Thursday, 4 June 2026
Lite

ส่อเดือด!! ‘กิต Three Man Down’ โพสต์สะเทือน หลัง ‘โอม Cocktail’ ลา GeneLab พี่โอมเป็น Leader ไม่ใช่ Boss ลั่นผิดเองที่คิดเปลี่ยนบ้านของคน

(11 มี.ค. 69) กิต เจี๊ยรพันธุ์นุวง หรือกิต นักร้องนำวง Three Man Down โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหลังจาก 'โอม ปัณฑพล' หรือ โอม ค็อกเทล ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารค่ายเพลง GeneLab พร้อมยุติหน้าที่ดูแลทีมงานและศิลปินของตนเมื่อเร็ว ๆ นี้

กิตระบุว่า "ที่ Three Man Down มาอยู่ GeneLab เพราะพี่โอมครับ พี่โอมเป็น Leader ไม่ใช่ Boss" พร้อมเล่าถึงความตั้งใจของวงที่อยากเปลี่ยนแปลงและพัฒนาค่ายเพลง "เราจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น" แม้เส้นทางจะลำบาก แต่ก็พยายามสร้างโมเดลใหม่ที่เน้นให้ศิลปินมีคุณค่าในตัวเอง

"พวกเราตั้งใจ ไม่เอาเปรียบใคร ตั้งใจทำงาน ทำตัวให้เป็นโมเดลใหม่ๆ จัดการงานเอง ทำให้ดูว่าศิลปินมีค่าในตัวเองมากขนาดไหน" กิตกล่าวทิ้งท้ายพร้อมยอมรับว่า "วันนี้เข้าใจและยอมรับเหมือนพี่โอมแล้วครับว่า เราไม่มีวันทำได้ เราผิดเองครับที่เสือกจะไปเปลี่ยนแปลงบ้านของคนอื่น เราควรหาบ้านตัวเองอยู่มากกว่า"

เหตุการณ์นี้สร้างความน่าสนใจในวงการเพลงไทยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและค่าย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายในระบบการบริหารค่ายเพลงในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อมีการย้ายหรือสิ้นสุดบทบาทของผู้บริหารสำคัญของค่ายเพลงอย่าง 'โอม ค็อกเทล'

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10167273

สวยสะกดรันเวย์!! ‘ลิซ่า’ ลุคร็อคสตาร์สุดเฉียบที่ Paris Fashion Week ในงานโชว์ Louis Vuitton ที่ปารีส ด้วยชุดปี 2016 สุดเก๋ เผยออร่าร็อคสตาร์แซ่บทุกมุม

(10 มี.ค. 69) 'ลิซ่า ลลิษา มโนบาล' หรือ 'ลิซ่า BLACKPINK' ปรากฏตัวอย่างโดดเด่นในงาน Paris Fashion Week ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยในฐานะ 'Global Ambassador' ของแบรนด์ระดับโลก Louis Vuitton เธอได้ร่วมชมแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น Women’s Ready to Wear Fall/Winter 2026-2027

ครั้งนี้ 'ลิซ่า' มาในลุคเก๋เฉียบชวนสะกดสายตา ด้วยชุดจากคอลเลคชั่นปี 2016 ที่ออกแบบมาเผยให้เห็นถึงความแซ่บและสวยเป๊ะในแบบร็อคสตาร์ เธอเผยให้เห็นถึงการผสมผสานสไตล์แฟชั่นที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์

ในโพสต์และภาพที่แชร์ต่อกันอย่างแพร่หลาย 'ลิซ่า' ถูกยกย่องในฐานะดาวเด่นที่ส่องประกายในงานแฟชั่นระดับโลก พร้อมคำพูดที่สะท้อนถึงความมั่นใจในลุคนี้ว่า "สวยทุกมุมมอง เท่ทุกแอคชั่น" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของแฟชั่นที่เธอนำเสนอ

บรรยากาศงาน Paris Fashion Week ยืนยันถึงบทบาทสำคัญของ 'ลิซ่า' ในวงการแฟชั่นโลก ด้วยการเป็นตัวแทน Global Ambassador ที่ไม่ใช่แค่เพียงหน้าตาแต่ยังเป็นแรงบันดาลใจในแฟชั่นยุคใหม่

ที่มา : https://women.kapook.com/view299373.html
https://extratv.com/photos/image_jpg_20260310_b6a203fc38ce4cd48c3d2513efd78b3d/

