Saturday, 6 June 2026
News

แบดมินตันสาวไทยรวมพลังพลิกเกม คว้าทองทีมซีเกมส์สมัยที่ 10 ผงาดครองแชมป์ 7 สมัยติด ย้ำภาพ ‘เจ้าแม่ซีเกมส์’ ตัวจริง

(11 ธ.ค. 68) การแข่งขันแบดมินตันซีเกมส์ 2025 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ทีมแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังอินโดนีเซีย 0-1 คู่ เอาชนะไป 3-1 คู่ คว้าเหรียญทองประเภททีมเป็นสมัยที่ 10 และครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 7

การแข่งขันเริ่มด้วยประเภทหญิงเดี่ยวมือหนึ่ง "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ พ่ายให้กับมืออันดับ 7 ของโลกชาวอินโดนีเซีย ทำให้ทีมไทยตามหลัง 0-1 คู่ ทว่าหญิงคู่มือหนึ่ง "มูนา" เบญญาภา เอี่ยมสอาด และ "เฟม" ศุภิสรา เพียวสามพราน พลิกเกมชนะ 2-1 เกม ช่วยทีมไทยตีเสมอ 1-1 คู่

ในประเภทหญิงเดี่ยวมือสอง "เมย์" รัชนก อินทนนท์ แสดงความมุ่งมั่นและนิ่งยืน ควบคุมเกมได้เหนือกว่าเอาชนะไป 2-0 เกม นำทีมแซงนำอินโดนีเซีย 2-1 คู่ ก่อนที่คู่หญิงคู่ "มุก" อรณิชา จงสถาพรพันธุ์ และ "เจน" เฌอย์ณิชา สุดใจประภารัตน์ ปิดเกมชนะในสองเกมรวด ทำให้ทีมไทยชนะรวม 3-1 คู่ คว้าเหรียญทองอย่างสง่างาม

ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการได้ทองเพิ่ม แต่ยังตอกย้ำความแข็งแกร่ง และความลึกของขุมกำลังทีมชาติไทย ที่ผสมผสานประสบการณ์และดาวรุ่งได้ลงตัว โดยเฉพาะผู้นำทีม "เมย์ รัชนก" ที่ช่วยให้ทีมพลิกเกมกลับมาอย่างมีประสิทธิภาพ

ทีมชาติไทยแบดมินตันหญิงกลายเป็นตัวเต็งระดับอาเซียนและนานาชาติ ด้วยการเล่นที่มั่นใจ การรับมือแรงกดดัน และทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง ซึ่งชัยชนะครั้งนี้สะท้อนถึงหัวใจแห่งมาตรฐานสูงที่มากกว่าผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง

หมุดหมายแรก THE STATES TIMES จดทะเบียนบริษัทอย่างเป็นทางการ ต.ค. 63 ชูความมุ่งมั่นสร้างสื่อออนไลน์ที่ไม่บิดเบือน พร้อมยึดมั่นใน 3 สถาบันหลักของชาติ

การตัดสินใจจดทะเบียนบริษัท เดอะสเต็ทส์ไทม์ จำกัด ในช่วงปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 ถือเป็นหมุดหมายแรกที่แสดงถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของกลุ่มผู้ก่อตั้งที่จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสื่อออนไลน์ การดำเนินการนี้ไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนทางกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจสื่ออย่างมีระเบียบและมีความรับผิดชอบในฐานะองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สื่อดิจิทัลและกระแสข่าวสารที่ไร้การควบคุมกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมโดยไม่บิดเบือน นำเสนอด้วยข้อเท็จจริง

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2563 ตลาดสื่อออนไลน์กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในขณะเดียวกันก็ประสบปัญหาวิกฤตความเชื่อมั่น (Trust Crisis) อย่างหนัก การปรากฏตัวของข่าวปลอม (Fake News) และการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือธุรกิจได้สร้างความเสียหายต่อภาพรวมของสื่อทั้งหมด การที่ผู้ก่อตั้ง THE STATES TIMES เลือกที่จะจัดตั้งบริษัทในนามนิติบุคคลอย่างเป็นทางการก่อนการเผยแพร่คอนเทนต์แรกเพียงหนึ่งเดือน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสร้างความแตกต่างจากสื่อออนไลน์ทั่วไปที่อาจขาดรากฐานที่มั่นคง

การจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายนี้ทำให้สำนักข่าวต้องดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) โดยเฉพาะในมิติของการเงินและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับพันธมิตรทางธุรกิจที่ต้องการร่วมงานด้วย ในทางปฏิบัติ การมีโครงสร้างบริษัทที่ชัดเจน ทำให้สำนักข่าวสามารถดำเนินการตามมาตรฐานทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น ทั้งการจัดทำบัญชีที่โปร่งใส การทำสัญญาจ้างงานบุคลากรอย่างเป็นระบบ และการวางแผนภาษีที่ถูกต้อง การดำเนินการเหล่านี้เป็นการสร้าง วินัยทางการเงิน และ ความน่าเชื่อถือเชิงองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ THE STATES TIMES สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพและระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ การจดทะเบียนบริษัทยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจขนาดใหญ่กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น LINE TODAY หรือ YouTube ซึ่งต่างก็มีมาตรฐานในการคัดเลือกพันธมิตรที่สูง การแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรสื่อที่เชื่อถือได้และมีโครงสร้างที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ทำให้ THE STATES TIMES ได้เปรียบในการเจรจาธุรกิจและสามารถขยายช่องทางการเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา การวางรากฐานที่มั่นคงตั้งแต่ปลายปี 2563 จึงไม่ใช่เพียงการเริ่มต้น แต่เป็น ยุทธศาสตร์เชิงรับผิดชอบ ที่กำหนดทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของสำนักข่าวแห่งนี้ในระยะยาว

แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างตามบริบทของเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่จุดยืนของ THE STATES TIMES ยังคงหนักแน่นในการเป็นสื่อที่นำเสนอข่าวสารบนข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือน พร้อมยึดมั่นใน 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างแน่วแน่และมั่นคง
 

เทควันโดทีมชาติไทย สร้างผลงานยอดเยี่ยม "หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง สมราคาแชมป์โลก ปิดเกม 2-0 ยก ชนะขาดทั้งรอบรองฯ–ชิงฯ คว้าทองซีเกมส์สมัยแรก รุ่น 68 กก.ตามเป้า

(13 ธ.ค. 68) "บัลลังก์" ทับทิมแดง แชมป์โลกเทควันโดคนล่าสุด นำทีมเทควันโดไทย โชว์ฟอร์มร้อนแรง คว้าเหรียญทองประเภทต่อสู้รุ่น 68 กก.ชาย ได้เป็นสมัยแรก ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ พร้อมนำทีมคว้าอีก 3 เหรียญทองในวันเดียวกัน

การแข่งขันวันที่ 3 มีการชิงชัยประเภทต่อสู้ 5 เหรียญทอง โดยรุ่น 68 กก.ชายที่ "บัลลังก์" ลงสนามสามารถชนะทั้งรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ขาดลอย 2-0 ยกทั้งสองรอบ ส่งผลให้เขาเป็นแชมป์ซีเกมส์ครั้งแรกตามเป้าหมาย "บัลลังก์" บอกว่า "ผมตั้งใจแชมป์นี้มานาน และจะรักษาผลงานนี้ต่อไป"

นอกจาก "บัลลังก์" ทีมไทยยังได้อีก 2 เหรียญทองจากรุ่น 58 กก.ชาย "ฟาอีส" สิรวิชญ์ มะหะหมัด และรุ่น 80 กก.ชาย "แตงโม" ธนาธร แซ่โจ ซึ่งทั้งคู่แสดงความแข็งแกร่งคว้าชัยในรอบชิง

ฝั่งทีมเทควันโดหญิงได้รับเหรียญเงินจาก "กีต้าร์" กมลชนก สีเคน ในรุ่น 49 กก.หญิง และเหรียญทองแดงจาก "ลูกแก้ว" กัญจ์ณาลักษณ์ ชื่นชูกลิ่น รุ่น 73 กก.หญิง สรุปวันเดียว ทีมไทยได้ 3 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง ยอดรวม 2 วันกวาดไปแล้ว 6 เหรียญทอง

