Friday, 5 June 2026
พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค

ผมนึกถึงตอนสมัยผมเรียนหนังสือ เพื่อนที่เกเรบางคน ไม่เข้าห้องเรียน แล้วพอสอบตก ก็โวยวายว่า เรื่องที่สอบ ครูยังไม่สอน

(15 มิ.ย. 68) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ...

หนีเรียน แล้วมาด่าครู

ตามที่นาย ศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา ได้โพสต์ข้อความใน fb แสดงข้อข้องใจในความล่าช้า ถึงการร่างกฎหมายเกี่ยวกับพลังงานของท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รวมทั้งตำหนินโยบายการทำงานของท่าน ว่าการลดราคาพลังงานที่เป็นอยู่ เป็นการอุดหนุนโดยใช้ภาษีประชาชน เวลาลงพื้นที่ไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้

ผมอยากจะนำเรียน ข้อมูลดังนี้นะครับ 
1. เรื่องการลดราคาพลังงาน ในการลดราคาน้ำมันนั้น ท่านพีระพันธุ์ฯได้ประกาศลดเงินกองทุนน้ำมันลง และใช้วิธีให้บริษัทน้ำมันแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งท่านพีระพันธุ์ฯ ยังใช้วิธีขอข้อมูล จากกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร มาประเมินร่วมกัน จากความขยันของท่าน ทำให้บริษัทน้ำมัน ให้ความร่วมมือ ในการควบคุมราคา ดังจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันนี้ ราคาน้ำมันไม่ได้ขึ้นลงตามอำเภอใจเหมือนในอดีต
2. ในเรื่องของ ค่าไฟฟ้า ตอนท่านพีระพันธุ์ฯ มารับตำแหน่ง ค่าไฟจะปรับไปที่ 4.70 ท่านตรึงราคาอยู่ที่ 4.18 และ 4.15 ตามลำดับ จนล่าสุดปรับลงมาที่ 3.98 โดยใช้เงินกองทุนดูแลผู้ใช้ไฟ ที่ต้องนำส่ง กกพ. ซึ่งเป็นกองทุนที่ไม่ควรมี เพราะเก็บจากค่าไฟของพวกเรา ซึ่งตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งสามารถประหยัดเงินให้พวกเราถึงราว 275,000 ล้านบาท ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า จึงไม่ได้ใช้ภาษีของประชาชนมาอุดหนุนครับ

3.ในการร่างกฎหมายนั้น ในแต่ละฉบับมีเป็นร้อยมาตรา ท่านนั่งเขียนของท่านคนเดียวเพื่อให้งานออกมาเร็ว เสร็จแล้วให้ทีมงานช่วยกันตรวจทาน หลังจากนั้นต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกฎหมายแต่ละฉบับตรวจสอบให้ข้อคิดเห็น ซึ่งหน่วยงานแต่ละหน่วยอยู่นอกบังคับบัญชาของท่านเขาก็ตรวจอย่างละเอียดท่านไม่สามารถเร่งรัดได้ หลังจากนั้นยังต้องรับฟังความคิดเห็น แล้วนำมาแก้ไข เพราะกฎหมายใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ จึงต้องละเอียดและรอบคอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ ในตอนนี้กฎหมายปลดล็อคโซลาร์รูฟจากที่ต้องขออนุญาตติดตั้งจาก 5 หน่วยงานเป็นติดตั้งเสรี ก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ น่าจะนำเสนอ ครม.ได้ภายใน ก.ค.นี้ เพื่อนำเข้าสภาฯต่อไป ต่อไปก็จะเป็น กฎหมายเกี่ยวกับน้ำมัน,ไฟฟ้า และก๊าซ ที่ท่านก็พยายามดำเนินการอยู่

ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ท่านพีระพันธุ์ฯก็ชี้แจงทุกครั้งที่มีการประชุม ซึ่งเมื่อมีผู้ซักถามท่านก็ตอบทุกครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงตอนสมัยผมเรียนหนังสือ เพื่อนที่เกเรบางคน ไม่เข้าห้องเรียน แล้วพอสอบตก ก็โวยวายว่าเรื่องที่สอบครูยังไม่สอน เหนื่อยใจครับ

‘สำราญ’ แทงสวนข่าวลือ!! มั่นใจ ‘พีระพันธุ์’ ยังได้นั่งพลังงาน ชำแหละ!! รวมไทยสร้างชาติ เหยื่อเกมปรับ ครม. ของทุนใหญ่

(15 มิ.ย. 68) นายสำราญ รอดเพชร สื่อมวลชนอาวุโส และผู้ดำเนินรายการ TOP HEADLINE ได้กล่าวในรายการ โดยมีใจความว่า ...

