Friday, 5 June 2026
อิหร่าน

ศึกอิหร่านยืดเยื้อ!! กองทัพสหรัฐฯ ใกล้ถึงจุดตึงตัวหนัก หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ เสี่ยงติดหล่มศึกอิหร่าน ท่ามกลางอาวุธใกล้พร่อง

อิกอร์ โคโรตเชนโก ผู้สังเกตการณ์ด้านการทหารของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิกว่า อำนาจทางทหารแบบดั้งเดิมของสหรัฐฯ กำลังตึงตัวจนใกล้ถึงจุดแตกหักจากสงครามกับอิหร่าน

ย้ำว่า ประเด็นไม่ได้อยู่แค่การลดลงอย่างรวดเร็วของขีปนาวุธโทมาฮอว์กเท่านั้น แต่ขีปนาวุธทุกลูกที่ยิงใส่อิหร่านยังบั่นทอนคลังสำรองด้านการป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในภาพรวมไปพร้อมกันด้วย โดยจากอัตราการใช้ขีปนาวุธครูซโทมาฮอว์กเฉลี่ยเดือนละ 850 ลูก ตามที่สปุตนิกวิเคราะห์จากเอกสารงบประมาณของกองทัพเรือ สหรัฐฯ จะเหลือขีปนาวุธชนิดนี้เพียงพอใช้งานอีกราว 3 เดือนเท่านั้น

แม้คลังอาวุธในปัจจุบันยังทำให้สหรัฐฯ สามารถเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไปได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระหลักแทบเพียงฝ่ายเดียวนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด นักวิเคราะห์รายนี้ชี้ว่า เมื่ออาวุธเหล่านี้ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว โดนัลด์ ทรัมป์จึงดูเหมือนกำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และต้องการถอนตัวออกจากความขัดแย้งกับอิหร่าน แต่ยังไม่เห็นหนทางที่ชัดเจน

ผ่านไป 1 เดือน เป้าหมายของปฏิบัติการสหรัฐฯ ก็ยังไม่บรรลุผล โดยอิหร่านยังห่างไกลจากภาวะไร้เสถียรภาพ สังคมภายในประเทศกลับรวมตัวกันต่อต้านการโจมตีจากภายนอก และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ยังคงมีขีปนาวุธสำรองเพียงพอ รวมถึงระบบรุ่นใหม่ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยในฐานใต้ดิน

ระบบป้องกันแบบกระจายตัวและการปฏิบัติการแบบกระจายศูนย์ของอิหร่าน ทำให้การโจมตีเพิ่มเติมของสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นักวิเคราะห์สรุปว่า การยกระดับความขัดแย้งสู่ระยะใหม่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญทางเลือกอันยากลำบากอย่างยิ่ง นั่นคือ จะเพิ่มระดับปฏิบัติการต่อไปโดยต้องแบกรับต้นทุนทางการเมือง ซึ่งอาจรวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียการเลือกตั้งกลางเทอม หรือจะถอนตัวออกมาและเสี่ยงปล่อยให้อิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตร ต้องรับมือกับอิหร่านที่ยังแข็งแกร่งและไม่ยอมอ่อนข้อด้วยตนเอง

ที่มา : Sputnik

จับตาวอชิงตัน!! ผู้เชี่ยวชาญชี้ สหรัฐฯ หวังสกัดน้ำมันพุ่ง มากกว่าปิดเกมอิหร่าน ชี้คำพูดทรัมป์เป็นเพียงเกมยื้อเวลา เป้าหมายแท้จริงคือคุมตลาด

เป้าหมายหลักของวอชิงตันคือการรักษาเสถียรภาพของตลาด และหยุดยั้งการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ฟาอิก บูลุต ผู้เชี่ยวชาญชาวตุรกี ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวอ้างในการปราศรัยเมื่อคืนวันพุธว่า สหรัฐฯ “ใกล้จะบรรลุ” เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์หลักของตนในสงครามกับอิหร่านแล้ว

