Friday, 5 June 2026
ยาเสพติด

นครพนม​ -​ตชด.237 ท่าอุเทน รวบยกแก๊ง ยึดยาบ้า 200,000 เม็ด เตรียมส่งเข้าประเทศ

ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe  ของรัฐบาล และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด., พลโทบุญสิน  พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2,  พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ,พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ซึ่งมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 – 24 เป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดที่จะเข้ามาทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง  

เมื่อวันที่ (14 พ.ค. 68) เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ในห้วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจะลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากมาส่งมอบกันที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานลำห้วยด่านชุม บ้านพนอมเหนือ หมู่ 5 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าวจึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ และประชุมวางแผนและจัดวางกำลังเพื่อจับกุม

ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. มีบุคคลต้องสงสัยจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณใต้สะพานลำห้วยด่านชุม และได้นำวัตถุขนาดใหญ่บางอย่างลงมาวางไว้ที่บริเวณตอหม้อสะพานฯ เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าซุ่มสังเกตการณ์ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 คนไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายจิรสิน (สงวนชื่อ-สกุล) และ นายวิศณุรักษ์ (สงวนชื่อ-สกุล) ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีฟ้า จำนวน 1 กระสอบ วางอยู่ที่ตอหม้อสะพานฯ เมื่อเปิดตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาสารภาพว่า ตนเองได้รับว่าจ้างมาจากคนลาวชื่อก้องให้ไปรับเอายาบ้าจากพื้นที่บ้านนากะเสริม ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และให้นำมาวางไว้ที่บริเวณใต้สะพานลำห้วยด่านชุม จากนั้นจะมีคนมารับเอายาเสพติดดังกล่าวไป เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายจิรสินฯและนายวิศณุรักษ์ฯ มานั่งรอที่บริเวณศาลาพักคอยผู้โดยสาร  ในระหว่างที่กำลังพูดคุยสอบถามอยู่นั้น เวลาประมาณ 20.10 น. นายราตรี (สงวนชื่อ-สกุล) ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE บีบแตรเสียงดังมาจอดที่ศาลาพักคอยผู้โดยสาร ด้วยอาการมึนเมาสุรา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้ 

ซึ่งนายราตรีฯ ให้การยอมรับว่าตนเองได้รับจ้างวานให้มาดูต้นทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวบุคคลทั้ง 3 เอาไว้ ต่อมาเวลาประมาณ 20.30 น. ได้มีโทรศัพท์ โทรมาหานายจิรสินฯ และสอบถามจุดที่วางยาบ้าของกลาง เจ้าหน้าหน้าที่จึงกระจายกำลัง เพื่อรอจับกุมผู้ที่จะมารับเอายาบ้าของกลางดังกล่าว ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น.ได้มีรถยนต์ (รถเก๋ง) ยี่ห้อ NISSAN รุ่น AMIRA สีบรอนซ์ กษ 8832 นครสวรรค์ ขับมาจอดที่บริเวณจุดวางกระสอบยาบ้าของกลาง จากนั้น นายอิทธิวัฒน์ (ทราบชื่อภายหลัง) ได้เปิดประตูลงมาจากรถและยกเอากระสอบยาบ้าของกลาง ขึ้นไปไว้ในรถบริเวณประตูด้านหลังคนขับ เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มดูอยู่จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับกุม แต่นายอิทธิวัฒน์ฯ รีบวิ่งขึ้นรถและขับขี่ออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว 

เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร จนกระทั่งรถของนายอิทธิวัฒน์ เสียหลักพุ่งลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัว สอบถามนายอิทธิวัฒน์ฯ ให้การยอมรับสารภาพว่าตนเองได้รับว่าจ้างจากนายเป้ ราษฎร์ สปป.ลาว ให้มารับเอายาบ้าของกลางดังกล่าว และจะนำไปกระจายต่อ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธ์, มหาสารคาม และ ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวไว้ทั้ง 4 คนและตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาว่า“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ทางกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 จึงได้เปิดปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง ป้องกันปราบปรามยาเสพติดจากแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งดำเดินการใน 3 ด้าน คือ ด้านการข่าว การลาดตระเวนเฝ้าตรวจชายแดน และการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในจุดเสี่ยงต่างๆ ในครั้งนี้ต้องชื่นชมทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ที่มีการสืบสวนหาข่าว ติดตามผู้ค้ายาเสพติดและมีผลการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ได้ร่วมบูรณาการจาก ตชด.,กกล.สุรศักดิ์มนตรี , นบ.ยส.24 ,ฝ่ายปกครอง ,ภ.จว.นครพนม เพื่อสกัดกั้น และป้องกันไม่ให้มีการนำเข้ายาเสพติด สู่พื้นที่ตอนในประเทศต่อไป

นครพนม​ -​ตชด.237 จับหนุ่มโพนสวรรค์ ใช้รถกระบะขนยาบ้า 3.1 ล้านเม็ด  

เมื่อวันที่ (22 พ.ค.68) ที่กองร้อย ตชด. 237 จ.นครพนม พล.ต.ต.ดร.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2  พ.อ. ศิวดล  ยาคล้าย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด.23 ร่วมแถลงข่าวเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,182,000 เม็ด และรถกระบะ 1 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในพื้นที่ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2032 สายบ้านท่าดอกแก้ว - อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ใกล้หลักกิโลเมตรที่ 2-3 พบชายต้องสงสัยชื่อ นายเฉลิม (สงวนนามสกุล) อยู่บ้านโพนเจริญ หมู่ที่ 10 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ขับรถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน ฒห 9613 กรุงเทพมหานคร จึงได้ขออนุญาตตรวจค้นภายในรถยนต์ห่อพบยาบ้าจำนวน 1,591 มัดภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 3,182,000 เม็ด จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหานายเฉลิมว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เชียงใหม่-ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กองทัพอากาศ ประจำปีงบประมาณ 2568

เมื่อวานนี้ (22 พ.ค.68) พลอากาศเอก วชิระพล เมืองน้อย เสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพอากาศ พร้อมด้วย พลอากาศโท ณรัฐ บุญประเสริฐ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กองทัพอากาศ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 ให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 

ในโอกาสนี้ คณะฯ ร่วมรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กองทัพอากาศ ประจำปีงบประมาณ 2568 ของศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบิน 41 และการดำเนินงานของสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กองทัพอากาศ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้ในช่วงต้นปีงบประมาณ รวมถึงรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านยาเสพติด 

นอกจากนี้ คณะฯ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลกองบิน 41 และสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กองทัพอากาศ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้กำลังใจแก่คณะทำงานที่มุ่งมั่นในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับเด็ดขาดหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ค้ายาเสพติด บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

(23 ก.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 3/2568 เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดภัยยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดภายใน 3 เดือน เพื่อให้หมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดเป็น “หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” ที่จะต้องไม่มีผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางการดำเนินการให้กับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับทั่วประเทศ เพื่อกำชับ เร่งรัดการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ หมู่บ้าน/ชุมชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน มุ่งเน้นการสร้างชุมชนเข้มแข็งที่ร่วมกันป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติด เพื่อนำไปสู่ชุมชนปลอดยาเสพติดสีขาว โดยจะมีการประเมินผลการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครองหลังสิ้นสุดการดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์วางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินการในปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ หากหน่วยใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายและแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด จะพิจารณาข้อบกพร่องกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ

'พล.ต.อ.อัคราเดช' ตระเวณตรวจเยี่ยม การปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' วันเดียว 4 โรงพักรวด กำชับทุก สภ.ต้องเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

เมื่อวานนี้ (5 ส.ค. 68) เวลา10.00-  17.00 น. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศนรด.ตร. เปิดเผยว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ ตน พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 จต.พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผทค.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ หงษ์ทอง ผทค.ตร. พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและรับฟังปัญหา อุปสรรค ของข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ภ.จว.สุรินทร์

