Thursday, 16 July 2026
WORLD

‘ธนาคารสิงคโปร์’ เล็งใช้ ‘ดิจิทัลโทเคน’ ยืนยันตัวตนแทน ‘รหัส OTP’ ชี้!! ช่วยเสริมความปลอดภัยทำธุรกรรม-ลดปัญหามิจฉาชีพสวมรอย

เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.67) รายงานข่าวแจ้งว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และสมาคมธนาคารสิงคโปร์ (ABS) ประกาศว่าธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยในสิงคโปร์ จะเริ่มยุติการใช้รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) สำหรับเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารภายใน 3 เดือนข้างหน้า โดยลูกค้าต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบที่เรียกว่า ‘ดิจิทัล โทเคน’ (Digital Token) แทน เพื่้อป้องกันมิจฉาชีพในรูปแบบฟิชชิ่ง (Phising) หลอกลวงลูกค้าเพื่อขอข้อมูลที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิตได้ดียิ่งขึ้น

โดยลูกค้าจะต้องเปิดใช้งานโทเคนดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือ และใช้โทเคนดังกล่าวเข้าสู่ระบบธนาคารผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ (Mobile Banking) โดยโทเคนดิจิทัลจะทำหน้าที่ตรวจสอบการเข้าสู่ระบบของลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องใช้รหัส OTP ที่มิจฉาชีพสามารถขโมยหรือหลอกให้ลูกค้าเปิดเผยได้ โดยแนะนำให้ลูกค้าธนาคารเปิดใช้งานเพื่อลดความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัวจะถูกขโมยในรูปแบบฟิชชิ่ง

ที่ผ่านมาการใช้ OTP (One Time Password) ถูกนำมาใช้ในสิงคโปร์เมื่อปี 2543 หรือเมื่อ 24 ปีก่อน เพื่อเป็นตัวเลือกในการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (Multi-factor Authentication) เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ แต่ด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีและมิจฉาชีพใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า หลักวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) ที่มีความซับซ้อน ทำให้สามารถหลอกลวงลูกค้าในรูปแบบฟิชชิ่ง (Phising) เพื่อหลอกขอ OTP ได้ง่ายขึ้น เช่น การทำเว็บไซต์ธนาคารปลอมที่ใกล้เคียงของจริง

มาตรการล่าสุดจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระบวนการตรวจสอบตัวตน ทำให้มิจฉาชีพหลอกลวงในการเข้าถึงบัญชีและเงินลงทุนของลูกค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากลูกค้าได้ยากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อใช้อุปกรณ์มือถือของมิจฉาชีพ ซึ่งการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งยังคงเป็นข้อกังวลในสิงคโปร์ ธนาคารแต่ละแห่งยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารกลางสิงคโปร์ และกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาและแนะนำแนวทางแก้ไข รวมทั้งมาตรการเพื่อเสริมสร้างการต่อต้านการหลอกลวงในภาพรวมที่มิจฉาชีพพัฒนาตลอดเวลา

นางออง-อัง ไอ บุน ผู้อำนวยการสมาคมธนาคารสิงคโปร์ กล่าวว่า มาตรการนี้ช่วยให้ลูกค้าป้องกันเพิ่มเติมจากการเข้าถึงบัญชีธนาคารของพวกเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่มาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อช่วยป้องกันกลโกงและปกป้องลูกค้า

ส่วนนางลู เซียว ลี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายนโยบาย การชำระเงิน และอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารกลางสิงคโปร์ กล่าวว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารเพื่อปกป้องลูกค้า โดยเรียนรู้จากการหลอกลวงผ่านระบบดิจิทัลแบงกิ้งอย่างหนัก มาตรการล่าสุดจะเสริมแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดี ซึ่งลูกค้ายังคงต้องปฏิบัติต่อไป เช่น การปกป้องข้อมูลด้านการเงินประจำตัว

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า มีธนาคารในประเทศสิงคโปร์เริ่มหันมาใช้โทเคนดิจิทัลแล้ว เช่น ธนาคารดีบีเอส ธนาคารโอซีบีซี ธนาคารยูโอบี และธนาคารซิตี้แบงก์ โดยมีรูปแบบคล้ายกัน คือ การอนุมัติรายการจะมีข้อความแจ้งเตือนแบบพุช (Push Notification) เมื่อลูกค้าทำธุรกรรมทางการเงิน หรือใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ให้แตะไปที่ข้อความ แล้วกดอนุมัติการทำรายการ ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ภายในระยะเวลาที่กำหนด แทนการกรอกรหัส OTP ที่ได้ยกเลิกไป

สำหรับประเทศไทย พบว่ามีเพียงบัตรทราเวลการ์ดที่ชื่อว่า YouTrip (ยูทริป) ที่ออกบัตรโดยธนาคารกสิกรไทย ใช้ระบบ 3DS 2.0 คือ เมื่อลูกค้ากรอกข้อมูลบัตรเวลาช้อปออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนให้เข้าไปอนุมัติรายการในแอปพลิเคชัน แทนการใช้ SMS OTP เช่นเดียวกับบัตรพรีเพดการ์ด BigPay (บิ๊กเพย์) ของกลุ่มแอร์เอเชีย ก็ใช้ระบบดังกล่าวอนุมัติรายการใช้จ่ายผ่านออนไลน์เช่นเดียวกัน นอกนั้นธนาคารและผู้ให้บริการบัตรเครดิตส่วนใหญ่ ยังคงใช้วิธีส่ง SMS OTP เช่นเดิม

ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในอินเดีย  มีทั้งเสียงชื่นชมและการสาปแช่ง

เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.67) นับได้ว่าเป็นงานแต่งแห่งศตวรรษ ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่กว่างานของราชวงศ์ไหน ๆ เมื่อ ‘อนันต์ อัมบานี’ ลูกชายของมหาเศรษฐีชาวอินเดีย ‘มูเกซ อัมบานี’ เข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาว ‘รติกา เมอชานต์’ ลูกสาวของครอบครัวเศรษฐีด้านอุตสาหกรรมยา ที่ทุ่มงบไม่อั้นคาดว่ามีมูลค่าจัดงานสูงกว่า 5 พันล้านบาท และทำการเฉลิมฉลองแบบไม่จบสิ้น

สร้างความฮือฮาตั้งแต่สามารถจ้างริฮานน่าที่เดี๋ยวนี้ผันตัวไปทำธุรกิจไม่ได้ขึ้นแสดงมานานแล้ว ให้กลับมาจับไมค์ขึ้นโชว์ในงานเลี้ยงพรีเวดดิ้งที่มีคนดังจากทั่วโลกบินมาร่วมงาน และเมื่อช่วง 2 เดือนก่อนก็เพิ่งจะพาญาติมิตรเพื่อนสนิทและแขกคนสำคัญไปทริปล่องเรือยอร์ชหรูที่หัวเมืองในยุโรปแบบสุดหรูหราโรแมนติก ก่อนที่ล่าสุดจะปิดท้ายการฉลองงานแต่งกลางกรุงมุมไบแบบ 4 วัน 4 คืน จ้างนักร้องดังอย่าง ‘จัสติน บีเบอร์’ มาแสดงในงาน

โดยได้เชิญแขกคนดังจากทั่วโลกมาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งนี้ ลิสต์รายชื่อแขกมีตั้งแต่ คิม และโคลเอ้ คาร์ดาเชียน, นิก โจนาส, โทนี่ แบล์ รวมไปถึงคนดังทุกวงการของอินเดีย ร่วมถึงท่านทูตจากหลายประเทศ เรียกได้ว่ามาอยู่ร่วมกันในงานนี้ทั้งหมด ทุกคนล้วนจัดเต็มแต่งตัวกันแบบอลังเข้ากับพิธีสุดหรูหราตามสไตล์ประเพณีอินเดีย มีการร้องเล่นเต้นรำกัน และก็อวยพรคู่บ่าวสาว พร้อมแชร์ภาพในโซเชียลมีเดียแบบสุดสนุก โชว์ความหรูหราฟู่ฟ่า โดยว่ากันว่าเจ้าภาพให้ของขวัญสุดอลังกับแขกที่มา แต่ไม่ได้การให้รายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง มีการเปิดเผยเพียงว่า บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวทั้ง 9 คน ได้รับนาฬิกาแบรนด์หรู Audemars Piguet สั่งทำพิเศษราคาเรือนละ 7 ล้านบาท เป็นของขวัญ

