Saturday, 6 June 2026
News

ไทยลุยซีเกมส์ 33!! เจ้าภาพตั้งเป้าทองสูงสุด 241 เหรียญจาก 50 สมาคมกีฬา 8 สมาคมกีฬาหลักประกาศชัด เป้าหมายต้อง ‘เหรียญทอง’ เท่านั้น

(23 พ.ย. 68) ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 โดยจัดขึ้นใน 3 พื้นที่หลัก คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมตั้งเป้าคว้าเหรียญทองสูงสุด 241 เหรียญทองจาก 50 สมาคมกีฬาในประเทศ

ผ่านเวทีแถลงข่าว "มีต เดอะ เพรส ซีเกมส์ 2025" ถึง 9 ครั้ง ก่อนรวมเป้าเหรียญทองทั้งสิ้น 241 เหรียญทอง ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของทัพนักกีฬาไทยที่จะครองเจ้าซีเกมส์บนแผ่นดินของตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายงบประมาณล่าช้า แต่ยืนยันความพร้อมสนามแข่ง ระบบการจัดการ และการถ่ายทอดสดเต็มที่

8 สมาคมกีฬาหลักที่ประกาศเป้าอย่างชัดเจน ได้แก่ ฟุตบอลและฟุตซอลที่ตั้งเป้าคว้า 4 เหรียญทอง เรือพาย 18 เหรียญทอง คริกเกตทีมหญิง 2 เหรียญทอง ยิงธนู 3 เหรียญทอง และรักบี้ทีมหญิงที่มั่นใจว่าจะคว้าทองแน่นอน "เป้า 241 เหรียญทองนี้ไม่เพียงสะท้อนความมั่นใจ แต่ยังเพิ่มแรงกดดันต่อทัพไทยให้ทำผลการแข่งขันออกมาดีที่สุด" กล่าวในงานแถลงข่าว

ซีเกมส์ครั้งนี้ถือเป็นเวทีทดสอบศักยภาพและความพร้อมของกีฬาไทยทั้งระบบ ตั้งแต่การบริหารและพัฒนานักกีฬา ไปจนถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศผ่านกีฬา รวมทั้งเป็นบทพิสูจน์ความสามารถในฐานะเจ้าภาพที่ต้องตอบโจทย์ทุกด้านอย่างครบถ้วน

โต๊ะเล็กพร้อมลุยซีเกมส์ ฟุตซอลไทยเรียก 22 แข้ง เก็บตัว ตั้งเป้าต้องคว้า “เหรียญทอง” แม้เจอศึกหนักต้องวัดกับ… อินโดนีเซีย-เวียดนาม

(22 พ.ย. 68) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยประกาศรายชื่อ 22 นักฟุตซอลทีมชาติไทยชุดลุยซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ณ ประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือคว้าเหรียญทองในบ้านให้ได้

การแข่งขันฟุตซอลชายในซีเกมส์ครั้งนี้ มี 5 ชาติลงสนามแข่งขันแบบพบกันหมด เพื่อชิงแชมป์และเหรียญทองที่สนามยิมเนเซียม อบจ.นนทบุรี ซึ่งถือเป็นฐานหลักของทีมชาติไทย โปรแกรมแข่งแรกทีมช้างศึกต้องเจอมาเลเซียและเมียนมา ก่อนเผชิญหน้าศึกหนักกับเวียดนามและอินโดนีเซียในสองนัดสุดท้าย "อย่างน้อยต้องแชมป์" คือเป้าหมายที่ทั้งทีมสตาฟโค้ชและแฟนบอลตั้งไว้

โดยกุนซือชาวสเปน 'มิเกล โรดริโก้' ย้ำถึงสไตล์เล่นที่เน้นเร็ว มีเพรสซิ่งดุดัน ต้องการนักเตะที่ "วิ่งไหว–คิดเร็ว–เล่นบอลฉลาด" รายชื่อ 22 คนผสมผสานแกนหลักชุดเดิม ดาวเด่นไทยลีก และดาวรุ่งจากสโมสรสายปั้น ทั้งหมดจะเก็บตัวก่อนคัดเลือกเหลือ 14 คน แห่งออกสตาร์ตสนามจริง

