Friday, 5 June 2026
ปูติน

ชี้ความเสี่ยงสูง–ไม่เคยมีมาก่อน ยอมรับไม่พอใจ ‘อียู’ ไร้น้ำใจตอบแทน พร้อมเสนอออกเงินกู้แทนแผนเดิม หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ‘ยูโรโซน’

(6 ธ.ค. 68) เบลเยียมออกมาคัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ต้องการนำทรัพย์สินของรัสเซียมาใช้สนับสนุนยูเครน โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ มักซิม เพรวอต (Maxime Prevot) ระบุว่าทางเลือกนี้มีความเสี่ยงสูงมากและไม่เคยมีประเทศใดดำเนินการมาก่อน ทำให้เบลเยียมไม่อาจเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

เพรวอต กล่าวว่าเบลเยียมถูกขอให้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการใช้ทรัพย์สินรัสเซีย แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือหรือการสนับสนุนในระดับเดียวกันจากประเทศสมาชิกอื่นของสหภาพยุโรป เขาย้ำว่าปัญหานี้หาทางออกที่มั่นคงไม่ได้มานานหลายเดือนแล้ว สะท้อนว่าแนวทางที่เสนอมีจุดอ่อนอย่างมาก

เบลเยียมจึงยังคงผลักดันทางเลือกอื่น โดยเสนอให้สหภาพยุโรปออกเงินกู้จากตลาดทุนแทนการนำทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดไปใช้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าทรัพย์สินรัสเซียที่เกี่ยวข้องมีมูลค่าราว 140,000 ล้านยูโร ซึ่งถูกแช่แข็งหลังการเริ่มปฏิบัติการทหารในยูเครนปี 2022

ขณะนี้ กว่า 200,000 ล้านยูโรของทรัพย์สินรัสเซียถูกเก็บไว้ในบัญชีต่าง ๆ ของยุโรป โดยส่วนใหญ่อยู่ที่สถาบันการเงิน Euroclear ในเบลเยียม ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่าหากยุโรปริบทรัพย์สินเหล่านี้จะถือเป็นการ “ขโมยทรัพย์สิน” และจะทำลายความเชื่อมั่นในยูโรโซนอย่างรุนแรง


ที่มา : Sputnik

 

รัสเซีย GDP ชะลอตัวตามที่คาดไว้ คุมอัตราเงินเฟ้อไม่เกิน 6% ย้ำเป็นไปตามเป้าของรัฐบาล เตรียมปูทางให้กลับมามั่นคงกว่าเดิม

(9 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซียในปีนี้เข้าสู่ช่วงชะลอตัวตามที่ประเมินไว้ โดยสอดคล้องกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ลดลง พร้อมประเมินว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตลอดปีจะขยายตัวได้ราว 1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ใกล้เคียงหรือไม่เกิน 6% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล

ปูตินกล่าวในที่ประชุมสภาว่าด้วยการพัฒนายุทธศาสตร์และโครงการระดับชาติว่า ขณะนี้รัสเซียมีเงื่อนไขและโอกาสที่จะกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้มากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยังคงรักษาระดับการว่างงานให้อยู่ในระดับต่ำ พร้อมสั่งการให้เร่งเดินหน้าแผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจโดยทันที เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกประเทศ

ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียยอมรับด้วยว่า ความท้าทายจากปัจจัยภายนอกยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประชากรของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องอัตราการเกิดและแนวโน้มจำนวนประชากรในระยะยาว พร้อมย้ำว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซียคือการ “รักษาและเพิ่มจำนวนประชากร” ซึ่งรัฐบาลจะต้องวางนโยบายด้านสังคม เศรษฐกิจ และครอบครัวให้สอดรับกับโจทย์นี้อย่างจริงจัง


ที่มา : Sputnik

ภายในปี 2026–2027 หลัง ‘ซูบียันโต’ เข้าพบผู้นำรัสเซีย ที่กรุงมอสโก เพื่อกระชับความร่วมมือ ทั้งเรื่องพลังงาน–เกษตร–ความมั่นคง

