Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

'ดร.วรัชญ์' ยกอุทาหรณ์ 'เอลซัลวาดอร์' เลือกผู้นำผิด ชู บิทคอยน์เป็นเงินทางการ จนประเทศล้มละลาย

'ดร.วรัชญ์' ยกอุทาหรณ์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เลือกผู้นำผิด ให้บิทคอยน์เป็นเงินทางการของประเทศ จากไอเดียของประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล่ วัยเพียง 41 ปี จนประเทศล้มละลาย

(31 ส.ค. 2565) ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง เลือกผู้นำผิด ประเทศชาติอาจล้มละลายได้ มีเนื้อหาดังนี้

เอลซัลวาดอร์ อาจจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ล้มละลายจากบิทคอยน์ หนึ่งปีหลังจากเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้บิทคอยน์เป็นเงินทางการของประเทศ จากไอเดียของประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล่ วัยเพียง 41 ปี ผู้หลงใหลคริปโตเคอเรนซี่อย่างหนัก

โดยกฎหมายบิทคอยน์นี้ ใช้เวลาเพียง 5 วันก็ผ่านสภาที่พรรคของบูเคเล่ครองเสียงข้างมาก โดยไม่มีประชาพิจารณ์หรือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเลย และไม่ผิดคาดที่การใช้งานนั้นเต็มไปด้วยปัญหาและการทุจริต

บูเคเล่ ที่สร้างอำนาจมาจากพ่อของเขาที่เป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐี มักเรียกตัวเองว่าเป็น CEO ของเอลซาวาดอร์ แต่ประชาชนจำนวนมากเรียกเขาว่าเป็น "เผด็จการที่หลงตัวเอง" และออกมาต่อต้านกฎหมายบิทคอยน์กันจำนวนมาก

แม้ว่าประชาชนจะต่อต้าน แต่บูเคเล่ก็ไม่ฟังเสียง ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยการทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับอภิมหาโปรเจคในการสร้าง "เมืองบิทคอยน์" (Bitcoin City) แม้ว่าประเทศจะอยู่ในสภาวะวิกฤตจากหนี้แล้วก็ตาม จึงพยายามออกพันธบัตรเพื่อระดมทุน และให้สัญชาติกับนักลงทุน แต่ก็ไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนมาได้

'ครูธัญ' ชื่นชมทัศนคติผู้บริหาร รร.สิริรัตนาธร ชี้!! การศึกษาไทยต้องโอบรับเด็กทุกกลุ่ม

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงประเด็นที่ถูกพูดถึงในสังคมออนไลน์ที่มีผู้บริหารโรงเรียนสิริรัตนาธร ส่งหนังสื่อถึงผู้ปกครองนักเรียนพร้อมระบุในหนังสือว่า

“ถ้านักเรียนในความปกครองของท่านทำคะแนนได้สูงสุด นั่นหมายถึงเป็นหนึ่ง หรือยืนหนึ่ง แต่ถ้าลูกทำไม่ได้ ได้โปรดอย่าทำลายความเชื่อมั่นและความนับถือตัวเองของลูกไป บอกลูกว่ามันดีมากแล้ว มันแค่การสอบ มันยังมีอะไรอีกมากมายในชีวิต บอกลูกท่านว่าไม่ว่าคะแนนสอบออกมาแบบไหน คุณก็รักเขาและจะไม่ตัดสินเขา” 

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมวิสัยทัศน์ของผู้บริหารของโรงเรียนที่มองเห็นนักเรียนทุกคนไม่ว่าเขาจะเป็นเด็กที่คะแนนดีหรือไม่ ซึ่งการศึกษาไทยควรมีค่านิยมแบบนี้ โรงเรียนควรเป็นสังคมให้พวกเขาได้เติบโตและใช้ชีวิต ยอมรับและสามารถเปิดเผยตัวตนของตนเองได้

