Friday, 5 June 2026
Lite

7 กุมภาพันธ์ 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิด "เขื่อนเจ้าพระยา" เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ถือเป็นวันสำคัญของวงการชลประทานไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเปิด "เขื่อนเจ้าพระยา" อย่างเป็นทางการในจังหวัดชัยนาท ซึ่งเขื่อนนี้นับเป็นเขื่อนทดน้ำและผันน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศ

"เขื่อนเจ้าพระยา" ตั้งอยู่บริเวณคุ้งบางกระเบียน อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ทำหน้าที่ทดน้ำยกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนผันเข้าสู่ระบบชลประทาน พร้อมช่องระบายน้ำ 16 ช่องที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการน้ำทั้งเหนือและท้ายเขื่อน โดยมีความยาว 237.5 เมตร และสูง 16.5 เมตร

เขื่อนแห่งนี้ไม่เพียงแค่เป็นสิ่งก่อสร้างริมแม่น้ำ แต่ยังทำหน้าที่เหมือนวาล์วหลักที่ช่วยกระจายน้ำไปยังระบบชลประทานขนาดใหญ่ของภาคกลาง ลดการพึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และช่วยเพิ่มความมั่นคงทางน้ำให้พื้นที่เกษตรหลายล้านไร่ในภูมิภาคนี้

วันที่เปิดเขื่อนเจ้าพระยาเป็นสัญลักษณ์ของการวางระบบจัดการน้ำสมัยใหม่ในประเทศไทย เพื่อหนุนเศรษฐกิจฐานรากผ่านเกษตรกรรม และทำให้ลุ่มเจ้าพระยาเป็นจุดสำคัญของการผลิตและพัฒนาประเทศในยุคต่อมาในภาพรวม

ที่มา : https://www.egat.co.th/home/en/chao-phraya-rohpp/?utm

8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้งใหญ่และประชามติพร้อมกันทั่วประเทศ ประชาชนเลือก ส.ส. และลงประชามติ ถามความเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างการเมืองครั้งสำคัญ

(8 ก.พ. 69) ประเทศไทยเดินเข้าสู่ "วันชี้ชะตา 2 บัตร" คือวันที่ประชาชนจะได้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือก ส.ส. พร้อมกับ การออกเสียงประชามติถามความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันเดียวกันทั่วประเทศ โดยเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ตามประกาศของ กกต.

การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. เกิดขึ้นหลังพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 และ กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งเป็น 8 ก.พ. เพื่อให้ประเทศเข้าสู่โหมดเลือกตั้งโดยรัฐบาลรักษาการ พร้อมมีการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. เฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. ขณะที่ประชามติไม่มีวันลงคะแนนล่วงหน้า เนื่องจากต้องเลือกพร้อมกันทั่วประเทศ

คำถามประชามติถามตรงประเด็นว่า "ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" การจัดให้วันลงประชามติชนกับวันเลือกตั้งมีเหตุผลสำคัญเพื่อประหยัดงบประมาณและทรัพยากร ใช้ระบบคูหาและบุคลากรร่วมกัน ส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจเรื่อง "ตัวคน" และ "กติกา" พร้อมกันในวันเดียว

เกมการเมืองคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากลำพัง อาจต้องมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม ขณะที่ประชามติเป็นสนามสะท้อนความต้องการของฝ่ายปรับเปลี่ยนกติกาการเมืองและฝ่ายอนุรักษนิยมที่กังวลผลกระทบด้านเสถียรภาพ

บรรยากาศการเมืองรอบนี้มีความระมัดระวังมากขึ้น พรรคที่เกี่ยวข้องลดโทนร้อนแรงประเด็นบางเรื่องเพื่อลดความขัดแย้ง โดยรวมแล้ว 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่แค่วันเลือก ส.ส. แต่เป็นวันวัดใจอนาคตของประเทศและทิศทางการเมืองในระยะยาว

ที่มา : https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/48/iid/457218?utm_source=chatgpt.com

9 กุมภาพันธ์ 2545 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับพระราชทานชื่อโดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Suvarnabhumi Airport’

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับพระราชทานชื่อและความหมายโดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า 'Suvarnabhumi Airport' และให้ความหมายว่า 'แผ่นดินทอง' หรือ 'Golden Land'

