Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

‘หนุ่ม’ แชร์อุทาหรณ์ ซด ‘น้ำกระท่อม’ แทนน้ำเปล่า เผยลำไส้อุดตันเฉียดตาย 14 วัน น้ำหนักหายฮวบ 12 กก.

หนุ่มเตือนเลิกได้เลิก ซดแต่น้ำกระท่อม ลำไส้อุดตันเฉียดตาย เผย 14 วันน้ำหนักฮวบ 12 กิโลกรัม

(17 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ หลังต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากซดน้ำกระท่อมแทนน้ำเปล่ามาเป็นเวลานาน โดยโพสต์ภาพขณะนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล

รวบหนุ่มใหญ่ชาวจีนมอมเหล้าสาวเพื่อนร่วมชาติ ก่อนลากไปขืนใจคาโรงแรมกลางเมืองกรุง

บก.สส.สตม. ได้จับกุมตัว นายหยาง (นามสมมติ) สัญชาติ จีน อายุ 47 ปี สืบเนื่องมาจาก กก.2     บก.สส.สตม. ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ ให้ช่วยติดตามจับกุมตัว นายหยางฯ สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.118/2566 ลงวันที่ 2 มี.ค.2566 ความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเรา โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น” โดยพฤติการณ์ กล่าวคือ เมื่อเดือน ธ.ค.2565 นายหยางฯ ได้ชักชวนหญิงผู้เสียหายชาวจีนไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยระหว่างนั้นได้มีการดื่มแอลกอฮอล์จนกระทั่งผู้เสียหายเมาไม่ได้สติ นายหยางฯ จึงฉวยโอกาสพาผู้เสียหายไปเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยศรีนครินทร์ 59 และได้ทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในขณะที่ยังเมาไม่ได้สติจนสำเร็จความใคร่ เมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัว จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนกกว่าคดีจะถึงที่สุด ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายหยางฯ ตามหมายจับข้างต้น

บก.สส.สตม. รวบหนุ่มแดนมังกรหนีคดีเลี่ยงภาษีศุลกากรเสียหายกว่า 100 ล้านบาท 

บก.สส.สตม. จับกุมนายลู่ (นามสมมติ) อายุ 52 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในข้อหา ลักลอบนำเข้าสินค้า (เม็ดพลาสติก) โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยจับกุมตัวในข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในย่าน ต.บางพลี อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

ประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย แจ้งข้อมูลผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ราย นายลู่ (นามสมมติ) สัญชาติจีน อายุ 52 ปี ซึ่งมีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในข้อหา ลักลอบนำเข้าสินค้า (เม็ดพลาสติก) โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร มูลค่ารวม 20 ล้านหยวน (ประมาณ 100 ล้านบาท) ผบก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการ บก.สส.สตม. ทำการสืบสวนติดตามจับกุม นายลู่ สัญชาติจีน ซึ่งต่อมาสืบทราบว่า ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี  ปัจจุบันพักอาศัยอยู่คอนโดแห่งหนึ่งย่านบางพลี จว.สมุทรปราการ

รองแม่ทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ คณะผู้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(RBC) กัมพูชา–ไทย ครั้งที่ 24

วันที่ 16 มีนาคม 2556 พลตรีบุญสิน พาดกลาง รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ พลเอกโปว เฮง รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ประเทศกัมพูชา เเละคณะ ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(RBC) กัมพูชา – ไทย ซึ่งดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(GBC) ไทย - กัมพูชา

‘ศธ.’ เสนอ ‘ยูเนสโก’ ดัน ‘ครูบาศรีวิชัย’ บุคคลสำคัญของโลก ด้าน ‘การศึกษา-ศาสนา-วัฒนธรรม-สันติภาพ’

