Friday, 5 June 2026
ปูติน

‘คิม จองอึน’ ยกสัมพันธ์รัสเซียคือสายเลือดพี่น้อง ประกาศจับมือแน่น!!...ขอยืนเคียงข้างปูตินตลอดไป

(12 มิ.ย. 68) สื่อทางการเกาหลีเหนือ KCNA รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ส่งสาส์นแสดงความยินดีถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เนื่องในวันชาติรัสเซีย โดยเรียกปูตินว่า “มิตรและสหายที่รักที่สุด” พร้อมยกย่องความสัมพันธ์ที่หล่อหลอมด้วยเลือดระหว่างทั้งสองชาติ

คิม จองอึน ระบุว่า รัสเซียเป็น “รัฐพี่น้อง” และมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างเปียงยางและมอสโกยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น ภายใต้ความร่วมมือเชิงทหารที่ทั้งสองประเทศได้ต่อสู้ร่วมกันใน “สงครามอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องอธิปไตยของรัสเซีย”

ภายใต้สนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบเบ็ดเสร็จ กองกำลังเกาหลีเหนือได้ถูกส่งไปประจำในแคว้นเคอร์สค์ของรัสเซีย โดยมีบทบาทช่วยขับไล่กองทัพยูเครนออกจากพื้นที่ชายแดน ซึ่งปูตินได้แสดงความขอบคุณและยกย่องทหารเกาหลีเหนือว่า “ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติและความกล้าหาญ”

ในรายงานจากกองทัพรัสเซียเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายพลวาเลรี เกราซิมอฟ ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของกองทัพประชาชนเกาหลีในการปลดปล่อยแคว้นเคอร์สค์ และปูตินกล่าวว่า “ประชาชนรัสเซียจะไม่มีวันลืมวีรกรรมของทหารเกาหลีเหนือ”

ทั้งนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือยืนยันว่าเขาและประเทศจะ “ยืนเคียงข้างปูตินและสหพันธรัฐรัสเซียตลอดไป” สะท้อนถึงแนวโน้มความร่วมมือด้านการทหารและการเมืองระหว่างสองชาติท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อในยูเครน

ทรัมป์รับประกัน! รัสเซียจะไม่บุกยุโรปในยุคตน สวนทาง ‘นาโต’ ที่เร่งจัดสรรงบเตรียมรับศึกใหม่

(27 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมนาโตที่กรุงเฮกเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ว่า รัสเซียจะไม่โจมตีกลุ่มนาโต ตราบใดที่เขายังดำรงตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับว่า รัสเซียอาจต้องการขยายอิทธิพลไปไกลกว่ายูเครนในอนาคต 

แม้จะไม่ปฏิเสธความเสี่ยงจากมอสโก ซึ่งทรัมป์ลดทอนน้ำหนักภัยคุกคามของรัสเซีย โดยระบุว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ไม่ได้ร้ายกาจหรืออันตรายอย่างที่หลายประเทศเชื่อ แต่เป็นแค่คนที่มีมุมมองหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์โลก ซึ่งคำพูดนี้สวนทางกับความกังวลของหลายประเทศในยุโรปที่เริ่มเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ของสงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซียกับนาโต

ท่าทีที่เบาลงของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ระหว่างรัสเซียกับยุโรปเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เพราะไม่นานก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เพิ่งเปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองของยูเครนพบหลักฐานว่ารัสเซียกำลังวางแผนโจมตียุโรปอีกระลอก ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินก็เพิ่งประกาศชัดว่า “ยูเครนทั้งหมดเป็นของรัสเซีย” ยิ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลว่ารัสเซียอาจไม่หยุดแค่ยูเครน

ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสคุกคามที่เพิ่มขึ้น ประเทศสมาชิกนาโตจึงเห็นพ้องร่วมกันในการเพิ่มงบกลาโหม โดยตั้งเป้าให้แต่ละประเทศจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคงอย่างน้อย 5% ของ GDP ภายในปี 2035 ด้านผู้นำใหม่ของนาโต มาร์ค รุตเต้ (Mark Rutte) ยังเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายมีท่าทีสมจริงต่อภัยจากรัสเซียและจีน ขณะที่เยอรมนีก็เตือนว่า รัสเซียอาจทดสอบความเหนียวแน่นของพันธมิตรนาโตนอกเหนือจากยูเครนในเร็ว ๆ นี้

