Sunday, 12 July 2026
NewsFeed

ปชป. ลุยต่อ เตรียมเปิดนโยบายยุทธศาสตร์สร้างคน ยัน สานงานจากอดีตนมโรงเรียนฟรี 365 วัน พ่วง อาหารกลางวันอย่างมีคุณภาพ พร้อม ขอคะแนนชาวสงขลาช่วยสรรเพชญ เขต 1 มั่นใจทำงานได้ ดูแลพื้นที่ต่อเนื่อง

วันนี้ 5 ก.พ.66 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์/ผอ.เตรียมการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ และการทำงานของพรรคที่ผ่านมา ต่อชมรมกลุ่มสหกรณ์รถตุ๊กๆ ในพื้นที่เขต 1 สงขลา พร้อมทั้งได้ฝากนายสรรเพชร บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคปชป.เขต1 และพรรคประชาธิปัตย์แก่ชมรมกลุ่มสหกรณ์รถตุ๊กๆ ในจังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่เพียงหนึ่งเดียว ถือเป็นสถาบันการเมืองที่ยังคงอยู่จนย่างเข้าปีที่ 77 ซึ่งพอนานเข้าบางคนมักมองว่าประชาธิปัตย์ไม่เคยทำอะไรไว้เลย แต่ในความจริงพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกนโยบายต่างๆ มามากมาย ซึ่งนโยบายเหล่านี้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนเข้ามาก็ยังคงนำมาใช้ อย่างต่อเนื่อง เฉพาะในสมัยของท่านชวนหลีกภัย เรื่องของนมโรงเรียน ก็เป็นนโยบายของปชป.ที่เป็นนโยบายเพื่อให้ลูกหลานของเราได้ดื่มนมโรงเรียนมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ในรอบหน้าพรรคปชป.ได้ออกนโยบายเพิ่มเติมโดยให้ลูกหลานของเราดื่มนมโรงเรียนฟรีตลอดทั้งปีคือ 365 วัน นี่คือนโยบายเรื่องนม นโยบายในเรื่องของธนาคารหมู่บ้าน หรือธนาคารชุมชน ชุมชนละ 2 ล้าน เพื่อให้ประชาชนมีเงินทุนเพื่อใช้ในการหมุนเวียน นี่ก็เป็นนโยบายของพรรคปชป. ที่สำคัญนอกจากในเรื่องของดื่มนมโรงเรีบนแล้ว นโยบายสร้างคนอีกเรื่องคือ นโยบายในเรื่องลูกหลานได้กินอาหารกลางวันอย่างมีคุณภาพที่โรงเรียน เรื่องเงิน กยศ.เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนหนังสือ

ศรชล.ภาค 1 จัดเรือพร้อมชุดแพทย์ฉุกเฉิน ช่วยเหลือลูกเรือประมงเจ็บป่วยกลางทะเล

ตามที่ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) ได้รับแจ้งจากสมาคมการประมงสมุทรปราการ ผ่านทางเครือข่ายวิทยุมดดำนาวี ทัพเรือภาคที่ 1 ว่า เรือ ส.สมบูรณ์เจริญพร 7 ขณะทำการประมงอยู่บริเวณทางด้านทิศใต้ของเกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี ห่างไปประมาณ 120 ไมล์ มีลูกเรือประมงชื่อ นายหนูจร พิลาน้อย เกิดอาการแขนและขาข้างขวาชา ไม่รู้สึกเจ็บ ปากเบี้ยว แต่ยังพูดพอรู้เรื่อง จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือในการนำเรือไปรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ในขณะเดียวกันทางเรือประมงได้เร่งเก็บกู้อวน เพื่อนำลูกเรือที่ป่วยกลับเข้าฝั่งเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 4 ก.พ.66 เวลา 18.15 น. 

และในวันนี้ 5 ก.พ.66 เวลา 07.00 น. เรือ ส.สมบูรณ์เจริญพร 7 ได้เดินทางมาถึงบริเวณทางด้านทิศใต้ ระยะประมาณ 30 ไมล์ จากแหลมปู่เจ้า อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 จึงได้จัดเรือ ต.267 จากทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมชุดแพทย์ฉุกเฉิน จากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการทางด้านการแพทย์ ทางทะเลภาค 1 เจ้าหน้าชุดสหวิชาชีพจาก ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ จังหวัดชลบุรี ร่วมเดินทางไปกับเรือ เพื่อรับผู้ป่วยกลางทะเล ซึ่งเมื่อเรือ ต.267 ได้เดินทางถึงเรือ ส.สมบูรณ์เจริญพร 7 ณ บริเวณทางด้านใต้แหลมปู่เจ้า ระยะประมาณ 22 ไมล์ ชุดแพทย์ฉุกเฉินได้ทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้น สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบ 

