Friday, 5 June 2026
Lite

ของรางวัลไม่เบา!! สาวหาดใหญ่ดวงปัง จับสลากได้ตู้เย็นกลางสวนลุมฯ แต่ปลายทางอยู่สงขลา ชาวเน็ตแนะ ‘ไปรษณีย์ช่วยได้’

(19 ธ.ค. 68) สาวจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลายเป็นไวรัลในโซเชียล หลังจับสลากขำ ๆ งานกาชาด 2568 ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ได้รางวัลที่ 2 เป็นตู้เย็นขนาดใหญ่ ทำให้ชาวเน็ตสนุกกับคำถามที่ว่า "แล้วเอากลับบ้านยังไง?"

ผู้ใช้ TikTok @mewtanaa เล่าโมเมนต์ที่ได้รางวัลใหญ่ ถึงความช็อกปนขำกับตู้เย็นที่หิ้วกลับบ้านลำบาก โดยมีคอมเมนต์จากชาวเน็ตทั้งแซวและช่วยคิดทางออก ซึ่งส่วนใหญ่แนะนำให้ติดต่อบูธไปรษณีย์ในงานเพื่อจัดส่งกลับบ้านแทน

งานกาชาดปีนี้มีร้านไปรษณีย์ไทยออกร้าน พร้อมบริการส่งพัสดุขนาดใหญ่ (EMS JUMBO) รองรับของรางวัลอย่างตู้เย็น โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำให้นักเที่ยวงานที่ได้รางวัลชิ้นโตส่งของกลับบ้านสะดวกขึ้นจริง

งานกาชาด 2568 จัดที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 11–21 ธันวาคมนี้ เริ่มตั้งแต่ 11.00 น. และมีเวลาปิดแตกต่างระหว่าง 22.00-23.00 น. ตามแต่แหล่งข่าว ธีมปีนี้คือ “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” มีทั้งนิทรรศการ การออกร้าน และการเสี่ยงโชค

ไวรัลนี้สะท้อนว่าแม้จะได้รางวัลใหญ่ง่าย แต่ต้องมีแผนจัดส่งช่วยเหลือเพื่อความสะดวกของผู้รับรางวัลจริงจังในงานกาชาดประจำปีนี้

ที่มา : https://hilight.kapook.com/view/251015

ใจบุญของจริง “ไฮโซเมย์” มอบรถพยาบาล เติมกำลังทีม “บุ๋ม ปนัดดา” ลุยช่วยสังคม พร้อมเครื่องมือครบครัน เพิ่มโอกาสช่วยชีวิตได้มากขึ้น

(21 ธ.ค. 68) "ไฮโซเมย์ วาสนา" ร่วมกับ บริษัท ไบโอแอคทีฟ เอ็นแซด 1984 จำกัด มอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ครบครัน 1 คัน มูลค่า 1.59 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีของ "บุ๋ม ปนัดดา" เพื่อเสริมศักยภาพการช่วยเหลือภารกิจฉุกเฉินทั่วประเทศ

"บุ๋ม ปนัดดา" เผยผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า "จัดซื้อรถพยาบาลพร้อมใช้งาน 1 คัน…มอบให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อนำไปช่วยเหลือเคสต่าง ๆ ในสังคม" พร้อมชื่นชมผู้สนับสนุนที่ทำให้ภารกิจจิตอาสาเดินหน้าได้อย่างเข้มแข็ง

รถพยาบาลไม่ได้เป็นเพียงพาหนะแต่เป็น "ระบบช่วยชีวิตเคลื่อนที่" ที่จำเป็นสำหรับการรับมือผู้ป่วยฉุกเฉินและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง ยิ่งทีมองค์กรทำดีซึ่งลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและขยายความช่วยเหลือในหลายจุดพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้ บุ๋ม ปนัดดา เคยส่งมอบรถพยาบาลแรงดันลบพร้อมเจ้าหน้าที่ฟรีในช่วงโควิด-19 เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ขณะที่ภาคเอกชนสนับสนุนอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างแคปซูลความดันลบ ช่วยเสริมความมั่นใจในปฏิบัติงานของทีมจิตอาสา