ปูตินดัน ‘ตลาดซื้อขายสินค้าเกษตร BRICS’ เลิกพึ่งตลาดโลก ซื้อขายด้วยเงินท้องถิ่น ตัดวงจรเก็งกำไร

(11 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ประกาศผ่านการประชุมวิดีโอในเวที BRICS Summit 2025 ที่นครรีโอ เดอ จาเนโร เมื่อ 6 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า กำลังผลักดันให้จัดตั้ง “ตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรของ BRICS” หรือเรียกว่า Grain Exchange ซึ่งเน้นซื้อขายธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวโพด และถั่วเหลือง โดยไม่มีพ่อค้าคนกลางหรือนายหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรจากตลาดโลกที่ราคาผันผวนสูง

ปูตินระบุว่า แนวคิดนี้จะช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถตกลงปริมาณและราคาซื้อขายกันโดยตรง เช่น อียิปต์ไม่ต้องพึ่งตลาดซื้อขายโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนอีกต่อไป แต่จะสามารถแลกเปลี่ยนกับประเทศที่มีสินค้าส่วนเกินในเครือข่าย BRICS ได้โดยตรง ส่งผลให้ได้ราคาที่ยุติธรรมและมั่นคงกว่า

ในภาพรวม ปูตินย้ำว่า BRICS ควรสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างกัน พร้อมเผยว่า BRICS ครอบคลุมพื้นที่โลกกว่า 1 ใน 3 และประชากรเกือบครึ่งโลก อีกทั้งมีขนาดเศรษฐกิจถึง 40% ของโลกในเชิงกำลังซื้อ

แม้ไม่มีผู้นำจีนและรัสเซียเข้าร่วมการประชุมด้วยตัวเอง แต่เวทีนี้ยังสะท้อนว่า BRICS กำลังเดินหน้าเชิงโครงสร้างทั้งในมิติการลงทุน เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการเงิน โดยปูตินระบุว่า การเพิ่มการลงทุนข้ามพรมแดนภายในกลุ่มเป็นภารกิจเร่งด่วน และ 'Grain Exchange' คือหนึ่งในก้าวสำคัญที่จะสร้างเศรษฐกิจหลายขั้วที่ยุติธรรม

‘ทรัมป์’ ขู่รัสเซีย ขีดเส้น 50 วันหยุดสงคราม ไม่งั้นเจอภาษี 100% แถมลากชาติอื่นติดร่างแห

(15 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตือนรัสเซียว่าหากไม่ยุติสงครามภายใน 50 วัน สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารัสเซีย 100% พร้อมเตรียมใช้ “ภาษีลูกโซ่” เล่นงานประเทศที่ยังค้าขายน้ำมันกับรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์เผยว่าได้ตกลงกับพันธมิตร NATO ในการจัดส่งอาวุธจำนวนมหาศาล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออท (Patriot) ให้ยูเครน โดยเขาย้ำว่า “ดีลนี้ใหญ่มาก” และอาวุธเหล่านี้จะถูกกระจายไปแนวหน้าอย่างรวดเร็ว

ขณะอยู่ร่วมแถลงข่าวกับเลขาธิการ NATO มาร์ก รุทเต้ (Mark Rutte) ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ทำทีเหมือนจะเจรจาสันติภาพ แต่ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนทุกวัน

ยูเครนเดินเกมถล่มรัว!! ส่งโดรนโจมตีหลายเมืองใหญ่ในรัสเซีย กระทบ 4 สนามบินต้องปิดชั่วคราว เที่ยวบิน 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก

(21 ก.ค. 68) สนามบินใหญ่ในกรุงมอสโก 4 แห่ง ได้แก่ เชเรเมเตียโว (Sheremetyevo), โดโมเดโดโว (Domodedovo), วนูกอวอ (Vnukovo) และซูโคฟสกี (Zhukovsky) ต้องปิดชั่วคราว หลังรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครนอย่างต่อเนื่อง มีโดรนกว่า 230 ลำถูกสกัดทั่วประเทศ รวมถึง 27 ลำเหนือกรุงมอสโก ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก และกว่า 130 ไฟลต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากมอสโก สนามบินในแคว้นคาลูกาทางตะวันตกเฉียงใต้ก็ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าสกัดโดรนได้ 45 ลำในพื้นที่นี้ ขณะที่โดรนจากยูเครนยังถูกสอยในเมืองชายแดนอย่างรอสตอฟ บรียานสก์ และเหนือน่านน้ำทะเลดำ

นอกจากนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนทางอากาศต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในหลายภูมิภาค รวมถึงโดเนตสค์ ซูมี คาร์คิฟ และดนีโปรเปตรอฟสค์ ด้านยูเครนระบุว่าสามารถยิงโดรนของรัสเซียตกได้ 18 จากทั้งหมด 57 ลำในคืนวันเสาร์

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เสนอเปิดการเจรจารอบใหม่กับรัสเซีย พร้อมแสดงความพร้อมพบปูตินแบบตัวต่อตัว ด้านโฆษกเครมลินย้ำว่ารัสเซียยังต้องการสันติภาพ แต่จะไม่หยุดยั้งจนกว่า “เป้าหมาย” จะบรรลุ ขณะที่ทรัมป์ประกาศส่งอาวุธขั้นสูงให้ยูเครน และขู่เก็บภาษีรัสเซียหากไร้ข้อตกลงภายใน 50 วัน

อังกฤษ คว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ หวังสกัดรายได้พลังงานกว่า 8.7 แสนล้านบาท

(22 ก.ค. 68) อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ พร้อมบริษัทเดินเรือและค้าน้ำมัน 2 แห่งในดูไบและรัสเซีย โดยกล่าวว่าเรือเหล่านี้คือ 'กองเรือเงา' ที่ใช้หลบเลี่ยงมาตรการควบคุมราคาน้ำมัน และสร้างรายได้มหาศาลให้รัสเซียกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 876,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ต้นปี 2024

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เดวิด แลมมี (David Lammy) ระบุว่า มาตรการใหม่นี้มุ่ง 'รื้อ' เครือข่ายพลังงานของวลาดิเมียร์ ปูติน และทำให้กองทุนสงครามรัสเซียแห้งเหือด ซึ่งเรือเหล่านี้ส่วนใหญ่จดทะเบียนภายใต้ธงชาติอื่นที่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตร ทำให้ยังสามารถขนน้ำมันไปยังเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาได้ตามปกติ

ขณะที่หลายฝ่ายชี้ว่า แม้ชาติตะวันตกจะเพิ่มแรงกดดัน แต่ในทางปฏิบัติ เรือที่ถูกคว่ำบาตรยังเดินเรืออย่างอิสระ และยังทำธุรกิจกับประเทศนอกค่ายสหรัฐ-อังกฤษได้ต่อเนื่อง การคว่ำบาตรในลักษณะนี้จึงเปรียบได้กับ “คำประกาศฝ่ายเดียว” ที่ไม่มีผลบังคับจริงในเวทีระหว่างประเทศ

ล่าสุด สหภาพยุโรปและอังกฤษเตรียมลดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียจาก 60 ดอลลาร์ เหลือ 47.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หวังบีบรายได้รัสเซียให้เหลือน้อยที่สุด แต่ในโลกความเป็นจริงที่มีหลายขั้วอำนาจ เรือรัสเซียก็ยังคงแล่นต่อไป และน้ำมันยังคงกลายเป็นเงินตราในมือพันธมิตรที่ไม่สนใจเสียงจากลอนดอนหรือวอชิงตัน

‘รัสเซีย-ยูเครน’ ถกสันติภาพรอบ 3 ยังไร้ข้อสรุป แต่เห็นพ้องแลกตัวเชลย-หารือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

(24 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่รัสเซียและยูเครนพบกันอีกครั้งที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) ภายใต้การประสานของสหรัฐฯ เพื่อเจรจายุติสงคราม การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 40 นาที และไม่มีความคืบหน้าในเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเปิดช่องทางพูดคุยแบบไม่เป็นทางการเพิ่มขึ้น และยังพร้อมร่วมมือกันในประเด็นด้านมนุษยธรรม เช่น การแลกเปลี่ยนเชลยและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

ยูเครนย้ำต้องมีการ 'หยุดยิงก่อน' จึงพร้อมหารือสันติภาพ แต่รัสเซียกลับต้องการ “ตกลงเงื่อนไขสันติภาพก่อน” จึงจะยอมหยุดยิง ความขัดแย้งพื้นฐานนี้ทำให้สองฝ่ายยังคงอยู่ห่างไกลจากข้อตกลงใหญ่ และยูเครนยังคงเสนอให้ผู้นำทั้งสองพบกันโดยตรง แต่รัสเซียปฏิเสธ โดยเสนอจัดตั้งคณะทำงานย่อยด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารแทน

อย่างไรก็ตาม มีความคืบหน้าบางประการในประเด็นด้านมนุษยธรรม รัสเซียยอมส่งตัวนักโทษสงครามยูเครน 1,200 คน และศพทหารยูเครนอีก 3,000 นายกลับประเทศ พร้อมเตรียมพิจารณาคืนเด็กยูเครนที่ถูกพาตัวจากดินแดนยึดครอง 339 คน ตามคำร้องขอของยูเครน

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังต่างกันชัดเจน ปูตินยืนยันไม่ยอมเสียเปรียบทางทหารและไม่แลกกับเงื่อนไขสันติภาพ ขณะที่เซเลนสกีระบุจะไม่มีวันยอมจำกัดสิทธิอธิปไตย หรือรับรองการผนวกดินแดนกับรัสเซีย

แม้เจรจายังไร้ผล แต่แรงกดดันจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการยุติสงครามนี้ กลายเป็นแรงผลักให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่กล้าทำให้การพูดคุยล่มอย่างเป็นทางการ เพราะต่างก็ไม่อยากให้ทรัมป์หันไปหนุนฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผยในอนาคต

‘ทรัมป์’ ยอมรับต่อให้คว่ำบาตรรัสเซียอีก ก็มิอาจหยุดปูตินได้ ยืนยันเตรียมส่ง ‘วิทคอฟฟ์’ ผู้แทนพิเศษไปเจรจาสงบศึกถึงเครมลิน

(1 ส.ค. 68)  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เตรียมส่งผู้แทนพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steven Witkoff) ไปยังรัสเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อหารือประเด็นสงครามยูเครน พร้อมยืนยันว่ากำลังวางแผนใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อมอสโก หากยังไม่เห็นท่าทีร่วมเจรจาสันติภาพจากฝ่ายรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวระหว่างงานแถลงที่ทำเนียบขาวว่า รู้สึกโกรธมากต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนล่าสุดของรัสเซียในกรุงเคียฟ โดยใช้คำว่า “น่ารังเกียจ” ซ้ำถึงสองครั้ง และชี้ว่าหากไม่มีความคืบหน้าทางการทูต สหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับตรง ๆ ว่า “ไม่แน่ใจว่าการคว่ำบาตรจะมีผลต่อปูตินหรือไม่” พร้อมเสริมว่า รัสเซียรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องคว่ำบาตร และตัวเขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้มากที่สุด “ผมไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนอะไรได้ไหม แต่เราจะทำ”

ด้านแผนการเดินทางของ 'วิทคอฟฟ์' ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่มีรายงานว่าครั้งล่าสุดที่เขาเยือนรัสเซียคือเมื่อเดือนเมษายน โดยพบกับประธานาธิบดีปูตินที่เครมลิน แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพใด ๆ ได้ ขณะที่สถานการณ์ในยูเครนยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

‘อ.เจษฎา’ เผย!! ‘ปูติน’ จะเสนอขอแลกเปลี่ยนดินแดน เพื่อการหยุดยิง!! ระหว่าง ‘รัสเซีย – ยูเครน’

(9 ส.ค. 68) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

มีข่าวล่าสุด ว่า ปูตินจะเสนอ "ขอแลกเปลี่ยนดินแดน (land swap) เพื่อการหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครน"

โดยข้อเสนอดังกล่าว อาจมีตั้งแต่รวมถึงการให้สหรัฐฯ ยอมรับ "ไครเมีย (Crimea เลข 1 ในภาพประกอบ)" ที่รัสเซียผนวกไปอย่างผิดกฎหมาย ในปี 2014 ว่าเป็นของรัสเซีย 

และ ให้ยูเครน ยอมยกการควบคุมดินแดนบางส่วน ในภูมิภาคอื่น ๆ ที่มอสโกยึดครอง 

ซึ่งตอนนี้ รัสเซียได้ยึดครองบางส่วนของภูมิภาคเคอร์ซอน (Kherson เลข 4), โดเนตสค์ (Donetsk เลข 2), ลูฮานสค์ (Luhansk เลข 3) และซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia เลข 5 )