สนามบินสุวรรณภูมิมีจุดเริ่มต้นจากการซื้อที่ดินหนองน้ำ 20,000 ไร่บริเวณหนองงูเห่า จังหวัดสมุทรปราการในปี พ.ศ. 2516 โดยรัฐบาลทหารของ จอมพลถนอม กิตติขจร เพื่อสร้างสนามบินแห่งใหม่

หลังจากนั้นเกือบ 30 ปี รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เห็นความสำคัญของสนามบินที่มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว จึงประกาศให้การก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นวาระแห่งชาติ และเร่งก่อสร้างตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2545

สนามบินเปิดทดลองใช้ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 โดยมีสายการบินภายในประเทศหกสายการบินร่วมทดลองใช้งาน มีผู้โดยสาร 4,800 คนจาก 24 เที่ยวบิน ในวันนั้น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เดินทางจากสนามบินดอนเมืองมายังสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกล่าวว่า "สนามบินแห่งนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของความก้าวหน้าของประเทศ"

10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันอาสารักษาดินแดน หน่วยพลเรือนอาสาผู้เสียสละเพื่อบ้านเมือง ย้ำบทบาท อส. เสาหลักความสงบระดับท้องถิ่น เชิดชูผู้ปิดทองหลังพระ

(10 ก.พ. 69) วันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันอาสารักษาดินแดน" เพื่อสดุดีกำลังพลอาสาในกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ถือเป็นเสาหลักความมั่นคงในระดับพื้นที่ของประเทศ โดย อส. ได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย สนับสนุนงานฝ่ายปกครอง และช่วยเหลือประชาชนในเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ

วันอาสารักษาดินแดนที่กำหนดขึ้น ผูกอยู่บนพื้นฐานของพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 ซึ่งวางโครงสร้างให้ อส. อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย มีทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อทำภารกิจสนับสนุนความมั่นคงและการปกครองในพื้นที่ท้องถิ่น

ภารกิจของ อส. ไม่ใช่เพียงกำลังเสริมทั่วไป แต่เป็นกลไกที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในสถานการณ์หลากหลาย รวมถึงการรักษาความสงบในพื้นที่ การรักษาสถานที่สำคัญ สนับสนุนความปลอดภัยด้านการคมนาคม และช่วยเหลือประชาชนเวลาประสบภัย "ความมั่นคง" จึงหมายถึงการมีคนทำงานจริงในชุมชน

กฎหมายกำหนดคุณสมบัติของสมาชิก อส. อย่างชัดเจน ต้องมีสัญชาติไทย อยู่ในช่วงอายุและสุขภาพที่เหมาะสม พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยมีข้อจำกัดไม่ให้ซ้อนทับกับกำลังประจำการอื่น

วันอาสารักษาดินแดนจึงเป็นวันสำคัญที่สะท้อนความร่วมมือเชิงเครือข่ายระหว่างรัฐกับประชาชน เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมย้ำว่า "ความปลอดภัยของประชาชน" ต้องอาศัยคนทำงานที่รู้จักพื้นที่และพร้อมปฏิบัติหน้าที่เสมอ

ที่มา : https://www.myhora.com/calendar/important-day.aspx?23

11 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็น "วันเสื้อยืดขาว" รำลึกการประท้วงจ้างงานไม่เป็นธรรม จุดเปลี่ยนสิทธิแรงงานยานยนต์สหรัฐฯ สู่การยอมรับสหภาพอย่างเป็นรูปธรรม

(11 ก.พ. 69) ทุกวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถือเป็น "วันเสื้อยืดขาว" ที่ได้รับการยกย่องในเครือข่ายสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐฯ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ความสำเร็จของแรงงานในการประท้วงที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 1937

เหตุการณ์สำคัญนี้คือ "การประท้วงแบบนั่งยึดโรงงาน" (Flint Sit-Down Strike) ซึ่งแรงงานได้เข้าไปหยุดงานภายในโรงงาน General Motors (GM) เป็นเวลา 44 วัน จนผู้บริหารต้องยอมรับสหภาพแรงงาน UAW เป็นตัวแทนเจรจาอย่างเป็นทางการ เนื่องในประเด็นสิทธิ การต่อรองค่าจ้างและสวัสดิการ

