Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

'ตำรวจ PCT' ออกหมายจับอีก 3 ราย เครือข่าย Eddy เจ้าของเว็บ 888Point บิ๊กข้าราชการ ศอบต. หนึ่งในผู้ต้องหาย่องเข้ามอบตัว

วันนี้ (31 ส.ค. 65) เวลา 12.00 น. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ที่ 4  เปิดเผยว่า จากกรณีจับกุมเว็บพนันออนไลน์ 888Point เมื่อวันที่ 13 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเครือข่ายของนาย Eddy สามารถจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ยึดเงินสดกว่า 35 ล้านบาท และทรัพย์สินอีกกว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท ส่ง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ

จากการสอบสวนขยายผลทำให้ทราบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับบุคคลต่างๆ อีก จำนวนหนึ่ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับให้จับกุมบุคคลต่าง ๆ อีก 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” ซึ่งปรากฏว่าในกลุ่มดังกล่าวปรากฏว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง ที่เราได้ออกหมายจับ และเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วเมื่อค่ำวานนี้ ได้ประกันตัวหรือปล่อยตัวไป ด้วยวงเงินประกันสองแสนบาทถ้วน 

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวปพนัน 888Point เป็นเว็บการพนันที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ที่มีคนไทยเข้าเล่น โดยพบว่าเจ้าของเว็บหรือ Eddy ได้เปิดโรงแรมและคาสิโนอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาได้ลักลอบแอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ให้บริการกับผีพนันในประเทศ แล้วนำเงินที่ได้ดังกล่าวมาฟอกเงินผ่านทางธุรกิจโรงแรมและการรับเหมาก่อสร้างจำนวนหลายราย มีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวพันจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการบุกทลายเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อ 13 ส.ค.65 นั้น ปรากฏว่าพบหลักฐานจากหนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนสนิทของ น.ส.กัลยวีร์ สงวนนามสกุล ซึ่งเป็นภริยาของ Eddy และเป็นผู้ควบคุมเครือข่ายเวปพนันดังกล่าว ดูแลธุรกิจในประเทศไทย ตลอดจนเป็นกรรมการบริษัทหลายบริษัทฯ ในเครือ 

พล.ต.ต.ไตรงรงค์ กล่าวอีกว่า ในส่วน น.ส.กัลยวีร์ฯ ปรากฏข้อมูลการสั่งการให้ทำธุรกรรมทางการเงิน และนำเงินมาส่งมอบให้กับตน และภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมกลุ่มเครือข่ายปรากฏว่าเช้ารุ่งของวันที่ 14 ส.ค.65 ผู้ต้องหากับพวกรวมสองรายได้ไหวตัวบินหลบหนีออกไปนอกประเทศทันที ทั้งนี้ นอกจากออกหมายจับข้างต้นแล้วเจ้าหน้าที่ยังได้อายัดบัญชีผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 11 บัญชี ยอดเงินกว่า 25 ล้านบาท รวมตลอดปฏิบัติการยึดเงินสดและทรัพย์สินแล้วกว่า 70 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม รวมถึงดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อหาบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีคืบหน้า บิ๊กข้าราชการแดนใต้เข้ามอบตัวกรณีพัวพันเวปออนไลน์ และถูกศาลออกหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ และฟอกเงิน 

วันนี้ 31 ส.ค. 65 เวลา 12.00 น. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจาก พ.ต.อ.ฤทธิชัย ช่างคำ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.7 ปฏิบัติหน้าที่ ศป.อส.ตร ฝ่ายสอบสวน (PCTชุด4) เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวทราบว่าสืบเนื่องจากกรณี การจับกุมเวปพนันออนไลน์ 888Point เมื่อวันที่ 13 ส.ค.65 ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย และยึดเงินสดกว่า 35 ล้านบาท และมีการยึดทรัพย์สินตรวจสอบอีก กว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