แต่ท่ามกลางเสียงยินดีปรีดาฉลองการเริ่มต้นชีวิตคู่นั่นก็มีเสียงก่นด่าเช่นกัน โดยมาจากบรรดาชาวบ้านในเมืองมุมไบทั้งหลายที่ออกมาแสดงความไม่พอใจกับสุดยอดงานแต่งนี้ เพราะทั้งเมืองวุ่นวายไปด้วยสารพัดแขก VIP สนามบินแออัดด้วยเครื่องบินส่วนตัว รวมไปถึงเจ้าภาพได้จองเครื่องเจ็ต 3 ลำ สำหรับไว้รับรองแขกไว้เดินทางบินไปมา เหล่าตำรวจและบอดี้การ์ดมากมายเพราะต้องระวังรักษาความปลอดภัยให้แขกคนสำคัญ มีรถนำขบวนให้แขกเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ทำให้การจราจรที่สาหัสอยู่แล้ว แถมช่วงนี้ก็มีมรสุมซัดกระหน่ำ เติมด้วยความวุ่นวายของงานแต่งนี้อีก ยิ่งทำให้รถติดแบบวินาศสันตะโร แถมยังมีการปิดจองหลายพื้นที่สาธารณะไปทั่วเมือง ถนนบางเส้นถูกปิดหลายชั่วโมงต่อวัน

นอกจากความลำบากที่ชาวบ้านทั่วไปต้องเผชิญแล้ว เหล่าชาวเน็ตของอินเดียยังออกมาประณามงานแต่งนี้ว่าเป็นการอวดรวย สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ โชว์ความเหลือกินเหลือใช้ของบ้านอัมบานี แถมตอกย้ำให้เห็นถึงความต่างของชนชั้นในสังคมให้เห็นได้อย่างเด่นชัดที่สุด ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ของอินเดียมาอย่างเนิ่นนาน

‘ครูเกาหลีใต้’ รับศึกหนัก ‘เด็กก้าวร้าว-ผู้ปกครองกดดันรุนแรง’ ส่งผล ‘ยอมลาออก-ฆ่าตัวตายพุ่ง-คนรุ่นใหม่เมินอาชีพครู’

อาชีพครูในบ้านเรามักถูกเปรียบเทียบดั่ง ‘เรือจ้าง’ ที่ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชาพาลูกศิษย์ไปจนถึงฝั่ง แม้คำเปรียบเทียบจะฟังดูต้อยต่ำไปนิด แต่ก็คือว่า ‘ครู’ เป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความเคารพจากผู้คนในสังคมไทยแม้ในปัจจุบัน

แต่ใน ‘เกาหลีใต้’ ค่านิยมที่สังคมมองอาชีพครู กลับเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จนตอนนี้อาจอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่า ‘ต้อยต่ำยิ่งกว่าเรือจ้าง’ เสียอีก 

และล่าสุดเมื่อราวเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ก็ปรากฏคลิปที่กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียลของเกาหลีใต้ เผยแพร่โดยกลุ่มสหภาพครูชอนบุก เมื่อมีเด็กนักเรียนชายชั้นประถม 3 คนหนึ่ง แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ตะโกนด่าครูชายท่านหนึ่งด้วยคำพูดที่ดูถูกและหยาบคาย ที่ภายหลังทราบว่าครูในคลิปเป็นถึงระดับรองผู้อำนวยการของโรงเรียน

และช็อกยิ่งกว่านั้น คือเด็กชายถึงขั้น ‘ตบหน้าครู’ และใช้กระเป๋าเป้ฟาดใส่ครูหลายครั้ง โดยที่ครูได้แต่ยืนนิ่งเฉย เอาแขนไขว้หลัง และไม่ตอบโต้ใด ๆ เหตุเกิดเพียงเพราะว่าครูชายพยายามห้ามนักเรียนไม่ให้ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่สุดท้ายก็ห้ามไม่ได้ เด็กก็เดินผ่านครูออกจากโรงเรียนไปอยู่ดี

หลังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็เกิดกระแสวิพากษ์ วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นในเชิงตำหนิครู ว่าทำไมไม่จับตัวเด็กไว้? ทำไมดูแลเด็กให้อยู่ในโรงเรียนไม่ได้? และทำไมถึงจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียนไม่ได้?

ด้าน คิม ดง-ซุก ผู้อำนวยการฝ่ายสิทธิครูของสมาพันธ์ครูแห่งเกาหลี แสดงความเห็นว่า การตอบสนองต่อพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กเกาหลีใต้ในลักษณะนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ส่วนผู้ที่ออกมาวิจารณ์ตำหนิครูในคลิป แสดงว่าพวกเขาไม่ได้เข้าใจเลยว่าทุกวันนี้ครูเกาหลีใต้ต้องเจอกับอะไรบ้าง 

นายคิมกล่าวว่า "การที่ครูต้องเอามือไขว้หลัง แล้วปล่อยให้ลูกศิษย์ตบหน้า โดยไม่ตอบโต้ หรือดุด่า ทำโทษเด็ก เพราะถ้าเมื่อใดก็ตามที่เด็กมีรอยแผลบนร่างกาย ครูจะถูกร้องเรียนในความผิดฐานทำร้ายร่างกายเด็ก และหลายกรณีดังกล่าวมักต้องไปจบที่ศาล ซึ่งไม่มีครูคนไหนอยากเสี่ยงถูกดำเนินคดี เพราะบรรทัดฐานสังคม และกฎหมาย มักปกป้องเด็กก่อนเสมอ" 

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ครูเกาหลีใต้จำต้องอดทนต่อพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็ก ๆ ที่นับวันยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

คิม ดง-ซุก ยังกล่าวอีกว่า "นักเรียนสมัยนี้จำนวนไม่น้อยแสดงพฤติกรรมไร้ความเคารพยำเกรงครู พวกเขาจะปิดประตูเสียงดังใส่ หรือแสดงท่าทางลามกใส่ครูเมื่อพวกเขาไม่พอใจ ถ้าครูทุกคนต้องรายงานความประพฤติของนักเรียนในเรื่องเหล่านี้ คงส่งเรื่องกันไม่หวาด ไม่ไหว ที่ส่วนมากมักไม่มีใครสนใจ ครูเกาหลีจึงทำได้แต่เพียงอดกลั้น และแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นต่อพฤติกรรมเลวร้ายเหล่านั้น”

ดังนั้น เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายครู ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ จึงเกิดขึ้นบ่อยราวเป็นเรื่องปกติในสังคมโรงเรียนเกาหลีใต้ อีกทั้งยังถูกกดดันจากผู้ปกครอง ที่คาดหวังการใส่ใจของครูต่อบุตรหลานของพวกเขาในระดับสูง

และหากย้อนไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 เคยมีข่าวใหญ่ในแวดวงการศึกษา เมื่อครูสาววัยเพียง 26 ปี ของโรงเรียนประถม Seoi Elementary School ในย่านกังนัม ของกรุงโซลฆ่าตัวตาย โดยทิ้งสมุดบันทึก และข้อความไว้มากมายเป็นหลักฐานว่าเธอถูกผู้ปกครองนักเรียนทำร้ายจิตใจอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายเดือน เกินกว่าใจจะรับไหว 

จากข้อมูลของรัฐบาลเกาหลีใต้ พบว่าในช่วงปี 2561 - 2566 มีครูโรงเรียนรัฐกว่า 100 คนฆ่าตัวตาย ส่วนใหญ่เป็นครูในระดับประถมศึกษา ซึ่งการฆ่าตัวตายของครูสาววัย 26 ปีคนล่าสุด ก่อให้เกิดการประท้วงจากนักการศึกษาทั่วประเทศต่อเนื่องยาวนานถึง 9 สัปดาห์เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการปกป้องสิทธิของครูในโรงเรียนบ้าง

จนนำไปสู่การแก้กฎหมายที่ครูจะได้รับการคุ้มครองสิทธิ์กรณีถูกร้องเรียนเรื่องการทำร้ายร่างกายเด็กจนกว่าจะมีการสอบหลักฐาน และเข้ากระบวนการสืบสวนอย่างรอบคอบ และให้สิทธิ์ครูนำนักเรียนที่มีพฤติกรรมก่อกวนออกจากชั้นเรียนได้ นอกจากนี้ยังระบุให้มีการบันทึกการสนทนาเมื่อมีการประชุมระหว่างครู และผู้ปกครอง

กรณีที่เกิดการร้องเรียน และเป็นคดีความ ผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องเป็นผู้ดูแล ที่จะมีงบสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ โดยผู้ปกครองจะไม่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของครู อาทิ ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวอีกต่อไป 

แม้ว่าคำร้องเรียนของผู้ปกครองต่อครูในโรงเรียนจะลดลง หลังรัฐบาลออกกฎหมายใหม่ได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่านิยมของครอบครัวเกาหลีที่มีต่อครูในโรงเรียนได้ 