"เสื้อขาว" กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สะท้อนความเท่าเทียมระหว่างแรงงานและฝ่ายผู้บริหาร โดยแรงงานสวมใส่เสื้อสีขาวในวันดังกล่าวเพื่อประกาศศักดิ์ศรีและแสดงว่าที่นั่งเจรจาไม่ได้เป็นของ "แจกฟรี" แต่เป็นผลจากการต่อสู้จริง

ปัจจุบัน กลุ่มสหภาพแรงงานยังจัดกิจกรรม "วันเสื้อยืดขาว" เพื่อย้ำเตือนคุณค่าของการรวมตัวและสิทธิแรงงานในยุคปัจจุบัน ตอกย้ำว่าแรงงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกติกาสังคมและเศรษฐกิจ

วันเสื้อยืดขาวจึงเป็นวันเตือนความจำว่า "สิทธิแรงงานเกิดจากการต่อรองและเสียสละ" และการรวมตัวสามารถเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจได้อย่างแท้จริง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ต้องเคารพศักดิ์ศรีแรงงานเป็นฐานความเป็นธรรม

ที่มา : https://www.nationaldaycalendar.com/national-day/national-white-shirt-day-white-t-shirt-day-february-11

ฟางเส้นสุดท้าย!! ‘ปู’ ประกาศยุติความสัมพันธ์ ‘เด๋อ’ เปิดแผลลึก 29 ปี ก่อนตัดใจเดินออกมา เผยความเจ็บปวดครั้งนี้มาจากการค้นพบ "โลกอีกใบ" ยกที่ดิน 4 ไร่ ปิดฉากรักครั้งนี้

(10 ก.พ. 69) ปิดตำนานรักต่างวัยที่หลายคนชื่นชมหลายสิบปี 'ปู กนกวรรณ' หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ปูเด๋อ' ประกาศยุติความสัมพันธ์กับอดีตสามี 'เด๋อ ดอกสะเดา' หลังจากพบความจริงที่ถูกซ่อนมานานเกือบ 3 ทศวรรษ ตัวเธอเปิดเผยว่าความเจ็บปวดครั้งนี้มาจากการค้นพบ "โลกอีกใบ" ที่ซ่อนอยู่ ภายใต้รอยยิ้มครอบครัวของตลกดัง

ปูเล่าว่าเรื่องปัญหานี้วนเวียนมาเนิ่นนานถึง 29 ปี ตั้งแต่แรกเริ่มคบหากัน ซึ่งเมื่อครั้งหนึ่งจับได้ว่าอดีตสามีไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่อพาร์ตเมนต์ แต่ถูกอธิบายว่าเป็นแค่ "เด็กของลูกน้อง" ด้วยความไว้วางใจและชื่อเสียงของฝ่ายชายทำให้เลือกที่จะให้อภัยและรักษาความสัมพันธ์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ซ่อนอยู่ไม่จบที่นั้น เจ้าตัวเผยว่า "ผู้หญิงคนนี้" โทรเข้ามาบ้านและมือถืออยู่ตลอด จนกระทั่ง 2 ปีที่แล้ว เห็นโปรไฟล์ในไลน์ที่โทรเข้ากลางดึก และฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ที่ปูเจอหญิงคนนี้นอนเฝ้าอดีตสามีที่ศูนย์ฯ พร้อมคำกล่าวจากฝ่ายนั้นว่า "ตนเองมาก่อน" ซึ่งทำให้เธอตระหนักว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธออาจเป็น "มือน้อย" ในความสัมพันธ์นี้โดยไม่รู้ตัว

ความเจ็บปวดที่ทำให้เธอปิดตำนานรักนี้ลง คือคำพูดที่ได้ยินว่า "ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว" ทำให้ปูตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาดและเพื่อจบเรื่องราวนี้เธอยอมมอบที่ดิน 4 ไร่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นชื่อฝ่ายชาย แม้จะซื้อด้วยเงินเธอเอง เพราะทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนสมรสและแยกทรัพย์สินอย่างชัดเจน

การเลิกราครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความเจ็บปวดในการค้นพบความจริงที่ถูกปกปิดเกือบสามทศวรรษและการตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหญิงสาวในวัยที่ควรได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขในบั้นปลายชีวิต

