Wednesday, 1 July 2026
NEWS FEED

กาฬสินธุ์แม่ทัพภาคที่ 2 ติดตามแก้ปัญหาน้ำตามนโยบายรัฐบาลไม่ท่วมไม่แล้ง

แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 พร้อมคณะ  ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์  ประชุมแนวทางแก้ปัญหาน้ำตามนโยบายรัฐบาล “ไม่ท่วม ไม่แล้ง” โดยกำหนดพื้นที่เร่งด่วนในการดำเนินการพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากและพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก 3 พื้นที่ ในตำบลหัวหิน อำเภอห้วยเม็ก ตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย และตำบลหนองช้าง อำเภอสามชัย

วันที่ 13  พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมผาเสวย ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ  แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 พร้อมคณะ ได้ร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหาน้ำตามนโยบายรัฐบาล “ไม่ท่วม ไม่แล้ง” โดยมีนายธวัชชัย  รอดงาม  รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พันเอกนิสิต  สมานมิตร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ (ฝ่ายทหาร)  นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว พ.จ.ต.สำเนียง หวังเจริญ ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ นายอัครนันท์ ปัญญาเจริญโรจน์ นายก อบต.หนองหิน อ.ห้วยเม็ก นายพงศ์ภรณ์ ภาระขันธ์ นายก อบต.หนองช้าง  อ.สามชัย นายสมคิด ชนะบุญ นายก อบต.ลำชี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ และรายงานสภาพปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง 
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ  แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทราบว่ามีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งระดับปานกลาง 3 อำเภอ 11 ตำบล 56 หมู่บ้าน พื้นที่เสี่ยงภัยระดับต่ำ 18 อำเภอ 130 ตำบล 1,479 หมู่บ้าน และพื้นที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง 2 อำเภอ 36 ชุมชน 49 หมู่บ้าน  และข้อมูลพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค  เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง 12 อำเภอ 22 ตำบล  54 หมู่บ้าน และพื้นที่เฝ้าระวัง 16 อำเภอ 54 ตำบล 325 หมู่บ้าน  ส่วนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย แบ่งเป็น 3 พื้นที่  พื้นที่เหนือเขื่อนลำปาว 6 อำเภอ 32 ตำบล 204 หมู่บ้าน  พื้นที่ท้ายเขื่อนลำปาว  4 อำเภอ 23 ตำบล 142 หมู่บ้าน และพื้นที่นอกเขตชลประทาน 8 อำเภอ 41 ตำบล  238 หมู่บ้านซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงสูง 3 อำเภอ 4 ตำบล 17 หมู่บ้าน

พลโทอดุลย์กล่าวอีกว่าอีกว่า ในการประชุมเพื่อแก้ปัญหาน้ำตามนโยบายรัฐบาล “ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ในครั้งนี้เป็นการหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา โดยได้กำหนดพื้นที่เร่งด่วนในการดำเนินการรวม 3 พื้นที่ ได้แก่  การแก้ปัญหาแล้งซ้ำซากในพื้นที่ ต.หนองช้าง อ.สามชัย ด้วยการขุดลอกหนองแก่นทราย ให้เก็บกักน้ำได้มากขึ้นเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปา การแก้ปัญหาแล้งซ้ำซากและท่วมซ้ำซาก ในพื้นที่ ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก  ด้วยการก่อสร้างฝายเก็บกักน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง  และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย  ด้วยการขยายช่องระบายน้ำลำน้ำชีในช่วงฝายวังยางให้สามารถระบายน้ำได้มากขึ้น

ขณะที่นายอัครนันท์ ปัญญาเจริญโรจน์ นายก อบต.หนองหิน อ.ห้วยเม็ก กล่าวว่าปัญหาแล้งซ้ำซากและท่วมซ้ำซาก  ในระดับเคยมีการถวายฎีกาขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการประมาณ 10 ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการก่อสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณเขื่อนลำปาว เชื่อมระหว่าง ต.เสาเล้า อ.หนองกุงศรี กับบ้านโคกกลาง ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็กระยะทางประมาณ 1,400 เมตร ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้งบประมาณกว่า 80 ล้านบาท 

ด้านนายสมคิด ชนะบุญ นายก อบต.ลำชี กล่าวว่า ในส่วนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ตำบลลำชีที่ผ่านมานั้น เกิดจากปริมาณน้ำในลำชีเอ่อหนุน และเคยเกิดเหตุการณ์พนังกั้นลำชีแตก 2 ครั้ง สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตร การประมง ที่พักอาศัยเป็นบริเวณกว้าง มูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก  จึงมีแนวทางป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยจัดทำโครงการบายพาสน้ำ หรือขยายช่องทางน้ำ จุดร่องลำชีเดิม ด้านทิศใต้ของฝายวังยาง ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 60-70 ล้านบาท 