จากการสอบสวนขยายผลทำให้ทราบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับบุคคลต่างๆ อีก จำนวนหนึ่ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับให้จับกุมบุคคลต่าง ๆ อีก 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” ซึ่งปรากฏว่าในกลุ่มดังกล่าวปรากฏว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง ที่เราได้ออกหมายจับ และเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วเมื่อค่ำวานนี้ ได้ประกันตัวหรือปล่อยตัวไป ด้วยวงเงินประกันสองแสนบาทถ้วน

‘เสี่ยหนู’ แจงพบ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก’ นัดหมายล่วงหน้า ชี้!! ไม่มีคุยการเมือง แค่ส่องพระ ไม่กลัวถูกโยงเลือกข้าง

อนุทิน​ แจง​ ภาพดอดพบ​ พลเอกประยุทธ์​-พลเอกอนุ​พงษ์​ ที่กระทรวงกลาโหมนัดหมายล่วงหน้า​ นำแพทย์ผิวหนังรีเช็กอาการสะเก็ดแผลภูมิแพ้หลังมือ​ พร้อมทานมื้อเที่ยงกะเพราไก่ไข่ดาว ไม่มีคุยการเมือง แค่ส่องพระ ​ไม่กลัวถูกโยงเลือกข้าง​ เข้าป่ารอยต่อหลายครั้ง​แล้ว

นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล​ รอง​นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ กล่าวถึงการพบพล.อ ประยุทธ์ ​จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ และพลเอกอนุพงษ์​ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ ที่กระทรวงกลาโหม​ ว่า​ เป็นการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อนำแพทย์จากสถาบันโรคผิวหนัง ติดตามอาการ หลังจากที่ พล.อ ประยุทธ์ เข้ารับการรักษา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่บริเวณหลังมือ เป็นสะเก็ดแผลจากอาการภูมิแพ้​ผิวหนังเก่า​ และคัน​ ซึ่งอาการหายแล้ว เพียงแต่ต้องใช้ยาทาหลังจากนี้​ โดยไม่ได้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์บ้านเมืองแต่อย่างใด ซึ่งตนได้เดินทางไปช่วงเวลาใกล้เที่ยง พล.อ ประยุทธ์ จึงชวนรับประทานอาหารด้วยกันเป็นข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว

โดยพลเอกประยุทธ์​ ได้บอกว่าเมื่อวานการประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านก็อยู่ร่วม ตอนที่ตนพูดเรื่องอสม. ซึ่งท่านก็ชมว่าดี​ ชี้แจงดี​ พร้อมฝากให้ช่วยประคับประคอง ดูแลร้ฐบาล ช่วยพลเอกประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี ทำงานในช่วงที่ พลเอกประยุทธ์ ยังปฏิบัติงานไม่ได้

เมื่อถามว่าในวงสนทนา พลเอกอนุพงษ์ ได้พูดคุยอะไรหรือไม่​ นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนใหญ่ ตนเป็นคนชวนคุยคนเดียว ตนก็ขี้คุยของตนไปเรื่อย

เมื่อถามถึงสุขภาพจิตใจของพลเอกประยุทธ์ เป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ดี​ ไม่มีอะไร ท่านก็ทำงานตามหน้าที่ของท่าน ซึ่งใช้เวลาร่วมกันในการรับประทานอาหารไม่นาน 30 -​ 40 นาที 

นายอนุทิน​ ยังกล่าวด้วยว่า การเข้าไปพบ พลเอกประยุทธ์ ในครั้งนี้ไม่ได้มีการนัดหมายกับพลเอกอนุพงษ์​ ล่วงหน้าแต่อย่างใด ตนก็ไปตามการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อนำแพทย์ที่เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจเช็กอาการ

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเข้าไปพบพลเอกประยุทธ์​ และพลเอกอนุพงษ์ จะทำให้ถูกโยงเลือกข้างทางการเมืองหรือไม่​ นายอนุทินกล่าวว่า​ โอ๊ย​ จะไปผูกอะไร​ ก็เหมือนขณะนี้ถ้าใครมาหาตนตอนใกล้เที่ยง ก็ชวนทานข้าว เท่านั้นเอง