ผลงานนี้แสดงถึงความแข็งแรงของทีมเทควันโดไทยในเวทีซีเกมส์ โดยเฉพาะการที่แชมป์โลก "บัลลังก์" เป็นหัวหอกนำทีมที่ทำผลงานทะยานขึ้นจนเป็นความหวังหลักของชาติในปีนี้
 

ลมกรดวัย 19 ทำโลกตะลึง “บิว ภูริพล” กด 9.94 วิ. World Athletics ถูกบันทึกเป็นท็อป 5 U20 โลก ยกระดับกรีฑาไทยสู่เวทีโลก

(14 ธ.ค. 68) 19 ปี "บิว" ภูริพล บุญสอน นักวิ่งทีมชาติไทย สร้างประวัติการณ์วิ่ง 100 เมตรชายได้ต่ำกว่า 10 วินาทีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยทำเวลา 9.94 วินาทีในรอบรองชนะเลิศ ซีเกมส์ 2025 ที่สนามศุภชลาศัย พร้อมคว้าเหรียญทองด้วยเวลา 9.99 วินาทีในรอบชิงฯ

"บิว" ได้รับการบันทึกโดย "World Athletics" ว่าเป็นนักวิ่งวัยไม่เกิน 20 ปีที่เร็วที่สุดอันดับ 5 ของโลกในระยะ 100 เมตร ซึ่งพัฒนาไปสู่มาตรฐานใหม่ของกรีฑาไทย โดยเวลาที่ทำได้ดีกว่าสถิติเดิมของซีเกมส์ซึ่งอยู่ที่ 10.17 วินาทีมาตั้งแต่ปี 2009 และยังเป็นเหรียญทอง 100 เมตรชายซีเกมส์ครั้งที่สองของเขาด้วย

"นี่ไม่ใช่แค่เหรียญทอง" บิวกล่าวผ่านสนามว่า "ความกดดันถูกปลดปล่อย" พร้อมทั้งเวลานี้ยังจัดอยู่ในกลุ่มเวลาที่ดีที่สุดของเอเชีย รองจากนักวิ่งชั้นนำอย่างซู ปิงเทียน และเฟมี โอกูโนเด

การทำลายกำแพง 10 วินาทีของ "บิว" สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับกรีฑาไทย จากการเป็นผู้ลุ้นเหรียญในอาเซียน สู่การมีนักวิ่งที่ถูกยอมรับในระดับโลก ทั้งยังส่งสัญญาณว่าการสนับสนุนจากแฟนกีฬาและบรรยากาศในสนามเป็นแรงผลักดันสำคัญ

การจับตาต่อไปคือความสม่ำเสมอของฝีเท้า "บิว" ในระดับนานาชาติ ที่จะเป็นบทพิสูจน์ว่าเขาจะก้าวขึ้นเป็นดาวรุ่งที่สำคัญของวงการกรีฑาโลกหรือไม่ แต่ที่แน่ชัดคือประเทศไทยมีนักวิ่ง 100 เมตร ต่ำกว่า 10 วินาที ตัวจริงแล้วในประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการกีฬาไทย

THE STATES TIMES จับมือ SPUTNIK ลงนามความร่วมมือสื่อหลักจากรัสเซีย เพิ่มความหลากหลายข่าวสารระหว่างไทย-รัสเซีย หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สำคัญในรอบ 5 ปี

ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ของสำนักข่าว THE STATES TIMES มีหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สำคัญได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกับสำนักข่าว SPUTNIK ประเทศรัสเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรและข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน มุ่งเสริมสร้างความหลากหลายในการนำเสนอข่าวระหว่างประเทศของทั้งสองสำนักข่าว

เพิ่มช่องทางข่าวสารรัสเซียสู่ไทย

สำหรับความร่วมมือที่เกิดขึ้นของ 2 สำนักข่าวในครั้งนั้น ทาง ณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ THE STATES TIMES  มองว่า ปัจจุบันข่าวสารจากประเทศรัสเซียในประเทศไทยยังขาดความหลากหลายในการนำเสนอ การลงนาม MOU ดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนชาวไทยสามารถรับข่าวสารจากรัสเซียได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ทางสำนักข่าว SPUTNIK ยังได้นำเสนอข่าวสารจากประเทศไทยมากขึ้นจะช่วยสร้างความเข้าใจในประเทศไทยให้แก่ชาวรัสเซีย และนำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างไทยและรัสเซียในด้านต่างๆ ในอนาคต อาทิ การลงทุนและการท่องเที่ยวอีกเช่นกัน

