Tuesday, 21 July 2026
อิหร่าน

เจรจาเดือดสหรัฐฯ–อิหร่าน!! ‘ทรัมป์’ โพสต์ขู่กลางวงประชุม โจมตีอิหร่านหนักกว่าเดิม ตลาดน้ำมัน–ทอง–หุ้นผันผวนทันที ดันน้ำมัน Brent พุ่งแตะ 82 ดอลลาร์

เจรจาไป … ข่มขู่ไป … ประท้วงไป !!!
ทำนักลงทุนกังวลใจ ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ผลที่ตามมาราคาน้ำมัน Brent กลับขึ้นไปที่ 82 ดอลล่าร์ต่อบาเรล จากที่เคยลงไป 77 ดอลล่าร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางดราม่าต่างๆ ที่ Lake Lucerne Summit สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างสหรัฐและอิหร่านโดยมีปากีสถานและกาตาร์เป็นตัวกลาง

สหรัฐส่งทีมเดิมรองประธาน Vance ลูกเขย Kushner ผู้แทนพิเศษ Witkoff อิหร่าน ประธานรัฐสภา Ghalibaf รัฐมนตรีต่างประเทศ Araghchiเริ่มประชุม ก็เริ่มไม่ราบรื่น อิหร่านขอไม่กล่าวเปิด ไม่จับมือ
ไม่ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับสหรัฐเพื่อไม่ให้เป็นประเด็นในอิหร่าน แต่ที่สำคัญกว่าเพียงเริ่มไม่นานความสนใจของทุกคนได้มุ่งไปที่นอกห้องเจรจา President Trumpผู้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่สำคัญยิ่งกว่าส่งสัญญาณ โพสต์ข่มขู่

Iran must immediately stop their highly paid PROXIES in Lebanon from causing trouble. If they don’t, we’ll hit Iran very hard again, just like we did last week, only harder!!!
อิหร่านต้องสั่งให้บรรดาตัวแทนราคาแพงของตนในเลบานอน หยุดสร้างปัญหา!
ถ้าไม่ทำ เราจะจัดหนักอิหร่านอีกครั้ง เหมือนที่เราเพิ่งทำไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว — แต่ครั้งนี้จะรุนแรงกว่ามาก!!!

ผลที่ตามมาทีมอิหร่านประท้วง เดินออกจากห้องประชุม ประธานรัฐสภาอิหร่าน Ghalibaf โพสต์
“Don’t they realize that if their threats worked, they wouldn’t be this desperate now? We don’t count on US threats. They’d better watch their words—our armed forces are ready to respond differently. Whatever they say, we’re the ones who act.”

“พวกเขายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า หากคำขู่ของพวกเขาได้ผลจริง วันนี้คงไม่ต้องอยู่ในสภาพสิ้นหวังเช่นนี้? เราไม่เคยนำคำขู่ของสหรัฐฯ มาคิดคำนวณอยู่แล้ว
พวกเขาควรระวังคำพูดของตนให้มาก เพราะกองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐอิสลามพร้อมตอบโต้ในแบบที่แตกต่างและเด็ดขาด
ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร ผู้ที่ลงมือปฏิบัติจริงคือพวกเรา“ ก่อนที่จะกลับมาประชุมต่อ จนถึงขณะนี้ ยังคงประชุมอยู่ระหว่างทาง ตลาดทุนโลกก็โดนลูกหลง
ราคาน้ำมันโลก ราคาทองคำต่ำกว่า 4,200 อีกครั้ง ราคาหุ้นลงเล็กน้อย ประเด็นหลักอยู่ที่ผู้ไม่ได้ร่วมเจรจาอีกคน อิสราเอลซึ่งประกาศเรียบร้อย
ผมไม่ได้ตกลงด้วย ยังคงโจมตี Hezballoh ในเลบานอนต่อเนื่อง 2 วันที่แล้ว โจมตี 150 จุด
ล่าสุดยืนยันไม่ถอนทหารออกจาก Security Zone ในตอนใต้ของเลบานอน พร้อมบอกว่า อิสราเอลไม่ได้มีปัญหากับเลบานอนแต่มีปัญหากับ Hezballoh
จน President Trump ต้องเขียนข่มขู่ข้างต้น

มาดูกันครับว่า
หนังยาวม้วนนี้ จะจบอย่างไรแบบตกลงกันได้ แบบยืดเยื้อ แบบย่อยยับ แต่ที่เห็นท่ามกลางทุกอย่างยังพยายามเจรจาต่อไม่ได้ปิดประตูตาย !!!

