Friday, 5 June 2026
ปูติน

‘ปูติน’ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เยือนจีนครั้งที่ 25 รัสเซีย–จีนกระชับสัมพันธ์ ยกระดับความร่วมมือรัสเซีย–จีน ท่ามกลางโลกผันผวน เดินหน้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และความร่วมมือรอบด้าน ตอกย้ำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รัสเซีย–จีนในวาระครบรอบ 30 ปี

ปูตินเดินทางถึงกรุงปักกิ่ง เยือนจีนอย่างเป็นทางการ

เมื่อคืนวันอังคาร (19 พ.ค.) วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค. ตามคำเชิญจากสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่านี่เป็นการเยือนจีนครั้งที่ 25 ของปูติน โดยประธานาธิบดีทั้งสองจะแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือด้านต่างๆ รวมถึงประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่สนใจร่วมกัน

สำหรับปี 2026 นั้นตรงกับวาระครบรอบ 30 ปี การสถาปนาการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซีย และวาระครบรอบ 25 ปี การลงนามสนธิสัญญาการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตรจีน-รัสเซีย

กระทรวงฯ เสริมว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้โอกาสนี้ส่งเสริมและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนเสถียรภาพความมั่นคงและพลังงานเชิงบวกแก่โลก

ที่มา : Xinhua

อ่านเกม ‘สีจิ้นผิง’!! จาก ‘ทรัมป์’ ถึง ‘ปูติน ก่อนถึง ‘คิมจองอึน’ ‘สีจิ้นผิง’ ปักหมากใหญ่บนกระดานนิวเคลียร์โลก มหาอำนาจต้องบินมาหาจีน เพราะพลังซื้อคืออาวุธต่อรองใหม่

อ่านเกมสีจิ้นผิง มันไม่ใช่แค่เกมการทูต แต่มันคือการเดินเกมความมั่นคงเชิงรุกที่ลุ่มลึก สีจิ้นผิง จะไปเยือนเกาหลีเหนือ สัปดาห์หน้า

เพื่อไปหาน้องรักคิมจองอึน ผู้ที่มี อาวุธนิวเคลียร์ ในกำมือ  หลังจากที่มีผู้นำชาติสมาชิกถาวรด้านความมั่นคงในสหประชาชาติ UNSC บินมาหาสีจิ้นผิงถึงกรุงปักกิ่ง ครบแล้วในรอบ 6 เดือน เรียบร้อย

โรงเรียนสีจิ้นผิง แต่ละชาติสมาชิกถาวร UNSC ที่บินมาดื่มน้ำชากับสีจิ้นผิง ก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่บิ๊กที่สุด สหรัฐ ตามด้วย รัสเซีย แล้วก็ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส การเดินเกมความมั่นคงของสีจิ้นผิงเชิงรุกอย่างลุ่มลึกครั้งนี้มีเป้าหมายใหญ่ คือ ภารกิจรวมชาติ กับไต้หวัน  !! 

ในยุคนี้ใครมีอำนาจต่อรองเหนือกว่ากัน !! ประเทศพวกนี้ต้องมาคบกับจีนพึ่งพาจีน ถึงขั้นต้องบินมาหาสีจิ้นผิง เพราะต้องการอะไร พลังซื้อจีน คือ คำตอบ !!

ดูจากภาพการ์ตูนนี้เลยค่า  (ในรูปมีผู้นำแคนาดา แถมมาด้วย) ตัวอย่างเช่น มาครง หวังจะขายเครื่องบิน  Airbus ให้จีน ทรัมป์ ก็จะมาขอให้จีนซื้อเครื่องบิน Boeing (ถึงขั้นพาบิ๊ก CEO โบอิ้งมาทริปปักกิ่งด้วยกัน) และ ปูติน ก็อยากได้โครงการสร้างท่อ Power of Siberia 2  ขายพลังงานให้จีน และอื่นๆ อีกมากมาย

FB ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น

รัสเซียออกกฎหมายคุ้มครองพลเมืองนอกประเทศ ใช้กองทัพช่วยผู้ถูกจับโดยศาลต่างชาติได้ สภาดูมา ชี้จำเป็นต้องปกป้องชาวรัสเซีย หลังกล่าวหาตะวันตกใช้ศาลลงโทษผู้เห็นต่าง ชี้ตะวันตกใช้ความยุติธรรมเป็นอาวุธ

เมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) เว็บไซต์กฎหมายของรัสเซียเผยแพร่เอกสารที่ระบุว่าวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ลงนามกฎหมายที่อนุญาตการใช้กองทัพรัสเซียปกป้องพลเมืองรัสเซีย ซึ่งถูกตัดสินลงโทษหรือจับกุมโดยศาลต่างประเทศหรือศาลระหว่างประเทศ

เอกสารข้างต้นระบุว่ากองทัพรัสเซียอาจมีส่วนร่วมคุ้มครองพลเมืองรัสเซียที่ถูกจับกุม ควบคุมตัว หรือดำเนินคดีตามคำตัดสินของศาลต่างประเทศที่ดำเนินการในนามของรัฐอื่นๆ ซึ่งรัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงรัฐอื่นๆ ซึ่งอำนาจศาลมิได้อิงตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียหรือมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

อนึ่ง กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการครบ 10 วันแล้ว

ก่อนหน้านี้ วยาเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาดูมาแห่งรัสเซีย กล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นต่อการปกป้องชาวรัสเซีย เนื่องจากความยุติธรรมของชาติตะวันตกกลายเป็นเครื่องมือควบคุมเพื่อลงโทษผู้เห็นต่างกับมติของพวกเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรประดับสูง (Eurocrat)

ที่มา : Xinhua

‘ปูติน–โตคาเยฟ’ ย้ำสัมพันธ์พิเศษ!! ชูสัมพันธ์รัสเซีย–คาซัคสถานแน่นแฟ้น การค้าไตรมาสแรกปี 2026 โตเกิน 9% ดันการค้าทะลุระดับสูงสุดใหม่ใกล้ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ‘โตคาเยฟ’ ลั่นเดินหน้าพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ต่อ

บนพื้นฐานของหลักการแห่งความเสมอภาค ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและคาซัคสถานกำลังเติบโตและพัฒนาอย่างมีพลวัต ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกล่าวย้ำ

ปูตินระบุว่า ทั้งสองประเทศประสานความร่วมมือกันในทุกด้านของความสัมพันธ์ทวิภาคี
“เราทำงานร่วมกันในทุกมิติ” ปูตินกล่าวระหว่างการหารือ โดยเน้นย้ำถึงขอบเขตความร่วมมือที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง

ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า ขณะนี้มีชุดข้อตกลงความร่วมมือทวิภาคีจำนวนมากที่พร้อมสำหรับการลงนามแล้ว

การค้ารัสเซีย-คาซัคสถาน เพิ่มขึ้นกว่า 9% ในไตรมาสแรกของปี 2026

การค้าระหว่างรัสเซียกับคาซัคสถานเพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในไตรมาสแรกของปี 2026 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าว
“เมื่อปีที่แล้ว มูลค่าการค้าอยู่ที่มากกว่า 28,000 ล้านดอลลาร์ และในปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในไตรมาสแรก” ปูตินกล่าว

หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างรัสเซียกับคาซัคสถานตั้งอยู่บนพื้นฐานของมิตรภาพ

นอกจากนี้ ปูตินยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของแถลงการณ์ร่วมที่กำหนดหลักการ 7 ประการแห่งมิตรภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ซึ่งทั้งสองประเทศมีกำหนดจะรับรองร่วมกันในวันพฤหัสบดี

ในการหารือกับประธานาธิบดีคาสซิม-โจมาร์ต โตคาเยฟ ปูตินได้เน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ประการแรก มอสโกและอัสตานาได้เตรียมชุดข้อตกลงความร่วมมือจำนวนมากไว้สำหรับลงนาม
ประการที่สอง คาซัคสถานยังคงเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายสำคัญที่สุดของรัสเซียและประการที่สาม ความร่วมมือของทั้งสองประเทศภายใต้สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ถือเป็นแบบอย่างของความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์

ยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวก่อนหน้านี้ว่า หลักการทั้ง 7 ประการครอบคลุมมิติสำคัญของความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับคาซัคสถาน ไม่เพียงในระดับรัฐต่อรัฐ แต่ยังรวมถึงในระดับความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนด้วย

