Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

‘เศรษฐา’ พร้อมยุติทวิตขายบ้าน หลังเกิดดรามา ลั่น!! จะไม่มีข้อความชวนเชิญซื้อบ้านในโครงการอีก

(18 มี.ค.66)  ที่ร้าน WHEELER BED & BIKE อ.เมือง จ.ชลบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการแชร์ข้อความจากทวิตเตอร์ ที่นายเศรษฐาได้ทวีตแนะนำให้ประชาชนซื้อบ้านในโครงการบ้านจัดสรร จนกลายเป็นประเด็นดรามา ว่า เป็นคนทวีตจริง เพราะเห็นว่าตนเองยังเป็นพนักงานของบริษัทแสนสิริอยู่

เพชรบูรณ์-ฮือฮา พบพ่อเฒ่า5แผ่นดิน อายุ 110 ปี เดินทางไปทำบัตรประชาชน เผยเคล็ดลับอายุยืน ชอบกินผักต้ม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เบียร์ดี นายอำเภอวังโป่ง ได้เดินทางลงพื้นที่ นำข้าวสาร อาหารแห้ง ไปมอบให้พ่อเฒ่า 5 แผ่นดิน เพื่อให้กำลังใจและขอพรผู้สูงอายุ หลังทราบข่าวว่า นายใส ดำมะดา อายุ110 ปี เกิดปี พ.ศ.2456 อาศัยอยู่เลขที่ 51 หมู่ 6 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาที่ว่าการอำเภอวังโป่ง เพื่อติดต่อขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ แทนใบเก่าที่หมดอายุ จนสร้างความฮือฮา แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาติดต่อราชการ ต่างพากันสอบถาม เคล็ดลับอายุยืนถึง 110 ปี ซึ่งพ่อเฒ่า 5 แผ่นดิน ก็ไม่ปิดบัง เผยชอบกินผัก ผลไม้ และเป็นคนชอบเล่นดนตรี ชอบร้องหมอลำ ทำให้อารมณ์ดีอยู่เสมอ

เมื่อเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบกับ นายใส ดำมะดา อายุ110 ปี กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้าน โดยมี นางสาววาสนา ดำมะดา อายุ 44 ปี ลูกสาวคนสุดท้อง เป็นคนดูแล พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เป็นพ่อ มีลูกทั้งหมด 7 คน เป็นผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 3 คน  ลูกๆทุกคนยังอยู่กันครบ แต่แยกย้ายไปมีครอบครัว  จะกลับมาเยี่ยมเยียนพ่ออยู่เสมอ ปัจจุบันผู้เป็นพ่อ ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง   มีเพียงดวงตาที่เสื่อมสภาพจนมองไม่เห็น มานานกว่า 3 ปีแล้ว ส่วนเคล็ดลับอายุยืนถึง 110 ปีนั้น ปกติพ่อเป็นคนชอบทานผักต้ม และผลไม้กับข้าวเหนียว และชอบเล่นดนตรี ร้องหมอลำเป็นประจำ ทำให้อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส โดยในทุกเช้า ก็จะมักออกมานั่งเล่นหน้าบ้าน ทำให้ได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้าน และไม่รู้สึกเหงา   

สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ เข้าตรวจสุขภาพช้าง ปางช้างสวนนงนุชพัทยา ตามมาตรฐานปางช้างประเทศไทย

ในวันที่ 18 มี.ค. 66 สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ โดย นางสาวภัทร เจริญภัณฑ์  นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษปฎิบัติหน้าที่ราชการในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ เข้าตรวจเยี่ยม พร้อมทั้งให้บริการตรวจสุขภาพ ทำทะเบียนประวัติช้างเก็บตัวอย่างเลือด โดยมีกำหนดเข้าปฎิบัติงานที่ปางช้างสวนนงนุชพัทยาในวันที่ 18 ถึง 20 มีนาคม 2566 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า ต้องขอบคุณสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ. สุรินทร์ เป็นอย่างมากที่เข้ามาให้บริการตรวจสุขภาพช้าง ณ ปางช้างสวนนงนุชพัทยา ปัจจุบันทางปางช้างสวนนงนุชพัทยาดูแลช้างกว่า 60 เชือก  และในวันเดียวกันนี้ทางสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ กองสวัสดิภาพสัตว์ สัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์  และโรงพยาบาลช้างลำปาง สถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ ได้มอบเวชภัณฑ์ พยาธิเพื่อพัฒนาสุขภาพ และเวชภัณฑ์สำหรับประถมพยาบาล ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับช้าง ไว้ให้กับปางช้างสวนนงนุชพัทยา

การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ USO Nat

การติดตามและประเมินผลตามนโยบาย กสทช.โดยมีตัวแทนกสทช.คณะกรรมการติดตามประเมินผลปฏิบัติงาน NIDA สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ โดยมีพลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฎิบัติงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงานในพิธี

โดยการประชุมจัดขึ้นที่โรงเเรมทวารวดี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการบรรยายและการประชุมในครั้งนี้โดยมีประชาชนทั่วไป ผู้พิการทางการได้ยินและทางด้านสายตา รวมแล้วมากกว่า 150 คน โดยมีหัวข้อการบรรยายความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ (ปี พ.ศ.2562-2580) นโยบายระดับชาติ แผนงานสำคัญปี 2565 ของสำนักงาน กสทช.( 8 ข้อ ) ปัญหาระดับชาติที่ กสทช.ต้องแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ วิสัยทัศน์ กตป.ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป้าหมายของ กตป. ด้านการส่งเสริมและเสรีภาพของประชาชน แนวทางในการดำเนินการของ กตป.การส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

โดยปัญหาระดับชาติที่ กสทช.ต้องแก้ไขตามอำนาจหน้าที่
1.นำระบบ 5G มาใช้ในด้านอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ
2.การโฆษณาอาหารและยาที่ไม่เป็นจริง อันตรายต่อสุขภาพ
3.การใช้วิทยุกระจายเสียงชุมชน ต้องไม่กระทบต่อความมั่นคง แต่ใช้เพื่อเศรษฐกิจชุมชน
4.การละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล
5.ติดตามการพัฒนาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม (กระทบต่อค่ายมือถือ)
6.เยียวยาผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการตามกฎหมาย
7.ใช้ประโยชน์จากดาวเทียมในการสื่อสารและพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ
8.การสร้างเสาสัญญาณแล้วคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเอาสายลงดิน
9.แก้ปัญหาคลื่นรบกวน
10.การแก้ปัญหาแก๊ง Call Center และมิจฉาชีพ Online หลอกลวงประชาชนให้เสียหายและติดตามเอาเงินคืนไม่ได้
11.การแก้ปัญหามิให้ประชาชนถูกเอาเปรียบหลังควบรวมทรู-ดีแทค
12.การดำเนินการเรื่องอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

เบื้องต้นทางกาทช.และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยงข้องได้ลงพื้นที่ติดตามการขยายโครงข่ายและบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่หมู่บ้านห่างไกล จำนวน 44,352 หมู่บ้าน ในพื้นที่ห่างไกลโซน C และโซน C+ หมายของพื้นที่ห่างไกลโซน c และโซน c+ นั้นเป็นพื้นที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และไม่มีบริการ อีกทั้งยังมีอุปสรรคทางด้านกายภาพในการเข้าถึงและอุปสรรคในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรศัพท์คมนาคม

โดยวัตถุประสงค์โครงการเพื่อที่จะจ้างที่ปรึกษาดำเนินการติดตามและประเมินผลตามนโยบายกสทช. เพื่อรวบรวมวิเคราะห์สรุปผลและจัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลตามนโยบาย และการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลโซน c และพื้นที่ชายขอบโซน c+ เพื่อนำเสนอผลการติดตามและประเมินผลการนโยบายกสทช.ที่สำคัญในด้านการส่วนสูงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนกสทช.