ส่วนนายพงศ์ภรณ์ ภาระขันธ์ นายก อบต.หนองช้าง  อ.สามชัย กล่าวว่าปัญหาที่พี่น้องประชาชน ต.หนองช้าง 8 หมู่บ้านประสบคือภัยแล้งซ้ำซาก  เนื่องจากพื้นที่อยู่บนที่สูง ทุรกันดาร ห่างไกลเขื่อนลำปาว ที่ผ่านมาอาศัยน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อการอุปโภคและบริโภค การเกษตร แต่ปัจจุบันแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ตื้นเขินมาก บ่อบาดาลแต่ซึ่งมีอยู่ 3  แห่งต้องขุดเจาะลึกกว่า 60 เมตร แต่สูบน้ำได้ไม่เกิน 30 นาทีน้ำก็หมด จึงได้จัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนแก้ปัญหาภัยแล้ง 3 โครงการ คือขุดบ่อบาดาลผลิตน้ำประปา 8 โครงการ ขุดบ่อบาดาลพลังงานโซลาเซลล์ 8 โครงการ และขุดลอกหนองแก่นทรายพื้นที่ 200 ไร่ ซึ่งทุกโครงการอยู่ในระหว่างประเมินงบประมาณ 
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และภัยแล้งซ้ำซาก ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ 3 แห่งดังกล่าว เป็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตามคำกล่าวที่ว่า “น้ำแล้ง 10 ปี ไม่เท่าน้ำท่วม 1 ครั้ง” จึงเป็นพื้นที่จำเป็นเร่งด่วน ที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะได้บูรณาการป้องกัน เพื่อบรรเทาและลดปัญหา ทั้งนี้ หากได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบาย “ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ของรัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

'รฟท.' จ่อลงนามไฮสปีด 'ไทย-จีน' สัญญาที่ 4-5  ยันเปิดใช้ไฮสปีดเส้นแรกของไทยตามแผนปี 71

(13 พ.ย. 66) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร (กม.) ว่า ในส่วนของงานสัญญาที่ 4-5 งานโยธา ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กม. วงเงิน 10,325 ล้านบาท ขณะนี้ อยู่ระหว่างรอสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาตามที่มีการแก้ไขปรับปรุงไปแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญากับบริษัท บุญชัยพาณิชย์ (1979) จำกัด ในฐานะผู้รับจ้างได้ภายใน พ.ย. 2566 ก่อนที่จะออกหนังสือให้เอกชนเริ่มงาน (NTP) เพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป

อย่างไรก็ตามขณะที่การก่อสร้างสถานีอยุธยานั้น ขณะนี้การจัดทำรายงานผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม(HIA) ของแหล่งมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเสนอรายงานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ภายในประเทศประมาณ 9 หน่วยงาน และองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ปัญหาการก่อสร้างสถานีอยุธยายังไม่ได้ข้อยุติ รฟท. จะยังไม่ดำเนินการก่อสร้างสถานีอยุธยา แต่เมื่อ รฟท. ลงนามสัญญากับผู้รับจ้างแล้ว ก็จะให้ดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งไปก่อน

นายนิรุฒ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งยังมีประเด็นปัญหาการทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) นั้น ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเจรจากับเอกชนผู้รับจ้าง จากนั้นจะเสนอไปยังคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) โดยคาดว่า จะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 2566 ทั้งนี้ ล่าสุด มีแนวโน้มว่า จะให้ รฟท. เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเอง เพื่อไม่ให้โครงการมีความล่าช้า ทั้งนี้ จากการหารือกับเอกชนในเบื้องต้น ถึงแนวทางดังกล่าว ทางภาคเอกชนไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด

ส่วนงบประมาณจะมากจากแหล่งใดนั้น จะต้องมาพิจารณาคำนวนอีกครั้ง อาทิ การใช้งบประมาณบางส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หรือจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หรือหากจะต้องใช้เงินกู้และอาจจะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินเพื่อให้ รฟท. นำมาดำเนินการและการปรับแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการต่อไป โดยคาดว่า จะเสนอ ครม. ได้ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับการเปิดให้บริการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 นั้น คาดว่า จะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2571 หรือเป็นไปตามแผนเดิมที่กำหนดไว้

รายงานข่าวแจ้งว่า วงเงินที่ใช้ในการก่อสร้างช่วงทับซ้อนของสัญญา 4-1 อยู่ที่ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาทอย่างไรก็ตามปัจจุบันภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน 14 สัญญา วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท มีความคืบหน้าประมาณ 27.39% ล่าช้ากว่าแผน 48.98% โดยก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1-1 สถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. และสัญญาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญาได้แก่ สัญญาที่ 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็ก และลำตะคอง ระยะทาง 12.2 กม. คืบหน้า 42.18%

สัญญาที่ 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ระยะทาง 26.1 กม. คืบหน้า 35.60%, สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.4 กม. คืบหน้า 67.32%, สัญญาที่ 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง12.3 กม. คืบหน้า5.30%,

สัญญาที่ 4-2 ช่วงดอนเมือง-นวนคร ระยะทาง 21.8 กม. คืบหน้า 0.24%, สัญญาที่ 4-3 ช่วงนวนคร-บ้านโพระยะทาง 23 กม. คืบหน้า 21.30%, สัญญาที่ 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย คืบหน้า 0.85% สัญญาที่ 4-6 ช่วงพระแก้ว-สระบุรี ระยะทาง 31.6 กม. คืบหน้า 0.38% และสัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 12.9 กม. คืบหน้า 47.22% นอกจากนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง 1 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.2 กม.

