้างใช้เงินหมดแล้ว เบื้องต้นตำรวจ ตั้งข้อหา-ฝากขัง

(18 มี.ค. 66) เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา มีความคืบหน้ากรณี นายสมบูรณ์ อินทร์ชูวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านหนองสระแบง ได้นำพ่อแม่ ผู้ปกครองนักเรียนหลายหมู่บ้าน ใน ต.ห้วยบง กว่า 21 คน เด็กนักเรียนกว่า 30 คน ที่ได้เสียเงินเป็นค่าเรียนพิเศษ คนละ 2,500 บาท รวมแล้วกว่า 75,000 บาท ให้กับ นายเอนก สักลอ อายุ 46 ปี ที่ได้มาชักชวนพ่อแม่ ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน ในพื้นที่ ต.ห้วยบง อ.เมืองชัยภูมิ ว่ารับสอนพิเศษเด็กเรียน ตั้งแต่ชั้น ป.1 จนถึง ม.3 ในเฉพาะช่วงวันเสาร์ และวันอาทิตย์ โดยมีการแอบอ้างว่าเป็นครูมาจากมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ซึ่งมีการตรวจสอบก็ไม่พบว่าเป็นครูของ มรภ.ชัยภูมิ แต่อย่างใด

โดยมีพฤติกรรมมาแอบอ้างว่าเป็นครู จะมารับเปิดสอนพิเศษให้กับเด็กนักเรียนในหลายหมู่บ้าน ในวิชาภาษาไทย , คณิตศาสตร์ , ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ ในระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้กับผู้ปกครองและเด็กๆที่ต้องการในหมู่บ้าน โดยการเรียนการสอนพิเศษให้ ทั้งหมดรวม 32 ชั่วโมง เรียนเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ วันละ 2 ชั่วโมง เก็บค่าสอนพิเศษคนละ 2,500 บาท ต่อคนต่อคอร์ส

และจัดการสอนพิเศษแยกชั้นเรียน ตามความเหมาะสมของเด็กนักเรียนที่เรียนหนังสือในโรงเรียนอยู่ ซึ่งครั้งนี้มีผู้ปกครองหลงเชื่อส่งลูกหลานของตนเองมาเรียนพิเศษ ในวันเสาร์ อาทิตย์ เฉพาะในตำบลห้วยบง รวมกว่า 21 คน เพื่อหวังให้ลูกหลานตนเอง ได้มีความรู้เพิ่มเติมในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มากยิ่งขึ้น ห่างไกลจากการไปเล่นแต่เกมในโทรศัพท์มือถือ โดยให้เด็กนักเรียนมาเรียนพิเศษที่ศาลาอเนกประสงค์ Sml ประจำหมู่บ้านหนองสระแบง หมู่ 8 ต.ห้วยบง อ.เมืองชัยภูมิ มาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

แต่หลังจากเด็กนักเรียนมาเรียนพิเศษ นายเอนก ได้ให้เด็กนักเรียนทั้งหมดที่มาเรียนพิเศษ นั่งเรียนพิเศษรวมกัน ไม่แบ่งชั้นเรียนตามความเหมาะสมของนักเรียน มีเพียงแจกสมุดใบงานเหมือนกันทุกคน แล้วให้เด็กเขียนหนังสือตามใบงานที่แจกให้ เหมือนเด็ก ป.1 แต่เมื่อเก็บเงินค่าเรียนพิเศษกับผู้ปกครองเด็กนักเรียนคนละ 2,500 บาทหมดแล้ว และจัดการสอนพิเศษวันละ 2 ชั่วโมง วันเสาร์และอาทิตย์ ได้เพียง 3 สัปดาห์ รวมแล้วจัดการสอนพิเศษเพียง 12 ชั่วโมง ไม่ถึง 32 ชั่วโมง ตามสัญญาที่ตกลงกับชาวบ้านไว้ จนถึงกลางเดือน ก.พ.66 ที่ผ่านมา นายเอนกได้แจ้งกับผู้ปกครองบางส่วนว่า ได้ปิดคอร์ส การเรียนการสอนแล้ว พร้อมกับได้หายตัวไป หมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ ติดต่อไปเหมือนปิดเครื่องหนีติดต่อไม่ได้อีกเลย

ซึ่งบรรดาผู้ใหญ่บ้าน ผู้ปกครองเด็กนักเรียน ได้พยายามโทรติดต่อไปเพื่อให้มาตกลงกัน ว่าจะสอนพิเศษต่อตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ หรือจะจ่ายเงินคืนให้ผู้ปกครองเด็กนักเรียนทั้งหมด แต่ติดต่อกับนายเอนกไม่ได้เลย ทางผู้ปกครองเด็กนักเรียนจึงมั่นใจว่า ถูกหลอกเสียเงินคนละ 2,500 บาท สูญเปล่า ซึ่งมีเด็กกว่า 30 คนที่ถูกหลอก รวมเป็นเงินกว่า 75,000 บาท จึงได้รวมตัวกันเดินทางไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.เรืองศิลป์ ประวิสุทธิ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลาดใหญ่ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายเอนก ครั้งนี้ที่ได้หลอกลวงบรรดาผู้ปกครองเด็กนักเรียน ให้เสียเงินเป็นค่าเรียนพิเศษของลูกหลานตนเองคนละ 2,500 บาท แต่แล้วการจัดสอนพิเศษไม่เป็นตามข้อตกลง ที่ได้ตกลงกันไว้ เด็กนักเรียนที่เรียนพิเศษแต่ละคน ไม่ได้ความรู้เพิ่มแต่อย่างใดอีกด้วย