ชวนเที่ยวเทศกาลดอกไม้ 'เชียงใหม่ บลูมส์ 2023' กระตุ้นเศรษฐกิจเชียงใหม่ เบิกบานตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้

'เชียงใหม่ บลูมส์' เทศกาลเชียงใหม่เบิกบาน จัดโดยสมาคมวิศิษฏ์ล้านนาเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว (VISIT LANNA) นำปฏิทินท่องเที่ยวดอกไม้เชียงใหม่เดือนกุมภาพันธ์กลับมาอีกครั้งเต็มรูปแบบ ทั้งกิน เที่ยว ช็อป เวิร์คช็อป สปา และไนท์ไลฟ์ จับมือพันธมิตรทั้งธุรกิจและชุมชนทุกมุมเมืองชู 14 ไฮไลต์ห้ามพลาด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามแนวทาง 'เฟสติวัลซิตี้' กิจกรรมแน่นตลอดเดือนทั้งหน้างานและออนไลน์ ผ่าน www.chiangmaiblooms.com

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมวิศิษฏ์ล้านนาเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว กล่าวว่า เทศกาลเชียงใหม่เบิกบาน หรือ เชียงใหม่ บลูมส์ จัดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 จากการร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนในเชียงใหม่ นำดอกไม้มาสร้างสรรค์เป็นกิจกรรม สินค้า และบริการ ต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยวดอกไม้จากการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับมาเกือบครึ่งศตวรรษ ยกระดับสู่เทศกาลไลฟ์สไตล์ชั้นนำของประเทศ สนับสนุนโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง จนเครือข่ายธุรกิจและประชาสังคมสามารถรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมวิศิษฏ์ล้านนาเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว หรือ VISIT LANNA ได้สำเร็จ สมาคมฯ มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ผลักดันเชียงใหม่ บลูมส์ และเทศกาลอื่น ๆ ให้เป็นแม่เหล็กเศรษฐกิจท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ตามแนวทาง เฟสติวัลซิตี้ หรือ เชียงใหม่เมืองเทศกาล ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคเอกชนและชุมชนของเชียงใหม่ได้อย่างทั่วถึง

ในปี 2566 VISIT LANNA ตอกย้ำความสำเร็จของเชียงใหม่จากการเป็นเมืองเทศกาลระดับโลก การันตีรางวัลจากสมาคมนักจัดเทศกาลนานาชาติ สหรัฐอเมริกา เมื่อปีที่แล้ว เชียงใหม่ บลูมส์ครั้งนี้มาให้แนวคิด แมจิก โมเมนต์ส มนต์เสน่ห์ดอกไม้คู่เวียง ชู 14 ไฮไลต์กิจกรรมดอกไม้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ได้แก่

 1. Chiang Mai Blooms Souvenir Contest กิจกรรม การแข่งขันประกวดออกแบบสินค้าของที่ระลึกงานเทศกาลเชียงใหม่เบิกบาน จัดประกวดวันที่ 14 พ.ย. - 13 ธ.ค. 65

2. Chiang Mai Blooms City Gallery X หอภาพถ่ายล้านนา

จะมี 3 Highlights ได้แก่  

• Chiang Mai Blooms Photo Contest X หอภาพถ่ายล้านนา Chiang Mai

จัดแสดง 1-28 ก.พ. 66 ณ หอภาพถ่ายล้านนา

• Blooms Photo Exhibition นิทรรศการภาพถ่ายจากกิจกรรมประกวดถ่ายภาพ ดอกไม้เชียงใหม่บลูมส์  จัดแสดง 1-28 ก.พ. 66 ณ หอภาพถ่ายล้านนา