วันนี้ (17 มี.ค.66) ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการร่วมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ร่วมรับฟังข้อเสนอการสนับสนุนแผนแม่บทโครงการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นบุคคลสำคัญของโลก และติดตามการดำเนินงานในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ศธ.มีบทบาทหลักในการสนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนการเสนอชื่อ ครูบาเจ้าศรีวิชัย (อินท์เฟือน สีวิเชยฺย) ให้ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ ในวาระครบรอบ 150 ปี ชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัย ในปี พ.ศ. 2571 ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก

สำหรับ ‘ครูบาศรีวิชัย’ หรือ ‘พระสีวิไชย’ เป็นพระเถระชาวจังหวัดลำพูน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและบูรณะพุทธศาสนสถานหลายแห่งทั่วภาคเหนือของประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า ‘ตนบุญแห่งล้านนา’

ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2421 ปีขาล เวลาพลบค่ำ ขณะนั้นมีพายุฟ้าร้องรุนแรง จึงตั้งชื่อว่า อินตาเฟือน หรือ อ้ายฟ้าร้อง บิดาชื่อควาย ส่วนมารดาชื่ออุสา นายควายบิดาเป็นบุตรของนายอ้าย กับนางน้อยธิดาของหมื่นผาบ (มาต่า) หมอคล้องช้างชาวกะเหรี่ยงแดงจากเมืองกันตรวดีที่เจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ชวนมาอยู่ลำพูนด้วยกัน ส่วนนางอุสามารดาของท่าน บางแห่งว่าเป็นชาวเมืองเชียงใหม่ บ้างว่าเป็นธิดาหนานไจยา ชาวเมืองลี้ เพ็ญสุภา สุขคตะสรุปว่าครูบาศรีวิชัยมีเชื้อสายกะเหรี่ยงแดงจากฝั่งบิดา และอาจมีเชื้อสายกะเหรี่ยงขาวและยองจากฝั่งมารดา

เมื่ออายุได้ 18 ปี ท่านคิดว่าชาตินี้เกิดมายากจนเพราะในอดีตไม่ได้ทำบุญไว้เพียงพอ จึงควรออกบวชรักษาศีลปฏิบัติธรรมไว้เพื่อประโยชน์สุขในภายหน้า และจะได้ตอบแทนพระคุณมารดาบิดาทางหนึ่งด้วย ท่านจึงลาบิดามารดาไปอยู่วัดบ้านปาง ศึกษาเล่าเรียนและบวชเป็นสามเณรกับพระอาจารย์ขัติยะ (หรือครูบาแข้งแขะ เพราะท่านเดินขากะเผลก) จนอายุได้ 21 ปีจึงได้อุปสมบทในอุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โดยมีครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาในการอุปสมบทว่า ‘สีวิเชยฺย’ มีนามบัญญัติว่า พระศรีวิชัย

หลังจากอุปสมบท ท่านได้ศึกษาไสยศาสตร์กับครูบาขัตติยะและครูบาอุปปละ แล้วมาศึกษากรรมฐานกับพระอุปัชฌาย์ที่วัดบ้านโฮ่งหลวง เมื่อกลับมาอยู่วัดบ้านปาง ท่านมักเจริญภาวนาในป่า ฉันภัตตาหารมื้อเดียว ฉันมังสวิรัติ ไม่ฉันของเสพติด เช่น หมาก พลู บุหรี่ เมี่ยง ทำให้ประชาชนเลื่อมใสท่านมาก เมื่อท่านทราบว่าที่ใดยังขาดเสนาสนะที่จำเป็นหรือกำลังชำรุดทรุดโทรม ท่านจะเป็นผู้นำชาวบ้านไปก่อสร้างจนสำเร็จ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดคือการถนนขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ที่มีระยะทางทั้งหมด 11.530 กิโลเมตร โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 แล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน 2478