13 มีนาคม ของทุกปี “วันช้างไทย” รำลึกสัตว์คู่แผ่นดิน ชวนคนไทยร่วมอนุรักษ์ ยกระดับสวัสดิภาพช้างอย่างจริงจัง ย้ำช้างไม่ใช่พร็อพท่องเที่ยว

(13 มี.ค. 69) ทุกวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี คือ "วันช้างไทย" ซึ่งเป็นวันรำลึกและตระหนักถึงคุณค่าของช้างในฐานะสัตว์คู่แผ่นดินและสัญลักษณ์สำคัญของชาติ งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้คนไทยหันมาคิดจริงจังเกี่ยวกับการอนุรักษ์และสวัสดิภาพของช้างทั้งในธรรมชาติและในพื้นที่เลี้ยงดู

"วันช้างไทย" ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2540 โดยเลือกวันที่ 13 มีนาคม เพื่อสะท้อนถึงสถานะแห่งชาติของช้างและส่งเสริมการอนุรักษ์ในภาพรวมที่ยั่งยืน

ช้างในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญทั้งในประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับช้างอย่างแนบแน่น ทว่า พื้นที่ป่าที่หายไปทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ช้างบ้านจำนวนไม่น้อยยังเผชิญภาวะทำงานหนักและขาดการดูแลที่เหมาะสม

วันช้างไทยจึงไม่ใช่แค่วันที่จัดกิจกรรมสนุกสนาน แต่เป็นวันที่ชวนให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานด้านสวัสดิภาพ และเรียกร้องการดูแลช้างอย่างจริงจัง รวมถึงความรับผิดชอบต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไม่สร้างความเครียดให้ช้าง "เราควรสนับสนุนรูปแบบท่องเที่ยวที่ช้างอยู่ได้จริง" เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์

นอกจากนี้ คนทั่วไปยังช่วยได้ด้วยการเลือกสนับสนุนสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับช้าง และสนับสนุนองค์กรที่ทำงานเพื่อช้างอย่างโปร่งใส รวมถึงการแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อลดพฤติกรรมที่ทำให้ "การทรมานช้าง" กลายเป็นเรื่องปกติในสังคม

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_16200?utm_source=chatgpt.com

เคมีลงตัว!! “ณเดชน์” จับมือ “แบมแบม” เสิร์ฟเคมีใหม่ เปิดตัวเพลงพิเศษพร้อมโชว์ครั้งแรก จัดเต็มทั้งเพลงและโชว์ ปิดประสบการณ์ใหม่ให้คอกาแฟ

(13 มี.ค. 69) ณเดชน์ และ แบมแบม รวมพลังครั้งแรกในฐานะดูโอแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ "เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ริชอโรมา สูตรใหม่" พร้อมปล่อยซิงเกิลพิเศษ "ไปอีก (Ready for MORE)" ที่จะเปิดให้ฟังอย่างเป็นทางการ

ณเดชน์ กล่าวถึงการทำงานร่วมกับ แบมแบม ว่า "วันนี้ตื่นเต้นมากครับ ที่มีโอกาสได้มาอัดเพลงกับแบมแบม และได้ทำงานแบบใกล้ชิดกัน ต้องบอกเลยว่าน้องเก่งมากและมีเอเนอร์จี้ตลอด ระหว่างทำงานก็สนุกและเป็นมืออาชีพมากครับ"

ขณะที่ แบมแบม เผยความรู้สึกว่า "ผมดีใจมากครับที่ได้ร่วมงานกับพี่ณเดชน์ ตอนเข้าห้องอัดจริง ๆ ก็รู้สึกประทับใจมาก เพราะพี่ณเดชน์อาจจะไม่ได้ร้องสไตล์นี้ แต่พี่ณเดชน์ทำออกมาได้ดีมากๆ เลยอยากให้ทุกคนรอฟังเพลง 'ไปอีก (Ready for MORE)' กันนะครับ" โดยทั้งคู่จะจัดโชว์ Live Performance ครั้งแรกในงานที่เวทีมวยราชดำเนินวันที่ 15 มีนาคมนี้ ภายใต้แนวคิด “เพิ่มกาแฟ เติมนม อร่อยไปอีก” ที่มาพร้อมกับแสงสีเสียงสุดอลังการ

