Friday, 5 June 2026
ปตท

ปตท. คว้า 3 รางวัล!! Best CEO, Best CFO และ Best IR เวที IAA Awards for Listed Companies 2025 จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ยกย่องการบริหารงานในอุตสาหกรรมเป็นเลิศ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลาง) พร้อมด้วยนางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (ขวา) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) รับรางวัลซีอีโอยอดเยี่ยม (Best CEO) และ รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยม (Best CFO) ตามลำดับ 

นอกจากนี้ ปตท. รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best IR) ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียม จากงาน IAA Awards for Listed Companies 2025 จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association) ณ Eastin Grand Hotel Phayathai 

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลโหวตของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพโดดเด่น มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานในอุตสาหกรรมของตนที่เป็นเลิศ นำองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วน และตรงประเด็นแก่นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนอย่างสม่ำเสมอ

ปตท. ส่งความช่วยเหลือ เปิดศูนย์อำนวยการ สถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ พร้อมดูแลความมั่นคงพลังงาน บริหารจัดการให้เกิดความมั่นคง

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เร่งส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เปิด “ศูนย์อำนวยการสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ กลุ่ม ปตท.” เพื่อติดตามสถานการณ์ ผลกระทบต่อโครงสร้างพลังงานในพื้นที่ ให้เกิดการทำงานภายในกลุ่ม ปตท. อย่างบูรณาการ บริหารจัดการพลังงานให้เกิดความมั่นคง

พร้อมกับส่งหน่วยปฏิบัติการ PTT Group SEALs ผนึกกำลังร่วมกับส่วนปฏิบัติการระบบท่อเขต 7 ปตท. เข้าบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยนำเรือเข้าพื้นที่ เพื่อส่งมอบถุงยังชีพและให้ความช่วยเหลือในการอพยพ

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังส่งมอบความช่วยเหลือผ่านหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยจัดเตรียมถุงยังชีพกว่า 12,000 ชุด 
น้ำดื่มกว่า 27,000 ขวด เรือพายพลาสติก และเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็นอื่น ๆ ปัจจุบันส่งมอบถุงยังชีพไปแล้วจำนวน 7,000 ถุง รวมถึงข้าวกล่องและน้ำดื่ม พร้อมเร่งส่งมอบก๊าซหุงต้มให้ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสนับสนุนน้ำมันดีเซลให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) 

ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ ‘หาดใหญ่–สงขลา’ ตรวจเช็ก-ถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี!! และซ่อมแซมถัง-เตาก๊าซ LPG

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เตรียมความพร้อมแผนฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยและลำเลียงสิ่งของจำเป็นสู่พื้นที่ประสบภัย พร้อมเปิดให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถพยาบาล และรถกู้ภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงแจกผลิตภัณฑ์จากคาเฟ่ อเมซอน เพื่อเป็นกำลังใจแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในพื้นที่

โออาร์ ยังเตรียมเปิดให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ที่ถูกน้ำท่วม จำนวน 2,500 คัน ระหว่างวันที่ 1–30 ธันวาคม 2568 ณ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น จำนวนเบื้องต้น 4 แห่ง ได้แก่ 
1. บจ.กิจถาวร 2018 
2. บจ.เอส.บี. ออโต้เซลส์  
3. บจ.ทรัพย์ออยล์ปิโตรเลียม
4. สาขาสนามบินหาดใหญ่ 

ส่วนบริการสำหรับรถยนต์ จะเปิดให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จำนวน 500 คัน ณ ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto สาขาเมืองสงขลา โดยมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญให้บริการตรวจเช็ก ซ่อมบำรุง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและของเหลวอื่นๆ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานรถหลังผ่านเหตุอุทกภัย เพื่อช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ยานพาหนะได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ 

