Friday, 5 June 2026
ปูติน

‘คิมจองอึน’ ส่งข้อความอวยพรวันเกิด ‘ปูติน’ อายุครบ 73 ปี ยกเป็น ‘เพื่อนซี้ที่สนิทที่สุด’

(7 ต.ค. 68) คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ส่งข้อความอวยพรวันเกิดถึงประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน มีอายุครบ 73 ปี พร้อมชื่นชมความเข้มแข็งของระบบการเมืองและอำนาจของชาติรัสเซีย โดยมีการเรียกปูตินว่า “เพื่อนร่วมรบที่ดีที่สุด”

คิมจองอึนระบุว่า ความเป็นพันธมิตรระหว่างเปียงยางและมอสโกจะขยายตัวต่อไปบนพื้นฐานของมิตรภาพอันอบอุ่นและความใกล้ชิด ที่จะช่วยกันสร้าง “ระเบียบโลกพหุขั้วและยุติธรรม” ซึ่งปีที่แล้วคิมจองอึนก็ได้ส่งข้อความอวยพรปูตินเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ คิมยังเผยถึงการพบปะกับปูตินที่ปักกิ่งเมื่อเดือนก่อน ยืนยันสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า “การต่อสู้ที่ยุติธรรม” ของรัสเซียเพื่อปกป้องอธิปไตย และสัญญาจะรักษาสัญญาทวิภาคีระหว่างสองประเทศ พร้อมย้ำว่า เปียงยางและมอสโกจะยืนหยัดเคียงข้างกันเสมอ มิตรภาพนี้เป็น “นิรันดร์และไม่สามารถทำลายได้”

‘ปูติน’ ประกาศ!! รัสเซียคุมเกมรบเหนือยูเครน หลังเข้ายึดดินแดนเพิ่มอีกราว 5,000 ตร.กม.

(8 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวระหว่างการประชุมกับผู้นำกองทัพ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ว่า “กองกำลังรัสเซียยังคงถือครองยุทธศาสตร์เชิงรุกอย่างสมบูรณ์” พร้อมเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 กองทัพรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ของยูเครนได้แล้วเกือบ 5,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 212 ชุมชน ซึ่งถือเป็นการรุกคืบที่ต่อเนื่องในสมรภูมิที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีครึ่ง

ปูตินระบุว่า แม้กองทัพยูเครนพยายามโจมตีเป้าหมายลึกเข้ามาในดินแดนรัสเซีย เพื่อแสดงผลงานต่อชาติตะวันตก แต่สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความได้เปรียบของมอสโก โดยชี้ว่ากองกำลังยูเครนกำลังล่าถอยในหลายแนวรบ ขณะที่กองทัพรัสเซียเดินหน้าควบคุมพื้นที่ในแคว้นซาโปริซเซียและดนีโปรเปตรอฟสก์ได้มากขึ้น

ด้าน พลเอกวาเลรี การาซิมอฟ (Valery Gerasimov) หัวหน้าคณะเสนาธิการทหารรัสเซีย ยืนยันว่า กองทัพยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีจุดยุทธศาสตร์และฐานการผลิตอาวุธของยูเครนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหมในประเทศกำลังเร่งขึ้น เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารให้บรรลุเป้าหมาย “การปลดอาวุธและกำจัดลัทธินาซี” ในยูเครนตามที่เครมลินประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2022

‘ปูติน’ ยอมรับ ‘รัสเซีย’ ยิงขีปนาวุธพลาด ทำเครื่องบินอาเซอร์ไบจานตก ดับ 38 ศพ

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียเป็นต้นเหตุที่ทำให้เครื่องบินโดยสารของสายการบินอาเซอร์ไบจานตกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ 38 คน ถือเป็นครั้งแรกที่มอสโกยอมรับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

ปูตินระบุว่า ขีปนาวุธของรัสเซียถูกยิงขึ้นเพื่อสกัดโดรนของยูเครน แต่เกิดระเบิดใกล้เครื่องบิน Embraer 190 ของอาเซอร์ไบจานซึ่งกำลังจะลงจอดที่เมืองกรอซนี ในแคว้นเชชเนีย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2024 ทำให้เครื่องบินพยายามหันหัวไปลงจอดในคาซัคสถานแต่ตกกลางทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 38 จาก 67 คนบนเครื่อง