ความร่วมมือของสองซูเปอร์สตาร์ชาวไทยในงานนี้สร้างสรรค์ประสบการณ์ดื่มกาแฟรูปแบบใหม่ผ่านเพลงและการแสดงที่ลงตัว นับเป็นการผนึกกำลังที่น่าจับตามองในวงการบันเทิงและการตลาดแบรนด์กาแฟไทยในปีนี้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10169703

14 มีนาคม 2422 วันเกิด “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ผู้เปลี่ยนโลกด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพ และสมการ E=mc² นักฟิสิกส์ผู้ท้าทายความเชื่อเดิม จุดดประกายฟิสิกส์สมัยใหม่เขย่าโลกทั้งศตวรรษ

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2422 เป็นวันเกิดของ 'อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์' นักฟิสิกส์ทฤษฎีชาวเยอรมันที่เปลี่ยนแปลงวิธีที่มนุษย์เข้าใจเวลา อวกาศ และจักรวาล ผลงานของเขาไม่เพียงเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังเขย่ารากฐานความเข้าใจวิทยาศาสตร์ใหม่ทั้งหมด

เด็กชายจากเมืองอุล์มที่ไม่ใช่เด็กอัจฉริยะแบบในหนังแต่มีความสงสัยสูงและไม่ยอมรับคำตอบสำเร็จรูป ความคิดท้าทายสามัญสำนึกนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่พาเขาไปไกลกว่ากรอบฟิสิกส์เดิม

ปี 1905 หรือที่เรียกว่า "ปีมหัศจรรย์" ไอน์สไตน์ตีพิมพ์ผลงานสำคัญหลายชิ้นรวมถึงทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและสมการ E = mc² ซึ่งเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องเวลาและพลังงานในฟิสิกส์ยุคใหม่

ไอน์สไตน์ได้รับรางวัลโนเบลปี 1921 ไม่ใช่จากสัมพัทธภาพแต่จากคำอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ซึ่งเป็นกุญแจฟิสิกส์ควอนตัมและมีผลต่อเทคโนโลยีในยุคหลัง สัมพัทธภาพทั่วไปของเขาชี้ให้เห็นว่าแรงโน้มถ่วงคือความโค้งของกาลอวกาศ ไม่ใช่แรงธรรมดา

ความสำคัญของวันเกิดเขายังถูกพูดถึงเพราะผลงานยังคงมีชีวิตในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปัจจุบัน พร้อมกับวิธีคิดที่ตั้งคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนแน่นอนซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนศึกษาวิทยาศาสตร์ต่อเนื่องจนถึงวันนี้

ที่มา : https://www.britannica.com/biography/Albert-Einstein?utm

15 มีนาคม 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้เลิกเล่นการพนัน ประกาศแก้กฎหมายอากรหวยในกรุงเทพฯ เลิกอากรหวยจีน ก–ข ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2459

รัชกาลที่ 6 ประกาศแก้กฎหมายอากรการพนัน โดยสั่งเลิกเก็บอากรหวยจีน ก–ข ในมณฑลกรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 เพื่อกำจัดการพนันที่รัฐเคยจัดเก็บรายได้ในรูปแบบอากรมาตลอดระยะเวลาหนึ่ง

ในประกาศราชกิจจานุเบกษาวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2458 ระบุว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ดำเนินการผ่อนคลายการเลิกการพนัน เช่น ลดจำนวนโรงบ่อนเบี้ยลงเป็นลำดับ แต่รัชกาลที่ 6 เห็นว่าเวลานี้เหมาะสมที่จะปิดบัญชีการพนันบางประเภทให้สิ้นเชิง

ความสำคัญของนโยบายนี้คือการยอมสละรายได้จากการพนัน โดยใช้พระราชทรัพย์และพระคลังพระราชทานเป็นทุนทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรัฐ เนื่องจากการเลิกเล่นการพนันย่อมส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้ส่วนหนึ่ง

พระราชบัญญัติอากรการพนันแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2458 ได้กำหนดให้เลิกอากรหวยจีน ก, ข ในพื้นที่กรุงเทพฯอย่างเป็นทางการ และให้มีการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องเพื่อให้การเลิกนี้เป็นไปตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์

นโยบายนี้สะท้อนความตั้งใจของรัฐในยุคนั้นที่มุ่งปราบปรามการพนันและสร้างความเข้มงวดทางกฎหมาย แม้จะแลกด้วยรายได้ในระยะสั้นก็ตาม