โดยมีความเป็นไปได้ ที่จะคืนการควบคุมพื้นที่บางส่วน ในซาโปริซเซีย และเคอร์ซอน กลับคืนสู่ยูเครน

ข้อเสนอดังกล่าวนี้ น่าจะอยู่ในแผนการสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่จะมีในการประชุมสุดยอดระหว่าง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน 

ทรัมป์ เชื่อว่า ปูตินเปิดรับการเจรจาสันติภาพ ซึ่งอาจรวมถึงการที่รัสเซียแลกเปลี่ยนดินแดนที่ยึดครองอยู่บางส่วน เพื่อแลกกับการหยุดยิง

ขณะที่จุดยืนของยูเครนนั้น ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้ปฏิเสธข้อเสนอใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยกดินแดนอธิปไตยของยูเครน ให้แก่รัสเซีย ก่อนที่จะมีการหยุดยิง อย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข 

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นจากบางส่วน เช่น นายกเทศมนตรีเมืองเคียฟ วิตาลี คลิทช์โก ที่เคยกล่าวเป็นนัยว่า ยูเครนอาจต้องยอมยกดินแดนชั่วคราว เพื่อสันติภาพ

มีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญมองว่า ยูเครนไม่น่าจะสนใจข้อตกลงแลกเปลี่ยนดินแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการเจรจาที่ไม่มีการมีส่วนร่วมของยูเครนเอง (คือมีแค่สหรัฐคุยกับรัสเซีย)

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยเสนอต่อปูตินเรื่องการหยุดยิงและการยอมรับดินแดนที่รัสเซียยึดครองโดยพฤตินัย ด้วยการเลื่อนสถานะของดินแดนเหล่านั้นออกไป 49 หรือ 99 ปี และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน

ป.ล. บางคนก็บอกว่า ถ้าเป็นไปตามแผนการแลกเปลี่ยนดินแดนนี้ ถือเป็นชัยชนะของปูติน ที่เอากำลังมายึดดินแดนของยูเครนได้สำเร็จ (แม้จะแค่บางส่วน ไม่ใช่ทั้งประเทศ อย่างที่หวัง) 

... แต่บางคนก็บอกว่า ถือเป็นชัยชนะของยูเครน ที่สามารถปกป้องประเทศและอธิปไตยของตัวเองได้ หลังจากสู้รบกับมหาอำนาจทางทหารอันดับ 2 ของโลก มายาวนานกว่า 3 ปี และเสียดินแดนไปเพียงแค่ประมาณ 20 % ของประเทศ

‘คิม จองอึน’ ยกหูหา ‘ปูติน’ คุยกระชับความสัมพันธ์ ย้ำยืนเคียงข้างรัสเซียเสมอ พร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจ

(13 ส.ค. 68) เกาหลีเหนือหนุนรัสเซียเต็มที่ ‘คิม จองอึน’ ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ยืนยันผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ ว่าประเทศของตนจะยึดมั่นในสนธิสัญญาระหว่างเกาหลีเหนือ–รัสเซีย และพร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจของผู้นำรัสเซียอย่างไม่ลังเล ตามรายงานของสำนักข่าว KCNA

ทั้งสองผู้นำได้หารือถึงประเด็นที่สนใจร่วมกัน พร้อมชื่นชมความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดย คิมจองอึน แสดงความขอบคุณ ปูติน ที่ร่วมแสดงความยินดีกับประชาชนเกาหลีเหนือ ในโอกาสครบรอบ 80 ปี การปลดปล่อยคาบสมุทรเกาหลี

คิมจองอึน ระบุว่า ในโอกาสครบรอบ 80 ปีดังกล่าว ชาวเกาหลีเหนือจะรำลึกถึงทหารโซเวียตที่เสียชีวิตเพื่ออิสรภาพของเกาหลี และยกย่องการเสียสละของกองทัพแดงในฐานะตัวอย่างสูงสุดของจิตวิญญาณสากล ขณะที่ปูตินกล่าวขอบคุณการสนับสนุนของเกาหลีเหนือ พร้อมชื่นชมความกล้าหาญและการเสียสละของกองทัพประชาชนเกาหลี

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังขยายตัวในทุกมิติ และตั้งเป้าจะเพิ่มความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top