มาเลเซีย ส่อเกิดวิกฤตการศึกษา หลังเด็กจบมัธยม 72% ไม่สนใจเรียนต่อ

สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งมาเลเซีย (ASM) ได้ทำการสำรวจความเห็นของนักเรียนมาเลเซีย ถึงเป้าหมายในการเรียนหลังจบ ระดับมัธยมศึกษา พบว่ามีนักเรียนมาเลเซียกว่า 390,000 จากจำนวน 560,000 หรือราว ๆ 72.1% ตอบว่าไม่สนใจที่จะเรียนต่อแล้ว แต่ต้องการเริ่มอาชีพอิสระ เช่นการทำคอนเทนท์ Online หรือ เป็น YouTuber มากกว่า จึงมีนักเรียนเพียง 170,000 คน ที่ยืนยันว่าจะเรียนต่อในชั้นเรียนระดับสูงอย่างแน่นอนเท่านั้น 

3 สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กนักเรียนมาเลเซีย ช่วงอายุระหว่าง 17-18 ปี สนใจเรียนต่อในระดับสูงน้อยลงมาก คือ 

1. การขยายตัวของ Gig Economy หรือระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากงานแบบครั้งคราว ที่มักเรียกว่ากลุ่มงานฟรีแลนซ์ งานรับจ้างเป็นชิ้น ๆ ที่ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว ที่ตรงกับค่านิยมของหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่รักอิสระ เน้นทำงานเฉพาะทางที่อยากทำจริง ๆ 

2. จึงตามมาด้วยเหตุผลที่ 2 คืออิทธิพลของสื่อโซเชียลที่กำลังมาแรง และมีโอกาสสร้างรายได้มหาศาล กลายเป็นแรงจูงใจให้เด็กรุ่นใหม่เลือกเดินสายอาชีพ Influencer, Youtuber, Streamer หรือการขายของทางออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถทำได้ทันที ไม่จำกัดวัย และวุฒิการศึกษา 

3. ความเชื่อว่า วุฒิการศึกษาระดับสูงในปัจจุบันไม่สามารถการันตีรายได้ในอนาคต อีกทั้งการเรียนต่อในระดับวิชาชีพขั้นสูง หรือ ในมหาวิทยาลัยก็มีค่าใช้จ่ายสูง ที่บางหลักสูตรไม่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดแรงงานของยุคนี้อีกแล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงการศึกษาของมาเลเซียยังเปิดเผยว่า ยังมีเด็กมาเลเซียอีกถึง 5.8% ที่ไม่เคยเข้าระบบการศึกษาภาคบังคับ หรือมีโอกาสเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน

The Star สื่อยักษ์ใหญ่ของมาเลเซียชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนมาเลเซียจำนวนมากเลิกเรียนกลางคัน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่จบระดับมัธยมด้วยซ้ำ มาจากปัญหาความยากจน ระบบการศึกษาที่เน้นผลสัมฤทธิ์จากการสอบมากเกินไป และ นักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับสูงอีกต่อไปแล้วนั่นเอง 

ดาโต๊ะ เสรี แอดฮาม บาบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี และนวัตกรรม แสดงความเป็นห่วงที่เห็นตัวเลขนักเรียนมาเลเซียจำนวนมาก ไม่สนใจจะเรียนต่อในระดับการศึกษาขั้นสูงหลังสอบจบ Sijil Pelajaran หรือวุฒิมัธยมศึกษาระดับพื้นฐานของมาเลเซีย ซึ่งหากตัวเลขที่ได้จากผลสำรวจนี้สะท้อนความเห็นของนักเรียนมัธยมส่วนใหญ่ของมาเลเซียจริง ๆ อาจไม่เป็นผลดีกับการพัฒนาประเทศในระยะยาว

'นักร้องดัง' แปลกใจ นักข่าวสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แต่พูดจาไม่มีหางเสียง แบบที่ควรประพฤติปฏิบัติ

(31 ส.ค. 65) 'บิลลี่​ โอแกน'​ นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง ชาวไทยชื่อดัง​ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก​ ว่า... 

ดูข่าวในทีวี นักข่าวสัมภาษณ์ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองท่านหนึ่ง แปลกใจว่า นักข่าวทำไมพูดสัมภาษณ์แต่พูดจากับท่านแบบไม่มีหางเสียง ไม่มีคำลงท้าย  ประโยค แบบที่สมควรจะพูดกับผู้ใหญ่

ไม่มีเลย!!