และยังทราบอีกว่า นายเอนก ผู้ต้องหารายนี้ ยังได้มีพฤติกรรมไปหลอกลวงจัดการสอนพิเศษให้เด็กนักเรียนตามหมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนใน ต.ห้วยไร่ ถูกหลอกอีกกว่า 20 คน ในพื้นที่บ้านห้วยหมากแดง ต.ท่าหินโหม อีก 20 คน ก่อนหลบหนีไป ผู้ปกครองนักเรียนได้ไปแจ้งความไว้แล้วทั้งที่ สภ.ลาดใหญ่, สภ.คอนสวรรค์ และ สภ.เมืองชัยภูมิ รวมแล้วมีเด็กถูกหลอกสมัครเรียนพิเศษแล้วไม่ได้เรียนตามข้อตกตกลงกันไว้ที่หมดอีกจำนวนมากกว่า 70 คน คิดเป็นเงินที่นายเอนก ครูสอนพิเศษลวงโลกได้ไปกว่า 175,000 บาท ก่อนที่จะหลบหนีไปครั้งนี้

จนล่าสุดวันนี้ (18 มีนาคม ) หลังจากที่ พ.ต.อ.อรชุน รักสกุลพิวัฒน์ ผกก.สภ.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งความกับผู้ปกครองนักเรียน ที่ได้รับความเสียหาย ให้ดำเนินคดีกับนายเอนก ได้มีการรวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดของ นายเอนกแล้ว ทั้งที่อ้างตัวเองว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ และเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จากการตรวจสอบไม่ได้เรียนจบ และเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิแต่อย่างใดอีกด้วย ทาง สภ.ลาดใหญ่ ได้ออกหมายเรียก นายเอนกไปแล้ว แต่ไม่ยอมมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ จึงได้ออกหมายจับกับ นายเอนก สักลอ อายุ 46 ปี และทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลาดใหญ่ ได้ติดตามไปจับกุมนายเอนก ผู้ก่อเหตุรายนี้ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ได้เมื่อคืนที่ผ่านมา

‘พิธา-อมรัตน์-สุทธวรรณ’ บุกนครปฐม หนุน การเกษตร ด้าน ‘ศิริกัญญา-ไอติม’ ลุยสุพรรณฯ รับฟังปัญหา SME

(18 มี.ค. 66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา และนายกิตติภณ ปานพรหมมาศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐมเขต 4 ลงพื้นที่หาเสียง ที่ตลาดชุมชนบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม รวมทั้งได้พูดคุยกับกลุ่มเกษตรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

โดยนายพิธาเริ่มต้นการหาเสียงด้วยการกล่าวว่า ขอบคุณชาวนครปฐมที่ให้ความไว้วางใจพรรคอนาคตใหม่ถึง 165,201 คะแนน เป็นแชมป์อันดับ 1 ของจังหวัดนครปฐม ได้ ส.ส. 2 จาก 5 ที่นั่ง และเดินไปในตลาดแห่งนี้ก็เชื่อว่าใน 3 คน ต้องมี 1 คนที่เคยเลือกพรรคอนาคตใหม่ คราวนี้จึงอยากขอความไว้วางใจอีกรอบ หากต้องหารเห็นวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ อยากเห็นประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ต้องกาก้าวไกลทั้ง 2 ใบ คราวนี้เราจำเป็นต้องได้ ส.ส. ให้มากที่สุด เพื่อเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศ

ในส่วนศักยภาพของจังหวัดนครปฐม นายพิธากล่าวว่า ชาวนครปฐมมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กว่า 12,460 ฟาร์ม ผลิตกุ้งคุณภาพไปกว่าปีละ 7,700 ตัน และมีสัดส่วนฟาร์มกุ้งก้ามกรามที่ได้การรับรองคุณภาพ GAP กว่า 38% มากที่สุดในประเทศไทย แต่ยังมีปัญหาต้นทุนการเลี้ยงสูงและอัตราการมีชีวิตรอดของลูกกุ้งต่ำ เพราะขาดแคนลูกพันธุ์คุณภาพ

“ที่น่าตกใจ คือ ถึงแม้นครปฐมจะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่งบประมาณที่กรมประมงสนับสนุนในปีที่ผ่านมา คือ 0 บาท เรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นในรัฐบาลพรรคก้าวไกล เพราะเรามีนโยบายรับรองมาตรฐาน GAP-GMP-เกษตรอินทรีย์ ฟรี!! พร้อมทั้งส่งเสริมการส่งสินค้าเกษตรคุณภาพดีไปทั่วโลก ผ่านการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบการที่ขอใบรับรองของสินค้าแปรรูที่ได้มาตรฐาน เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรแปรรูปไทยสู่มาตรฐานสากล” นายพิธา กล่าว

ส่วนนายกิตติภณ ปานพรหมมาศ ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครปฐมเขต 4 กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาของชาวนครปฐม นอกจากด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องมีพัฒนาแล้ว ปัญหาอาชญากรรมและสิ่งแวดล้อม ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบกับคนในพื้นที่ ตนเชื่อว่า นโยบายพรรคก้าวไกลไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า นโยบายสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้คุณภาพชีวิตคนนครปฐมและชีวิตคนไทยทั้งประเทศดีขึ้นแน่นอน