โดยมี พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.สุวรรณ ผลอินทร์ ผกก.สภ.รัตนบุรี พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.ท่าตูม พ.ต.ท.ประเคน วรธงไชย สวญ.สภ.เมืองบัว และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ร่วมให้การต้อนรับ 

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหาข้อขัดข้อง อุปสรรคในการทำงาน ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ โดยต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการสังเกตการณ์การประชุมประชาคม ซึ่ง ตร.ได้ประสานงานสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติทุกนายเป็นที่เรียบร้อย         

ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเมืองบัว เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 11.30 น. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ  ภ.จว.บุรีรัมย์  โดยมี พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ปริญญา พรเดชาพิพัฒ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.พงศ์พันษ์ พลวงษ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ขุนศึก เศรษฐชัย ผกก.สภ.แคนดง , พ.ต.อ.อดิศักดิ์ จันทร์สอน ผกก.สภ.หนองหงส์ , พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.คูเมือง , พ.ต.อ.ยุทธยา ไตรทิพย์ ผกก.สภ.สตึก , พ.ต.ท.อานนท์ เหล็กดี ผกก.สภ.บ้านด่าน , พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ วงศ์เสนา สวญ.สภ.หินเหล็กไฟ และข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ ร่วมให้การต้อนรับ  

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน  ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด      
         
ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ พร้อมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหินเหล็กไฟ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมา เวลา 14.00 น. ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ภ.จว.นครราชสีมา โดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3 ,พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.ต.ศิริยศ  ช่วยสระน้อย สว.สภ.สีสุก ,นายสายชล นากระโทก คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.สีสุก  และข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ร่วมให้การต้อนรับ ได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน 

ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ เช่นเดียวกันกับ 2 สภ.แรก จากนั้นได้มอบเงิน และสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก และมอบเงินให้แก่คุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกสำโรง เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 16.30 น. เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3  ได้สอบถามความเป็นอยู่ของกำลังพล ปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย จากนั้น ได้สักการะพระพุทธพิทักษ์ประชาอัครบารมี เพื่อเป็นสิริมงคล และได้มอบเงินให้ข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ผบ.ตร.เดินหน้าขับเคลื่อนปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ คนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิด และเกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กำชับทุกหน่วยต้องดำเนินการอย่างเต็มที่และบูรณาการทุกภาคส่วน

เมื่อวานนี้ (8 ส.ค.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2568 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร. , จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) , ผู้ช่วย ผบ.ตร. , รอง จตช. , ผู้บัญชาการทุกหน่วย และข้าราชการตำรวจ เฝ้าฟังทั่วประเทศ โดยเป็นการขับเคลื่อนงานด้านอาชญากรรมที่เกิดขึ้น , งานด้านยาเสพติด ตามนโยบาย No Drugs No Dealers , การปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์และอาชญากรรมออนไลน์ , การปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย , การแก้ไขปัญหาด่านตรวจคนเข้าเมืองแนวชายแดนไทย-กัมพูชา , การปราบปรามหนี้นอกระบบ บุหรี่ไฟฟ้า , การปรับแผน มาตรการ และแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (การปรับสถานที่ , อุปกรณ์ป้องกันตัวเจ้าหน้าที่ , เสริมขีดความสามารถ) , การแก้ไขปัญหางานสอบสวนที่ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนจากระดับกองบังคับการลงไปช่วยในระดับสถานีตำรวจ , รายงานสถิติและผลการดำเนินการทางวินัย ตลอดจนผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2567 - 2568

ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้นโยบาย 15 ข้อ และเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจโดยใช้กลไกสหกรณ์และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของตำรวจแต่ละราย นอกจากนี้ ได้รับรายงานจากที่ประชุมว่า สถิติอาชญากรรมฉ้อโกงทางออนไลน์มีสถิติสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ศปอส.ตร. (บช.สอท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบสวน ปราบปราม จับกุม ตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพทุกคดี โดยพบว่าคดีออนไลน์เฉลี่ยเกิดขึ้นวันละ 1,100 ราย ค่าเสียหายวันละ 100 ล้านบาท จากการสืบสวนพบศูนย์กลางการกระทำความผิดอยู่ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในของประเทศกัมพูชา รวมกว่า 38 แห่ง/จุด สามารถพัฒนาปรับปรุงระบบให้มีการอายัดเงินได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ กำชับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ตรวจสอบ คัดกรองคนต่างด้าวที่เข้า-ออกราชอาณาจักร ต้องไม่ปล่อยปละละเลยให้บุคคลต้องห้าม บุคคลเฝ้าระวัง เข้ามาในราชอาณาจักร , ตรวจสอบคนต่างด้าวที่อาจแทรกซึมมาก่อเหตุ หรือกระทำการเป็นสายลับ โดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา และให้คงความเข้มและการปฏิบัติทั้งในจังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้พัฒนาต่อยอดกล้องตรวจจับใบหน้าตามหมายจับ (AI Police Cyborg) ขยายไปยังพื้นที่ทุกภาคทั่วประเทศ

ทั้งนี้ กำชับการปฏิบัติ 9 ข้อ ดังนี้

1. ด้านยาเสพติด ให้ดำเนินการเชิงรุก ค้นหาผู้ค้าและผู้เสพทุกตารางนิ้ว ขยายผลในทุกมิติ โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ (ผู้บัญชาการ , ผู้บังคับการ , ผู้กำกับการ) ต้องรับผิดชอบ

2. ด้านอาชญากรรมออนไลน์ ให้เร่งรัดการดำเนินคดี ออกหมายจับและยึดอายัดทรัพย์สินให้ได้โดยเร็ว เพื่อนำคืนให้กับผู้เสียหาย รวมทั้งคัดกรองคนไทยและคนต่างด้าวที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านทุกราย 

3. กรณีคนต่างด้าวที่เข้ามาจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลคนต่างด้าวในพื้นที่ กำชับข้าราชการตำรวจทุกนายต้องไม่ยุ่งเกี่ยว พัวพัน ประพฤติตนไม่เหมาะสมในการขนคนที่ผิดกฎหมาย

4. กำชับกวดขันสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบ ปราบปรามยาเสพติดแหล่งมั่วสุม โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และในสถานศึกษา

5. ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 พบว่าคดีเกี่ยวกับทรัพย์มีแนวโน้มสูงขึ้น จึงให้สถานีตำรวจนครบาล/สถานีตำรวจภูธร/กองบังคับการตำรวจนครบาล/ตำรวจภูธรจังหวัด พิจารณาปรับแผนตามแต่ละพื้นที่ และแผนประทุษกรรมของผู้กระทำความผิด อาชญากรรมต่าง ๆ

6. กำชับข้าราชการตำรวจต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่กระทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมายเสียเอง โดยเฉพาะความผิดที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ. เช่น การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า พืชกระท่อม กัญชา ฯลฯ

7. ให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การป้องกันชายแดนประเทศ พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง รักษาความปลอดภัยบ้านเรือนประชาชนและสถานที่อพยพชั่วคราว ตลอดจนการกระทำความผิดที่อาจจะเป็นการซ้ำเติมประชาชน

8. การสืบสวนตามหมายจับ ให้สืบสวนหมายจับทุกหมาย บริหารจัดการการสืบสวน จับกุม การส่งตัวผู้ต้องหาไปยังสถานีตำรวจ การบริหารงบประมาณที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่

9. ขับเคลื่อนการสร้างวินัยจราจร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยที่ได้รับปฏิบัติหน้าที่กันมาในระยะเวลาหนึ่งได้เป็นอย่างดี ขอบคุณกองวินัยที่ได้พัฒนาระบบงานวินัย , โรงเรียนนายร้อยตำรวจที่ได้รับรางวัลทางวิชาการและการแข่งขันทางไซเบอร์มาโดยตลอด และสำนักงานกฎหมายและคดีในการเสวนาการแก้ไขงานสอบสวนที่จะแก้ไขปัญหาได้อาจจะต้องใช้ในระยะเวลาหนึ่ง