คู่แข่งที่น่ากังวลที่สุดคืออินโดนีเซียและเวียดนาม อินโดนีเซียลงทุนพัฒนาฟุตซอลอย่างจริงจังในช่วงหลังและดึงผู้เล่นคุณภาพสูงเข้าทีม ส่วนเวียดนามสะสมประสบการณ์ในเวทีระดับเอเชียและโลก จึงทำให้ทั้งสองทีมเป็นเหมือน "นัดชิงเหรียญทอง" ที่แท้จริง

การเล่นในบ้านที่นนทบุรีนำมาซึ่งแรงเชียร์และความคาดหวังอย่างสูง "เกิดอะไรขึ้นกับโต๊ะเล็กช้างศึก" จะเป็นคำถามทันทีหากผลงานผิดหวัง ทีมงานต้องบริหารสภาพจิตใจและร่างกายของผู้เล่นให้พร้อมที่สุด ซีเกมส์ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีชิงเหรียญทองเท่านั้น แต่มันคือเวทีพิสูจน์ว่าฟุตซอลไทยยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียน พร้อมกับเป็นสนามสำคัญในการก้าวสู่เป้าหมายระดับเอเชียและโลกในยุคมิเกล

ประสบการณ์ตรงนักศึกษา ป.เอก ในจีน ยัน คลาสเรียนคือเวทีวิเคราะห์ ไม่ยัดเยียดโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง หยุดความเชื่อ “เรียนจีนจะกลายเป็นคอมมิวนิสต์”

(23 พ.ย. 68) คุณเค้ก จากเพจ Just Pai Tiew-ก็แค่ไปเที่ยว ได้โพสต์ข้อความว่า “ไปเรียนจีนแล้วจะกลายเป็นคอมมิวนิสต์?”

โพสต์นี้ขอมาตอบแทนนักศึกษาต่างชาติในจีนหน่อยครับ แต่ไม่รู้คนเหล่านั้นจะอ่านหรือเข้าใจหรือเปล่า?

คือเวลาผมลงคลิปเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัยจีน ไม่ว่าจะเรื่องการเรียน สิ่งแวดล้อม หรือวัฒนธรรมการศึกษาที่ต่างออกไป ผมมักจะเจอคอมเมนต์แนว “เดี๋ยวกลับมาก็หัวเป็นสังคมนิยม” อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งในฐานะคนที่เรียนด้านนี้โดยตรง ผมอยากอธิบายว่า…

แน่นอนว่าระบบการเมืองของแต่ละประเทศย่อมมีอิทธิพลต่อสังคม แต่ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์เราจะเปลี่ยนความคิด หรือถูก “ล้างสมอง” ได้ง่ายๆ เพียงเพราะไปใช้ชีวิตในประเทศใดประเทศหนึ่งไม่กี่ปีนะครับ เราทุกคนมีตัวตน ความคิดเชิงเหตุผล และเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เรากลั่นกรองโลกด้วยตัวเองได้มากกว่าที่คนหลายคนคิด
.
และจากประสบการณ์ตรงของผมในฐานะนักศึกษา ป.เอก สายนี้โดยตรงที่เรียนอยู่จีน อยากบอกว่าคลาสเรียนที่นี่ไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนจินตนาการเลยครับ

แม้ว่าการเมืองในจีนจะเป็นประเด็นอ่อนไหว แต่ในโลกของวิชาการ อาจารย์และนักศึกษายังคุยกันบนพื้นฐานของข้อมูล หลักการ และทฤษฎีทางรัฐศาสตร์ที่ถูกใช้กันทั่วโลก ไม่ได้มีการยัดเยียดว่าระบบนี้ดีกว่าหรือต้องคิดแบบนี้เท่านั้นอย่างที่หลายคนกลัว