ชื่อเสียงของครูบาเจ้าศรีวิชัย ทำให้พระสังฆาธิการในจังหวัดลำพูนบางรูปนำโดยเจ้าคณะจังหวัดลำพูนตั้งอธิกรณ์กล่าวหาว่าท่าน 8 ข้อ เช่น ทำตัวเป็น “ผีบุญ” อวดอิทธิฤทธิ์ ซ่องสุมกำลังผู้คน คิดขบถต่อบ้านเมือง และนำท่านไปจำไว้ที่ลำพูนและวัดศรีดอนไชย เชียงใหม่ จากนั้นจึงได้ส่งตัวท่านไปไต่สวนที่กรุงเทพฯ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องพระศรีวิชัย ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ พระญาณวราภรณ์ (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตฺโต) และพระธรรมไตรโลกาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) ได้ถวายรายงานมีความเห็นว่า ข้อ 1-5 ซึ่งเกี่ยวกับการไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง พระศรีวิชัยรับสารภาพและได้รับโทษแล้ว ข้อที่เหลือซึ่งเกี่ยวกับการอ้างคุณวิเศษ พระศรีวิชัยไม่มีความผิด เพราะประชาชนเล่าลือไปเอง และเจ้าคณะลงโทษเกินไป ควรปล่อยพระศรีวิชัยกลับภูมิลำเนา สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณโรรสทรงเห็นชอบ

ครูบาเจ้าศรีวิชัยมรณภาพเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2481 (เมื่อก่อนนับศักราชใหม่ในวันสงกรานต์ ถ้าเทียบปัจจุบันจะเป็นต้นปี พ.ศ.2482) ที่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน สิริอายุได้ 60 ปี ตั้งศพไว้ที่วัดบ้านปาง เป็นเวลา 1 ปี จึงได้เคลื่อนศพมาตั้งไว้ ณ วัดจามเทวี อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน จนกระทั่งวันที่ 21 มีนาคม 2489 จึงได้รับพระราชทานเพลิงศพ โดยมีประชาชนมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพจำนวนมาก และประชาชนเหล่านั้นได้เข้าแย่งชิงอัฏฐิธาตุของครูบาศรีวิชัย ตั้งแต่ไฟยังไม่มอดสนิท แม้แต่แผ่นดินตรงที่ถวายพระเพลิง ก็ยังมีผู้ขุดเอาไปสักการบูชา อัฏฐิธาตุของท่านที่เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมได้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 ส่วน แบ่งไปบรรจุตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วแผ่นดินล้านนาดังนี้

'ไพบูลย์' พร้อมดัน พ.ร.บ.ปราบปรามการทรมานฯ หาก พปชร. นั่ง รบ. หลัง 'เฌอเอม' ทวงการเยียวยา 'อุ้มคนหาย-ทำร้าย' จากเหตุชุมนุม

เฌอเอม มิสแกรนด์ลำพูน 2023 ฟาดเดือด ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถามถึงการเยียวยาคนถูกอุ้มหาย ถูกทำร้ายจากการชุมนุม

กลายเป็นกระแสอีกครั้งสำหรับเวทีนางงามชื่อดังมิสแกรนด์ไทยแลนด์ซึ่งได้จัดงาน 'มิสแกรนด์ กับ อนาคตเมืองไทย หลังเลือกตั้งปี 66' ที่นำเอาผู้เข้าประกวดทั้ง 77 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของคนไทยทั้ง 77 จังหวัด ถามคำถามกับนักการเมืองจากพรรคต่าง ๆ

ไฮไลต์ของงานเห็นจะเป็นนางงามฝีปากเอกอย่าง 'เฌอเอม' ชญาธนุส ศรทัตต์ อดีตผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020 ที่ในปีนี้เข้าร่วมเวทีมิสแกรนด์ในฐานะ มิสแกรนด์ลำพูน

โดยเป็นคิวที่ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีเพื่อแสดงวิสัยทัศน์พอดิบพอดี เฌอเอมได้กล่าวถึง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่เสนอผ่านขั้นแรกไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่โดน พ.ร.ก. ฉุกเฉินสั่งเลื่อนไปอีก

เฌอเอมถามว่า “การสูญหาย ความรุนแรง โดยเฉพาะความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมเกิดขึ้นเยอะที่สุดในยุครัฐประหาร และต่อมาก็เป็นยุครัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้าพรรคของท่าน”