พร้อมกันนี้ ผบ.ตร. ฝากเตือนประชาชนคนไทยอย่าไปร่วมขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะกรณีใด หรือการเปิดบัญชีม้า เป็นธุระจัดหาบัญชีม้า เพราะตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกรายและมีอัตราโทษสูง เช่นที่ผ่านมา ศาลได้พิพากษากรณีแก๊งธุระจัดหาฯ และบัญชีม้า คนไทย 6 ราย ข้อหา “อั้งยี่ ซ่องโจร ฉัอโกง , ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราบปรามการมีส่วนร่วมใบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ , ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการพ่อกเงิน และความผิดต่อพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” จำคุกสูงสุดถึง 119 ปี 234 เดือน

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า ในข้อปฏิบัติที่สั่งการทุกเรื่อง ให้ทุกหน่วย ทุกพื้นที่ ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ (ผู้บัญชาการ , ผู้บังคับการ , ผู้กำกับการ) ดูแลควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด หากปล่อยปละละเลยจะมีการคาดโทษเอาผิดกับผู้บังคับบัญชา และจะพิจารณาโดยนำผลการปฏิบัติงานในแต่ละด้านไปใช้ในการแต่งตั้งโยกย้ายวาระการแต่งตั้งที่ใกล้ห้วงเดือนกันยายนและตุลาคม 2568 นี้ และหากพบว่ามีข้าราชการตำรวจรายใดไปพัวพัน ยุ่งเกี่ยว ประพฤติตนไม่เหมาะสม จะดำเนินการทั้งในทางอาญา วินัย และทางปกครองโดยเด็ดขาดทันที

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 300,000 เม็ด!! ในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

(11 ส.ค. 68) กองกำลังผาเมืองสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 06.30 น. โดย กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ออกลาดตระเวนบริเวณบ้านปางมะหัน พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยแบกกระสอบดัดแปลง จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ผู้ต้องสงสัยทิ้งสิ่งของและหลบหนี เจ้าหน้าที่เสริมกำลังปิดล้อมพื้นที่

ต่อมาเวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ พบผู้ต้องหา 1 คน พร้อมรถจักรยานยนต์ และเป้สะพายหลัง 2 ใบ ภายในบรรจุยาบ้ารวม 300,000 เม็ด โดยหนึ่งใบบรรจุ 200,000 เม็ด และอีกใบบรรจุ 100,000 เม็ด ก่อนนำตัวและของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สถิติการสกัดกั้นยาเสพติดของกองกำลังผาเมือง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน พบการกระทำผิด 375 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 400 คน ยึดยาบ้าได้กว่า 162 ล้านเม็ด พร้อมเฮโรอีน ไอซ์ ฝิ่น และเคตามีนจำนวนมาก หากเล็ดลอดถึงกรุงเทพฯ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 33,000 ล้านบาท

พังงา- ฉก.ปค. “เอราวัณ”เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers"ยึดของกลางยาบ้า1มัด2000เม็ด พร้อมยาไอซ์อุปกรณ์อีกจำนวนหนึ่ง

(26 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผวจ.  นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผวจ.พังงา นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ ปลัดจังหวัดพังงา และนายศุภฤกษ์ เกตุสุรินทร์ ป้องกันจังหวัดพังงา ได้มอบหมายให้นายอัจฉริยะ เพียรทอง หน.ชป.พิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา และ นายอภิเชษฐ์ ไพฑูลย์ ปลัดอำเภอเมืองพังงา นำสมาชิก อส. สังกัด ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา และสมาชิก อส. กองร้อย อส.อ.เมืองพังงา ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ "No Drugs No Dealers" กวาดล้างยาเสพติด เพื่อมุ่งสร้างชุมชนปลอดยาเสพติดอย่างจริง ดังนี้