ผมเคยอยู่ในคลาสที่อภิปรายตั้งแต่ระบบพรรคการเมือง การบริหารรัฐสมัยใหม่ นโยบายสาธารณะ ไปจนถึงทฤษฎีเสรีนิยมและประชาธิปไตยแบบต่างๆ ทุกอย่างถูกวิเคราะห์ผ่านมุมมองเชิงวิชาการ ไม่ใช่มุมมองเชิงโฆษณาชวนเชื่อ อาจารย์หลายคนย้ำเสมอว่า หน้าที่ของเรา คือการวิเคราะห์ ไม่ใช่ชี้นำว่าอะไร “ถูกหรือผิด” โดยไม่ให้เหตุผลรองรับ

ดังนั้น นักศึกษาต่างชาติจึงไม่เคยถูกบังคับให้เชื่อในอุดมการณ์ใดๆ เลยครับ

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าการไปเรียนต่างประเทศ ไม่ว่าจะจีน อเมริกา หรือยุโรป ไม่ได้ทำให้คนถูกหล่อหลอมด้วยอุดมการณ์การเมืองใดๆ แบบอัตโนมัติ แต่กลับทำให้เรามองโลกกว้างขึ้นมากกว่าเดิม

ผมว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรม ระบบการศึกษา และผู้คนที่เราได้พบเจอ ทำให้เราเข้าใจว่ามนุษย์ทั่วโลกมีเหตุผล วิธีคิด และบริบทที่หลากหลาย การได้มองโลกผ่านสายตาของระบบอื่น ไม่ได้ทำให้เราต้องเชื่อตาม แต่ช่วยให้เราตั้งคำถามเก่งขึ้น วิเคราะห์แหลมคมขึ้น และเข้าใจโลกอย่างรอบด้านยิ่งขึ้นครับ

นักศึกษาไทยและต่างชาติที่เลือกไปเรียนในจีน ก็ไม่ได้ไปเพื่อรับอุดมการณ์ทางการเมืองของที่นั่น แต่ไปเพื่อเข้าถึงภาษา ความรู้ ทักษะ และเครือข่ายในประเทศที่กำลังมีบทบาทสำคัญในเวทีโลกอย่างมาก

ฉะนั้นอยากจะบอกกับเพื่อนๆ นักศึกษาที่อยู่ในจีนว่า
อย่าได้ไปคำพูด ตรรกะเหล่านั้นครับ คุณไม่ได้ทำอะไรผิด 
คุณแค่เลือกเปิดพื้นที่การเรียนรู้ของตัวเองให้กว้างขึ้นเท่านั้นเอง

และสำหรับใครที่กังวลว่าการไปเรียนต่างประเทศจะ เปลี่ยนหัวคิดได้ง่ายๆ ผมอยากบอกว่า…
ความมั่นคงทางความคิด ไม่ได้มาจากการปิดตัวเองจากความต่าง แต่มาจากการมองเห็นโลกหลายแบบ และรู้จักตั้งคำถามกับทุกแบบอย่างมีเหตุผล

การได้สัมผัสความแตกต่างไม่ใช่ภัยครับ
มันคือประตูที่ทำให้เราเข้าใจโลกชัดกว่าเดิมต่างหากครับ จบ!!

 

เทศกาลกิน ‘ปลาท่องเที่ยว’ ของดีหายาก ความอร่อยแห่งทะเลสาบสงขลา กับเอกลักษณ์ สดหวาน เนื้อนุ่ม เด็ดทุกเมนู หนึ่งปีมีครั้งเดียวสายชิมไม่ควรพลาด

เทศกาลกิน “ปลาท่องเที่ยว” แห่งทะเลสาบสงขลา ของอร่อยที่มีให้ชิมเฉพาะฤดูกาล

หากพูดถึงของดีประจำทะเลสาบสงขลา หลายคนต้องนึกถึง “กุ้ง-ปลาท่องเที่ยว” ปลาท่องเที่ยวเป็นปลาน้ำจืดพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความสด หวาน เนื้อนุ่ม และจะมีให้ลิ้มลองเฉพาะช่วง หน้าน้ำหลาก หรือช่วงที่ปลา “ท่องเที่ยว” เข้าสู่ทะเลสาบตามวิถีธรรมชาติ ทำให้แต่ละปีมีช่วงเวลาให้ชิมไม่ยาวนัก ใครเป็นสายอาหารพื้นบ้านสายปลา ถือว่าพลาดไม่ได้

ทำไมปลาท่องเที่ยวถึงอร่อยที่สุด?