บูลุตระบุว่า คำกล่าวดังกล่าวเป็น “เกมเชิงยุทธวิธีเพื่อซื้อเวลาให้กับผลประโยชน์ของตนเอง” ท่ามกลางกระแสการประท้วงต่อต้านสงครามกับอิหร่านที่เกิดขึ้นในยุโรป สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญรายนี้กล่าวว่า สหรัฐฯ พยายามดึงยุโรปเข้ามาอยู่ฝ่ายตนแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะหันไปพยายามดึงประเทศอาหรับเข้าร่วมสงครามแทน ทว่าก็ไม่เป็นผลเช่นกัน

“ตอนที่ทรัมป์เข้าสู่สงครามครั้งนี้ เขายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ากำลังเข้าไปพัวพันกับอะไร และตอนนี้เขาก็กำลังพบว่ามันยากที่จะทำให้สงครามยุติลง” บูลุตกล่าว

ที่มา : Sputnik

กู้นักบินหรือเกมลับ? นักวิเคราะห์ตั้งข้อสงสัยสหรัฐฯ เล็งคลังยูเรเนียมอิหร่าน ภารกิจช่วยนักบิน F-15 สหรัฐฯ ถูกมองอาจเป็นฉากบังหน้าปฏิบัติการใหญ่ในอิหร่าน

ความพยายามของสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือนักบินเครื่องบินขับไล่ F-15 ที่ถูกยิงตกในอิหร่าน อาจไม่ได้มีเป้าหมายเพียงภารกิจกู้ภัย แต่ยังอาจถูกใช้เป็น “ฉากบังหน้า” สำหรับความพยายามเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมของอิหร่านด้วย จากการที่มีการระดมทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และกำลังพลจากหน่วยรบพิเศษเข้าร่วมปฏิบัติการจำนวนมาก

ฟาร์คัด อิบรากิมอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์กับ Sputnik ว่า แม้สมมุติฐานดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้ แต่หากสหรัฐฯ คิดจะเดินหน้าปฏิบัติการภาคพื้นดินจริง ก็ถือเป็นแนวทางที่เสี่ยงและไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากกำลังพลเพียง 5,000-6,000 นาย ไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิง

เขาระบุว่า หากสหรัฐฯ ต้องการเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ แม้ไม่ถึงขั้นยึดครองอิหร่าน แต่หวังจะกระทบต่อโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานอย่างจริงจัง ก็จำเป็นต้องใช้กำลังทหารอย่างน้อย 500,000 นาย หรืออาจมากกว่านั้น

อย่างไรก็ดี อิบรากิมอฟมองว่า การระดมกำลังและยุทโธปกรณ์จำนวนมากในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณทางการเมืองและการทหารว่า วอชิงตันพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือกำลังพลของตน เนื่องจากหากนักบินอเมริกันตกไปอยู่ในมืออิหร่าน ย่อมกลายเป็นแต้มต่อสำคัญของเตหะรานในทางต่อรอง

ไม่เพียงเท่านั้น หากเกิดกรณีทหารสหรัฐฯ ถูกจับเป็นเชลย ก็อาจจุดกระแสกดดันภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งจากฝ่ายค้านเดโมแครต และแม้แต่ฐานสนับสนุนของโดนัลด์ ทรัมป์เอง

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังเตือนว่า เวลานี้สหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานะเปราะบาง แต่กลับยังประเมินสถานการณ์ในอิหร่านต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเชื่อว่าเพียงเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินขนาดเล็กในพื้นที่ชายฝั่งบางจุด ก็อาจทำให้อิหร่านเกิดความไม่มั่นคงภายในได้

เขามองว่าแนวคิดเช่นนี้ “ทั้งบุ่มบ่ามและไร้ความเป็นจริง”

ที่มา : Sputnik

ขู่ถล่มไฟฟ้าอิหร่าน!! ‘ทรัมป์’ ขู่โจมตีหนักกว่าครั้งก่อน อิหร่านไม่ใช่เป้าหมายที่ล้มได้ง่าย อดีตทหารชี้ ระบบไฟฟ้าแข็งแกร่ง-ซ่อมเร็ว แผนถล่มอิหร่านของทรัมป์เสี่ยงล้มเหลว

ทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่าน “หนักกว่าที่เคย” แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้มีโอกาสไม่สำเร็จ เหตุโครงข่ายไฟฟ้าอิหร่าน “อึด-กระจายตัว-ซ่อมไว” ยากจะทำให้ล่มทั้งประเทศ