#Trump #Iran #Talk
ขอบคุณภาพจาก White House

ที่มา : https://www.facebook.com/1044766528/posts/10238058774102118/?rdid=JeIQRraBSS5HxANV#

ลูเซิร์นเปิดทางดีลใหญ่!! สหรัฐฯ–อิหร่าน ตั้งสายด่วนฮอร์มุซ จ่อปิดข้อตกลงใน 60 วัน ฮอร์มุซมีลุ้นคลายวิกฤต คู่เจรจาตั้งสายสื่อสารตรง รับประกันเรือพาณิชย์เดินทางปลอดภัย

แถลงการณ์ร่วมของกาตาร์และปากีสถาน หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Summit) และการประชุมคณะกรรมการระดับสูงรอบแรก โดยมีสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเข้าร่วม

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเดินหน้าสู่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในกรอบ 60 วัน และยังพร้อมเปิด “สายด่วน” ระหว่างกันเป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และประสานงานด้านความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

แถลงการณ์ร่วมของรัฐกาตาร์และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เกี่ยวกับการเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Summit) และการประชุมคณะกรรมการระดับสูงครั้งแรก โดยมีสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเข้าร่วม

การเจรจาระดับสูงรอบแรกภายใต้กรอบ บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad Memorandum of Understanding) ได้เสร็จสิ้นลงที่เมืองบือร์เกินชต็อก (Bürgenstock) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีผู้แทนจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และประเทศผู้ไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย ได้แก่ รัฐกาตาร์ และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เข้าร่วม

การประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์นจัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นบวกและสร้างสรรค์ โดยมีความคืบหน้าที่น่าพอใจหลายประการ รวมถึงการจัดตั้งกลไกสำหรับการเจรจาทางเทคนิคในขั้นต่อไป

ต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ทุกฝ่ายได้ตกลงจัดตั้ง คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลทางการเมืองต่อกระบวนการไกล่เกลี่ย โดยหัวหน้าคณะเจรจาจะรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ และจะจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านในประเด็นนิวเคลียร์ มาตรการคว่ำบาตร ตลอดจนกลไกติดตามผลและระงับข้อพิพาท เพื่อให้การดำเนินการตาม MOU และประเด็นอื่น ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการระดับสูงได้เห็นชอบต่อ แผนงานเพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน พร้อมวางรากฐานสำหรับการเริ่มต้นการเจรจาทางเทคนิคในทันที นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง สายสื่อสารโดยตรงระหว่างคู่เจรจา ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในข้อ 5 ของ MOU เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และความเข้าใจผิด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เรือพาณิชย์สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ทุกฝ่ายยังตกลงจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานลดความขัดแย้ง (de-confliction cell) ร่วมกับสาธารณรัฐเลบานอน และอยู่ภายใต้การอำนวยความสะดวกของประเทศผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อให้มั่นใจว่าการยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนตามที่ระบุไว้ใน MOU จะได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ขณะที่การหารือทางเทคนิคจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์ ณ รีสอร์ตบือร์เกินชต็อก ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยจะยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การเจรจาดำเนินต่อไปในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ และมุ่งสู่การบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์

รัฐกาตาร์และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจต่อสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สำหรับความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องต่อการทูตและการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยยังขอชื่นชมประเทศมิตรและประเทศภราดรภาพต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญต่อความคืบหน้าของการเจรจาในครั้งนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1328491046105919/?rdid=mUpexYzWZVIsmNOZ#

