Thursday, 4 June 2026
Lite

วาไรตี้ตำนาน!! iQIYI เปิดตัว Running Man Thailand วาไรตี้สนุกจัดเต็ม กติกาโหดไม่ยั้ง รวม 7 เอเจนต์ดัง จัดเต็มทั้งฮาและปั่น ชมพร้อมกัน 22 ก.พ. ช่อง One31 และ iQIYI

(18 ก.พ. 69) iQIYI Original ส่งวาไรตี้ระดับตำนาน "Running Man Thailand อย่า หยุด วิ่ง" ออก Official Trailer ตัวแรกเรียกน้ำย่อยก่อนสตรีมตอนแรก 22 กุมภาพันธ์นี้ผ่านช่อง One31 และแอป iQIYI ในเวอร์ชัน UNCUT

โปรเจกต์นี้ได้ SBS Studio ต้นฉบับจากเกาหลีช่วยติวเข้มสคริปต์และวางแผนเกม ร่วมกับ 8 Sunday โปรดักชันฮาวส์ไทยเพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับความเป็นไทยอย่างลงตัว สนามแข่งจริงจัดเต็มทั้งกรุงเทพฯ และพัทยา เกมโหดกระโดดสูง ลงน้ำ พร้อมภารกิจเอาตัวรอดสุดท้าทาย

นักวิ่งหลัก 7 Agent ได้แก่ 'โอ๊ต ปราโมทย์', 'เจฟ ซาเตอร์', 'อิ้งค์ วรันธร', 'เต ตะวัน', 'นุนิว ชวรินทร์', 'ต้าห์อู๋ พิทยา' และ 'ดีเจเผือก พงศธร' ซึ่งจะมาสร้างสีสันด้วยความสนุกฮาแบบไม่มีหยุด โดย "แกล้งกันไม่ยั้ง เคมีทั้งแกงทั้งซัพพอร์ต โกลาหลตั้งแต่ต้นจนจบ" คือเสน่ห์ของรายการ

วาไรตี้นี้ปล่อยออกมาให้ชมทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ทางช่อง One31 และรับชมออนไลน์แบบเต็มอิ่มเวลา 20.00 น. ผ่านแอป iQIYI และเว็บ IQ.com เท่านั้น พร้อมเจาะกลุ่มผู้ชมกว่า 190 ประเทศทั่วโลกด้วยความบันเทิงที่ครบเครื่องและสนุกสุดลังการ

ที่มา : https://www.naewna.com/entertain/947508

21 กุมภาพันธ์ 2455 รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศใช้ ‘พุทธศักราช’ (พ.ศ.) เป็นศักราชประจำชาติ แทน ‘รัตนโกสินทร์ศก’ (ร.ศ.) ปรับระบบปีของชาติ ให้สอดคล้องประเพณีประเทศพุทธ

รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศเปลี่ยนมาใช้พุทธศักราช (พ.ศ.) แทนรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 ถึง 2455 เพื่อให้สอดคล้องกับประเพณีของประเทศที่นับถือพุทธศาสนาและเจตนารมณ์ของชาติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าพุทธศักราชเหมาะสมกว่าในการเป็นศักราชประจำชาติ

พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พุทธศักราชในราชการทั่วไป โดยนับวันขึ้นปีใหม่เริ่มจาก 1 เมษายน พ.ศ. 2456 หลังจากประกาศในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455 ที่ผ่านมา "ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา และเพื่อให้สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ที่นับถือพุทธศาสนา" พระองค์ทรงพระราชดำริเช่นนี้ในขณะนั้น

รัตนโกสินทร์ศก เริ่มใช้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเริ่มนับปีจากปีที่สถาปนากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง คือ พ.ศ. 2325 เรียกว่า ร.ศ. 1 แต่ในทางพระพุทธศาสนาประเทศไทยยังคงใช้พุทธศักราชตามธรรมเนียมเดิมที่มีตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว นับพ.ศ. ตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานครบ 1 ปี ขณะที่ศรีลังกาและเมียนมาเริ่มนับเร็วกว่าไทย 1 ปี

ก่อนหน้านี้ ไทยเคยใช้มหาศักราชและจุลศักราชมาก่อน ทั้งนี้ การเปลี่ยนมาใช้พุทธศักราชสร้างความชัดเจนทางประวัติศาสตร์และศาสนาในระบบปีปฏิทินที่ไทยใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://korat.mnre.go.th/th/news/detail/80707

