Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

รัฐบาล ปลื้ม เอเปค สธ.บรรลุ12 ข้อมติ ผสานมือสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมระดับสูงเอเปกว่าด้วยสาธารณสุขและเศรษฐกิจ (The 12th APEC High-Level Meeting on Health and Economy : HLM12) ครั้งที่ 12 ที่กรุงเทพฯ หัวข้อ“เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์กับภาคี เชื่อมโยงกันกับโลก สู่สมดุลระหว่างสาธารณสุขและเศรษฐกิจ”  ได้เสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งมีผลลัพธ์ที่สำคัญจากการประชุมครั้งนี้คือ ข้อมติ 12 ข้อ โดยไทยยังได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศถึงการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างดีเยี่ยม โดยข้อมติ 12 ข้อ ถือเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญจากการประชุม ที่มุ่งสร้างสมดุลทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกของไทยในโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) 

นายอนุชา กล่าวว่า โดยสาระสำคัญของ 12 ข้อมติ ครอบคลุมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระดับนานาชาติ และระดับภูมิภาค และความเป็นหุ้นส่วนเพื่อพัฒนาสุขภาพและความมั่งคั่งของผู้คนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การเปิดพรมแดนเพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย การแบ่งปันและถ่ายทอดเทคโนโลยีวัคซีนโควิด-19 โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสุขภาพดิจิทัล การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบุคลากรด้านสาธารณสุข การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การเข้าถึงวัคซีน การส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 และการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีน การรักษา และการวินิจฉัยโควิด-19 ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และราคาไม่แพง ความเท่าเทียมด้านสุขภาพและจัดการกับอุปสรรคด้านสุขภาพโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงในภาคแรงงาน ธุรกิจ และผู้ประกอบการ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมจากโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเริ่มต้นของกิจกรรมทางสังคม การเรียน และธุรกิจในเขตเศรษฐกิจเอเปกการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่ครั้งต่อไปผ่านการลงทุนเรื่องระบบสุขภาพ การร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากยิ่งขึ้น และการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และครอบคลุม

'รองโฆษกภท.' ซัด!! 'วัชระ' ดีแต่เสี้ยมให้ภท.-ปชป. ตีกัน ย้ำ หาเสียงสงขลาเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ปชช.

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หยิบยกคำปราศรัยหาเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศตอกเสาเข็มที่จังหวัดสงขลา โดยกล่าวหาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เกรงใจพรรคประชาธิปัตย์ว่า หากเป็นนักการเมืองมืออาชีพจะมองออกว่า การปราศรัยในทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ ที่แต่ละพรรคจะงัดกลยุทธ์ออกมาเรียกคะแนนนิยมให้กับตัวเอง ที่สำคัญสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำมาปราศรัย ทั้งนโยบายและผลงานในโครงการที่ทำสำเร็จ ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่ประชาชนในพื้นที่จับต้องได้ อาทิ โครงการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อมจังหวัดพัทลุง และการวางแผนพัฒนาการขนส่งทุกระบบของสงขลา ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เหล่านี้ทำให้พรรคกล้าที่จะประกาศอาสาตัวเข้ามาทำงานพัฒนาพื้นที่ เพราะพรรคภูมิใจไทย 'พูดแล้วทำ' ไม่ใช่เพียงวาทกรรมที่สวยหรูดังที่นายวัชระกล่าวหา 

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัย ไม่ใช่พฤติกรรมอหังกา แต่เพียงแค่อยากมีพื้นที่เข้าไปทำงานให้กับชาวปักษ์ใต้ จึงอาสาตัวเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เพื่อให้การพัฒนาภาคใต้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งการแข่งขันกันทำประโยชน์ให้กับประชาชนถือเป็นเรื่องดี เพราะชาวสงขลาพร้อมเปิดรับทุกพรรคการเมืองที่จะเข้ามาทำการเมืองอย่างสร้างสรร สู้ตามเกม กติกา และเป็นสิ่งที่นายวัชระควรนำไปดำเนินการในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับชาวบ้าน พร้อมขอให้นายวัชระเอาตัวเองให้รอดในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยไม่ต้องกังวลกับพื้นที่อื่นจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