‘กสทช.’ ยืนยันไม่ซื้อลิขสิทธิ์ ‘ซีเกมส์ 2023’ ไม่ผิด เล็งแก้กฎ ‘มัสต์แฮฟ’ หลังเป็นมีปัญหาตามมาเพียบ

ความคืบหน้าเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคมนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กำลังเตรียมเจรจากับเจ้าภาพกัมพูชา ให้ลดค่าลิขสิขสิทธิ์ที่ตั้งไว้สูงถึง 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27.6 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เรียกร้องให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทบทวนยกเลิกกฎ "มัสต์แฮฟ" (Must Have) 

เพราะเห็นว่าเป็นต้นตอปัญหาในการดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬา 7 รายการที่คนไทยต้องดูฟรี ประกอบด้วย ซีเกมส์, อาเซียนพาราเกมส์, เอเชียนเกมส์, เอเชียนพาราเกมส์, โอลิมปิกเกมส์, พาราลิมปิกเกมส์ และฟุตบอลโลกนั้น

ล่าสุด นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า กรณีของการพิจารณาประเด็นปัญญาของกฎ "มัสต์แฮฟ" ที่ขัดแย้งกับธุรกิจกีฬาโลกนั้น บอร์ด กสทช. มีความเห็นให้ตั้งคณะทำงาน 1 ชุด โดยมี น.ส.มณีรัตน์ กำจรกิจการ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. เป็นประธานเพื่อศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ซึ่งคณะกรรมการชุดใหญ่รอฟังข้อสรุปก่อนจะพิจารณาตัดสินใจต่อไป

ด้าน น.ส.มณีรัตน์ กำจรกิจการ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องที่ กกท. ระบุว่า กสทช. บีบบังคับให้ กกท. ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชานั้น น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกัน เพราะก่อนหน้านี้ กสทช. เชิญ กกท. และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ มาหารือและชี้แจงทำความเข้าใจกฎ ‘มัสต์แฮฟ’ และ ‘มัสต์ แครี่’ 

ซึ่งทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า สำหรับการบังคับใช้ของกฎ ‘มัสต์ แฮฟ’ และ ‘มัสต์ แครี่’ จะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อ ลิขสิทธิ์ถูกซื้อมาดำเนินการในประเทศไทย แต่ตราบใดที่ไม่มีการซื้อเข้ามา กฎดังกล่าวก็ไม่ได้บังคับใช้ หรือสรุปง่ายๆ ว่า ถ้าประเทศไทยไม่ซื้อถือว่า ไม่ได้มีความผิดอะไร แต่ถ้าซื้อมาแล้ว ต้องถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมตามช่องทางต่าง ๆ ที่ระบุไว้แบบไม่เสียเงินค่ารับชม อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าทาง กกท. จะดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของ กกท. ซึ่งแจ้งไว้คร่าว ๆ ว่า กำลังหางบประมาณ และจะขอจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

‘สันติ’ ชูนโยบาย ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในเมือง ผุด ‘รถไฟฟ้า-ดูแลสตรี-หนุนเยาวชนเรียนภาษาที่ 2’

(18 มี.ค.66) เวลา 17.50 น. ที่ลายคนเมือง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพปชร. กล่าวปราศรัยว่า พรรคพปชร. ก้าวข้ามความขัดแย้ง มีนัยยะสำคัญ ที่จะนำไปสู่ความสามัคคี ลดความเหลื่อมล้ำทุกรูปแบบ โดยพรรคพปชร. ตั้งใจส่งผู้สมัครเป็นตัวแทนครบทุกเขต เพื่อให้ผู้สมัครของพรรค ลงไปทุกพื้นที่ทั้ง 33 เขต เพื่อรับทราบข้อคิดเห็นและรับใช้คนกทม. ตลอดจนส่งเสริมและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ทันยุคสมัย พรรค

พปชร.ตั้งใจพัฒนากทม.ให้ก้าวทันนวัตกรรมของโลก โดยปัญหาความแออัดในกทม.มาจากการบริหารจัดการเมืองที่ไม่เป็นสัดส่วน ทำให้การพัฒนาไปคนละทิศทาง ดังนั้นการส่งผู้สมัครไปในแต่ละเขต ลงไปดูปัญหาเพื่อจะทำให้เกิดการสร้างรายได้ ลดต้นทุนดำรงชีวิต 

เช่น การเดินทางในชีวิตประจำวัน หากผู้สมัครพปชร.ได้รับเลือกเข้ามา จะทำนโยบายเรื่องการเดินทางให้มีรถไฟฟ้า มีชัตเทิลบัสผ่านหมู่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวก ลดการใช้รถยนต์ เป็นการกระจายความเจริญไปรอบนอก 

‘มิ่งขวัญ’ ชูแคมเปญ ‘ลดเบนซิน 18 บาท-ดีเซล 6 บาท’ ลั่น!! อยากได้น้ำมันราคานี้ ต้องเลือก ‘พปชร.’