สมัชชาฯ คนพิการทางสติปัญญาโหวตลงคะแนนให้ นายกสมาคมฯ เดิมดำรงตำแหน่งต่อ

สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย จัดโครงการประชุมสมัชชาองค์กรเครือข่ายคนพิการทางสติปัญญา และประชุมสามัญประจำาปี 2566 วันที่ 3, 4, 5 กุมภาพันธ์ 2566 (ศุกร์, เสาร์, อาทิตย์) เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ โรงแรม รามาดา พลาซา บาย วินด์แฮม แบงคอก แม่น้ำริเวอร์ไซด์ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร โดย นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมฯ ได้กล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ว่า การประชุมสามัญประจำปี 2566 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชมรมเครือข่ายทราบผลการดำเนินงานของสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย และประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานเพื่อวางแผนการดำเนินงานของชมรมเครือข่ายตามแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการของสมาคมฯ เพื่อการจัดประชุมสามัญประจำปี 2565 และสอดคล้องตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติฉบับที่ 5 พ.ศ.2560 -2564 ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมพลังคนพิการและองค์กรด้านคนพิการให้มีศักยภาพและความเข้มแข็ง 

นอกจากนี้ ยังมีการวงแผนการดำเนินงานของชมรมเครือข่าย และจัดทำแผนการดำเนินงานในปีต่อไป โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานของชมรมเครือข่าย และจัดทำแผนการดำเนินงานในปีต่อไป 

นอกจากนี้ได้มีการคัดเลือกนายกสมาคมฯ ที่หมดหน้าที่ตามวาระ โดยมีกรรมการที่ทำหน้าที่ในการเลือกตั้ง คือ นายชูศักดิ์ จันทยานนท์, นายสุพล บริสุทธิ์, และ นางสาววิจิตรา รชตะนันทิกุล ซึ่งมติที่ประชุมได้ลงมติให้ นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย ตามเดิมด้วยมติเป็นเอกฉันท์

ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น. พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ณ กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมี พลเรือตรี สมาน ขันธพงษ์ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ นาวาเอก ศราวุธ เถื่อนบุญ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย ให้การต้อนรับ 

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทแก่กำลังพล รวมทั้งกล่าวชื่นชมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏสร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติเป็นอย่างมาก ทั้งยังขอให้กำลังพลทุกนายเตรียมพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง โดยยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเสริมสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เปิดตัวเลข 'การเลือกตั้งประเทศไทย' ตลอด 90 ปี ที่ผ่านมา

ยุบ? ไม่ยุบ? ยุบ? ไม่ยุบ? นาทีนี้ เกจิแวดวงการเมืองไทย หลายคนคงกำลังวิเคราะห์ห้วงเวลาการ 'ยุบสภา' หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กฎหมายลูก 2 ฉบับ ทั้ง 'พ.ร.ป.เลือกตั้ง - พ.ร.ป.พรรคการเมือง' เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ประหนึ่งเป็นสัญญาณ 'ลั่นระฆัง' ว่า การเลือกตั้งทั่วไป 2566 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ววันนี้

ไม่ว่ารัฐบาล โดยการนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะประกาศยุบสภาก่อนสภาผู้แทนหมดวาระ หรือการทำงานของรัฐบาลจะดำเนินไปจนถึงวาระหมดอายุของสภาในวันที่ 23 มีนาคม 2566 ทั้งหมดทั้งมวล ปักธงได้เลยว่า เลือกตั้งใหญ่มาแน่ราวเดือนพฤษภาคม 2566 นี้!

กาฬสินธุ์อลังการเดินแบบผ้าผู้ไทโบราณอายุกว่า 100 ปี

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนชาวผู้ไท ทุกเพศ ทุกวัย กว่า 200 ชีวิต สร้างมิติใหม่ให้โลกจำ สวมชุดผู้ไทโบราณ ชุดผู้ไทดั้งเดิม ชุดผู้ไทประยุกต์ ขึ้นแคตวอล์คโชว์ความเก่าแก่ ประณีต สวยงาม บนเวทีเดินแบบผู้ไท อีกหนึ่งไฮไลต์ในงานมหกรรมผู้ไทนานาชาติ 'โฮมรากเหง้าเผ่าผู้ไท' ที่เวทีกลาง สวนเฉลิมพระเกียรติ อ่างเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานเดินแบบชุดผู้ไท ไฮไลต์ผ้าไทยในงานมหกรรมผู้ไทนานาชาติ 'โฮมรากเหง้าเผ่าผู้ไท' ที่ทาง อ.เขาวง โดยเทศบาลตำบลกุดสิม ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และหลายภาคส่วนร่วมกันจัดขึ้น 

โดยมี นายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์ ผศ.จุรีรัตน์ กอเจริญยศ นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ นางสาววิภาวี บุญเรือง นายก ทต.กุดสิม  พร้อมด้วยส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนชาวผู้ไท ร่วมงาน และสวมชุดผู้ไทโบราณ ชุดผู้ไทดั้งเดิม ชุดผู้ไทประยุกต์ กว่า 200 ชุด ซึ่งหลายชุดเป็นเสื้อผู้ไทมรดกและมีอายุกว่า 100 ปี สร้างสีสันและความฮือฮาเป็นอย่างมาก

