Friday, 5 June 2026
Lite

8 มกราคม วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’

วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทยอีกวันหนึ่ง โดยเป็นวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530 และทรงเจริญพระชนมายุครบ 37 พรรษา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระเชษฐภคินีและพระอนุชา 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

เมื่อแรกประสูติทรงดำรงพระอิสริยยศ ‘หม่อมเจ้า’ มีพระนามว่า ‘หม่อมเจ้าบุษย์น้ำเพชร มหิดล’ ต่อมาได้รับพระราชทานพระนามใหม่ว่า ‘หม่อมเจ้าจักรกฤษณ์ยาภา มหิดล’ จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระราชทานพระนามใหม่ว่า ‘หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล’ ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น ‘พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์’ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นทั้งนักกีฬาขี่ม้าและอดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย ในวันที่ 21 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระยศ ‘พันเอกหญิง’ ในฐานะพระอาจารย์หัวหน้าแผนก โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า (อัตราพันเอก)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบแฟชันและเครื่องประดับ โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยทรงออกแบบเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ ‘SIRIVANNAVARI’ และ S’Home เสื้อผ้าของสตรีและบุรุษ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างเนืองแน่นในวงการแฟชั่นโลก กับการออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงที่มีความประณีต ที่เหล่าผู้มีชื่อเสียงนิยม ทั้งยังมีแบรนด์ต่างๆ อย่าง Sirivannavari maison แบรนด์ของแต่งบ้าน รวมไปถึงแบรนด์ชุดแต่งงาน

นอกจากทรงออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันต่างๆ แล้ว พระองค์ยังทรงสนับสนุนผ้าไทย ด้วยการนำผ้าไหมมาตัดเย็บเป็นชุดต่างๆ ทั้งนี้ยังทรงออกแบบชุดให้กับ เดมี ลีห์ เนล ปีเตอร์ มิสยูนิเวิร์ส 2017 และโศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ได้สวมใส่ในการประกวดรอบไทยไนท์ของเวทีนางงามจักรวาลที่จัดประกวดที่ประเทศไทยอีกด้วย ทำให้กระทรวงวัฒนธรรมถวายรางวัลศิลปาธร ประจำปี 2561 ในสาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชันและเครื่องประดับ) ด้วยความสนพระทัยด้านแฟชัน พระองค์จึงเสด็จไปทอดพระเนตรงานปารีสแฟชันวีกอยู่เสมอ และได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อต่างชาติ อาทิ นิตยสาร Grazia ประเทศอังกฤษ จัดอันดับให้พระองค์ทรงอยู่ในลำดับที่ 1 ของเจ้าหญิงที่มีสไตล์ที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามว่าทรงเป็น ‘เจ้าหญิงแฟชัน’

ทั้งนี้ พระองค์ยังทรงเป็นพระอาจารย์สอนนักเรียนปริญญาเอก ศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ อีกด้วย

ที่มา : https://www.matichon.co.th/court-news/news_1481254

แม่ชมพู่จัดแฟชั่น!! ทริปหิมะฝรั่งเศสสุดอบอุ่น แม่ชมเปลี่ยนลุคทุกวัน น้องเกลฉายแววสไตล์จัดเต็ม รวมครอบครัวอบอุ่นที่ Courchevel

(7 ม.ค. 69) ครอบครัว "รังษีสิงห์พิพัฒน์" โดย "ชมพู่ อารยา" พาแฟนคลับลุ้นทริปหิมะฝรั่งเศสที่รีสอร์ตสกีชื่อดัง Courchevel พร้อมแคปชั่นว่า "แต่งตัวจัดไปวันๆ" สร้างความฮือฮาในโซเชียล เมื่อแม่เปลี่ยนลุคไม่ซ้ำวัน และลูกสาวคนเล็ก "น้องเกล" ไม่ธรรมดาในเรื่องแฟชั่น

ในโพสต์ที่แชร์ในโซเชียลมีการยกให้ "แม่ชม" เป็นแฟชั่นไอคอนตัวจริง แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ "น้องเกล" ลูกสาวที่ถูกชื่นชมว่าแฟชั่นจัดเต็มไม่แพ้แม่ "แต่ละวันแต่ละชุดก็ไม่เบาเหมือนกัน" เรียกความเอ็นดูจากแฟนคลับอย่างมาก