อิหร่านขายน้ำมันได้ แต่ต้องเล่นตามกติกาทรัมป์!! ผ่อนคลายให้อิหร่านไม่ใช่เช็คเปล่า จ่ายดอลลาร์–ซื้อเกษตรสหรัฐฯ–ห้ามนิวเคลียร์ บีบอิหร่านใช้รายได้ซื้อสินค้าเกษตรอเมริกัน เตือนผิดข้อตกลงเมื่อไร สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ทันที

ทรัมป์ยืนยันอิหร่านขายน้ำมันได้ แต่ต้องชำระเป็นดอลลาร์ สำหรับเงินที่อายัดต้องซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ และเน้นย้ำอิหร่านห้ามมีอาวุธนิวเคลียร์แม้ต้องแลกกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง

ทรัมป์ เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางผ่อนคลายมาตรการต่ออิหร่าน โดยระบุว่า รายได้จากการส่งออกน้ำมันและเงินทุนที่ได้รับการปลดล็อกนั้น ควรถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้าวโพดและถั่วเหลือง เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหารของประชาชนอิหร่านที่มีจำนวนกว่า 91 ล้านคน

เมื่อถูกถามว่าอิหร่านจะสามารถนำเงินที่ได้รับไปฟื้นฟูกองทัพหรือเสริมสร้างศักยภาพทางทหารได้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้น” พร้อมย้ำว่าเงินดังกล่าวควรนำไปใช้จัดหาอาหารให้ประชาชนเป็นอันดับแรกมากกว่าการลงทุนด้านการทหาร

ทรัมป์ยังอ้างว่า ความสามารถทางทหารของอิหร่านถูกทำลายลงอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือที่สูญเสียเรือรบ 159 ลำ กองทัพอากาศที่สูญเสียเครื่องบิน 250 ลำ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบเรดาร์ ตลอดจนโรงงานผลิตโดรนและขีปนาวุธถึง 87% ขณะที่ผู้นำระดับสูงของประเทศหลายระดับก็ถูกกำจัดไปแล้ว

ในประเด็นข้อตกลงกับอิหร่าน ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงมีมาตรการตอบโต้หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข โดยกล่าวว่า “หากพวกเขาไม่ทำตามข้อตกลง ผมก็จะทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ” พร้อมปฏิเสธแนวคิดที่ว่าอิหร่านจะมีอำนาจต่อรองเหนือสหรัฐฯ หลังจากได้รับการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนิเคลียร์ ทรัมป์กล่าวว่า แม้ต้องแลกกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เขาก็จะไม่ยอมให้อิหร่านกลับมาอยู่ในจุดที่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ และยืนยันว่าหากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้ สหรัฐฯ ก็พร้อมดำเนินมาตรการที่จำเป็นต่อไป

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงปฏิบัติการ “มิดไนต์ แฮมเมอร์” (Operation Midnight Hammer) ว่าเป็นแผนที่ใช้เวลาเตรียมการนานหนึ่งปี และอ้างว่าในเวลานั้นอิหร่านอยู่ห่างจากการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เพียงสองสัปดาห์เท่านั้น

ขณะที่ พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีที่ดำเนินการรวม 377 ชั่วโมงนั้น สามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำทุกจุด โดยอิหร่านไม่สามารถขัดขวางหรือป้องกันได้เลย

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1329383309350026/?rdid=aR9sG2z5bsy5NA5Y#

'เฮมมาตี' ชี้ซื้อสินค้าตามราคาและคุณภาพ!! ดีลปลดล็อกเงินอิหร่านยังร้อน อิหร่าน ยืนยันเงินที่ปลดล็อคเป็นของตนเอง ไม่ผูกมัดต้องซื้อจากสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะ 'ทรัมป์' กับ 'แวนซ์' ตั้งข้อกล่าวหา

อิหร่านยืนยัน เงินที่ถูกปลดล็อคเป็นทรัพย์สินของอิหร่าน และรัฐบาลเตหะรานจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะใช้จ่ายอย่างไร โดยพิจารณาจากราคา คุณภาพของสินค้า