"ผมขอร้องนายวัชระอย่าทำตัว 'ชังกั้ง' หรือทำตัวไม่เข้าท่า ไม่ได้เรื่องได้ราว เสี้ยมให้คนสงขลาทะเลาะกัน วัน ๆ ไม่ทำงาน เอาแต่หาเรื่องให้พรรคต้นสังกัด และขอนายวัชระอย่าได้กังวลใจกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาระดับแกนนำพรรคและ ส.ส. สงขลา ได้พูดคุยกันมาตลอด ซึ่งทุกคนเข้าใจดีถึงบทบาททางการเมือง มีเพียงนายวัชระที่อาจจะยังไม่เข้าใจ และยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตัวเองออกมาพูดในสถานะอะไร อีกทั้งผมเชื่อว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นานวัชระพูด ในฐานะคนสงขลา ขอให้นายวัชระถอนคำพูดที่กล่าวหาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย" นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

สวนนงนุชพัทยา ขยายโปรโมชั่นสำหรับบัตรผ่านประตู ซื้อ1ฟรี 1 ตลอดเดือนกันยายน 2565 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย

 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ขยายเวลาโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย ซื้อบัตรผ่านประตู 1ใบฟรี 1ใบ ออกไปอีก ตลอดเดือนกันยายน 2565  พร้อมชมการแแสดงนงนุชโชว์และช้างแสนรู้ วันละ 2 รอบในราคาพิเศษเพียงจ่ายเพิ่มอีก 100 บาท

สวนนงนุชพัทยาคืองานพืชสวนโลก 365 วันเป็นแห่งต้นๆของโลกที่สามารถเข้าชมเนิร์สเซอรี่ที่เก็บรวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆมากกว่า 18,000 ชนิด ที่มีครบทั้งสวนสวยและแหล่งเรียนรู้โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. -18.00 น. ส่วนเด็กที่มากับครอบครัวความสูงไม่เกิน140 ซม.เข้าฟรี สำหรับผู้สูงอายุเข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์  สำหรับรอบการแสดงเวลา 10.30 น.และ 13.30 น.   

สวนนงนุชพัทยา ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันมีสวนสวยมากกว่า 50 จนติดอันดับ 1ใน10สวนสวยที่สุดในโลก ซึ่งสามารถนั่งรถชมสวนสวยบนพื้นที่1,700 ไร่ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบในการใช้บริการ เพราะประหยัดเวลา สะดวกสบายไม่เหนื่อย ผู้สูงอายุและคนพิการก็สามารถขึ้นรถชมสวนได้ เพราะเรามีรถชมวิวที่ออกแบบมาไว้สำหรับรับรอง ทั้งผู้พิการและผู้สูงอายุ

'แก๊งบิ๊กไบก์' จูงรถไปสตาร์ตไกลๆ เหตุเกรงใจเพื่อนบ้าน มีเด็กอ่อน

เพื่อนบ้านที่ดีต้องรู้จักเกรงใจกัน ชาวเน็ตแห่ชื่นชมหลังแก๊งบิ๊กไบค์รวมตัวกันจะกลับบ้านในช่วงดึก แต่ต้องจูงรถไปติดเครื่องไกล ๆ เหตุจากเพื่อนบ้านมีเด็กอ่อน หวั่นเสียงดังรบกวน

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผู้ใช้แอปพลิเคชัน TikTok ชื่อว่า meenaxsr900 ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 48 วินาที เผยให้เห็นความน่ารักของกลุ่มบิ๊กไบค์ ที่จูงรถกันออกไปเพื่อที่จะไปสตาร์ตรถในที่ห่างไกลเพื่อนบ้าน เนื่องจากเพื่อนบ้านมีเด็กเล็ก ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงกลางคืน หวั่นว่าจะไปสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านและรบกวนเวลานอนของเด็กน้อย เพราะบิ๊กไบค์เวลาติดเครื่องเสียงท่อจะดังมาก ๆ

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

'สุริยะ' จี้!! ทุกหน่วยงาน ก.อุตฯ ติดตามสถานการณ์น้ำ หากกระทบ 'ธุรกิจ-ประชาชน' ในพื้นที่ท่วม ให้รุดช่วยทันที