‘ลูกศิษย์-ผู้ปกครอง’ ร่วมวางดอกไม้อาลัย ‘ครูเจี๊ยบ’ เหยื่อลูกหลงยิงอริต่างสถาบัน ณ บริเวณจุดเกิดเหตุ

(13 พ.ย.66) จากเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถูกคู่อริใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ส่งผลให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัส และประชาชนถูกลูกหลงเสียชีวิต 1 ราย คือ ‘ครูเจี๊ยบ’ เหตุเกิดบริเวณหน้าที่บริเวณหน้าธนาคาร TTB ใกล้แยก ณ ระนอง เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ปกครองนักเรียน..ร่วมวางดอกไม้ไว้อาลัย ณจุดเกิดเหตุ

ล่าสุด ที่โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ทางคณะผู้บริหารโรงเรียนได้มีการจัดกิจกรรมร่วมไว้อาลัยกับการสูญเสีย นางสาว ศิรดา สินประเสริฐ หรือ ‘ครูเจี๊ยบ’ ครูสอนคอมพิวเตอร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ บุคลากรคนสำคัญ และเตรียมยกระดับมาตรการความปลอดภัยรอบรั้วโรงเรียน พร้อมประสานตำรวจเสริมทักษะรับมือสถานการณ์รุนแรง ด้านผู้ปกครองนักเรียนร่วมวางดอกไม้ ณ จุดเกิดเหตุเพื่อเป็นการแสดงความอาลัยรักที่มีต่อครูเจี๊ยบ

โดยภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นางสาวชณัฐศิกาญน์ มณีอินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลและงบประมาณ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ด้วยเสียงสะอื้น ว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมามีพิธีสวดภาวนาอุทิศดวงวิญญาณแด่ผู้ล่วงลับให้ครูเจี๊ยบ ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาคริสต์ หลังสวดเสร็จมีการนั่งสมาธิรำลึกถึงครูเจี๊ยบ ซึ่งครูเจี๊ยบอยู่กับเรามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ประมาณ 27 ปี และปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง รักเด็กนักเรียน ให้ความช่วยเหลือเพื่อนครู ผู้ปกครอง ซึ่งการสูญเสียครั้งนี้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และปกติแล้วห้องทำงานของตนจะอยู่ติดกับห้องทำงานของครูเจี๊ยบ ช่วงเช้าครูเจี๊ยบก็จะเดินทางมาทักทายตามปกติ ถามว่ากินข้าวหรือยัง จะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ซึ่งครูเจี๊ยบเป็นคนดีมาก และปกติครูและนักเรียนก็จะใช้ชีวิตประจำวันปกติแบบนี้ ออกไปซื้อของหน้าโรงเรียน และเหตุการณ์นี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ส่วนวันนี้จะมีตำรวจจาก สน.ทุ่งมหาเมฆ มาให้ความรู้เด็กนักเรียนเบื้องต้นในเรื่องการป้องกันและระวังตัวเองจากภัยที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เด็กมีภูมิความรู้ในเรื่องนี้

ส่วนความช่วยเหลือเบื้องต้น คณะผู้บริหารโรงเรียน สมาคมผู้ปกครอง สมาคมศิษย์เก่า มีเงินช่วยเหลือและจัดพิธีศพ โดยทางโรงเรียนดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนเงินที่ผู้ปกครองและเพื่อนครูร่วมทำบุญมาทางโรงเรียนก็มีฝ่ายบัญชีบันทึกและรวบรวมข้อมูล คณะผู้บริหารก็จะส่งมอบให้คุณพ่อและคุณแม่ของครูเจี๊ยบอย่างเป็นทางการ ซึ่งครูเจี๊ยบเป็นคนดูแลครอบครัวคนเดียวของบ้าน

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยก่อนหน้านี้มีการคัดกรองอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว รถที่จะเข้ามาในโรงเรียนก็จะต้องมีสติกเกอร์ของโรงเรียนถึงจะเข้าไปในโรงเรียนได้ ส่วนผู้ปกครองก็จะรอรับนักเรียนด้านนอกเป็นปกติ ซึ่งทางโรงเรียนมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการเข้าออก มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียว ซึ่งเด็กนักเรียนก็จะไม่สามารถออกไปไหนได้ ส่วนคนที่จะเข้ามาในโรงเรียนก็จะเข้ามาได้แค่เพียงประตูหน้าประตูเดียวเท่านั้น