โดยผู้นำรัสเซียกล่าวระหว่างการพบกับประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) แห่งอาเซอร์ไบจาน ที่กรุงดูชานเบ ประเทศทาจิกิสถาน ว่าจะลงโทษผู้เกี่ยวข้องและจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่าเป็น “ความผิดพลาดทางเทคนิค” ที่ทำให้ขีปนาวุธระเบิดห่างจากเครื่องบินเพียง 10 เมตร ด้านอาลีเยฟกล่าวขอบคุณรัสเซียที่เปิดเผยข้อเท็จจริงและติดตามคดีด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและบากูที่เคยแน่นแฟ้นเริ่มตึงเครียดหลังเหตุเครื่องบินตก โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุคนเชื้อสายอาเซอร์ไบจานถูกตำรวจรัสเซียจับกุมหลายรายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองผู้นำยืนยันต้องการฟื้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และพลังงานระหว่างสองประเทศให้กลับมาดังเดิม

‘ปูติน’ มอบเอกสารลับของสหภาพโซเวียตให้ ‘ทรัมป์’ หวังคลี่คลายปริศนาการลอบสังหาร ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’

(15 ต.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันเปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตอเล็กซานเดอร์ ดาร์ชีเยฟ (Alexander Darchiev) ได้ส่งมอบจดหมายจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมเอกสารลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย เกี่ยวกับการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อปี 1963 โดยมีการส่งมอบผ่านนางแอนนา พอลินา ลูนา (Anna Paulina Luna) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา

เอกสารดังกล่าวอ้างอิงจากบันทึกลับของสหภาพโซเวียต ซึ่งบางส่วนเคยถูกมอบให้สหรัฐฯ ตั้งแต่สมัยที่ อนาโตลี มิคอยาน (Anastas Mikoyan) ประธานสภาระดับสูงแห่งโซเวียต ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีศพของเคนเนดี โดยรัสเซียระบุว่าการเปิดเผยครั้งนี้เป็นไปตามความตกลงของผู้ถือสิทธิ์ในเอกสาร และมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการสืบสวนเพิ่มเติมตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้สัญญากับประชาชนอเมริกัน

ด้านนางลูนาได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า เธอได้รับรายงานต้นฉบับจากเอกอัครราชทูตรัสเซียแล้ว และทีมผู้เชี่ยวชาญกำลังเร่งแปลและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนจะเผยแพร่สู่สาธารณะโดยเร็ว โดยระบุว่า “นี่คือเอกสารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมหาศาล”

‘ทรัมป์’ เผยหลังโทรคุย ‘ปูติน’ 2 ชม. คืบหน้ามาก เตรียมนัดหารือสันติภาพที่ฮังการี ภายใน 2 สัปดาห์

(17 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นเวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามยูเครน โดยระบุผ่าน Truth Social ว่า “การสนทนาเป็นไปอย่างยาวนานแต่มีความคืบหน้า” พร้อมประกาศว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจัดการหารือระดับสูงร่วมกันในสัปดาห์หน้า

ทรัมป์กล่าวว่าการพูดคุยครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญสู่สันติภาพ” และประกาศเตรียมพบปะปูตินแบบตัวต่อตัวที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหาข้อสรุปในการยุติ 'สงครามรัสเซีย-ยูเครน' ที่ยืดเยื้อกว่า 2 ปี ขณะเดียวกัน เขายังยืนยันว่าจะพบกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (17 ต.ค.) เพื่อสรุปผลการพูดคุยกับรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยบอกเป็นนัยว่าอาจส่งขีปนาวุธ 'โทมาฮอว์ก' ให้ยูเครน ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 2,500 กิโลเมตร จนรัสเซียออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯ ทำเช่นนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ “จะเสียหายและไม่อาจกู้คืนได้” นอกจากนี้ทรัมป์ยังอ้างว่าได้ขอให้อินเดียระงับการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อมอสโก

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการพบกันระหว่างทรัมป์กับปูตินในบูดาเปสต์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามยูเครน แม้ยูเครนยังไม่ชัดว่าจะเข้าร่วมโต๊ะเจรจาด้วยหรือไม่ แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าทรัมป์ต้องการใช้บทบาท 'ผู้สร้างสันติภาพ' ต่อเนื่องจากความสำเร็จในการหยุดยิงระหว่างอิสราเอล–ฮามาสในตะวันออกกลาง

‘ทรัมป์’ ขอเวลาคิดก่อนตัดสินใจ ‘คว่ำบาตรรัสเซีย’ เหตุกำลังเตรียมพบ ‘ปูติน’ หวังยุติสงครามยูเครน

(17 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมว่า ขณะนี้อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกระทบต่อความพยายามทางการทูตที่เขากำลังดำเนินอยู่ เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ทรัมป์ระบุว่า ตน “ไม่ได้คัดค้าน” มาตรการคว่ำบาตร แต่ขอให้รอช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยจะหารือกับสภาคองเกรสก่อนตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เขาย้ำว่ากำลังเตรียมจัดการพบปะกับปูตินที่ประเทศฮังการีภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามยูเครน

ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังรอการอนุมัติจากทรัมป์ในร่างกฎหมายใหม่ ที่เสนอให้เก็บภาษีในอัตราสูงกับประเทศที่ยังคงนำเข้าพลังงานและสินค้าอื่นจากรัสเซีย เพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อมอสโก แต่แหล่งข่าวเผยว่า พรรครีพับลิกันยังไม่ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม รายงานจากแหล่งข่าวในวอชิงตันระบุว่า ทีมงานของทรัมป์เริ่มศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว และมีการเสนอแก้ไขเชิงเทคนิคบางส่วน ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายบริหารอาจยังไม่ปิดโอกาสในการใช้มาตรการคว่ำบาตรในอนาคต เพียงแต่ต้องรอ “จังหวะทางการเมือง” ที่เหมาะสมก่อนเท่านั้น

ปูติน มาเซอร์ไพรส์!! ปรากฏตัว!! งานฉลอง 20 ปี RT โรงละคร Bolshoi Theatre สื่อไทย!! ร่วมทำข่าวใกล้ชิด ผู้นำรัสเซีย ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง

(18 ต.ค. 68) ธันย์ชนก จงยศยิ่ง บรรณาธิการบริหาร TNN Online และผู้ประกาศข่าว TNN World Today ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

Another mission complete!!

ได้พบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียค่ะ ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง ในโรงละครชื่อดังก้องโลกอย่าง Bolshoi Theatre

งานนี้ RT อุบเงียบมาก แต่บรรยากาศ security งานในก็ไม่ปกติแต่แรก เข้มงวดสุดๆ ถนนรอบๆ เต็มไปด้วยทหาร งานเริ่มหนึ่งทุ่ม แต่เราต้องไปตั้งแต่สี่โมงกว่าสำหรับ security clearance

ตามคำบอกเล่า การก่อตั้ง RT มาจากแนวคิดของปูตินค่ะ ที่ต้องการให้รัสเซียได้เผยแพร่ narrative และมุมมองของรัสเซียออกสู่ชาวโลก...จากวันนั้น จนถึงวันนี้ RT อายุครบ 20 ปี ปูตินเลยมาเปิดงานฉลองเซอร์ไพรส์แขกที่มาจากทั่วโลกซะหน่อย

สำหรับมิก ที่บอกว่า mission complete...นั่นก็เป็นเพราะว่า ตั้งแต่ทำสื่อมา 20 ปี ได้เจอทั้ง ผู้นำ และรัฐมนตรี หลายชาติมหาอำนาจไปแล้ว...ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มิกยังได้เจอใกล้ๆ 3 ครั้ง แต่ปูตินนี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอ เพราะเป็นตัวละครลับมากของโลก

วันนี้ได้เจอ ก็คือมึนนิดนึง RT ทำถึงจริงๆ แล้วยังแปลงใจกลางมอสโก เป็นเมืองแห่ง RT แม้กระทั่งหน้าเครมลิน และโรงละคร Bolshoi ยังมีสัญลักษณ์ RT20!!

ในงานนี้ ท่านทูตไทย ยังพามิกกับปุ้ยไปแนะนำกับ Andrey Rudenko รมช. ต่างประเทศของรัสเซียด้วย ท่านบอกว่ามาไทยแล้วหลายครั้ง ท่านทูตไทยบอกกับมิกว่า ปูตินไม่ค่อยออกงานนะ นี่น่าจะพิเศษจริงๆ ถึงมางานนี้ค่ะ

‘ปูติน’ ประกาศทดสอบสำเร็จ ‘บูเรเวสต์นิก’ ขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์ เจาะทะลวงระบบป้องกันได้ ‘ทุกชนิด’ ท้าทายระบบเทคโนโลยี ‘สหรัฐฯ–นาโต’

(28 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ว่า รัสเซียทดสอบขีปนาวุธร่อน บูเรเวสต์นิก (Burevestnik 9M730 ) สำเร็จ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์และถูกอ้างว่าสามารถเจาะแนวป้องกันขีปนาวุธได้ทุกชนิด โดยมอสโกเตรียมผลักดันให้อาวุธชนิดนี้ประจำการในกองทัพ ขณะที่การทดสอบครั้งล่าสุดเกิดขึ้นควบคู่กับการซ้อมรบนิวเคลียร์เมื่อสัปดาห์ก่อน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดรัสเซียระบุว่าการทดสอบเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ขีปนาวุธบินได้ไกลราว 14,000 กิโลเมตรและคงอยู่ในอากาศประมาณ 15 ชั่วโมง ส่วนองค์การของนาโตเรียกขีปนาวุธรุ่นนี้ว่า SSC-X-9 Skyfall ซึ่งรัสเซียกล่าวถึงความพิเศษคือพิสัยแทบไม่จำกัดและเส้นทางการบินที่คาดเดายาก จึงยากต่อการสกัดโดยระบบป้องกันปัจจุบัน