นอกจากนี้ โออาร์  ยังจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ 5 จุด เพื่อเป็นจุดพักพิงและส่งต่อความช่วยเหลือ รวมทั้งเป็นจุดบริการในการตรวจสอบและซ่อมแซมถังและเตาก๊าซแอลพีจี (LPG) ในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย พร้อมเร่งฟื้นฟู สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเพื่อให้กลับมาเปิดให้บริการโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ปตท. และ โออาร์ ยังได้มอบกาแฟพร้อมดื่ม คาเฟ่ อเมซอน จำนวน 3,240 ขวด แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์โดยก่อนหน้านี้ โออาร์ ยังได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและน้ำแร่คาเฟ่ อเมซอน กว่า 20,000 ขวด ผ่านหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นของประชาชน พร้อมสนับสนุนก๊าซหุงต้ม ปตท. สำหรับศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และโรงครัวพระราชทานในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงมอบบัตรน้ำมันมูลค่า 200,000 บาท แก่กองทัพอากาศเพื่อสนับสนุนภารกิจปฏิบัติการลำเลียงสิ่งของให้ผู้ประสบอุทกภัย 

การสนับสนุนทั้งหมดนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของ ปตท. และโออาร์ ในการยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และช่วยให้พื้นที่ประสบภัยสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างเร็วที่สุด เพื่อร่วมฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

ปตท. - บางจาก ออกโรงชี้แจง ยันงดส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา ตั้งแต่ มิ.ย. 68 ชี้ การส่งน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้านอื่น เป็นไปตามเอกสารทางการค้าเคร่งครัด

(15 ธ.ค. 68) ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ ว่าพบการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชา นั้น

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทในกลุ่ม ขอยืนยันว่ากลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันไปที่ประเทศกัมพูชา โดยมีนโยบายงดส่งออกตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติมาตั้งแต่เกิดสถานการณ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงาน ในการตระหนักถึงความมั่นคงของประเทศและพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ

กลุ่ม ปตท. ขอเป็นกำลังใจและเคียงข้างทหาร ตำรวจ และประชาชน ในสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ขณะที่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงว่า บริษัทฯ ไม่มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศกัมพูชา โดยไม่มีการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งทางรถและทางเรือ

สำหรับการจัดส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการดำเนินการตามคำสั่งซื้อและเอกสารทางการค้าอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยมีจุดหมายปลายทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของหน่วยงานภาครัฐของประเทศนั้น ๆ ที่กำหนดให้การนำเข้า–ส่งออกและการขนส่งผ่านแดนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นไปตามใบอนุญาตและพิธีการศุลกากรอย่างเคร่งครัด และห้ามการส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติและความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ และขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจและผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายในบริเวณพื้นที่ชายแดนท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ และหวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน

ปตท.ตรึงราคาน้ำมัน ร่วมตอบรับนโยบายรัฐบาลช่วยประชาชน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล-แก๊สโซฮอล์ 15 วัน มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ยืนยันสร้างเสถียรภาพพลังงานมั่นคง

ปตท. และ โออาร์ ตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ตอบรับนโยบายรัฐบาล ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

วันนี้ (4 มีนาคม 2569) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ประกาศคงราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ไว้ในระดับปัจจุบันเป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อร่วมบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน สอดรับกับทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล

ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ สนับสนุนและร่วมผลักดันนโยบายของรัฐบาลในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับประเทศ

มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการในระยะสั้น บนความร่วมมือของ ปตท. และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการ โดย ปตท. ยืนยันว่า พื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ ปตท. ยึดมั่นมาโดยตลอดในฐานะรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ปตท.ลุยตาข่ายป้องกันโดรน เสริมแนวป้องกันโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนานวัตกรรมตาข่ายแรงดึงสูง ใช้เม็ดพลาสติกพิเศษดูดซับพลังงาน เตรียมขยายตลาดเชิงพาณิชย์

กลุ่ม ปตท. พัฒนานวัตกรรมตาข่ายป้องกันโดรนแบบแรงดึงสูงต้นแบบ เสริมแนวป้องกันโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์

เมื่อวันที่ (10 มี.ค. 69) กลุ่ม ปตท.จัดแสดงการทดสอบตาข่ายประสิทธิภาพสูงป้องกันโดรน โดยมีนายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ที่ 6 จากขวา)

และคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ร่วมงาน ณ วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยองซึ่งเป็นความร่วมมือด้านนวัตกรรม
วัสดุ ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านโครงการบริหารการสร้างประโยชน์ร่วมธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น (PRISM) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) และ บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (Skyller) ในการพัฒนาตาข่ายประสิทธิภาพสูงป้องกันโดรนด้วยแนวคิด

Energy Absorption จากเม็ดพลาสติก HDPE เกรดพิเศษของ GC และเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงของ IRPC ที่มีความแข็งแรงและทนทานในทุกสภาพอากาศ ไม่ลามไฟ ดูดซับพลังงานจากแรงกระแทก ทำให้ป้องกันการโจมตีจากโดรนได้ดีกว่าตาข่ายที่ผลิตจาก HDPE ทั่วไป ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเม็ดพลาสติก ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เสริมแนวป้องกันเชิงกายภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานของสถานประกอบการ พร้อมมุ่งขยายผลเชิงพาณิชย์ในอนาคต

ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
11 มีนาคม 2569

'อรรถพล' เพิ่มสัญญา LNG เจรจาผลิต LNG จากสหรัฐ 1.3 ล้านตันปี ร่นการส่งมอบเป็นไตรมาส 2/69 กระชับความมั่นคงพลังงาน 15 ปี เตรียมรับมือวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง

“อรรถพล” เจรจาผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ เพิ่มปริมาณจัดหาจากปีละ 1 ล้านตัน เป็น 1.3 ล้านตัน หาทางร่นระยะเวลาการส่งมอบ เพื่อลดผลกระทบพลังงานจากวิกฤติตะวันออกกลาง

(เมื่อวานนี้ 13 มีนาคม 2569) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมหารือกับนาย Anatol Feygin, Chief Commercial Officer บริษัท Cheniere Energy Inc.ผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มปริมาณ LNG ที่จะส่งมอบในสัญญาเดิมมายังประเทศไทย จากปีละ 1 ล้านตัน เป็น 1.3 ล้านตัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานตลอดอายุสัญญาที่เหลืออยู่อีก 15 ปี (ถึงปี พ.ศ.2584)

อีกทั้งได้หารือเพื่อปรับเปลี่ยนกำหนดเที่ยวเรือที่จะส่งมอบ LNG บางส่วนให้เร็วขึ้น จากไตรมาสที่ 3/2569 เป็นไตรมาสที่ 2/2569 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากการสู้รบยังคงยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ บริษัท Cheniere รับที่จะเร่งดำเนินการให้อย่างดีที่สุด

”ตั้งแต่เกิดวิกฤตด้านพลังงาน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการในหลายๆ ด้าน คู่ขนานกันมาโดยตลอด อาทิ การระงับส่งออกน้ำมัน การเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน การเจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอื่นนอกจากตะวันออกกลางมาทดแทน การส่งเสริมการใช้น้ำมันชีวภาพมากขึ้น การใช้กองทุนน้ำมันมาบรรเทาผลกระทบด้านราคา และการรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน“ นายอรรถพล กล่าว

ปตท.สผ. ออกหุ้นกู้ใหม่ เตรียมขายหุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเหรียญสหรัฐ หุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปเป๋าตังครั้งแรกในเอเชีย หุ้นกู้ได้รับเรทติ้ง AAA สะท้อนความมั่นคง เตรียมเสนอขายในไตรมาส 2 ปี 2569

ปตท.สผ. เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในประเทศชุดใหม่ 2 สกุลเงิน
หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และหุ้นกู้สกุลเงินบาท ชูเรทติ้งสูงสุด AAA

กรุงเทพฯ, 18 มีนาคม 2569 – ปตท.สผ. เตรียมเสนอขาย 2 หุ้นกู้ชุดใหม่ “หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ” สำหรับนักลงทุนรายย่อยครั้งแรกในเอเชียผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “หุ้นกู้สกุลเงินบาท” สำหรับนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในองค์กรที่มีศักยภาพเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนความเชื่อมั่นด้วยอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรทติ้ง ที่ระดับสูงสุด “AAA” คาดว่าจะเสนอขายภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

