Friday, 5 June 2026
Lite

31 ธันวาคม 2549 ปีใหม่ที่ไม่ได้มีแค่พลุ ย้อนคืนระเบิดป่วนกรุง เคาท์ดาวน์กรุงเทพฯจบด้วยเสียงไซเรน คดีไม่มีคำตอบ ผู้คนยังจดจำเหตุการณ์

คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 กรุงเทพมหานครถูกสั่นสะเทือนจากเหตุระเบิดหลายจุดทั่วเมือง ก่อนงานเคาท์ดาวน์ที่จะจัดขึ้น ส่งผลให้คืนสิ้นปีเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสนในหมู่ประชาชน

ระเบิดแรกเกิดขึ้นประมาณ 18.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกสะพานควาย ตลาดคลองเตย รวมถึงฝั่งชานเมืองอย่างซีคอนสแควร์และแคราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บกว่า 30 คน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ สร้างความวุ่นวายและทำลายภาพลักษณ์ความปลอดภัยของกรุงเทพฯ

หลังเคาท์ดาวน์ มีระเบิดเพิ่มอีก 2 จุดบริเวณย่านประตูน้ำและใกล้ห้าง CentralWorld ส่งผลให้ต้องยกเลิกหรือปรับลดขนาดงานปีใหม่ในหลายพื้นที่ ผู้ว่าฯ กทม.ขอให้ประชาชนนับถอยหลังปีใหม่แบบสั้น ๆ และรีบแยกย้ายกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย พร้อมย้ำ "นี่ไม่ใช่คืนแห่งความสุข แต่เป็นคืนที่ต้องระวัง"

เหตุการณ์นี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ สังคมตั้งคำถามและความสงสัยหลากหลายถึงแรงจูงใจ เบื้องหลังเหตุการณ์ยังเป็นปริศนาไม่เคยคลี่คลาย การจัดงานปีใหม่ในกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจึงเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น การวางกำลังตำรวจทหารและตรวจสอบอย่างเข้มงวดกลายเป็นมาตรฐานใหม่

ภาพจำของคืนปีใหม่ 2549 ยังคงฝังลึกในใจผู้ที่เผชิญเหตุการณ์ดังกล่าว และกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการจัดงานเคาท์ดาวน์ในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549

1 มกราคม 2484 ไทยลุยปีใหม่สากล จุดเปลี่ยนปฏิทินชาติ วันแรกที่ไทยเลิกขึ้นปีใหม่กลางเมษา วันไทยหันหน้าเข้าหาโลก เลิกนับปีใหม่ที่สงกรานต์มาขึ้นปีใหม่พร้อมสากล

เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประเทศไทยประกาศใช้วันปีใหม่ตามปฏิทินสากล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาปฏิทินแบบ 1 มกราคมกลายเป็นมาตรฐานปีใหม่ราชการและระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านั้น ไทยนับวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ประมาณวันที่ 13-15 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของพิธีกรรมที่รวมถึงการทำบุญรดน้ำดำหัวและเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ อย่างชัดเจน แต่หลังปี 2484 ปีใหม่ในเชิงราชการบริหารประเทศและวัฒนธรรมเริ่มแยกกันชัดเจนระหว่าง

ปีใหม่สากลในเดือนมกราคม และปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ในเดือนเมษายน โดยรัฐบาลยุคจอมพล ป.พิบูลสงคราม มีนโยบายเร่งให้ประเทศทันสมัยด้วยการออกพระราชกำหนดปีปฏิทิน ผลักดันให้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อเชื่อมประสานกับระบบโลก ลดความสับสนในงานราชการและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ปี 2483 ถือเป็นปีที่มีเพียง 9 เดือน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จาก 1 เมษายนเป็น 1 มกราคม ซึ่งส่งผลให้ปีนั้นเริ่มต้นที่ 1 เมษายน และสิ้นสุดที่ 31 ธันวาคม 2483 เท่านั้น จากนั้นเริ่มต้นปีใหม่สากลอย่างเต็มรูปแบบในปี 2484

แม้ว่าการเปลี่ยนวันปีใหม่จะทำให้ไทยซิงค์กับมาตรฐานสากล แต่วัฒนธรรมสงกรานต์ก็ยังคงอยู่ในใจคนไทย โดยวันที่ 13-15 เมษายน กลายเป็นวันปีใหม่เชิงจิตใจ ปีที่เริ่มต้นของครอบครัวและวัฒนธรรมควบคู่กับการขึ้นปีใหม่ทางการในเดือนมกราคมอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ที่มา : https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=1_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2484