(11 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูบียันโต ของอินโดนีเซีย ให้เดินทางเยือนกรุงจาการ์ตาในปี 2026–2027 โดยทั้งสองผู้นำพบปะกันที่กรุงมอสโก ซึ่งผู้นำรัสเซียกล่าวขอบคุณและยืนยันว่าจะเดินทางไปเยือนด้วยความยินดี พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในอินโดนีเซีย

การหารือครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่างรัสเซียและอินโดนีเซีย โดยปูตินระบุว่าทั้งสองประเทศมีแผนพัฒนาความสัมพันธ์ในหลายด้าน รวมถึงพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งรัสเซียพร้อมสนับสนุนหากอินโดนีเซียเห็นว่าเหมาะสม

ในด้านเกษตรกรรม ปูตินเผยว่าจะหารือประเด็นการส่งออกข้าวสาลีให้จาการ์ตาเพิ่มเติม แม้ปัจจุบันรัสเซียมีดุลเกินดุลทางการค้าในภาคเกษตรกับอินโดนีเซียอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่าทั้งสองฝ่ายสามารถขยายความร่วมมือด้านเกษตรได้อีกมากในอนาคต

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยรัสเซียมองว่าอินโดนีเซียเป็นพันธมิตรสำคัญและมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีซูบียันโตระบุว่าการเยือนรัสเซียครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเชิงลึกและแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจนระหว่างสองประเทศ


ที่มา : Sputnik
 

สหรัฐฯ ควรรีบฟื้นสัมพันธ์กับรัสเซีย เพราะมีความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์ คาดเห็นการเจรจาแบบตัวต่อตัวเพิ่มขึ้น หวังร่วมมือเศรษฐกิจ ‘สหรัฐฯ–รัสเซีย’ ในอนาคต

(14 ธ.ค. 68) จอร์จ ปาปาโดปูลอส อดีตที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยชี้ว่ารัสเซียเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์โลก และการเจรจาระหว่างสองประเทศจะมีความจำเป็นมากขึ้นในอนาคตเช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยผ่อนคลายท่าทีต่อซีเรีย

เขากล่าวว่า แนวโน้มการพบปะพูดคุยแบบตัวต่อตัวระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ| ชีวประวัติและข้อเท็จจริง

รายงานระบุว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้พบกับสตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 5 ชั่วโมง ครอบคลุมข้อเสนอแผนสันติภาพยูเครน และโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคตของทั้งสองประเทศ


ที่มา : Sputnik

ร้อนก่อนเจรจา! รัสเซียชี้ยูเครนบ่อนทำลาย โดรน 91 ลำโจมตีพำนัก 'ปูติน' นักวิเคราะห์ย้ำ 'โจรสงคราม' ชี้เจรจาเป็นไปไม่ได้

(31 ธ.ค. 68) นักวิเคราะห์การทหาร 'อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ' แสดงความคิดเห็นผ่านสำนักข่าว Sputnik ต่อเหตุการณ์โดรน 91 ลำโจมตีที่พำนักของ 'ปูติน' ในแคว้นโนฟโกรอดเมื่อคืนวันอาทิตย์ ชี้ว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการถอนกำลัง เพื่อบ่อนทำลายกระบวนการเจรจาสงบสุขบริเวณชายแดน

'สเตปานอฟ' ระบุว่า ความพยายามนี้ทำให้รัฐบาลเคียฟถูกมองว่าเป็น "อาชญากรสงคราม" และผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ควบคุมประชาชนหรือดินแดนดังกล่าว พร้อมย้ำว่า "การเจรจากับผู้กระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่สอดคล้องกับกรอบบรรทัดฐานใดๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"

นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การลดระดับความร่วมมือทางทหารและเทคนิค รวมถึงความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน โดยเฉพาะในระบบนำร่องและระบบชี้เป้า รวมถึงอาจทำให้ระบบ Starlink ที่กองทัพยูเครนนำมาใช้ "ตาบอด" ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ในมุมมองของรัสเซีย เหตุโจมตีครั้งนี้อาจนำไปสู่การจัดประเภทผู้ที่รับผิดชอบใหม่ในฐานะ "ผู้ก่อการร้าย" และอาจกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกจับกุมหรือกำจัดในอนาคต สะท้อนความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นในการสู้รบระหว่างสองฝ่าย