สุดซอยสุดทาง พรรครวมไทยสร้างชาติ เหยื่อเกม ปรับคณะรัฐมนตรี เหยื่อของทุนใหญ่

หลังจากที่มีภาพการนัดพบกันของ 21 สส. ล่าสุดก็ได้มีหนังสือยื่นถึงท่านนายกรัฐมนตรี พร้อมลายเซ็นของ 21 สส. ในหนังสือ ได้ระบุให้ท่านนายกรัฐมนตรี ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจากรัฐมนตรี ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ก็ได้สวนกลับมาว่า ถ้ารัฐมนตรี ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ต้องรวมถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น ด้วย

ซึ่งในระหว่างนี้ ก็มีการปะทะคารมณ์ กันระหว่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น และนายเอกนัฏพร้อมพันธุ์ โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กล่าวว่า โทรไปหานายสุชาติแล้ว แต่นายสุชาติไม่รับสาย

ทางด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น ก็ได้กล่าวว่า ผมโทรถามเพื่อนผมว่า เลขาขิง โทรหาผมทำไม เพื่อน สส ที่อยู่ใกล้ตัว บอกว่าเขาโทรมาบอกให้รับสาย เลขาขิง ผมบอกว่าจะรับสายได้อย่างไร ความคิดที่เขาจะมาคุยกับผม เป็นความคิดที่ผมนั้นรับไม่ได้ 
เขาว่า ให้จับมือกัน แล้วขับ หัวหน้าพรรคออกไปดีกว่า เดี๋ยวเขาเป็นหัวหน้าพรรคเอง ซึ่งมันแรงไปนะ ผมจึงไม่รับสาย

ทางด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จึงโต้กลับมาว่า ผมพูดความจริงก็ได้ เพื่อนเขา เพื่อนคุณสุชาติ มาชวนเอง ถามว่า เลขาขิง คุยกัน รู้เรื่อง ทำไมไม่ขึ้นเป็นหัวหน้าเลย ให้พี่เฮ้ง มาเป็นเลขาธิการพรรค เคยมาชวนผมแบบนี้ แต่ถูกผมปฏิเสธไปแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีความพยายาม ทำให้ หัวหน้าพรรค กับเลขาธิการพรรคแตกแยกกัน 

ซึ่งล่าสุด ทางด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ ก็ได้ออกมาพูดแล้ว โดยกล่าวว่า ครั้งแรกที่พวกเรามา อยู่ร่วมกันในพรรคการเมืองนี้ ก็เพราะ ‘ลุงตู่’ แต่ที่สุดแล้ว เราก็เหมือนไม่ใช่ผู้ก่อตั้งพรรค เราเป็นเหมือนผู้ที่มาขออาศัยเขาอยู่

ซึ่งสุดท้ายแล้ว การปรับคณะรัฐมนตรี ก็จะเป็นคำตอบสุดท้าย ว่าทั้ง 2 กลุ่มนี้จะอยู่กันอย่างไร ซึ่ง นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็กล่าวไว้แล้วว่า ถ้าเขาหักดิบ ยึดกระทรวงพลังงาน ก็เท่ากับว่าไม่เห็นด้วยกับเรา ไม่รักษาข้อตกลง เขาไม่เอาเรา ผมคิดว่า ท่านหัวหน้าพรรคก็คงไม่เล่นด้วย ถ้าเกมมันไหลไปถึงขั้นต้องเป็นฝ่ายค้านก็ว่ากันไป เราต้องรักษาหลักการ อุดมการณ์ และศักดิ์ศรี