'เพื่อไทย' แนะ 'ประวิตร' เร่งแก้หนี้นอกระบบ ชี้!! หากชักช้าจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชน

นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม ในฐานะรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า จากกรณีที่กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจครึ่งแรกของปี 2565 พบผู้ประกอบการปิดกิจการสูงถึง 7,500 บริษัท ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ที่ชี้ชัดว่าเศรษฐกิจประเทศไทยยังไม่พ้นปากเหว นับแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ภายหลังเกิดปัญหาการระบาดของโควิด รัฐบาลประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และออกมาตรการที่ไม่จริงใจส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการรายย่อยหลายแสนรายปิดตัวลง

ผลที่ออกมาอยากให้รัฐบาลย้อนไปดูตัวเองว่า บริหารประเทศอย่างไร เงินกู้จำนวน 1.5 ล้านล้าน ที่รัฐบาลบอกว่าจะนำมาช่วยผู้ประกอบการ ก็ไม่เป็นความเป็นจริงไม่มีผู้ประกอบการหลายหมื่นบริษัท เข้าไม่ถึงเงินกู้ที่รัฐบาลจัดไว้ ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลายแห่งต้องประสบปัญหาด้านเงินทุน จนไปต่อไม่ได้

'สุรนันทน์' พบปะพ่อค้าแม่ค้าตลาดวังหลัง เน้นนโยบายพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กับทุกคน

วันนี้ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และหัวหน้าทีมกรุงเทพ พร้อมด้วยนายพัลลภ ปิยะตระกูล ผู้ประสานงานพื้นทีเขตบางกอกน้อย ได้ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง เพื่อสำรวจภาวะเศรษฐกิจและนับฟังปัญหาของพ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการต่างๆ

จำนวนนักท่องเทียวที่ยังไม่กระเตื้อง และภาวะเศรษฐกิจที่ฟืดเคือง ยังมีผลกระทบที่รุนแรงต่อการค้าขาย และปัญหาปากท้องของประชาชน

ส่อง!! ข้อเสนอ กยศ. ฉบับพรรคก้าวไกล ไม่ต้องมีผู้ค้ำ นำเกณฑ์พิสูจน์ความจนออก

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึง การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ทำให้ประเด็นเรื่องสวัสดิการการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย (ซึ่งกว้างกว่าแค่ประเด็นในร่าง พ.ร.บ. กยศ.) กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง

การศึกษาเป็นสวัสดิการที่สำคัญสำหรับอนาคตของประชาชนและเป็นการลงทุนที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แม้หลายประเทศจะมีข้อถกเถียงและข้อสรุปที่แตกต่างกันถึงระดับชั้นที่รัฐควรอุดหนุนให้ประชาชนได้เรียนฟรี ณ ปัจจุบัน แต่คงไม่มีใครปฏิเสธ ว่าหากสามารถจัดสรรงบประมาณได้เพียงพอ การอุดหนุนให้ประชาชนมีสิทธิเรียนฟรีถึงระดับมหาวิทยาลัย เป็นนโยบายที่จะสร้างโอกาสให้กับผู้คนจำนวนมาก และเป็นนโยบายที่บางประเทศทำให้เกิดขึ้นจริงได้

การเรียนมหาวิทยาลัยฟรี จึงเป็นเป้าหมายที่พรรคก้าวไกลต้องการมุ่งไป โดยหากรัฐไทยยังไม่สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อเรียนอุดมศึกษาฟรีได้ในทันที เรามีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ดังที่วาระร่างพระราชบัญญัติ กยศ. เข้าสู่สภาในวันนี้ครับ เพื่อรับประกันสิทธิทางการศึกษาของผู้เรียนในช่วงเปลี่ยนผ่าน

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถูกก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานของการขยายโอกาสในการเข้าถึงทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านการให้ผู้เรียนกู้ยืมจากกองทุนในส่วนของค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ 3,000 บาทต่อเดือน (เฉลี่ยประมาณ ~400,000 บาทต่อคน สำหรับการเรียน ป.ตรี 4 ปี) เพื่อจ่ายคืนตามจำนวนที่ยืมมา

