Thursday, 5 November 2026
NEWS FEED

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผนึกกำลังแก้ไขปัญหา พร้อมเสริมเกราะป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทยกพวกตีกัน

ณ ห้องศรียานนท์ โซนซี ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รอย  อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย ร.ท.สมพร  ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นผู้แทนฯ ลงนาม พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ จัดทำขึ้นภายใต้มาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือในทุกมิติและกำหนดมาตรการควบคุม ดูแล ป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อลดอัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้น บรรเทา ความเดือดร้อนของสังคมส่วนรวม ทั้งนี้ ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสถานศึกษาในสังกัดของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เปิดโอกาสในการแสดงศักยภาพด้านฝีมือ และความสามารถด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ร่วมกันทำความดี มีความเสียสละ และจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และสังคมส่วนรวม 

ซึ่งได้มีการจัดโครงการ “อาชีวะอาสาทำความดีในเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2565” เพื่อให้บริการในการดูแล บำรุงรักษา และซ่อมแซมยานพาหนะของพี่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ออกเดินทางท่องเที่ยว และเดินกลับไปยังภูมิลำเนาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสำคัญประจำปี

 

‘ผบช.ภ.2’ มอบอุปกรณ์ - สิ่งของด้านการจราจรในโครงการ “ถนนปลอดภัยเริ่มที่เรา”

พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์ ผบก.อก.ภ.2 รับมอบอุปกรณ์ – สิ่งของด้านการจราจรในโครงการ “ถนนปลอดภัยเริ่มที่เรา”

จากคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 2 โดยมี คุณสมเจตน์ วุฒิเลิศเจริญวงศ์ ประธานคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 2 และ คุณจุรีรัตน์ รัตนศรีสมบัติ พร้อมคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 2

 

“10 ข้อเตือนภัยประชาชน!! ช่วงเทศกาลปีใหม่” ผบ.ตร. มีความห่วงใย จัดเต็มกำลังตำรวจ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์  โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบสายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม จัดเตรียมมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกัน และลดอุบัติเหตุในห้วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2565

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.64 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประชุมกำชับสั่งการเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในห้วงวันหยุดยาวปีใหม่ 2565 และกำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสียหายจากอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในห้วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งได้จัดทำ

“10 ข้อเตือนภัยประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่” ดังนี้ 

1. ไม่ประดับสวมใส่ทรัพย์สินมีค่า

2. สำรวจทรัพย์สิน และล็อกประตูหน้าต่างที่พัก

3. เจ้าของผู้ประกอบการตรวจสอบความพร้อมเจ้าหน้าที่และกล้องวงจรปิด

4. หลีกเลี่ยงการใช้บริการตู้เอทีเอ็มที่อยู่บริเวณเปลี่ยว

5. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

6. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะขับรถ

7. ไม่ใช้โทรศัพท์ในขณะขับรถ

8. ระมัดระวังในการจุดพลุ

9. กรณีพบเห็นบุคคลที่สงสัยว่าจะเป็นคนร้าย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

10. กรณีพบเหตุด่วนเหตุร้าย แจ้ง 191 หรือ 1599 หรือหมายเลขโทรศัพท์สถานีตำรวจ

 

‘พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข’ ผบ.ตร เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.เลย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.เนติพงศ์ ธาตุทำเล รอง ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส. ภ.4 และคณะ ฯ โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เลย และข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.เลย และ ข้าราชการตำรวจหน่วยร่วมปฏิบัติในพื้นที่ เข้าร่วมรับการตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ

"ผบช.ภ.7" จี้!ตำรวจในสังกัดฝึกทบทวน ยิงปืนต่อสู้ทางยุทธวิธี ลดความเสี่ยงขณะเผชิญเหตุ

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.64 ที่สนามยิงปืน ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 (ไพรสะเดา)  อ.ปากท่อ  จว.ราชบุรี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่าจากที่ได้สั่งการให้มีการฝึกทบทวนชุดปฏิบัติการพิเศษ(อินทรีย์ 7) อย่างต่อเนื่องนั้น  