ที่มา : https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2458/A/499.PDF?utm_source

16 มีนาคม 1926 ‘โรเบิร์ต ก็อดเดิร์ด’ ทดสอบจรวดลำแรกของโลก ที่ใช้เชื้อเพลิงเหลว สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก บินสั้นแต่เปลี่ยนยุคอวกาศ จากทุ่งโล่งสู่ดาวเทียมและยานสำรวจ

วันประวัติศาสตร์ “จรวดเชื้อเพลิงเหลว” ลำแรกของโลกพุ่งขึ้นฟ้า — จุดเริ่มยุคอวกาศสมัยใหม่
วันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ว่าเป็นวันที่มนุษยชาติ “ก้าวข้ามข้อจำกัดของจรวดแบบเดิม” เมื่อ โรเบิร์ต เอช. ก็อดดาร์ด (Robert H. Goddard) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ยิงทดสอบ จรวดเชื้อเพลิงเหลว สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก แม้การบินจะกินเวลาเพียงไม่กี่วินาทีและสูงแค่ระดับ “บ้านสองชั้น” แต่ความหมายของมันใหญ่กว่านั้นมาก—เพราะมันคือประตูบานแรกของเทคโนโลยีจรวดสมัยใหม่ที่พาโลกไปสู่ยุคดาวเทียม ยานอวกาศ และการสำรวจจักรวาล


ทำไม “เชื้อเพลิงเหลว” ถึงเปลี่ยนเกม
ก่อนหน้าก็อดดาร์ด จรวดที่คนรู้จักส่วนใหญ่ใช้ เชื้อเพลิงแข็ง (เช่น ดินปืน) ซึ่งให้แรงขับได้ก็จริง แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือ ควบคุมได้ยาก และ ประสิทธิภาพไปได้ไม่ไกล พูดง่าย ๆ คือ “จุดแล้ววิ่ง” เปลี่ยนไม่ได้มากนักระหว่างทาง
แต่แนวคิดของก็อดดาร์ดต่างออกไป เขาเชื่อว่า ถ้าจะสร้างจรวดที่ไปได้ไกลพอสำหรับชั้นบรรยากาศสูง ๆ หรือแม้แต่อวกาศ จำเป็นต้องใช้ระบบที่ ปรับการจ่ายเชื้อเพลิงได้ และ ควบคุมแรงขับได้ ซึ่งเชื้อเพลิงเหลวตอบโจทย์นั้น เพราะสามารถ “ไหลเข้าเครื่องยนต์” ได้ตามอัตราที่กำหนด ทำให้ควบคุมพลังและการเผาไหม้ได้ละเอียดกว่า


จรวดลำแรกหน้าตาไม่เหมือนในหนัง
การยิงทดสอบในวันนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่โล่งชนบทของรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ จรวดของก็อดดาร์ดไม่ใหญ่โต ไม่สง่างามแบบจรวดยุคใหม่ และยังมีการจัดวางที่คนปัจจุบันเห็นแล้วอาจงง—เพราะเขาออกแบบให้ เครื่องยนต์อยู่ด้านบน ขณะที่ถังเชื้อเพลิงและออกซิไดเซอร์อยู่ด้านล่าง เพื่อช่วยเรื่องเสถียรภาพตามความเข้าใจในเวลานั้น


เชื้อเพลิงที่ใช้เป็น น้ำมันเบนซิน และตัวช่วยเผาไหม้สำคัญคือ ออกซิเจนเหลว (LOX) ซึ่งเป็นหัวใจของจรวดเชื้อเพลิงเหลว เพราะทำให้จรวด “พกอากาศ” ไปเผาไหม้เองได้ ไม่ต้องพึ่งออกซิเจนจากภายนอกเหมือนเครื่องยนต์ทั่วไป
บินแค่ “สั้น ๆ” แต่พิสูจน์ว่าไปต่อได้