ทริปนี้ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่ยังเป็นรันเวย์แฟชั่นกลางหิมะ โดยครอบครัวนี้ได้รวมตัวกันอย่างอบอุ่น นอกจากนั้นยังได้เห็นการร่วมทริปของ "แพทริเซีย กู๊ด" และสามี "โน้ต วิเศษ" สร้างภาพความอบอุ่นของครอบครัวใหญ่

โครงการ Courchevel ถือเป็นรีสอร์ตระดับโลกที่ตั้งอยู่ในแคว้น Rhone-Alpes ประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในสกีโซนใหญ่ "Three Valleys" ที่นักท่องเที่ยวสายสโนว์คุ้นเคยกันดี ทริปนี้จึงได้ทั้งวิวธรรมชาติและแฟชั่นโชว์จากครอบครัวนี้พร้อมกัน

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9866538/

เกือบไม่รอด!! “อั๋น ภูวนาถ” เล่านาทีชีวิต พลัดตกเขานิเซโกะ ไถลทะลุตาข่ายติดต้นสน เสี่ยงจมหิมะลึกจนขยับไม่ได้

(8 ม.ค. 69) ‘อั๋น ภูวนาถ คุนผลิน’ พิธีกรชื่อดัง เล่าประสบการณ์หวุดหวิดตายขณะเล่นสกีที่นิเซโกะ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ในทริปครอบครัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เขาไถลหลุดออกนอกเส้นทางจนทะลุแนวกั้นความปลอดภัยไปติดบนยอดต้นสนกลางหิมะหนาทึบ โดยเจ้าตัวอธิบายว่า "เอาจริงน่ากลัวมาก" เพราะมีโอกาสที่จะตกจมหายใต้กองหิมะได้ทุกเมื่อ

‘อั๋น’ เล่าว่าเขาค้างอยู่บนยอดต้นสน ซึ่งไม่มีพื้นมั่นคงให้เหยียบ ทำให้ขยับตัวไม่ได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ครูสอนสกีที่อยู่ด้วยยังแปลกใจว่าเขาไถลไปอยู่จุดนั้นได้อย่างไร เหตุการณ์เข้าขั้นอันตรายจนเกือบต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วยเหลือ แต่สุดท้าย ‘อั๋น’ รอดปลอดภัยกลับมาได้

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการเล่นหิมะลึกใกล้ต้นไม้ หรือที่เรียกว่า Tree well หรือ Deep snow immersion ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหิมะลึกบริเวณนี้สามารถสร้างโพรงลึกจนทำให้ถูกตรึงและหายใจลำบากได้ จึงแนะนำว่าอย่าเล่นคนเดียวและควรมองเห็นกันตลอดเวลา

ที่นิเซโกะมีระเบียบชัดเจนให้ใช้ประตู (gates) เข้า-ออกเส้นทางหิมะห้ามฝ่าหรือมุดเชือก ผู้เล่นควรเล่นในโซนที่เปิดใช้งานและหลีกเลี่ยงโซนต้นไม้หากไม่ชำนาญ ‘อั๋น’ เตือนทุกคน "เสี้ยววินาที" อาจเปลี่ยนทริปท่องเที่ยวหิมะให้กลายเป็นอันตรายอย่างไม่คาดคิด

ที่มา : https://entertain.teenee.com/thaistar/316936.html

9 มกราคม 2472 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์ ก่อสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้า สะพานแรกเชื่อมสองฝั่งเจ้าพระย

(9 ม.ค. 69) เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2472 เป็นวันสำคัญของกรุงเทพฯ ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์สะพานพระพุทธยอดฟ้า หรือ "สะพานพุทธ" กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ปลายถนนตรีเพชร ฝั่งพระนคร นับเป็นสะพานแรกที่เชื่อมฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรีอย่างแท้จริง

สะพานพระพุทธยอดฟ้าไม่ใช่แค่สะพานรถยนต์ แต่เป็นพระบรมราชานุสรณ์เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือรัชกาลที่ 1 ผู้ก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ และสะพานนี้ยังออกแบบเป็นสะพานเหล็กแบบเปิด–ปิด (bascule bridge) ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในยุคนั้น