คดีดิไอคอนคืบ!! อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ‘แซม-มิน’ 5 ข้อหาหนัก คดีดิไอคอนกรุ๊ป หลัง DSI ชี้บทบาทเกินพรีเซนเตอร์ ประชาชนโดนหลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่

(21 ก.พ. 69) อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง 2 นักแสดงชื่อดังคือ ‘แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี’ และ ‘มิน-พีชญา วัฒนามนตรี’ ในคดีความเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ “ดิไอคอน กรุ๊ป” โดยมีข้อกล่าวหา 5 ข้อหาหนักรวมถึงฉ้อโกงประชาชนและทำธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งสองจะถูกเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ อัยการคดีพิเศษมีความเห็นไม่สั่งฟ้องเพราะเห็นว่าทั้งคู่เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ แต่ ‘พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ’ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเห็นแย้งว่า ทั้งคู่มีบทบาทเกินกว่านั้น โดยได้รับค่าตอบแทนสูงและขึ้นเวทีพูดโน้มน้าวชักชวนจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก นอกจากนี้ยังน่าจะรับรู้ถึงแผนธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่ต้น

“บทบาทจึงไม่ต่างจากผู้บริหารคนอื่น” และส่งผลให้ประชาชนเชื่อมั่นลงทุนในธุรกิจนี้ จากคำชี้แจงของ DSI ทำให้คดีนี้มีความคืบหน้าที่สำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนที่ชี้ชะตาผู้เกี่ยวข้องในวงกว้าง

คดีนี้เป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ และสะท้อนความจริงในวงการบันเทิงที่มีบทบาทในธุรกิจประเภทนี้ด้วย

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9874374/

22 กุมภาพันธ์ 2529 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ทรงเปิด “เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล” จ.เชียงใหม่ สนับสนุนเกษตร บรรเทาน้ำหลาก และผลิตไฟฟ้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในเชียงใหม่ที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ถือเป็นวันสำคัญของภาคเหนือและการบริหารน้ำเมื่ิอ 'รัชกาลที่ 9' เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" ที่จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนอเนกประสงค์แห่งนี้ถูกยกเป็นหมุดหมายสำคัญของการจัดการน้ำและพลังงานในพื้นที่

"เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" ตั้งอยู่บนลำน้ำแม่งัด ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ มีลักษณะเป็นเขื่อนดินสูงประมาณ 59 เมตร และยาว 1,950 เมตร ซึ่งมีความจุอ่างเก็บน้ำราว 265 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง บรรเทาน้ำหลาก และผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ด้วยกำลังผลิตรวม 9 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ กฟผ.

โครงการเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2520 ก่อนที่เขื่อนจะแล้วเสร็จในปี 2527 และโรงไฟฟ้าจะเสร็จในปี 2528 ต่อมารัชกาลที่ 9 พระราชทานนาม "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2529 และเสด็จพระราชดำเนินเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2529

นอกจากบทบาทการจัดการน้ำแล้ว เขื่อนยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติศรีลานนา มีวิวทิวทัศน์ของภูเขาและอ่างเก็บน้ำ ทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายของเมือง "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" จึงเปรียบเสมือนมรดกที่ยังคงยืนยงมาตลอดหลายทศวรรษ

"เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนืออย่างยั่งยืน

ที่มา : https://nakhonratchasima.mnre.go.th/th/news/detail/80718

 

23 กุมภาพันธ์ 2436 รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา "โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" รร.ต้นแบบแห่ง ‘หลักสูตร-วิธีการสอน’ ที่เผยแพร่ไปทั่วไทย วางรากฐานการศึกษาพระปริยัติฯ สู่เครือข่ายมหามกุฏราชวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา "โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" เปิดทางการศึกษาพระปริยัติธรรมในสายธรรมยุติกนิกายที่มีระบบชัดเจนและเป็นเครือข่ายหลักในการเชื่อมต่อกับมหามกุฏราชวิทยาลัย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนี้เพื่อยกระดับการศึกษาในระบบสำหรับพระภิกษุสามเณร โดยมุ่งเน้นพัฒนาหลักสูตรและขยายรูปแบบจากการเรียนการสอนแบบกระจัดกระจายมาสู่การเรียนในสถาบันที่เป็นเครือข่ายรองรับ