แต่ที่ผ่านมา เงื่อนไขและการบริหารจัดการในหลายส่วน กลับทำให้เกิดปัญหาทั้งในการจำกัดโอกาสสำหรับผู้ที่อยากเรียนบางกลุ่ม การเพิ่มภาระให้กับผู้เรียนที่กู้เงินไปแล้ว และการบริหารจัดการกองทุนให้มีสภาวะทางการเงินที่เสี่ยงจะไม่ยั่งยืนสำหรับการปล่อยกู้ให้ผู้เรียนในอนาคต

หากเรายังต้องการคงไว้ถึงกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาในช่วงที่ยังไม่มีการอุดหนุนการเรียนมหาวิทยาลัยฟรี พรรคก้าวไกลจึงได้เสนอ 5 ข้อเสนอ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาวาระ 2 (รายมาตรา) เพื่อปรับปรุงให้ กยศ. มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระต่อผู้เรียน และรักษาความยั่งยืนของกองทุน

โดยพรรคก้าวไกลมีข้อเสนอ5ข้อ คือ...

1. ทุกคนเข้าถึงสวัสดิการ กยศ. ได้อย่างถ้วนหน้า (มาตรา 4): ยกเลิกเรื่องเกณฑ์พิสูจน์ความจนในการกู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตกหล่น และเพื่อยืนยันหลักคิดว่าสวัสดิการกู้ยืมเพื่อการศึกษา ควรเป็นสวัสดิการที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะยากดีมีจน

2. ขยายเงื่อนไขการให้ทุนเรียนฟรี สำหรับผู้เรียนบางกลุ่ม (มาตรา 5) : เพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทุน ในการพิจารณาให้ทุนการศึกษาแบบให้เปล่าสำหรับผู้เรียนบางกลุ่ม ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกไปสู่การเรียน ปวส. ฟรี หรือ ป.ตรี ฟรี สำหรับบางกลุ่ม

‘บิ๊กป้อม’ เคาะแผนพัฒนากีฬาชาติปี 66-69 กำชับกองทุนกีฬา มุ่งพัฒนานักกีฬาทุกระดับ

พล.อ.ประวิตร ให้ความสำคัญ "นักกีฬาเยาวชน-คนพิการ" ประชุม กองทุนกีฬาฯ  อนุมัติแผนสนับสนุนฯปี 66-69 มุ่งเสริมศักยภาพนักกีฬาทุกสมาคม  เน้นช่วยเหลือ สวัสดิการ/ทุนการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจ นักกีฬา/จนท. 

เมื่อ (31 ส.ค. 65) 11.00 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์

ที่ประชุมได้รับทราบ รายงานผลการให้การสนับสนุนของกองทุนประจำปี 65 และการเบิกจ่ายเงินกองทุน ณ 31 ก.ค. 65  ซึ่งเป็นไปตามแผนงาน และวัตถุประสงค์ของกองทุนกีฬา เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาของทุกสมาคมกีฬา สู่ความเป็นเลิศและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านกีฬา สู่สากลทั้งส่วนกลาง และระดับจังหวัด ทั่วประเทศ

‘สุริยะ’ เผย 5 อุตสาหกรรม รับอานิสงส์เปิดปท. ดันดัชนีผลผลิตอุตฯ ก.ค. ขยายตัว 6.37%

อก. เผย MPI เดือนกรกฎาคม 2565 ขยายตัวร้อยละ 6.37 อานิสงส์จากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ด้านส่งออกสินค้าอุตฯ ขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 20

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรการเปิดประเทศ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่าเป้าและช่วยหนุนการบริโภคในประเทศปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง มีคำสั่งซื้อและมีการเพิ่มการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2565 อยู่ที่ 95.71 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับภาพรวม MPI ใน 7 เดือนแรกของปี 2565 ขยายตัว ร้อยละ 1.23 และอัตราการใช้กำลัง การผลิต 7 เดือนแรก อยู่ที่ระดับ 63.42 ทั้งนี้ คาดว่า MPI ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่ขยายตัวท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงทางอาหารของโลก

นางศิริเพ็ญ เกียรติเฟื่องฟู รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2565 ปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 6.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีก่อน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 61.01 จากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมหลักกลับมาขยายตัว ได้แก่ ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีตและปูนซีเมนต์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำมันปิโตรเลียมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวช่วยฟื้นการบริโภคภายในประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจากเดิม 6 ล้านคน เป็น 8 ล้านคน ในปีนี้ รวมถึงการอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อภาคการส่งออกทำให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ และอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศที่การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ) เดือนกรกฎาคม ขยายตัวร้อยละ 0.50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ติดต่อกัน 

นอกจากนี้ ภาพรวมสถานการณ์เงินเฟ้อที่ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม แต่มีทิศทางชะลอตัวลง สะท้อนได้จากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าหมวดสินค้าอุตสาหกรรมเดือนกรกฎาคมขยายตัวที่ร้อยละ 10.5 ชะลอตัวลงจากเดือนมิถุนายนขยายตัวที่ร้อยละ 12.9

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยเริ่มส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดย สศอ. ใช้เครื่องมือระบบเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย (The Early Warning System Industry Economics : EWS-IE) สศอ. จึงคาดการณ์จากดัชนีชี้นำสถานการณ์การผลิตโลก (PMI) ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยใน 1-2 เดือนข้างหน้า ปัจจัยภายในประเทศยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อุปสงค์ในประเทศทยอยฟื้นตัว ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวและปลดล็อกมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ประเทศคู่ค้าอยู่ในภาวะไม่ปกติ ส่งผลให้คำสั่งซื้อชะลอตัวลง ทั้งนี้ ต้องจับตาดูสถานการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้อ ส่งผลต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ สภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย รวมถึงปัญหาข้อพิพาททางการเมืองระหว่างประเทศ

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ดัชนีผลผลิตส่งผลบวกในเดือนกรกฎาคม 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่

เปิด 18 ผลงาน 'ภาคใต้' ช่วง 8 ปี 'รัฐบาลลุงตู่'

นับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศทั้งการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปคุณภาพชีวิตในชุมชน นอกจากนี้ยังแก้ไขปัญหาสะสมเรื่องความไม่สงบในประเทศ ออกมาตราการทางเศรษฐกิจ มีการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการชิมช้อปใช้ มีการส่งเสริมศักยภาพตามพื้นที่ 5 ภาค รวมถึงส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนจับต้องได้ทั้งสิ้น และคนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนไทยทุกคนทุกภูมิภาคอย่างเท่าเทียมกัน

ในส่วนการพัฒนาภาคใต้ มีโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงทั้งในและต่างประเทศ ผุดเมืองศูนย์กลางที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจที่ขยายผลจากโครงการเมืองต้นแบบ รองรับการขยายตัวทางการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน ทั้งหมดนี้ภายใต้วิสัยทัศน์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน “เกษตรก้าวหน้า การค้าชายแดน การท่องเที่ยวเชื่อมโยง สู่อาเซียน” สามารถแยกให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมดังนี้

1. วางรากฐานแนวพัฒนาเกษตรกรรมและเศรษฐกิจรากฐาน ตั้งแต่การเพิ่มศักยภาพผลผลิต ข้าว ยางพารา อ้อย  มีการประกันรายได้เกษตรกร  

2. คลอง ร.1 จ.สงขลา แก้ปัญหาน้ำท่วมและการชลประทาน

3. จ้างงานเด็กจบใหม่ โดยรัฐบาลช่วยอุดหนุนเงินเดือนค่าจ้างให้เด็กจบใหม่ร้อยละ 50% รวมถึงเด็กจบใหม่ในภาคใต้ด้วย