ปลาท่องเที่ยวในทะเลสาบสงขลาเติบโตตามธรรมชาติ เนื้อปลามีความแน่นหวาน ไม่มีกลิ่นคาวมาก และเมื่อนำมาปรุงอาหารจึงให้รสชาติที่เข้มข้นแบบดั้งเดิม ทั้งแบบแกงร้อน ๆ หรือทอดกรอบก็อร่อยไม่แพ้กัน

เมนูเด็ดจากปลาท่องเที่ยว

หนึ่งในเสน่ห์ของปลาท่องเที่ยวคือ “ทำอะไรก็อร่อย” และปรับได้หลายสไตล์ เช่น
    •แกงส้มปลาท่องเที่ยว
รสจัดจ้าน หอมพริกแกง ผสมความหวานธรรมชาติของเนื้อปลา กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ฟินสุด
    •ต้มส้มมะขาม
น้ำซุปหวานอมเปรี้ยวแบบโบราณ เนื้อปลานุ่มชุ่มซุป เหมาะกับคนที่ชอบรสละมุน
    •ปลาท่องเที่ยวแดดเดียวทอด เนื้อปลาเค็มนิด ๆ แห้งกำลังดี ทอดกรอบหอม กินกับข้าวต้มยามเช้าหรือข้าวสวยก็เข้าที
    •ปลาท่องเที่ยวทอดขมิ้น เมนูบ้าน ๆ แต่รสชาติเฉียบ ขมิ้นและกระเทียมพริกไทยช่วยดึงรสปลาให้เด่นขึ้นไปอีกขั้น สายดื่มก็จะเหมาะที่จะเป็นกับแกล้มได้อย่างดี

ช่วงนี้หากอยากลอง…มีให้กินแล้ว!

ช่วงนี้ปลาท่องเที่ยวกำลังออกสู่ตลาดสดและร้านอาหารหลายแห่ง โดยเฉพาะ ร้านมะม่วงเบา อำเภอสิงหนคร ที่นำปลาท่องเที่ยวมาปรุงเป็นเมนูตามฤดูกาล สดใหม่ทุกวัน ใครผ่านแถวนั้นบอกเลยว่าห้ามพลาด หรือร้านอาหารที่เกาะยอก็มีให้ลิ้มลอง

ใครกำลังวางแผนทริป กินเที่ยวในสงขลา ช่วงนี้คือเวลาทองของ “เทศกาลกินปลาท่องเที่ยว” ของดีหายาก ปีหนึ่งมีครั้งเดียว อร่อย สด และสะท้อนวิถีอาหารพื้นบ้านแท้ ๆ ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่าทำไมคนพื้นที่ถึงรอคอยทุกปี!

กล่าวสำหรับร้านมะม่วงเบา ตั้งอยู่ใน อ.สิงหนครในบรรยากาศแบบบ้านๆ แต่ฝีมืออาหารไม่ธรรมดา ใหม่ สด โดยเชฟในหมู่บ้าน เจ้าของร้านก็ใจดี ใจถึง เด็กเสิร์ฟสุภาพเรียบร้อย

ใกล้ปีใหม่แล้ว ถ้าจะไปจัดเลี้ยงเป็นหมู่คณะ ก็มีห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง หรือจะเลือกบรรยากาศแบบโอเพ่นก็มีให้เลือกหลายมุม สัมผัสกับบทเพลงจากนักร้องสาวเสียงหวาน