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เวทีเดินแบบชุดผู้ไทดังกล่าว เป็นอีกไฮไลต์หนึ่งในงานมหกรรมผู้ไทนานาชาติ 'โฮมรากเหง้าเผ่าผู้ไท' ที่ทาง อ.เขาวง โดยเทศบาลตำบลกุดสิม ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และหลายภาคส่วนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อแสดงออกถึงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ของพี่น้องชาติพันธุ์ผู้ไท จากหลายท้องที่ ที่มีการสืบสานมาตั้งตั้งแต่บรรพบุรุษถึงอนุชนรุ่นหลัง ซึ่งมีอัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มีความเข้มแข็ง เหนียวแน่น มีความพร้อมเพรียง สมัครสมานสามัคคี เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต ที่สำคัญคือเป็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิตและการดำรงอยู่แบบเรียบง่าย รักความสงบ

‘ฝนหลวง’ โครงการจากน้ำพระทัย ‘ในหลวง ร.9’ ช่วยคนไทยรอดตายจากฝุ่น PM 2.5

ไม่เฉพาะ 'คนกรุง' ที่รอดตายจากฝุ่น PM 2.5
หากแต่ 'รอดกันทั้งประเทศ'!
เพราะจู่ๆ 'ฝน' ก็ตกลงมาสยบเจ้า PM 2.5 จนพอหายใจ-หายคอกันได้บ้าง
ตกมาแล้ว ๒-๓ วันติด ไม่เฉพาะใน กทม. หากแต่ 'ตกทั่วฟ้า' ทั้ง เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-กลาง

และจะตกเป็น 'พระพิรุณปราบฝุ่น' ไปจนกว่า PM 2.5 จะสิ้นฤทธิ์
ผมรู้ได้ไง ใจเย็นๆ...เดี๋ยวบอก!
อ่านนี่ก่อน เมื่อวาน (๕ ก.พ.๖๖) "ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร" ของชัชชาติ ออกข่าว ว่า

"เวลา ๑๕.๐๐ น. ฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง เขตบางซื่อ  บางพลัด พญาไท ดุสิต
เคลื่อนตัวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เเนวโน้มคงที่ ปริมาณฝนสูงสุดเขตราชเทวี 2.0 มม."
แหม…

กทม.ออกข่าวประหยัดข้อมูลจริงนะ น่าจะบอกให้ชัดซักหน่อย ว่า "ฝนมาไง-เป็นไง"?
ตกตามธรรมชาติ หรือผู้ว่าฯ ชัชชาติบันดาล?
ไม่เหมือนตอนหาเสียงเลย

"ทั้งทีม" รู้ทุกเรื่อง พูดเป็นต่อยหอยทุกเรื่อง แต่ตอนทำงานกลับ "อมสาก" ทุกเรื่อง
คนเป็นผู้ว่าฯ เหมือนกัน.....
หมื่นรู้ แสนสัญญา ปานพระวิศณุกรรมอวตารลงเป็นชัชชาติ ปัญหา กทม.ถ้าแก้ไม่ได้ ใครก็ไม่ควรมาเป็นผู้ว่าฯ
ควร "ลาออกไปซะ"!

แล้วเป็นไง กลายเป็น "ผู้ว่าฯ เวรกรรม" ของคนกรุง ร่วมปี ซักเรื่อง...เคยมีที่แก้ได้บ้างมั้ยล่ะ?
"แก้ได้ทุกเรื่อง" มีเรื่องเดียวคือ "แก้ตัว"!
ฝุ่น PM 2.5 มืดคลุมเมือง.......
จนน้ำหู-น้ำตาไหลปนน้ำมูก ไอจามกันค็อกแค็กทั้งกรุง

หน่วยปั้นข่าวยังทะลึ่งออกมาอุ้มไข่ บอกไม่ใช่ฝุ่น แต่เป็น "หมอกหน้าหนาว"!
มันน่า "เจริญพวง" ซะจริงๆ!
ผู้ว่าฯ "สัญญาแลกเกี๊ยะ" ๒๑๔ ข้อ นั่นก็ไม่รู้ไปตามเก็บเกี๊ยะอยู่ที่ไหน?
เห็นแต่ "ทหาร" ออกมาฉีดน้ำล้างถนน-ไล่ฝุ่น
จะไล่ได้-ไม่ได้ ไม่เป็นปัญหา อย่างน้อย ก็ทำให้ชาวบ้านมองเห็น "ที่พึ่ง-ที่หวัง"