ซึ่งเป็นไปได้สูงว่า การปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะเป็นการแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างกลุ่มของนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น

ซึ่งในส่วนนี้ นายสำราญ รอดเพชร สื่อมวลชนอาวุโส ผู้ดำเนินรายการ ได้ฟันธง ว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยังได้นั่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อยู่เหมือนเดิม แต่สุดท้ายนี้ จะอย่างไรก็แล้วแต่ ก็ต้องอยู่ในอำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาในการปรับคณะรัฐมนตรี 

จิ๊กซอว์สำคัญ!! ’กวีเหลวไหลแท้‘ วิเคราะห์เกม ‘พีระพันธุ์ - รวมไทยสร้างชาติ’ ในวันที่ประเทศชาติต้องเดินหน้าฝ่าสารพัดวิกฤต ชี้สถานการณ์ขณะนี้พีระพันธุ์ ต้องรับมือกับศึกในศึกนอก และความคาดหวังของมวลชน

(20 มิ.ย.68) เพจเฟซบุ๊ก ‘กวีเหลวไหลแท้’ โพสต์ข้อความว่า เกมของพีระพันธุ์ รทสช.

การต้องรับมือกับศึกในศึกนอก และความคาดหวังของมวลชน เป็นอะไรที่หนักมากของลุงพี ขณะที่ความต้องการจะทำงานในกระทรวงพลังงานยังคงเป็นเรื่องยากที่จะลุกจากเก้าอี้ เพราะพันธสัญญาที่จะปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานยังไม่แล้วเสร็จ

เมื่อเกิดคลิปเสียงอัปยศขึ้น พรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ ประชุมกันอย่างเร่งด่วน แต่รทสช. เลือกที่จะประชุมหลังสุด

การประกาศลาออกของภูมิใจไทย ทำให้เสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำ รทสช. จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะตัดสินว่า ภาพนี้จะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์

หากวางลงภาพจะสมบูรณ์ใส่กรอบได้ หากไม่วาง ภาพนี้ก็ไร้ค่าโดยสิ้นเชิง

ในเมื่อการเมืองเป็นเรื่องการต่อรอง ลุงพีซึ่งเข้าใจความสำคัญของตนเองดี จึงถือเอาโอกาสแสนดีนี้กำหนดบทบาทของพรรคตนเอง

ถ้าอุ้งอิ้งลาออก หานายกรัฐมนตรีคนใหม่ รทสช.จะเข้าร่วมต่อ เผลอๆ อาจได้เป็นถึงตำแหน่งนายก ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่งอยู่อีกพอสมควร

ถ้าอุ้งอิ้งไม่ลาออก รทสช.จะไขก๊อกออกเองอย่างไม่รู้สึกผิดต่อพรรคร่วมในข้อครหาไม่ร่วมหัวจมท้ายในยามวิกฤติ

ลุงพีจะร่วมกับรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีมีใจฝักใฝ่อริราชศัตรูได้อย่างไร ความผิดนี้เป็นความผิดของปัจเจกบุคคล ตัวไหนเน่าก็ควรกำจัดออกไป ทำไมต้องหน้าด้านแบกนายกเน่า ๆ อยู่ด้วย หากพรรคร่วมโดยเฉพาะพรรคแกนนำเห็นแก่ผลประโยชน์ชาติจริง ควรจัดการเปลี่ยนตัวนายกเสีย ประเทศจะได้ไปต่อ

เรื่องแค่นี้ถ้าไม่ทำ ก็ป่วยการที่จะร่วมลงเรือลำเดียวกันต่อไป

ซึ่งคำขาดของลุงพี นับว่าทรงพลังมาก แม้จะคาดการณ์ได้ไม่ยากว่า อุ้งอิ้งไม่ลาออกแน่ แต่ก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว

อย่างน้อยลุงพีก็ได้ปฏิบัติตามการยื่นข้อเสนอของลุงตู่ขณะประเทศเป็น failure state ตอนยิ่งลักษณ์ลาออก แล้วมีรักษาการนายกอีกคนอยู่ว่า

“ถ้าตกลงกันไม่ได้ ผมยึดอำนาจ!”