 

โครงการ “MUAYTHAI FOR ALL” สร้างคน งาน และรายได้ทั่วประเทศ ปั้นครูมวย–ค่ายมวยมาตรฐาน ยกระดับมวยไทยเป็นอุตสาหกรรม Soft Power

(24 พ.ย. 68) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินโครงการ "MUAYTHAI FOR ALL" ตามนโยบาย One Family One Soft Power เพื่อผลักดันมวยไทยจากกีฬาประจำชาติสู่การเป็นอุตสาหกรรมกีฬาที่สร้างงานและรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดปี 2568 โครงการได้อบรมครูมวยกว่า 500 คนในค่ายมวยและโรงเรียน 30 แห่ง มีผู้เข้าร่วมฝึกกว่า 100,000 คน ได้รับการสอนทั้งแม่ไม้มวยไทย การป้องกันตัว และพิธีการรำมวย พร้อมใบประกาศนียบัตรรับรอง นอกจากนี้ยังมีการยกระดับค่ายมวยเข้าสู่มาตรฐาน Standard Muaythai Gym (SMG) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นรองรับนักท่องเที่ยวกีฬา โดยค่ายต่างประเทศที่ได้รับการรับรองอยู่ที่ร้อยค่าย

ในด้านเศรษฐกิจ กกท.ประเมินว่าโครงการสร้างมูลค่าหมุนเวียนในระบบมวยไทยไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทจากกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแข่งขันและอุปกรณ์กีฬา โครงการยังสนับสนุนสร้างห่วงโซ่อาชีพครบวงจรทั้งครูมวย นักมวย โปรโมเตอร์ และผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว พร้อมการมอบรางวัล MUAYTHAI FOR ALL GROW AWARD เพื่อยกย่องคนวงการมวยไทย

เป้าหมายปี 2569 คือเพิ่มประชากรมวยไทยเป็น 250,000 คน และขยายค่ายมวยมาตรฐานเป็น 600–700 แห่งทั่วประเทศ พร้อมดันมวยไทยเป็นอุตสาหกรรม Soft Power หลักของไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกผ่านวัฒนธรรมและกีฬาไทย "มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรม"
 


 

เชียร์ไทยในบ้านเรา กกท. แจกตั๋ว “ซีเกมส์ 2025” ฟรี!! เพียงลงทะเบียนออนไลน์ 26 พ.ย.นี้ สามารถรับชมได้ทั้งพิธีเปิด-พิธีปิด และร่วมลุ้นฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ราชมังคล

(25 พ.ย. 68) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดระบบลงทะเบียนรับตั๋วฟรีชมพิธีเปิด-ปิด และฟุตบอลชายทีมชาติไทยในซีเกมส์ 2025 ผ่านออนไลน์ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ โดยงานจะจัดที่กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568

ซีเกมส์ 2025 เป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพในรอบ 18 ปีของไทย โดยใช้แนวคิด "กีฬาเพื่อทุกคน" ให้ประชาชนเข้าชมฟรีแต่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าแบบ e-ticket หรือ QR Code เพื่อรักษาความปลอดภัยและรองรับจำนวนผู้ชมตามความจุสนาม ลดการล้นและบัตรขายต่อ นอกจากนี้ยังมี Fan Zone รอบสนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อให้ผู้ไม่ได้บัตรเข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศร่วมกัน

พิธีเปิดจะมีการเดินขบวนพาเหรดนักกีฬาจาก 11 ชาติอาเซียน และแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย พร้อมเทคโนโลยีแสง สี เสียง ที่ท้องสนามหลวงก่อนส่งต่อพิธีเปิดที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งยังเป็นสนามฟุตบอลชายกลุ่ม A ที่มีทีมชาติไทยเตะอย่างน้อย 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม

แม้เข้าชมฟรี แต่มีระบบคัดกรองเข้มงวด พร้อมโควตาพิเศษสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้พิการ และกลุ่มด้อยโอกาสสังคม เพื่อความเท่าเทียมในโอกาสเข้าชม โดยตั๋วชมพิธีเปิดและปิดถูกคาดว่าจะเป็นที่จองเร็วที่สุด