เราไม่ควรเห็นท่านเป็นเพื่อนเล่น ที่จะพูดจาแบบขาดมารยาท ถึงแม้ท่านจะเมตตาไม่ถือสา

ตร.เตือน หลอกขายของออนไลน์ ภัยออนไลน์อันดับ 1 ของคนไทย เพียงเดือนกว่า ความเสียหายรวมเกือบ 120 ล้านบาท

วันที่ 31 ส.ค. 2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.com พบว่า ประเภทคดีที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนมากที่สุดคือ หลอกขายของออนไลน์ โดยสถิติตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2565 มีจำนวนการรับแจ้งถึง 9,841 เรื่อง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 118,874,403.38 บาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อของออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การซื้อของผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพราะผู้ไม่หวังดีมักจะสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้ข้อมูลปลอม หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เพื่อใช้หลอกขายสินค้าโดยเฉพาะ ดังนั้นก่อนที่พี่น้องประชาชนจะเลือกซื่อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ขอให้ใช้ความระมัดระวังก่อนที่จะโอนเงินค่าสินค้าให้กับผู้ขาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองตกเป็นเหยื่อของการหลอกขายของออนไลน์ ดังนี้
1. เลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางหรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
2.  ระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาถูกเกินจริง หรือสินค้าหายากในท้องตลาด (Limited Edition)
3.  อ่านรีวิวจากผู้อื่นที่ซื้อสินค้าเดียวกัน ว่าเป็นอย่างไร น่าเชื่อถือหรือไม่
4.  ค้นหาข้อมูลของผู้ขายและบัญชีธนาคารรับโอนเงิน ในเว็บไซต์ Search Engine เช่น google หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบข้อมูล ว่าผู้ขายหรือบัญชีที่รับโอนเงินเคยมีประวัติฉ้อโกง หรือไม่ส่งสินค้าหรือไม่
 

'วัชระ' เตรียมส่งภาพป้ายบริจาคบูรณะศาลาวัดใน จ.ราชบุรี ที่มีชื่อสว.กับ 'เธอคนนั้น' เป็นหลักฐานให้พรเพชรใช้เป็นเบาะแสสอบเรื่องสว.ฉาวซุกเมียน้อย หากยังเฉยเตรียมถวายฎีกาเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

(31 ส.ค 65) นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้ไปร่วมงานศพของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ศาลาดำรงค์สกุล วัดบางลี่เจริญธรรม ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี ปรากฎว่าได้พบป้ายสีเหลืองทอง มีการระบุชื่อผู้บริจาคว่า คุณธานี อ่อนละเอียด  บรรทัดต่อมาคือชื่อคุณกรกศิร์ บัวแย้ม พร้อมจำนวนเงิน 120,000บาท ซึ่งทั้ง 2 คนนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร จะเกี่ยวโยงกับกรณีข่าวอื้อฉาวสว.ซุกเมียน้อยหรือไม่ ก็จะต้องให้ทางวุฒิสภาเป็นผู้สอบสวน ขณะนี้ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเตรียมนำเสนอต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ใช้เป็นข้อมูลเบาะแสว่า มีความเกี่ยวโยงกับกรณีที่ตกเป็นข่าวอยู่หรือไม่ 

นายวัชระ กล่าวว่า หากมีผู้ใดพบหลักฐานหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำให้เรื่องนี้เป็นที่กระจ่างต่อสาธารณชนก็สามารถส่งมาที่ตนได้ เพื่อจะได้รวบรวมนำเสนอต่อประธานวุฒิสภาให้ดำเนินการต่อไป แต่หากวุฒิสภายังเพิกเฉย ไม่ยอมดำเนินการใดๆก็ต้องถามว่า เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ยังทำให้ประชาชนไม่ได้ แล้วเรื่องใหญ่ ๆ ของชาติ ประชาชนจะพึ่งพาวุฒิสภาได้หรือไม่ ขณะเดียวกันตนก็กำลังเตรียมร่างเพื่อถวายฎีกาต่อประธานองคมนตรีด้วย เพราะเรื่องนี้ได้สร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง สร้างความเสื่อมเสียต่อองค์กรต่าง ๆ เกี่ยวพันกับจริยธรรม การฝากฝังบุคคลของตนเองเข้ารับราชการตำรวจ-ทหาร การทำร้ายทารุณกรรม การค้ามนุษย์ รวมถึงเรื่องการขอเครื่องราชย์อิสริยาภรณ์ เป็นต้น ซึ่งจะยอมให้เรื่องเงียบหายไปเฉย ๆไม่ได้อย่างเด็ดขาด