หลักการข้อแรกคือ ประวัติศาสตร์ร่วมกันและการมองทำความเข้าใจประวัติศาสตร์นั้นอย่างมีความรับผิดชอบ บนจิตวิญญาณแห่งมิตรภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี” อูชาคอฟกล่าว พร้อมเสริมว่า หลักการ

ข้อที่สองคือ ความพยายามร่วมกันในการส่งเสริมการบูรณาการยูเรเชีย และการสร้างพื้นที่ระดับภูมิภาคเพื่อความร่วมมือ ความมั่นคง และการเจรจา”

หลักการข้อที่สาม กำหนดให้พรมแดนที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกันเป็น “พื้นที่แห่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือ
หลักการข้อที่สี่ มุ่งเน้นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ
และหลักการข้อที่ห้า ครอบคลุม “ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมในฐานะมรดกร่วม คุณค่าดั้งเดิม และความใกล้ชิดทางอารยธรรม”

“หลักการข้อที่หกคือ เยาวชน การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา และความร่วมมือด้านกีฬา” อูชาคอฟกล่าวเสริม
“และสุดท้าย หลักการข้อที่เจ็ดคือ วิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคต” เขากล่าวสรุป

รัสเซียครองอันดับ 1 ด้านการลงทุนโดยตรงในเศรษฐกิจคาซัคสถาน

ประธานาธิบดีคาสซิม-โจมาร์ต โตคาเยฟ ของคาซัคสถานกล่าวว่า ขณะนี้รัสเซียเป็นผู้นำด้านการลงทุนโดยตรงในเศรษฐกิจคาซัคสถาน และอัสตานาจะเดินหน้าความร่วมมือในทิศทางนี้ต่อไป
“ปัจจุบัน รัสเซียเป็นผู้นำด้านการลงทุนโดยตรงในเศรษฐกิจของเรา คิดเป็น 29,000 ล้านดอลลาร์ และเราจะยังคงทำงานในทิศทางนี้ต่อไป” โตคาเยฟกล่าว

ประธานาธิบดีคาซัคสถานยังกล่าวว่า การค้าระหว่างคาซัคสถานกับรัสเซียกำลังเติบโต และจะไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 30,000 ล้านดอลลาร์ในไม่ช้า
“แม้สถานการณ์โลกจะท้าทาย ความร่วมมือของเรา โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ยังคงพัฒนาอย่างประสบความสำเร็จ และมูลค่าการค้าก็กำลังเติบโต... มูลค่าการค้าระหว่างคาซัคสถานและรัสเซียกำลังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราว 30,000 ล้านดอลลาร์” โตคาเยฟกล่าวระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีปูติน

ผู้นำคาซัคสถานยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้รัสเซียและคาซัคสถานมีโครงการร่วมกัน 177 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมราว 53,000 ล้านดอลลาร์

โตคาเยฟกล่าวเสริมว่า คาซัคสถานจะเดินหน้ากระชับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับรัสเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประธานาธิบดีโตคาเยฟยังเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างอัสตานาและมอสโกว่า ทั้งสองเมืองหลวงประสานงานกันแทบทุกประเด็นระดับโลก
“เราปฏิสัมพันธ์และร่วมมือกันในเกือบทุกประเด็นระหว่างประเทศ” เขากล่าวระหว่างพบกับปูติน

ผู้นำคาซัคสถานยังกล่าวชื่นชมการเยือนอัสตานาของปูตินว่าเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์พิเศษที่เชื่อมโยงทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน
“ผมถือว่าการเยือนครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์พิเศษระหว่างรัฐของเรา ในจิตวิญญาณของหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และพันธมิตรอย่างรอบด้าน สำหรับคาซัคสถาน ความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและใกล้ชิดกับรัสเซียมีความสำคัญสูงสุด” โตคาเยฟกล่าว

ผู้นำคาซัคสถานย้ำว่า ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะผันผวนเพียงใด ทั้งสองประเทศยังคงเดินหน้าความร่วมมืออย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่กำลังได้รับแรงส่งใหม่
“แม้สถานการณ์โลกจะยากลำบาก แต่ความร่วมมือของเรา โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ กำลังพัฒนาไปอย่างประสบความสำเร็จ และปริมาณการค้าก็กำลังเพิ่มขึ้น” โตคาเยฟกล่าว