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ทรงมีบทบาทสำคัญในการวางระบบการศึกษาของโรงเรียน และผลักดันให้เกิดแนวทางเรียนการสอนที่เป็นระบบและต่อเนื่อง โดยวัดบวรนิเวศวิหารที่เป็นศูนย์กลางของธรรมยุตมาก่อนจึงเหมาะเป็นฐานทดลอง

การสถาปนาโรงเรียนนี้เป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนผ่านของการศึกษาพระพุทธศาสนาที่จากเดิมที่เน้นเรียนตามวัดและครู มาเป็นเครือข่ายสถาบันภายใต้ระบบที่เชื่อมโยงและขยายตัวได้ เมื่อเวลาผ่านไปส่งผลให้มหามกุฏราชวิทยาลัยพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในยุคใหม่

"โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" ไม่ใช่แค่จุดตั้งต้นทางการศึกษา แต่ยังถือต่อพระราชปณิธานการศึกษาของรัชกาลที่ 4 ที่รัชกาลที่ 5 สืบสานจนกลายเป็นรากฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาแบบทันสมัยในประเทศไทย

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8?

มายมิ้นคว้ามงกุฎ นางสาวไทย 2569 เดินสายประกวดมากกว่า 40 เวที ครองตำแหน่งทูตวัฒนธรรมไทย พร้อมพาวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

(23 ก.พ. 69) การประกวดนางสาวไทย 2569 จบลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดย 'มายมิ้น จิราภรณ์ ศาลาแดง' สาวงามจากอุดรธานีที่มีประสบการณ์ในวงการนางงามมากกว่า 40 เวที สามารถคว้ามงกุฎนางสาวไทยปีนี้ไปครองได้อย่างสง่างาม

สัปดาห์นี้การประกวดภายใต้คอนเซ็ปต์ "In Sprie By The Queen Mother" ได้จัดเต็มทั้งความสวยงามและวัฒนธรรมไทย สาวงาม 39 จังหวัดโชว์ชุดไทยประยุกต์และแสดงศิลปะโขนเปิดเวทีสุดอลังการ พร้อมการแสดงของบอยแบนด์ T-POP 'Perses' ที่เพิ่มความคึกคักให้ผู้ชมทั้งในฮอลล์และออนไลน์

'มายมิ้น' เผชิญหน้าคู่แข่งอย่างดุเดือด โดยผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายต้องตอบคำถามสู้ไหวชิงพริบ ก่อนจะประกาศผู้ชนะที่ครบทั้งความงามและปัญญา เธอจะรับหน้าที่เป็นทูตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยไปยังต่างประเทศ

นอกจากนี้ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ 'จีน ฤชาทร กิตติพรพานิช' แอร์โฮสเตสสาวผู้มีฝีมือ ส่วนรองอันดับ 2 ถึง 4 ได้แก่ 'ฝ้าย ปวีณา เนียมรักษา' 'เนอฟ ณัฐวดี กาญจนโอภาษ' และ 'กล้วย รุ่งระวี ฉิมชาญเวช' ตามลำดับ

'มายมิ้น' อายุ 22 ปี กำลังศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมประสบการณ์ในวงการบันเทิงและนางแบบ เธอกล่าวว่า "การได้รับตำแหน่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก"

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10147264
https://entertain.teenee.com/thaistar/318040.html

24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันศิลปินแห่งชาติ" รำลึก 'รัชกาลที่ 2' เอกอัครศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้วางรากศิลปะไทยให้รุ่งเรือง และผู้สร้างคุณค่าทางศิลปะไทย