ด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า ในพื้นที่ ม.๕ ต.บางเตย อ.เมืองพังงา จ.พังงา มีขนำไม้หลังหนึ่งในช่วงเวลาพลบค่ำถึงรุ่งเช้า มักจะมีกลุ่มคนที่มีลักษณะคล้ายกับผู้เสพยาเสพติดขับรถเช้าและออกจากขนำหลังดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นเกิดความเดือดร้อนรำคาญ และไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดพังงาลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากนั้นชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา ได้เดินทางถึงเป้าหมายพบว่า เป็นขนำไม้ปลูกอยู่ในพื้นที่ด้านหลังของบ้านหลังหนึ่ง จากการสังเกต จนท. มองเห็นบริเวณขนำหลังดังกล่าวมีคนอยู่กันประมาณ ๓-๔ คน จนท. จึงได้เข้าแสดงตัวว่า เป็น จนท.ฝ่ายปกครอง เมื่อบุคคลที่อยู่ในขนำที่เกิดเหตุเห็น จนท. ก็ทำการวิ่งหนีกันอย่างชุลมุน แต่สุดท้าย จนท. ก็สามารถตามไปควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด โดยสามารถจับกุมตัว

๑.นายจิ๊บ (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ ๓๗ ปี ชาว จ.พังงา พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน ๑๙ เม็ด โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาติ 
๒. นายชัยยุทร (สงวนนามสกุล) อายุ ๔๖ ปี ชาว ต.บางเตย พร้อมของกลาง
ยาบ้าจำนวน ๒,๐๒๐ เม็ด
ยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง ๑.๓ กรัม
ไฟแช็กดัดแปลง (ไฟลอย) จำนวน ๓ อัน

โดยกล่าวหาว่า 
จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า โดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาติ นอกจากการจับกุมผู้ถูกจับกุมทั้ง ๒ รายแล้ว ภายในขนำหลังเกิดเหตุ จนท.ฝ่ายปกครองยังพบผู้เสพยาเสพติดที่กำลังมั่วสุมเสพยาเสพติดจำนวน ๓ ราย อายุตั้งแต่ ๒๔ -๕๔ ปี จนท. จึงนำตัวผู้เสพยาเสพติดทั้งหมดมาทำประวัติและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด บสต. และได้นำตัวผู้ถูกจับกุม ๒ ราย พร้อมของกลางและเอกสารต่างๆ ส่งให้ พนง.สอบสวน สภ.เมืองพังงา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพข่าว

นายพงษ์ศักดิ์ ประทีป /โกอู๋@ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา

ไทย–ลาว เข้มสกัดยาเสพติด ส่งรายชื่อ 29 ผู้ต้องหา กลับขึ้นบัญชีดำ

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยประกอบด้วย นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.ปปส.ภาค 4 และอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติด เดินทางเยือน สปป.ลาว กระชับความร่วมมือปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดระหว่างสองประเทศ

โดยมี พลจัตวา สาลี พุดทะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจ พันเอก จันทอน เฮืองคำไซ เลขาธิการสำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และพันเอก แพง ไซยะวง หัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ในการนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ส่งมอบบัญชีรายชื่อผู้ต้องหาคนไทยคดียาเสพติดรายสำคัญที่คาดว่าหลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว จำนวน 29 ราย ให้แก่ทางการลาวเพื่อช่วยติดตามนำตัวกลับมาดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมา ทางการลาวได้จับกุมและผลักดันคนไทยที่มีหมายจับคดียาเสพติดแล้ว 13 ราย

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันที่เครือข่ายยาเสพติดยังคงใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ไทย

ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนของ สปป.ลาว ที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติของทั้งสองประเทศ

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่  2 คดี ยึดยาบ้ากว่า 9.7 ล้านเม็ด ไอซ์ 100 กก.

(15 ก.ย. 68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการ แถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญของในพื้นที่ ภ.5 จำนวน 2 คดีได้แก่ สภ.เชียงของ จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,000,000 เม็ดและ สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,730,000 เม็ด ,ไอซ์ จำนวน 100 กก. ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

ตามนโยบายรัฐบาล สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข  รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ  มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ  ผบก.สส.ภ.5,    พล.ต.ต.มานพ เสนากูล  ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พล.ต.ต.ยุทธนา  แก่นจันทร์  ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงราย นายทศพล เผื่อนอุดม ผวจ.เชียงใหม่    
สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่องผอ.ปปส.ภาค 5
  