“ไม่ทราบว่าหากพรรคของท่านได้เป็นตัวแทนในสมัยหน้า จะทำอย่างไรในการเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียและทุกคนในสังคมที่เจ็บช้ำมีบาดแผลจากคณะท่านตั้งแต่วันปฏิวัติรัฐประหารเป็นต้นมา จะทำอย่างไรให้คนรู้สึกว่าถ้าเลือกท่านแล้วจะไม่มีการถูกใช้ความรุนแรงอีก”

“2 คนที่ดิฉันไม่ได้ทำงานร่วมด้วยเพราะเขาเสียชีวิตไปแล้ว คือ 1.บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ชาวกะเหรี่ยง บ้านบางกลอย และ 2.คุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นท่านช่วยพูดกับทุกคนในสังคมที่หวาดกลัวขณะต้องเรียกร้องสิทธิภายใต้รัฐบาลของท่านด้วยค่ะ”

ไพบูลย์ ได้ตอบคำถามนี้ว่า “ผมก็อยู่ในกรรมการชุดที่ทำ พ.ร.บ. นี้ สิ่งที่ต้องทำคือการก้าวผ่านความขัดแย้ง ผมผ่านยุคการชุมนุมมาหลายยุค ผ่านการปลุกปั่น ทุกฝ่ายก็สูญเสียและบาดเจ็บ สิ่งที่ต้องทำมี 2 อย่าง อย่างที่หนึ่งต้องไม่ให้เกิดอีก อย่างที่สองต้องเยียวยา”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บินด่วนเกาะหลีเป๊ะ หารือความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายทั้งเรื่องที่ดินพิพาทและเรือประมงพาณิชย์

วันนี้ (17 มี.ค.66) เวลาประมาณ 14.00 น. ณ ห้องประชุม ภ.จว.สตูล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ประธานกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้แทนเอกชน และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมหาข้อยุติในการแก้ไขปัญหากรณีเอกชนปิดทางเข้าออกโรงเรียน กระทบความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว รวมทั้งปัญหาการทำประมงพื้นบ้านที่มีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติซึ่งห้ามทำประมงโดยเด็ดขาด

ความคืบหน้าล่าสุด ในส่วนของการดำเนินคดีกับโรงแรมซึ่งมีการบุกรุกที่ดิน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.สตูล ดำเนินคดีกับรีสอร์ทและสถานที่ที่มีการบุกรุกที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ จำนวน 8 คดี มีผู้ต้องหาจำนวน 13 ราย รวมทั้งได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ นายก อบต. ในกรณีที่มีการตรวจพบความผิดดังกล่าว แต่กลับเพิกเฉยไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ยังได้ประสานให้นายอำเภอผู้รับผิดชอบดำเนินการทำข้อมูลโรงแรมและรีสอร์ทในพื้นที่ทั้งหมดที่ไม่มีใบอนุญาต เพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ในส่วนของคดีการทำประมงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา วันนี้ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ เพื่อแสดงความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีกับเรือประมงพาณิชย์ทั้ง 27 ลำ ที่ตรวจพบการทำประมงในพื้นที่อุทยานดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้ประชุมร่วมกับกรมประมง กรมอุทยานฯ และชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อหาแนวทางในการกำหนดพื้นที่สำหรับทำประมงให้กับชาวประมงพื้นบ้านให้สามารถทำประมงเพื่อยังชีพได้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ไม่สามารถออกไปทำประมงในระยะไกลได้ ดังนั้นจึงได้หาทางออกร่วมกันเพื่อให้สามารถคงวิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้าน และสามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไว้ได้ต่อไป

‘พิธา’ นำทัพ ‘ก้าวไกล’ ลุย ‘ปทุมฯ’ พื้นที่ยุทธศาสตร์ พร้อมแง้มนโยบายเศรษฐกิจ ก่อนยุบสภา