ละมุนจนคนแซว!! “โต๋-ไบรท์” อุ้มหลานตัวน้อย โมเมนต์อบอุ่นสุดละมุน เผยภาพซ้อมอุ้มเด็กน้อย ต้อนรับสมาชิกใหม่บ้านเวชสุภาพร

(30 ธ.ค. 68) คู่รักคนดัง 'โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร' และ 'ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ' โพสต์ภาพสุดอบอุ่นขณะอุ้มเด็กทารกตัวน้อยผ่านอินสตาแกรมของทั้งคู่ในช่วงคริสต์มาส ส่งความน่ารักทะลุจอจนแฟน ๆ แอบลุ้นว่ามีข่าวดีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เด็กน้อยที่อุ้มกันนั้นคือ "น้อง Estelle" หลานสาวตัวน้อยของครอบครัวเวชสุภาพร ทั้ง 'โต๋' และ 'ไบรท์' ต่างเขียนแคปชั่นในโทน "มือใหม่หัดอุ้ม" และต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างเป็นทางการ โดย 'โต๋' แท็กแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องในโพสต์ด้วย

'ไบรท์' ยังโพสต์ข้อความต้อนรับน้องเอสเทลงดงาม พร้อมบอกว่าเป็นการ "ซ้อมอุ้ม" ของอาป้ายแดง แฟน ๆ ใจละลายกับความน่ารักของเบบี๋ ในขณะที่ 'โต๋' เล่าขำ ๆ ว่าถึงจะเป็น "มือใหม่หัดอุ้ม" แต่หลานสาวนอนหลับนิ่งในอ้อมแขน และยกให้โมเมนต์นี้เป็นของขวัญคริสต์มาสปีนี้

ภาพดังกล่าวสร้างความสุขให้เพื่อน ๆ ในวงการและแฟนคลับที่แห่คอมเมนต์ยินดีอย่างล้นหลาม บางคนแซว "ฝึกไว้ก่อน" และรอลุ้นข่าวดีสมาชิกตัวน้อยของทั้งคู่ในอนาคต

โมเมนต์นี้สะท้อนความอบอุ่นและความรักในครอบครัวของทั้งคู่ พร้อมเปิดทางให้แฟน ๆ ได้มีความหวังและร่วมเชียร์ให้โต๋-ไบรท์มีสมาชิกใหม่ของตัวเองในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9865186/

2 มกราคม 2488 ระเบิดสะเทือนสะพานพระราม 6 วันที่สงครามโลกบินมาลงกลางเจ้าพระยา ระเบิดจากเครื่องบิน สะพานรถไฟสายใต้ถูกลอบโจมตี ทำลายเส้นเลือดยุทธศาสตร์ญี่ปุ่น

(2 ม.ค. 88) เช้าวันที่ 2 มกราคม 2488 สะพานพระราม 6 ในกรุงเทพฯ ถูกทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตร ท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสะพานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงโครงเหล็กข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เป็นเส้นเลือดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟสายใต้ของไทยไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างและการเดินรถไฟสายใต้ต้องหยุดชะงัก

ฝ่ายสัมพันธมิตรมองประเทศไทยไม่ใช่ประเทศกลางทาง แต่เป็นฐานลำเลียงสำคัญของกองทัพญี่ปุ่นในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงวางแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ลำเลียงทหารและเสบียง โดยสะพานพระราม 6 กลายเป็นเป้าหมายที่ห้ามพลาดเพื่อทำลายเส้นทางลำเลียงนี้

ตามข้อมูลและภาพรวม เหตุการณ์นั้นทำให้การลำเลียงทหารและยุทธปัจจัยของญี่ปุ่นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกันนั้นยังเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนกรุงเทพฯรับรู้และสัมผัสสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างแท้จริง ด้วยเสียงระเบิดและความเสียหายรอบบริเวณสะพาน พร้อมมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

หลังสงครามสิ้นสุด สะพานพระราม 6 ได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ความทรงจำวันที่ 2 มกราคม 2488 ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจว่ากรุงเทพฯ เคยเป็นสมรภูมิในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสะพานเหล็กแห่งนี้คือพยานเงียบที่ยืนยันถึงบทบาทสำคัญของเมืองหลวงในเหตุการณ์ระดับโลกนี้

