Thursday, 30 July 2026
NEWS FEED

Union Grands Crus de Bordeaux 2025 ศูนย์กลางแห่งรสนิยมระดับโลก ดื่มด่ำรสชาติไวน์ที่น่าหลงใหล ในบรรยากาศสุดหรู ริมฝั่งเจ้าพระยา

(30 พ.ค. 68) เมื่อเวลา 14.45 – 17.30 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม 2025 ห้องบอลรูมของโรงแรม Capella Bangkok ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่แห่งวัฒนธรรมไวน์ฝรั่งเศส กับการกลับมาของงาน Union des Grands Crus de Bordeaux (UGCB) ที่กรุงเทพฯ – งานชิมไวน์ระดับโลกที่รวมสุดยอดแกรนด์ครูจากแคว้นบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส กว่า 50 ชาโตว์ไว้อย่างพร้อมหน้า

บ่ายของวันที่บอร์กโดซ์มาพบกรุงเทพฯ

บรรยากาศในงานอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งรสนิยม ภายใต้แสงนวลของโคมไฟทรงกลมที่ประดับชื่อ “Union Grands Crus Bordeaux” อย่างโดดเด่น ผู้ร่วมงานจากหลากหลายวงการ ทั้งซอมเมอลิเยร์ ผู้นำเข้า ผู้เชี่ยวชาญไวน์ และแขกผู้หลงใหลในเสน่ห์ของไวน์ฝรั่งเศส ต่างทยอยเข้าร่วมงานเพื่อสัมผัสรสชาติและเรื่องราวของวินเทจใหม่จากแต่ละชาโตว์

ในงานจะพบกับไวน์ที่โดดเด่นอย่างเช่น Château Le Gay จาก Pomerol ที่นำเสนอไวน์วินเทจ 2022 ซึ่งโดดเด่นด้วยสัดส่วน Merlot 90% ผสาน Cabernet Franc อีก 10% ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น ลุ่มลึก และซับซ้อนในสไตล์ Right Bank อย่างแท้จริง

หรืออีกหนึ่งไวน์ที่เปล่งประกายภายในงาน คือ Château Lagrange 2022 จาก Saint-Julien – Grand Cru Classé ที่หลอมรวมความแม่นยำแบบญี่ปุ่นเข้ากับวิญญาณของบอร์กโดซ์ไว้อย่างสง่างาม เป็นไวน์ที่ทั้งทรงพลัง ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของการบ่มเพาะอย่างมีปรัชญา

นอกจากนั้นยังได้พบกับ มรดกแห่งศตวรรษที่ 13 สู่ไวน์ชั้นเยี่ยม คือ Château Carbonnieux จาก Graves ที่นำเสนอไวน์ขาววินเทจ 2022 อันบริสุทธิ์และหรูหรา ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของไวน์ฝรั่งเศสสายพันธุ์เก่าแก่ ที่ยังคงส่องประกายได้ในทุกยุคสมัย

มากกว่าการชิม คือการเชื่อมโยง
นอกจากรสไวน์ งานนี้ยังเป็นสะพานแห่งโอกาสและวัฒนธรรม เชื่อมโยงฝรั่งเศสกับประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง นับเป็นเวทีสำคัญที่คนไทยในอุตสาหกรรมไวน์ได้พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของชาโตว์ตัวจริง เสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับนานาชาติอย่างเป็นกันเอง

Union Grands Crus de Bordeaux 2025 ไม่เพียงเป็นการชิมไวน์ แต่คือการเดินทางของรสชาติ สัมผัส และมิตรภาพในช่วงบ่ายของวันที่แสนพิเศษ — วันที่กรุงเทพฯ ได้กลายเป็น “ศูนย์กลางแห่งรสนิยมระดับโลก” อีกครั้ง

‘ออยศรีและผองเผือก’ โพสต์ข้อความ!! ‘บอสณวัฒน์’ ชี้!! ทุกเวทีควรให้โอกาสกับทุกคน เดินตามความฝัน