ซึ่งลุงพีสามารถกล่าวเสียงดังด้วยสีหน้าจริงจังได้ว่า

“ถ้านายกไม่ลาออก ผมขอถอนตัว!”

เนื่องจากคงไม่มีการถ่ายทอดสด ดังนั้นแอบอัดคลิปไว้หน่อยนะครับ เราได้ฟังคงฟินน่าดู 555555555

“รักลุงพีครับ”

‘พีระพันธุ์’ ชงครม. ใช้มาตรการทางภาษีจูงใจติดโซลาร์ ชี้ ติดตั้งในบ้านอยู่อาศัยใช้ลดหย่อนภาษีได้ 200,000 บาท

‘พีระพันธุ์’ ชง ครม. มีมติเห็นชอบใช้มาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีหนุนพลังงานทดแทน จูงใจผู้ประกอบการและภาคครัวเรือนลงทุนลดภาระค่าไฟ ข่าวดี!! ติดตั้ง Solar rooftop มีสิทธิลดหย่อนภาษีได้ถึง 200,000 บาท เตรียมนำร่างกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้า ครม. เร็ว ๆ นี้

(24 มิ.ย.68)นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้นำข้อเสนอของกระทรวงพลังงานเรื่องการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนด้วยมาตรการทางภาษี เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นอีกแนวทางในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งของผู้บริโภคและของประเทศในภาพรวม โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย 2 แนวทางหลัก ได้แก่ 1. การส่งเสริมการลงทุนและการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานด้วยมาตรการทางภาษี และ 2.การส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี โดยสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 200,000 บาท  นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมนำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้าสู่การประชุมของคณะรัฐมนตรีภายใน 1-2 สัปดาห์หน้าด้วย 

นายพีระพันธุ์เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา อัตราค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง แต่กระทรวงพลังงานได้พยายามบริหารจัดการตรึงราคาค่าไฟมาตลอดเพื่อไม่ให้เป็นภาระเดือดร้อนแก่ประชาชน และจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเร่งด่วนหลายแนวทางเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและลดค่าใช้จ่ายการนำเข้าด้านพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าของประเทศ  ซึ่งจากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลพบว่า การใช้กลไกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสนับสนุนจะสามารถช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน อีกทั้งจะสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNP) เพื่อผลิตไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชนในระยะยาว  และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของไทยด้วย

“มาตรการสิทธิประโยชน์ด้านภาษีนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน และของประเทศในภาพรวม อีกทั้งยังสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และสนับสนุนแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้เร็วขึ้น” นายพีระพันธุ์กล่าว

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังเปิดเผยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ กระทรวงพลังงานจะนำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ผ่านการทำประชาพิจารณ์แล้ว เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป  

สำหรับการพัฒนาเครื่อง Inverter ของคนไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการติดตั้งระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โซลาร์ราคาถูกสำหรับคนไทยนั้น ปัจจุบันเครื่องต้นแบบได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมการต่าง ๆ สู่ขั้นตอนการผลิตเพื่อนำออกจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาถูกเร็ว ๆ นี้

‘พีระพันธุ์’ เคาะมติ กบง. ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม 423 บาท/ถัง 15 กก. ถึง 30 ก.ย. 68

เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาทบทวนการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยประชุมได้มีมติเห็นชอบให้คงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มสำหรับ ถังขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ประมาณ 423 บาท โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2568 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) บริหารจัดการเงินกองทุนให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลราคาก๊าซ LPG ต่อไป

ทั้งนี้  นับตั้งแต่ที่นายพีระพันธุ์เข้ามารับหน้าที่กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน ราคาก๊าซหุงต้มในประเทศยังคงตรึงราคาเดิมมาตลอดเพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มขึ้นของประชาชน

วันนี้ห้ามพลาด!!