ความช่วยเหลือครั้งนี้ของ "ไฮโซเมย์ วาสนา" ไม่ใช่แค่การให้กำลังใจ แต่เป็นการส่งมอบเครื่องมือที่จับต้องได้ เพื่อเสริมความพร้อมในการทำงานภาคสนาม ช่วยให้ระบบช่วยเหลือสังคมเดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

ที่มา : https://entertainment.trueid.net/detail/n1JA9bJVZw0X

21 ธันวาคม 2484 วันที่ไทยจับมือญี่ปุ่น ลงนามพันธมิตร เปิดสนธิสัญญาพันธมิตรกลางวัดพระแก้ว จุดเริ่มต้นมรสุมสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องเลือกข้างที่ยังถกเถียงกัน

เมื่อ 21 ธ.ค. 2484 วันที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อรัฐบาลไทยโดย 'จอมพล ป. พิบูลสงคราม' ลงนามสนธิสัญญาพันธมิตรกับจักรวรรดิญี่ปุ่นที่พระอุโบสถวัดพระแก้วอย่างเป็นทางการ การลงนามครั้งนี้ทำให้ไทยเปลี่ยนสถานะจากผู้วางตัวเป็นกลางในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพันธมิตรกับฝ่ายอักษะ

เริ่มจากเหตุการณ์เมื่อ 8 ธันวาคม 2484 กองทัพญี่ปุ่นยกพลเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในไทย ทหารไทยบางส่วนสู้เต็มกำลังแต่ต้องหยุดยิงเพื่อเปิดทางผ่านให้ญี่ปุ่น จากนั้นรัฐบาลไทยเริ่มเจรจาให้ไทยกลายเป็นพันธมิตรโดยสมัครใจ

สาระสำคัญของสนธิสัญญาคือความร่วมมือทางทหารทั้งเชิงรุกและรับ หากฝ่ายหนึ่งทำสงครามกับประเทศที่สาม อีกฝ่ายต้องช่วยเหลือกัน ไทยได้รับแนวคิดและบทบาทใน "วงไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา" ภายใต้การนำของญี่ปุ่นและยอมให้กองทัพญี่ปุ่นใช้พื้นที่เป็นฐานปฏิบัติการ

แม้ว่าการลงนามนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการเลือกทางที่เสียหายน้อยที่สุดเพื่อรักษาเอกราชและผลประโยชน์ชาติ แต่ก็ทำให้ไทยกลายเป็นพันธมิตรฝ่ายอักษะอย่างชัดเจน เมื่อมกราคม 2485 ไทยประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐฯ แต่สหรัฐยังไม่ยอมรับการประกาศสงครามผ่านทางเอกอัครราชทูต ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็นประเทศถูกญี่ปุ่นกดดัน

หลังสงคราม สิ่งที่ช่วยให้ไทยรอดโทษหนักคือบทบาทของขบวนการ "เสรีไทย" ที่ร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตรและการทูตของสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้ไทยถูกมองเป็นผู้ถูกกดดัน ไม่ใช่ผู้รุกราน ความทรงจำของวันที่ 21 ธันวาคมจึงเป็นบทเรียนเรื่องการเลือกฝ่ายท่ามกลางความขัดแย้งและมหาอำนาจโลก

ที่มา : https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

 

22 ธันวาคม 2431 สัญญา 9 ข้อ จุดเริ่มยุคเสียดินแดน “สิบสองจุ” ไทเป็นเส้นแบ่งเขต ไทย–ฝรั่งเศส ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเสียดินแดนในรัชกาลที่ 5 ถูกจารว่าเป็นการเสียดินแดนครั้งแรกของยุครัตนโกสินทร์ใหม่