"เวลารถไฟวิ่งข้ามสะพาน หรือรถยนต์ลอดใต้โครงเหล็กนี้ ลองหยุดคิดสักครู่ คุณอาจได้ยินเสียงในอดีตที่สะท้อนถึงสงครามและความเปลี่ยนแปลงของเมือง" ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นบทเรียนประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตในเมืองหลวงของเรา

ที่มา : https://url-shortener.me/5PWP

3 มกราคม 2458 จุดเริ่ม “มหาวิทยาลัยของชาวสยาม” รัชกาลที่ 6 ทรงวางศิลาฤกษ์ “โรงเรียนข้าราชการพลเรือน” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ‘จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย’ ในปัจจุบัน

(3 ม.ค. 58) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงวางศิลาฤกษ์พระฤกษ์โรงเรียนข้าราชการพลเรือนที่ปทุมวัน

ซึ่งต่อมาคือมหาวิทยาลัยสมัยใหม่แห่งแรกของไทย

 

พิธีจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติโดยมีการตั้งกองทหารมหาดเล็กกองเกียรติยศ

และเสียงแตรวงบรรเลงสรรเสริญพระบารมีรับเสด็จ

พระองค์ทรงเผยว่า "รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริจะตั้งมหาวิทยาลัยของชาวสยาม

และผมถือว่าการสร้างสถาบันนี้เป็นภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ"

 

โรงเรียนข้าราชการพลเรือนซึ่งเริ่มจากโรงเรียนมหาดเล็ก

ถูกพัฒนาสู่การเป็นแหล่งผลิตบุคลากรที่มีความรู้และคุณธรรมสำหรับรัฐ

และพื้นที่ปทุมวันกลายเป็นเมืองมหาวิทยาลัยกลางกรุง

 

วันที่ 26 มี.ค. 2460 สถาบันนี้ได้รับการยกระดับเป็นเป็น

'จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย' ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสมัยใหม่

การวางศิลาฤกษ์เมื่อ 3 ม.ค. จึงเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาประเทศผ่านการสร้างคน

ที่มา : https://www.cuartculture.chula.ac.th/news/6098/

4 มกราคม ของทุกปี วันทหารม้า รำลึกวีรกรรมสมเด็จพระเจ้าตากสิน จุดตั้งต้นการกู้แผ่นดิน ฝ่าทัพพม่าจากอยุธยา ที่บ้านพรานนก จุดตั้งต้นการกู้แผ่นดิน

ทุกปีวันที่ 4 มกราคม ถือเป็น "วันทหารม้า" ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยยุคปลายกรุงศรีอยุธยา คือศึกบ้านพรานนก ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในอดีตเมื่อครั้งดำรงพระยาวชิรปราการ นำกองกำลังทหารม้าฝ่าทัพพม่าทะลวงออกจากกรุงที่ถูกล้อมเพื่อสร้างจุดตั้งหลักใหม่ในการกู้ชาติ

พระองค์ตัดสินใจควบม้าหนีจากเมืองแตกเพื่อตั้งหลักสู้ใหม่อย่างกล้าหาญและเด็ดขาด การเลือกใช้กำลังน้อยแต่เคลื่อนที่เร็ว และพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างว่องไว ทำให้กองทัพสามารถพลิกสถานการณ์ในศึกบ้านพรานนกจนเป็นชัยชนะสำคัญ และทำให้สามารถตั้งฐานที่มั่นที่จันทบุรีได้

ในปัจจุบัน "ทหารม้า" หมายถึงเหล่ากำลังที่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง โดยใช้อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่แทนม้า แต่ยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณเดียวกัน คือ "ไปให้ไว ตัดสินใจให้เด็ดขาด" มีบทบาทสำคัญในการโจมตีทะลวงแนวข้าศึกและลาดตระเวนครองพื้นที่

ทุกปีในวันทหารม้า มีพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมน้อมรำลึกถึงวีรกรรมและจิตใจที่กล้าหาญของเหล่าทหารม้าไทย "วันทหารม้า" จึงเป็นวันที่เตือนใจให้ระลึกถึงความกล้าหาญและความเร็วว่องไวที่ยังคงถูกคาดหวังในกองทัพไทยจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2