ทั้งนี้ Vasily Pushkov ผู้อำนวยการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศของสำนักข่าว SPUTNIK ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันข่าวสารของประเทศไทยที่เผยแพร่ในรัสเซียมีจำนวนไม่มากนัก ซึ่งสวนทางกับจำนวนผู้คนที่สนใจ โดยเฉพาะจากการที่มีชาวรัสเซียจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย

แม้ว่าสำนักข่าว SPUTNIK จะมีผู้สื่อข่าวประจำที่ประเทศไทย 1 ตำแหน่งแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อกระจายข่าวสารของประเทศไทยในรัสเซียให้กว้างขวางขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ประเทศไทยสามารถสื่อสารเรื่องราวของรัสเซียได้มากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่า ความร่วมมือกันของ 2 สำนักข่าว ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างสะพานเชื่อมโยงด้านสื่อมวลชนระหว่างไทยและรัสเซีย เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศและเปิดโอกาสความร่วมมือในหลากหลายมิติในอนาคต และนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ THE STATES TIMES ที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
 

THE STATES TIMES จัดงานใหญ่เมื่อครั้งครบรอบ 4 ปี ดึงบิ๊กเนมร่วมเสวนา "Thailand Outlook" ตอกย้ำการยอมรับสู่สื่อที่มีอิทธิพลทางความคิด

ย้อนกลับไปเมื่อในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567 THE STATES TIMES ได้จัดงานเสวนาครั้งสำคัญในโอกาสครบรอบ 4 ปี ภายใต้ชื่อ "Thailand Outlook: From Global Disruption to Thailand Transformations" งานดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับสำนักข่าวให้เป็น ผู้จัดเวทีแห่งชาติ (National Convener) ที่สามารถรวบรวมบุคคลสำคัญระดับประเทศ ทั้งผู้นำทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางของประเทศ

การจัดงานเสวนาขนาดใหญ่และมีการเชิญบุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรี นั่นก็คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ตำแหน่งในขณะนั้น) รวมทั้งผู้นำภาคธุรกิจเข้าร่วมปาฐกถา ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนถึง สถานะทางการเมืองและเศรษฐกิจ ของสำนักข่าว การจัดงานนี้แสดงให้เห็นว่า THE STATES TIMES ได้รับการยอมรับจากชนชั้นนำว่าเป็นสื่อที่มีความน่าเชื่อถือและมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์และเผยแพร่ความคิดเห็นที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ

ในมิติของแบรนด์ งาน "Thailand Outlook" เป็นการรวมพลังของเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรที่สำนักข่าวได้สร้างสมมาตลอด 4 ปี การดึงดูดสปอนเซอร์และผู้เข้าร่วมงานระดับสูงบ่งบอกถึง มูลค่าทางการตลาด (Market Value) ที่สูงของ THE STATES TIMES ซึ่งกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับการสื่อสารทางการตลาดเชิงความคิด (Thought Leadership Marketing) การมีส่วนร่วมกับงานนี้ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงตนเองเข้ากับประเด็นเชิงยุทธศาสตร์และภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีความรู้ความเข้าใจในทิศทางของประเทศ

ความสำเร็จของการจัดงานครบรอบ 4 ปีนี้เป็นบทสรุปของการเดินทางที่ยาวนาน ตั้งแต่การเริ่มต้นจากการเป็นสื่อออนไลน์เล็ก ๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นสำนักข่าวที่มีความสามารถในการสร้างวาระแห่งชาติ (Agenda Setting) และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนในสังคม การจัดงานนี้จึงเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำว่า THE STATES TIMES ได้เปลี่ยนสถานะอย่างสมบูรณ์จาก "สื่อทางเลือก" สู่ "สื่อกระแสหลักที่มีอิทธิพลทางความคิด" ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในยุคดิจิทัลต่อไป
 

กลับมาทวงบัลลังก์ เฉือนเดือดก่อนปิดขาด พลิกแซงชนะศุภนิดาถึง 2-0 เกม ผงาดเหรียญทองซีเกมส์ครั้งแรก