(24 ก.พ. 69) ทุกวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถูกกำหนดให้เป็น "วันศิลปินแห่งชาติ" เพื่อสดุดีและให้เกียรติผู้สร้างสรรค์งานศิลปะของไทย พร้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือ 'รัชกาลที่ 2' ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเอกอัครศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
.
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีความหมายพิเศษเพราะตรงกับวันพระราชสมภพของ 'รัชกาลที่ 2' ผู้เป็นกวีเอกและอุปถัมภ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งในด้านกวีนิพนธ์ ดนตรี และงานช่างที่ประจักษ์ในพระราชนิพนธ์อิเหนาและบทละครนอกหลายเรื่อง
.
จำเป็นที่จะแยกแยะ "วันศิลปินแห่งชาติ" ซึ่งเป็นวันสำคัญประจำปีสำหรับรำลึกและส่งเสริมหัวใจศิลปะในสังคม ออกจาก "ศิลปินแห่งชาติ" ซึ่งเป็นตำแหน่งเกียรติยศที่มอบให้กับศิลปินผู้มีผลงานสร้างคุณูปการทางศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยมักได้รับการคัดเลือกจากความโดดเด่นด้านผลงาน รูปแบบประพฤติและแรงบันดาลใจที่มอบให้สังคม
.
วันศิลปินแห่งชาติไม่ใช่เพียงการรำลึกถึงศิลปินเก่า แต่ยังเป็นการยืนยันถึงศิลปะในฐานะของทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เป็นแรงขับเคลื่อนสังคมในด้านการศึกษา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการทูตวัฒนธรรม โดยในวันนี้ ศิลปินจะได้รับการส่งเสริมทั้งในเรื่องพื้นที่ทำงานและศักดิ์ศรีด้วยคำว่า "ศิลปินคือทรัพยากรของชาติ" ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าการสร้างสรรค์เป็นอาชีพที่มีคุณค่า
.
กิจกรรมในวันศิลปินแห่งชาติมักรวมถึงนิทรรศการ งานแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ รวมถึงเสวนาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม และการเผยแพร่เรื่องราวของ 'รัชกาลที่ 2' เพื่อช่วยให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจความสำคัญของวันและศิลปินแห่งชาติอย่างลึกซึ้ง
.
ที่มา : https://shorturl.asia/oYKh6

'ม้า อรนภา' ชี้แจง!! จากแจ้งเตือนกลายเป็นดราม่า เผยสะเพร่าไม่ติดราคาห่อหมก ตั้งข้อสงสัยถูกกลั่นแกล้งร้องเรียน แนะแจ้งกันดีๆไม่ต้องมากัน 5 คน

(24 ก.พ. 69) 'ม้า อรนภา' เปิดเผยผ่านสื่อถึงกรณีถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแผงห่อหมกของเธอ หลังมีผู้ร้องเรียนว่าไม่ติดป้ายราคาสินค้า ซึ่งนอกจากห่อหมกแล้ว สินค้าอื่นๆ เช่น น้ำพริกและแกงไข่พะโล้จะติดราคาชัดเจน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นความสะเพร่า เพราะไม่เคยศึกษากฎหมายมาก่อน และไม่ได้ตั้งใจละเมิด

เธอเล่าถึงความรู้สึกตอนเจ้าหน้าที่มากัน 5 คนว่า "เขาบอกมีคนมาร้องเรียนว่า สินค้าของเราไม่ได้ติดราคาไว้... อารมณ์ปรี๊ด อารมณ์เสียบ้าง มีประโยคหนึ่งถามไป ใครหรรอคะที่เป็นคนแจ้ง ? เขาบอกว่าบอกไม่ได้ แต่มีเขียนมาร้องเรียน... พี่อย่าอารมณ์เสียนะ" นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าคำร้องเรียนมีถ้อยคำพาดพิงเรื่องชื่อเสียง แสดงเหมือนตั้งใจกลั่นแกล้ง

เธอยังกล่าวว่า "เรื่องร้องเรียน อย่าให้คดีความไม่ดำเนินไป ด้วยความที่ดิฉันมีชื่อเสียงและอิทธิพล ฉันก็ใช้ประโยคนี้เลยหรอ แบบนี้แกล้งกันใช่ไหม... มาบอกกันดีๆก็พอ ไม่ใช่มาร้องเรียนและมากัน 5 คนเหมือนฉันเป็นโจร" พร้อมยอมรับว่าแค่นี้ก็หงุดหงิดแล้ว

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการเรื่องข้อร้องเรียนโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับพ่อค้าแม่ค้า ที่อาจเกิดความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าหรือผู้ร้องเรียนแสดงท่าทีไม่สุภาพ ทำให้เรื่องแจ้งเตือนกลายเป็นประเด็นที่มีอารมณ์ร่วมสูง

