Friday, 5 June 2026
อิหร่าน

แผนล้อมกรอบอิหร่านสะดุด! ‘ธีระชัย’ ชี้เป้าจุดอ่อนกองทัพสหรัฐฯ ขาดฐานเติมน้ำมัน-เสี่ยงเจอจรวดจีน ซ้ำมีข่าวลือจีนขนอาวุธหนุนอิหร่าน 16 เที่ยวบิน พร้อมซ้อมรบรัสเซียข่มขวัญ

(3 ก.พ. 69) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Thirachai Phuvanatnaranubala’ ว่า เดาใจทรัมป์

ทรัมป์ 2.0 พบว่า นโยบายต่างประเทศ อิสระจากรัฐสภา มากกว่านโยบายในประเทศ  ในการเคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งนี้ น่าสงสัยว่า เขาฝากความหวังไว้กับมอสสาด หน่วยราชการลับอิสราเอล 

มอสสาด ติดตามสัญญาณมือถือของผู้นำฮามาส กำจัดได้เป็นรายตัว
มอสสาด แทรกซึม supply chain ฝังระเบิดไว้ในเพจเจอร์ แล้วจุดชนวน ทำลายกลุ่มฮิสบอเลาะห์
มอสสาด สอดแนม ภายในฐานทัพอิหร่าน จนสังหารแขกที่ไปพัก
มอสสาด ติดสินบนคนใกล้ชิดนายทหารอิหร่าน และนักนิวเคลียร์ ยิงจรวดได้เข้าเป้าแต่ละบ้าน
มอสสาด ทำให้เห็นว่า ระบบปลอดภัยของอิหร่าน มีรูพรุน ยิ่งกว่าเนยแข็งสวิส

แต่อาจมีปัจจัย ที่ทำให้ทรัมป์ลังเล?
รูป 1 มีข่าวว่า จีนให้ข้อมูลดาวเทียม ที่แสดงฐานทัพสหรัฐ ภาพคมชัดละเอียด 
รูป 2-3 ข่าว 20 ม.ค. กองทัพจีนส่งเครื่องบินขนอุปกรณ์ให้อิหร่าน 16 เที่ยวบิน ภายในเวลาเพียง 56 ชั่วโมง
เครื่องบินปิดสัญญาณบอกตำแหน่ง เมื่อบินเข้าตะวันออกกลาง
สำนักข่าวตะวันตกไม่ได้ยืนยันข่าวนี้ 

รูป 4 น่าสงสัยว่า จีนส่งจรวดพิฆาตเรือบรรทุกเครื่องบิน Dong Feng 21D หรือไม่?
ลำพังเทคโนโลยีอิหร่าน โอกาสที่จะยิงถูกเรือบรรทุกเครื่องบินมีน้อย
แต่เทคโนโลยีของจีนล้ำหน้า

ระยะยิงเริ่มตั้งแต่ 500 กม สูงสุด 2,150 กม และสามารถเปลี่ยนวิถีหลบหลีกจรวดสกัดได้
รูป 5-6 จีนแสดงจรวดนี้ในพิธีสวนสนามหลายครั้ง และรถฐานยิงก็มีขนาดเล็ก แอบหลบได้ง่าย 
รูป 7 จรวดวิถีโค้ง ออกไปนอกชั้นบรรยากาศ มีเจ็ต 4 ด้านเพื่อปรับทิศทาง ก่อนจะวนกลับเข้าชั้นบรรยากาศ
รูป 8-9 มีระบบ radar guidance จับเป้าหมาย ก่อนจะแยกตัว จนเหลือหัวจรวดขนาดเล็กนิดเดียว
รูป 10 ปัญหาของสหรัฐอีกประการหนึ่ง คือจะใช้จุดใดเป็นฐาน สำหรับขนน้ำมันขึ้นฟ้า

การโจมตี กรุงเตหะราน ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศอิหร่าน
สำหรับทางเข้าหมายเลข 1 ผ่านอาเซอไบจัน และหมายเลข 2 จาก เรือบรรทุกเครื่องบินที่ลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนั้น 

สหรัฐจะไม่สามารถใช้ฐานทัพในจอร์แดน เป็นแหล่งเติมน้ำมันได้ เพราะอิหร่านจะถือว่าจอร์แดนเป็นผู้ร่วมรบ จึงน่าจะต้องใช้ฐานทัพของอังกฤษ ในเกาะไซปรัส เป็นแหล่งปล่อยเครื่องบิน และขนน้ำมัน