ด้าน นายเลิศศักดิ์ แจ่มคล้าย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง บอกว่าช่วงเช้าที่ผ่านมายังได้กล่าวถึงคุณงามความดีของครูเจี๊ยบที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ในโรงเรียน ซึ่งต้องบอกว่าครูเจี๊ยบเป็นครูที่มีคุณภาพ บุคลากรของโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ก็รู้สึกเสียใจมาม และยอมรับว่าทุกคนช็อกกับเหตุการณ์นี้มาก เพราะเหตุการณ์นี้เป็นภัยที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในบ้านเรา

ส่วนการดูแลความปลอดภัยโดยรอบโรงเรียน ตอนนี้ สน.ท่าเรือ และ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ประสานกับทางโรงเรียน ดูแลเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอด และรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวานนี้ก็มาดูแลประจำที่จุดตรวจหน้าโรงเรียน มีการคัดกรองอย่างละเอียด ติดสติกเกอร์ และมีคิวอาร์โค้ด ซึ่งในแต่ละวันก็จะเข้าเวรตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น ซึ่งตำรวจก็จะดูแลแบบนี้ตลอด

ส่วนการดูแลเยียวยาจิตใจเด็กนักเรียน คุณครูก็จะค่อย ๆ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราปฎิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์นี้กระทบกระเทือนจิตใจของผู้บริหาร คุณครู และนักเรียนทุกคน ซึ่งในส่วนนี้ต้องยอมรับว่าต้องใช้เวลาในการดูแลจิตใจ ซึ่งทุกคนก็หวาดกลัวกันมากและรู้สึกเศร้าสลดมากเพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน

ส่วนมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยกับครูและนักเรียน ก่อนหน้านี้ก็มีการคัดกรองอย่างเข้มงวดมาอยู่แล้ว ในโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดทุกจุด ซึ่งเราเน้นเรื่องนี้มานานแล้วและไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้เกิดขึ้น หลังจากนี้ก็จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น และทาง สน.ต่าง ๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เราจะไม่ปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหายไปเลย เราจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ปทุมธานี ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภ้สพลภ์ ชัยสุริยทวีกูล นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี, ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานีและ นายปกรณ์พัฒน์ เทพเอื้อตระกูก นายกสมาคมส่งเสริมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี, นางสาวอรพิน จักรกฤษณ์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี, ดร.ยุวดี บำรุงบุตร เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการค้า ธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี พร้อมคณะทำงานในการจัดกิจกรรม "การแสดงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเพื่อการกุศล" ในหัวข้อ ท่องที่ยวสร้างความสุข สนุก ได้กุศล เพื่อคนปทุมธานี ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ดังนี้ 1. บันไดขึ้นเตียง 2 ขั้น ขนาด 30x45x46 cm จำนวน 3 ด้ว 2. โต๊ะวางเครื่องมือแพทย์ ขนาด 4 ล้อ จำนวน 5 ตัว 3. โต๊ะคร่อมเตียงสแตนเลส ทั้งชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ด้วยความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของสังคมไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด - 19 ที่ผ่านมา และเพื่อเพิ่มคุณภาพของการรักษาพยาบาลและความปลอดภัยของผู้ป่วย เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการ ให้สามารถบริการรักษาพาบาลแก่ผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิกาพและมุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางจำเป็นต้องเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการ ได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ปลอดกัย เพื่อให้สามารถบริการผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพและเพียงพอกับความต้องการของประชาชนจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ทุกท่าน ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานีและ สมาคมส่งเสริมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งสริมกิจกรรมของการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานีและ เพื่อสนับสนุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดปทุมธานึ จึงขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและใหัความอนุเคราะห์ซื้อบัตร เข้าชมการแสดงซึ่งถือเป็นการร่วมกิจกรรม ช่วยประชาสัมพันธ์ แหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญในจังหวัดปทุมธานี และช่วยเหลือด้านการสังคมสงเคราะห์ เพื่อบรรเทา และป้องกันปัญหาทางสังคมไปในคราวเดียวกัน

ภาพ/ข่าว วะจะนะชัย วาจาพารวย/รายงาน

ภัยสังคม!! สืบนครบาล รวบหนุ่มแสบ เดินตามสาว เอามือถือแอบถ่ายขณะเข้าห้องน้ำในห้างดัง

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์  รรท. รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในสังคม คดีนี้เกิดขึ้นในห้าง ย่านฝั่งธน เป็นภัยในห้องน้ำหญิง ที่คนร้ายแอบถ่ายคลิบขณะทำกิจธุระของผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2566  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ 
รอง ผบช.น.   พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ภัทร  บุญอารักษ์ สว.กลุ่มงานสอบสวนฯ ช่วยราการ กก.4ฯ , ร.ต.อ.ณพวิทย์ ดิษฐ์ป้าน รอง สว.กก.สส.4ฯ ได้ร่วมกันจับกุมตัว  