ที่มา : Sputnik

มอสโกยืนกราน!! ปูตินลั่นไม่ยอมรับการบีบคิวบาเพิ่ม ชี้สถานการณ์คว่ำบาตรกำลังตึง ย้ำรัสเซียไม่ทนแรงกดดันใหม่ สัมพันธ์สองชาติแน่นแฟ้นขึ้น

(19 ก.พ. 69) ประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ของรัสเซีย ประกาศว่ารัสเซียมองว่า "ข้อจำกัดใหม่" ต่อคิวบาเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้" โดยกล่าวขณะพบกับนาย 'บรูโน โรดริเกซ ปาร์ริยา' รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบาเมื่อวันพุธ

'ปูติน' ระบุว่า "ขณะนี้เราอยู่ในช่วงเวลาพิเศษ มีมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ๆ เกิดขึ้น คุณก็รู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ เราจะไม่ยอมรับอะไรทำนองนี้อย่างเด็ดขาด" และเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและคิวบากำลังพัฒนาไปในทิศทางบวก

ด้านนาย 'บรูโน โรดริเกซ ปาร์ริยา' ขอบคุณรัสเซียสำหรับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัฐบาลรัสเซีย ท่ามกลางความเข้มงวดของ "มาตรการปิดล้อม" และแรงกดดันด้านพลังงานซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนคิวบา

โดยระบุว่า "ผมขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อท่าน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และรัฐบาลรัสเซีย รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ สำหรับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัสเซียที่แสดงออกมา ท่ามกลางการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการปิดล้อมต่อคิวบา และแรงกดดันด้านพลังงาน ซึ่งกำลังก่อให้เกิดความทุกข์ยากแก่ประชาชนของเรา และสร้างเงื่อนไขที่ยากลำบากอย่างมากต่อเศรษฐกิจของเรา"

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและตะวันตกที่มีต่อคิวบา ซึ่งต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่รุนแรงต่อประชาชนบนเกาะคิวบา

ที่มา : Sputnik

ดราม่ามิวนิกเดือด!! เวทีความมั่นคงกลายเป็นเวทีปะทะ ‘เซเลนสกี’ แซะ “ออร์บานพุงโต” เครมลินถือโอกาสชูมารยาท ‘ปูติน’ หลัง ‘เซเลนสกี’ เปิดศึกวาจาออร์บานที่มิวนิก

(23 ก.พ. 69) ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินของรัสเซีย ชี้แจงว่าประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' มักทำตัวอยู่ในกรอบความเหมาะสม ไม่ได้ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นหรือก้าวร้าวต่อผู้นำประเทศอื่น

การแถลงนี้มีขึ้นในการออกอากาศรายการ "Moscow. Kremlin. Putin" เมื่อวันอาทิตย์ โดยเปสคอฟถูกสอบถามถึงถ้อยคำที่ 'โวโลดีมีร์ เซเลนสกี' ประธานาธิบดียูเครนใช้กับสื่อมวลชน ซึ่งมีลักษณะเชิงดูหมิ่น

สัปดาห์ก่อนหน้านี้ 'เซเลนสกี' กล่าวพาดพิงและดูถูกนายกรัฐมนตรีฮังการี 'วิกตอร์ ออร์บาน' ว่า "กำลังทำให้พุงใหญ่ขึ้น ไม่ใช่ทำให้กองทัพแข็งแกร่งขึ้น" ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง 'ออร์บาน' ตอบโต้โดยย้ำว่ากับถ้อยคำลักษณะนี้ 'ยูเครน' จะไม่สามารถเข้าร่วมสหภาพยุโรปได้

เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดและความขัดแย้งที่ยังไม่คลี่คลายระหว่างผู้นำระดับโลกในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศปัจจุบัน

ที่มา : Sputnik

รัสเซียรุกตลาดพลังงานใหม่ ปูตินย้ำบทบาทผู้จัดหาเชื่อถือได้ ราคาน้ำมัน-ก๊าซพุ่งเพราะฮอร์มุซปิด 90% ส่งออกไปจีน-อินเดียเป็นหลัก โอกาสขยายตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

(11 มี.ค. 69) วลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย เน้นย้ำความจำเป็นที่รัสเซียต้องมุ่งไปยังตลาดพลังงานใหม่ เพื่อสร้างฐานและบทบาทสำคัญในภูมิภาคเหล่านั้น ขณะเดียวกันราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกก็ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

สตานิสลาฟ มิตรัคโควิช ผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียกล่าวกับสำนักข่าวสปุตนิกว่า "ในอนาคต สิ่งนี้จะกลายเป็นทั้งจุดยุทธศาสตร์และจุดทางจิตวิทยาที่สำคัญสำหรับบรรดาประเทศคู่ค้าของเรา ที่จะได้เห็นว่าพวกเขาสามารถปิดดีลทางธุรกิจกับเราได้" ปูตินยังยืนยันว่ารัสเซียเป็น "ผู้จัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้" และเตือนถึงความพยายามที่จะก่อความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคพลังงานโลก

มิตรัคโควิช ระบุว่าน้ำมันราว 90% ของรัสเซียถูกส่งออกไปยังจีนและอินเดีย ขณะที่จีนยังคงเป็นผู้ซื้อก๊าซรายใหญ่ที่สุด หากยุโรปจะกลับมานำเข้าพลังงานรัสเซีย ต้องมี "แรงกระแทกทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่" ในยุโรปก่อน นอกจากนี้ รัสเซียยังมีโอกาสขยายตลาดก๊าซธรรมชาติเหลวไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น ไทยและเวียดนาม

เขาคาดว่า อาจเกิด "การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนและเป็นการชั่วคราว" แม้สหรัฐฯ ยังตั้งเป้าขับรัสเซียออกจากตลาดพลังงานโลก และถ้าความขัดแย้งกับอิหร่านลุกลาม สหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องยอมรับอิทธิพลพลังงานของรัสเซียในพื้นที่มากขึ้น

ที่มา : Sputnik

ขีปนาวุธที่โลกต้องจับตา!! ‘ปูติน’ อวด “Sarmat ICBM” ขีปนาวุธทรงพลังสุดโลก ชี้หัวรบแรงกว่าตะวันตก 4 เท่า เจาะทุกระบบป้องกัน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่า ขีปนาวุธข้ามทวีป ซาร์มัต (Sarmat ICBM) เป็น “ขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก” โดยกล่าวว่า อานุภาพของหัวรบมีมากกว่าขีปนาวุธตะวันตกที่ทรงพลังที่สุด “มากกว่า 4 เท่า”

หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของซาร์มัต คือการติดตั้งหัวรบแบบ MIRV หรือหัวรบแยกเป้าหมายได้หลายหัว โดยแต่ละหัวรบสามารถโจมตีเป้าหมายที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระ

ยูรี คนูตอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและประวัติศาสตร์ระบบป้องกันภัยทางอากาศ กล่าวว่า
“ความพิเศษของขีปนาวุธรุ่นนี้อยู่ที่การติดตั้งหัวรบแบบหลายหัวรบอิสระ ซึ่งแต่ละส่วนมีระบบนำวิถีของตนเอง และสามารถโจมตีเป้าหมายตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้”

เขาระบุเพิ่มเติมว่า ขีปนาวุธดังกล่าวยังสามารถบรรทุกหัวรบในยานร่อนความเร็วเหนือเสียง อวานการ์ด (Avangard) ซึ่งเดินทางด้วยความเร็วระดับ มัค 26 และสามารถเปลี่ยนทิศทางเพื่อหลบหลีกมาตรการสกัดกั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งเป้าลวงและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำให้ระบบป้องกันขีปนาวุธของฝ่ายตรงข้ามรับมือได้ยากขึ้น