(1 มิ.ย. 68) ‘ออยศรีและผองเผือก’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ตลกอะ จริงๆมันก็ลิขสิทธิ์เขาแต่เขา

แต่เราในฐานะประชาชนผู้ติดตามนางงามและมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ ฉันคิดว่าผู้เข้าประกวด ทุกคนเข้าประกวดตามความฝันของตัวเอง การที่เคยเข้าประกวดในเวทีไหนช่วงเวลาไหน แล้วนำมาเป็นข้อแม้ไม่ว่าข้อแม้นั้นมาจากเหตุผลไหนในทางส่วนตัวก็ตาม หรืออาจจะทำธุรกิจซึ่งก็ไม่รู้สิ

ทุกเวทีควรให้โอกาสกับทุกคนโดยไม่ยึดเอาเรื่องที่ผู้เข้าประกวดไม่มีส่วนมาตัดสิทธิ์ 

เห็นมีนางงามโดนปลดเพราะเคยประกวดเวทีที่ไม่ถูกใจตามนี้มาก่อนก็น่าเห็นใจนะ 

แต่ก็เอาเถอะถ้าฉันลงประกวดฉันก็จะไปคว้ามง 3 มาให้ ประเทศไทย รอหน่อยเดี๋ยวฉันก็สูงแล้ว 55555

‘เอกนัฏ’ มอบ!! ‘ทีมสุดซอย’ ขยายผลตัดตอน ‘ขบวนการฝุ่นแดง’ ล่าจนเจอ!! ‘ตัวการใหญ่’ มีคดีคา ‘ดีเอสไอ’ ทำผิดกฎหมายเพียบ

(1 มิ.ย. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ “ทีมสุดซอย” กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบโรงงานเหล็ก ที่ใช้กระบวนการเตาหลอม IF (Induction Furnace) ทั้ง 11 โรงงาน ซึ่งขยายผลจากกรณีฝุ่นแดงของ บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ที่มีการส่งให้กับ บริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด จังหวัดระยอง ที่ประกอบกิจการรับกำจัดกากของเสียจากกระบวนการผลิต ซึ่งถูกสั่งปิดโรงงานและปิดระบบการรับกากอุตสาหกรรมเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา พร้อมถูกดำเนินคดีใช้เอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย (Manifest) ปลอม และกรอกข้อมูลเท็จในระบบแจ้งรับกากอุตสาหกรรม รวมทั้งไม่มีศักยภาพในการจัดการฝุ่นแดง ซึ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากกระบวนการหลอมเหล็กในเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF Induction Furnace ) ที่ถือเป็นของเสียที่มีองค์ประกอบหรือสารปนเปื้อน เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย และจากการสืบสวนพบว่าโรงงานเหล็ก IF เกือบทุกโรงงานในประเทศส่งฝุ่นแดง ให้กับ บริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด ดังกล่าว 

“จากการเข้าตรวจสอบ 11 โรงงานเหล็ก IF ในช่วงเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะติดตามปราบปรามขบวนการผลิต และขายเหล็กไม่ได้มาตรฐานแล้ว ยังรวมถึงขบวนการฟอกฝุ่นแดงพบว่า เมื่อโรงงานเหล็กส่งฝุ่นแดงไปที่ บริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ ฯ แล้วก็ไม่ได้นำไปกำจัด หรือบำบัดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม แต่กลับนำฝุ่นแดงไปคลุกสารเคมีและส่งต่อไปให้บริษัทในเครือเพื่อแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกต่างประเทศ“ นายเอกนัฏ ระบุ 

นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยผลการตรวจสอบ บริษัท เซียว เชียง เคมีคอล อินดัสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมอมตะซิตี้ ระยอง ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ประกอบกิจการโรงงาน ผลิต จำหน่าย นำเข้าและส่งออก สังกะสีออกไซด์ ขณะเข้าตรวจสอบมีการประกอบกิจการตามปกติ พบ นายพาน หงโจว รับเป็นเจ้าของกิจการ ให้การเบื้องต้นว่า มีการรับฝุ่นแดงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงผลิตโดยหลอมสังกะสี และเศษชิ้นส่วนโลหะภายในโรงงาน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่า โรงงานติดตั้งเครื่องจักรผลิตสังกะสีออกไซด์เพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย 