ว่ายามมีปัญหา "ทุกปัญหา" ต้องเห็น "ทหาร" ออกมายืนเคียงข้าง คอยปกป้อง-ดูแล ประชาชน
ดีกว่า ไอ้คนที่มีหน้าที่ทำ แต่ไม่ทำอะไรเลย แถมหัวก็ไม่เห็นอีกตะหาก
ใครไม่รู้ "เฉาฉุ่ย" ไว้ตอนเลือกทีมงาน ว่า...
"ดูในแต่ละมิติ อย่างรองผู้ว่าฯ เราก็รู้ว่า มีสำนักอะไรดูแลบ้าง ขอให้มีความหลากหลาย ทั้งประสบการณ์ มีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

แต่ละคน จะมีความเชี่ยวชาญที่หลากหลายกันไป
สำคัญที่สุดคือ ซื่อสัตย์ โปร่งใส สุจริตที่เราไว้วางใจได้ นอกจากนี้ มีทีมที่ปรึกษาทางเทคนิคอีกกว่า ๓๐-๔๐ คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิชาการที่เราปรึกษามา ๒ ปีกว่า
ตอนที่เราปรึกษา....

เราเป็นการเมืองการเลือกตั้ง หลายๆ ท่าน เปิดตัวไม่ได้ พอเราเป็นข้าราชการ กทม.แล้ว เราสามารถเปิดตัวท่านได้"
แล้วไหนล่ะ ผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย อยากเห็นจัง
เก่งฉิบ....

แค่ ๗-๘ เดือน บรรดาผู้เชี่ยวชาญของชัชชาติทำให้ กทม.วินาศสันตะโรได้ถึงขนาดนี้?
แล้วตอนนี้ "หึ่ง" ไปหมด
ไอ้ "ซื่อสัตย์ โปร่งใส สุจริตที่เราไว้วางใจได้" ของชัชชาตินั่นน่ะ
"คุณชูวิทย์" ชำระตำนาน "ส่วยตำรวจ" เสร็จเมื่อไหร่
ผมจะนิมนต์มาแฉตำนาน "ส่วย กทม." ตอนนี้บ้าง!!!

ถ้าชัชชาติอยากรู้....
ไปถาม "ประธานที่ปรึกษา" ของท่านดูซิ ว่ารู้เรื่องบ้างมั้ย...ที่ลงไปเก็บส่วยกันถึงในแต่ละเขตนั่นน่ะ?
จริงๆ แล้ว เรื่องฝุ่น PM 2.5 คนกรุงพอเข้าใจได้ว่า มันเป็น "ฝุ่นประจำฤดูกาล"
ต้นปีที จะเป็น "ฤดูเผา" ทั้งเกษตรกรบ้านเราและประเทศเพื่อนบ้าน ฝุ่น PM 2.5 ก็จะปลิวมาทุกปี

ก็บ่นๆ กันไป พอแค่ได้ระบาย
ที่จะไปเค้นคอให้ "ผู้ว่าฯ สัญญาแลกเกี๊ยะ" แสดงอภินิหารแปลงกายเป็นพระพายไปไล่ฝุ่นนั้น
ไม่มีใครเขา "ยึดขยะ" เป็นสรณะถึงขนาดนั้นหรอก!
ที่ผมต้องพูดถึงคณะบริหาร กทม.วันนี้ ไม่ใช่เพราะผิดหวังในตัวพวกท่าน

เพราะรู้ ก็แค่ "กอเอี๊ยะ" ปิดฝีที่ตูด หวังจะให้ดูดหัวออกมานั้น มันสรรพคุณเกินจริง
ที่ต้องพูด สืบเนื่องจากข่าวที่ กทม.สื่อสารถึงชาวบ้านประเด็นฝนตกช่วงฝุ่น PM 2.5 กำลังจะฆ่าคนกรุงนั่นแหละ

กทม.ของชัชชาติ ออกข่าวเพียงว่า....
"๑๕.๐๐ น. ฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง เขตบางซื่อ บางพลัด พญาไท ดุสิต...." แบบนั้นน่ะ