(22 ธ.ค. 74) วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2431 เป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อสยามและฝรั่งเศสลงนามใน "สัญญา 9 ข้อ" เรื่องเมืองสิบสองจุไท ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเสียดินแดนในรัชกาลที่ 5

เมืองสิบสองจุไทเป็นแคว้นภูเขาที่รวมกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ ไทขาว และไทแดง อยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามปัจจุบัน โดยแคว้นนี้ถือเป็นพื้นที่กันชนทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างเวียดนาม ลาวเหนือ และจีนยูนนาน สยามไม่ตั้งจังหวัด แต่มีอำนาจบังคับในระบบบรรณาการสั้น ๆ และใช้เป็นฐานร่วมกับการป้องกันภัย

ในช่วงเวลานั้น ฝรั่งเศสเข้ามามีอิทธิพลในอินโดจีน และใช้ฐานการทูตและกำลังทหารแผ่อำนาจในพื้นที่สิบสองจุไท ขณะที่สยามต้องการหลีกเลี่ยงสงครามกับมหาอำนาจฝรั่งเศส จึงเจรจาหยุดรบชั่วคราวผ่านสัญญานี้ แต่หลังลงนาม ฝรั่งเศสเริ่มผนวกสิบสองจุไทโดยอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์และแม่ทัพฝรั่งเศสใช้คำสั่งให้เลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับฝรั่งเศส

เหตุนี้ทำให้สัญญา 9 ข้อถูกมองในประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็นการเสียเปรียบทางการทูต เป็นจุดเริ่มต้นของการเสียดินแดนที่ตามมาหลังจากนั้น เช่น วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ที่สยามต้องเสียลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส

"ในโลกที่มหาอำนาจยังมีอยู่เสมอ รัฐไทยต้องเรียนรู้ที่จะรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของตน" นี่คือบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้ที่ควรจำและนำไปใช้เป็นบทเรียนทางการทูตในทุกยุคสมัย

ที่มา : https://ooylifeiseasy.wordpress.com/

ดราม่าหยุดก่อน!! “บอย พิษณุ” ประกาศขายบ้านหรู บ้าน 2 หลัง 5 ห้องนอน 4 ที่จอด ย้ำดราม่า “ไม่ได้ถังแตก” บอกชัดแค่ปรับให้เหมาะกับปัจจุบัน

(22 ธ.ค. 68) นักแสดงและพิธีกร 'บอย พิษณุ นิ่มสกุล' ประกาศขายบ้านหรูราคา 70 ล้านบาทในซอยโพธิ์แก้ว ผ่านโพสต์โซเชียลส่วนตัว พร้อมถ่ายทอดบรรยากาศภายในบ้านอย่างชัดเจน พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้ตกอับหรือถังแตก เพียงแค่ต้องการปรับที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับชีวิตปัจจุบัน

บ้านหลังนี้มีเนื้อที่ 268 ตารางวา ตั้งอยู่ในทำเลที่เข้าถึงได้หลายเส้นทาง เช่น ถนนนวมินทร์ ลาดพร้าวซอย 101 และถนนเลียบทางด่วนเอกมัย–รามอินทรา โดยเป็นซอยตันสงบ มีบ้าน 2 หลังในพื้นที่เดียวกัน รวม 5 ห้องนอน และที่จอดรถ 4 คัน

'บอย' เสริมอีกว่า เขาตั้งใจจะย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กกว่า ไม่ใช่เพราะปัญหาการเงิน หรือชีวิตตกต่ำ โดยเขาโพสต์ว่า "ไม่ดราม่านะ แค่ปรับตามความเหมาะสมในปัจจุบัน" และฝากเชิญชวนผู้สนใจให้ติดต่อทางอินบ็อกซ์