ค่ำนี้ เฝ้าหน้าจอรอกันเลย!!  LIVE!! Behind the Bill
ถ้าคุณอยากรู้ว่า ทำไมคุณจ่ายค่าไฟแพง... ทั้งที่ใช้ไฟเท่าเดิม  คุณต้องไม่พลาด LIVE นี้
ถ้าคุณเคยสงสัยว่าทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้นทุกปี…LIVE นี้คือคำตอบที่คุณไม่เคยได้ยินจากใคร  

มาร่วมไขทุกข้อสงสัยค่าไฟแพง กับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน

2 กรกฎาคม 2568
 ⏰ เวลา 19:30 - 21.00 น.
 📌 รับชมที่ Facebook Page: โอกาส Chance

‘พีระพันธุ์’ ชี้แจงความคืบหน้าร่างกม. ปฏิรูปพลังงาน ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามแผนเร่งลดภาระพี่น้องประชาชน

(17 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาจาก นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. ความคืบหน้าของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  2. ความคืบหน้าของกฎหมายปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และ 3. แผนการบริหารเรื่องพลังงานและนโยบายของกระทรวงพลังงานในการช่วยลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน

นายพีระพันธุ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของกระทรวงพลังงานว่า กฎหมายฉบับนี้จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง โดยมีเป้าหมาย ดังนี้  1. ต้องลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน 2. ต้องทำให้ประชาชนติดต่อหน่วยงานของรัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น 3. ต้องทำให้เกิดความรวดเร็วในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ  เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่มีกฎหมายที่ใช้บังคับชัดเจนเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของประชาชน ทำให้ทุกหน่วยงานที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ต่างก็ออกกฎระเบียบของตนเอง โดยปัจจุบันประชาชนต้องติดต่อขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ผ่านหน่วยงานภาครัฐถึง 4 แห่ง หลังจากที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ยกเลิกการขออนุญาตการติดตั้งโซลาร์เซลล์จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนไปแล้วขั้นหนึ่งในปีที่ผ่านมา

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้นำส่งร่างกฎหมายฉบับนี้ไปที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อรอบรรจุเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 แต่เนื่องจากทางสำนักงานกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่าควรแก้ไขปรับปรุงจากกฎหมายเดิมที่มีอยู่ ตนจึงได้ชี้แจงเหตุผลยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เคยมีกฎหมายที่บังคับใช้โดยตรงมาก่อน จึงจำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายใหม่  ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในเดือนนี้ และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 

สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายปรับโครงสร้างราคาน้ำมันนั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันเพียงฉบับเดียวคือ พระราชบัญญัติค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีการบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมการค้าน้ำมันของผู้ค้าน้ำมัน ทำให้เกิดปัญหาว่าผู้ค้าน้ำมันอยากจะขึ้นราคาก็ขึ้น ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานใช้การขอความร่วมมือ ทั้งที่เราเป็นรัฐบาล แต่ไม่สามารถกำหนดอะไรได้เลย เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ จึงเป็นที่มาของการยกร่างกฎหมายที่จะกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร จะต้องแจ้งต้นทุนอย่างไร และจะกำหนดราคาขายอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนมากที่สุด

“กฎหมายฉบับนี้ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวข้องทางเทคนิคเกี่ยวกับการประกอบกิจการค้าน้ำมันที่ซับซ้อน โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ และจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป” นายพีระพันธุ์กล่าว 

ในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนการบริหารเรื่องพลังงานและนโยบายของกระทรวงพลังงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้น นายพีระพันธุ์ชี้แจงว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งล่าสุด ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งให้คณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า หรือ แผน PDP ซึ่งเป็นการกำหนดกรอบการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยขึ้นมาใหม่ โดยให้มีการสำรวจพลังงานทดแทนทุกประเภทว่า ในแต่ละปีมีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าเท่าใด และให้เน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็นลำดับแรก เพราะที่ผ่านมา การเพิ่มโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ขยะและเศษวัสดุทางการเกษตรในการผลิตไฟฟ้าไม่สามารถขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมได้ เนื่องจากปัจจุบันโรงไฟฟ้าชีวมวลมีครบตามแผน PDP แล้ว

'พีระพันธุ์' หารือ เอกอัครราชทูตเม็กซิโก หนุนความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดของ 2 ประเทศ