'สุริยะ' สั่งการหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรม ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก เตรียมความพร้อมหากเกิดผลกระทบแก่ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม ติดตามสถานการณ์ เตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วมผลกระทบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย โดยให้เข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งให้เตรียมมาตรการต่าง ๆ รองรับในทุกสถานการณ์ ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมจังหวัดที่กำกับดูแลสถานประกอบการอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ดูแลนิคมอุตสาหกรรมในนิคมฯ กรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ดูแลเขตประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ และรวมไปถึงธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ให้ดูแลสินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

'Rozy' อินฟลูเอนเซอร์ AI คนแรกของเกาหลีใต้ ฟันกำไรให้บริษัทผู้สร้างมากถึง 54 ล้านบาท

ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยได้ขยายตัวไปแทบทุกแวดวงการ โดยเฉพาะวงการธุรกิจ และวงการโฆษณา อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง หรือ Virtual Influencers เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจต่าง ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากเป็น 'คนเสมือนจริง' ที่ทำงานได้เทียบเท่าหรือมากกว่า 'คนจริง ๆ' จึงเป็นอีกส่วนที่สำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยล่าสุด 'โรซี่' อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงคนแรกของเกาหลีใต้ได้สร้างกำไรถึง 54 ล้านบาท (ราว 1.52 ล้านดอลลาร์)

โรซี่ (Rozy) ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Sidus Studio X ในปี 2563 ซึ่งมีคาแร็คเตอร์เป็นเด็กสาววัย 22 ปีตลอดไป เจาะตลาดกลุ่มมิลเลนเนียล (Gen Y อายุ 18-34 ปี) และมีแนวคิดประจำตัวว่า “โรซี่ ผู้รักแฟชั่น การวิ่ง โยคะ และการท่องเที่ยวรอบโลก I am the only one. I could be everyone”

ปัจจุบัน โรซี่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรม 144,000 แสนคน ที่ผ่านมา โรซี่ได้รับความนิยม และถูกจ้างถ่ายงาน และเซ็นสัญญากับบริษัทต่าง ๆ นับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น งานโฆษณาเสื้อผ้าหรือแบรนด์ต่าง ๆ พรีเซ็นเตอร์เกมคอมพิวเตอร์ เข้าสู่วงการ NFT บริษัทประกันภัย และโมเดลในมิวสิควิดีโอ ซึ่งส่วนใหญ่โรซี่จะได้รับงานโฆษณาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและแฟชั่นเป็นจำนวนมาก เพราะโรซี่มีผิวที่สวย จึงได้รับความนิยมในวงการโฆษณาผิวพรรณ 

Baik Seung Yeop ซีอีโอ Sidus Studio X กล่าวว่า โรซี่มีสัญญาการจ้างงานจากทั้งหมด 10 บริษัท ตอนนี้ได้ทำเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 บริษัท และยังมีผู้ร่วมสนับสนุนอีก 100 บริษัท โดยคาดมูลค่าทางการตลาดในปี 2565 ไว้ว่า โรซี่จะสามารถทำกำไรให้กับทางบริษัทได้ราว 54 ล้านบาท 

เมื่อโรซี่ได้รับความนิยมมากขึ้น บริษัทก็ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ดัง เช่น Chanel และ Hermes ตลอดจนนิตยสารและบริษัทสื่ออื่น ๆ ตอนนี้โฆษณาของเธอได้ปรากฏบนโทรทัศน์ และแม้กระทั่งในพื้นที่ออฟไลน์ เช่น ป้ายโฆษณา และป้ายด้านข้างของรถโดยสาร นอกจากนี้ก็ยังมีแผนที่จะต่อยอดไปยังวงการภาพยนตร์ รายการวาไรตี้ และการเปิดแบรนด์เครื่องสำอางค์ในชื่อ Rozy 

สิ่งที่สำคัญไปกว่านี้คือ พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของโรซี่ในอินสตาแกรมก็ทำทุกอย่างเหมือนกับคนจริง ๆ จนมีคนสงสัยและคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า 'คุณเป็นคนจริงเหรอ' และ 'คุณเป็น AI หรือหุ่นยนต์?'