ในช่วงเวลาเดียวกัน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย เดินสายหาเสียงพบพี่น้องประชาชนอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อรับฟังปัญหาผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และร่วมแลกเปลี่ยนเปลี่ยนปัญหาเชิงพื้นที่ของตลาดเก่าศรีประจันต์ ซึ่งในอดีตเป็นตลาดที่คึกคักและเป็นจุดเชื่อมต่อทางคมนาคมที่สำคัญในการเดินทางไปยังกรุงเทพ ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนทำให้พื้นที่ตลาดถูกลดความสำคัญและเริ่มซบเซาลง

ปัจจุบันมีความพยายามพลิกฟื้นตลาดเก่าศรีประจันต์ จากกลุ่มผู้ประกอบการและศิลปินในพื้นที่ พยายามปรับปรุงพื้นที่บางส่วน พร้อมจัดแสดงผลงานศิลปะเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะที่วิเชียร ตามสี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สุพรรณบุรี เขต 5 กล่าวว่า “ตลาดศรีประจันต์เป็นย่านเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตคนสุพรรณ ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่พยายามจะคืนชีพตลาดนี้ ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสสร้างพื้นที่ตรงนี้ให้ดีกว่านี้ได้ เพราะตลาดมีจุดเด่นของตัวเองและสามารถเชื่อมโยงไปยังบึงฉวาก การมาเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคครั้งนี้เตรียมที่จะผลักดันต่อไป”

ด้านรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอกับพี่น้องประชาชนศรีประจันต์ระหว่างพูดคุยว่า ต้องตีโจทย์ตลาดเก่าศรีประจันต์ เพื่อระบุกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาและออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมต่อไป และถ้าหากมีการออกแบบหรือคิดไม่รอบด้าน สุดท้ายตลาดเก่าหรือบ้านเก่า จะถูกอนุรักษ์แบบแข็งตึงและไม่มีการพัฒนา และไม่สามารถทำสิ่งใดได้

‘แซม นีล’ นักแสดงจูราสสิค พาร์ค เผยเป็น ‘มะเร็งต่อมน้ำเหลือง’ ได้เข้ารับการรักษาแล้ว แต่ต้องรับเคมีบำบัดตลอดชีวิต

แซม นีล นักแสดงดังชาวนิวซีแลนด์ วัย 75 ปี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการรับบทเป็นดอกเตอร์ อลัน แกรนท์ ในภาพยนตร์แนวไซไฟเรื่อง “Jurassic Park” หรือ จูราสสิค พาร์ค กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์ ในปี 1993 ออกมาเปิดเผยว่า เขากำลังรักษาตัวจากการป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอน-ฮอดจ์กิน ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งในระบบน้ำเหลืองในระยะ  3

นีลเปิดเผยเรื่องราวสุดช็อกในชีวิตครั้งนี้ ในหนังสือบันทึกความจรงจำ ” Did I Ever Tell You This?” ของเขาที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้าว่า “ผมอาจกำลังจะตาย” จากการป่วยด้วยโรคนี้ที่ได้รับการวินิจฉัยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเขาอาจจะต้องเร่งทำอะไรให้เร็วขึ้น

‘อนุชา’ โชว์ผลงาน ‘ลุงตู่’ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พาไทยพัฒนารุดหน้า-ก้าวข้ามวิกฤต จนต่างชาติซูฮก

(18 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้พูดถึงผลงานรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2562-2566) ในรายการคุยนอกเวลากับอนุชา บูรพชัยศรี โดยระบุว่า

การระบาดของโควิด 19 ถือเป็นปัญหาและความท้าทายที่สำคัญของรัฐบาลไทยและรัฐบาลทั่วโลก นับตั้งแต่การแพร่ระบาดในปี 2563 รัฐบาลภายใต้แกนนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อร่วมมือกันต่อสู้กับวิกฤตครั้งนี้ ตั้งแต่วินาทีแรก ด้วยการควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัดแบบ Single command การจัดหาวัคซีนและยารักษาโรค ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยา ฟื้นฟู ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้แรงงาน เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย 

การบริหารจัดการของรัฐบาลไทย ได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ให้เป็นต้นแบบของการรับมือกับโควิด 19 ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

โดยประชาชนได้รับวัคซีนในระดับความครอบคลุมสูง ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง การตั้งเป้าหมายเชิงรุกให้ประชาชนอยู่กับโควิดได้อย่างปลอดภัยและดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ประกาศยกเลิกโควิดออกจากการเป็นโรคติดต่ออันตราย ควบคุมไปกับการยกเลิกกฎหมายที่เข้มงวดและเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่เพียงเท่านั้นประเทศไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่มาจากปัจจัยภายนอก 

โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างรัซเซียและยูเครน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นและมีเงินเฟ้อ รัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อประคับประคอง ให้ทุกกิจกรรมเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อุดหนุนเงินโครงการคนละครึ่ง ตึงราคาน้ำมันดีเซล ช่วยเหลือค่้าก๊าซหุงต้ม ค่าน้ำ ค่าไฟ เยียวยาผู้ใช้แรงงานนายจ้างและผู้ประกอบการ การประกันราคาสินค้าเกษตร ส่งเสริมธุรกิจ SME และ Start up ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รวมทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน

รัฐบาลได้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศ และตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนานาชาติ โดยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APEC 2022 ในช่วงปลายปี 2565 ได้สำเร็จ ราบรื่นและได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก โดยได้ต้อนรับผู้นำและผู้แทนจาก 21 เขตเศรษฐกิจ แขกพิเศษและสื่อต่างชาติกว่า 4,000 คน ผู้นำเขตเศรษฐกิจได้ร่วมลงนามรับรองเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy เพื่อขับเคลื่อนนโยบายระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มุ่งเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีการประเมินว่าการประชุมครั้งที่ผ่านมา สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากถึง 20,000 ล้านบาท ช่วยตอกย้ำบทบาทและยกระดับความเชื่อมันทุกด้านของไทยในเวทีโลก 

และอีกผลงานที่สำคัญ คือ การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-ซาอุดีอาระเบีย ในรอบ 30 ปี ส่งผลให้เกิดความร่วมมืออย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง การค้า การลงทุนแรงงาน การศึกษา การท่องเที่ยว และด้านอื่นๆอีกมากมาย

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพลิกโฉมประเทศไทย เพื่อก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 และการเป็นประเทศชั้นนำของโลก ก็คือการปฏิรูปกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและทุกภาคส่วนของประเทศ ตลอดจนการลงทุนเพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ เช่น EEC การพัฒนาชุมชนสู่เมืองอัจฉริยะ การสร้างเกษตรอัจฉริยะ และการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในอนาคตอันใกล้ รวมทั้งการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตร ส่งเสริมการขึ้นทะเบียน GI จัดสรรที่ดินทำกิน ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่แก้ปัญหาความยากจน จัดสวัสดิการชุมชนแก้ไขปัญหาหนี้สิน ผลักดัน Soft Power สู่ระดับโลก และยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ 12 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต 

ด้านความมั่นคง รัฐบาลปกป้อง เชิดชู สถาบันพระมหากษัตริย์ สืบสานรักษาต่อยอดงานตามพระบรมราโชบาย สร้างเครือข่ายความมั่นคงชุมชน ปรับปรุงกฎหมายยาเสพติด เน้นยึดทรัพย์ และทำลายเครือข่าย ปราบปรามการค้ามนุษย์ สร้างตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนใต้ บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง 

ด้านสังคม อุดหนุนเงินเด็กแรกเกิด ปฏิรูปการเรียนรู้ทุกระดับเพื่อเตรียมพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 พัฒนาโรงเรียนคุณภาพและจัดทำโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย พัฒนาระบบสาธารณะสุขถูกมิติ สานต่อโครงการการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายเงินสวัสดิการสังคมผ่านระบบออนไลน์และปรับเบี้ยความพิการแบบถ้วนหน้า 

ด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลประกาศเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ส่งเสริมเศรษฐกิจภายใต้ BCG Model ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสร้างอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพ ชีวมวล และไฟฟ้า

ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ ‘สมัยใหม่’ ยกระดับการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ทางอิเล็กทรอนิกส์จัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ พัฒนา Platform Digital ของรัฐ ส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลและอำนวยความสะดวก ในการประกอบธุรกิจ สำหรับในระยะยาวรัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แล้ววางรากฐานการพัฒนาประเทศเพื่ออนาคต ตามแนวทาง 3 แกน คือการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดและบูรณาการมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดให้ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน และการใช้ประโยชน์จากภาคการธนาคาร เพื่อกระตุ้นความมั่งคั่ง รุ่งเรือง 

เศษเสี้ยว 'คำตอบประเทศ' จากพื้นฐานบุคลากรในพรรคการเมือง 'ลุงชัช' ผู้ลัดเส้นทางให้ใช้ฟรี vs แสนสิริ ผู้หาวิธีโกย 10-20 บาท ก็เอา!!

เห็นแล้วก็อดไม่ได้!! ที่อยากจะเขียนถึง หลังจากไม่กี่วันมานี้ มีการนำเรื่องดี ๆ ที่น้อยคนจะรู้ของ 'ชัช เตาปูน' หรือ นายชัชวาลย์ คงอุดม, นายประสิทธิ์ จิตราธนวัฒน์ และบริษัทบางซื่อพลาซ่า ที่เปิดเส้นทางลัดไป 'ถนนเตชะวณิช' ให้ใช้ฟรี แถมเปิดเส้นทางลัดไปถนนพระราม 6 (ตัดใหม่) ให้ใช้ฟรีด้วยเช่นกัน 

ขอบอกก่อนนะหนูๆ ไอ้ที่ที่แชร์กันเนี่ย มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งจะเริ่มเกิด แต่ถนนเส้นลัดนี้ ลุงชัชแกเปิดให้ใช้มานานร่วม 40 ปีแล้วเห็นจะได้ แต่ถ้าคิดจะหยิบมาเป็นเรื่องชื่นชมในตอนนี้ก็ไม่ว่ากัน...