แต่ครั้งที่แล้ว ซึ่งทรัมป์ ใช้เครื่องบินล่องหนบินมาจากสหรัฐ ก็น่าจะใช้ทางเข้าหมายเลข 1 หรือหมายเลข 2 ดังนั้น ถ้าจะเกิดการโจมตี โดยใช้ทางเข้าเดิม อิหร่านก็คงจะคอยเฝ้าระวังอยู่แล้ว

อิทธิพลของอิหร่าน: เมื่อมหาอำนาจต้องเลือก “โต๊ะเจรจา” แทนสนามรบ

ในประวัติศาสตร์การเมืองโลกสมัยใหม่ มีไม่กี่กรณีที่มหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ต้องยอมเปิดโต๊ะเจรจาภายใต้ภาวะความตึงเครียดและการเผชิญหน้าโดยตรงกับรัฐคู่ขัดแย้ง หนึ่งในกรณีศึกษาที่โดดเด่นที่สุดคือ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

แม้สหรัฐฯ จะเป็นมหาอำนาจทางทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองของโลก มีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค และมีประวัติการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงในหลายประเทศ แต่ในกรณีของอิหร่าน สถานการณ์กลับไม่ดำเนินไปในรูปแบบเดียวกัน

ตลอดหลายทศวรรษแห่งความตึงเครียด หลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเต็มไปด้วยมาตรการคว่ำบาตร การตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ และสงครามตัวแทนในภูมิภาค ทว่าการเผชิญหน้าระดับรัฐต่อรัฐโดยตรงกลับไม่เคยนำไปสู่การล้มล้างระบอบในเตหะราน

การเจรจา คือทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์2.0 พร้อมทั้งขู่และสงครามจิตวิทยาเพื่อให้อิหร่านจำนน แต่สุดใต้ตัดสินใจเปิดการเจรจาอย่างจริงจังกับอิหร่านภายใต้การกดดัน ดังนั้นการเจรจาในวันที่ 6 ก.พ. 2026 ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมานนั้น ไม่ได้เกิดจากความเป็นมิตรฉับพลัน หากแต่เป็นการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ 

สหรัฐฯ ตระหนักว่า:การโจมตีทางทหารอาจจุดชนวนสงครามระดับภูมิภาค และการคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน แต่อิหร่านมีศักยภาพในการตอบโต้แบอสมมาตรผ่านเครือข่ายพันธมิตรในตะวันออกกลาง กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือการ “ยอมรับโดยพฤตินัย” ว่าอิหร่านไม่ใช่รัฐที่จะถูกบีบให้ล้มลงได้ง่าย ๆ ด้วยกำลังหรือแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว

พลังที่มองไม่เห็น: อุดมการณ์และความอดทน สิ่งที่ทำให้อิหร่านแตกต่าง ไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง
-    โครงสร้างรัฐที่ผสานศาสนาและการเมือง
-    อุดมการณ์การปฏิวัติที่เน้นอธิปไตยและการต่อต้านอิทธิพลภายนอกความสามารถในการปรับตัวภายใต้การคว่ำบาตรระยะยาว
-    เครือข่ายอิทธิพลระดับภูมิภาค
และอิหร่านได้พัฒนายุทธศาสตร์ “การยับยั้งแบบอสมมาตร” ที่ไม่จำเป็นต้องแข่งขันแบบเผชิญหน้าตรงกับมหาอำนาจ แต่ใช้ต้นทุนต่ำ สร้างแรงกดดันสูง และขยายอิทธิพลผ่านพันธมิตรในภูมิภาค

บทเรียนเชิงประวัติศาสตร์ กรณีของอิหร่านจึงกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มันสะท้อนว่า อำนาจไม่ใช่เพียงเรื่องของกำลังทหารหรือขนาดเศรษฐกิจแต่รวมถึงความชอบธรรมภายใน 

ดีลหรือเดือด!! ทรัมป์ขู่ส่ง “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ล้อมตะวันออกกลาง กดดันอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ หวังเจรจารอบสองอิหร่านคลี่คลาย พร้อมรับมือหากเจรจาล่ม

(11 ก.พ. 69) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศว่าสหรัฐฯกำลังพิจารณาส่ง "กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี" กลุ่มที่สองไปยังตะวันออกกลางในกรณีที่การเจรจากับอิหร่านล้มเหลว