พันเอกสุลต่าน เอ็ม. ฮาลี อดีตนายทหารอากาศปากีสถาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik ว่า การโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศหนึ่ง ไม่ใช่ภารกิจที่สามารถจบได้ด้วยการโจมตีเพียงระลอกเดียว เพราะระบบไฟฟ้าของอิหร่านมีลักษณะกระจายตัว ได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง และหลายจุดยังมีระบบเชื่อมต่อสำรองรองรับความเสียหาย

เขาระบุว่า ต่อให้ประเมินในแง่ดีที่สุด ฝ่ายสหรัฐฯ ก็ยังต้องใช้ภารกิจบินโจมตีหลายร้อยเที่ยวตลอดหลายวัน จึงจะมีโอกาสทำให้ระบบไฟฟ้าของอิหร่านหยุดชะงักในวงกว้าง ขณะเดียวกัน อิหร่านก็เคยแสดงให้เห็นมาแล้วว่าสามารถซ่อมแซมความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว

อดีตนายทหารรายนี้มองว่า หากเกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศจริง ผลกระทบก็น่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่สิ่งที่สหรัฐฯ ต้องแลกคือการใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล และการเปิดความเสี่ยงให้เครื่องบินรบต้องเผชิญการยิงตอบโต้จากระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ เขายังชี้ว่า หลักนิยมทางทหารของอิหร่านให้ความสำคัญกับ “ความยืดหยุ่น” และ “การอยู่รอด” ภายใต้แรงกดดัน โดยอาศัยการทำสงครามอสมมาตร เช่น การใช้ขีปนาวุธ โดรน และยุทธวิธีแบบไม่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ ทำให้แม้โครงข่ายไฟฟ้าจะถูกโจมตี ก็ไม่ได้หมายความว่าศักยภาพการตอบโต้ทางทหารจะหมดไป

“ในทางทหาร อิหร่านจะยังคงต่อสู้ได้ต่อไป ส่วนในทางการเมือง การโจมตีลักษณะนี้อาจยิ่งให้ผลตรงข้าม เพราะอาจทำให้ประชาชนอิหร่านรวมตัวกันต่อต้านวอชิงตันมากขึ้น” เขากล่าว

ที่มา : Sputnik

จีนเร่งส่งสัญญาณสันติภาพ ปักกิ่งขานรับดีลหยุดยิงอิหร่าน 2 สัปดาห์ หนุนเจรจา สันติภาพในตะวันออกกลาง หวังทุกฝ่ายร่วมมือฟื้นช่องแคบฮอร์มุซ เล็งเสถียรภาพตะวันออกกลางยั่งยืน

จีนหนุนข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสหรัฐฯ-อิหร่าน เรียกร้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามปกติ

เหมาหนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงว่า จีนยินดีที่อิหร่านและฝ่ายที่เกี่ยวข้องประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมสนับสนุนความพยายามไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ เช่น ปากีสถาน ที่เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้

เหมาหนิงกล่าวว่า "จีนสนับสนุนให้ยุติปฏิบัติการทางทหารและแก้ไขข้อพิพาทด้วยวิธีทางการเมืองและการทูต" และได้พยายามเต็มที่ในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย

นอกจากนี้ เหมาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานอิหร่านและโอมานอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า "จีนหวังให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน เพื่อเอื้อให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว"

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางค้าสำคัญของพลังงานโลก ความปลอดภัยและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้จึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของนานาชาติ ขณะที่อิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ และจะเจรจาที่ปากีสถานก่อนถึงกำหนดเส้นตายของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ที่มา : Xinhua

อิหร่านเน้นสันติภาพ!! “กาลิบาฟ” ชี้สหรัฐฯ บ่อนทำลาย ปากีสถานหนุนหยุดยิงและเจรจา “เลบานอน” ร่วมข้อตกลงหยุดยิง ผู้นำอิหร่านเรียกร้องสันติภาพในเอเชียตะวันตก

เมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านมุ่งมั่นสร้างสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันตกอย่างสมบูรณ์ และกล่าวหาสหรัฐฯ กำลังบ่อนทำลายความพยายามดังกล่าวด้วยการผิดสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กาลิบาฟได้ประชุมกับอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งเดินทางถึงกรุงเตหะรานเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) และเป็นผู้นำคณะผู้แทนระดับสูงที่มีส่วนร่วมในความพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยกาลิบาฟเผยว่าผู้ที่เริ่มสงครามและกำลังหาทางหยุดมันในตอนนี้จะหยุดทำพฤติกรรมบั่นทอนความไว้วางใจอย่างแท้จริงผ่านการลงมือทำจริง

นอกจากนั้นกาลิบาฟชื่นชมความพยายามของปากีสถานในการช่วยให้เกิดการหยุดยิงและฟื้นฟูการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยการหยุดยิงในทุกพื้นที่ความขัดแย้งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการสงบศึกเบื้องต้น และเรียกร้องรัฐบาลปากีสถานในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ยเฝ้าติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

ด้านมูนีร์แสดงความเข้าใจถึงความสำคัญของการหยุดยิงในเลบานอนและจะติดตามประเด็นนี้ต่อไป โดยเขาสั่งการตั้งแต่วันแรกที่เกิดสงครามสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมโจมตีอิหร่านว่าต้องไม่เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงใดๆ ตามแนวชายแดนปากีสถาน-อิหร่าน

อนึ่ง ทาสนิม สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่าเมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) กาลิบาฟได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนาบิห์ เบอร์รี ประธานรัฐสภาเลบานอน และกล่าวว่าเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงฉบับครอบคลุมในเอเชียตะวันตก ทั้งมีบทบาทสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพยั่งยืนในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

สงครามดันคนไทยรัดเข็มขัด!! ตลาดคอนโดฯ ปี 69 หนักรอบด้าน สงครามนอกประเทศ แต่แรงสะเทือนถึงกระเป๋าคนไทย อสังหาฯ เร่งปรับแผนรับมือ งัดราคาเข้าถึงง่าย หวังต่างชาติช่วยพยุงตลาด

โลกเดือดสะเทือนถึงไทย! พิษสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ บีบคนไทย ‘รัดเข็มขัด’ ขั้นสุด
อสังหาฯงัดกลยุทธ์สู้ เสิร์ฟคอนโดฯ ราคาจับต้องได้ ปลุกชีพ Longstay Visa ดึงกำลังซื้อต่างชาติ

ตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้านจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบเพิ่มเติมจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนสินค้า และบริการ สร้างความกังวลด้านพลังงาน ทำให้คนไทยเลือกที่จะใช้เงินลดลง ระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างเห็นได้ชัด นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าในช่วงไตรมาสแรกยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ทำให้การตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์มูลค่าสูง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยถูกชะลอออกไป แม้ภาครัฐจะพยายามกระตุ้นตลาดผ่านมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV แล้วก็ตาม

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เผยข้อมูลในช่วงไตรมาส 1 ของ ปี 2569 ที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รวมประมาณ 7,170 ยูนิต ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากมีการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอุปทานที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงการขยายตัวของกำลังซื้อที่แท้จริง เนื่องจากผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ผู้ประกอบการจะพยายามใช้กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเข้มข้นแต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 พอเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี โครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่บางโครงการมีคนไปรอล่วงหน้าหลายวัน เพื่อทำการจองซื้อ แม้ว่าจะไม่ถึงกับปิดการขาย (Sold Out) แต่ก็สามารถสร้างยอดขายได้ดีตามเป้าที่ผู้ประกอบการวางไว้ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อค่าครองชีพและทิศทางเศรษฐกิจที่ไม่มีความชัดเจน ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเลือกปรับกลยุทธ์ ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป คาดการณ์ว่าตลอดปี 2569 จะมีปริมาณคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 15,000 – 18,000 ยูนิต ซึ่งอาจจะมากกว่านี้ ต้องจับตาเรื่องของปัจจัยทางเศรษฐกิจและภาวะสงครามในช่วงครึ่งปีหลัง ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ในไตรมาส 1/2569 ผู้ประกอบการพยายามปรับตัวหรือให้ความสำคัญกับโครงการในระดับราคาไม่แพงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่อยู่ที่ประมาณ 84,500 บาทต่อตารางเมตร ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้านี้ประมาณ 55% เนื่องจากโครงการที่เปิดขายใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่นอกเมืองชั้นใน และมีหลายโครงการที่มีราคาขายต่ำกว่า 80,000 บาทต่อตารางเมตร  คาดว่าตลอดปี 2569 การปรับขึ้นราคาจะเป็นไปอย่างจำกัด ตามภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยผู้ประกอบการเลือกที่จะโฟกัสตลาดที่มั่นใจ เลือกเปิดตัวเฉพาะโครงการที่มีความโดดเด่นทั้งด้านทำเลและคอนเซปต์ที่ชัดเจนเท่านั้น พร้อมทั้งชะลอการลงทุนในพื้นที่ Oversupply อย่างไรก็ตาม ตลาดต่างชาติเริ่มส่งสัญญาณบวกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาว หรือโยกย้ายเงินทุนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งประเทศไทยเป็นเป้าหมายที่โดดเด่นจากนโยบาย "Longstay Visa" สำหรับการซื้อคอนโดมิเนียมมูลค่า 3 ล้านบาทขึ้นไป ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด โดยเน้นโครงการในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือกลุ่มผู้เกษียณอายุ นักลงทุน และกลุ่ม Digital Nomad ที่ต้องการพำนักชั่วคราวเพื่อเลี่ยงความขัดแย้งในภูมิภาค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการดังกล่าวจะดึงดูดกำลังซื้อต่างชาติได้มากน้อยเพียงใดในช่วงที่เหลือของปี

แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ แต่ผลกระทบต่อราคาที่อยู่อาศัยอาจไม่รุนแรงอย่างที่กังวล เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างคิดเป็นสัดส่วนเพียง 25% - 30% ของมูลค่าโครงการ หากต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้น 10% - 20% จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวม หรือ อัตรากำไรเพียง 2.5% - 6% ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ประกอบการยังสามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม หากวัสดุก่อสร้างยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว ย่อมส่งผลต่อการปรับราคาขายในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับปีนี้ คาดว่า ราคาขายคอนโดมิเนียมจะปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงเร่งระบายสต็อก โดยเฉพาะโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (Ready to Move) ซึ่งประเด็นที่น่ากังวลกว่าการเปิดโครงการใหม่ แต่ความท้าทายที่แท้จริงกลับอยู่ที่ “การอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัย” เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดสูงสุด โดยมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูงถึง 50% - 60% พร้อมเงื่อนไขการพิจารณาที่ซับซ้อนและละเอียดมากขึ้น

อิหร่านเร่งกระจายเส้นทางนำเข้า!! เพิ่มใช้ทางทะเลแคสเปียนแทนช่องแคบฮอร์มุซ โครงสร้างท่าเรือพัฒนาขึ้นมากในช่วงปีหลัง รัฐสั่งรับมือปิดล้อมและเร่งค้าข้ามพรมแดน หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านขยายเวลาอีกจนกว่าจะเจรจาเสร็จ

อิหร่านเพิ่มการนำเข้าผ่านทะเลแคสเปียน โดยใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นช่องทางลำเลียงสินค้าเข้าสู่ประเทศแทนช่องแคบฮอร์มุซ นายโมฮัมหมัด เรซา มอร์ตาซาวี ประธานหอการค้าเตหะราน กล่าวเมื่อวันจันทร์

“ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเส้นทางทางเลือก ปริมาณการขนส่งผ่านเส้นทางเหล่านี้ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือ รวมถึงศักยภาพในการขนถ่ายสินค้า ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ทะเลแคสเปียนกำลังอยู่ในช่วงที่มีความคึกคักมากที่สุดในด้านการขนส่งสินค้า” มอร์ตาซาวีกล่าวกับสำนักข่าวทัสนิม

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเสริมว่า พื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงสินค้าเข้าสู่อิหร่าน โดยสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ผ่านด่านศุลกากรทางตอนใต้ของประเทศ เขาไม่ได้กล่าวถึงการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้โดยตรง แต่ระบุว่า เส้นทางทางเลือกแทนฮอร์มุซจะถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ “เฉพาะหน้า”