ทางทีมงาน Sidus Studio X ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ให้โรซี่นั้นมีชีวิตที่เสมือนจริง โรซี่สามารถเดินทางไปรอบโลกได้โดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย และสามารถถ่ายภาพยาก ๆ ที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ ซึ่งครั้งล่าสุด โรซี่ได้เผยภาพที่กำลังเดินทางไปสิงคโปร์ เพลิดเพลินกับไวน์และการชมวิวบนดาดฟ้า ขณะนั้นก็มีแฟนคลับชื่นชมเสื้อผ้าของเธอผ่านการคอมเมนต์ใต้รูปภาพ

‘นายหัวไทร’ วิเคราะห์สมรภูมิเลือกตั้งสงขลาครั้งหน้า ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ ปักธงไม่ง่าย แม้ได้ ‘ไพร พัฒโน’ นำทัพ

ผมเองคงไม่กล้าฟันธงว่า ‘ไพร พัฒโน’ อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จะได้รับการเลือกตั้ง หลังเปิดตัวลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะการเมืองมีหลายเหตุปัจจัย

แต่ ‘สุขุม นวลสกุล’ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง นักรัฐศาสตร์ ได้ฟันธงไปแล้วว่า ไพรจะปักธงให้พรรคภูมิใจไทยอีก 1 เขตในจังหวัดสงขลา เข้าใจได้ในเหตุผลว่า ไพร คือลูกของไสว พัฒโน อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

เข้าใจได้ว่า ไพร คืออดีต ส.ส.ในเขตนี้ 4 สมัย ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจได้ว่า ไพรคืออดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ผู้ล้ม ‘เคร่ง สุวรรณวงศ์’ ที่อยู่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่มา 20 กว่าปี เข้าใจว่าไพร มีญาติเยอะ มีเพื่อนฝูงมาก อันอาจจะทำให้ไพรชนะการเลือกตั้งได้

หรือแม้กระทั่งการกล่าวถึงภาคใต้ต้องขายการท่องเที่ยว และพรรคภูมิใจไทยมี ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ จะเป็นเหตุผลปัจจัยสนับสนุน หรือลมใต้ปีกให้ไพรได้ แต่เหตุปัจจัยแค่นี้ไม่ใช่ดัชนีบ่งชี้ให้ฟันธงได้ว่าไพรจะปักธงให้พรรคภูมิใจไทยได้อย่างง่าย โดยไม่คำนึงถึงเหตุปัจจัยอื่น หรือไม่กล่าวถึงพรรคคู่แข่งเลย

ถ้ากล่าวถึงเขตเลือกตั้งที่ 3 ของสงขลา คือโซนไข่แดงของเมืองหาดใหญ่ ที่ปัจจุบันมี ‘พยม พรหมเพชร’ จากพรรคพลังประชารัฐ เป็น ส.ส.อยู่ พยม พรหมเพชร ก็ไม่ใช่ว่าจะชนะมาด้วยกระแสพลังประชารัฐ กระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงด้านเดียว พยมเป็นโฆษกงานวัดที่ใคร ๆ ก็รู้จัก รักใคร่มานาน เพียงแต่มีปืนกระบอกเล็ก สู้ปืนใหญ่ลำบาก อาจจะต้องใช้กลยุทธ์แบบ ‘ซุ่มยิง’

ไม่ควรมองข้ามพรรคเจ้าถิ่นเดิมอย่างประชาธิปัตย์ ที่ในจังหวัดสงขลา มีรองหัวหน้าพรรคอยู่ถึงสองคน คือ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ หรือนายกชาย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าตัดสินใจส่ง ‘สมยศ พลายด้วง’ หรือในวงการผู้รับเหมาจะรู้จักเขาในนามเสี่ยถึก พูดได้ว่ากว้างขวางในวงการรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของหาดใหญ่ เสี่ยถึกหลังจากตัดสินใจลงเล่นการเมือง ก็เดินสายพบปะชาวหาดใหญ่ไม่เว้นวัน จัดกิจกรรมประชุม สัมมนาแกนนำมาตลอด โดยมีนิพนธ์ บุญญามณี ให้การสนับสนุนเต็มที่ แถมยังมีนายกฯชาย เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนอีกแรง ก็ไม่ง่ายนักกับการเปิดตัววันแรกแล้วจะฟันธงว่า ไพรจะชนะแบบง่าย ๆ