ในวันนี้ได้นำข้าราชการตำรวจในสังกัด กก.ปพ.บก.สส.ภ.7 จำนวน 30 นาย ร่วมฝึกซ้อมทบทวนทักษะการยิงปืนในระบบต่อสู้ เพื่อให้เกิดความชำนาญ และเสริมสร้างความมั่นใจ สามารถนำความรู้ และเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้ไปใช้ปฏิบัติงานทางยุทธวิธีตำรวจ ในการตรวจค้น จับกุม และการต่อสู้ระยะประชิด ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลสูงสุด และลดความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอย่างมืออาชีพ

ดร.อนันต์ ชี้ ซิโนแวค 2 เข็ม บูสด้วยไฟเซอร์ กัน "โอไมครอน" ได้ดี

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา เผย ผลวิจัย ชี้ สูตร ซิโนแวค 2 เข็ม บูสเตอร์โดสด้วย 'ไฟเซอร์'​ สามารถป้องกัน 'โอไมครอน' ได้ผลดีมาก

จากเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana โดย ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์ระบุว่า... 

เลือดข้นกว่าน้ำ..!!! ทหารผ่านศึก ประกาศยืนเคียงข้าง นายกฯ เช่น ในสนามรบ  พร้อมมอบรูปสมเด็จพระพันปีหลวง ประดับยศพันเอก เป็นที่ระลึก  

ที่องการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุมองค์การสงเคราะห์ทหารผ่าน โดยมีทหารผ่านศึกที่ผ่านภารกิจภาคสนาม เช่น สงครามเวียดนาม มารอรับและให้กำลังใจ พร้อมมอบ รูปที่ระลึก ซึ่งเป็นภาพการปฏิบัติงานของพลเอกประยุทธ์ ในห้วงที่รับราชการทหาร โดยมี รูปภาพสำคัญ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดับยศพันเอก (พ.อ.) ให้พล.อ.ประยุทธ์ 

โดยช่วงหนึ่ง ทหารผ่านศึกที่มายืนรอรับและได้ให้กำลังใจ นายกรัฐมนตรี ในการปฏิบัติงานเพื่อบ้านเมือง ว่า ขอให้สู้ๆ ต่ออุปสรรคปัญหา เพื่อสถาบันฯ และประชาชน รวมทั้งขอให้ดูแลทหารผ่านศึกและครอบครัวด้วย  และพวกเราพร้อมสนับสนุนท่าน ดั่งเหมือนอยู่ในสนามรบ จะไม่ทอดทิ้งกัน เลือดย่อมเข้มข้นกว่าน้ำ   

ศาลยกฟ้องคดีซิโน-ไทย ฟ้องหมิ่นวัชระเรียก 5 ล้าน กรณีตั้งคำถามบริษัทมีมาตรฐานหรือไม่จากกรณีขอขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ถึง 4 ครั้ง 1,864 วัน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 64 เวลา 9.30 น. ที่ห้องพิจารณา 403 ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ. 233/2564 ระหว่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยนายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้มีอำนาจโจทก์ กับนายวัชระ เพชรทอง  จำเลย คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ และเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างสัปปายะสภาสถาน (รัฐสภาแห่งใหม่) ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตามสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ สัญญาเลขที่ 116/2556 ลงวันที่ 30 เม.ย. 56 ค่าก่อสร้าง 12,280 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 64 จำเลยได้หมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่ 3 โดยน่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จโดยวิธีการโฆษณา