'อนุทิน' บอก ทักษิณด่า ถือว่าผู้ใหญ่สั่งสอน ชี้!! โลกนี้คือละคร ผลเลือกตั้งคือคำตอบ

เมื่อวันที่ (31 ส.ค. 65) เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงนายอนุทิน ในคลับเฮาส์ว่าเป็นคนไว้ใจไม่ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านชมต่างหาก รุ่นใหญ่อย่างนี้เอ่ยชื่อตนดีใจตายเลย และตนพูดมาตลอดว่าได้เป็นรัฐมนตรีก็เพราะท่าน ฉะนั้นไม่ต้องมาถาม 

“ผู้ใหญ่ว่า ผู้ใหญ่ติ ผู้ใหญ่พูดถึง ก็ถือเป็นคำสั่งสอน เราต้องมาดูตัวเราเองว่าเป็นไปตามที่เขาพูดหรือไม่ และมาดัดแปลงวิถีชีวิตให้ดีขึ้น ผมคิดถึงวันดี ๆ เสมอ คิดถึงความเมตตา ความเอ็นดูที่ท่านให้ไว้กับผม ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีการเมืองอย่างนี้ เขาก็คงเป็นลุงผมเหมือนเดิม ทุกอย่างโลกนี้คือละคร และผลของการเลือกตั้งจะเป็นคำตอบทุกอย่าง ดังนั้นต้องรอผลการเลือกตั้ง” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์กันว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเหลือพรรคการเมืองอยู่ 5 พรรค ที่จะสามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนสนใจอย่างเดียวขอให้พรรคภูมิใจไทยเหลืออยู่ และเป็นหนึ่งในเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ส่วนกรณีหากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องนายกฯ 8 ปี และหานายกฯ คนในบัญชีไม่ได้ จนต้องหานายกฯ นอกบัญชีนั้น ตนขอเอาไว้ให้ถึงจุดนั้นก่อน ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่เราสามารถทราบได้ว่า ผลคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็ทำหน้าที่ของเราที่มีอยู่ 

‘ภูมิใจไทย’ ชูนโยบาย ไม่คิดดอกเบี้ย กยศ. ลั่น เด็กไทยต้องมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา

เมื่อวันที่ (31 ส.ค. 65) เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยส.ส.พรรค ภท. ร่วมแถลงถึงจุดยืนต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … ในวันนี้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมายประกบไปพร้อมกับร่างของรัฐบาลด้วย โดยที่ประชุม พรรค ภท. ที่มีมติไม่ให้เก็บดอกเบี้ยหนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญของพรรค ภท. ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 เรามีความเชื่อว่ารัฐบาลควรมีหน้าที่สนับสนุนการศึกษาให้กับประชาชนโดยเฉพาะเยาวชน กยศ. เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างมากที่จะสนับสนุนให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ตามความต้องการของผู้ใฝ่เรียน และเป็นการเพิ่มโอกาสให้ทุกคนที่มีปัญหาเรื่องทุนได้เข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ เมื่อไม่คิดดอกเบี้ย ผู้กู้ยืม จะกลายเป็นเพียงแค่ผู้ยืม ไม่ใช่ผู้กู้ยืมอีกต่อไป 