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเพิ่มเติม นายพาน ให้การยอมรับว่าเป็นเจ้าของกิจการบริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด  บริษัท เซียว เชียง เคมีคอล อินดัสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด รวมถึงบริษัท เซียวเซียง นัน-เฟอรัส เมทัล จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี โดยจะใช้บริษัท เอฟเอ็มอาร์ จำกัด เป็นผู้รับฝุ่นแดง ส่งต่อให้ บริษัท เซียวเซียง นัน-เฟอรัส เมทัล จำกัด เพื่อนำไปผ่านกระบวนการทำเป็นผลิตภัณฑ์สังกะสีแท่ง หรือซิงค์อินกอต (Zinc ingot) โดยจะจำหน่ายบางส่วน ที่เหลือส่งต่อให้ บริษัท เซียว เซียง เคมีคอลฯ เพื่อมาทำเป็นผงสังกะสีส่งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินธุรกิจมีลักษณะฟอกฝุ่นตั้งแต่ขั้นตอนนำฝุ่นแดงจากของเสียที่เป็นกากอุตสาหกรรมมาแปลงสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ส่งขายต่างประเทศ หรือขายให้กับเครือข่าย 

นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยอีกว่า ในส่วนของ นายพาน และบริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด ได้ถูก กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขณะที่ บริษัท เซียว เชียง เคมีคอล อินดัสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด ถูกเจ้าหน้าที่การนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ดำเนินคดีฐานขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานนำเข้าของเสียที่เป็นวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมมีคำสั่งให้ระงับการใช้เครื่องจักร และการประกอบกิจการในส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาต 

"ปฏิบัติการครั้งนี้ถือว่า เราได้พบตัวการสำคัญแห่งวงการฟอกฝุ่นแดง ที่จงใจดำเนินกิจการอย่างไม่โปร่งใส เปิดบริษัทเป็นเครือข่ายขบวนการรองรับกันอย่างตั้งใจ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการปิดเกมขบวนการฝุ่นแดง ตัดต้นตอการจัดหา และสร้างตลาดส่งออก หวังว่าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกๆ กิจการ คำนึงถึงการปฏิบัติที่ถูกต้องภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด" นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมทำความดี ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 

(1 มิ.ย. 68) เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมทำความดี ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นำเด็กด้อยโอกาสเข้าทำกิจกรรม “ศูนย์การเรียนรู้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari Learning Center)”

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 โดยมี นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร พร้อมด้วย นายกฤษดา ลาพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง, คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
          
นอกจากนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้จัดกิจกรรมทำความดี ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยพาเด็กด้อยโอกาสจากโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ และโรงเรียนบ้านตองกาย จำนวนกว่า 50 คน เข้าทำกิจกรรม “ศูนย์การเรียนรู้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari Learning Center)” ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าผ่านกิจกรรมและสื่อต่าง ๆ เช่น เกมอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ 3D animation หนังสือ AR book เป็นต้น และชมกิจกรรมต่างๆ ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 

‘ทนายเชาว์’ แฉ!! ‘แม่ สส.เมืองคอน’ วิ่งบิ๊ก ตร.ช่วยเคลียร์ คดีรุมกระทืบนักธุรกิจ ลั่น!! ยอมไม่ได้ จี้!! โอนไปกองปราบ

(1 มิ.ย. 68) นายเชาว์ มีขวด ทนายความชื่อดัง อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Chao Meekhuad” เรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้ามาดูแลกรณีเหตุทำร้ายร่างกายกลางงานบวชที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และผู้ที่ตกเป็นข่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุ คือ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุว่ามีการยกพวกเข้ารุมทำร้ายนักธุรกิจท้องถิ่นกลางงานบวชลูกชายนายก อบต. ต่อหน้าชาวบ้านนับร้อยคน

“ไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์กลางงานบุญที่เกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชน มีพยานเห็นเหตุการณ์ชัดเจน มีใบรับรองแพทย์ และมีคำให้การจากผู้เสียหายว่า ถูกนายชัยชนะเข้ามาพูดจากดดันไม่ให้ลงสมัครนายก อบต. และเมื่อการพูดคุยไม่เป็นผล จึงถูกตบหน้า ก่อนจะถูกน้องชายและพวกพ้องของ ส.ส.รายนี้รุมทำร้ายจนหัวแตก และยังมีการชักปืนขู่ด้วย” นายเชาว์ ระบุ

นายเชาว์ยังเปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความแล้ว แต่ภายหลังกลับถูกกดดันให้ถอนคำร้อง โดยมี “แม่ของ ส.ส.” เข้ามาเจรจาและมี “นายตำรวจใหญ่ในจังหวัด” คอยประสานเพื่อให้ยุติคดี

“นี่คือคดีอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ และไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำคดีต่อไป เพราะไม่มีใครกล้าขยับท่ามกลางอิทธิพลของผู้ต้องหา ซึ่งมีตำแหน่งสูงเป็นถึงประธานกรรมาธิการตำรวจ”

นายเชาว์จึงเรียกร้องให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และสั่งโอนคดีไปยังกองปราบทันที เพื่อคุ้มครองพยาน–ผู้เสียหาย และให้กระบวนการสอบสวนเป็นธรรม

“คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระหว่างคนสองฝ่าย แต่เป็นบททดสอบว่า กระบวนการยุติธรรมไทย จะยอมจำนนต่ออิทธิพลทางการเมืองหรือไม่” นายเชาว์ระบุทิ้งท้าย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดรายชื่อถนน 94 จุดทั่วประเทศ เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายจราจร ตาม “โครงการถนนปลอดภัย” คิกออฟวันนี้พร้อมกันทั่วประเทศ

(1 มิ.ย. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยจัดทำ “โครงการถนนปลอดภัย” ให้ดำเนินการเสริมสร้างวินัยจราจรและสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้การบริหารงานจราจรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยให้บังคับใช้กฎหมายจราจรทางบกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถหรือการใช้ทางบนถนนดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการสัญจร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ กองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ได้พิจารณาเลือกถนนสายสำคัญในพื้นที่ หรือถนนที่มีการฝ่าฝืนกฎจราจรจำนวนมาก หรือถนนที่มีอุบัติเหตุในเส้นทางบ่อยครั้ง หรือถนนที่มีที่ตั้งของสถานศึกษาอยู่หลายแห่ง เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรในทุกมิติ รวมจำนวนถนนที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 94 จุด ทั่วประเทศ แบ่งเป็น พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 11 จุด , ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 9 จุด , ตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 9 จุด , ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 10 จุด , ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 13 จุด , ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 8 จุด , ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 9 จุด , ตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 9 จุด , ตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 8 จุด และตำรวจภูธรภาค 9 จำนวน 8 จุด 

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า วันนี้ได้เริ่มดำเนิน “โครงการถนนปลอดภัย” พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มุ่งเป้าลดการเกิดอุบัติเหตุจราจร สร้างความปลอดภัยให้แก่ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน พร้อมขอเชิญชวนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจรในถนนเส้นดังกล่าวในทุกมิติ เพราะหากพบการกระทำผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะกวดขันดำเนินคดีอย่างเข้มงวดทุกกรณี

หากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนพบเหตุต้องสงสัย หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม  แจ้งอุบัติเหตุจราจร และขอความช่วยเหลือด้านการจราจร สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สมุทรปราการ-สุดยิ่งใหญ่!! มหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น เทศบาลตำบลแพรกษา เจ้าภาพใหญ่ จัดการแข่งขันทักษะวิชาการ ระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 