อันที่จริง ถ้านอกจากเรื่องการเป็นเจ้าของบ่อนที่ถูกสังคมตราหน้าในทางลบ ลุงชัชแกก็ทำหน้าที่ผู้ใหญ่ใจดีแก่คนในชุมชนย่านเตาปูน-บางซื่อ มาตลอดชั่วชีวิต

เอ่อ...เท่าที่พอจะรวบรวมได้ก็เช่น...
ส่งเด็กเรียนหนังสือ เกือบ 200 คน ปั้นอนาคตของชาติให้มาช่วยประเทศ ผ่าน 40 ปีแล้ว จบปริญญาเอก มาแล้ว 4 คน มีท่านหนึ่งเป็นรองคณบดีสัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเกษตรฯ ซึ่งเป็นนักเรียนทุนจบจากเยอรมัน บ้างก็จบแพทย์แล้วมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล บ้างก็จบวิศวะ บ้างก็จบพยาบาล ซึ่งไม่ต้องชดใช้ทุนคืนสักบาทแต่เงื่อนไขต้องจบมาเพื่อช่วยเหลือประเทศ

แจกข้าวมากว่า 40 ปี ตั้งแต่ปี 22 จนราคาข้าวขึ้นสูงมาก จึงต้องหันมาปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อเอามาแจกคนจน

เคยช่วยหม่อมคึกฤทธิ์หาเสียง ในสมัยท่านเป็นนายกฯ และได้นับถือกันเป็นพ่อ-ลูก ในบั้นปลาย มรว.คึกฤทธิ์ได้มอบสยามรัฐให้ดูแลกิจการต่อและบอกว่า "อย่าให้สยามรัฐตายตามพ่อไปนะลูก"

ช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศลิเบีย กว่าหมื่นคน เพื่อให้กลับเข้าประเทศเราได้ ซึ่งแต่ละคนที่กลับมาไม่ได้มีความเป็นที่อยู่ที่ลำบากมาก นายจ้างเอารัดเอาเปรียบ บ้างก็ต้องนอนในโรงเพาะเห็ด ผิวหนังติดเชื้อ ขาดสารอาหารหลายราย ให้หากินวันละมื้อ จนต่อสู้ช่วยขอวีซ่านายจ้างกลับมาได้

เคยเป็นอดีต ส.ว. ปี 43 จากการเลือกตั้ง และ ผลงานผลักดัน...ตรวจสอบ หน่วยงาน ขสมก. ซึ่งทำให้รัฐเสียหายเป็นหมื่นล้าน จนผู้บริหารต้องลาออกจากราชการและบางท่านถูกพิพากษาจำคุก และกรณีปิดโรงงานถ่านหิน เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและธุรกิจประมง ชาวประมง เกษตรกร

เกิดและเติบโตในสลัมย่านเตาปูน และปัจจุบันก็ยังอยู่ที่เดิม และคอยให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยากที่มาร้องขอเกือบทุกวัน

สำเร็จการศึกษาจาก นิติศาสตร์ รามคำแหง ใช้เวลาแค่ 3 ปีครึ่งและสำเร็จปริญญาโท สาขา เศรษฐศาสตร์และการบริหาร

วันหนึ่งไปมอบรั้วโรงเรียน เห็นเด็กดื่มน้ำขุ่นๆ กลัวจะเป็นนิ่ว จึงสร้างโรงกรองน้ำดื่ม ปัจจุบันได้บริจาคเพื่อสร้างโรงกรองน้ำดื่มกว่า 200 โรงเรียนแล้ว

ปลูกบ้านให้คนจนอยู่กว่า 200 หลังคาเรือน เพราะสาเหตุจากที่ชาวบ้านถูกไล่ที่ แล้วก็เรื่องการเปิดถนนส่วนบุคคลให้ชาวบ้านได้ใช้สัญจรฟรี มากว่า 40 ปี ตรงเส้นทางลัด 'เตชะวนิช-พระราม 6' แม้จะสามารถเก็บค่าผ่านทางได้ก็ตาม (หากวันนึงๆ ท่านเก็บค่าผ่านทางคงได้เยอะเลย)

แน่นอนว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการเลือกตั้ง แล้วลุงชัช แกก็มีสังกัดเป็นตัวเป็นตนร่วมกับ รวมไทยสร้างชาติ ที่มีลุงตู่ร่วมขบวนอยู่ จะเรียกว่ากองเชียร์ เอามาอวยช่วยกัน ก็คงเป็นปกติวิสัย

***แต่บังเอิญ ไอ้เรื่องการเมือง มันก็มักมาพร้อมมากับเรื่องน้ำเน่า เพราะถ้ามีคนหนึ่ง 'ดี' มันก็ต้องมีอีกหนึ่งองค์ประกอบ 'เลว' โผล่ออกมาให้เกิดความสมดุลกัน...

ที่ว่าเช่นนี้เพราะ...พลันที่ชาวเน็ตบางส่วนดันเอา 'น้ำใจ' ส่วนนี้ของลุงชัชมาเผย ก็มีชาวเน็ตปากมากไม่น้อยมาเฉลยเชิงเปรียบกับ 'น้ำจิ้ม' ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ที่มียอดขายระดับแสนล้าน และกำไรเป็นหมื่นล้านต่อปี แต่กลับเรียกเก็บเงินค่าผ่านทางสะพานข้ามคลองพระโขนงจากประชาชน แม้แต่ผู้ซื้ออาคารชุดในโครงการของบริษัท ยังไม่เว้น!!