รายงานระบุว่า บทบาทของทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ต่อการนำเข้าสินค้าของอิหร่านจึงเพิ่มมากขึ้น
เมื่อวันที่ 14 เมษายน เอสกันดาร์ โมเมนี รัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่าน กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้รัฐบาลในจังหวัดชายแดนต่าง ๆ ดำเนินมาตรการรับมือผลกระทบจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ ด้วยการกระตุ้นการค้าข้ามพรมแดน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงในกรุงเตหะราน ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีพลเรือนเสียชีวิต อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีดินแดนอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน วอชิงตันและเตหะรานประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่การเจรจาต่อเนื่องที่กรุงอิสลามาบัดจบลงโดยไม่มีผลลัพธ์

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า เขาจะขยายเวลาหยุดยิงออกไปจนกว่าเตหะรานจะยื่นข้อเสนอเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง และจนกว่าการเจรจาจะเสร็จสิ้น

ที่มา : Sputnik

สหรัฐฯ ยังไม่ปิดประตูเจรจา!! ท่ามกลางไฟสงคราม ‘ทรัมป์’ อ้างยังต่อสายคุยอิหร่าน หวังหาทางออกวิกฤต ท่ามกลางวิกฤตฮอร์มุซเดือด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ ยังคงมีการเจรจากับอิหร่านผ่านทางโทรศัพท์

“เรากำลังพูดคุยกับพวกเขาอยู่ในขณะนี้ และเราไม่ต้องบินนาน 18 ชั่วโมงทุกครั้งเพียงเพื่อไปดูเอกสารสักแผ่นอีกต่อไป เราทำผ่านทางโทรศัพท์” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ประธานาธิบดียังกล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวเขาชอบการหารือแบบพบหน้ากันมากกว่าเสมอ แต่เขาเห็นว่าการต้องเดินทางไกลด้วยเครื่องบินสำหรับการประชุมทุกครั้งนั้นเป็นเรื่อง “ไร้สาระ”

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน วอชิงตันและเตหะรานได้ประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ การเจรจารอบต่อมาที่กรุงอิสลามาบัดจบลงโดยไม่มีข้อสรุป และทรัมป์ได้ขยายระยะเวลาการยุติการสู้รบออกไป เพื่อให้อิหร่านมีเวลาเสนอ “ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ”

เมื่อวันที่ 13 เมษายน กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมการจราจรทางทะเลที่เข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่านทั้งสองฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ โดยวอชิงตันยืนยันว่า เรือที่ไม่ใช่ของอิหร่านยังสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ ตราบใดที่ไม่จ่ายค่าผ่านทางให้กับเตหะราน

ที่มา : Sputnik

อิหร่านไม่คอยตั้งรับ โจมตีเป้าหมายปลายท่อ Habshan–Fujairah สะเทือนเส้นทางส่งออกน้ำมัน UAE สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รับมือสถานการณ์ ส่งสัญญาณคุมตลาดพลังงานต่อไป

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Thanong Fanclub ได้กล่าวว่า

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ระบบป้องกันทางอากาศของตนสามารถสกัดขีปนาวุธ 15 ลูก และโดรน 4 ลำ ที่อิหร่านยิงเข้ามาในวันนี้ ขณะที่ทางการในฟูไจราห์รายงานว่าเกิดไฟไหม้ที่สถานีอุตสาหกรรมน้ำมัน

ทั้งนี้ ยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการจากอิหร่านเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

การโจมตีของอิหร่านต่อปลายทางท่อส่งน้ำมัน Habshan–Fujairah มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์

การโจมตีในวันนี้มุ่งเป้าไปที่คลังน้ำมัน VTTI ที่ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งเป็นปลายทางของท่อส่งน้ำมัน Habshan–Fujairah ไม่ใช่ตัวท่อส่งโดยตรง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่งถอนตัวออกจากกลุ่ม OPEC เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการผลิต และเดิมพันทุกอย่างกับท่อส่ง Habshan–Fujairah ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวในการส่งออกน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีความสามารถในการขนส่ง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และสามารถขยายได้ถึง 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

การโจมตีด้วยโดรนในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโจมตี แต่เป็น “การส่งสัญญาณเตือน” ว่าอิหร่านต้องการคงอำนาจควบคุมตลาดพลังงานไว้จนกว่าสงครามจะสิ้นสุด

ที่มา : https://www.facebook.com/100044539804977/posts/1527959498698696/?rdid=FsrKHm6WUPMyDzit#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top