5 มกราคม 2484 ไทยลุยอินโดจีน ย้อนรอยสงครามฝรั่งเศส-ไทย เปิดฉากรุกชายแดน กองทัพบก-อากาศข้ามลาวกัมพูชา ญี่ปุ่นกดดันหย่าศึกกรณีพิพาท ชัยชนะที่ไม่ถาวรบนแผนที่

(5 ม.ค. 69) วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2484 เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อกองทัพไทยเริ่มปฏิบัติการรุกข้ามชายแดนเข้าไปยังลาวและกัมพูชา ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของอินโดจีนฝรั่งเศสในขณะนั้น เพื่อทวงคืนดินแดนที่เคยเสียให้ฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5

ในช่วงเวลาที่ฝรั่งเศสถูกกดดันหนักจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และอิทธิพลของญี่ปุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลจอมพล 'ป.พิบูลสงคราม' เห็นว่าถึงเวลาที่ไทยจะต้องลุกขึ้นทวงคืนดินแดน พร้อมทั้งเสริมกำลังทหารด้วยอาวุธและยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ รวมถึงกองทัพอากาศที่เหนือกว่า ฝรั่งเศสในอินโดจีน เริ่มปะทะที่เวียงจันทน์ พระตะบอง และสีโสภณ พร้อมกันนั้นมีการปะทะอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ไทยประกาศเดินเกมรุก

การรุกครั้งใหญ่ในวันที่ 5 มกราคม เริ่มจากกองทัพบูรพาที่เข้าแถบกัมพูชา และกองทัพอีสานที่ปฏิบัติการฝั่งลาว โดยไทยยึดพื้นที่สำคัญหลายแห่งทั้งในลาวและกัมพูชา พร้อมมีเครื่องบินทิ้งระเบิดสนับสนุน ทำให้ดุลยภาพบนบกเอนไปทางไทยอย่างชัดเจน

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฝรั่งเศสจะยอมถอยง่าย ๆ หลังจากนั้นมีการสู้รบหนักเช่นที่หมู่บ้านยางดังขุมและยุทธนาวีเกาะช้างที่ฝรั่งเศสชนะทางทะเล ญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทเป็นคนกลางกดดันให้หยุดยิง และนำไปสู่ข้อตกลงในเดือนพฤษภาคม 2484 ที่ฝรั่งเศสยอมคืนดินแดนบางส่วนให้ไทย

อย่างไรก็ตามหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ฝรั่งเศสกลับมาและไทยต้องคืนดินแดนเพื่อแลกกับการเข้าร่วมสังคมโลก แม้ชัยชนะครั้งนั้นจะไม่ยืนยาว แต่วันที่ 5 มกราคม ยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่าประเทศเล็กอย่างไทยก็สามารถยืนได้ในเกมมหาอำนาจ ผ่านประวัติศาสตร์บทหนึ่งที่ไม่ลืม

ที่มา :https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99

 

เดวิด เผยโพสต์สรุปปีไร้ บรู๊กลิน โพสต์อัลบั้มภาพปี 2025 ไม่มีลูกชายคนโต แฟนคลับสงสัยตั้งใจเมินหรือเลือกภาพ ล่าสุดเดวิดลงสตอรี่ภาพอบอุ่นคืนความสัมพันธ์

(5 ม.ค. 69) เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นประเด็นอีกครั้งหลังโพสต์อัลบั้มภาพสรุปเหตุการณ์สำคัญในปี 2025 ลงบนอินสตาแกรม แต่ไร้เงาของลูกชายคนโต 'บรู๊กลิน เบ็คแฮม' ซึ่งทำให้แฟนๆ และสื่อจับตาเป็นสัญญาณความตึงเครียดในครอบครัว

อัลบั้มโพสต์แบบคารูเซลรวบรวมประมาณ 20 ภาพที่แสดงโมเมนต์สำคัญของปีของเดวิด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลากับภรรยาคือ 'วิคตอเรีย เบ็คแฮม' และลูกๆ อีก 3 คน 'โรเมโอ' 'ครูซ' และ 'ฮาร์เปอร์' รวมถึงวันครบรอบอายุ 50 ปีและภาพเกียรติยศด้านงาน