(18 มี.ค.66) เมื่อเวลา 18.20 น.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายพรรคพปชร. กล่าวปราศรัยโดยชูนโยบายลดราคาน้ำมัน ว่า พรรคพปชร.มีแคมเปญราคาน้ำมัน ที่จะส่งให้พรรคพปชร. เข้าไปนั่งอยู่ในใจของประชาชนทุกคน โดยราคาพลังงานจะสามารถปรับลงลดเพื่อช่วยประชาชนได้ เรามีแนวคิดที่จะรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยจะปรับลด 1 ปี นับตั้งแต่เป็นรัฐบาล เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ช่วง 3-4 เดือนแรก จะมีคณะกรรมการขึ้นมาปรับโครงสร้างใหญ่ คือ ภาค 2 ที่จะดำเนินการ การปรับลดสามารถทำได้ เมื่อเราเป็นรัฐบาล เพื่อลดรายจ่าย ค่าเดินทาง การขนส่งสินค้า

ที่สำคัญที่สุด คือ ลดต้นทุนการผลิตสินค้า ทุกขั้นตอนลดอัตราเงินเฟ้อ และจะทำให้ราคาสินค้า อุปโภคบริโภคของประชาชนถูกลง หากโครงสร้างถูกปรับเปลี่ยน จะสามารถลดราคาน้ำมันเบนซิน ลงได้ประมาณลิตรละ 18 บาท และลดราคาน้ำมันดีเซล ลงประมาณลิตรละ 6 บาท

‘ทูตจีน’ เผยสัมพันธ์ ‘จีน-รัสเซีย’ แข็งแกร่ง ท่ามกลางปั่นป่วนบนโลก ยิ่งต้องแน่นแฟ้น

มอสโก, 18 มี.ค. (ซินหัว) — จางฮั่นฮุย เอกอัครราชทูตจีนประจำรัสเซีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อจีนเมื่อไม่นานนี้ว่า ยิ่งโลกเผชิญความปั่นป่วนมากเท่าใด ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียก็ยิ่งจำเป็นต้องก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

จางระบุว่าไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สถานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านแห่งความร่วมมือในยุคใหม่จีน-รัสเซียจะยังคงเดินหน้าต่อไปในระดับสูงขึ้น ภายใต้การชี้แนะเชิงกลยุทธ์ของผู้นำทั้งสอง

เมื่อวันศุกร์ (17 มี.ค.) ฮว่าชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ประกาศว่าสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20-22 มี.ค. ตามคำเชิญของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

จางกล่าวว่าผู้นำจีนและรัสเซียยังคงรักษาการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิด และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีและประเด็นระหว่างประเทศที่สำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศและหลักยึดในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี

จางเผยว่าสีจิ้นผิงและปูตินได้บรรลุฉันทามติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายประการในการส่งเสริมการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี การรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค และการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยความร่วมมือทวิภาคีบรรลุผลลัพธ์ใหม่ ขณะการประสานงานเชิงกลยุทธ์ก้าวสู่ระดับใหม่

จางเน้นย้ำว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-รัสเซียได้ยืนหยัดต่อแรงกดดันและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) อันยืดเยื้อ วิวัฒนาการของสถานการณ์ระหว่างประเทศที่สลับซับซ้อน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ

จางกล่าวว่าปี 2022 การค้าทวิภาคีระหว่างจีนและรัสเซียพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.44 ล้านล้านบาท) พร้อมเสริมว่าการค้าพลังงานมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในการค้าทวิภาคี ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องกลและไฟฟ้า ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ของจีนไปยังรัสเซียล้วนมีการเติบโตอย่างมาก