ตำรวจรวบแล้วคนร้ายแต่งชุดบุรุษไปรษณีย์ควงอาวุธปืนบุกเดี่ยวเข้าชิงร้านทองย่านอำเภอสามพราน

ที่แท้เป็นพ่อค้าขายสินค้าออนไลน์ลอกเลียนแบบไปรษณีย์ส่งจดหมาย ประวัติก่อคดีในเขตกรุงเทพฯเกี่ยวกับร้านทอง2ครั้ง 

คืบคดีเมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 16 มี.ค.66 คนร้ายใช้ปืนจี้ชิงทอง ร้านจำหน่ายทองเยาวราชเอ็มโกลด์ ถนนเข้าอำเภอสามพราน 27/22 หมู่ 1 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยคนร้ายแต่งกายสวมใส่เสื้อแขนยาวชุดบุรุษไปรษณีย์ สวมหมวกกันน็อคแบบบุรุษไปรษณีย์ ถือจดหมายพร้อมกล่องพัสดุเดินมาอยู่หน้าร้าน ทำทีจะมาส่งจดหมาย ก่อนมีพนักงานร้านทองออกไปรับ คนร้ายได้ผลักประตูและดันพนักงานเข้ามาในร้าน และคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาขู่ และบอกพนักงานให้หยิบทองเส้นละ 10 บาทจำนวน 10 เส้น พร้อมโยนถุงผ้าให้พนักงานและคนร้ายได้ขู่ว่า “มึงอย่ากดสัญญาณถ้ากดกูจะยิงจริงๆจนพนักงานร้องว่าอย่ายิง” และพนักงานอาศัยจังหวะวิ่งเข้าไปหลบหลังร้าน จนคนร้ายเห็นว่าไม่ได้สร้องทอง  จึงรีบวิ่งหนีออกจากร้านไป และไปขึ้นรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ สีดำไม่ติดทะเบียน ที่จอดอยู่ห่างจากจุดเกิดหตุ ประมาณ 100 เมตร ไม่ทราบเส้นทางหลบหนี

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.สามพรานได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ทั้งขาย้อนกลับที่คนร้ายมุ่งมาก่อนเหตุที่ร้านทองและเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุ จนพบว่ารถยนต์ของคนร้ายก่อนมาก่อเหตุได้จอดเปลี่ยนสลับแผ่นป้ายทะเบียนที่ซอยข้างโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ตำรวจได้ตรวจสอบเช็คทะเบียนรถยนต์จึงทราบที่มาของรถยนต์คันดังกล่าว และสามารถจับกุมนายธีรพล เส็งสมวงศ์ อายุ40ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.เมื่อเวลา17.00น.วันที่17มีค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางอาวุธปืนปลอม1กระบอก, เสื้อคลุมไปรษณีย์ไทย1ตัว, กางเกงวอร์มสีดำ1ตัว ,หมวกนิรภัยไปรษณีไทย1ใบ, ถุงมือสีดำ1คู่, หมวกแก๊ปสีน้ำเงิน1ใบ, แว่นตา1อันและรถยนต์ ทะเบียน 1กย306กทม.ที่ใช้ก่อเหตุ1คัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในห้อหา “ พยายามในห้อหาชิงทรัพย์ (ลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ หรือการพาทรัพย์นั้นไป) ” 

ต่อมาเวลา 09.00น.วันที่18 มี.ค.66 ที่สภ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ผบช.ภ.7 ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวชยเดช ผกก.สภ.สามพราน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เผยว่า นายธีรพล เส็งสมวงศ์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ประวัติเคยต้องคดีที่ลักทรัพย์ สน.จักรวรรดิ และสน.ประเวศ เมื่อ2565 ซึ่งทั้งสองคดีอยู่ระหว่างอุธรณ์ โดยทั้ง2 โดยสน.จักรวรรดิเมื่อวันที่9สค.65 สน.ประเวศเมื่อวันที่12 ส.ค. 65 โดยนายธีรพลผู้ต้องหาใช้ทองปลอมสับเปลี่ยนทองจริงของร้านทองหลบหนีไป

‘ชัยวุฒิ’ ไม่ลงชิง ส.ส.ตาก อีกสมัย เผยไม่ทิ้ง ‘ปชป.’  ปัดได้รับคำชวนจาก ‘รทสช.’ ยันแจ้งไว้นานแล้ว

‘ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์’ ไม่ลงชิงส.ส.ตากอีกสมัย แต่ไม่ทิ้งปชป. ยันแจ้งไว้นานแล้ว เผยให้กก.บห.หาคนลงสมัครแทน

(18 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคเหนือ ได้ทำจดหมายถึงผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ลงวันที่ 23 ก.พ.2566

โดยมีใจความว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งชุดปัจจุบัน แสดงเจตจำนงการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งต่อไปแล้วนั้น ตนขอแจ้งเจตจำนงว่าไม่มีความประสงค์ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ขณะที่นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้แจ้งความจำนงไม่ลงสมัครส.ส.อีกจริง โดยตนคิดไว้นานแล้ว และเคยเกริ่นนานแล้วว่าจะไม่ลงสมัครส.ส.อีก ตอนนี้ตนยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

สำหรับการส่งจดหมายดังกล่าวนั้น มาจากการที่คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ได้แจ้งถึงส.ส.ปัจจุบันทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อให้แต่ละคนแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่ายืนยันลงสมัครส.ส.ต่อไปหรือไม่ ซึ่งตนส่งจดหมายตอบกลับว่าไม่ประสงค์ลงสมัครส.ส.