จุง แจ-ฮุน ศาสตราจารย์ด้านสวัสดิการสังคมจากมหาวิทยาลัยสตรีโซล กล่าวว่า สังคมเกาหลีใต้มีทัศนคติที่มีครอบครัวเป็นศูนย์กลางอย่างเข้มข้นมาก ซึ่งจะให้ความสำคัญกับครอบครัวของตนเป็นหลักเท่านั้น อีกทั้งอัตราเด็กเกิดใหม่ในเกาหลีใต้ลดลงอย่างมาก ทำให้พ่อแม่ชาวเกาหลีใต้ยอมลงทุนมหาศาลกับลูก ๆ และจะไม่ยอมทนหากลูกของตนถูกกระทำ จนนำไปสู่การปกป้องลูกมากเกินไป โดยไม่สนใจว่าจะละเมิดสิทธิ์ครูหรือไม่

ทุกวันนี้ จะพบเห็นพ่อแม่ชาวเกาหลีใต้ทะนุถนอมลูกมาก และพร้อมจะบุกถึงโรงเรียน แม้มีปัญหาเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ความเกรี้ยวกราดของพ่อแม่ จึงปลูกฝังความก้าวร้าวให้แก่ลูก ๆ ที่มองครูเป็นเพียงลูกจ้างของพ่อแม่ที่มีหน้าที่ให้บริการด้านการศึกษา ไม่ใช่ผู้ให้การอบรมสั่งสอนวิชาความรู้ดั่งค่านิยมในสมัยอดีต

เมื่อความเคารพสูญหายไป การต่อต้านจึงรุนแรงขึ้น และครูกลายเป็นฝ่ายถูกกระทำโดยไม่สามารถร้องเรียนกับใครได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มีครูเกาหลีใต้ถูกกดดันจนลาออก หรือฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก หนุ่ม-สาว รุ่นใหม่สนใจอาชีพครูน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะคงไม่มีใครอยากทำงานที่ถูกมองว่าต้อยต่ำยิ่งกว่าเรือจ้างอีกแล้ว

‘Alphabet’ เจรจาซื้อกิจการ ‘Wiz’ สตาร์ตอัปด้านความปลอดภัยไซเบอร์ หลังทุ่ม 8.3 แสนล้านบาท นับเป็นดีลใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา

(15 ก.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Business Tomorrow’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

Alphabet บริษัทแม่ของ Google กำลังเจรจาซื้อกิจการ Wiz บริษัทสตาร์ตอัปด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ด้วยมูลค่าสูงสุดถึง 8.3 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นดีลซื้อที่ใหญ่ที่สุดของ Alphabet นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

The Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า Alphabet บริษัทแม่ของ Google ใกล้ปิดดีลเจรจาซื้อกิจการ Wiz สตาร์ตอัปด้านความปลอดภัยไซเบอร์กว่า 8.3 แสนล้านบาท โดยแผนซื้อกิจการน่าจะประกาศเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ หากดีลไม่เกิดปัญหาขึ้นมาก่อน
ดีลนี้สำคัญเพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ Joe Biden ประธานาธิบดีกำลังตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาชิงส่วนแบ่งที่เกินไปจากการเข้าซื้อกิจการ อย่างไรก็ตาม Alphabet ยังคงเดินหน้าตามแผนไปอย่างไม่ลดละ

Wiz เริ่มต้นในอิสราเอลและปัจจุบันตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ให้บริการความปลอดภัยบน Cloud โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ ในปี 2023 ทั้งนี้บริษัทมีผู้ลงทุนรายสำคัญได้แก่ Sequoia Capital, Andreessen Horowitz และ Index Ventures Wiz อีกทั้งยังร่วมมือกับผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ เช่น Microsoft และ Amazon อีกด้วย

โดยปีล่าสุดสามารถทำรายได้ประมาณ 12,666 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน Wiz มีพนักงาน 900 คนในสหรัฐฯ ยุโรป เอเชีย และอิสราเอล และมีแผนที่จะจ้างพนักงานเพิ่มอีก 400 คนในปี 2024
อย่างไรก็ตามหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นดีลซื้อกิจการมูลค่ามากที่สุดที่ Google เคยซื้อ โดยดีลใหญ่สุดก่อนหน้านี้ต้องย้อนไปตั้งแต่การซื้อ Motorola Mobility เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ด้วยมูลค่า 4.5 แสนล้านบาท

แฉประวัติ!! มือปืนวัย 20 ปี ลอบยิง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เฉียดตาย เป็นเด็กเรียนดี เคยสมัครเข้าทีมไรเฟิล แต่ไม่ผ่าน เพราะยิงไม่แม่น

(15 ก.ค.67) สำนักข่าวเอพีและบีบีซีรายงานว่า มีการเปิดเผยประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับนายโทมัส แมทธิว ครุกส์ วัย 20 ปี มือปืนผู้ก่อเหตุลอบสังหารนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา และครุกส์ถูกตำรวจวิสามัญ พบว่ามือก่อเหตุเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ถูกบูลลี่ในขณะที่เรียนมัธยมศึกษา

นายโทมัส แมทธิว ครุกส์ เป็นชาวเมืองเบเธล พาร์ค รัฐเพนซิลเวเนีย ห่างจากจุดเกิดเหตุลอบสังหารเพียง 70 กิโลเมตร และจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาเบเธล พาร์ค ในปี 2022 และเคยได้รับรางวัลในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นเงินรางวัล 500 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเคยทำงานในห้องครัวของบ้านพักคนชราที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขา

ด้าน นายเฟรเดริก มัค กัปตันของทีมไรเฟิลของโรงเรียนที่อายุน้อยกว่าครุกส์ไม่กี่ปีเล่าว่า ครุกส์เคยไปสมัครคัดตัวเข้าทีมไรเฟิล แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกเพราะยิงไม่แม่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจริง ๆ แล้วครุกส์มีนิสัยเป็นอย่างไร

ด้าน นายเจสัน โคห์เลอร์ ที่ศึกษาในโรงเรียนมัธยมเดียวกับของครุกส์แต่ไม่ได้เรียนด้วยกันเล่าว่า ครุกส์ถูกบูลลี่ในโรงเรียนและนั่งกินข้าวเที่ยงคนเดียว ส่วนเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกันคนอื่น ๆ ก็เล่าเช่นกันว่า ครุกส์เป็นคนสันโดษและบางครั้งก็สวมชุดล่าสัตว์มาเรียน แต่ทาง ซัมเมอร์ บาร์คลีย์ อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนเล่าว่า ครุกส์เป็นเด็กเรียนเก่งได้คะแนนดีในการสอบเป็นประจำ มีความสนใจเรื่องประวัติศาสตร์มาก และเป็นคนดี รวมถึงเป็นที่รักของครูในโรงเรียน

ด้าน เจมสัน เมเยอร์ อดีตสมาชิกทีมไรเฟิลของโรงเรียนเล่าว่า ครุกส์ดูเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักในโรงเรียนแต่ไม่เคยโดนเพื่อนแกล้งอะไร ครุกส์เป็นเด็กดีที่ไม่เคยพูดให้ร้ายใครและเขาไม่คิดว่าครุกส์จะเป็นคนก่อเหตุลอบสังหารได้

สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) ระบุว่า ครุกส์มีอุปกรณ์ผลิตวัตถุระเบิดอยู่ในรถยนต์ที่เขาขับไปก่อเหตุ และเชื่อว่าครุกส์ลงมือก่อเหตุดังกล่าวเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ สื่อสหรัฐรายงานอีกว่า ครุกส์ลงทะเบียนว่าเป็นรีพับลิกัน แต่ในปี 2021 ครุกส์เคยบริจาคเงิน 15 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่ ActBlue หน่วยงานดำเนินการทางการเมือง ที่คอยระดมเงินให้แก่นักการเมืองฝ่ายซ้ายและพรรคเดโมแครต ซึ่งเงินบริจาคดังกล่าวจะถูกส่งไปให้แก่กลุ่ม Progressive Turnout Project ที่คอยหาเสียงให้แก่พรรคเดโมแครต รวมถึงเป็นสมาชิกของ Clairton Sportsmen’s Club ชมรมยิงปืนแถวบ้านมาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเชื่อว่าปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ AR-15 ที่ใช้ก่อเหตุลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์เป็นปืนของพ่อครุกส์ที่ซื้อมาอย่างน้อย 6 เดือนก่อน ครุกส์ใส่เสื้อยืดของ Demolition Ranch ในการก่อเหตุลอบสังหาร โดยช่องยูทูบดังกล่าวผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และมีผู้ติดตาม 11.6 ล้านคน

สาสน์จาก ‘Masoud Pezeshkian’ ปธน.อิหร่านคนใหม่ แสดงจุดยืนหวังขับเคลื่อนความสัมพันธ์กับทุกประเทศ

สาสน์จาก ‘Masoud Pezeshkian’ ว่าที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิสลามถึงประเทศโลกใหม่…

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ประธานาธิบดี Ebrahim Raisi ถึงแก่อสัญกรรมในอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกอันน่าสลดใจ ท่านเป็นข้ารัฐการการเมืองที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสุดซึ้งและอุทิศตน อสัญกรรมของท่านทำให้ต้องมีการเลือกตั้งในอิหร่าน และถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา

ท่ามกลางสงครามและความวุ่นวายในภูมิภาคของเรา ระบบการเมืองของอิหร่านแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพที่น่าทึ่งด้วยการจัดการเลือกตั้งด้วยการแข่งขัน สันติ และเป็นระเบียบเรียบร้อย ขจัดคำสบประมาทของ ‘ผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน’ บางคนในรัฐบาลบางแห่งเสถียรภาพนี้และท่าทางที่มีเกียรติในการเลือกตั้ง ตอกย้ำถึงความตระหนักรู้ของผู้นำสูงสุดของเรา อยาตุลลอฮ์ Khamenei และการอุทิศตนของประชาชนของเราในการเปลี่ยนแปลงอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย แม้จะเผชิญกับความยากลำบากก็ตาม

ข้าพเจ้าลงสมัครเข้ารับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้บนพื้นฐานของการปฏิรูป ส่งเสริมความสามัคคีในชาติ และการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับโลก ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมชาติลงคะแนนให้ รวมไปถึงหนุ่มสาวที่ไม่พอใจกับสถานการณ์โดยรวม ข้าพเจ้าให้ความสำคัญกับความไว้วางใจของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง และมุ่งมั่นที่จะปลูกฝังความเห็นพ้องต้องกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อรักษาสัญญาที่ข้าพเจ้าให้ไว้ระหว่างการรณรงค์หาเสียง

ข้าพเจ้าขอเน้นย้ำว่าฝ่ายบริหารของข้าพเจ้าจะถูกชี้นำโดยความมุ่งมั่นในการรักษาศักดิ์ศรีของชาติและสถานะระหว่างประเทศของอิหร่านภายใต้ทุกสถานการณ์ นโยบายต่างประเทศของอิหร่านก่อตั้งขึ้นบนหลักการของ ‘ศักดิ์ศรี สติปัญญา และความรอบคอบ’ โดยการกำหนดและการดำเนินนโยบายของรัฐนี้เป็นความรับผิดชอบของประธานาธิบดีและรัฐบาล ข้าพเจ้าตั้งใจที่จะใช้อำนาจทั้งหมดที่มอบให้กับ 8Itme งานของข้าพเจ้าเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมนี้

ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายบริหารของข้าพเจ้าจึงดำเนินนโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยโอกาสโดยการสร้างสมดุลในความสัมพันธ์กับทุกประเทศ โดยสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ และข้อกำหนดด้านสันติภาพและความมั่นคงระดับภูมิภาคและระดับโลก ด้วยเหตุนี้ เรายินดีรับความพยายามอย่างจริงใจในการบรรเทาความตึงเครียด และจะตอบแทนด้วยความจริงใจด้วยความซื่อสัตย์

ภายใต้การบริหารของข้าพเจ้า เราจะให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านของเรา เราจะสนับสนุนการสถาปนา ‘ภูมิภาคที่เข้มแข็ง’ แทนที่จะเป็นประเทศเดียวที่แสวงหาอำนาจและอำนาจเหนือประเทศอื่น ๆ ข้าพเจ้าเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าประเทศเพื่อนบ้านและประเทศพี่น้องไม่ควรสิ้นเปลืองทรัพยากรอันมีค่าของตนไปกับการแข่งขันที่กัดเซาะ การแข่งขันกันสะสมอาวุธ หรือการปิดกั้นซึ่งกันอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่เราจะตั้งเป้าที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ทรัพยากรของเราสามารถอุทิศให้กับความก้าวหน้าและการพัฒนาของภูมิภาคเพื่อประโยชน์ของทุกคน

เราตั้งตารอที่จะร่วมมือกับ ทูร์เคีย, ซาอุดิอาระเบีย, โอมาน, อิรัก, บาห์เรน, กาตาร์, คูเวต, สหรัฐ, อาหรับเอมิเรตส์ และองค์กรในระดับภูมิภาคเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า ส่งเสริมการลงทุนร่วมทุน รับมือกับความท้าทายร่วมกัน และ มุ่งสู่การสร้างกรอบการทำงานระดับภูมิภาคสำหรับการเจรจา การสร้างความเชื่อมั่น และการพัฒนา ภูมิภาคของเราประสบปัญหาสงคราม ความขัดแย้งทางนิกาย การก่อการร้ายและลัทธิหัวรุนแรง การค้ายาเสพติด การขาดแคลนน้ำ วิกฤตผู้ลี้ภัย ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และการแทรกแซงจากต่างประเทศมานานเกินไป ถึงเวลาแล้วที่จะจัดการกับความท้าทายทั่วไปเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของคนรุ่นอนาคต ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาภูมิภาคและความเจริญรุ่งเรืองจะเป็นหลักการชี้นำของนโยบายต่างประเทศของเรา

เนื่องจากประเทศต่าง ๆ มีทรัพยากรมากมายและมีประเพณีร่วมกันซึ่งมีรากฐานมาจากคำสอนอิสลามอันสันติ เราจึงต้องรวมตัวกันและพึ่งพาพลังแห่งตรรกะมากกว่าตรรกะแห่งอำนาจ ด้วยการใช้ประโยชน์จากอิทธิพลเชิงบรรทัดฐานของเรา เราสามารถมีบทบาทสำคัญในระเบียบโลกหลังขั้วโลกที่เกิดขึ้นใหม่ได้ด้วยการส่งเสริมสันติภาพ สร้างสภาพแวดล้อมที่สงบซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมการสนทนา และขจัดความกลัวอิสลาม อิหร่านพร้อมที่จะแสดงส่วนแบ่งที่ยุติธรรมในเรื่องนี้

ในปี 1979 หลังการปฏิวัติ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ได้ตัดความสัมพันธ์กับระบอบการแบ่งแยกสีผิวและเชื้อชาติสองประเทศ ได้แก่ อิสราเอลและแอฟริกาใต้ อิสราเอลยังคงเป็นระบอบการแบ่งแยกสีผิวมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเพิ่ม ‘การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ เข้าไปในบันทึกที่เสียหายจากการยึดครอง อาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การสร้างถิ่นฐาน การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ การผนวกดินแดนอย่างผิดกฎหมาย และการรุกรานต่อเพื่อนบ้าน

มาตรการแรก ฝ่ายบริหารของข้าพเจ้าจะกระตุ้นให้ประเทศอาหรับเพื่อนบ้านของเราร่วมมือกันและใช้ประโยชน์ทางการเมืองและการทูตทั้งหมด เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการหยุดยิงอย่างถาวรในฉนวนกาซา โดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการสังหารหมู่และป้องกันการขยายความขัดแย้ง จากนั้นเราจะต้องทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อยุติการยึดครองที่ยืดเยื้อซึ่งทำลายล้างชีวิตของชาวปาเลสไตน์ถึง 4 รุ่น ในบริบทนี้ ข้าพเจ้าต้องการเน้นย้ำว่าทุกรัฐมีหน้าที่ผูกพันภายใต้อนุสัญญาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 ในการใช้มาตรการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และจะไม่ยอมให้รางวัลผ่านการปรับความสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดให้เป็นปกติ

วันนี้ดูเหมือนว่าคนหนุ่มสาวจำนวนมากในหลายประเทศได้ตระหนักถึงความถูกต้องของจุดยืนของเราที่มีต่อระบอบการปกครองของอิสราเอลที่มีมานานหลายทศวรรษ ข้าพเจ้าอยากจะใช้โอกาสนี้บอกคนรุ่นที่กล้าหาญนี้ว่า เราถือว่าข้อกล่าวหาเรื่องการต่อต้านชาวยิวของอิหร่านในเรื่องจุดยืนที่เป็นหลักการต่อประเด็นปาเลสไตน์นั้นไม่เพียงแต่เป็นเท็จอย่างชัดแจ้งเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูหมิ่นวัฒนธรรม ความเชื่อ และค่านิยมหลักของเราด้วย มั่นใจได้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไร้สาระพอ ๆ กับคำกล่าวอ้างที่ไม่ยุติธรรมเกี่ยวกับการต่อต้านชาวยิวที่มุ่งเป้าไปยังพวกท่าน ในขณะที่พวกท่านประท้วงในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเพื่อปกป้องสิทธิในการมีชีวิตของชาวปาเลสไตน์

จีนและรัสเซียยืนหยัดเคียงข้างเราอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ท้าทาย เราให้ความสำคัญกับมิตรภาพนี้อย่างลึกซึ้ง แผนงาน 25 ปีของเรากับจีนแสดงถึงหลักชัยสำคัญในการสร้าง ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม’ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และเราหวังว่าจะได้ร่วมมือกับปักกิ่งอย่างกว้างขวางมากขึ้น ในขณะที่เราก้าวไปสู่ระเบียบโลกใหม่ ในปี 2023 จีนมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกในการฟื้นความสัมพันธ์ของเรากับซาอุดิอาระเบียให้เป็นปกติ โดยแสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ที่สร้างสรรค์และแนวทางการคิดล่วงหน้าในกิจการระหว่างประเทศ

รัสเซียเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีคุณค่าและเป็นเพื่อนบ้านกับอิหร่าน และฝ่ายบริหารของข้าพเจ้าจะยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายและเสริมสร้างความร่วมมือของเรา เรามุ่งมั่นเพื่อสันติภาพสำหรับประชาชนรัสเซียและยูเครน และรัฐบาลของข้าพเจ้าจะเตรียมพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่มุ่งบรรลุเป้าหมายนี้อย่างแข็งขัน ข้าพเจ้าจะให้ความสำคัญกับความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีกับรัสเซียต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในกรอบเช่น BRICS องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย

ด้วยความตระหนักว่าภูมิทัศน์โลกได้พัฒนาไปไกลกว่าพลวัตแบบดั้งเดิม ฝ่ายบริหารของข้าพเจ้าจึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับผู้เล่นระดับนานาชาติที่เกิดขึ้นใหม่ในซีกโลกใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศในแอฟริกา เราจะมุ่งมั่นที่จะเพิ่มพูนความพยายามในการทำงานร่วมกันและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนของเราเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ความสัมพันธ์ของอิหร่านกับละตินอเมริกามั่นคงดี และจะรักษาและกระชับอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมการพัฒนา การเจรจา และความร่วมมือในทุกสาขา ความร่วมมือระหว่างอิหร่านและประเทศในละตินอเมริกามีศักยภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ และเราหวังว่าจะกระชับความสัมพันธ์ของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ความสัมพันธ์ของอิหร่านกับยุโรปมีทั้งขึ้นและลง หลังจากที่สหรัฐฯ ถอนตัวจาก JCPOA (แผนปฏิบัติการร่วมที่ครอบคลุม) ในเดือนพฤษภาคม 2018 ประเทศในยุโรปได้ให้คำมั่นสัญญา 11 ประการกับอิหร่านเพื่อพยายามกอบกู้ข้อตกลงและบรรเทาผลกระทบของการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกาต่อเศรษฐกิจของเรา ข้อผูกพันเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการรับรองการทำธุรกรรมทางธนาคารที่มีประสิทธิภาพ การปกป้องบริษัทจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และการส่งเสริมการลงทุนในอิหร่านอย่างมีประสิทธิผล ประเทศในยุโรปได้ละทิ้งพันธกรณีเหล่านี้ทั้งหมด แต่ก็คาดหวังอย่างไร้เหตุผลว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งหมดของตนภายใต้ JCPOA เพียงฝ่ายเดียว

แม้จะมีเรื่องผิดปกติเหล่านี้ ข้าพเจ้ายังคงตั้งตารอที่จะได้มีส่วนร่วมในการเจรจาที่สร้างสรรค์กับประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เพื่อกำหนดความสัมพันธ์ของเราบนเส้นทางที่ถูกต้อง บนหลักการของการเคารพซึ่งกันและกันและการยืนหยัดที่เท่าเทียมกัน ประเทศในยุโรปควรตระหนักว่า ชาวอิหร่านเป็นคนที่ภาคภูมิใจซึ่งสิทธิและศักดิ์ศรี ซึ่งไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป มีความร่วมมือหลายประการที่อิหร่านและยุโรปสามารถสำรวจได้เมื่อมหาอำนาจของยุโรปตกลงกับความเป็นจริงนี้ และละทิ้งอำนาจสูงสุดทางศีลธรรมที่ถือตนเป็นใหญ่ ควบคู่ไปกับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งรบกวนความสัมพันธ์ของเรามาเป็นเวลานาน โอกาสในการร่วมมือ ได้แก่ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ความมั่นคงด้านพลังงาน เส้นทางการคมนาคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการต่อต้านการก่อการร้ายและการค้ายาเสพติด วิกฤตผู้ลี้ภัย และสาขาอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถดำเนินไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติของเรา

สหรัฐฯ จำเป็นต้องยอมรับความเป็นจริงและเข้าใจทันทีว่าอิหร่านไม่ และจะไม่ ตอบสนองต่อแรงกดดัน เราเข้าร่วม JCPOA ในปี 2015 โดยสุจริตและปฏิบัติตามพันธกรณีของเราอย่างเต็มที่ แต่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงโดยมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทและการแก้แค้นภายในประเทศล้วน ๆ ก่อให้เกิดความเสียหายหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อเศรษฐกิจของเรา และก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน ความตาย และการทำลายล้างอย่างนับไม่ถ้วนต่อชาวอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ผ่านทางการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวนอกอาณาเขต โดยสหรัฐฯ จงใจเลือกที่จะยกระดับความเป็นปฏิปักษ์โดยไม่เพียงแต่ทำสงครามทางเศรษฐกิจกับอิหร่านเท่านั้น แต่ยังมีส่วนร่วมในการก่อการร้ายโดยรัฐด้วยการลอบสังหารนายพลกัสเซม โซไลมานี วีรบุรุษต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความสำเร็จในการช่วยชีวิตผู้คนในภูมิภาคของเราจากหายนะของ ISIS และกลุ่มก่อการร้ายที่โหดร้ายอื่น ๆ ปัจจุบัน โลกกำลังประสบกับผลร้ายจากการเลือกนั้น

สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก ไม่เพียงแต่พลาดโอกาสทางประวัติศาสตร์ในการลดและจัดการความตึงเครียดในภูมิภาคและโลกเท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธ (NPT) อย่างจริงจังด้วยการแสดงให้เห็นว่าต้นทุนของการยึดมั่นในหลักการของการไม่แพร่ขยายอาวุธ - ระบอบการแพร่กระจายอาจมีมากกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับ แท้จริงแล้ว สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกได้ใช้ระบอบการปกครองที่ไม่แพร่ขยายอาวุธในทางที่ผิดเพื่อสร้างวิกฤตเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน ซึ่งขัดแย้งกับการประเมินข่าวกรองของพวกเขาเองอย่างเปิดเผย และใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อรักษาแรงกดดันที่ยั่งยืนต่อประชาชนของเรา ในขณะที่พวกเขามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและ ยังคงสนับสนุนอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอล ระบอบการแบ่งแยกเชื้อชาติ ผู้รุกรานและสมาชิกที่ไม่ใช่ NPT และเป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างผิดกฎหมาย

ข้าพเจ้าขอเน้นย้ำว่าหลักการด้านกลาโหมของอิหร่านนั้นจะไม่รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เรียนรู้จากการคำนวณที่ผิดพลาดในอดีต และปรับนโยบายของตนให้เหมาะสม ผู้มีอำนาจตัดสินใจในวอชิงตันจำเป็นต้องตระหนักว่านโยบายที่ประกอบด้วยประเทศในภูมิภาคที่แข่งขันกันเองนั้นไม่ประสบความสำเร็จและจะไม่ประสบความสำเร็จในอนาคต พวกเขาจำเป็นต้องทำใจกับความเป็นจริงนี้และหลีกเลี่ยงไม่ให้ความตึงเครียดในปัจจุบันรุนแรงขึ้น

ชาวอิหร่านมอบความไว้วางใจให้กับข้าพเจ้าในการดำเนินการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ยืนกรานในสิทธิของเรา ศักดิ์ศรีของเรา และบทบาทที่สมควรได้รับของเราในภูมิภาคและโลก ข้าพเจ้าขอเชิญชวนผู้ที่เต็มใจเข้าร่วมกับเราในความพยายามครั้งประวัติศาสตร์นี้

'อาร์เจนตินา' ต่อเวลาเฉือนชนะ 'โคลอมเบีย' 1-0 คว้าแชมป์โคปา 2024 แม้ 'เมสซี่' เล่นไม่จบเกม

(15 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า ฟุตบอลโคปา อเมริกา 2024 รอบชิงชนะเลิศ อาร์เจนตินา แชมป์เก่า จะพบกับ โคลอมเบีย ซึ่งเกมนี้เตะกันที่ สังเวียน ฮาร์ดร็อค สเตเดี้ยม รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยคู่นี้เคยพบกันล่าสุดในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก และหนนี้เป็นทีม 'ฟ้าขาว' เปิดบ้านชนะ 1-0 จากประตูชัยของ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

สำหรับเกมนี้ ได้มีการเลื่อนแข่งขันออกไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากเหตุความวุ่นวายเมื่อแฟนบอลบางส่วนไม่มีตั๋วเข้าสนามไม่ได้ จนเกิดความโกลาหลฝ่าประตูกันเข้ามา จากนั้นเกมกลับมาแข่งขันตามเดิม