จางเผยว่าสัดส่วนการชำระเงินในสกุลเงินท้องถิ่นเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธนาคารรัสเซียดำเนินธุรกิจโดยใช้สกุลเงินหยวนอย่างกว้างขวาง

จางกล่าวถึงความร่วมมือระดับท้องถิ่นระหว่างจีนและรัสเซียที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยเป็นมา โดยชี้ว่าสถาบันและผู้ประกอบการท้องถิ่นจากสองประเทศ มีส่วนร่วมแข็งขันในงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) งานกว่างโจวแฟร์ (Canton Fair) การประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (EEF) และการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (SPIEF) ซึ่งช่วยประสานความต้องการความร่วมมือและปลดปล่อยศักยภาพความร่วมมืออย่างเต็มที่

จางเปิดเผยว่าสะพานทางหลวงข้ามพรมแดนเฮยเหอ-บลาโกเวชเชนสค์ สะพานทางรถไฟข้ามพรมแดนถงเจียง-เนซเนียลีนินสกอย และสะพานข้ามแม่น้ำบริเวณพรมแดนแห่งอื่นๆ ต่างทยอยเปิดให้สัญจร ส่วนช่องทางขนส่งและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนมีการขยับขยายเพิ่มเติมเช่นกัน

หลังจากจีนเพิ่มประสิทธิภาพและปรับเปลี่ยนมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) พิธีการทางศุลกากรที่ท่าเรือของจีนและรัสเซียได้ทยอยกลับสู่รูปแบบเดียวกับก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ ซึ่งช่วยรับรองการแลกเปลี่ยนของทั้งบุคลากรและสินค้าระหว่างสองฝ่ายว่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น

“การค้าทวิภาคีเติบโตอย่างแข็งแกร่งช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปีนี้ โดยมูลค่าสูงถึง 3.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.14 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.9 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นที่ดี” จางกล่าว “ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ารากฐานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคียังคงแข็งแกร่ง”

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน จีนและรัสเซียมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันทางการเมืองอย่างแน่นแฟ้น มีความเกื้อกูลกันทางเศรษฐกิจในระดับสูง และมีศักยภาพในการร่วมมือที่ดีเยี่ยม ทำให้บริษัทรัสเซียจำนวนมากขึ้นแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะร่วมมือกับฝ่ายจีน

จางเชื่อมั่นว่าการค้าจีน-รัสเซียจะพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ในปี 2023 พร้อมมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายทางการค้าที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าไว้ที่ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.81 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นปีนี้

จางเสริมว่าความร่วมมือระหว่างประชาชนมีบทบาทสำคัญมาตลอดประวัติศาสตร์แห่งการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-รัสเซีย

‘พิธา’ ขึ้นเวทีปราศรัยเมืองกาญฯ ชู ‘ทลายทุนทหาร’ คืนที่ดิน-งบประมาณให้ ปชช. เอาทหารออกจากการเมือง

เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัย จังหวัดกาญจนบุรี เผย ตั้งแต่เดินทางมาถึงจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้ตนนึกถึงโจทย์ความท้าทายทางการทหาร พร้อมยกตัวอย่างวันที่ 25 เมษายน ของทุกปีเป็นวัน ‘Anzac Day’ ของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นความทรงจำแรกต่อกาญจนบุรีของตน ซึ่งเป็นวันแสดงความรำลึกถึงผู้ที่สูญเสียในสงคราม โดยเฉพาะสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นจุดที่ทำให้คิดถึงความท้าทายในยุคสมัยนั้น เป็นความท้าทายทางทหารในอดีต

แต่หลังจากสงครามสิ้นสุดลง ความท้าทายทางทหารแบบเดิมก็เปลี่ยนไป กลายเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ความท้าทายจากสังคมสูงวัยและทางดิจิทัลแทน แม้ว่าทุกวันนี้ความท้าทายและความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่ แต่ไม่มีใครเอาทหารไปรบกันตรง ๆ เป็นหลักอีกแล้ว ดังนั้น ตนจึงอยากตั้งคำถามถึงปัจจุบันว่า ทหารมีไว้ทำไม คำตอบคือ ทหารมีไว้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ วันนี้ตนจึงชวนมาทำลายทุนทหารที่กาญจนบุรีด้วยกัน