นายพงษ์สิทธิ์ หลุมนา อายุ 29 ปี ที่อยู่ 400 ต.แวง อ.โพนทอง จว.ร้อยเอ็ดผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.295/2566 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2566 

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน  “พยายามกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น” โดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี พฤติการณ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุตนได้เป็นเซลส์ขายสินค้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง  โดยมาตั้งบูทขายสินค้าอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าย่านเพชรเกษม กรุงเทพฯ ในระหว่างนั้นพบผู้เสียหายผู้หญิงซึ่งมีรูปร่างหน้าตาดี เดินเลือกซื้อสินค้าในห้างดังกล่าว จึงเดินติดตามผู้เสียหาย จนกระทั่งผู้เสียหาย เดินเข้าห้องน้ำ ต่อจากนั้นผู้ต้องหาจึงได้เข้าห้องน้ำห้องข้างๆที่ผู้เสียหายกำลังทำธุระส่วนตัว โดยใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา อัดคลิปวิดิโอขณะผู้เสียหายทำธุระส่วนตัวอยู่ ผู้เสียหายเห็นโทรศัพท์ยื่นมาจากห้องน้ำข้างห้องผู้เสียหาย จึงได้ร้องตะโกนให้คนช่วย ผู้ต้องหาจึงออกจากห้องน้ำ และวิ่งหลบหนีออกจากห้างสรรพสินค้าดังกล่าว

จากการตรวจสอบประวัติพบมีคดีติดตัวดังนี้
1. ข้อหา" ตัวการลักทรัพย์โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า "
วันเวลาที่เกิดเหตุ 27 มิ.ย. 2565 สภ.เมืองยโสธร
2. ข้อหา" พยายามกระทำอนาจาร "
วันเวลาที่เกิดเหตุ 7 มิ.ย. 2566 สน.หนองค้างพูล 

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพูล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘โปเต้’ นักตบลูกขนไก่พาราไทย คว้า 2 แชมป์ ‘เดี่ยว-คู่’ รายการ Japan Para Badminton International 2023

(13 พ.ย.66) นักตบลูกขนไก่คนพิการไทย ผงาดคว้า 2 แชมป์ในการแข่งขันแบดมินตันคนพิการรายการ Japan Para Badminton International 2023 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน

รอบชิงชนะเลิศ นักแบดฯ ไทยฝ่าด่านเข้ามาได้ 2 ประเภท เริ่มจากชายเดี่ยว SH6 ‘โปเต้’ ณัฐพงษ์ มีชัย เอาชนะ ชู มาน ไค มือ 1 ของโลกและเจ้าของเหรียญทองเอเชียนพาราเกมส์ครั้งล่าสุดจากฮ่องกง 2-1 เกม 17-21, 21-6, 21-19

จากนั้น โปเต้-ณัฐพงษ์ จับคู่กับ ฉ่าย แซ่ย่าง ลงเล่นคู่ผสม SH6 เอาชนะ หลิน หนาย หลี่-หลี่ เฟิง เม่ย จากจีน 2-1 เกม 21-18, 11-21, 22-20 ทำให้แบตฯ ไทยคว้า 2 แชมป์มาครอง

‘นร.อัสสัมชัญ’ แชร์ความรู้สึกหลังร่วมแปรอักษร แม้อากาศร้อน-แดดแรง แต่ภูมิใจที่ได้ทำเพื่อโรงเรียน

เมื่อวานนี้ (12 พ.ย. 66) เพจ ‘Assumption College • โรงเรียนอัสสัมชัญ’ ได้โพสต์ข้อความความรู้สึกของเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณี 'จตุรมิตรสามัคคี' ระบุว่า…

บางอารมณ์จากความรู้สึกของการร่วมแปรอักษรฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 30 ของเด็กอัสสัมชัญ

"สนุกมากครับ ถึงจะเหนื่อย เเต่ถ้ามาทำเพื่อโรงเรียน ไม่ว่าจะเเปลอักษร ร้องเพลงเชียร์ ผมพร้อมหมดครับ เพราะผมภูมิใจในความเป็นอัสสัมครับ หลังจากนี้จะทำเพื่อโรงเรียนต่อไป"
ภัทรพล หังสพฤกษ์ ม.3/1

"แปรอักษรสนุกดี แต่วันนี้อากาศร้อน เป็นประสบการณ์ที่ต้องกินข้าวบนสแตนด์แปรอักษร แต่โดยรวมสนุกมากครับ ผมนั่งเกือบริมที่อยู่ใกล้เพื่อน ๆ จากโรงเรียนเทพศิรินทร์"
ปัณณเชษฐ์ สุรสรณเศรษฐ์ ม.3/7

"ผมนั่งสแตนด์ส่วนของสำรอง โดนแดดเผาจนผิว แต่ได้ร่วมตะโกนร้องเพลงเชียร์พี่ ๆ น้องฟุตบอล ก็รู้สึกดีมากครับ"
ชัยพฤกษ์  ปัญญาใส ม.2/4