ส่วนเหตุผลที่เขียนด้วยลายมือ เป็นเพราะตนทำแบบฟอร์มของพรรคฯหาย และเห็นว่าไม่ใช่เรื่องซับซ้อน จึงเขียนด้วยลายมือแทนการพิมพ์

ตร. ล่าโจ๋พัทยา!! ก่อเหตุปาระเบิดขวดเผา ‘คู่รัก’ ก่อนขี่ จยย. หลบหนี ผู้เคราะห์ร้ายยันไม่เคยรู้จักคนร้าย

ล่าแก๊งโจ๋พัทยาดุ ปาระเบิดขวดเผาคู่หนุ่มสาว ไฟคลอกเกือบทั้งร่างเจ็บสาหัส

(18 มี.ค.66) เมื่อเวลา 02.30 น. พ.ต.ต.พัฒนนันท์ สมนวล สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกปาระเบิดขวดใส่ ถูกไฟเผาร่างกายเกือบทั้งร่างได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยโพธิสาร ด้านฝั่งถนนสุขุมวิท ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้ว พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา รีบรุดไปทำการตรวจสอบ ไปถึงที่เกิดเหตุพบ พบ ร่างคู่หนุ่มสาว อยู่ในสภาพเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ถูกไฟไหม้เกรียมเกือบทั้งตัว อีกทั้งเนื้อตัวมีแต่กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิง ที่บริเวณช่วงต้นขาไปถึงกลางหน้าอก พบบาดแผลถูกไฟคลอกผิวหนังเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

ทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา ต้องรีบปฐมพยาบาล แล้วนำตัวส่ง รพ.เมืองพัทยา ทราบชื่อต่อมาคือ นายธนกรณ์ อายุ 22 ปี และ นางสาว วรกานต์ อายุ 22 ปี

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุ พบว่า มีกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เบื้องต้น พบว่ามี รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ เวสป้า สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็นของคนเจ็บ ที่บริเวณตัวรถด้านขวา มีร่องรอยถูกไฟไหม้ และ คราบรอยน้ำมันเชื้อเพลิง ได้รับความเสียหาย ใกล้ๆ กัน บนพื้นถนน พบ เศษขวดแก้ว สภาพแตกละเอียด จำนวนหนึ่ง และ เทปกาวพันสายไฟ ที่ใช้พันปากขวดแก้วตกอยู่ ตำรวจจึงทำการเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ผู้เห็นเหตุการณ์ อายุ 21 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขี่รถจักรยายนต์กลับที่พัก พอมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6 – 7 คน ขี่จักรยานยนต์มากันประมาณ 4 คัน กำลังเลี้ยวเข้าซอยโพธิสาร จากนั้น รถจักรยานยนต์ของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีผู้ชายเป็นคนขี่และผู้หญิงซ้อนท้าย ได้ขับขี่สวนทางกันกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว

ในจังหวะที่กำลังขี่สวนทางกัน จากนั้น จู่ ๆ หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น จำได้ว่าสวมใส่หมวกกันน็อคสีขาว ได้ก่อเหตุปาระเบิดขวดใส่คู่หนุ่มสาวดังกล่าว โดยปาใส่เข้าที่ตัวของคนเจ็บอย่างจัง แล้วก็มีไฟลุกพรึบตามทันที

‘ชลน่าน’ แง้มข่าววงใน ‘ครม.’ รอเทกระจาดอังคารนี้ คาดเตรียมวันประกาศยุบสภาแล้ว รอแค่ประกาศ

(18 มี.ค.66) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยุบสภาว่า จริง ๆ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เตรียมที่จะประกาศยุบสภาแล้ว เท่าที่ตนทราบมา ขณะนี้พระราชกฤษฎีกามีแล้ว เพียงแต่รอลงนามรับสนอง และประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น เวลาที่เหลืออยู่ คือวันที่ 20-22 มี.ค. แต่ก็มีหลายกระแสข่าวบอกว่าเป็นวันที่ 20 มี.ค.

‘จุรินทร์’ นำทัพ ‘ปชป.’ ปราศรัยใหญ่ ‘นราธิวาส’  ประกาศจุดยืน ไม่เห็นด้วยใช้ศาสนาหาประโยชน์ทางการเมือง 

ปชป.เปิดปราศรัยใหญ่ นราธิวาส พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 5 เขต เปิดนโยบาย ”สร้างสันติภาพ สู่สันติสุข” ไม่เห็นด้วยแบ่งแยกดินแดน  ลั่นถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรบ.จะให้การเมืองนำการทหารแก้ปัญหาความขัดแย้ง

(18 มี.ค.66) เวลา 17.00น.ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม L Soccer Park อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดปราศรัยใหญ่ โดยมีนายจุรินทรร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ในฐานะหัวหน้าพรรคปชป. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เตรียมการเลือกตั้งปชป. และคณะ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักมีประชาชนรวมฟังการปราศรัยจำนวนมาก 

โดยนายจุรินทร์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 5 เขต ของจ.นราธิวาส คือนายวัสสันต์ ดือเร๊ะ นายก อบต.บางปอ ว่าที่ผู้สมัครเขต 1 นายเมธี อรุณ นักร้องนำวงลาบานูน ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 นายสุไลมาน มะโซ๊ะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 นายไซดี เจ๊ะหามะ อดีตผู้สมัคร ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครเขต 4 และ นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส 5 สมัยของพรรคปชป. 5 สมัย ว่าที่ผู้สมัครเขต 5