(22 ก.ค.68) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางอิลเซ ลิเลียน เฟร์เรร์ ซิลบา (H.E. Mrs. Ilse Lilián Ferrer Silva) เอกอัครราชทูตสหรัฐเม็กซิโกประจำประเทศไทย เข้าพบหารือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทย-เม็กซิโก โดยเฉพาะในมิติด้านพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพ

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้พบเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ และชื่นชมบทบาทที่เข้มแข็งในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนับตั้งแต่เข้ารับหน้าที่ โดยเม็กซิโกและไทยต่างมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและใกล้ชิด รวมถึงมีความคล้ายคลึงกันโดยต่างเป็นประเทศที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ มีความชื่นชอบอาหารรสเผ็ดร้อน โดยอาหารเม็กซิโกได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้นในช่วงหลายปีนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ และโอกาสความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่สามารถเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ด้านเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ แสดงความยินดีที่ได้พบหารือกับรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลากหลายด้าน ทั้งการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงการร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเม็กซิโกถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพลังงานทดแทนระดับโลก โดยแสดงความหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานทดแทนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเม็กซิโกในปีนี้

ในด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสนับสนุนการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานของทั้งสองประเทศ โดยเน้นไปที่พลังงานสะอาดเป็นหลัก ซึ่งเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ ได้นำเสนอ 'โครงการพลังงานสะอาดโซโนรา' (Sonora Plan) ซึ่งเป็นแผนพัฒนาพื้นที่ทางตอนเหนือของเม็กซิโก โดยใช้ประโยชน์จากจุดยุทธศาสตร์ที่ใกล้กับชายแดนสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ อุตสาหกรรมลิเธียม และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเม็กซิโกเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก ด้านรองนายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมต่อแนวทางนโยบายของเม็กซิโกในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต

ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องกันว่า แม้ไทยและเม็กซิโกจะตั้งอยู่ห่างไกลทางภูมิศาสตร์ แต่ด้วยพื้นฐานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม จะเอื้อให้เกิดการเปิดประตูสู่โอกาสความร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างกันในหลากหลายมิติอย่างเป็นรูปธรรม โดยรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตเม็กซิโกฯ และคณะ สำหรับการเยือนและหารือในครั้งนี้ พร้อมแสดงความพร้อมในการประสานความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเม็กซิโกให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในทุกด้าน

‘พีระพันธุ์’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ’ ให้กำลังใจชาวบ้าน และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุปะทะ!! ‘ไทย-กัมพูชา’ พร้อมเร่ง!! อนุมัติ เงินช่วยเหลือเยียวยา

(26 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้อพยพ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.ศรีสะเกษ และมอบกระเช้าให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีนายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า วันนี้มาดูแลพี่น้องประชาชน มาสร้างขวัญกำลังใจ แล้วก็มาดูสภาพความเป็นอยู่ และสภาพของศูนย์พักพิง ที่เราช่วยดูแลประชาชนกันอยู่วันนี้ ก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เป็นกำลังใจ รวมถึงขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทุกคนทุกระดับที่มาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ด้วย

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า จากการพบปะพูดคุยกับประชาชน ตอนนี้ทุกคนก็มีขวัญกำลังใจดี แต่ทุกคนก็เป็นห่วงในเรื่องทรัพย์สิน เป็นห่วงบ้าน บางคนก็อยากจะกลับไปอยู่บ้านแล้ว แต่ตนก็เตือนให้ระมัดระวัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่อยากให้กลับไปอยู่บ้านในตอนนี้ เพราะตอนนี้มันอันตรายมาก โดยในส่วนที่ตนมาวันนี้ในฐานะเป็นประธานกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ก็ได้อนุมัติเงินให้กับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และทหารพราน ด้วย ซึ่งวันนี้ก็ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ ผู้เสียชีวิตในร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมัน และอีกครอบครัวหนึ่ง ก็สูญเสียลูกชาย ซึ่งจะได้เร่งตรวจสอบความถูกต้อง และจะได้เร่งอนุมัติเงินช่วยเหลือให้อย่างเร่งด่วนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top