อับดุลนาสเซอร์ เฮมมาตี (Abdolnasser Hemmati) ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน หนึ่งในคณะผู้แทนหลักในการเจรจาเชิงนโยบายเศรษฐกิจและการปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตรกับสหรัฐอเมริกา ตอบโต้คำกล่าวของ "ทรัมป์" และ "เจดี แวนซ์" เกี่ยวกับข้อตกลงปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด โดยยืนยันว่า เอกสารที่มีการลงนามไม่ได้กำหนดให้อิหร่านต้องนำเงินที่ได้รับคืนไปซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ แต่อย่างใด

เฮมมาตีกล่าวว่า หากสินค้าอาหารจากสหรัฐฯ มีราคาถูกกว่าและคุณภาพดีกว่า อิหร่านก็สามารถเลือกซื้อได้ แต่ไม่ได้มีข้อผูกมัดให้ต้องซื้อจากสหรัฐฯ เท่านั้น พร้อมระบุว่า เงินทุนส่วนที่สองที่ได้รับการปลดล็อกยังสามารถนำไปใช้จัดซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรได้เช่นกัน

คำชี้แจงดังกล่าวแตกต่างจากจุดยืนของทรัมป์และแวนซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้พยายามนำเสนอว่าการปลดล็อกเงินทุนอิหร่านจะส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลกลับเข้าสู่ภาคเกษตรของสหรัฐฯ ผ่านการสั่งซื้อข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลีจากเกษตรกรอเมริกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1329389866016037/?rdid=Qfc8YO60qaVTBzCd#

‘ทรัมป์’ เบรกศึกรอบสองอิหร่าน!! จากขู่ล้างอิหร่านสู่การเจรจา วอลล์สตรีทเจอร์นัลเผยแผนสงครามถูกล้ม ‘ทรัมป์’ กังวลทำลายการทูตในวิกฤตนิวเคลียร์ พร้อมยืดเส้นตายเจรจาต่อไปถึงส.ค.

ทรัมป์ "ใจฝ่อ!?!" ไม่กล้าเปิดศึกรอบสองกับอิหร่าน

หลังจากขู่มาตลอดหลายสัปดาห์ว่า “อิหร่านจะไม่มีวันดำรงอยู่อีกต่อไป” ล่าสุด The Wall Street Journal รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับทางเลือกในการเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน โดยมีการหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงสงคราม พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) และ พล.อ. แดน เคน (Gen. Dan Caine) ประธานคณะเสนาธิการร่วมของกองทัพสหรัฐ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะยุติการเจรจาและกลับไปใช้ปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่อีกครั้ง

แต่สุดท้าย แผนการเปิดสงครามรอบสองกลับถูกทรัมป์โยนเข้าลิ้นชัก และเลือกเดินหน้าการเจรจาต่อ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ทรัมป์กังวลว่าการโจมตีรอบใหม่จะทำลายความพยายามทางการทูต และทำให้เป้าหมายของสหรัฐฯ ในการบีบให้อิหร่านยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์พังลงไปพร้อมกัน

รายงานยังระบุว่า ทรัมป์พร้อมปล่อยให้การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ยืดออกไปเกินเส้นตายครบ 60 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 18 สิงหาคม เดิมทีทรัมป์เคยประกาศอย่างแข็งกร้าวว่าจะทำลายอิหร่านให้สิ้นซาก
แม้ทรัมป์จะถูกวิจารณ์ว่า “ใจไม่ถึง” ไม่กล้าเปิดศึกรอบสองกับอิหร่าน แต่สำหรับคนอย่างทรัมป์ เสียงวิจารณ์เหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่น่าจะมีน้ำหนักมากพอให้เขาต้องเสียเวลาใส่ใจ หลังจากต้องอยู่กับเสียงโจมตีมาค่อนชีวิต เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่เป็นรูปธรรมกว่าลมปากทางการเมือง คือผลประโยชน์ที่เกิดจากความผันผวนของราคาพลังงาน ราคาน้ำมัน และตลาดหุ้นต่างหาก เรื่องพวกนี้ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ แต่มันแปรเป็นตัวเลข เป็นส่วนต่างราคา และเป็นผลตอบแทนที่จับต้องได้จริง