"ผมบอกเลยว่ามันเป็นการเชียร์และแปรอักษรที่สนุก ผมร้องเพลงแบบสุดเสียง แต่ก็มีช่วงที่ท้อแท้ เพราะต้องทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน แต่ก็เป็นช่วงเวลาในชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้วครับ"
ภัทรพล เจริญบุตร ม.1/5

เปิดโปง!! โปรดักชัน 'ก๊วนปั่นยกเลิกแปรอักษร'  แค่คนไม่กี่คน!! โชคดี 'ผอ.โรงเรียน' มายืนคุมเชิง

(13 พ.ย.66) เพจ 'สติค่ะลูกกกก' ได้โพสต์ภาพพฤติกรรมกลุ่มคนปั่นกระแสให้เลิกกิจกรรมการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณี 'จตุรมิตรสามัคคี' ว่า...

แหม ก็เอะใจว่าทำไมปีนี้ถึงมีการปั่นกระแสให้เลิกกิจกรรมแปรอักษร มาดูเบื้องหลังแล้วที่แท้ก็ค่ายสมยศการละครเจ้าเก่าของด้อมส้มนี่เอง ที่ไปติดป้ายที่สะพานแล้วเอาชายเสื้อดำมาพูดโทรโข่งปั่นหัวเด็ก

แต่ดีที่ท่าน ผอ.โรงเรียน มายืนคุม ไม่ให้คนกลุ่มนี้มาป่วนอะไรได้มาก สุดยอดค่ะ ผอ. 🥰

#สติค่ะลูกกกก

นอกจากนี้ ยังโพสต์ต่ออีกว่า...

มีแฟนเพจที่น่ารักท่านหนึ่งส่งภาพอีกมุมของแก๊งสามนิ้วป่วน ปั่นกระแสยกเลิกกิจกรรมแปรอักษร ตั้งแต่ตอนที่เอาป้ายขึ้นไปแขวนบนสะพานลอยเลย ทั้งหมดนี้เกิดจากคนไม่กี่คนเท่านั้น

ปาหี่ขนาดไหน ไม่มีใครสนใจยังไง ตามภาพเลยค่ะ อยากให้น้อง ๆ เยาวชนรู้เท่าทันคนกลุ่มนี้

#สามนิ้วการละคร

หนึ่งความรู้สึกจากผู้ปกครองอัสสัมชัญ

"วันนี้เช้าผมมานั่งดูเสื้อนักเรียนของลูกที่เมื่อวานใส่ไปขึ้นแปรอักษรในงานจตุรมิตร ผมเห็นเสื้อนักเรียนอัสสัมชัญ ที่เปียกฝนและเต็มไปด้วยคราบเหนื่อยของลูก 🪽 ผมดีใจและภูมิใจในสิ่งที่ลูกได้ร่วมแรงร่วมใจทำออกมาร่วมกับรุ่นพี่รุ่นน้อง แสดงออกถึงความมานะอดทน สามัคคี เพื่อในสิ่งที่พวกเขาเชื่อและศรัทธา รวมถึงความรักในโรงเรียนอัสสัมชัญ ผมเพียงจะบอกว่าในสายตาของผม ลูกของพวกเรา คือ 'สุภาพบุรุษอัสสัมชัญ' แล้วนะครับ ในเสื้อนักเรียนอัสสัมชัญ⭐"

‘ปิยบุตร’ ร่ายยาวถึง ‘คาราบาว’ ในฐานะแฟนคลับ แม้จุดยืนทางการเมืองจะต่างกัน ก็ยังชอบอยู่!!

เมื่อวานนี้ (11 พ.ย.66) นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ภาพมอบหนังสือของพรรคก้าวไกล ‘300 นโยบายเปลี่ยนประเทศ’ ให้กับ ‘แอ๊ด คาราบาว’ พร้อมทั้งโพสต์ภาพบัตรคอนเสิร์ตคาราบาวด้วย

ทั้งนี้ นายปิยบุตร ได้เขียนข้อความร่ายความในใจในฐานะแฟนคลับวงคาราบาวโดยระบุไว้ดังนี้…

[ตำนานคาราบาว] 

ผมเติบโตมากับเพลงคาราบาว เทปม้วนแรกที่ผมได้เป็นเจ้าของ คือ คาราบาว อัลบั้ม เวลคัม ทู ไทยแลนด์ (2530) ในเวลานั้น ผมอยู่ชั้นประถม 3 ผมได้เทปม้วนนี้มาด้วยวิธีการลงไปดิ้นแด่วๆบนพื้นห้างเซนทรัล สีลม เพื่อขอให้แม่ยอมเจียดเงินจากเงินที่มีอยู่น้อยในกระเป๋าของแม่ มาเปลี่ยนเป็นเทป ผมเล่นเทปม้วนนี้วนไปวนมากับวิทยุเครื่องเก่าตัวเดียวของบ้าน จนจำขึ้นใจ ร้องได้ทุกเพลง หัดดัดเสียงแหบๆ เลียนแบบพี่เทียรี่ หัดทำท่าลีดกีตาร์เลียนแบบพี่เล็ก ร้องดัดเสียงสองคนสลับไปมาแบบดูเอทกันในเพลงคนหนังเหนียว และอ่านเนื้อเพลงที่พี่แอ๊ดบรรจงเขียนขึ้นมา ผมชอบเพลง ‘สังกะสี’ มากที่สุด