นางชนมาศ ศาสนนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าบริษัทมีแผนเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ “หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ” และ “หุ้นกู้สกุลเงินบาท” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุนไทย ได้ร่วมเติบโตไปกับ ปตท.สผ. ซี่งเป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทย ที่มีพันธกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการขยายการลงทุนในต่างประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และรองรับโอกาสการเข้าลงทุนในอนาคต การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง ปตท.สผ. กับพันธมิตรซึ่งเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

หุ้นกู้ทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “AAA” แนวโน้ม “คงที่” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดของตราสารหนี้ในประเทศ สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท โดยแบ่งการเสนอขายออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.หุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินเหรียญสหรัฐ อายุ 5 ปี จะเสนอขายแก่นักลงทุนรายย่อย เป็นหุ้นกู้ดิจิทัลระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดย ปตท.สผ. ได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำเทคโนโลยีดิจิทัลวอลเล็ตมาใช้ในการซื้อขายหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในเอเชีย ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนไทยสามารถบริหารจัดการการลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 เหรียญสหรัฐ และทวีคูณเพิ่มครั้งละ 1,000 เหรียญสหรัฐ โดยไม่มีการกำหนดวงเงินลงทุนสูงสุด ซึ่งมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนการเสนอขายได้ที่ www.sec.or.th หรือธนาคารกรุงไทย โทร. 02-111-1111 หรือ www.krungthai.com

2. หุ้นกู้สกุลเงินบาท จะเสนอขายแก่นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น (ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดา) เป็นหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่าย

ปตท.สผ. คาดว่าจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นกู้ทั้ง 2 ประเภทภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยจะแจ้งอัตราดอกเบี้ย มูลค่าการเสนอขายหุ้นกู้ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ให้ทราบอีกครั้ง

ปตท.สผ. เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีมูลค่าประมาณ 543,888 ล้านบาท (ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569) ปัจจุบันบริษัทมีการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม กว่า 50 โครงการ ในกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และสร้างการเติบโตให้กับบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังศึกษาธุรกิจพลังงานสะอาด เพื่อพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ สำหรับอนาคตอีกด้วย
หมายเหตุ: การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ

ปตท. รับประกันน้ำมัน!! กลุ่ม ปตท. พร้อมรองรับน้ำมันช่วงสงกรานต์ จัดแผนเพิ่มผลิตน้ำมันดีเซลสู่ตลาด ประสานขนส่งครบวงจรตลอด 24 ชม. เปิดบริการตรวจเช็กรถฟรี ปลอดภัยเดินทาง

กลุ่ม ปตท. มั่นใจมีน้ำมัน รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและวิกฤตการณ์พลังงาน กลุ่ม ปตท. ดำเนินการปรับแผนการจัดหา การผลิต และ

การกระจายน้ำมันอย่างเต็มความสามารถ ด้วยศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตรที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้สามารถจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ มาทดแทนจากแหล่งตะวันออกกลางที่มีสัดส่วนหลักของการผลิตภายในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง เช่น น้ำมันดิบจากสหรัฐอเมริกา บราซิล ไนจีเรีย แองโกลา ลิเบีย ออสเตรเลีย และมาเลเซีย เป็นต้น แม้ในสภาวะที่ต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง ค่าประกันภัยสูงขึ้น และมีความผันผวนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าลงทุนในแหล่งน้ำมันและแหล่งก๊าซธรรมชาติในต่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน

กลุ่ม ปตท. เตรียมการรองรับความต้องการใช้น้ำมันช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่ให้เกิดความขาดแคลน โดยโรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ซึ่งมีกำลังการผลิตกว่า 60% ของประเทศ ปรับแผนการผลิตโดยเพิ่มปริมาณน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาด และขอให้มั่นใจว่าจะยังคงผลิตน้ำมันสำเร็จรูปมาให้ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการกระจายน้ำมันสู่ผู้บริโภค บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ประสานความร่วมมือกับภาครัฐในการขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นไปยังคลังภูมิภาคทุกช่องทาง ทั้งทางท่อ รถบรรทุก รถไฟ และเรือ ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และยืนยันความพร้อมของสถานีบริการ PTT Station บนถนนสายหลักและสายรองที่มีปริมาณผู้ใช้รถยนต์จำนวนมาก โดยใช้ข้อมูลวิเคราะห์และประเมินความต้องการรายสถานี รวมถึงกำหนดปริมาณพร้อมจ่ายของสถานีบริการ และยังจัดสรรน้ำมันให้กับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน

นอกจากนั้น เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัย OR จึงเปิดให้ประชาชนตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กรถฟรี 35 รายการ พร้อมโปรโมชั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องราคาพิเศษ ฟรี ไส้กรองและค่าแรง รวมถึงโปรโมชั่นยางรถยนต์ และผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ย 0% ที่ FIT Auto ทุกสาขา

ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ พร้อมดำเนินงานตามนโยบายภาครัฐและยึดมั่นในหลักการทำงาน "มั่นคง โปร่งใส เพื่อประเทศไทย" โดยเป็นผู้นำในการเปิดเผยข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและมั่นใจในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ

ปตท. ยืนยันความมั่นคง บริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน แบกรับต้นทุนเพิ่มในวิกฤต ป้องกันขาดแคลนน้ำมันประเทศ เดินหน้าจัดหาพลังงานต่อเนื่อง

ปตท. ยืนยัน “ป้องกันไม่ขาดน้ำมัน” แบกรับต้นทุนจัดหา ต้นทุนการเงิน บริหารความเสี่ยง รักษาความมั่นคงพลังงาน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานของโลก ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ปตท. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งบริหารจัดการความมั่นคงพลังงานเชิงรุก ปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบนอกพื้นที่ความขัดแย้ง แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงเร่งกระจายน้ำมันออกสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ และรักษาความมั่นคงทางพลังงานเพื่อคนไทย

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักด้านพลังงานอย่างช่องแคบฮอร์มุซ  ปตท. ยกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำมันดิบ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจทำให้การขนส่งหยุดชะงัก โดยมีน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้จัดหาล่วงหน้าและบรรทุกอยู่บนเรือ Serifos ปริมาณ  2 ล้านบาร์เรล ซึ่งติดค้างบริเวณท่าเรือชาร์จาห์ (Sharjah Ports) ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ประเทศเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงาน ปตท. ตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทดแทนทันที โดยใช้ศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องจัดซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ ภายหลังการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวสามารถออกเดินทางได้ หลังล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 1 เดือน และคาดว่าจะถึงประเทศไทยในวันที่ 21 เมษายน 2569

ทั้งนี้การตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบในช่วงวิกฤต เป็นช่วงที่ตลาดโลกตึงตัวและมีความต้องการเพิ่มขึ้น 

ทำให้น้ำมันดิบมีราคาสูงถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงจำเป็นต้องซื้อในราคาที่สูงกว่าปกติ ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงขาดทุนในระยะสั้น เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงในภายหลัง โดยประเมินมูลค่าผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนนี้เป็นการประกันความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ 

 นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังส่งผลให้กลุ่ม ปตท. จนถึงปัจจุบันต้องรับภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประกอบด้วย

•  หลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท

•  เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) สำหรับการจัดหาน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท

•  เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้านบาท

รวมภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึงกว่า 7,000 ล้านบาท ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจตามปกติ และไม่ได้ส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนจากการ “ลดความเสี่ยงของประเทศ” เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน 

ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ยืนยันว่าจะเดินหน้าบริหารจัดการทางทั้งด้านพลังงานและการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงพลังงานของประเทศ และเสถียรภาพขององค์กร  และพร้อมยืนหยัดในการจัดหาพลังงานเพื่อเป็นพลังให้กับการขับเคลื่อนประเทศผ่านพ้นภาวะวิกฤตินี้ไปด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top