คดีที่ 1 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย  ได้รับแจ้งจากสายลับประกอบกับการสืบสวนพบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่สีขาว ทะเบียน ยบ 5477 เชียงใหม่และรถยนต์อื่นอีกหลายคันเป็นพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง 

หน่วยที่จับกุม ชปส.ภ.จว.เชียงราย, สภ.เชียงของ จว.เชียงราย, ชป.ขยายผล ศอ.ปส.ภ.5 ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เกิดเหตุ 12 ก.ย.68 เวลาประมาณ 22.00 น.
สถานที่จับกุม บริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลยุพราชเชียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จว.เชียงรายควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 คน (นายเอกลักษณ์ฯ อายุ 36 ปี อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย, นายนายชลิตฯ อายุ 33 ปี อ.สะเมิง จว.เชียงใหม่, นายนายจิรายุทธฯ อายุ 47 ปี อ.แม่ลาน้อย จว.แม่ฮ่องสอน) 

มาที่รถยนต์โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน ยบ 5477 เชียงใหม่ และขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 24 กระสอบ รวมประมาณ 6,000,000 เม็ด  บรรทุกอยู่กระบะท้ายคลุมด้วยผ้าใบสีฟ้า จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง โดยผู้ต้องหารับว่าลำเลียงยาบ้าจาก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ไปส่งให้กลุ่มลำเลียงในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จึงจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 หน่วยที่จับกุม กก.สส.2 บก.สส.ภ.5, ชป.ขยายผลฯ ศอ.ปส.ภ.5, สภ.แม่โจ้ จว.เชียงใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 14 ก.ย.68 เวลาประมาณ 04.30 น.
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นอีเลฟเว่น) สาขาบ้านไร่สหกรณ์ ม.11 ต.หนองหาร อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ผู้ต้องหา 1 คน (นายดนุสรณ์ อายุ 24 ปี อ.ดำเนินสะดวก จว.ราชบุรี)

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงใหม่ สายเหนือ (อ.แม่แตง อ.เชียงดาว) นำไปส่งมอบให้กับเครือข่ายยังพื้นที่ตอนในของประเทศโดยจะใช้รถยนต์ อีซูซุ สีเทา (4 ประตู) ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะในการลำเลียง

จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เวลาประมาณ 03.50 น. พบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวขับขี่ออกจากพื้นที่หมู่บ้านหล่ายทา ต.ทาสบเส้า และทิศทางกลับมุ่งหน้าเข้าสู่ในตัวเมือง จว.ลำพูน ชุดปฏิบัติการจึงได้ไล่ติดตาม ผ่าน อ.เมืองลำพูน อ.สารภี อ.เมืองเชียงใหม่ และวิ่งไปตามถนนเชียงใหม่ - พร้าว ฝ่าไฟแดงแยกรวมโชค แยกหนองจ๊อม - แยกแม่โจ้ และทางแยกโรงพยาบาลสันทราย 

ต่อมาเวลาประมาณ 04.30 น. ชุดปฏิบัติการสามารถหยุดรถยนต์คันดังกล่าวได้บริเวณ ถนนหน้าร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นอีเลฟเว่น) สาขาบ้านไร่สหกรณ์ ต.หนองหาร อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ พบนายดนุสรณ์ หรือสนุ๊ก เป็นคนขับ ตรวจค้นภายในรถพบเป็นยาบ้าจำนวน 15 กระสอบ รวมประมาณ 3,730,000 เม็ด และไอซ์ จำนวน 100 กิโลกรัม จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดี ส่วนรถยนต์อีซูซุ สีเทาทะเบียน กทม. ซึ่งเป็นรถนำ/สำรวจเส้นทาง ได้หลบหนีมุ่งหน้าทาง อ.แม่แตง และหลุดการติดตาม จะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 14 ก.ย.68 จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 26,858  คดี คดียาเสพติดรายสำคัญ 255  คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติด ยาบ้า 270 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,960  กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 211 กิโลกรัมเศษ เคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ ฝิ่น 160 กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,246 ล้านบาทเศษ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top