(1 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลแพรกษา โดยนางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ดำเนินการเตรียมพร้อมจัดการแข่งขันทักษะวิชาการ ระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2568 ซึ่งทางเทศบาลตำบลแพรกษาได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด EDUCATION COME FIRST ท้องถิ่นสร้างคน เยาวชนเก่งดี เวทีพหุปัญญา 

ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ขอความร่วมมือจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและประสงค์รับเป็นเจ้าภาพระดับประเทศ/ระดับภาคในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เข้าร่วมประชุมพิจารณาคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม และประสงค์รับเป็นเจ้าภาพระดับประเทศ/ระดับภาคในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพจัดการศึกษาท้องถิ่น เมื่อวันพุธที่ 10 มกราคม 2567 ผ่านระบบ Cisco Meeting Server นั้น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พศ 2568 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอความร่วมมือจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นเจ้าภาพระดับประเทศ/ระดับภาค ในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2568 ทราบและจัดทำคำของบประมาณรายการเงินอุดหนุนสำหรับส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่นพร้อมประมาณการรายละเอียด ค่าใช้จ่าย สถานที่ และห้วงระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมที่ชัดเจน โดยบันทึกคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี ในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดทำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (BBL) ภายในวันที่ 15 มกราคม 2567 เพื่อให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายการดังกล่าวต่อไป 

สมุทรปราการ-โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

(30 พ.ค.68) ที่ผ่านมา ทางคณะครูโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ได้จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

โดยคณะครู และนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา ร่วมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องประชุมเธียร์เตอร์โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ

ในพิธีฯ ได้รับเกียรติจาก ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เป็นประธานในพิธี 

พร้อมด้วย ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี  ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงและเต็มเปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

BAN แจ้งเตือน!! ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก จากสหรัฐอเมริกา กำลังเข้ามาทิ้งที่ไทย 5,500 ตัน

เมื่อวานนี้ (30 พ.ค. 68) เครือข่ายปฏิบัติการบาเซล หรือ BAN (Basel Action Network) องค์กรพัฒนาเอกชนประเทศสหรัฐอเมริกาที่ติดตามปัญหาการค้าขยะข้ามแดน ส่งหนังสือแจ้งเตือนหน่วยราชการไทยพร้อมกับแจ้งมาทางมูลนิธิบูรณะนิเวศ ในฐานะเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันมายาวนาน ว่า เรือบรรทุกสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 35 ลำ กำลังจะเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมจนถึง 21 มิถุนายน 2568 นี้ โดยรวมแล้วจะนำเข้าขยะอันตรายและผิดกฎหมายมายังประเทศไทยมากถึง 222 ตู้คอนเทนเนอร์ แบ่งเป็นตู้ขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 219 ตู้ และขยะพลาสติกจำนวน 3 ตู้

ทั้งนี้ เรือบรรทุกขยะอันตรายและผิดกฎหมายกลุ่มแรกจำนวน 5 ลำมีกำหนดเข้าเทียบท่าตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมแล้ว จากนั้นจะทยอยเข้ามาอีกระหว่างวันที่ 1-21 มิถุนายน สำหรับวันที่จะมีเรือขยะเทียบท่าจำนวนมากเช่น 2 มิถุนายนจำนวน 32 ตู้ วันที่ 4 มิถุนายน 26 ตู้ วันที่ 6 มิถุนายน 22 ตู้ และวันที่ 10 มิถุนายน 40 ตู้ ปิดท้ายด้วยวันที่ 21 มิถุนายน จำนวน 4 ตู้

ถ้าคิดตามอัตราบรรทุกขั้นต่ำว่า 1 ตู้คอนเทนเนอร์จุน้ำหนักได้ 25 ตัน จำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ที่จะเข้าไทยระลอกนี้จะมากถึง 5,475 ตัน ส่วนขยะพลาสติกจะเข้ามาประมาณ 75 ตัน

เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยว่า ทาง BAN ไม่เพียงแจ้งเตือนมาในเชิงภาพรวมเท่านั้น หากแต่ได้แนบข้อมูลในรายละเอียดต่างๆ มาด้วย ครอบคลุมตั้งแต่ท่าเรือต้นทาง วันที่เรือออกจากท่า ชื่อเรือแต่ละลำ เลขตู้คอนเทนเนอร์ จำนวนเรือที่จะเข้าเทียบท่าในแต่ละวัน ดังนั้นทางการไทยไม่ควรที่จะยอมให้เรือเหล่านี้เข้าเทียบท่าเลยด้วยซ้ำ

“ที่ผ่านมา BAN เคยแจ้งเตือนเรื่องการขนส่งขยะอันตรายข้ามแดนที่ละเมิดอนุสัญญาบาเซลมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง ข้อมูลถูกต้อง เชื่อถือได้ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย โดยเฉพาะกรมศุลกากรจึงควรสกัดกั้นมิให้เรือต้องสงสัยทั้ง 222 ลำเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องรับขยะอันตรายจากอเมริกากว่า 5,500 ตันเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดภาระต้องผลักดันกลับ รวมถึงเสี่ยงว่าจะมีการรั่วไหลกระจายออกไป” ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศแสดงความเห็น

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศกล่าวว่าได้ประสานเรื่องดังกล่าวไปกับฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าชุดตรวจสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งแต่ทราบเรื่องแล้ว

"คุณโอ๋เห็นด้วยว่าควรต้องสกัดกั้นการนำเข้าตั้งแต่ระดับหน้าด่าน คือที่ท่าเรือเลย"

ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศให้ข้อมูลอีกว่า ปัจจุบันไทยมีกฎหมายห้ามนำเข้าทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกแล้ว โดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2563 (และบัญชีท้ายประกาศฯ) ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 428 รายการ ส่วนประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้เศษพลาสติกเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2567 กำหนดห้ามนำเข้าเศษพลาสติกตามพิกัดฯ 39.15 ในทุกพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ นิยามของ 'ขยะอิเล็กทรอนิกส์' ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าวคือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์หรือเศษ (ไม่รวมเศษจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) ที่มีส่วนประกอบ ซึ่งได้แก่ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า และแบตเตอรี่อื่นๆ สวิตซ์ที่มีปรอทเป็นองค์ประกอบในการทำงาน เศษแก้วจากหลอดรังสีแคโทด และแอกติเวเต็ดกลาสอื่นๆ ตัวเก็บประจุไฟฟ้าที่มีสารพีซีบี หรือที่ปนเปื้อนด้วยแคดเมียม ปรอท ตะกั่ว โพลีคลอริเนทเต็ดไบฟีนิล ซึ่งเป็นของเสียเคมีวัตถุ ตามบัญชี 5.2 ลำดับที่ 2.18 ของประกาศกระทรวงว่าด้วยวัตถุอันตราย

ส่วนนิยามคำว่า 'เศษพลาสติก' หมายความว่า เศษ เศษตัดและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นพลาสติก ตามพิกัดศุลกากรประเภท 39.15

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พร้อมเปิด 'มุมถ่ายภาพเช็คอินจุดใหม่' ณ โซนจากัวร์เทรล (Jaguar Trail)

(31 พ.ค.68) นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ชาฟารีปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดมุมใหม่ 'มุมถ่ายภาพเช็คอินจุดใหม่' ณ โซนจากัวร์เทรล (Jaguar Trail) เส้นทางเดินชมสัตว์รอบทะเลสาบสวอนเลค (Swan Lake) เพื่อมอบประสบการณ์การ ท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และเหมาะสำหรับการถ่ายภาพสวย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของผืนน้ำและ ต้นไม้โดยรอบ โดยโซนจากัวร์เทรลเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 20.00 น.

นอกจากนี้ กิจกรรมถ่ายภาพกับสัตว์เล็ก เปิดตัวดาวรุ่งดวงใหม่ 'น้องโคโค่' (คาปิบาร่า) และ 'น้องพะโล้' (เป็ดคอลดั๊ก) เพื่อนรักต่างสายพันธุ์มาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด ในกิจกรรมถ่ายภาพกับ สัตว์เล็ก ทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 17.30 - 20.30 น.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top