ผลการทดสอบครั้งแรกนั้นสั้นมาก—ใช้เวลาประมาณ 2–3 วินาที สูงราว ไม่กี่สิบฟุต และตกลงไม่ไกลจากจุดยิง แต่ความสำเร็จที่แท้จริงคือ “มันบินได้จริง” และที่สำคัญคือบินด้วย ระบบเชื้อเพลิงเหลว ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกยังไม่เคยทำได้มาก่อน
ในแง่วิศวกรรม นี่คือการพิสูจน์พร้อมกันหลายเรื่อง:
การจ่ายเชื้อเพลิงเหลวเข้า “ห้องเผาไหม้” ทำงานได้
การจุดระเบิดและการเผาไหม้คุมได้พอให้เกิดแรงขับต่อเนื่อง
โครงสร้าง ระบบท่อ วาล์ว และการจัดการของเหลวที่อันตรายอย่างออกซิเจนเหลว “พอใช้งานจริง”
เมื่อพิสูจน์ได้ว่า “หลักการถูกต้อง” ขั้นต่อไปก็ไม่ใช่คำถามว่า “ทำได้ไหม” แต่กลายเป็น “ทำให้ใหญ่ขึ้น เสถียรขึ้น ไปได้ไกลขึ้นอย่างไร”
จากทุ่งโล่งสู่ยุคดาวเทียม: ผลสะเทือนที่ยาวนาน


เหตุผลที่ 16 มีนาคม 1926 สำคัญมาก เพราะเทคโนโลยีจรวดเชื้อเพลิงเหลวคือรากฐานของแทบทุกอย่างที่ตามมา:
จรวดส่งดาวเทียมขึ้นวงโคจร
ยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์และดาวเคราะห์
เทคโนโลยีอวกาศเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน
หากไม่มี “ก้าวเล็ก ๆ” วันนั้น โลกอาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะมีหลักฐานชัดว่าเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงเหลวใช้งานได้จริง และเส้นทางสู่ยุคอวกาศอาจช้าลงไปอีกหลายสิบปี


บทสรุป: 2.5 วินาทีที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์
16 มีนาคม 1926 คือวันแห่ง “การเริ่มต้น” อย่างแท้จริง—ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่แบบภาพจรวดทะยานขึ้นฟ้าพร้อมเสียงกึกก้อง แต่เป็นชัยชนะของความคิด วิศวกรรม และความกล้าลองของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ที่ทำให้มนุษย์รู้ว่า “เราสร้างเครื่องมือพาออกจากโลกได้จริง”
.
ที่มา : https://www.nextwider.com/robert-goddard-first-liquid-fueled-rocket/

17 มีนาคม ของทุกปี วันรำลึก นายขนมต้ม วีรกรรมมวยไทยชนะใจคนไทย เรื่องเล่าขานตำนานนักสู้ แสดงอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย

(17 มี.ค. 69) วันที่ 17 มีนาคมของทุกปี ถูกยกให้เป็น "วันนายขนมต้ม" และ "วันมวยไทย" ในประเทศไทย เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของ 'นายขนมต้ม' นักมวยคาดเชือกชาวกรุงศรีอยุธยา ที่เล่ากันว่าชกชนะนักมวยพม่าหลายคนในงานฉลองของพม่า หลังเสียกรุงศรีครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 – เหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานของความกล้าหาญและศิลปะมวยไทย

"นายขนมต้มชกชนะนักมวยพม่าติดต่อกันหลายคน" จนได้รับคำชมและรางวัลอิสรภาพ เรื่องนี้แพร่หลายและกลายเป็นเครื่องหมายทางวัฒนธรรม ซึ่งแม้ว่าในเชิงประวัติศาสตร์จะมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักฐานและรายละเอียดของเรื่องเล่า แต่ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของเขายังคงแข็งแรงในสังคมไทย

วันดังกล่าวเลือกใช้วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2317 เป็นวันเกิดเหตุการณ์ตามตำนานนี้ โดยหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในหลายจังหวัด รวมถึงจังหวัดอยุธยา ต่างจัดกิจกรรมไหว้ครู ครอบครู และแข่งขันมวยไทยเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมนี้ให้คงอยู่ต่อไป

วันนายขนมต้มจึงเป็นวันที่ย้ำยืนชัดว่า มวยไทยเป็นมากกว่ากีฬา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดได้อย่างทรงพลัง และยังเป็นเครื่องมือสื่อสารวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติในยุคสมัยใหม่
 

ที่มา : https://calendar.m-culture.go.th/events/100648?