ที่มา : https://board.postjung.com/1669367

เซเลบสายวิ่งปล่อยพลัง!! ร่วมงาน aminoVITAL Run 2026 บรรยากาศสนุก เซเลบ-อินฟลูฯ ร่วมสร้างสีสันทั้งงาน ปลุกฟีลแอ็กทีฟ ชวนกินดีมีสุข

(11 ก.พ. 69) งาน "aminoVITAL Run 2026" คึกคักส่งท้ายต้นปี โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สายวิ่ง ได้แก่ สกาย – วงศ์รวี นทีธร, เดี่ยว – สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล, เพื่อน – คณิน ชอบประดิถ, กฤษฎิ์ – กฤษฎิ์ งามธนกิจจา และ ซี – ธีมา ตงศิริ นำทัพนักวิ่งกว่า 4,500 คน ออกสตาร์ทบนเส้นทางใจกลางกรุงเทพฯ

งานนี้เน้นไลฟ์สไตล์สุขภาพผสานความสนุก ภายใต้คอนเซ็ปต์กินดีมีสุข พร้อมกิจกรรมมากกว่า 20 บูธจากพันธมิตรแบรนด์ดัง อาทิ GARMIN, Starlux, ASICS, Shokz, Motive Socks, Yupster และ Rev Runnr. ที่เปิดโอกาสให้นักวิ่งทดลองสินค้าและเติมพลังระหว่างงาน

ไฮไลต์คือการเปิดตัว aminoVITAL FIIT Clear Whey Protein ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ตอบโจทย์นักออกกำลังกายและคนชอบไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟควบคู่กับการวิ่ง โดย สกาย – วงศ์รวี ให้สัมภาษณ์ผ่าน X ว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาร่วมงาน aminoVITAL Run 2026 รู้สึกตื่นเต้นมาก บรรยากาศของงานสนุก เส้นทางวิ่งสวย และมีตัวช่วยดี ๆ อย่าง aminoVITAL เจลพลังงานผสมกรดอะมิโน ที่ช่วยดูแลและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ อยากแนะนำให้คนที่ชื่นชอบการวิ่งและออกกำลังกายมาลองร่วมงานกันครับ"

นอกจากความสนุกแล้ว งานวิ่งยังเป็นพื้นที่รวมพลังและความบันเทิงจากนักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์มากมาย ที่ทำให้ aminoVITAL Run 2026 เป็นงานวิ่งที่ผสานพลังบวกและไลฟ์สไตล์สุขภาพไว้อย่างลงตัว

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9872818/

12 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันรำลึกวันเกิดของ 'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' นักธรรมชาติวิทยาผู้เสนอแนวคิดวิวัฒนาการใหม่ ฉลองวิทยาศาสตร์หลักฐานชัด กระตุ้นคิดเชิงวิทยาศาสตร์

(12 ก.พ. 69) วันที่ 12 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ "Darwin Day" วันรำลึกวันเกิดของ 'ชาร์ลส์ ดาร์วิน' นักธรรมชาติวิทยาผู้เสนอแนวคิดวิวัฒนาการโดยการคัดเลือกโดยธรรมชาติ สร้างรากฐานสำคัญให้ชีววิทยาสมัยใหม่และเน้นการยึดหลักฐานแทนความเชื่อเดิม ๆ

ตาม International Darwin Day Foundation วันนี้ไม่ได้เฉลิมฉลองแค่ตัวดาร์วินเท่านั้น แต่ยังเน้นวิทยาศาสตร์และมนุษยธรรมที่ส่งเสริม "ความกล้าทางปัญญา ความใฝ่รู้อย่างไม่สิ้นสุด และการคิดแบบวิทยาศาสตร์" เพื่อเน้นการขับเคลื่อนสังคมด้วยเหตุผลและหลักฐาน

ในยุคข้อมูลข่าวสารที่มีทั้งข่าวลวงและข้อมูลเทียมมากมาย เว็บไซต์นี้ตั้งคำถามสำคัญว่า "เราตัดสินเรื่องใหญ่ ๆ ด้วยหลักฐานมากพอหรือยัง" โดยผลงานดาร์วินช่วยเสริมความเข้าใจว่า ความเหมือนและความต่างของสิ่งมีชีวิตเกิดจากกระบวนการธรรมชาติไม่ใช่เหตุบังเอิญ