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า วันนี้พูดไม่อายว่ามาหาเสียง หลายคนหลบ ๆ ซ่อนๆ ยึก ๆ ยัก ๆ ไม่กล้าพูด แต่ปชป.บอกตรง ๆ มาหาเสียงขอเสียงจากคนนราธิวาส เที่ยวหน้าการเลือกตั้งไม่เหมือนคราวที่แล้ว คราวนี้ต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค และเขตต้องได้ที่หนึ่งเท่านั้นถ้าได้ที่สองสอบตก เที่ยวหน้าปชป.จะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 คน400 เขต และวันนี้ปชป.พร้อม พร้อมก็หลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา พร้อมทั้งคนทั้งนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายสำหรับใช้เป็นยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ที่เรื้อรังมานานหลายทศวรรษ คือนโยบายสร้างสันติภาพ สู่สันติสุข เพื่อนำจังหวัดชายแดนใต้ไปสู่การพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต ซึ่งสันติภาพและสันติสุข คือหัวใจ จิตวิญาณ สิ่งที่คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ใฝ่หามาเนิ่นนาน ดังนั้นถ้าปชป.ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล ปชป.พร้อมที่จะนำสันติภาพ และนำสันติสุขมาสู่จังหวัดชายแดนใต้

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สันติภาพจะเกิดได้อย่างน้อยปชป.พร้อมจะนำ 2 ข้อคือ 

1.เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการพูดคุยไม่ใช่เผชิญหน้า ไม่ใช่ชักปืนมายิงกัน เพราะะการพูดคุยคือหนทางเดียวที่ตะนำสันติภาพมาสู่จงหวัดชายแดนภาคใต้ของเราได้ ซึ่งตนยืนยันได้ว่าปชป. มีวิธี และวันนี้เดินหน้าไปไกลพอสมควรแล้ว ขออย่างเดียวให้ปชป.ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาลเราพร้อมที่จะเดินหน้านำสันติภาพมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที ทำไมตนถึงพูดอย่างนี้เพราะตนเป็นหัวหน้าปชป. และอดีตหัวหน้าปชป.เคยทำสำเร็จมาแล้ว ตั้งแต่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯปี 43 และถ้าปชป.มาเป็นรัฐบาล เราจะไม่ย้อนรอยหลังนายชวนพ้นตำแหน่งนายกฯอีก 

2.ปชป. จะเดินหน้านโยบายการเมืองนำการทหาร เพราะมีแต่การเมืองเท่านั้นที่จะตัดสินใจในการนำสันติภาพมาสู่จังหวัดชานแดนใต้ได้ ด้วยกรรมวิธีปชป. ด้วยนักการเมืองอย่างพวกตน และเมื่อชายแดนใต้มีสันติภาพเราก็จะพาชายแดนใต้ไปสู่สันติสุข 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สันติสุขจะเกิดได้ก็ต้องนโยบายที่เดินหน้าในการพัฒนาจังหวัดชยแดนภาคใต้ พัฒนาด้วยนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของปชป.คือนโยบายสร้างเวิน สร้างคน และสร้างชาติ รวมกันสร้างจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป จังหวัดชานแดนใต้ต้องเดินหน้าพัฒนาด้วยเศรษฐกิจฐานเกษตร คือพืช ปศุสัตว์ ประมง ปชป.มีนโยบายประกันรายได้ และผลไม้ตั้งแต่ตนมาเป็นรมว.พาณิชย์ เร่งรัดการส่งออกกระจายไปทุกประเทศในโลกยังไม่มียุคไหนผลไม้ราคาดีเท่ายุคที่ตนเป็นรมว.พาณิชย์ ตนกว่าประกาศเพราะทำมากับมือ ราคาดีที่สุดคือทุเรียน ถ้าปชป.เป็นแกนตั้งรัฐบาล ซึ่งได้สั่งการไปแล้วให้ ศอ.บต.เตรียมที่ไว้ปลูกทุเรียน ตอนนี้ศอ.บต.เตรียมไว้แล้วสองแสนไร่ในจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสร้างเงิน ส่วนปศุสัตว์ ปชป.พร้อมสนับสนุนให้ตนจังหวัดชายแดนใต้ เลี้ยงโค ไก่ แพะ ทำปศุสัตว์คุณภาพ เพื่อสร้างเงินให้ครอบครัว ไม่จำเป็นต้องเป็นมุสลิมอย่างเดียว ชาวพุทธก็ทำได้ 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่าปชป. ยืนหยัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถ้าในอนาคตจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับปชป.ก็ไม่ขัดข้องเพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แต่ประชาธิปัตย์มีข้อแม้ 2 ประการ คือ ต้องไม่แตะ หมวด 1 หมวด 2 และต้องไม่ยกเลิกมาตรา 112 เพราะในรัฐธรรมนูญ หมวด 1 เป็นหมวดที่ว่าด้วยความเป็นรัฐของประเทศไทย บัญญัติไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบ่งแยกไม่ได้ ใครจะมาแบ่งแยกประเทศไทยเป็น 2 ส่วน 3 ส่วนปชป.ไม่ยอม และหมวด 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวง ทำให้ความผาสุกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราเกิดขึ้นนับเนื่องมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดเพราะทิศทางการเมืองที่ผิดพลาด และเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายที่ต้องแก้ไข สำหรับมาตรา 112 มีไว้เพื่อคุ้มครองประมุขของประเทศ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่มีบทบัญญัติมาตราไว้ในกฎหมายเพื่อคุ้มครองประมุขประเทศ เพราะฉะนั้นใครก็ตามบอกว่าจะยกเลิก จะแก้มาตรา 112 ประชาธิปัตย์ไม่เอา 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top