นายอนุทิน กล่าวว่า โดยในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.)ฯ สมาชิกเสียงข้างมากยังเสนอให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% แต่นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ได้ขอแปรญัตติเอาไว้ในชั้น กมธ.ฯ คือเสนอ ไม่คิดดอกเบี้ย กยศ. เพราะพรรคภูมิใจไทย แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ว่าไม่ควรเก็บดอกเบี้ย และให้ใช้คืนแค่เงินต้น เพราะอย่างไรเสียรัฐก็ได้ประโยชน์ หากเยาวชนได้ศึกษาเล่าเรียน ก็สามารถสร้างเสริมรายได้ในอนาคตได้ เมื่อมีรายได้ก็จะชำระและเสียภาษี และไม่มีใครได้รับเงินเดือนเท่าเดิมตั้งแต่เริ่มทำงาน เราต้องมั่นใจว่าเยาวชนของชาติมีความเก่ง มีความเข้มแข็ง และมีหัวคิดก้าวหน้าต่อยอดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้มากขึ้น ยิ่งรายได้มากเท่าไหร่ก็จะเสียภาษีให้รัฐมากขึ้น

‘พิจารณ์ ก้าวไกล’ ชวนเที่ยวงานโรดโชว์อาวุธ แนะ กองทัพจัดซื้ออาวุธภายในปท. ช่วยหนุนผู้ผลิตไทย

‘พิจารณ์ ก้าวไกล’ ชวนเที่ยวงานโรดโชว์อาวุธ แนะกองทัพ จัดซื้ออาวุธจากผู้ผลิตไทย สร้างโอกาสพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธภายในประเทศ 

คนมักคุ้นชินกับบทบาทของพิจารณ์ในการติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกองทัพ เพื่อให้การใช้งบเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และนำไปสู่การพัฒนากองทัพที่เข้มแข็ง ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ภายใต้คงามเชื่อว่า “กองทัพที่เข้มแข็งต้องลงทุนในยุทโธปกรณ์ที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยุทโธปกรณ์ของไทย สร้างงาน สร้างรายได้ให้ประเทศ”

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการจัดนิทรรศการ “Defense and Security 2022” จัดที่ IMPACT CHALLENGER เมืองทองธานี พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ - Phicharn Chaowapatanawong หรือ "พี่จ้อน" ของเราจึงไม่รอช้าไปเข้าชมบรรยากาศในนิทรรศการนี้ว่าเทคโนโลยีอาวุธและการป้องกันประเทศก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วบ้าง

บรรยากาศภายในงานมีการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงเทคโนโลยีด้านความมั่งคงของทั้งไทยและต่างประเทศ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าในปัจจุบัน และอนาคต กองทัพไทยจะมีแผนในการจัดซื้ออุปกรณ์ชนิดใดบ้าง รวมถึงทิศทางในการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่ในต่างประเทศมาใช้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันประเทศ

การใช้จ่ายของกองทัพ ยังเต็มไปด้วยข้อสงสัย

ภายในงาน พิจารณ์ได้มีโอกาสพูดคุยกับ บริษัท Lockheed Martin (บริษัทค้าอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ที่กองทัพไทยมีแผนจัดซื้อ F-35 (5th Generation Fighter) ไปแล้ว 2 ลำในงบฯ ปี 66 มูลค่ารวมทั้งโครงการกว่า 7,300 ล้านบาท โดยอาจต้องรอถึง 7 ปี กว่าจะได้ส่งมอบ

ในขณะที่ ปัจจุบัน Lockheed Martin ยังมีการผลิต F-16 (4th Generation Fighter รุ่นก่อน F-35 และราคาถูกกว่า) และในหลายประเทศก็ยังมีการจัดซื้ออยู่ แต่เรากลับไม่เห็นว่ากองทัพมีการเปรียบเทียบความคุ้มค่าทางงบประมาณ ระหว่าง F-16 กับ F-35 เราไม่เคยได้รับเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกซื้อ F-35 เท่านั้น ในด้านราคา F-35 แพงกว่า F-16 เกือบ 1,000 ล้านบาทต่อลำ ยังไม่รวมถึงค่าบำรุงรักษา ที่ F-35 สูงกว่ามาก

บางท่านอาจจะบอกว่า ซื้อใหม่ทั้งที ทำไมไม่เลือกซื้อ F-35 ที่มีขีดความสามารถในการรบสูงกว่าไปเลยล่ะ ก็ต้องเรียนว่า การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ความจำเป็น และภาระทางงบประมาณ ถามว่าเวลาซื้อรถยนต์ จำเป็นต้องซื้อรถที่มีสมรรถนะสูง หรูหราหมาเห่าอย่าง Ferrari หรือเปล่า ก็ไม่ใช่