(15 ธ.ค. 68) การแข่งขันแบดมินตันในซีเกมส์ 2025 รอบสุดท้ายที่ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้บทสรุปในประเภทหญิงเดี่ยวเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 โดย "เมย์" รัชนก อินทนนท์ มืออันดับ 8 โลก ชนะ "เม" ศุภนิดา เกตุทอง มืออันดับ 12 โลก 2-0 เกม 21-19 และ 21-7 คว้าเหรียญทองได้เป็นครั้งแรกในชีวิต

เกมแรกเริ่มด้วยการที่ศุภนิดานำห่าง 11-2 แต่รัชนกงัดเกมเก๋า ไล่ตามเก็บแต้มก่อนจะแซงขึ้นนำในช่วงท้ายเกมด้วยความนิ่งและความมั่นใจ ขณะที่เกมที่สองเธอสามารถคุมจังหวะเกมได้ดีและชนะขาด 21-7 ปิดเกม 2-0 อย่างเหนือชั้น

หลังชนะการแข่งขัน รัชนกโพสต์ใน X ว่า "นี่คือการปลดล็อกครั้งสำคัญ" และนับเป็นเหรียญทองประเภทบุคคลซีเกมส์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อาชีพ เธอเคยได้เหรียญเงินและทองแดงในซีเกมส์ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ทัพแบดมินตันไทยยังสามารถกวาดเหรียญทองรวม 3 เหรียญ จากทีมหญิง คู่ผสม และหญิงเดี่ยว รวมถึงเหรียญเงิน 2 เหรียญ และเหรียญทองแดง 1 เหรียญ ซึ่งเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของเจ้าภาพ ซีเกมส์ 2025

พิธีมอบเหรียญจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแสดงความยินดีจากผู้ใหญ่ในวงการกีฬาและแฟนกีฬาไทย ถือเป็นการปิดฉากผลงานแบดมินตันที่สวยงามในซีเกมส์ครั้งนี้

 

ส่งกำลังใจถึงชายแดน!! วปอ.68 ห่วงใยทหารหาญชายแดน มอบตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิด พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น แก่รองแม่ทัพภาคที่ 2 ส่งต่อทหาร - ประชาชน

(16 ธ.ค. 2568) พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสถาบันวิชาการป้องกันประเทศได้นำคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรหรือ วปอ. รุ่นที่ 68 เข้ารับฟังการบรรยายภารกิจด้านการทหาร ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงชัย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของกองทัพ และบริบทด้านความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และการนำไปประยุกต์ใช้ในระดับนโยบายของนักศึกษา วปอ.

พร้อมกันนี้ คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR เพื่อแสดงพลังความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม

โดยได้ร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค ได้แก่ ข้าวสารขนาด 5 กก. จำนวน 54 ถุง นมขนาด 600 ml จำนวน 108 กล่อง น้ำดื่มขนาด 600 ml จำนวน 2,232 ขวด เสื้อยืด จำนวน 367 ตัว ให้กับทหารกองทัพภาคที่ 2 ณ สโมสรร่วมเริงชัย โดยมีรองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมบริจาค ตาข่ายป้องกันโดนทิ้งระเบิด น้ำหนัก 995 กก. จำนวน 125 มัด  (1 มัดกางได้ ประมาณ 26x15 เมตร) ให้กับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพล

ขณะเดียวกัน คณะนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 ยังได้จัดสิ่งของเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี

รวมถึงการมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง จังหวัดสุรินทร์

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันปรับปรุงและซ่อมแซมที่พักอาศัย ของนายชัยกฤษ ชูจอหอ บ้านตลาด หมู่ที่ 3 ตำบลตลาด จังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับการสนับสนุนแรงงานจากคณะผู้บริหาร พนักงานเทศบาลตำบลตลาด คณะกรรมการชุมชน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์บางส่วนจากนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68

อีกทั้ง ยังมีการสนับสนุนทุนการศึกษา และค่าอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนบ้านหนองบก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน

พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กล่าวว่า การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ช่วยให้นักศึกษาเกิดความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของภารกิจด้านการป้องกันประเทศ และบริบทต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ และร่วมขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติในอนคตต่อไป