โพสต์นี้ได้รับความสนใจอย่างมาก มีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นชื่นชมบ้านพร้อมแซวขำๆ จากเพื่อนในวงการอย่าง 'ต้นหอม ศกุนตลา' ที่เล่นมุก "ขายเสร็จขอยืมเงินสักล้าน" สร้างเสียงหัวเราะในโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้ 'บอย' เคยเป็นที่พูดถึงจากการยุติธุรกิจปลาแซลมอน เนื่องจากปัญหารุมเร้าหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เขาได้ขอบคุณทุกกำลังใจที่ได้รับจากแฟนๆ และติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/5426899/

23 ธันวาคม 2491 ‘นายพลโตโจ’ อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น ถูกแขวนคอ ในความผิดฐานเป็นอาชญากรสงคราม ปิดฉากผู้นำสงครามญี่ปุ่นในศาลโตเกียว เปิดคำถาม “ยุติธรรมหรือศาลผู้ชนะ?”

(23 ธ.ค. 68)  เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2491 อดีตนายกรัฐมนตรี ญี่ปุ่น ‘โตโจ ฮิเดกิ’ ถูกประหารชีวิต ด้วยการแขวนคอ ในฐานะอาชญากรสงคราม

โตโจ ฮิเดกิ (Tojo Hideki) คือนักการทหารและนักบริหารที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับ เขาได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 1 ในปี 1928 (พ.ศ. 2471) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปราบกลุ่มกบฏ 'ยังเติร์ก' ในปี 1936 (พ.ศ. 2479) ก่อนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับบัญชาใหญ่กองทัพญี่ปุ่นในแมนจูเรียในปีต่อมา

ตำแหน่งหน้าที่ของ โตโจ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนับแต่นั้นมา ในปี 1938 (พ.ศ. 2481) เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงคราม และเขาก็ได้เป็นหัวแรงสำคัญที่ผลักดันให้ญี่ปุ่นเข้าเป็นภาคีของกลุ่มอักษะสำเร็จในปี 1940 (พ.ศ. 2483) ปีเดียวกันกับที่เข้าได้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสงครามเต็มตัว จากนั้นอีกเพียงหนึ่งปี เขาก็ได้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจาก ฟูมิมาโระ โคโนเอะ โดยยังยึดเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสงครามต่อไป

โตโจ นอกจากจะเป็นข้าราชการที่ได้ชื่อเรื่องการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เขายังเป็นนักการทหารที่มีนโยบายก้าวร้าวที่สุดในบรรดาผู้นำญี่ปุ่น เขาคือผู้นำประเทศเข้าสู่สงครามกับสหรัฐฯ ด้วยการบุกโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 (พ.ศ. 2484) ซึ่งเบื้องต้นได้ทำให้ญี่ปุ่นขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกตะวันตก

ในปี 1944 (พ.ศ. 2487) โตโจ ก้าวขึ้นมาดูแลกิจการของกองทัพทั้งหมดโดยตรงในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่เมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายสัมพันธมิตรในสมรภูมิหมู่เกาะมาเรียนา (Mariana Islands) เขาก็ถูกปลดจากตำแหน่งในวันที่ 16 กรกฎาคม 1944 ก่อนที่เขาและรัฐมนตรีทั้งคณะจะประกาศลาออกในอีกสองวันถัดมา และถูกกันไม่ให้เข้ามามีส่วนในการใช้อำนาจบริหารประเทศอีก

หลังจากที่ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามอย่างเป็นทางการ โตโจพยายามใช้ปืนยิงตัวตายในวันที่ 11 กันยายน 1945 (พ.ศ. 2488) แต่ไม่สำเร็จ เขาได้รับการรักษาและมีชีวิตรอดมาได้

ปีถัดมา โตโจถูกดำเนินคดีในความผิดฐานก่ออาชญากรรมสงครามโดยศาลทหารระหว่างประเทศภาคพื้นตะวันออกไกล (International Military Tribunal for the Far East) หรือศาลอาชญากรสงคราม กรุงโตเกียว ซึ่งศาลได้ตัดสินว่าเขามีความผิดให้ต้องโทษประหารชีวิต