ทั้งนิพนธ์ และนายกฯชาย จะต้องออกแรงมาก เพราะนิพนธ์ ก็ยังมี ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ ลูกชายลงสมัครด้วย แม้ครั้งที่แล้วจะแพ้ให้กับ ‘วันชัย ปริญญาศิริ’ จากพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังคงเดินพบปะชาวบ้านย่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง ช่วงโควิด 19 ระบาดหนัก ๆ ก็แจกข้าวกล่อง แจกปลากระป๋อง บรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านไปไม่น้อย ‘นิพนธ์’ก็คงจะหมายมั่นปั้นลูกชายให้แจ้งเกิดทางการเมือง เช่นเดียวกับนายกฯชาย นอกจากตัวเขาเองแล้วยังมีภรรยา และลูกชายลงสมัครด้วย และการที่นายกฯชายในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ประกาศว่า ภาคใต้จะต้องได้ 35 ที่นั่ง คงบวกรวมสงขลาได้ด้วยอย่างน้อย 5-6 คน

เข้าใจได้ว่าวันนี้กระแสพรรคภูมิใจไทยค่อนข้างดีในภาคใต้ในเวลานี้ แต่การเมืองไม่ได้ตัดสินกันในวันนี้ ยังมีเวลาอีก 6 เดือนถึงจะเลือกตั้ง (ถ้าสภาอยู่ครบวาระ) การเมืองอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ คงจำกันได้กับคำพูดคำเดียวของ พิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์ กับคำว่า ‘สินค้าแบกะดิน’ อันเป็นการกล่าวถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงชิงเก้าผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรก ซึ่ง ‘ชนะ รุ่งแสง’ ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ และเสียงตอบรับดีมาก แต่การปราศรัยเชิงเปรียบเทียบว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็แค่สินค้าแบกะดิน คะแนนนิยมพลิกจากชนะ รุ่งแสง ไปอยู่กับ พล.ต.จำลอง เพียงชั่วข้ามคืน และ พล.ต.จำลอง ก็คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ไปนั่ง

หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์พลาดกับวลีสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งของ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่ออกคลิปว่า ‘ไม่เอาประยุทธ์ เป็นนายกฯ กระแสพลิก ทำให้ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศได้มาแค่ 50 กว่าที่นั่ง เพราะคะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ในช่วงนั้นยังดีอยู่

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมพรรคเล็ก พรรคน้อยที่จะมาแย่งคะแนนจากพรรคใหญ่ไปอีก โดยเฉพาะคะแนนจากคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะตัดสินใจเลือกพรรคที่มีแนวคิดสอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา เหมือนอย่างการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (62) ใครจะคิดว่าคะแนนของพรรคอนาคตใหม่จะมาเยอะขนาดนั้น เยอะขนาดทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.มากถึง 60 กว่าคน ทั้ง ๆ ที่เป็นพรรคการเมืองใหม่เอี่ยมอ่อง

'อลงกรณ์' ร่วมเสวนา'สภาผู้แทนฯ' ชู5ยุทธศาสตร์ 'เฉลิมชัย' ปฏิรูปภาคเกษตรแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรเน้นแปรรูปสู่เกษตรมูลค่าสูง 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้เกียรติร่วมเป็นวิทยากรการสัมมนาและบรรยายในหัวข้อเรื่อง”การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรโดยการเพิ่มมูลค่าด้านการผลิตการแปรรูป และการตลาด” ร่วมกับ นายวีระกร คำประกอบ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมมาธิการ นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และมีนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ดำเนินรายการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิต การแปรรูป และการตลาด ของผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ผู้เข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้ จำนวน 200 คน ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อ29ส.ค. ณ ห้องประชุมสัมมนา B 1-1 ชั้น B 1 อาคารรัฐสภา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ และระดมข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มมูลค่าด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลทางการเกษตร และยกระดับรายได้เกษตรกรให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ  

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรอันดับ13ของโลกทำให้สินค้าเกษตรของไทยต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก เช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ( Climate Change )การแพร่ระบาดของโควิด -19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้ปุ๋ยเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง และวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพงทำให้ต้นทุนกาคผลิตภาคการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น

การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรจึงต้องขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนที่เรียกว่า "คานงัด" เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนของโลก

กระทรวงเกษตรฯ จึงสร้างคานงัดเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนแบบองค์รวมเป็นกลไกแก้ไขปัญหาและพัฒนาศักยภาพภาคเกษตรของไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำภายใตั 5 ยุทธศาสตร์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้แก่ 1) ตลาดนำการผลิต 2) เทคโนโลยี่เกษตร 4.0 3) "3 S"เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน 4) เกษตรกรรมยั่งยืน และ 5) บูรณาการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วนโดยมีตัวอย่าง คานงัด ที่ดำเนินการเช่น
1. การสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านเกษตร อาทิ การเจรจาความร่วมมือกับประเทศเวียดนามเพื่อยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก ถือเป็นความสำเร็จในการสร้างความร่วมมือของ2ประเทศในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวอันดับที่ 2 และ 3 ของโลก โดยตั้งกลไกในการขับเคลื่อน เพื่อร่วมกันสร้างอำนาจการต่อรองราคาข้าวในตลาดโลก หรือการยกระดับความร่วมมือกับซาอุดีอาระเบีย และดูไบในการขยายตลาดสินค้าเกษตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกาและยุโรป
2. ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต “เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด”ในรูปแบบ online-offline ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ.กับกระทรวงพาณิชย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ รวมทั้งความร่วมมือกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

3. สร้างโอกาสตลาดใหม่และลดต้นทุนโลจิสติกส์ด้วยแนวทาง "เชื่อมไทย เชื่อมโลก" เช่น กรณีรถไฟจีน-ลาวขนส่งสินค้าเกษตรไปจีนและร่วมมือกับคาซัคสถาน และดูไบในโครงการท่าบกคอคอสเป็นชุมทางรถไฟบริเวณพรมแดนจีน-คาซัคสถานเพื่อขนส่งจากอีสานเกตเวย์ไปเอเซียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป
4. เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ด้วยนโยบายเทคโนโลยีเกษตรและนโยบายคุณภาพและมาตรฐาน เช่น การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์AIC) ทุกจังหวัดโดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาไทยยกระดับการผลิตอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน
5. การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสร้างแบรนด์สู่เกษตรมูลค่าสูง เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่ง (กรกอ.) ร่วมเดินหน้าโครงการ 
"1 กลุ่มจังหวัด1นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร" เพื่อกระจายฐานตลาดและฐานการแปรรูปสินค้าเกษตรใน18กลุ่มจังหวัดครอบคลุมทั่วประเทศและโครงการ "เกษตรแม่นยำ 2 ล้านไร่" และขยายเป็น 5 ล้านไร่ เพื่อให้สินค้าเกษตรมีตลาดอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นและมีผลิตภัณฑ์เกษตรมากขึ้นจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นและมีเสถียรภาพมากขึ้น

รองปลัดแรงงาน เปิดการประชุม การจ้างงานเยาวชนในประเทศไทย แนวโน้มตลาดแรงงานผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด – 19 นโยบายแรงงาน และการสนับสนุนเยาวชนเพื่อการฟื้นฟูที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางในประเทศไทย

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 เวลา 09.30 น. นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุม “การจ้างงานเยาวชนในประเทศไทย (Youth employment in Thailand)” แนวโน้มตลาดแรงงานผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด – 19 นโยบายแรงงาน และการสนับสนุนเยาวชนเพื่อการฟื้นฟูที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางในประเทศไทย ณ โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ โดยกล่าวว่า เรื่อง NEETs (นีท) เป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งจำนวนเยาวชนอายุ 15 ถึง 24 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในการจ้างงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้น ผลกระทบจากวิกฤตโควิด – 19 ทำให้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานในประเทศไทยต้องหยุดชะงัก เยาวชนต้องเผชิญกับปัญหาการว่างงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว

โดยการส่งเสริมการจ้างงานแก่เยาวชน เพื่อลดปัญหาการว่างงาน รวมถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” การเตรียมเยาวชนหญิงและชายให้มีทักษะเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน และอยู่ในการจ้างงานที่มีประสิทธิผลและเป็นงานที่มีคุณค่า เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของเศรษฐกิจ ตลอดจนการพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม ซึ่งการมีทักษะงานที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงระบบแนะแนวด้านอาชีพในสถานศึกษาที่ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นเหตุให้เยาวชนต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่าง ๆ เมื่อออกจากโรงเรียนและเข้าสู่การหางานทำ เยาวชนจึงประสบปัญหาในการเปลี่ยนผ่านจากโรงเรียนสู่การทำงานและการเปลี่ยนย้ายงาน ด้วยเหตุนี้ จึงมีเยาวชนหญิงและชายจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบการจ้างงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top