นั่นมันเหมือนการแถลงข่าวของบางประเทศเพื่อนบ้านเมื่อ ๕๐ กว่าปีที่แล้ว "ฝนตกเมื่อไหร่จะบอก"
คนเขาอยากรู้ "ฝนตกช่วงนี้ได้อย่างไร" ตะหาก
จะมาตวัก-ตะบวยบอกทำไมแค่ฝนตก?
ที่ กทม.ออกข่าวแบบนี้ ผิดวิสัยการให้ข้อมูลข่าวสารตามหลัก "การประชาสัมพันธ์" โดยสุจริต ถึงประชาชน ในสถานการณ์ PM 2.5 กำลังคลุมเมือง

มองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากมองได้ในทางเจตนาเดียวคือ กทม.ต้องการให้ชาวบ้านเข้าใจเอาว่า
"เป็นฝนตกลงมาเองตามธรรมชาติ"!
ซึ่งมันไม่ใช่ และ กทม.ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่ามันไม่ใช่ฝนจากฟ้าบันดาลลงมาดับฝุ่นเอง
แต่ก็ กทม.ก็ไม่ยอมบอก "เหตุฝนตก" ให้ประชาชนทราบ
อิจฉา...ซ่อนเร้นเจตนา หรือ กทม.กลัวจะเสียหน้า!?

สู้ปล่อยให้ "ครุมเครือในข้อมูล" อย่างนี้ดีกว่า ยังพอเอา ไปเคลมกับคน ๑.๓ ล้านได้บ้าง
ผมขอบอกให้ทุกคนทราบว่า ฝนที่ตกลงมาดับฝุ่น PM 2.5 ทั้งในกรุงและต่างจังหวัดขณะนี้ คือ
"ฝนหลวง" ครับ....
ไม่ใช่ฝนตกตามธรรมชาติ หรือฝนร้อยห่าชัชชาติบันดาลตกใน กทม.อย่างที่พยายามปกปิดข้อมูลกัน
"ฝนหลวง" คืออะไร?

คือ โครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์
ใน "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" รัชกาล ที่ ๙
จุดประสงค์ เพื่อสร้าง "ฝนเทียม" สำหรับบรรเทาความแห้งแล้งให้แก่เกษตรกร เมื่อคราวเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกร ปี พ.ศ.๒๔๙๘ ในภาคอีสาน

จึงพระราชทานโครงการพระราชดำริฝนหลวงให้ "ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล" ไปดำเนินการ
จึงได้เกิดเป็น "โครงการค้นคว้าทดลอง" ปฏิบัติการ "ฝนเทียม" หรือ "ฝนหลวง" ขึ้น ตราบทุกวันนี้

ที่ฝนตกบรรเทาฝุ่น PM 2.5 ทั้ง เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-กลาง และ กทม. ก็จากการบินขึ้นไปปฏิบัติการทำ "ฝนหลวง"
ของ "กรมฝนหลวงและการเกษตร" นั่นเอง!

'อนุทิน ชาญวีรกูล' รมต.สาธารณะสุข 'หมอหนู' ผู้ฝ่าทุกดราม่า โควิด!

พูดถึง '8 ปีรัฐบาลลุงตู่' ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับ 'เหล่ารัฐมนตรี' ซึ่งหลาย ๆ คนสร้างผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ พูดให้เข้ายุคเข้าสมัย ต้องเรียกว่า มีหลายคนที่เป็น 'รมต.ตัวตึง' ตึงทั้งผลงาน ตึงทั้งชื่อเสียง แถมยังตึงทั้งเรื่องข่าวคราว 

ว่าแล้วจึงหยิบเอาเรื่องราว 'เหล่า รมต.ตัวตึง' 8 ปีที่ผ่านมารัฐบาลลุงตู่ มีรัฐมนตรีคนไหนผลงานตึง ๆ ปัง ๆ กันบ้าง เริ่มต้นที่ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือ 'หมอหนู' ขวัญใจมหาชน นี่เอง 

ย้อนเวลากลับไปราวสามปีก่อน 13 มกราคม 2563 กระทรวงสาธารณสุขยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกในไทย เป็นนักท่องเที่ยวหญิงจีน อายุ 61 ปี และนับจากนั้น ถือเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่ง 'มหากาพย์โควิด-19' 

แน่นอนว่า ด่านหน้าที่ต้องเสี่ยง ทำงานหนักในการรับมือและยับยั้งสถานการณ์ระบาด คือ เหล่าบรรดาบุคลากรใน 'กระทรวงหมอ' ภายใต้การนำของ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องมีวิธีสื่อสาร ฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามในสถานการณ์ระบาด โควิด-19 ด้วยวาจา ท่าที และแนวทางที่ "ถึงลูกถึงคน" แต่ทั้งหมดนำพาซึ่ง 'ผลงาน' ที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ แม้ว่าจะต้องฝ่าด่านอภิมหากระแสดรามา หลายช่วงหลายตอนทีเดียว