ฟากทัพฟ้าขาว ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซือแชมป์โลก 2022 ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บส่งผู้เล่นชุดเดิมลงสนาม นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีม เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตู, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, อังเคล ดิ มาเรีย และ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ 

ส่วน โคลอมเบีย ของ เนสตอร์ ลอเรนโซ่ บอสใหญ่ ไม่มี ดาเนียล มูนญอซ ที่โดนใบแดงนัดที่แล้ว จัดทัพส่ง ฮาเมส โรดริเกซ กัปตันทีมทัพ พร้อมด้วย ดาวินซอน ซานเชซ, เจฟเฟอร์สัน เลร์ม่า, หลุยส์ ดิอาซ และ จอน กอร์โดบา

เริ่มครึ่งแรก โคลอมเบีย สร้างโอกาสได้ดีกว่า แต่แนวรับของอาร์เจนตินายังคงเหนียวแน่น ส่งผลให้เกมยังคงไม่มีสกอร์จนถึงครึ่งแรก 0-0 

กลับมาครึ่งหลังนาที 58 อาร์เจนตินา มีลุ้นจาก ดิ มาเรีย ได้บอลด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ แล้วตัดบอลเข้ามาก่อนยิงไปที่มุมไกล คามิโล วาร์กัส เซฟไว้ได้ 

นาที 64 เมสซี่ ปะทะกับนักเตะโคลอมเบีย ได้บาดเจ็บแต่กลับมาลงสนามเพื่อเล่นต่อ แต่ว่าผ่านมาแค่ 2 นาที กัปตันทีมชาวอาร์เจนตินา เล่นต่อไม่ไหวเดินกะเผลกออกจากสนามด้วยน้ำตา โดยส่ง นิโก้ กอนซาเลซ ลงมาแทน 

จากนั้นทั้งสองทีมไม่มีฝั่งไหนทำสกอร์ได้จบ 90 นาที เสมอ 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษ จากนั้นนาที 112 เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จบสกอร์อย่างเฉียบขาดที่มุมไกล กลายเป็นประตูชัยให้ อาร์เจนตินา เฉือนชนะ โคลอมเบีย 1-0 คว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2024 มาครองได้สำเร็จ และเป็นแชมป์สมัยที่ 16

สำหรับการคว้าแชมป์ในหนนี้ของ อาร์เจนตินา ส่งผลให้ทัพฟ้าขาวสามารถ ซิวแชมป์ระดับเมเจอร์ได้ 3 รายการติดต่อกัน ได้แก่ Copa America 2021 / World Cup 2022 และ 2024 กับ Copa America

‘อีลอน มัสก์’ เผย!! เคยถูกลอบสังหารไม่ต่างจาก ‘ทรัมป์’  หลังเริ่มหนุนหลัง 'รีพับลิกัน' วิจารณ์ 'เดโมแครต'

(15 ก.ค.67) รายงานข่าวระบุว่า กระสุนปืนถูกยิงออกมาหลายนัด ระหว่างที่อดีตประธานาธิบดีกำลังปราศรัย ณ เวทีหาเสียง หนึ่งในนั้นพุ่งถากบริเวณใบหูขวาของทรัมป์ ในขณะที่ ทรัมป์ ถูกบรรดาเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับอารักขาลงจากเวที อีกด้านหนึ่งปรากฏว่าเหตุลอบสังหารครั้งนี้ได้ทำให้ผู้ร่วมฟังการหาเสียงรายหนึ่งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ต่อมาพวกเจ้าหน้าที่รายงานว่ามือปืนซึ่งมีอายุ 20 ปี ถูกวิสามัญฆาตกรรมแล้ว หลังจากเขาก่อเหตุลอบสังหารมาจากดาดฟ้าของอาคารหลังหนึ่ง

จากเหตุดังกล่าว ‘อีลอน มัสก์’ ได้โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ระบุว่า “ช่วงเวลาแห่งอันตรายรออยู่เบื้องหน้า” พร้อมเขียนต่อว่า “บุคคล 2 ราย (คนละครั้ง) พยายามสังหารผมในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาถูกจับกุมพร้อมด้วยอาวุธปืน ห่างจากสำนักงานใหญ่ของเทสลาในเทกซัส ขับรถมาไม่ถึง 20 นาที”

คำกล่าวอ้างของ มัสก์ เป็นการเขียนตอบกลับผู้ใช้แพลตฟอร์มเอ็กซ์รายหนึ่ง ที่ขอให้อภิมหาเศรษฐีที่พูดจาขวานผ่าซากรายนี้ ยกระดับการปกป้องตนเอง 3 เท่า โดยบอกว่า “ถ้าพวกเขาสามารถทำกับทรัมป์ พวกเขาก็จะทำกับคุณด้วยเช่นกัน”

ก่อนหน้านี้ มัสก์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความพยายามลอบสังหารตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสู้ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในข้อความที่โพสต์ลงแพลตฟอร์มเอ็กซ์อีกอัน โดยเขียนว่า "ผมขอสนับสนุนรับรองประธานาธิบดีทรัมป์อย่างเต็มที่ และผมหวังว่าเขาจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว"

มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลา มักออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเดโมแคตในปัจจุบันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในนั้นรวมถึงย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม 2022 ที่กล่าวอ้างว่าขุมกำลังทางการเมืองแห่งนี้ "กลายเป็นพรรคแห่งความแตกแยกและความเกลียดชัง ดังนั้นผมจึงไม่สามารถสนับสนุนพวกเขาได้อีกต่อไป และผมจะโหวตให้รีพับลิกัน"

ล่าสุด ในความเห็นที่มีต่อผลงานครั้งหายนะของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในศึกประชันวิสัยทัศน์กับ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน มัสก์บ่งชี้ในช่วงต้นเดือนว่า "ดูเหมือนสหรัฐฯ จะไม่มีประธานาธิบดีมาสักพักแล้ว"

ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม มหาเศรษฐีรายนี้ประณามวินิจฉัยของคณะลูกขุนหนึ่งในแมนฮัตตัน ที่ตัดสินว่า ทรัมป์ มีความผิด 34 กระทง กรณีปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจเพื่อจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่ไม่ให้แฉความสัมพันธ์ลับ

"ถ้าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาในประเด็นเล็กน้อยเช่นนี้ ที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ไม่ใช่ความยุติธรรม เมื่อนั้นทุกคนก็เสี่ยงเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน" มัสก์กล่าว

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลด์ อ้างแหล่งข่าวหลายราย รายงานว่า ทรัมป์ และ มัสก์ หล่อหลอมความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และเคยพูดคุยกันอย่างลับๆ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเสนอชื่อ มัสก์ เป็นที่ปรึกษาทำเนียบขาว หากว่า ทรัมป์ คว้าชัยในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี ในเดือนพฤศจิกายน

'กระทิงดุ' ดับฝัน 'สิงโตคำราม' 2-1 ด้าน 'แฮรี เคน' ยังคงไร้ถ้วยต่อไป

(15 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 นัดชิงชนะเลิศ เป็นการดวลกันระหว่าง ‘กระทิงดุ’ สเปน ดีกรีแชมป์ 3 สมัย ดวลกับ ‘สิงโตคำราม’ อังกฤษ รองแชมป์เก่าจากหนที่แล้ว เตะกันที่สนามโอลิมเปีย สตาดิโอน กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ก.ค.67)

ช่วงเริ่มเกม 10 นาทีแรก เป็นทางสเปนที่ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไม่มีจังหวะเข้าทำที่ใกล้เคียงจะเปลี่ยนเป็นประตู จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0 เข้าสู่ครึ่งกลังเพียง 2 นา ที แชมป์โลก 2010 ปลดล็อกจาก ลามีน ยามาล ตัวรุกด้านขวา จ่ายขวางสนามให้ นิโก วิลเลียมส์ แปยัดด้วยซ้ายเสียบมุมเสาไกล ขึ้นนำ 1-0 ถัดมา นาที 73 ทางจู๊ด เบลลิงแฮม เขี่ยคืนให้ โคล พาลเมอร์ ตัวสำรอง กดลูกเรียดด้วยซ้ายนอกเขต ตีเสมอ 1-1

ต่อมานาทีที่ 86 ความพยายามทำประตูขึ้นนำของสเปนมาสำเร็จ จากจังหวะ มาร์ค คูคูเรยา แบ็กซ้าย จ่ายเรียดให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล ตัวสำรอง ชาร์จจ่อ ๆ ตามหลัง 1-2 แต่เกือบทวงคืนนาที 90 อูไน ซิมอน นายทวาร ปัดลูกโหม่งของ ดีแคลน ไรซ์ ไม่พ้นอันตราย มาร์ค เกฮี ซ้ำติด ดานี โอลโม ตัวคุมเส้น