หลังเปิดใช้งานในวันที่ 6 เมษายน 2475 ความสะดวกในการเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้สองฝั่งเมืองกลายเป็น "เมืองเดียวกัน" การข้ามฝั่งจาก ย่านสำเพ็ง บ้านหม้อ เสาชิงช้า ไปยังฝั่งธนบุรีง่ายขึ้นอย่างมาก สะพานแห่งนี้จึงเป็นทั้งสะพานทางสังคมและเศรษฐกิจ

พิธีวางศิลาฤกษ์มีการประกอบพิธีทางศาสนาและบวงสรวงโดยพระสงฆ์และพราหมณ์ พร้อมกับพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์ที่มีการฝังเอกสารและเครื่องหมายรัชกาลไว้ใต้ฐานรากสะพาน ถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นยุคใหม่ของเมืองหลวง

แม้ประเทศจะผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 สะพานพระพุทธยอดฟ้ายังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ เป็นเส้นทางรถยนต์และจุดชมวิวที่สะท้อนประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านของเมืองหลวงไทย

ที่มา : https://shorturl.asia/eGilT

10 มกราคม 2489 ‘สหประชาชาติ’ จัดประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งแรก ชาติมาพบกันกลางลอนดอน โดยมีตัวแทนจาก 51 ชาติ เข้าร่วม เปิดทางให้ไมโครโฟนแทนปืน

(10 ม.ค. 69) เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2489 เป็นวันเปิดประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งแรก ณ Methodist Central Hall ในลอนดอน ท่ามกลางความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวแทนจาก 51 ประเทศมารวมตัวกันไม่ใช่เพื่อรบ แต่เพื่อกำหนด "กติกาโลกใหม่" ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ

บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความหมาย ทั้งที่เมืองยังมีร่องรอยจากระเบิดและความวุ่นวายแต่โลกก็พยายามสลับจาก “การยิงปืน” มาเป็น “การพูดคุยด้วยไมโครโฟน” ในเวทีที่ทุกเสียงมีค่าเท่ากัน โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษ 'เคลเมนต์ แอตต์ลี' เปิดประชุมเน้นย้ำถึงความร่วมมือป้องกันสงครามและควบคุมอาวุธนิวเคลียร์

สมัชชาใหญ่แตกต่างจากคณะมนตรีความมั่นคงตรงที่ทุกประเทศมีหนึ่งเสียงเท่ากัน ไม่ว่าจะประเทศใหญ่หรือเล็ก และเป็นโอกาสประวัติศาสตร์ที่ประเทศเล็กสามารถมีเสียงในเวทีโลกครั้งแรก โดยมี 'ปอล-อ็องรี สปาก' จากเบลเยียม เป็นประธานที่ประชุมคนแรก

วาระสำคัญคือการเริ่มจัดการกับอาวุธนิวเคลียร์และปัญหาผู้ลี้ภัยหลังสงครามโลก ซึ่งต่อมาได้นำไปสู่การก่อตั้งโครงสร้างช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสากลอย่าง 'UNHCR' และวางรากฐานแนวทางควบคุมอาวุธในระดับพหุภาคี

สมัชชาใหญ่ครั้งแรกเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของโลกที่ประกาศว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือหลักอีกต่อไป แต่จะใช้การโต้เถียงและลงมติโดยสันติแทน นับเป็นการทดลองครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติในเวทีสันติภาพโลก

ที่มา : https://www.history.com/this-day-in-history/january-10/first-meeting-of-the-united-nation

วงการไม่สวยเสมอไป “ขวัญ อุษามณี” เผยเคยเกือบติดคุก ตามเพื่อนไปเที่ยวตอนยังไม่ถึง 18 สุดท้ายโดนพาเข้าโรงพัก บทเรียนเลือกผิด ชีวิตเกือบดับ

(9 ม.ค. 69) 'ขวัญ อุษามณี' เผยเรื่องราววัยรุ่นที่เกือบมีปัญหากับกฎหมายในรายการ Club Friday Show โดยเล่าว่าเมื่ออายุยังไม่ถึง 18 ปี เคยไปตามเพื่อนในวงการทำกิจกรรมสนุก ๆ ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมกับวัย จนตำรวจมาตรวจพบและพาตัวไปสถานีตำรวจ "ขึ้นนั่งรถกระบะไปเหมือนเล่นสงกรานต์" เธอกล่าว

ขวัญชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเพราะเธอไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงและอาจมีปัญหาทางกฎหมายได้ แต่ไม่ได้ระบุว่าได้รับการดำเนินคดีหรือไม่ โดยข่าวนำเสนอว่าเธอ "เกือบติดคุก" จากคำบรรยายของเหตุการณ์นี้

ส่วนประเด็นว่ามีการกลั่นแกล้งจากเพื่อนในวงการหรือไม่นั้น ในข่าวมีการตัดทอนคำตอบของขวัญไว้โดยไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเธอถูกกลั่นแกล้ง

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายของคนในวงการบันเทิง โดยเฉพาะการเลือกคบคนและรู้จักป้องกันตัวในวัยหนุ่มสาว เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงที่อาจส่งผลต่ออนาคต

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9866938

นากลางเมืองมีจริง “เอ ศุภชัย” โพสต์ทุ่งเขียวขจี ปลูกข้าวเองตั้งแต่เมล็ดถึงจาน เตรียมเปิดร้านข้าวแกง ลุยร้านข้าวแกงเต็มตัว

(10 ม.ค. 69) 'เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร' ผู้จัดและนักปั้นชื่อดัง เปิดเกมธุรกิจใหม่ด้วยการเปิดร้านข้าวแกงในกรุงเทพฯ พร้อมลงทุนปลูกข้าวเองในแปลงนากลางเมืองเพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำโดยตรง

'เอ' โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่าตนเอง "ปลูกข้าวเอง...ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ" พร้อมประกาศเตรียมเปิดร้านข้าวแกงภายใต้ชื่อ #ข้าวแกงแอลเอ โดยย้ำว่าตัวเองลงมาดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดเพื่อการันตีความหอม นุ่ม และอร่อยของข้าวที่จะเสิร์ฟในร้าน

จุดที่น่าสนใจคือบรรยากาศนาข้าวเขียวขจีที่เจ้าตัวจัดเต็มใส่ชุดเดรสพร้อมพร็อพเกษตรแบบจัดเต็มในแปลงนากลางเมือง ทำให้ภาพโพสต์นี้กลายเป็นไวรัล มีแฟนๆ และเพื่อนในวงการบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจและรอติดตามเมนูอย่าง "ไข่พะโล้" และชื่นชมในความตั้งใจและไอเดียนี้

โปรเจกต์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ 'เอ' ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในวงการอาหารด้วยการควบคุมวัตถุดิบและคุณภาพเองตั้งแต่ต้นทาง สร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติกลางเมืองซึ่งเป็นแนวคิดที่หายากในธุรกิจอาหารปัจจุบัน

แฟนคลับและผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของร้านนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยรอชมการเปิดร้านอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9866734

11 มกราคม 2552 ย้อนอดีตเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่มีสีสันมากที่สุด คนกรุงโหวต “สุขุมพันธุ์” ขึ้นนั่งผู้ว่าฯ ชนะกลางศึก ปชป.–เพื่อไทย ผู้สมัครใหม่สร้างสีสันการเมืองกรุง

(11 ม.ค. 52) การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งพิเศษในวันที่ 11 มกราคม 2552 กลายเป็นหมุดหมายการเมืองสำคัญ เมื่อม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือ 'คุณชายหมู' จากพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งขึ้นครองเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 15 ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองระดับชาติที่มีการแตกขั้วอย่างชัดเจน

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.กลางคัน เนื่องจากถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท แม้เขาจะยืนยันความบริสุทธิ์แต่แรงกดดันทางการเมืองนำไปสู่การลาออกและการเลือกตั้งใหม่

สนามเลือกตั้งรวบรวมผู้สมัครจากหลากหลายฝ่าย เช่น 'คุณชายหมู' จากพรรคประชาธิปัตย์, 'ยุรนันท์ ภมรมนตรี' จากพรรคเพื่อไทย, 'หม่อมปลื้ม' ผู้สมัครอิสระ และผู้ตรวจสอบจากกลุ่มกรุงเทพฯ ใหม่ โดยโพลและสื่อมวลชนส่วนใหญ่ชี้ชัดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังคงนำโด่งในคะแนน

ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า 'คุณชายหมู' ได้คะแนนประมาณ 45.4% ทิ้งห่างอันดับสองเกือบ 3 แสนเสียง ส่งสัญญาณว่าแม้การเมืองระดับชาติจะแตกขั้ว แต่ฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ยังแข็งแกร่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถทะลวงฐานเสียงเมืองหลวงได้เต็มที่

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นทั้งการเลือกตั้งและการทดสอบพลังทางการเมืองในกรุงเทพฯ และสะท้อนภาพรวมที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นฐานมั่นของประชาธิปัตย์ในช่วงเวลาหนึ่ง รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นยุคของ 'คุณชายหมู' ที่บริหารกรุงเทพฯ ถึงสองสมัยติดต่อกัน

ดีกรีบัณฑิตใหม่!! ลูกชาย “ตั๊ก–นุ้ย” สำเร็จปริญญาวิศวะ มธ. โมเมนต์อบอุ่นครอบครัวพร้อมหน้า ลูกชายคนเก่งก้าวสู่บทใหม่ วางแผนเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ

(12 ม.ค. 69) บรรยากาศอบอุ่นในครอบครัวของ 'ตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด' และ 'นุ้ย เชิญยิ้ม' หลังลูกชายคนเก่ง "น้องภู" หรือ 'ภูสิษฐ์ เอี่ยมสุข' จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสายวิศวกรรมดิจิทัลจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคุณพ่อคุณแม่เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาอย่างอบอุ่น

'ตั๊ก ศิริพร' ได้โพสต์ภาพลูกชายในชุดครุย พร้อมข้อความแสดงความภูมิใจว่า "ลูกชายเรียนหนักมาก" นี่เป็นก้าวแรกของชีวิตหลังเรียนจบและแม่ส่งกำลังใจให้ลูกก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ พร้อมบอกว่า "ชีวิตนี้เป็นของลูก จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด" นอกจากนี้น้องภูมีแผนศึกษาต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศ

หลังโพสต์ข่าวนี้เผยแพร่ มีแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเข้ามาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก และชื่นชมความน่ารักของครอบครัวที่คอยสนับสนุนและส่งเสริมกันในทุกก้าวของชีวิต

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10093313

13 มกราคมของทุกปี ถือเป็น "วันการบินแห่งชาติ" รำลึกจุดเริ่มต้นฟ้าไทย จากเครื่องบิน 8 ลำ ยุครัชกาลที่ 6 สู่การบินที่เชื่อมต่อโลก จุดเปลี่ยนความมั่นคง เศรษฐกิจไทย

(13 ม.ค. 69) ในวันที่ 13 มกราคมของทุกปี ถือเป็น "วันการบินแห่งชาติ" ของประเทศไทย เพื่อรำลึกถึงจุดเริ่มต้นสำคัญของการบินไทยที่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 6 ด้วยเครื่องบิน 8 ลำ และนักบิน 3 นายที่ได้รับการส่งไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีการบินในยุคใหม่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งแผนกการบินในกระทรวงกลาโหม และส่งนายทหารไปฝึกวิชาการบินที่ฝรั่งเศส ขณะที่รัฐบาลซื้อเครื่องบินเข้าประจำการเครื่องแรกเพื่อเสริมสร้างกองทัพอากาศไทย

ในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2457 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการบินครั้งแรกของนายทหารไทย ซึ่งเป็นการประกาศว่า สยามพร้อมเข้าสู่ยุคการบินและมีกำลังทหารอากาศของตนเอง โดยมีการแสดงยุทธวิธีทางทหารและโปรยกระดาษถวายพระพรจากท้องฟ้า

"การบินไม่ใช่แค่เรื่องของนักบิน แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจ" จึงเป็นวันที่เตือนใจถึงการกล้าเสี่ยงและก้าวไกลทางเทคโนโลยีของคนไทย ที่ช่วยสร้างระบบการบินในประเทศไทยขึ้นตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

ทุกปีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะจัดพิธีวางพวงมาลาถวายพระเกียรติและจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้และระลึกถึงความสำคัญของอากาศยานและฟ้าไทยในวันนี้

ที่มา : https://url.in.th/TYsci


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top