อย่างไรก็ตาม 'บรู๊กลิน' ไม่มีภาพอยู่ในอัลบั้มแม้แต่ภาพเดียว ซึ่งปกติครอบครัวเบ็คแฮมมักจะมีรูปภาพครอบครัวร่วมกันในโอกาสสำคัญอยู่เสมอ ทำให้แฟนคลับเกิดความสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการตัดออกแบบจงใจหรือเพียงแค่คัดเลือกรูปภาพ

หลังจากกระแสวิจารณ์เดือดเด้อนี้ เดวิดได้โพสต์ภาพขาวดำเก่าร่วมกับ 'บรู๊กลิน' ใน Instagram Stories พร้อมข้อความอบอุ่นสื่อถึงความรักและความเป็นครอบครัว สื่อมองว่าเป็นสัญญาณว่าความสัมพันธ์ยังไม่ขาดสะบั้น

ก่อนหน้านี้ข่าวลือความตึงเครียดในครอบครัวเบ็คแฮมถูกพูดถึงมากขึ้นตั้งแต่ 'บรู๊กลิน' แต่งงานกับ 'นิโคลา เพลต์ซ' ในปี 2022 และมีรายงานข่าวปัญหาในความสัมพันธ์ครอบครัว ถึงแม้บางส่วนจะถูกปฏิเสธจากทางครอบครัว แต่กระแสดราม่ายังคงอยู่

อุทาหรณ์ชัด!! “นก จริยา” เล่านาทีชีวิต พาวเวอร์แบงค์ระเบิด ไฟลุกติดโซฟาหนังในเวลาไม่กี่วินาที ชี้อของใช้มานานก็เสี่ยง ตรวจสภาพก่อนชาร์จ แนะเลือกของได้มาตรฐาน และวางชาร์จในจุดปลอดภัย

(6 ม.ค. 69) นักแสดงและผู้จัดละคร 'นก จริยา' เผชิญเหตุระทึกเมื่อพาวเวอร์แบงค์ของหลานชายในบ้านระเบิดขณะชาร์จไฟจนเกิดเปลวไฟ ลุกโชนติดโซฟาหนังภายในเวลา 3–5 วินาที เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก

'นก จริยา' เล่าว่า "ไฟลุกไหม้เร็วมากและแทบช็อก" พร้อมเตือนระวังหากชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ขณะนอนหลับหรือไม่มีคนอยู่บ้าน เธอยังชี้แจงว่าแบตเตอรี่สำรองชิ้นนี้เป็นของหลานและคาดว่า "น่าจะใช้มานาน" จึงไม่แน่ใจว่าแบตเตอรี่เสื่อมหรือมีชำรุดหรือไม่

นอกจากนี้ เธอยังเตือนเกี่ยวกับการพกพาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องบิน โดยแนะนำให้นำอุปกรณ์ขึ้นเครื่องในกระเป๋าถือเท่านั้น หลีกเลี่ยงการเก็บในกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ที่ควบคุมได้ยากในสัมภาระ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำให้ตรวจสอบสภาพพาวเวอร์แบงค์ก่อนใช้ หากพบว่ามีลักษณะบวม ปริ หรือร้อนผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงใช้งาน โดยอายุการใช้งานของพาวเวอร์แบงค์ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2 ปี พร้อมทั้งควรเลือกซื้อสินค้าที่มีมาตรฐาน มอก. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9866526/

7 มกราคม 2408 วันสวรรคต 'กษัตริย์วังหน้า' พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระประชวรวัณโรค ปิดตำนานพระอัจฉริยภาพแห่งยุคนั้น

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบุตรลำดับที่ 50 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประสูติเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2351 ณ พระราชวังเดิม

หลังพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระราชวงศ์และเสนาบดีมอบหมายให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์เฝ้าเจ้าฟ้ามงกุฎ แต่พระมงกุฎตรัสให้เชิญสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี ขึ้นครองราชย์เพราะพระองค์ทรงมีพระชะตาแรงและทรงสามารถควบคุมกำลังทหารได้มาก

พระองค์ทรงบวรราชาภิเษกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม และได้รับพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธยในพระสุพรรณบัฏยาวว่า "พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์มหิศเรศรังสรรค์" ซึ่งมีความหมายถึงพระราชศักดิ์สูงสุด

หลังครองราชย์ได้ 15 ปี พระองค์ทรงพระประชวรด้วยวัณโรคและเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408 สิริพระชนมพรรษา 58 พรรษา ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถในยุคสมัยนั้น

ที่มา : http://lakmuangonline.com/?p=53718

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top