วันที่ 23 ธันวาคม 1948 (พ.ศ. 2491) ฮิเดกิ โตโจ ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ และแม้ว่าเขาจะถูกตัดสินว่าเป็นอาชญากรสงคราม และมีผู้ประท้วงจำนวนมากที่เห็นว่าเขาคือผู้ที่นำหายนะมาให้ญี่ปุ่น แต่ชื่อของเขาก็ยังได้รับการยกย่องในฐานะนายทหารที่สละชีพเพื่อพระจักรพรรดิ ในศาลเจ้ายาสุกุนิ

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_5069

ไวรัลกลายเป็นงานจริง!! “เจนิส–แพต” จับมือเปิดตี้ไอ่เพื่อนรัก งานไวรัลกลางทองหล่อ เคมีเพื่อนซี้สายปั่น จุดไฟโซเชียล ด้วยวลี “คอไม่พับไม่กลับบ้าน”

(23 ธ.ค. 68) "เจนิส–เจณิสตา พรหมผดุงชีพ" และ "แพต–ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช" ผนึกรวมความสนุกในงาน "Pat x Janis เปิดตี้ไอ่เพื่อนรัก" ที่จัดขึ้นที่ทองหล่อ พร้อมกิจกรรมร่วมกับ Samsung Galaxy Z Flip7 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสียงหัวเราะจากแฟนคลับที่รู้ดีว่าเมื่อทั้งคู่มารวมตัว เรื่องสนุกไม่มีหยุด

จุดเริ่มต้นของงานนี้มาจากโพสต์ของเจนิสที่ประกาศอยากจัดปาร์ตี้ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเน็ตที่แท็กเรียก "แพต–ชญานิษฐ์" มาร่วมเล่นด้วย ก่อนที่แพตจะเข้ามารับคำท้าผ่านคอมเมนต์ และ Samsung จะเข้ามาช่วยจัดงานให้กลายเป็นความจริง

ความพิเศษของงานปรากฏตั้งแต่ทางเข้างานที่ทั้งสองสาวจับคู่ "โบกรถเมล์แดง" เป็นคอนเซ็ปต์สร้างเสียงฮือฮา และโดยแฟชั่นลุคของทั้งคู่ที่สร้างมีมใหม่ "จากมอเตอร์ไซค์สู่รถเมล์แดง" ซึ่งกลายเป็นภาพจำไม่เหมือนใครในช่วงงาน

ระหว่างงานมีการท้าดวลฝีปากกันอย่างน่าติดตาม พร้อมทั้งกิจกรรมชาเลนจ์ "พับ" มือถือ Galaxy Z Flip7 ที่ดึงดูดความสนใจจากอินฟลูเอนเซอร์และผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก

ที่สุดของงานคือการประกาศต้อนรับ "แพต–ชญานิษฐ์" และ "เจนิส–เจณิสตา" เข้าสู่ครอบครัว #TeamGalaxy อย่างเป็นทางการ พร้อมสัญญาว่าจะมีสิ่งใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์ในปี 2026 ต่อไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10071131

24 ธันวาคม 2483 ย้อนวันประวัติศาสตร์ไทย ประเทศไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่เหมือนนานาชาติ

(24 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 รัฐบาลไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2483 มีเพียง 9 เดือนเท่านั้น เนื่องจากปีใหม่ตามระบบเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2484 แต่รัฐบาลได้ตัดเหลือแค่ 31 ธันวาคม 2483 เพื่อให้ปีนับสอดคล้องกับระบบปฏิทินสากล

ก่อนหน้านั้น ประเทศไทยเคยมีปีใหม่หลายช่วงเวลาที่เปลี่ยนตามยุคสมัย เช่น ในระบบจันทรคติใช้ แรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นช่วงสงกรานต์ คือ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 และต่อมายึดวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางราชการ

ยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ผลักดันการย้ายวันปีใหม่ เพื่อแสดงความทันสมัยและให้สอดคล้องกับนานาชาติ โดยในประกาศย้ำว่า "วันที่ 1 มกราคม ไม่ขัดต่อพระพุทธศาสนา" และเป็นวันขึ้นปีใหม่ที่ใช้ในหลายประเทศ รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหาการเหลื่อมของปีงบประมาณและการติดต่อระหว่างประเทศ