‘พิธา’ พร้อมปักธง ‘ก้าวไกล’ ปทุมธานี ชี้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ แง้มเปิดนโยบาย-ทีมเศรษฐกิจ จัดเต็มหลังยุบสภา

วันที่ 17 มีนาคม 2566 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย รังสิมันต์  โรม โฆษกพรรคก้าวไกล และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 7 เขต ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ตลาดจัมโบ้ คลองสาม จังหวัดปทุมธานี โดยก่อนหน้านี้ระหว่างวัน พิธา พร้อมกับ เชตวัน เตือประโคน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 6 ได้ขึ้นรถแห่ขอคะแนนจากประชาชนชาวปทุมธานีด้วย

พิธา กล่าวถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าการแบ่งเขตตามรูปแบบที่ 1 ที่ กกต.เลือกใช้ ถึงแม้ว่าจะมีค่าความเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยประชากรที่ไม่เกินร้อยละ 10% ตามเกณฑ์ตัวเลข แต่ก็สร้างความสับสนแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก บางเขตเลือกตั้งประกอบด้วยเขตปกครองมากกว่า 3 เขต ฝั่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคมีการจัดทีมหาเสียงกันใหม่ เพื่อลดความสับสนและพบปะพี่น้องประชาชน สร้างความเข้าใจให้มากขึ้น อันที่จริงตนคิดว่า กกต. ควรแบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จสิ้นตั้งนานแล้ว เพราะตอนนี้ใกล้ช่วงยุบสภา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสับสนในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง จึงหวังว่าจะไม่มีเจตนาแอบแฝง ช่วงชิงความได้เปรียบในการหาเสียงของผู้มีอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกล พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร และมั่นใจว่าจะกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้เป็นอันดับหนึ่งใน กทม.

ส่วนความคาดหวังต่อผลการเลือกตั้งในจังหวัดปทุมธานี พิธากล่าวว่า ปทุมธานีเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรคก้าวไกลมาตั้งแต่ครั้งพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนเป็นอันดับสอง รวมมากกว่า 147,000 คะแนน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของคนปทุมธานี เลือกพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ลงพื้นที่พบปะประชาชนตั้งแต่เช้า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า ปทุมธานีเป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตเยอะ มี SMEs มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้มีคนย้ายเข้ามาทำงานอยู่อาศัย ดังนั้น โจทย์ที่พรรคก้าวไกลต้องตีให้แตกคือ การแก้ไขปัญหาที่มาพร้อมกับการเจริญเติบโตของเมือง คือ 'คลอง คน ถนน' ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการคมนาคม ปัญหาขยะ ปัญหาความสะอาดของลำคลอง

‘ปตท.’ ช่วยเหลือประชาชน ฝ่าปัญหาภัยแล้ง ผ่านโครงการ ‘ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง’ ปี 2566

วันนี้ (17 มีนาคม 2566) –  พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม ขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้แทน ปตท. พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จากกรมทรัพยากร น้ำบาดาล การประปาส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมเปิดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2566 ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยในปีนี้ ปตท. ร่วมสนับสนุนความช่วยเหลือรวมมูลค่ากว่า 2,900,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งจากการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะเขตทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล 

สำหรับการสนับสนุนในปี 2566 ปตท. สนับสนุนผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง บัตรเติมน้ำมัน PTT Privilege Card มูลค่า 2,100,000 บาท ถังบรรจุน้ำสะอาด Innoplus ซึ่งผลิตโดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ที่มีความคงทนแข็งแรง น้ำหนักเบา ทนแรงกระแทกสูงเมื่อเทียบกับพลาสติกทั่วไป ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศได้ดี ขนาด 1,500 ลิตร จำนวน 100 ถัง มูลค่า 500,000 บาท รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์และดำเนินงานโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2542 กลุ่ม ปตท. ได้สนับสนุนโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ช่วยผู้ประสบภัยแล้งทั่วประเทศมากว่า 24 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 96 ล้านบาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top