ณเดชน์-แบมแบม ปลุกเวที ดันเนสกาแฟสูตรใหม่เต็มสูบ แฟนคลับาร่วมกว่า 1,200 คน โชว์เพลง "ไปอีก Ready For MORE" เกมและกิจกรรมสุดสนุกเต็มอิ่ม

ณเดชน์ และ แบมแบม ร่วมเป็นดูโอแบรนด์แอมบาสเดอร์ในงานใหญ่เปิดตัว "เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ริช อโรมา สูตรใหม่" ณ เวทีมวยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็ว ๆ นี้ สร้างประสบการณ์ดื่มกาแฟรูปแบบ Immersive Experience 360 องศาแก่แฟนคลับและคอกาแฟกว่า 1,200 ราย

ภายในงาน ณเดชน์ และ แบมแบม ร่วมแสดงโชว์เพลงพิเศษ "ไปอีก (Ready For MORE)" ซึ่งแต่งและโปรดิวซ์โดยแบมแบม พร้อมเกม "จังหวะอร่อยลงตัว" และกิจกรรม "กำกับกาแฟ" ที่มีความสนุกสนานเกิดขึ้นท่ามกลางแฟนคลับ นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษอย่าง นินิว และ คริสติน่า แซ่แต้ มาร่วมเติมสีสันให้บรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

“งานครั้งนี้ถือเป็นโมเมนต์พิเศษที่ทุกคนจะได้สัมผัสความสนุกและรสชาติกาแฟแบบใหม่ไปพร้อม ๆ กัน” แบมแบม กล่าวผ่านเวที ณ เวลานั้น ก่อนร่วมกิจกรรมถ่ายภาพคู่แฟนคลับอย่างใกล้ชิดและปิดงานด้วยโชว์สุดพิเศษจากทั้งคู่

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ณเดชน์และแบมแบมร่วมงานโฆษณากาแฟ พวกเขาได้ใช้โอกาสนี้เสริมสร้างภาพลักษณ์ร่วมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตั้งเป้าดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยมีกิจกรรมที่เน้นสร้างประสบการณ์ตรงและความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9878586/

ตำนานเพลงไทย!! ‘ป๊อด Moderndog’ คว้ารางวัล Best Music Video of the Year ตอกย้ำตำนานเพลงไทยไร้กาลเวลา เพลง 'บุษบา' ยังฮิตคลาสสิก เจนใหม่ร้องได้เต็มเสียง

"ป๊อด Moderndog" ศิลปินระดับตำนานของวงการเพลงไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ด้วยการคว้ารางวัล Best Music Video of the Year จากงาน TOTY AWARDS SHINING FORWARD THAI MUSIC 2025 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ผลงานมิวสิกวิดีโอที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง "เพื่อนสนิท" กลับมาอีกครั้ง พร้อมเรียกเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงทุกเจนเนอเรชัน

"วันนี้ได้มารับรางวัล Best Music Video of the year จาก Toty Music Award ก็ดีใจมากครับ เพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจมาก ทั้งตัวเพลงเอง และทางผู้กำกับกับครีเอทีฟ คือคุณพีท ทสร" ป๊อดกล่าวในงาน พร้อมเล่าถึงการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงในโลกโซเชียล

ป๊อดเผยว่าเพลงของ Moderndog เป็นเพลิงไร้กาลเวลาที่เด็กๆ เจนใหม่ยังร้องได้ เช่น เพลง "บุษบา" ที่เจนใหม่ร้องได้หมดจนเขาถึงขั้นบันทึกภาพเป็นที่ระลึก รวมถึงเตรียมปล่อยมิวสิกวิดีโอตัวใหม่ "The Oath" ที่ร่วมกับ 'บอย โกสิยพงษ์' ในรูปแบบแอนิเมชัน พร้อมเตรียมคอนเสิร์ตใหญ่ในเดือนพฤษภาคมนี้

"รู้สึกดีครับที่เพลงเรามัน Timeless (ไร้กาลเวลา)...เราจะทำมันให้เหมือนเป็นครั้งแรก เพื่อให้เขาได้ฟังอย่างมีความสุขครับ" ป๊อดกล่าวเสริมถึงความตั้งใจดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อพร้อมถ่ายทอดความสุขในคอนเสิร์ตที่จะถึง

จากความสำเร็จและพลังดนตรีที่ยังคงสดใหม่ ป๊อด Moderndog ยืนยันว่าเขายังคงเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้แฟนเพลงทุกวัยอย่างต่อเนื่องในปี 2026 นี้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10175510


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top