สิ่งที่กองทัพอากาศควรทำ คือการเปรียบเทียบทางเลือกอื่นๆ จากเครื่องบินขับไล่ 4th Gen ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Gripen, F/A-18, KF-50 และอื่น ๆ รวมทั้งเจรจาจัดซื้อด้วยนโยบายชดเชย หรือ offset policy เพราะจากการพูดคุยกับ Lockheed Martin ทำให้รู้ว่า ทางบริษัท ก็มีการทำ offset policy หรือ นโยบายจัดซื้อแบบชดเชย ซึ่งเราอาจเจรจาเพื่อขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีอื่นๆที่ไม่ใช่ F-35 ก็ได้ (เพราะเค้าคงไม่ให้เทคโนโลยี F-35) เช่น เทคโนโลยีในการอัพเกรด เครื่องบิน C-130H ที่ไทยใช้ประจำการอยู่ เป็นต้น

จากที่เล่ามาจึงเป็นเหตุให้อนุมานได้ว่า กองทัพอากาศตั้งธงมาก่อนแล้วว่าจะต้องการจัดซื้อเครื่องบิน F-35 เท่านั้น โดยไม่มีความสมเหตุสมผลในการพิจารณาการลงทุนใช้จ่ายงบประมาณ

การสนับสนุนของกองทัพในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธภายในประเทศ สร้างงาน เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีบูธของบริษัทที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ก.กลาโหม กับบริษัทเอกชนในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธภายในประเทศ ได้แก่

บริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด ผู้ผลิตและขายยานเกราะล้อยางไปต่างประเทศ
บริษัทผลิตปืน Weapons Manufacture Industries (WMI) โดย สทป.ร่วมทุนกับ บริษัท สหพิพัฒนกิจ จำกัด และ บริษัท เอ็มตั้น คาร์เมียล จำกัด จากประเทศอิสราเอล

รอง ผบ.ตร. สั่งกำชับตำรวจจราจร เร่งกวดขันรถนักเรียน ย้ำต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย

วันนี้ (31 ส.ค. 65) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศบจร.ตร.) เปิดเผยว่า จากกรณี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี ลืม ด.ญ.เขมนิจ ทองอยู่ หรือน้องจีฮุน อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2/2 ไว้ในรถตู้โรงเรียน จนเป็นเหตุให้น้องเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ส.ค.65 เวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมานั้น  

เรื่องนี้ได้สั่งการไปยัง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ ผกก.สภ.พานทอง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพราะเป็นคดีที่กระทบต่อความรู้สึกของผู้ปกครองทั่วประเทศ โดยเฉพาะพ่อแม่และญาติของผู้เสียชีวิต หากพบว่าเป็นการประมาทเลินเล่อของครู ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในข้อเท็จจริงพบว่า ในวันดังกล่าวช่วงเช้ารถโรงเรียนได้ไปรับนักเรียนตามปกติ ซึ่งจะมีเด็กประถม 5 คน และชั้นอนุบาล อีก 2 คนรวมเป็น 7 คน มีครู 1 คนทำหน้าที่เป็นพลขับ และมีครูดูแลเด็กอีก 1 คน ในส่วนของน้องจีฮุน นั่งอยู่เบาะแถว 3 ส่วนครูที่ดูแลนั่งอยู่แถวหลังสุด เมื่อรถตู้มาถึงโรงเรียน คุณครูที่ดูแลเด็กให้การว่าเดินลงจากรถก่อน จากนั้นได้ชะโงกเข้าไปดูเด็ก ไม่เห็นว่ามีใคร จึงได้ตะโกนบอกครูที่เป็นพลขับ เพื่อให้เลื่อนรถไปจอดในโรงรถ ต่อมาเวลา 16.30 น. หลังจากที่มานำรถเพื่อไปรับนักเรียนตามปกติ จึงได้พบว่า น้องจีนฮัน ได้เสียชีวิตแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top