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า "ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องได้ข้อตกลง ไม่ก็เราจะต้องทำอะไรที่หนักหน่วงมาก เหมือนครั้งที่แล้ว" พร้อมเผยว่ากองกำลังทางเรืออาจจะเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่งตามไปด้วย

เขาแสดงท่าทีมองบวกต่อโอกาสการเจรจารอบที่สองกับอิหร่านที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยกล่าวว่า "อิหร่านอยากทำข้อตกลงอย่างมาก" ขณะเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล 'เบนจามิน เนทันยาฮู' ซึ่งจะเยือนทำเนียบขาวในวันพุธ ไม่วิตกกังวล เพราะฝ่ายอิสราเอลก็ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นบวกเช่นกัน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ที่มัสกัต โอมาน โดยทรัมป์ระบุว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี แม้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านจะยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แม้เสี่ยงต่อสงคราม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เตือนว่าหากไม่บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน การโจมตีของสหรัฐฯ จะ "รุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก" ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ

ที่มา : Sputnik

คว่ำบาตรต้องคลาย!! อิหร่านขีดเส้นแดงคุยสหรัฐฯ เจรจาที่เจนีวามีเป้าหมายชัดเจน ไม่ยอมละทิ้งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อิสราเอลขัดขวางข้อตกลงนิวเคลียร์

(17 ก.พ. 69) อิหร่านกำหนดเส้นแดงในการเจรจากับสหรัฐฯ โดยย้ำว่าการเจรจาจะมุ่งเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น และจะไม่ยอมละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เตหะรานพร้อมหารือรายการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรในกรอบเดียวกัน การเจรจากำหนดจัดขึ้นที่นครเจนีวาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้

แหล่งข่าวเผยว่า อิหร่านจะพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ แต่จำกัดขอบเขตให้เฉพาะโครงการนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเท่านั้น ส่วนหนึ่งของบรรยากาศเจรจามีความกังวลว่าอิสราเอลพยายามแทรกแซงกระบวนการนี้

"ด้วยการตั้งเงื่อนไขหรือเสนอข้อจำกัด อิสราเอลกำลังพยายามมีอิทธิพลต่อวาระของฝ่ายอเมริกัน เป้าหมายของอิสราเอลคือการสร้างอุปสรรคต่อการทำข้อตกลง ไม่ใช่ความคืบหน้าทางการทูต" แหล่งข่าวอิหร่านให้ความเห็น

การเจรจานี้สืบเนื่องจากความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยอิหร่านยังคงยืนยันแนวทางเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะที่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันเตหะรานให้หาทางผ่อนปรนฝ่ายตะวันตก

ที่มา : Sputnik

สหรัฐฯ พร้อมโจมตี!! กองทัพอาจเริ่มปฏิบัติการกับอิหร่านได้เร็วสุด สัญญาณกดดันอิหร่านชัดขึ้น อิหร่านสวนกลับคำเตือนสหรัฐฯ หากเกิดโจมตี จะมีการตอบโต้ทันที

(20 ก.พ. 69) เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสูงสุดของสหรัฐฯ แจ้งโดนัลด์ ทรัมป์ว่า กองทัพอเมริกันอาจพร้อมเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านได้เร็วสุดตั้งแต่วันเสาร์นี้ แต่ยังไม่มีการอนุมัติแผนอย่างเป็นทางการ รายงานเผยว่าปัญหาอิหร่านเป็นวาระหลักการประชุม"ห้องสถานการณ์" ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แม้ว่าปัจจุบันทรัมป์ยังไม่ได้ให้ไฟเขียว แต่กำลังรบสหรัฐฯ ในภูมิภาคคาดว่าจะเข้าประจำตำแหน่งครบถ้วนภายในกลางเดือนมีนาคม ด้านเพนตากอนเริ่มโยกย้ายบุคลากรบางส่วนออกจากตะวันออกกลางเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงก่อนปฏิบัติการหรือการตอบโต้จากอิหร่าน

กระทรวงกลาโหมระบุว่านี่เป็น"ขั้นตอนมาตรฐาน" ก่อนทำปฏิบัติการ ในขณะเดียวกัน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมไปเยือนอิสราเอลในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู

ในทางทหาร กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมกองเรือคุ้มกันประจำภูมิภาค ขณะที่ USS Gerald Ford กำลังเดินทางมาเสริมความแข็งแกร่ง อิหร่านออกมาเตือนว่า "จะมีการตอบโต้" หากถูกโจมตี ผู้นำสูงสุด 'อาลี คาเมเนอี' กล่าวว่า การจมเรือบรรทุกเครื่องบินจะเป็น "การแสดงศักยภาพ" ที่แท้จริง

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความพยายามทางการทูตและการเตรียมความพร้อมทางทหารของทั้งสองฝ่าย

ที่มา : Sputnik

จีนชี้จุดยืนสงคราม!! หวังอี้ถก รมว.กต.รัสเซีย คัดค้านบุกโจมตีอิหร่าน เรียกร้องยุติการสู้รบทันที สนับสนุนเจรจาสันติภาพโดยด่วน

(2 มี.ค. 69) หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และกรรมการกรมการเมืองแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย เมื่อวันที่ 1 มี.ค. โดยหวังอี้กล่าวถึงจุดยืนของจีนต่อสถานการณ์ความรุนแรงในอิหร่าน หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีประเทศนี้ระหว่างการเจรจาที่สำคัญ

หวังอี้ระบุว่าจีนยึดมั่นในหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและคัดค้านการใช้กำลังอย่างโจ่งแจ้งในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมวิจารณ์การสังหารผู้นำอิหร่านและความพยายามเปลี่ยนแปลงรัฐบาลว่าเป็น "เรื่องที่ยอมรับไม่ได้" และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

เขาย้ำว่าความรุนแรงที่ลุกลามในอ่าวเปอร์เซียอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายมาก และเน้นว่าจีนมีจุดยืนชัดเจนให้ยุติการปฏิบัติการทางทหารทันที สนับสนุนการเจรจาเร่งด่วน และคัดค้านการโจมตีประเทศอธิปไตยโดยฝ่ายเดียวโดยไม่มีอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ด้านเซอร์เกย์ ลาฟรอฟเห็นด้วยกับจีนว่าการโจมตีนี้ได้บ่อนทำลายเสถียรภาพของตะวันออกกลางอย่างรุนแรง พร้อมยืนยันความร่วมมือกับจีนเพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องสันติภาพผ่านเวทีระหว่างประเทศและองค์การต่างๆ ทั่วโลก

ที่มา : Xinhua

ทรัมป์เผย 3 ตัวเลือก “จัดตั้งรัฐบาลใหม่” กลางศึก 3 ตัวเลือกนำอิหร่าน แต่ปิดชื่อ หลังโจมตีอิหร่านหลายเป้าหมาย อาจยืดเยื้อ 4-5 สัปดาห์ ความตึงเครียดยังไม่ผ่อนคลาย

(2 มี.ค. 69) หลังจากสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายสำคัญในอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' เปิดเผยว่าเขามีผู้สมัครที่เหมาะสม 3 คนสำหรับตำแหน่งผู้นำอิหร่านในใจ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดชื่อผู้ที่ว่านี้

ในคำกล่าวที่ถูกอ้างโดยหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ทรัมป์กล่าวว่า "ผมมีตัวเลือกที่ดีมากอยู่สามคน" แต่เขาเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนตอนนี้ โดยกล่าวว่า "ผมยังไม่เปิดเผยตอนนี้หรอก ให้เราทำภารกิจให้สำเร็จก่อน"

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อ โดยกล่าวว่า การโจมตีอิหร่านอาจดำเนินต่อไปเป็นเวลา "4 ถึง 5 สัปดาห์" หากยังจำเป็น พร้อมกับรักษาความเข้มข้นของการโจมตีในระดับเดียวกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นเมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านหลายระลอก รวมถึงกรุงเตหะราน ทำให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในหมู่พลเมือง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายอิสราเอลและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง การโจมตียังสะท้อนความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลายในภูมิภาคนี้

ที่มา : Sputnik

อิหร่านโต้ไม่ถอย!! ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานศัตรู ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 ราย อิสราเอลสั่งอพยพชายแดน ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงต่อเนื่อง

(3 มี.ค. 69) อิหร่านยังคงตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังที่ตั้งของฝ่ายศัตรูในหลายพื้นที่ รวมถึงการใช้โดรนโจมตีฐานสำคัญของสหรัฐฯ ใกล้สนามบินนานาชาติแบกแดด ในขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นายจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในคูเวต

กองทัพอิสราเอลได้แจ้งให้ประชาชนในหมู่บ้านมากกว่า 50 แห่งในเลบานอนอพยพออกจากพื้นที่ หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดใส่อิสราเอล ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านยิงโดรนสอดแนมขั้นสูงของสหรัฐฯ รุ่น MQ-9 ได้ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' แถลงว่า "น่าจะมี" ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่มระหว่างปฏิบัติการที่อิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อไม่เกิน 4 สัปดาห์ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 'อับบาส อารักชี' กล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอาจถูกเลือกได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ย้ำว่า "ประตูสู่การทูต" ยังเปิดอยู่

หลังเหตุโจมตี ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับขึ้นมาอยู่ราว 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นแตะประมาณ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เท่ากับสะท้อนความตึงเครียดในภูมิภาคและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกช่วงนี้

ที่มา : Sputnik

'คาเมเนอี' คือใคร เสียชีวิตอย่างไร? ผู้นำสูงสุดอิหร่านถูกโจมตี สหรัฐฯ-อิสราเอลร่วมมือสังหาร อิหร่านตั้งสภาพิเศษจัดการประเทศ รอคัดเลือกผู้นำใหม่ภายใน 2 วัน

(2 มี.ค. 69) "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทางการอิหร่านประกาศไว้อาลัย 40 วัน การเสียชีวิตครั้งนี้ส่งผลสะเทือนต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

คาเมเนอี เกิดปี 1939 ที่เมืองมัชฮัด เรียนศาสนาและได้รับอิทธิพลจาก 'รูฮอลเลาะห์ โคไมนี' เข้าสู่อำนาจตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีในปี 1981 ก่อนเป็นผู้นำสูงสุดตั้งแต่ปี 1989 เขาสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และขยายอิทธิพลในตะวันออกกลาง

เหตุการณ์โจมตีเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลส่งสัญญาณเตือนหลายครั้ง นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเผยมี "สัญญาณชัดเจนเพิ่มขึ้น" ว่าคาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันผ่านโพสต์ว่า "เสียชีวิตแล้ว" รวมถึงการสูญเสียครอบครัวคาเมเนอีด้วย

สภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านประกาศจัดตั้งสภาเฉพาะกาลที่มีสมาชิก 3 คน ดูแลการบริหารประเทศ พร้อมกล่าวว่าจะคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายใน 1-2 วัน "จะเสร็จสิ้นภายใน 1-2 วัน" รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุ

การจากไปของคาเมเนอีถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางการเมืองในภูมิภาค สงครามอำนาจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
.
ที่มา : Xinhua

สหรัฐฯ ถูกชี้ "กับดัก" ‘ฌากส์ โอการ์’ เผยเป้าหมายสงคราม ไม่สมจริงกับการโค่นอิหร่าน คาดสงครามทางอากาศมีความเสี่ยง อิสราเอลอาจบีบให้ทรัมป์พ่ายเลือกตั้ง

(4 มี.ค. 69) ฌากส์ โอการ์ อดีตพันเอกหน่วยปฏิบัติการพิเศษฝรั่งเศส ชี้เป้าหมายสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ตั้งใจระเบิดอิหร่านให้ล่มสลายโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นไปได้ยากและไม่สมจริง

โอการ์กล่าวกับสปุตนิกว่า "แคมเปญทิ้งระเบิดของอิสราเอล-สหรัฐฯ ไม่ได้เพียงพอที่จะโค่นอิหร่านได้" พร้อมกับมองว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้โครงสร้างรัฐโดยเฉพาะด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศปั่นป่วนสุดกำลัง

เขายังอ้างคำเตือนของแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ที่เตือนประธานาธิบดีทรัมป์ถึงภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์ในไม่กี่วันหลังสงครามเริ่ม และชี้ว่าสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในกับดักที่อิสราเอลวางไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ทรัมป์สูญเสียคะแนนนิยมและอาจกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอม

สถานการณ์นี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความซับซ้อนและความเสี่ยงที่สูงในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งตำหนิถึงข้อจำกัดของสงครามทางอากาศต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ใหญ่ การยืนหยัดของอิหร่านเองก็ทำให้สงครามเป็นเรื่องยากสำหรับฝ่ายตะวันตกอย่างมาก

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top