#ดราม่า1 จวกนักท่องเที่ยว ปัดรับหน้ากากอนามัย! 
ในช่วงเริ่มต้นของวิกฤติการระบาด ด้วยระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ทำให้เชื้อเดินทางไปได้ไกล ทั้งยังไม่มียา และวัคซีน ดังนั้นมาตรการวัคซีนทางสังคม รักษาระยะห่าง  ล้างมือบ่อย ๆ และการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อคือวิธีที่พอทำได้  

นี่เอง จึงเป็นที่มาของภาพของ 'หมอหนู' ออกเดินรณรงค์แจกหน้ากากอนามัยบนสถานีรถไฟฟ้าถูกเผยแพร่ตามหน้าสื่อ 

แต่กลับกลายเป็นประเด็นดรามา หลังคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัว ที่ออกปากตำหนิคนที่ไม่ไส่ - ไม่รับหน้ากากอนามัย ว่าเป็นคนทำร้ายบ้านเมือง รวมถึงต่อว่าถึงนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกที่ปัดมือ ไม่ยอมรับหน้ากากอนามัย ว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สมควรไล่ออกนอกประเทศไป

ไม่ทันข้ามวัน ก็เกิดกระแสดรามา วิจารณ์ถึงท่าทีกราดเกรี้ยวของรัฐมนตรีสาธารณสุข นักวิชาการบางคนโพสต์ข้อความติติงว่า จะไปตำหนิคนไม่ใส่หน้ากากอนามัยเป็นคนทำร้ายบ้านเมืองไม่ได้ และคนที่ไม่ป่วย ก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

แม้ดรามานี้ จะจบลงที่ รมต.อนุทิน โพสต์ความผ่านเฟซบุกส่วนตัว ขออภัยที่มีอาการ 'หลุด' ใส่ชาวต่างชาติแถบยุโรปบางคนที่ไม่ให้ความร่วมมือ และแสดงอาการรังเกียจคนไทยที่สวมหน้ากากอนามัย แต่ก็ยังตอกย้ำแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขไทย กำลังเดินหน้าทำต่อเนื่อง 

"เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่าหลายๆ ประเทศ เพราะเราตื่นตัวก่อน และทำงานจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น" เป็นประโยคยืนยันจากเจ้ากระทรวง 

ไม่นานจากนั้น ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ชาติตะวันตก ก็ต้องประกาศใช้มาตรการ 'วัคซีนทางสังคม' โดยเฉพาะมาตรการบังคับ 'สวมหน้ากากอนามัย' เพื่อป้องกันการระบาด ในช่วงที่ยังไม่มีวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่นั่นเอง

#ดรามา2 โต้ข้อกล่าวหา วัคซีนล่าช้า - แทงม้าตัวเดียว 
วิกฤติการระบาดของโควิด-19 ที่ขยายวงเร็ว และรุนแรง ทำให้กระบวนการพัฒนาวัคซีน ที่ตามลูปปกติต้องใช้เวลาวิจัย พัฒนา และทดลองใช้ อย่างน้อย 4-6 ปี แต่สถานการณ์ระบาดโควิด- 19 ทำให้กระบวนการต้องถูกเร่งรัด ข้ามบางขั้นตอน หรือนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ เพื่อให้ทันกรอบเวลาไม่เกินปีครึ่ง แน่นอนว่าผลลัพธ์ของการเร่งกระบวนการพัฒนาวัคซีน ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะตามมาด้วย 

27 พ.ย. 2563 รัฐบาลไทยลงนามสัญญาจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยจองล่วงหน้าระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับแอสตราเซเนกา โดยมี บริษัท สยามไบโอไซแอนซ์ จำกัด รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน ตั้งเป้าให้คนไทยมีวัคซีนใช้ ในต้นปี 2564 

แต่ด้วยสถานการณ์ความต้องการวัคซีนที่พุ่งสูง การบริหารจัดการวัคซีนโควิด- 19 ทั่วโลกไม่นิ่ง ทำให้แผนการจัดหาวัคซีนของไทย ต้องปรับเปลี่ยน และยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์  

ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ล็อกเป้าถล่มนายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าประเมินสถานการณ์และตัดสินใจผิดพลาด ทำให้การนำเข้าวัคซีนล่าช้า และการเลือกผูกสัญญากับแอสตราเซเนกา แทนการเลือกบริหารความเสี่ยง โดยจัดหาวัคซีนผ่านช่องทางอื่น ๆ นั้น มีนัย ไม่ต่างจากการ 'เลือกแทงม้าตัวเดียว' 

"วันนี้ต้องขออนุญาตใส่แมสก์ 2 ชั้น เพราะอีกสักพักจะมีหนูตายคลุ้งสภา" วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล โหมโรงก่อนเข้าสู่เนื้อหาอภิปรายเผ็ดร้อน

และเมื่อถึงคราวที่ 'หมอหนู' ลุกขึ้นแจงปมต่าง ๆ ในช่วงท้าย ยังวกกลับมา ระบุว่า "กลิ่นหนูตายเน่าพอ ๆ กับกลิ่นปากเหม็นไม่ต่างกัน แต่ผมเชื่อว่าผมยังทำประโยชน์ให้บ้านเมืองและประเทศได้มากกว่า เอาไว้ท่านมีโอกาสเข้ามาก่อน ค่อยมาพิสูจน์กัน"

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนั้น จบลงที่ 10 รัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก รอดทุกคน! แต่ผลลัพธ์ และน้ำหนักของคำตอบจาก 'รมต.อนุทิน' ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนั้น ถูกประทับตราด้วยคะแนนไว้วางใจสูงที่สุดคือ 275 ไม่ไว้วางใจ 201 และงดออกเสียง 6

#คลี่คลายดรามา จัดหาวัคซีนตามเป้า 
หลังผ่านวิกฤติ ความสูญเสีย และภาวะความยากลำบากจากการระบาดของโควิด- 19 ที่กินเวลายาวนานกว่า 2 ปี  สถานการณ์เริ่มกลับคืนสู่ภาวะปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยสำคัญคือ การได้รับ 'วัคซีน' ครบโดสจนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ 

บทสรุปการเปลี่ยนแปลง 'สถานีกลางฯ' หลังผ่านไป 2 สัปดาห์ รถไฟตรงเวลา - ผู้โดยสารปรับตัว - เจ้าหน้าที่คุ้นเคย

(6 ก.พ. 66) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

สรุปการเปลี่ยนแปลง สถานีกลางฯ หลังผ่านไป 2 สัปดาห์ รถไฟตรงเวลา, ผู้โดยสารปรับตัว, เจ้าหน้าที่คุ้นเคย สู่ศักราชใหม่ของระบบราง 

เมื่อวานผมได้ไปสังเกตการณ์ การพัฒนาการของสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หลังจากที่เปิดให้บริการมา 2 สัปดาห์ ผ่านดรามาต่าง ๆ และการเปลี่ยนแปลงระบบการให้บริการใหม่

เลยขอมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกันหน่อยครับ ขอแบ่งเป็นส่วน ๆ คือ...

- ผู้โดยสาร
ผมต้องชื่นชมผู้โดยสารที่ปรับตัว และทำความเข้าใจกับขั้นตอนในการใช้บริการใหม่ ซึ่งพอทุกคนเข้าใจ ทุกอย่างก็ราบรื่นยิ่งขึ้น

เริ่มตั้งแต่การเข้าแถว รอขึ้นชานชาลา ไปจนถึงการขึ้นรถ เพื่อเตรียมออกเดินทางภายใน 20 นาที

แต่ในหลาย ๆ ส่วนก็ยังต้องปรับปรุงอยู่บ้าง เช่น ป้ายสัญลักษณ์ และหน้าจอแสดงผลในระดับดิน ซึ่งทราบจากพี่ ๆ ที่อยู่ในการรถไฟว่า ตอนนี้กำลังออกแบบ และเตรียมติดตั้งอยู่

- เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย
ก็ต้องชื่นชมทีมงานทุกส่วนของการรถไฟที่ได้ปรับเปลี่ยน รวมถึงจัดเตรียมระเบียบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการในสถานีกลาง

โดยเฉพาะทีมงานที่อยู่หน้างานทั้งฝ่ายประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่สถานี และทีมบริหารจัดการเดินรถ

จนทำให้ ระยะเวลาที่เลท ในวันแรกบางขบวนถึง 3 ชั่วโมง จนล่าสุด ก็ตรงเวลามา 2 วันติดต่อกันแล้ว ซึ่งก็หวังว่าจะรักษามาตรฐานนี้กันอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top