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1336106785344345/?rdid=VC7SyTewKlcUctYa#

‘อาจารย์อุ๋ย’ วิเคราะห์สหรัฐฯ คว่ำ MOU อิหร่าน ส่อเปลี่ยนสันติภาพเป็นเกมการเมืองก่อนเลือกตั้งกลางเทอม จับตาเกมเลือกตั้ง–แรงกดดันอิสราเอลดันตะวันออกกลางเดือด เตือนไทยต้องรับมือราคาน้ำมัน–เงินเฟ้อจากช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ระเบียบโลกสั่นเมื่อมหาอำนาจไม่รักษาสัญญ

อาจารย์อุ๋ย ชี้! สหรัฐฯ กลืนน้ำลายคว่ำ MOU อิหร่าน เกมการเมืองสกปรก ทุนไซออนิสต์บงการ หรือดิ้นหนีตายเลือกตั้งกลางเทอม?

เมื่อข้อตกลงหยุดยิงที่เกือบจะสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางอย่าง "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบาด" (Islamabad MOU) ที่เพิ่งลงนามไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 กลับถูกฉีกทิ้งอย่างไร้ชิ้นดีด้วยน้ำมือของสหรัฐอเมริกาเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลวอชิงตันลนลานหาทางลงเพราะหวาดผวาว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะเข้ามาขย้ำเศรษฐกิจอเมริกันจนพังพินาศ แต่จู่ๆ กลับเปลี่ยนท่าทีมาเปิดฉากถล่มเป้าหมายอิหร่านและหวนกลับมาปิดล้อมน่านน้ำอีกครั้งในช่วงกรกฎาคมนี้

ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ ผมขอวิเคราะห์ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น "เกมสมประโยชน์" ที่ผสมโรงระหว่างอิทธิพลมืดทางการเงิน และฤดูกาลเลือกตั้งที่กำลังไล่กวดเข้ามา

ทำไมสหรัฐฯ ถึงกลืนน้ำลายตัวเอง? เปิดหน้าตัก "ทุนไซออนิสต์":

คำถามสำคัญคือ สหรัฐฯ ยอมเสี่ยงให้ราคาน้ำมันโลกทะลุเพดานและทุบเศรษฐกิจตัวเองทำไม? คำตอบซ่อนอยู่ในโครงสร้างอำนาจภายในของอเมริกา

ในทางการเมืองระหว่างประเทศ กลุ่มผลประโยชน์ข้ามชาติอย่าง กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ยิวไซออนิสต์ (เช่น AIPAC) มีอิทธิพลเหนือนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างเบ็ดเสร็จ กลุ่มทุนเหล่านี้ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทั้งในตลาดเงินวอลล์สตรีท เม็ดเงินบริจาคพรรคการเมือง และสื่อกระแสหลัก

เมื่ออิสราเอลส่งสัญญาณชัดเจนว่า "ไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน" และพร้อมจะเดินหน้าลุยทางตอนใต้ของเลบานอนต่อ แรงกดดันมหาศาลจึงตกมาที่ทำเนียบขาว สหรัฐฯ ถูกบีบให้เลือกระหว่าง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้นของประเทศ กับ ความอยู่รอดทางการเมืองของนักการเมืองที่พึ่งพาเงินทุนไซออนิสต์ และสุดท้าย... ทุนนิยมและการทหารก็ชนะกฎหมายระหว่างประเทศตามเคย ข้อตกลงที่ลงนามกันไว้จึงกลายเป็นเพียงเศษกระดาษในพริบตา

นอกจากนี้หากเรากางปฏิทินดู จะเห็นภาพชัดเจนว่าทำไมสงครามถึงต้องถูกลากยาวและทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงนี้ ปัจจัยหลักมาจากสองสมรภูมิเลือกตั้งใหญ่:

 * ตุลาคม 2026 - การเลือกตั้งอิสราเอล: นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู และพรรคลิคุด กำลังเผชิญภาวะวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง ทางรอดเดียวของเขาในทางเมืองคือการ "เลี้ยงไข้สงคราม" เพื่อทำตัวเป็นผู้นำยามสงครามและปลุกกระแสชาตินิยม หากสงครามจบลง เนทันยาฮูอาจต้องลงจากอำนาจและเผชิญคดีความ ดังนั้น การกดดันให้สหรัฐฯ ฉีก MOU แล้วมาร่วมวงถล่มอิหร่าน จึงเป็นตั๋วต่ออายุทางการเมืองของเขาโดยตรง

 * พฤศจิกายน 2026 - การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ: พรรครีพับลิกันของโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการรักษาและยึดเก้าอี้ในสภาคองเกรสทั้งหมด นักการเมืองอเมริกันรู้ดีว่า หากหักหลังอิสราเอลในช่วงนี้ เม็ดเงินสนับสนุนการหาเสียงจากกลุ่มทุนยิวจะถูกตัดทันที และอาจโดนฝ่ายขวาจัดซึ่งเป็นฐานเสียงตัวเองโจมตีว่า "อ่อนข้อให้ผู้ก่อการร้ายอิหร่าน" ดังนั้น การยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วหันมาเล่นบทโหดดุดันสะใจพญาอินทรี จึงเป็นเกมหาเสียงที่หวังผลคะแนนนิยมจากกลุ่มอนุรักษนิยมในประเทศ

เมื่อมหาอำนาจอันดับหนึ่งเลือกที่จะละเมิดหลักการ Pacta sunt servanda (สัญญาต้องเป็นสัญญา) เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ระเบียบโลกเดิมก็ถือว่าล่มสลายอย่างสิ้นเชิง โดยทิศทางหลังจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยิ่งทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง(Escalation) 

อิหร่านจะไม่อยู่เฉยและพร้อมใช้ไพ่ตายในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก รวมทั้งใช้พันธมิตรอย่างกลุ่มฮูตีในเยเมนปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ และสหรัฐฯ เองก็จะใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลที่เข้มข้นขึ้น

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ สงครามครั้งนี้จะกลายเป็นตัวประกันของการเมืองภายในของทั้งสองประเทศ ตราบใดที่ผลการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนยังไม่นิ่ง เราอาจจะยังไม่เห็นสัญญาณการเจรจาสันติภาพที่แท้จริง ประเทศไทยควรเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตพลังงานรอบใหม่และภาวะเงินเฟ้อที่จะตามมาหลอกหลอนอีกครั้ง

ด้วยความปรารถนาดี

https://www.facebook.com/share/p/19FWemqYh1/?mibextid=wwXIfr

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่!! กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงาน โจมตีเป้าหมายหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน อิหร่านเผยพลเรือนตาย 7 รายบาดเจ็บ สะพานและสถานีรถไฟถูกโจมตีหนัก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่ต่ออิหร่านอีกครั้ง โดยใช้เครื่องบินขับไล่ โดรน และเรือรบ โจมตีเป้าหมายหลายสิบแห่ง

CENTCOM อ้างว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน แต่รายงานจากฝั่งอิหร่านระบุอีกด้านหนึ่ง

สื่ออิหร่านรายงานว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงสะพาน สถานีรถไฟ และเสาสื่อสารโทรคมนาคม โดยสำนักข่าวทัสนิมรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อสะพานในเมืองบันดาร์ คามีร์ ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีก 9 ราย

การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐฯ ต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน ถือเป็นอีกขั้นหนึ่งของการรุกรานอิหร่านโดยวอชิงตัน และยิ่งทำให้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนโดยกองทัพสหรัฐฯ กลายเป็นเรื่องที่ถูกทำให้ชินชาเพิ่มขึ้น

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top