ปูตินกล่าวเสริมว่า ซาร์มัตสามารถส่งหัวรบได้ไม่เพียงตามวิถีแบบขีปนาวุธทั่วไป แต่ยังสามารถใช้วิถีแบบ กึ่งวงโคจร (suborbital trajectory) ได้ด้วย ทำให้สามารถโจมตีจากทิศทางที่คาดไม่ถึง ในระยะไกลกว่า 35,000 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มความแม่นยำในการโจมตี

คนูตอฟกล่าวว่า คุณสมบัตินี้ทำให้ขีปนาวุธดังกล่าวสกัดกั้นได้ยากมาก ต่างจากขีปนาวุธข้ามทวีปทั่วไปที่มีเส้นทางบินค่อนข้างคาดการณ์ได้ ซาร์มัตอาจบินเข้าโจมตีสหรัฐฯ ผ่านขั้วโลกใต้และเม็กซิโก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แทบไม่มีระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าหรือระบบป้องกันขีปนาวุธครอบคลุม

“ไม่มีระบบป้องกันขีปนาวุธใดในปัจจุบัน หรือในอนาคตอันใกล้ ที่สามารถสกัดกั้นมันได้” เขากล่าว

ปูตินระบุว่า ซาร์มัตถูกออกแบบมาเพื่อเจาะทะลุ “ระบบป้องกันขีปนาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต”

คนูตอฟยังให้ความเห็นว่า แม้แต่โครงการโล่ป้องกันขีปนาวุธ Golden Dome ที่สหรัฐฯ วางแผนไว้ ก็อาจไร้ประสิทธิภาพเมื่อต้องเผชิญกับหัวรบที่ใช้วิถีกึ่งวงโคจรและมีความสามารถในการร่อนหลบหลีกด้วยความเร็วเหนือเสียง

ที่มา : Sputnik

‘ปูติน’ เยือนจีน!! เปิดฉากความร่วมมือรอบด้าน รัสเซีย–จีน ยกระดับสัมพันธ์ไร้ขีดจำกัด ‘ปูติน’ ชูความไว้ใจ ความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ชี้ศักยภาพความร่วมมือยังไร้ขีดจำกัด

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์รอบด้านระหว่างสองประเทศ และปลดล็อกศักยภาพที่แทบไร้ขีดจำกัดของความร่วมมือรัสเซีย–จีน

ปูตินกล่าวว่า “ปัจจุบัน ความสัมพันธ์รัสเซีย–จีนได้ก้าวขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแท้จริง ลักษณะพิเศษของความสัมพันธ์นี้สะท้อนผ่านบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความมุ่งมั่นในการดำเนินความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและเป็นธรรม การเจรจาด้วยความเคารพ และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักของทั้งสองประเทศ รวมถึงการปกป้องอธิปไตยและเอกภาพแห่งรัฐ”

ประธานาธิบดีรัสเซียย้ำว่า “การค้าระหว่างรัสเซียกับจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้ทะลุระดับ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปนานแล้ว ขณะที่การชำระเงินระหว่างกันในปัจจุบันดำเนินการเกือบทั้งหมดด้วยสกุลเงินรูเบิลและหยวน”

รัสเซียมีความสนใจที่จะทำให้ประชาชนของจีนและรัสเซียใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน และเปิดรับสิ่งดีงามจากขนบธรรมเนียมและมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของทั้งสองประเทศ
ปูตินกล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยเหตุนี้ เราจึงยินดีต่อการริเริ่มระบบยกเว้นวีซ่าระหว่างกันของสองประเทศ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกต่อการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงเปิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการสื่อสารและการติดต่อระหว่างประชาชนรัสเซียและจีน”

เขายังเน้นย้ำว่า รัสเซียและจีนสนับสนุนความร่วมมือเชิงรุกผ่านองค์การสหประชาชาติ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ กลุ่ม BRICS และกลไกพหุภาคีอื่น ๆ โดยมีส่วนสำคัญในการแก้ไขความท้าทายเร่งด่วนทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top