ปีถัดมา คาราบาวออกอัลบั้มชุดที่ 9 ‘ทับหลัง’ ผมสะสมค่าขนมทุกวันๆ จนครบ ไปซื้อเทปอัลบั้มนี้ได้เสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียง ฮา ฮา ฮ่า ฮ้า ในเพลงทับหลัง ท่วงทำนองในเพลงมิสชาวนา เพลงน้า ที่ล้อเลียน ‘น้าชาติ’ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เพลงนิกส์ ที่ล้อเลียนการพาประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในความทรงจำ ในช่วงเวลาที่คาราบาวแยกวง แต่ละคนออกไปทำงานเดี่ยว ผมใช้เวลาช่วงนี้ไปตามเพลงคาราบาวฟังย้อนหลังทั้งหมด สะสมเงินไปซื้อ 4 อัลบั้มรวมฮิต ‘ถึก มึน มัน กินใจ’ ที่ออกมาในปี 2534

เหตุการณ์พฤษภา 35 ได้เห็นบทบาทของพี่แอ๊ด ในการต่อสู้ เมื่อพี่แอ๊ดออกงานคู่กับพี่อี๊ด แฝดผู้พี่ ในอัลบั้ม ‘พฤษภา’ ผมจึงตามไปอุดหนุน คงเหมือนกับอีกหลายคน ชอบเพลงโด่งดังอมตะอย่าง ‘ทะเลใจ’ และเพลงการเมือง ซาบซึ้ง กินใจ ขนลุก อย่าง ‘ราชดำเนิน’

คาราบาวกลับมารวมตัวกันแบบ 7 คน (แอ๊ด เล็ก เทียรี่ เขียว อ๊อด เป้า ธนิสร์) ครบทีมอีกครั้งในปี 2538 ในอัลบั้ม ‘หากหัวใจยังรักควาย’ ซึ่งขายคู่สองม้วน ผมไปเฝ้ารอซื้อตั้งแต่วันแรก ร้านขายเทปแถวๆ คลองสาน

ปีถัดมา คาราบาวเล่นคอนเสิร์ตใหญ่แบบรวมตัวกันครบ ในชื่อ ‘ปิดทองหลังพระ’ ที่ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ผมสะสมเงิน ขอเงินแม่มาบางส่วน (โดยอ้างว่าเอาไปเรียนพิเศษ) และได้เงินจากแทงบอลได้ จนพอซื้อบัตร ไปกับเพื่อนหลายคน

นี่เป็นคอนเสิร์ตแรกของคาราบาวที่ผมได้ดูสดๆ และเมื่อเทียบกับคอนเสิร์ตเก่าๆ ที่มาหาดูย้อนหลังในช่วงเติบโต ผมเห็นว่า คอนเสิร์ต ‘ปิดทองหลังพระ’ เยี่ยมยอดที่สุด ทั้งในแง่การเล่นดนตรี ที่ทุกคนปล่อยของเต็มที่ สมาชิกในวงเข้าสู่วัยกลางคน มีทั้งแรงกาย แรงใจ ประสบการณ์ ทั้งสด ทั้งเก๋า

เมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย เป็นช่วงเวลาที่เพลงคาราบาวค่อยๆ ได้รับความนิยมลดลง ผมหันไปฟังเพลงโลโซ และเพลงค่ายเบเกอรี่ตามสมัยนิยม แต่เพลงเก่าเพลงอมตะของคาราบาวในยุครุ่งเรือง ก็ยังอยู่ในชีวิตประจำวัน และชีวิตวงเหล้า ผมเดินทางไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ต้นเดือนตุลาคม 2545 หนึ่งในของฝากที่เพื่อนๆ ให้มา คือ แผ่น MP3 รวมเพลงคาราบาว แผ่นราคาไม่กี่บาท แผ่นที่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์นี้แหละ ที่บรรเทาอาการคิดถึงบ้าน อาการเหงา และเติมพลังให้ผมตลอดช่วงเวลา 8 ปี

“เราจะยังชอบเพลง ฟังเพลง ของศิลปินที่มีจุดยืนทางการเมือง และแสดงออกทางการเมืองไม่ตรงกับเราได้หรือไม่?”
“เราจะยังชอบเพลง ฟังเพลง ของศิลปินที่กลายเป็นนายทุน กลายเป็นมหาเศรษฐีได้หรือไม่?”