ที่มา : Sputnik

‘ปูติน’ ชี้รัสเซียรุกคืบ!! กองกำลังรัสเซียควบคุมดอนบาสแล้ว พร้อมเจรจายูเครนถ้าฝ่ายตรงข้ามยอมรับ อาวุธไฮเปอร์โซนิกเสริมกำลังทัพ ชี้อียูไม่ใช่คนกลางในความขัดแย้งยูเครน

กองกำลังรัสเซียกำลังรุกคืบตลอดแนวหน้า โดยไม่มีพื้นที่ส่วนใดที่ไม่ได้ดำเนินปฏิบัติการรุก ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวสำนัก AP ระหว่างการพบปะกับหัวหน้าสำนักข่าวนานาชาติในเวที SPIEF

ปูตินระบุว่า รัสเซียได้ควบคุมพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ได้แล้ว 100% และควบคุมพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ได้มากกว่า 85%

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การที่รัสเซียควบคุมภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด ไม่ได้ขัดแย้งกับความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับประเด็นยูเครน

การแก้ไขความขัดแย้งยูเครน

ขณะเดียวกัน ปูตินระบุว่า รัสเซียยังคงพร้อมประนีประนอมในประเด็นความขัดแย้งยูเครน ตามที่เคยตกลงกันไว้ระหว่างการหารือสหรัฐฯ–รัสเซีย ที่เมืองแองเคอเรจเมื่อปีที่แล้ว

ปูตินเสนอว่า ความขัดแย้งยูเครนอาจคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว หากผู้นำยูเครนยอมรับสิ่งที่เคยมีการหารือกันที่แองเคอเรจ

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าสหภาพยุโรปโดยรวม หรือประเทศสมาชิกอียูประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาความขัดแย้งยูเครนได้ เพราะอียูให้ความช่วยเหลือยูเครนโดยตรง จึงไม่อาจถือเป็นฝ่ายเป็นกลางได้

อำนาจการยิงที่เหนือกว่า

ปูตินกล่าวว่า ยูเครนไม่มีอาวุธแบบที่รัสเซียครอบครอง เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกและขีปนาวุธร่อน

ในขณะเดียวกัน ศักยภาพด้านทรัพยากร วิทยาศาสตร์ และกำลังคนของรัสเซียยังคงเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน

ปูตินชี้ว่า รัสเซียยังพัฒนาและนำระบบอาวุธใหม่เข้าประจำการอย่างต่อเนื่อง เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกพิสัยกลาง “โอเรชนิก” (Oreshnik)

เขายืนยันเพิ่มเติมว่า รัสเซียยังไม่เคยใช้งานระบบขีปนาวุธโอเรชนิกในยูเครนแบบปฏิบัติการรบเต็มรูปแบบ การยิงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงการทดสอบ เพื่อประเมินสมรรถนะของระบบและเก็บข้อมูลสำหรับการนำไปใช้งานเต็มรูปแบบในอนาคต

ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียจะเดินหน้าปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีขีดความสามารถสูงอยู่แล้วต่อไป

วิกฤตกำลังพลของยูเครน

ในขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวว่า ในยูเครน ประชาชนทั่วไปถูกไล่จับและกวาดต้อน “เหมือนสุนัขจรจัด” เพื่อบังคับเกณฑ์เข้าสู่กองทัพยูเครน

เขาระบุว่า เมื่อปัญหาขาดแคลนกำลังพลของยูเครนรุนแรงขึ้น ความสูญเสียกำลังพลรายเดือนของยูเครนพุ่งถึง 40,000 นาย พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า มีทหารยูเครนหลบหนีทัพราว 20,000 นายต่อเดือน

ปูตินกล่าวว่า ยูเครนเปิดคดีอาญาเกี่ยวกับการหลบหนีทัพแล้วประมาณ 200,000 คดี และนับตั้งแต่ต้นปีนี้เพียงอย่างเดียว มีทหารยูเครนหลบหนีทัพแล้วราว 60,000 นาย

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top