ผลคือ ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ฉลองปีใหม่ 2 รอบ คือ วันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินสากล และ ช่วงสงกรานต์ในเดือนเมษายน ที่ยังคงเป็นปีใหม่ในวัฒนธรรมและประเพณีของไทยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวันหยุด แต่สะท้อนถึงความพยายามของผู้นำในการปรับประเทศให้ทันสมัยและเดินไปในจังหวะเดียวกับโลกสากล พร้อมทิ้งมรดกวัฒนธรรมให้คนไทย "มีปีใหม่สองครั้งในหนึ่งปี" ซึ่งยังคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย

ที่มา : https://www.senate.go.th/view/386/News/SenateMagazine/252/TH-TH

25 ธันวาคม 2514 ในหลวงร.9 เสด็จฯเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอ พระองค์ทรงหนุนปลูกกาแฟ–ลิ้นจี่–แมคคาเดเมีย เลิกฝิ่นเลิกไร่เลื่อนลอย พร้อมพระราชทาน “เหรียญชาวเขา” แทนเลขบัตรประชาชน

(25 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอ ณ หมู่บ้านผาหมี หมู่ที่ 15 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

การเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทรงส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกพืชต่าง ๆ เช่น กาแฟ ลิ้นจี่ แมคคาเดเมีย รวมถึงพระราชทานวัวให้ชาวเขาเลี้ยง พร้อมกับหาจุดรับซื้อผลิตผล เพื่อให้ชาวเขาเหล่านั้นไม่ต้องปลูกฝิ่นหรือทำไร่เลื่อนลอย และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ยังทรงยืนยันว่า ชาวเขาเผ่ามูเซอทุกคนคือคนไทย ไม่ใช่คนเร่ร่อนไร้สัญชาติ

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ยังทรงพระราชทาน ‘เหรียญที่ระลึกสำหรับชาวเขา’ ซึ่งมีตัวย่อ ‘ชร’ (หมายถึงจังหวัดเชียงราย) และหมายเลขโค้ด 6 หลักที่ใช้แทนหมายเลขบัตรประชาชน ให้แก่ชาวเขาบ้านผาหมี โดยทรงพระราชทานเหรียญที่ระลึกนี้แก่ชาวเขาในหลายจังหวัดทั่วประเทศประมาณ 20 จังหวัดในปี พ.ศ. 2506 รวมกว่า 200,000 เหรียญ ทุกเหรียญจะมีอักษรย่อของจังหวัดและหมายเลขประจำเหรียญ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการสำรวจสำมะโนประชากรและการพิสูจน์สัญชาติในการทำบัตรประชาชนให้แก่ชาวเขา

ที่มา : https://www.matichon.co.th/royal/news_204995

‘แก้มบุ๋ม’ สดุดีทหารไทย ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน ลั่นตนเพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง

(23 ธ.ค. 68) แก้มบุ๋ม - ปรียาดา สิทธาไชย นักแสดงชื่อดัง โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว สดุดีทหารไทย ทึ่งในความกล้าหาญ ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน ลั่นอายุ 37 ปี ตนเพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง โดยระบุข้อความว่า 
“คุณเอาร่างกายของตัวเองต้านกระสุน
เพื่อปกป้องประเทศชาติ
จากลูกผู้ชายของใครบางคน

ความกล้าหาญแบบนี้...
ไม่ใช่ใครก็มี แต่คุณมี

และสิ่งที่คุณทำไม่สูญเปล่าเลย
เพราะมีคนอีกหลายคน
ที่รักชาติมากขึ้น จากการเสียสละของคุณ”

“37 ปีที่อยู่บนผืนดินนี้
เพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง
พอเห็นทหารยอมแลกชีวิตเสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดิน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top