การเปิดให้ชมฟรีครั้งนี้สะท้อนความพยายามของไทยใช้กีฬากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างความภาคภูมิใจชาติ และย้ำฐานะเจ้าภาพอย่างเต็มตัวในเวทีอาเซียน

ลงทะเบียนจองได้ฟรีในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ทางการ www.seagames2025.org 

‘hatyaitongrod’ แพลตฟอร์มแจ้งขอความช่วยเหลือ จากฝีมือ ‘นิสิตวิทย์คอมพ์’ จุฬา เปิดให้ผู้ประสบภัยปักหมุดที่อยู่โดยตรง ทำให้การช่วยเหลือเข้าถึงรวดเร็วและแม่นยำ 

นิสิตสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาแพลตฟอร์ม “hatyaitongrod” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

แพลตฟอร์มนี้เปิดให้ผู้ประสบภัยสามารถ ปักหมุดที่อยู่อาศัย และ แจ้งความต้องการความช่วยเหลือ ได้โดยตรง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ 

นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น จิตอาสา อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ทหาร หรือหน่วยกู้ภัย ยังสามารถเปิดดูแผนที่ปักหมุดของผู้ประสบภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

รู้จัก ‘ดร.รวีวรรณ ภูริเดช’ จากนักวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ สู่ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติคนใหม่ ผู้ขับเคลื่อน One Map จัดสรรที่ดิน พร้อมผลักดันขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2568 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งนางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แทนนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ซึ่งถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ แทน

รวีวรรณ ภูริเดช เป็นใคร ไฉนจึงสามารถข้ามห้วยมาสลับตำแหน่งกับ ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้ซึ่งรับตำแหน่งได้เพียงไม่ถึง 4 เดือนได้ ดร.รวีวรรณ หรือ ดร.ติ๊ก ลูกหม้อของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขนานแท้ จบการศึกษา วิศวกรรมบัณฑิต (วศ.บ.) (เกียรตินิยมอันดับ 2) : วิศวกรรมทรัพยากรน้ำ (Water Resources Engineering) จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อด้วย วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต M.Sc. : Water Resources Systems Engineering จาก University of Newcastle Upon Tyne ประเทศอังกฤษ และ ดุษฎีบัณฑิต Ph.D. : Civil and Environmental Engineering จาก University of Wisconsin-Madison ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ดร.ติ๊ก รับราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน โดยมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ได้ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในปี พ.ศ. 2557 ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และย้ายเป็น เลขาธิการ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีต่อมา โดยดำรงตำแหน่งนี้ยาวนานถึง 6 ปี ก่อนย้ายขึ้นเป็น ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) สำนักนายกรัฐมนตรี (ระดับบริหารสูง เทียบเท่า ปลัดกระทรวง) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564

ผลงานสำคัญของ ดร.ติ๊ก ในด้านต่าง ๆ ได้แก่:  
(1) การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ
• การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map)
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติผลการดำเนินงานกลุ่ มจังหวัดที่ 1-4 (จำนวน 44 จังหวัด)
และกลุ่มที่ 5-7 (จำนวน 33 จังหวัด ) ผ่านความเห็นชอบจาก คทช. โดยอยู่ระหว่างเสนอ ครม.

• การจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกิน ตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)
พื้นที่เป้าหมาย คทช. ทั้งหมด 17.7 ล้านไร่ ได้ดำเนินการอนุญาตพื้นที่แล้ว 7.8 ล้านไร่ จัดราษฎร
เข้าทำประโยชน์แล้ว 1.9 แสนครอบครัว (ประชาชนประมาณ 1.1 ล้านคน) และมีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพแล้ว 357 พื้นที่

• การพิสูจน์สิทธิของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ
ในปี พ.ศ. 2568 ดำเนินการแล้ว 3,134 แปลง (ปี พ.ศ. 2566-2568 รวมจำนวน 6,852 แปลง)
รวมถึงดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปาในพื้นที่นำร่องจังหวัดกาญจนบุรีจำนวน 259 หมู่บ้าน 3,906 ครัวเรือน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 88 หมู่บ้าน 11,753 ครัวเรือน

• หัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้าน
การแปรสภาพเป็นทะเลทราย สมัยที่ 16 (UNCCD COP 16) ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2567

(2) การผลักดันขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site) ของประเทศไทย จำนวน 3 แหล่ง
• กลุ่มป่าแก่งกระจาน (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2564)
• เมืองโบราณศรีเทพ (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2566)
• อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2567)

• คณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในการดำรงตำแหน่งกรรมการมรดกโลก วาระปี พ.ศ. 2562-2566

• รองประธาน ในคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
เป็นมรดกโลก (พ.ศ. 2567-ปัจจุบัน)

• กรรมการ ในคณะกรรมการเพื่อการดำเนินการขึ้นทะเบียนพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม
เป็นมรดกโลก (พ.ศ. 2568-ปัจจุบัน)

(3) การอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่าของประเทศไทย
• กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า
(พ.ศ. 2558-2564)

(4) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
• จัดทำแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593

(5) การวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
• จัดทำพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

• ประธานกรรมการ ในคณะกรรมการผู้ ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม เช่น โครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและอากาศ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการเหมืองแร่

นอกจากนั้นแล้ว ดร.ติ๊ก ยังเคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสิ่งแวดล้อม และ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการติดตามผลกระทบข้ามพรมแดน ในคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย (Thai National Mekong Committee: TNMC) (วาระ พ.ศ. 2565-2566) 

วิกฤตเบี้ยเลี้ยงล่าช้า เบี้ยเลี้ยงนักกีฬาค้างจ่ายนาน 3-4 เดือน เงินอัดฉีดเหรียญยังไม่เคลียร์ชัดเจน อลป.ไทยเตือนกระทบขวัญกำลังใจทีมชาติ หวั่นผลงานซีเกมส์ 2025 หดตัวในบ้านตัวเอง

(26 พ.ย. 68) ก่อนงานซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจะเริ่มขึ้น ปัญหาเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาค้างจ่าย 3-4 เดือน และเงินอัดฉีดเหรียญที่ยังไม่ขยับกลายเป็นวิกฤตกัดกร่อนขวัญกำลังใจนักกีฬาไทย

ในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย (อลป.ไทย) กลางปี 2568 สมาคมกีฬาหลายแห่งแจ้งว่าเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าจ้างโค้ชที่เบิกผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติถูกค้างจ่ายถึงเดือนมีนาคม-เมษายนและยังไม่ได้รับเงินเดือนต่อมา บางสมาคมต้องใช้เงินสำรองหรือไปกู้หนี้เพื่อจ่ายให้กับทีม

ประธานที่ปรึกษาอลป.ไทย 'กองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์' เตือนว่า หากเบี้ยเลี้ยงไม่เคลียร์ภายในสองสัปดาห์ จะนำทีมกีฬาและสมาคมไปยื่นหนังสือตรงถึงรัฐบาล เพื่อป้องกันผลกระทบขวัญกำลังใจและเป้าเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์ 2025

ฝ่ายรัฐชี้แจงว่า งบประมาณได้รับแล้วแต่มีขั้นตอนการเบิกจ่ายที่ซับซ้อนและยังรอการอนุมัติจาก กกท. ส่งผลให้งบประมาณไม่ถึงมือสมาคมเต็มที่ ด้านเงินอัดฉีดเหรียญรางวัลอยู่ระหว่างดำเนินการปรับเพิ่มตามค่าครองชีพใหม่แต่นักกีฬาเห็นแค่ว่า "ยังไม่เพิ่มจริง" ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักกีฬาเรื่องความมั่นคงทางการเงิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top