พร้อมกันนี้ ประธานนักศึกษา หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 พลตรี อนุวัตร เหลืองวิลัย พร้อมตัวแทนนักศึกษา พลตรี สัจจา รักติประกร พลเรือตรี กิตติพงศ์ ทิพย์เสถียรน.อ. ชยศว์ สวรรค์สรรค์ นายมงคล จุลทัศน์ น.ส.พรพินันท์ พิสุทธิ์วัชระกุล นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล น.ส.ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์ น.ส.ปัญชลีย์ อุดมพิมลพัชญ์ นายสกล ถาวรกาญจน์ ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ฯลฯ ได้ร่วมส่งมอบสิ่งของต่างๆ เพื่อส่งกำลังใจ และความห่วงใยแก่พี่น้องทหารหาญทุกท่าน

ช้างศึกไม่ถอย!! เปิดศึกชิงทองเวียดนาม หลังรอบรองชนะเลิศเฉือนมาเลเซีย 'โค้ชวัง' ตั้งเป้าคืนความยิ่งใหญ่ ทวงเหรียญทองซีเกมส์กลับบ้าน

(18 ธ.ค. 68) ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเหรียญทอง หลังเอาชนะมาเลเซีย 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ไทยจะพบกับเวียดนาม ทีมคู่ปรับอาเซียนในนัดชิงที่แฟนบอลต่างเฝ้ารอเพื่อทวงแชมป์ซีเกมส์ที่ขาดหายไปกว่า 8 ปี

'โค้ชวัง' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ย้ำว่าเป้าหมายตั้งแต่เริ่มแข่งขันคือ "แชมป์เท่านั้น" เนื่องจากไทยเป็นเจ้าภาพและต้องการฟื้นความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลชายไทย โดยทีมได้เตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดผ่านเกมอุ่นเครื่องและทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา

การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศแม้ไทยได้ประตูเร็วจาก ยศกร บูรพา ตั้งแต่นาที 8 และมาเลเซียเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่นาที 16 แต่นัดนี้เป็นเกมที่หนักสำหรับทีมไทย เพราะมาเลเซียเล่นด้วยวินัยและสปีดเกมสูง ทำให้ไทยต้องควบคุมเกมอย่างระมัดระวังจนเก็บชัยชนะได้สำเร็จ

'โค้ชวัง' กล่าวหลังเกมชิงว่า "อยากเจอเวียดนาม จะได้พิสูจน์ให้ชัด" พร้อมชี้ว่าการเจอเวียดนามในนัดชิงคือโอกาสแสดงศักยภาพและความพร้อมที่จะกลับมายืนเป็น "เบอร์หนึ่ง" ของอาเซียนอีกครั้ง โดยก่อนถึงนัดชิงทีมต้องเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายและวางกลยุทธ์การควบคุมเกมให้ดีที่สุด

นอกจากนี้ 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ได้เพิ่มเงินอัดฉีดให้ทีมอีก 1 ล้านบาท รวมเป็น 1.8 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจนักเตะให้เต็มที่สำหรับการล่าทองครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญก่อนการแข่งขันนัดชิงเหรียญทองในไม่ช้า

ทีมไทย พบกับ เวียดนาม วันนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น.
 

ที่มา : https://sport.trueid.net/detail/zN3a8ZJE7479

มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ส่งมอบความห่วงใยผู้ประสบภัย ‘วีระศักดิ์‘ นำทีมอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทาน 12,600 ชุด ผนึกเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชน-จิตอาสาลงพื้นที่ ตอกย้ำภารกิจบรรเทาทุกข์ยากลำบากของประชาชน

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทาน 12,600 ถุง มอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และนายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา 
พร้อมด้วยตัวแทนสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ (สนจ.) ตัวแทนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชายแดนใต้ ข้าราชการ จิตอาสา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมในพิธีฯ

เชิญถุงยังชีพพระราชทานถวายแด่คณะสงฆ์ จำนวน 630 ถุง และเชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบให้แก่เลขาธิการ ศอ.บต. , ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล , รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นตัวแทนในการนำไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 11,970 ถุง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top