กิจกรรม "Darwin Day" จัดขึ้นทั่วโลก เช่น นิทรรศการ บรรยาย เวิร์กช็อป STEM และกิจกรรมธรรมชาติ ซึ่งชวนให้สังคมเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคิดอย่างมีเหตุผล เหตุผลเหล่านี้ทำให้วันสำคัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนยอมรับความจริงเมื่อหลักฐานชัดเจนและกล้าจะตั้งคำถาม

ที่มา : https://www.britannica.com/biography/Charles-Darwin?utm_

“สัตว์พูดไม่ได้” 'อิงฟ้า วราหะ' ขอเป็นเสียงแทนสีดอหูพับ ช้างป่าจากขอนแก่นล้มระหว่างเคลื่อนย้าย สร้างความสะเทือนใจและตั้งคำถามขั้นตอน ผลชันสูตรชี้ช็อกเฉียบพลันส่งระบบหายใจล้มเหลว

(12 ก.พ. 69) พลายสีดอหูพับ ช้างป่าจากจังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตในระหว่างการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ฟื้นฟูในจังหวัดเลย เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและเป็นประเด็นตั้งคำถามถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ

ผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่าช้างป่ามีภาวะช็อกเฉียบพลันและอาจเกิดการสำลัก ส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวระหว่างเคลื่อนย้าย คลิปและภาพที่เผยแพร่ทำให้หลายคนมองว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสีดอหูพับ

ล่าสุด 'อิงฟ้า วราหะ' ได้ออกมาเป็นกระบอกเสียงในเรื่องนี้ผ่านทางแพลตฟอร์ม X โดยโพสต์ข้อความว่า "จริงๆ เป็นอะไรที่อ่อนไหวมากๆ สัตว์เค้าพูดไม่ได้ เค้าเรียกร้องไม่ได้ด้วยซ้ำ ขอพื้นที่ให้เค้าได้อยู่ ได้กิน ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขบนโลกใบเดียวกันกับเรา การจากไปครั้งนี้ บางทีอาจต้องให้บทเรียนมนุษย์บ้าง"

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายในการจัดการสัตว์ป่า ระหว่างการเคลื่อนย้ายและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ที่ยังจำเป็นต้องมีการพัฒนาขั้นตอนและมาตรการเพื่อป้องกันความสูญเสียในอนาคต

ที่มา : https://entertain.teenee.com/thaistar/317795.html

13 กุมภาพันธ์ ของทุกปี “วันรักนกเงือก’ ชวนคนไทยปกป้อง ‘ผู้ปลูกป่า’ ก่อนผืนป่าจะเงียบถาวร ความรักสื่อถึงความรับผิดชอบ

(13 ก.พ. 69) วันรักนกเงือก ตรงกับ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักและปกป้องนกเงือก "ชาวป่าปากใหญ่" ที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศและเป็นสัญลักษณ์ของความรักในธรรมชาติไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันรักนกเงือกจัดขึ้นก่อนวันวาเลนไทน์หนึ่งวัน เพื่อใช้ความรักเป็นสะพานเชื่อมการอนุรักษ์ นำโดย 'มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก' และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยกิจกรรมนี้จัดต่อเนื่องมากว่า 20 ปี

นกเงือกไม่ใช่เพียงนกสวยงาม แต่เป็น "ช่างปลูกป่า" ที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ ยกระดับความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าไทยซึ่งมีนกเงือกถึง 13 ชนิด การล่าสัตว์ การค้า และการทำลายป่า เป็นภัยคุกคามทำให้นกเงือกต้องการการช่วยเหลือ

วันรักนกเงือกจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ จัดนิทรรศการ และแคมเปญชวนให้ทุกคนปกป้องนกเงือกตามวิถีที่ถูกต้อง ไม่รบกวนธรรมชาติ

"รักนกเงือกไม่จำเป็นต้องให้อาหาร แต่เริ่มจากการสนับสนุนงานวิจัย ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ และร่วมรักษาป่า" เพราะ "นกเงือกอยู่ได้ = ป่าอยู่ได้" ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของคนในระยะยาว

ที่มา : https://www.tei.or.th/th/infographic_detail.php?eid=2093


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top