นายพิธากล่าวกลางเวทีปราศรัยว่า พื้นที่ที่เป็นที่ดินของกองทัพมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ คือ ที่ดินในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมยกตัวอย่างโรงสูบน้ำเพื่อประชาชน ที่ตำบลท่าเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่ใช้งบประมาณ 33 ล้านบาท แต่ไม่สามารถสูบน้ำได้สักหยด เนื่องจากอยู่บนที่ดินทหาร พี่น้องที่แก่งเสี้ยนอยากจัดการขยะก็จัดการไม่ได้เพราะอยู่ในพื้นที่ทหาร

นายพิธาย้ำอีกว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของทหารจำเป็นต้องใช้ที่ดิน โดยที่ดินราชพัสดุมีทั้งหมด 12 ล้านไร่ ครึ่งหนึ่งของที่ราชพัสดุเป็นที่ดินของกองทัพ คิดเป็นขนาดง่าย ๆ คือ มี 5 กรุงเทพรวมกัน ยังไม่มากเท่าที่ดินทหาร เมื่อมีที่ดินกองทัพก็นำมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด โยนตั้งคำถามต่ออีกว่า ทหารทำธุรกิจ แต่งบประมาณในการทำธุรกิจของกองทัพ ทำไมไม่เคยเข้าหลวงเลย แต่กลับเก็บเงินเข้าขุมทรัพย์สีเขียว พร้อมตั้งคำถามว่านี่คือหน้าที่ของทหารไทยหรือไม่

โดยนายพิธาเชื่อว่า ตนขึ้นมาพูดนโยบาย ‘ททท.’ เพื่อชาวกาญจนบุรี นั้นต่างจากพรรคการเมืองที่ผ่านมา เพราะ ‘ททท.’ ของตน ไม่ใช่นโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่คือ ‘ทลายทุนทหาร’

“ทหารมีไว้เพื่อทำสนามกอล์ฟ สนามมวย สนามม้า ปั๊มน้ำมัน บาร์ลับ ร้านกาแฟ โรงแรมหกดาว ทำบ้านสวัสดิการโกงกินจนเกิดเหตุกราดยิงที่โคราช นี่คือหน้าที่ทหารหรือ?” นายพิธาตั้งคำถาม

นายพิธาเปิดเผยต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงสำคัญในการตัดวงจรอุบาทว์ เอาทหารออกจากการเมือง ให้เหมือนแยกน้ำออกจากน้ำมัน ไม่ให้มีวันบรรจบกันอีก การแก้แบบก้าวไกล คือ การแก้ไขปัญหาทั้งหมด ทำแบบที่นักการเมืองเขาไม่ทำหรือไม่กล้าที่จะทำกัน

โดยหัวหน้าพรรคเสนอการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

1.) แจกใบแดงให้นายทหาร ภายใน 7 ปีหลังเกษียณไม่สามารถเข้าสู่การเมืองได้
2.) ระบบเสนาธิการร่วม ผู้นำกองทัพอยู่ใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
3.) ยกเลิกศาลทหาร
4.) ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ
5.) รีดไขมันจากกองทัพ เอางบประมาณมาทำสวัสดิการประชาชน

โดยบนเวทียังมีการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.​พรรคก้าวไกล 5 จังหวัด พร้อมการปราศรัยแนวนโยบาย ‘การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต’ โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และนางอมรัตน์ โชคปมิตตกุล

โดยว่าที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกลทั้ง 5 จังหวัด ประกอบด้วย

จังหวัดราชบุรี
เขต 1 นภดล อารีประเสริฐกุล
เขต 2 ปีรเมษ มณีโชติ
เขต 3 ภิญโญศิลป์ สังวาลวงศ์
เขต 4 วิชา อินทร์จันทร์
เขต 5 ธนพจน์ ทรัพย์ยอดแก้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top