คำถามเหล่านี้คงอยู่ในใจหลายคน ผมเองก็คิดเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานะทางเศรษฐกิจ และชนชั้นทางเศษฐกิจและสังคม ของพี่แอ๊ดในทศวรรษ 20 กับปัจจุบันต่างกัน

จุดยืนทางการเมือง ที่แสดงออกผ่านการสัมภาษณ์และเพลงในยุคหลัง ไม่เหมือนกับที่จุดยืนและสิ่งที่ผมคิด แล้วเรายังชอบเพลงคาราบาว และวงคาราบาว ได้อีกหรือ? สำหรับผม ยังยืนยันว่าได้

เนื้อเพลงที่ดี ผ่านไปกี่เดือน ปี ก็ยังคงดี
เพลงอมตะ ผ่านไปกี่เดือน ปี ก็ยังคงอมตะ

ตั้งแต่ปี 30 ที่ผมซื้อเทปคาราบาวครั้งแรก เวลาผ่านไป 36 ปี ผมถึงมีโอกาสพบกับพี่แอ๊ด เป็นการส่วนตัว ได้สนทนา พูดคุย ยาวหลายชั่วโมง ได้มุมมองประสบการณ์ นี่คือศิลปินที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน และบทเพลงของเขายังทรงคุณค่าและพลัง

ผมชอบเพลงคาราบาว เนื้อเพลง (ที่พี่แอ๊ดรับเหมาเขียนเกือบทั้งหมด) เล่าเรื่องธรรมดาสามัญ ชีวิตของผู้คน ผู้ทุกข์ยาก ผู้ถูกกดขี่ สะท้อนปัญหาสังคม ความเหลื่อมล้ำ 

หลายเพลงอ่านแล้ว ผมตีความประสาผมเองว่า มีเรื่องการต่อสู้ทางชนชั้น และสภาวะแปลกแยก

เพลงรัก ก็เขียนได้ดีมาก - รักทรหด รักต้องสู้ แง้มใจ ลมพัดใจเพ หัวใจบ้าบิ่น

ความกล้าหาญที่นำดนตรีสมัยใหม่ ดนตรีร็อค การลีดกีตาร์ มาผสมกับเพลงการเมือง/สังคม (ที่เรียกกันว่า เพลงเพื่อชีวิต) ซึ่งในยุคก่อนมักเป็นโฟล์คมากกว่า

ผมชอบหลายเพลง แต่จะลองรวบรวมมาสัก 11 เพลง คาราบาวที่ผมชอบมากที่สุด เรียงตามลำดับ ดังนี้

1. หนุ่มลำมูล - ขี้เมา (2523) นี่คือบทกวีในบทเพลง
2. ไม้ไผ่ - วณิพก (2526) ปรัชญา และ Solidarity
3. ขี้เมาใจดี - ท ทหารอดทน (2526) ปรัชญา กฎธรรมชาติ การกักขังและอิสรภาพ
4. ราชาเงินผ่อน - เมดอินไทยแลนด์ (2527) ชีวิตจริง จากวันนั้น จนวันนี้ ก็ยังจริง
5. ซาอุดร - อเมริโกย (2528) กีตาร์ จังหวะ สนุก มันส์ อยู่ในคอนเสิร์ตเมื่อไร มันส์เมื่อนั้น เนื้อหายังใช้ได้จนถึงวันนี้
6. ถึกควายทุย 7 - ประชาธิปไตย (2529) ประวัติศาสตร์จากเบื้องล่าง มนุษย์เป็นผู้กำหนดชะตากรรม
7. สังกะสี - เวลคัม ทู ไทยแลนด์ (2530) แรงงาน ชนชั้น สภาวะแปลกแยก
8. รักต้องสู้ - ทำมือ (2532) เพลงรัก อมตะ
9. ภควัทคีตา - โนพลอมแพลม (2534) ถึงเวลา ต้องรบ
10. ทะเลใจ - พฤษภา (2535) อัตตาและจิต
11. ลมพัดใจเพ - พออยู่พอกิน (2541) บทกวี พรรณา

ผมอ่านข่าว ทราบว่า พี่แอ๊ด ประกาศว่าจะยุบวงคาราบาว ด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพของแต่ละคน คอนเสิร์ต 40 ปี วันที่ 11 พ.ย.นี้ จะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย จากนั้นจะยังมีคอนเสิร์ตอื่นๆที่รับปากไปแล้ว จนถึง 1 เมษายน 67 หลังจากนั้นจะไม่มีคอนเสิร์ตของคาราบาวแล้ว ใจหายครับ

วงดนตรีที่ผมผูกพัน อยู่กับเสียงเพลงของเขามาตั้งแต่สมัยเด็กประถม จนวัยกลางคน…

ผมเลื่อนวันเดินทางไปเยี่ยมภรรยาที่ปารีสออกไป 11 พ.ย.นี้ พลาดไม่ได้ ต้องขอดูคอนเสิร์ตนี้ก่อน 40 เพลง 4 ชั่วโมง ร่วมสนุกกันครั้งสุดท้ายกับคาราบาว ตำนานดนตรีของประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top