ขีปนาวุธชนิดนี้ถูกนำเสนอครั้งแรกในปี 2018 โดยปูตินบอกว่าเป็นคำตอบต่อการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ เรื่องระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธและการขยายพันธมิตรของนาโต ปูตินยังอ้างว่าในอดีตผู้เชี่ยวชาญเคยคิดว่าขีปนาวุธเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ แต่การทดสอบครั้งล่าสุดได้พิสูจน์ข้อกล่าวอ้างนั้น ขณะเดียวกันรัสเซียก็ดำเนินการซ้อมยิงขีปนาวุธข้ามทวีปและขีปนาวุธร่อนรุ่นอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย

การประกาศดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์ไปยังตะวันตกและอาจบีบให้นาโตต้องทบทวนมาตรการป้องกัน ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ออกความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่ารัสเซียยังคงยืนยันบทบาทคู่แข่งทางทหารระดับโลก และอาจทำให้ความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์กับตะวันตกทวีความรุนแรงขึ้นหากการตอบโต้แสดงออกเป็นมาตรการจริงจังต่อกัน


 

ปัดส่ง ‘โทมาฮอว์ก’ ให้ยูเครน หลัง ‘ปูติน’ เตือนพร้อมตอบโต้รุนแรง ย้ำยังตั้งเป้ายุติความขัดแย้ง และรักษาสมดุลรัสเซีย–ยูเครน

(3 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาส่งขีปนาวุธ “โทมาฮอว์ก” ให้ยูเครน โดยกล่าวสั้น ๆ กับผู้สื่อข่าวว่า “ยังไม่คิดจะทำเช่นนั้น” หลังถูกถามถึงท่าทีของรัฐบาลต่อการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารให้กับยูเครน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกคำเตือนว่า หากมีการโจมตีรัสเซียด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์ก การตอบโต้ของรัสเซียจะ “รุนแรงและน่าตกตะลึง” พร้อมระบุว่าการถกเถียงเรื่องการส่งขีปนาวุธดังกล่าวเป็น “การยั่วยุให้สถานการณ์บานปลาย”

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CBS ว่ายังคงเชื่อว่าจะสามารถยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนได้ภายในไม่กี่เดือน ส่วนรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ย้ำว่าสหรัฐฯ ยังพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์กับทั้งรัสเซียและยูเครน เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งอย่างสันติ

ทรัมป์ยก ‘ปูติน–สี จิ้นผิง’ เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งและฉลาด ชี้ไม่ใช่คนที่ควรเล่นด้วย ต้องให้ความเคารพทางการเมือง เตรียมหารือเรื่องการลดอาวุธนิวเคลียร์

(4 พ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CBS โดยกล่าวถึง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ว่าเป็น “ผู้นำที่ฉลาดและแข็งแกร่ง” พร้อมระบุว่า “ทั้งสองไม่ใช่คนที่ควรเล่นด้วย พวกเขาเป็นผู้นำที่จริงจัง ต้องให้ความเคารพอย่างมาก.”

ทรัมป์เปิดเผยว่าได้หารือกับทั้งปูติน และสีจิ้นผิงเกี่ยวกับแนวทาง “การลดอาวุธนิวเคลียร์” โดยย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องหาทางแก้ปัญหาร่วมกันในประเด็นนี้ เพื่อป้องกันความตึงเครียดที่อาจลุกลามในระดับโลก เขายังปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าสหรัฐฯ อาจทำสงครามกับเวเนซุเอลา โดยยืนยันว่า “ไม่น่าจะเกิดขึ้น” แต่ยอมรับว่ามีความไม่พอใจต่อท่าทีของรัฐบาลเวเนซุเอลาในเรื่องยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่ายังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังสหรัฐฯ ไปยังไนจีเรีย เพื่อ “กวาดล้างผู้ก่อการร้ายอิสลาม” พร้อมขู่ระงับความช่วยเหลือทุกประเภทหากการสังหารชาวคริสต์ยังคงดำเนินต่อไป โดยกล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า “พวกเขาฆ่าชาวคริสต์เป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

สำหรับถ้อยแถลงของทรัมป์ครั้ง นี้สะท้อนท่าทีที่แข็งกร้าวและเน้นภาพ “ผู้นำโลกที่ต้องจริงจังต่อกัน” ซึ่งต่างจากสำนวนการทูตแบบดั้งเดิม ทั้งยังตอกย้ำแนวคิดการต่างประเทศของเขาที่เน้นการใช้พลังอำนาจและการป้องกันผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นหลัก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top