ที่มา : https://entertain.teenee.com/thaistar/318074.html

25 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ เป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุในไทย ปูทางสื่อสารรัฐถึงประชาชนทั่วประเทศ กลายเป็นรากฐานระบบวิทยุแห่งชาติไทย

เมื่อวัน 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 วันสำคัญของวงการวิทยุกระจายเสียงไทย นับเป็นวันแรกที่มีการออกอากาศสาธารณะโดย "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" ซึ่งตั้งอยู่ที่วังพญาไท การส่งสัญญาณปฐมฤกษ์ในปี พ.ศ. 2473 นี้ ถูกผลักดันโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ผู้ซึ่งถูกยกย่องเป็น "บิดาแห่งวงการวิทยุกระจายเสียงไทย" ก่อนหน้านี้มีการทดลองส่งสัญญาณหลายครั้งที่ตึกไปรษณีย์ปากคลองโอ่งอ่างและศาลาแดง

ไฮไลต์ของวันเปิดสถานีคือการถ่ายทอดสด "พระราชดำรัส" ของ รัชกาลที่ 7 จากพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าครั้งแรกรัฐไทยใช้วิทยุกระจายเสียงเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารข่าวสาร การศึกษา และความบันเทิงสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง

การส่งสัญญาณจากศูนย์กลางอำนาจรัฐด้วยคลื่นวิทยุเป็นการปฏิวัติการสื่อสารในยุคนั้น วิทยุกลายเป็นสื่อที่ประชาชนเข้าถึงได้ และยังต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น "สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย" ในปี พ.ศ. 2484 พร้อมก้าวสู่สถานีวิทยุแห่งชาติของไทย

25 กุมภาพันธ์จึงเป็นวันเปิดไมค์ประเทศที่สำคัญ เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาสื่อสารมวลชนไทยตลอดมา และย้ำถึงบทบาทของวิทยุในฐานะสื่อกลางเชื่อมรัฐและประชาชน

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/262086

‘แบงค์’ ปลดล็อค!! โมเมนต์ประวัติศาสตร์ G27 “ไฟรัก” ดังสนั่นราชมังฯ ‘แบงค์ ปรีติ’ ยิ้มทั้งน้ำตา แฟนเพลงส่งสัญญาณอยากเห็น Clash รวมตัว

(25 ก.พ. 69) "แบงค์ ปรีติ" อดีตนักร้องนำวง 'Clash' ประสบความสำเร็จปลดล็อคความรู้สึกบนเวทีเทศกาลดนตรี G27 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อแฟนเพลงกว่า 60,000 คนช่วยกันร้องเพลง "ไฟรัก" อย่างล้นหลาม การกลับมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่แบงค์ได้ย้ายเข้าสู่ค่าย genie records หลังจากไม่ได้มีโอกาสร่วมงานในงาน G27 ก่อนหน้านี้

แบงค์เผยความทรงจำ เมื่อ 7 ปีก่อนเคยพูดคุยถึงการเล่นคอนเสิร์ตรวมของวง 'Clash' ที่ราชมังฯ แต่โควิดทำให้โครงการล่าช้า "ผมรู้ว่านี่คือตอนที่ควรจะเป็นโอกาสแรกและสุดท้าย แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้วและมันยอดเยี่ยมกว่าที่คิด" แบงค์กล่าวผ่านโพสต์

นับว่าเป็นแรงสนับสนุนใจอย่างยิ่งจากแฟนเพลงและแฟนคลับที่คอยผลักดันให้วง 'Clash' กลับมารวมตัวใหม่อีกครั้ง หลายเสียงเชียร์ว่าการฉลองครบรอบ 25 ปีของวงนั้นยังไม่สายเกินไป สำหรับแฟนเพลงที่ยังรอคอยการคืนวงของเหล่าศิลปินรุ่นใหญ่

งาน G27 ปีนี้มีศิลปิน 31 วงร่วมแสดงกว่า 11 ชั่วโมง โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหลากหลายรุ่นได้แสดงผลงาน กระชับความสนิทสนมระหว่างศิลปินและแฟนเพลงพร้อมกันทั่วประเทศ การตอบรับที่ล้นหลามชี้ให้เห็นถึงพลังและหัวใจของแฟนเพลงร็อกไทยที่ยังคงแน่นแฟ้นแม้กาลเวลาผ่านไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10149542


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top