จบเกม สเปน สร้างสถิติคว้าแชมป์รายการนี้สูงสุด 4 สมัย ปี 1964, 2008, 2012 และ 2024 แซง เยอรมนี 3 สมัย ปี 1972, 1980, 1996 ขณะที่ อังกฤษ อกหัก 2 ครั้งติดต่อกัน หลังแพ้จุดโทษ อิตาลี เมื่อปี 2021 (ยูโร 2020)

รายชื่อ 11 ตัวจริง

สเปน (4-2-3-1) : อูไน ซิมอน, เอย์เมอริค ลาปอร์ต, โรบิน เลอ นอร์มองด์, มาร์ค คูคูเรยา, ดานี คาร์บาฆัล, ดานี โอลโม, ฟาเบียน รุยซ์, โรดรี, อัลบาโร โมราตา, นิโก วิลเลียมส์, ลามีน ยามาล

อังกฤษ (3-4-2-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด, จอห์น สโตนส์, มาร์ค เกฮี, ไคล์ วอล์คเกอร์, ดีแคลน ไรซ์, ค็อบบี เมนู, ลุค ชอว์, บูกาโย ซากา, แฮร์รี เคน, แฮร์รี เคน, จู๊ด เบลลิงแฮม, ฟิล โฟเดน

‘บีบีซี’ เผยข้อมูลสำคัญ มือปืนอยู่ห่าง ‘ทรัมป์’ ไม่ถึง 200 เมตร   ซุ่มยิง!! อยู่บบนหลังคา พร้อมอาวุธปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ เออาร์-15

(14 ก.ค.67) ทีมข่าว บีบีซี วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์พยายามลอบสังหาร นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างหาเสียงในเมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อเวลาราว 18.15 น. ของวันเสาร์ที่ 13 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ว่า

เห็นชายคนหนึ่งถือปืนไรเฟิลจู่โจมอยู่บนหลังคาซึ่งห่างจากจุดที่นายทรัมป์ยืนบนเวทีไม่ถึง 200 เมตร เมื่อนำมาประกอบกับคลิปวิดีโอเหตุการณ์จากพยานและโพสต์บนโซเชียลมีเดีย รวมถึงคลิปสำคัญที่บันทึกได้จากทางทิศใต้ของโกดังแห่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นภาพซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นศพมือปืน

เมื่อเปรียบเทียบรูปดังกล่าวบนเว็บไซต์กูเกิ้ลแมพและตำแหน่งของผู้เห็นเหตุการณ์ ทีมข่าวยืนยันว่ามือปืนอยู่บนอาคารหลังนี้ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่แล้วว่าคนร้ายลอบยิงจากโกดัง

ท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพราะอยู่ไม่ไกลจากเวทีปราศรัยหาเสียง นอกจากนี้สื่อท้องถิ่นของสหรัฐรายงานด้วยว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ เออาร์-15 (AR-15)

‘แคนาดา’ เร่งอพยพ ประชาชนกว่า 9 พันคน ‘หนีไฟป่า’ เผย!! สถานการณ์ถึงขั้นเลวร้าย เข้าสู่จุดสูงสุดของฤดูกาลไฟป่า

(14 ก.ค.67) ทางการท้องถิ่นรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศแคนาดา เร่งอพยพประชาชนราว 9,000 คนในเมืองแลบราดอร์ซิตีและเมืองแวบุช หลัง ไฟป่า โหมไหม้ใกล้พื้นที่ชุมชน

นายเจฟฟ์ มอตตี รองหัวหน้าหน่วยดับเพลิงรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ กล่าวว่าไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วและเคลื่อนที่ราว 50 เมตรต่อนาที และความรุนแรงของไฟทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดน้ำได้ ด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางระบุเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ก.ค. ว่าสภาพอากาศเอื้อประโยชน์ต่อการจำกัดไฟป่า แต่สถานการณ์อาจเลวร้ายเพราะแคนาดากำลังเข้าสู่จุดสูงสุดของฤดูกาลไฟป่า

ทั้งนี้ เมื่อปี 2566 แคนาดาเผชิญฤดูกาลไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสภาพอากาศที่แห้งและร้อนขึ้นในหลายพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันแคนาดากำลังต่อสู้กับไฟป่าที่ยังคุกรุ่นอย่างน้อย 575 แห่ง มากกว่า 400 แห่งมีสถานะอยู่นอกเหนือการควบคุม และในช่วงไม่กี่วันมานี้ยังเกิดไฟป่าปะทุใหม่อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะทางตะวันตกของประเทศที่ประสบภัยคลื่นความร้อนรุนแรง

คนรวยในฝรั่งเศส เตรียมย้ายออก นอกประเทศ เหตุ!! กังวลถูกรีดภาษี หนีความวุ่นวายทางการเมือง

(14 ก.ค.67) พลเมืองผู้มั่งคั่งหลายรายในฝรั่งเศสกำลังพิจารณาย้ายออกนอกประเทศ สืบเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง และแนวโน้มอัตราภาษีที่สูงขึ้น หลังศึกเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อเร็วๆ นี้ ตามรายงานของบลูมเบิร์กเมื่อวันศุกร์ (12 ก.ค.) อ้างอิงที่ปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่ง

ความเคลื่อนไหวนี้ ส่วนหนึ่งสืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งเมื่อไม่นานที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีพรรคไหนครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด ก่อให้เกิดรัฐสภาแขวน แม้พันธมิตรฝ่ายซ้ายคว้าเก้าอี้มาได้มากที่สุดก็ตาม

บลูมเบิร์กรายงานอ้างบรรดาที่ปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่ง เปิดเผยว่า บรรดาลูกค้าผู้ตื่นตระหนกของพวกเขาหลายรายได้เริ่มโอนย้ายเงินทุนไปยังต่างแดนแล้ว และเริ่มมองหาความเป็นไปได้ในการโยกย้ายถิ่นฐาน เกือบทั้งหมดกังวลว่า แม้ทั้งพรรคขวาจัดหรือพรรคซ้ายจัดต่างไม่มีใครคว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด แต่หลายพรรคมีนโยบายหาเสียงอันน่ากังวล อย่างเช่นขึ้นภาษี ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจได้รับความเห็นชอบกลายเป็นกฎหมายในไม่ช้านี้

‘เรามีลูกค้าใหม่ๆ อย่างเช่นผู้บริหารระดับสูง ซึ่งสอบถามว่าพวกเขาจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อปกป้องตนเอง ตามหลังเบร็กซิต มีนายธนาคารจำนวนมากไหลบ่าเข้าไปยังฝรั่งเศส แต่พวกมีรายได้สูงเหล่านี้อาจย้ายออกนอกประเทศ เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการจ่ายภาษีมากกว่านี้’ เซเนีย ลาเกรนด์ จากบริษัทกฎหมายโฮเกน โลเวลล์ส ที่มีสำนักงานในปารีส บอกกับบลูมเบิร์ก

แนวร่วมนิว ป็อปปูลาร์ ฟรอนต์ (เอ็นเอฟแอล) พรรคฝ่ายซ้าย ซึ่งคว้าเก้าอี้ได้มากสุดในศึกเลือกตั้ง ประกาศจะรีดภาษีกำไรพิเศษของบริษัททั้งหลาย และคืนสถานะภาษีมั่งคั่งที่เรียกเก็บจากคนรวย ซึ่งข้อเสนอกฎหมายเหล่านี้สวนทางกับนโยบายต่างๆ ที่บังคับใช้โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งถูกมองว่าเป็นมิตรกับคนรวยมากกว่า และแม้กระทั่งได้รับฉายาว่า ‘ประธานาธิบดีของคนรวย’

เอ็มมานูเอล อังเจเลียร์ ประธานบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สิน La Financiere d’Orion ทำนายว่า ‘ผู้คนที่สามารถย้ายประเทศได้ จะย้ายประเทศ ถ้าหากว่านโยบายสุดขั้วต่างๆ ถูกบังคับใช้ ฝรั่งเศสจะไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าดึงดูดใจสำหรับต่างชาติอีกต่อไป และคนรวยจะย้ายหนีไปด้วย’

จูเลียน มากิตเตรี ที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินส่วนบุคคลของบริษัท Barnes Family Office by Côme ระบุว่า บางคนเริ่มเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากฝรั่งเศสแล้วตั้งแต่ก่อนศึกเลือกตั้งรอบ 2 ด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่ย้ายเงินทุนไปที่ประเทศต่างๆ อย่างเช่นสวิตเซอร์แลนด์และลักเซมเบิร์ก ขณะที่บรรดาผู้จัดการด้านทรัพย์สินส่วนใหญ่บอกว่ามีหลายประเทศ อย่างเช่นอิตาลี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สิงคโปร์ และสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของบรรดาผู้มั่งคั่งฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสเป็นถิ่นพำนักของบรรดาบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกบางส่วน ในนั้นรวมถึง บอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ชายที่รวยที่สุดในยุโรปและเป็นเจ้าของบริษัทแบรนด์เนมหรู LVMH ฟรองซัวส์ เบตตองกูร์ เมเยอร์ส เศรษฐินีชาวฝรั่งเศส เจ้าของบริษัทเครื่องสำอาง L’Oréal สตรีผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก และพี่น้องตระกูลเวอร์ไธเมอร์ เจ้าของแบรนด์ชาแนล