4. รัฐบาลมอบโฉนดที่ดินทั่วไทย ซึ่งโครงการนี้แพร่กระจายไปทุกภาค รวมถึงภาคใต้

5. พัฒนาสนามบินทั่วประเทศ รวมทั้งสนามบินตรังและสนามบินเบตง 

6. สร้างทางแยกต่างระดับทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นทางแยกต่างระดับที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

7. โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-ด่านบูกิตกายูฮิตัม

8. โครงการเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงสายใต้กับทางมาเลเซีย ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อเฉพาะสองประเทศเท่านั้น แต่สามารถเชื่อมต่อถึง 5 ประเทศ คือ จีน ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

‘ชัยวุฒิ’ เร่งติดระบบ Smart school bus หวังช่วยป้องกันลืมเด็กในรถโรงเรียน

ชัยวุฒิเสียใจครอบครัวน้องจีฮุน เร่งติดระบบ Smart school bus ให้โรงเรียนทั่วประเทศ  หวั่น ซ้ำรอยลืมเด็กในรถโรงเรียน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ผมขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของ ด.ญ.เขมนิจ ทองอยู่ หรือน้องจีฮุน ที่ถูกลืมไว้ในรถโรงเรียนและเสียชีวิต ในฐานะพ่อ ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้ปกครอง การสูญเสียลูกเป็นสิ่งที่สะเทือนใจที่สุด และเราก็เห็นข่าวนี้มาตลอด ทั้งนี้ ผมเเละกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็จะได้พยายามพัฒนาระบบ Smart School Bus โดยเราจะนำเทคโนโลยี IoT Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหว และคลื่นความร้อนของเด็กนักเรียนที่อยู่ในรถ คือถ้ามีการลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถ Sensor นี้ก็จะมีการทำงานก็จะตรวจให้เห็นว่ามีคนลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถจะแจ้งเตือนมือถือมาที่ผู้ปกครอง มือถือของครู และแจ้งเตือนไปที่ศูนย์บัญชาการของระบบ ทำให้เรารู้ว่ามีการลืมเด็กไว้ในรถนักเรียน เค้าจะรีบเอาเด็กออกได้ ก็จะไม่เกิดปัญหานี้ต่อไป นี่จะเป็นสิ่งที่ระบบตั้งไว้ Face Recognition system จดจำใบหน้าของเด็กนักเรียนที่ขึ้นรถลงรถ เราก็จะรู้ว่าเด็กขึ้นรถรึยัง ลงรถรึยัง และระบุชื่อระบุตัวตนได้ด้วย นี่คือระบบที่เราจะทำขึ้นมาเรียกว่า Smart School Bus เราจะพัฒนาให้เกิดขึ้นมาให้ได้เร็ว ๆ นี้ เพื่อแก้ปัญหา เราจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว

สถิติ ชี้!! ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น-เร็วขึ้น ตอกย้ำ!! นโยบายรัฐบาล 'ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง'

รัฐบาล โชว์ผลงาน นโยบาย 'ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง' ดูแลประชาชน บัตรทองรักษามะเร็งทุกที่ ครึ่งปีงบประมาณ 2565 มีผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้ารับบริการแล้ว 603,060 ครั้ง ทำให้ประชาชนเข้าถึงและได้รับการรักษาโดยเร็วและสะดวกขึ้น 

วันที่ (31 ส.ค. 65) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ด้วยนโยบาย 'ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง' ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เน้นดูแลให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนจัดระบบการดูแลอย่างครอบคลุม จึงเห็นได้ปัจจุบัน 'สิทธิบัตรทอง' ได้ยกระดับการให้บริการ ทั้งการขยายการรักษาจำนวนโรค สิทธิประโยชน์ อาทิ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ยาคุมกำเนิด และที่สำคัญคือ การให้ผู้ป่วยเข้าถึงแพทย์ได้อย่างสะดวก หากเจ็บป่วยสามารถเข้ารับบริการเป็นผู้ป่วยนอกได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ โดยไม่ถูกปฏิเสธ และไม่ถูกเรียกเก็บเงิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top