อ้างอิงจากผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสำนัก Elabe เมื่อต้นสัปดาห์ พบว่าชาวฝรั่งเศส 7 ใน 10 คน ไม่พอใจกับผลการเลือกตั้ง และองค์ประกอบของสมัชชาแห่งชาติชุดใหม่ โดยบอกว่าเวลานี้ประเทศอยู่ในสถานการณ์ที่ปกครองไม่ได้

‘ไบเดน’ ประณามเหตุ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ถูกลอบยิง ชี้!! ความรุนแรงแบบนี้ ไม่ควรมี ในอเมริกา

(14 ก.ค.67) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน ผู้นำการเมืองทั้งจากรีพับลิกันและเดโมแครตต่างประณามเหตุรุนแรงในเวทีหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน

ไม่มีที่ให้ความรุนแรงแบบนี้ในอเมริกา มันแย่มาก มันแย่ นี่คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเราต้องหลอมรวมประเทศนี้เป็นหนึ่ง เราจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ เรายอมรับสิ่งนี้ไม่ได้

ความรุนแรงทางการเมือง หรือความรุนแรงแบบนี้ในอเมริกาไม่เคยได้ยินมาก่อน มันไม่เหมาะสม ทุกคน ทุกคนต้องประณาม ทุกคนเลย ไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวด่วนที่รีโฮโบธบีช รัฐเดลาแวร์ และว่า ตนหวังจะได้พูดคุยกับทรัมป์ เร็วๆนี้

บารัก โอบามา นายเก่าไบเดน ออกแถลงการณ์แบบเดียวกัน ความรุนแรงทางการเมืองไม่มีวันมีที่ยืนในประชาธิปไตยของเราเด็ดขาด

แม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น เราทุกคนควรสบายใจได้ที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส และใช้ช่วงเวลานี้เตือนตนเองอีกครั้งว่าการเมืองต้องมีอารยะและเคารพกัน โอบามาระบุ

อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประณามการโจมตี ‘ขี้ขลาด’

ลอราและผมรู้สึกขอบคุณที่ประธานาธิบดีทรัมป์ปลอดภัยหลังจากถูกลอบสังหารอย่างขี้ขลาด และเราขอชื่นชมเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองชายและหญิงที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

‘อังกฤษ’ ฟาดแข้ง ‘สเปน’ ในศึกยูโร 2024 งานนี้!! สูสี อาจมียื้อ ถึงฎีกาดวลจุดโทษหาผู้ชนะ

(14 ก.ค.67) ในที่สุดศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ‘ยูโร 2024’ ก็เดินทางมาถึงนัดสุดท้ายประจำทัวร์นาเมนต์ เป็นการลงสนามฟาดแข้งนัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง ‘กระทิงดุ’ สเปน อดีตแชมป์ 3 สมัย พบ ‘สิงโตคำราม’ อังกฤษ รองแชมป์เมื่อหนก่อน แข่งขัน 02.00น. (เช้าตรู่ 10 ก.ค.) ตามเวลาไทย พีพีทีวี เอชดี หมายเลข 36 และทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล 3 ถ่ายทอดสด

สภาพความพร้อมของทั้งสองทีม
สเปน ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟอนเต ฟอร์มยอดเยี่ยมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ไล่ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มพวกเขาเก็บชัย 3 นัดรวด เช่นเดียวกับรอบน็อกเอาต์ก็เอาชนะคู่แข่งแบบไม่ต้องถึงขั้นดวลจุดโทษ จะมีเหนื่อยหน่อยก็เกมพบ เจ้าภาพเยอรมนี ที่เฉือนชัยไป 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

สภาพทีมในเกมนี้ ‘กระทิงดุ’ ไม่สามารถใช้งาน เปดรี และอโยเซ่ เปเรซ 2 นักเตะที่บาดเจ็บ และยังต้องเช็กสภาพความฟิตของ เฆซุส นาบาส แบ็คขวาจอมเก๋า ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีปัญหา พร้อมลงสนาม นำทัพโดย ลามีน ยามาล, นิโก วิลเลียมส์, อัลบาโร โมราตา, โรดรี, ฟาเบียน รุยซ์

ด้าน อังกฤษ ของกุนซือแกเร็ธ เซาธ์เกต โดนวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นมาตลอดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม แต่ถึงแม้จะกระท่อนกระแท่นแค่ไหนพวกเขาก็สามารถทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศได้เป็นหนที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากครั้งก่อนต้องพลาดหวัง

เกมนี้คาดว่า ‘สิงโตคำราม’ จะยังคงใช้แท็คติกกองหลัง 3 คนตามเดิม โดย ลุค ชอว์ น่าจะได้ออกสตาร์ท 11 คนแรกในตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งซ้าย ส่วนแผงกลาง ดีแคลน ไรซ์ กับ ค็อบบี ไมนู ขณะที่แนวรุกจะใช้ ฟิล โฟเดน, จู๊ด เบลลิงแฮม และแฮร์รี เคน

สถิติการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ค่อนข้างสูสี สเปน กับ อังกฤษ ผลัดกันแพ้-ชนะ ทีมละ 2 นัด และเสมอกัน 1 นัด โดยเจอดวลแข้งกันหนล่าสุดคือในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ปี 2018 สิงโตคำราม บุกเก็บชัยเหนือ กระทิงดุ ถึงถิ่น 3-2

- รายชื่อ 11 ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม
สเปน : อูไน ซิมอน (GK), ดานี การ์บาฆาล, โรบิน เลอ นอร์มองด์, อายเมอริก ลาปอร์ตส์, มาร์ค กูกูเรยา, ดานี โอลโม, โรดรี, ฟาเบียน รุยซ์, นิโก วิลเลียมส์, ลามีน ยามาล, อัลบาโร โมราตา

อังกฤษ : จอร์แดน พิคฟอร์ด (GK), ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, มาร์ค เกฮี, ลุค ชอว์, บูกาโย ซากา, ค็อบบี ไมนู, เดแคลน ไรซ์, จู๊ด เบลลิงแฮม, ฟิล โฟเดน, แฮร์รี เคน

- สกอร์ที่คาด
ถึงแม้ สเปน จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ซึ่งสวนทางกับ อังกฤษ อย่างเห็นได้ชัด แต่ฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศทุกอย่างแทบจะรีเซตกันใหม่ ซึ่งดูแล้วเกมจะออกมาสูสีแน่นอน และอาจต้องเล่นกันยาวไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ หรืออาจถึงฎีกาดวลจุดโทษหาผู้ชนะ

'อหิวาตกโรค' ภัยร้ายที่ยังคงมีในเมียนมา หากต้องแวะมา อย่าลืมรับวัคซีนแต่เนิ่นๆ

ไม่นานมานี้สาธารณสุขเมียนมาประกาศว่ามีอหิวาตกโรคระบาดในย่างกุ้ง ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายสิบราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและเด็ก

ต้องยอมรับว่าอหิวาตกโรค หรือ โรคห่า เป็นโรคประจำถิ่นที่เกิดจากการดื่มกินน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้ออหิวาห์เข้าไปทำให้เกิดโรคขึ้น 

โรคอหิวาตกโรคไม่ได้เพิ่งมาระบาดในเมียนมา แต่ในปี 2015 ก็มีรายงานการระบาดของอหิวาต์มาแล้วในหมู่บ้านก๊อกกาเร็กใกล้เมืองเมียวดี

ทางสถานทูตไทยในย่างกุ้งได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่อาศัยในเมียนมาให้ดื่มน้ำสะอาด งดรับประทานน้ำแข็งและทานอาหารปรุงสุก รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารค้างมื้อ อาหารทะเล อาหารดิบและอาหารที่มีแมลงวันตอม รวมถึงการใช้มือรับประทานอาหาร

สำหรับนักท่องเที่ยวในไทย เรามีวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์เช่นกัน มีทั้งแบบเชื้อเป็นและเชื้อตาย

วัคซีนแบบเชื้อตายเป็นวัคซีนรับประทาน ต้องทาน 2 ครั้ง ระยะเวลาห่างกัน 1-6 สัปดาห์ ในขณะที่วัคซีนแบบเชื้อเป็น จะเป็นแบบรับประทานครั้งเดียวก่อนเข้าไปยังพื้นที่ที่มีการติดเชื้ออหิวาตกโรค โดยต้องรับประทานก่อนเดินทางเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน

ดังนั้นหากใครต้องการเดินทางไปยังเมียนมาในช่วงนี้ขอให้เตรียมตัวในการรับวัคซีนด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top