โดยจำเลยได้นำป้ายข้อความว่า "สัญญาก่อสร้าง 900 วัน  ขยายเวลา 4 ครั้ง 1,864 วัน รวม 2,764 วัน ยังสร้างไม่เสร็จ บริษัทมีมาตรฐานหรือไม่" ขึ้นประกอบการแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวที่รัฐสภา การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย   ข้อความที่ว่า "บริษัทมีมาตรฐานหรือไม่" เป็นตัวอักษรสีแดงเป็นการชี้นำให้ผู้ที่พบเห็นข้อความดังกล่าวเข้าใจว่าโจทก์ไม่มีมาตรฐานจึงขยายหลายครั้ง   ศาลพิเคราะห์ข้อความในส่วนดังกล่าว จะเห็นได้ว่าข้อความดังกล่าวเป็นประโยคคำถามในลักษณะเป็นการตั้งข้อสังเกตแต่เพียงเท่านั้น มิใช่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนว่าโจทก์เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ไม่มีมาตรฐานจนเป็นเหตุให้ต้องขยายระยะเวลาก่อสร้างถึง 4 ครั้งแต่อย่างใด กรณีจึงยังมิอาจถือได้ว่าเป็นการใส่ความโจทก์ ประกอบกับข้อความที่ปรากฏในป้ายของจำเลยจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ ต้องพิจารณาตามความรู้สึกของวิญญูชนทั่วไปเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าข้อความดังกล่าวถึงขั้นทำให้ผู้ถูกหมิ่นประมาทน่าจะเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังหรือไม่ มิใช่พิจารณาตามความรู้สึกของผู้ถูกหมิ่นประมาทแต่ฝ่ายเดียว  

เมื่อพิเคราะห์ข้อความที่ปรากฏในป้ายข้อความโดยรวมซึ่งเป็นข้อความที่มิได้ระบุหรือสื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าโจทก์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นเพียงตั้งคำถามเชิงสังเกตโดยปราศจากการยืนยันข้อเท็จจริงแน่ชัดดังที่ได้วินิจฉัยประกอบกับข้อความในส่วนที่ว่า "สัญญาก่อสร้าง 900 วัน ขยาย 4 ครั้ง 1,864 วัน รวม 2,764 วัน" นายสุทธิพล พัชรนฤมล (ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ของบริษัทซิโน-ไทยฯ) พยานโจทก์ก็เบิกความรับว่าเป็นความจริง ส่วนข้อความในส่วนที่ว่า "บริษัทมีมาตรฐานหรือไม่" แม้นายสุทธิพล จะเบิกความว่าการขยายระยะเวลาก่อสร้างเป็นคนละกรณีกับการที่โจทก์จะมีมาตรฐานหรือไม่  แต่ลำพังข้อความในส่วนดังกล่าวก็ยังไม่ถึงขนาดที่น่าจะทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ฟ้องโจทก์จึงยังไม่มีมูลที่จะประทับฟ้อง และเมื่อคดียังมิอาจประทับฟ้องได้แล้ว ศาลนี้ย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งเช่นเดียวกัน  พิพากษายกฟ้องและไม่รับฟ้องในคดีส่วนแพ่ง คืนค่าขึ้นศาลในส่วนแพ่งทั้งหมดให้แก่โจทก์ 

กองทัพเรือ โดย ‘ทัพเรือภาคที่ 1’ นำร่องปลูกหญ้าทะเล เพื่ออนุบาลสัตว์น้ำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก นำร่องปลูกหญ้าทะเล ในโครงการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล บริเวณหาดนภาธาราภิรมย์ กิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กองการบินทหารเรือ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังจากที่ทำการสำรวจพื้นที่ฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล มาแล้วก่อนหน้านี้

กิจกรรมนำร่องปลูกหญ้าทะเลในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นาย สุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เป็นผู้วางแผนและกำกับการปลูก โดยมีนักดำน้ำจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการ จำนวน 15 นาย มาร่วมกันดำน้ำแบบ Scuba ปลูกหญ้าทะเลชนิด “กุ้ยช่ายเข็ม” (Halodule pinifolia) จำนวน 5,000 กอ ด้วยวิธี “ย้ายปลูก” ในทะเลพื้นที่ 3 ไร่ ห่างจากชายฝั่งของหาดนภาธาราภิรมย์ กิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กองการบินทหารเรือ ประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การเพาะพันธุ์ และขยายพันธุ์ของหญ้าทะเล เนื่องจากหาดนภาธาราภิรมย์อยู่ติดกับคลองบางไผ่ โดยคลองจะพัดพาเอาตะกอนแร่ธาตุ และสารอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ลงสู่ทะเลในบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับในช่วงเดือน มกราคม 2565 นั้น หน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล จะมีการจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ และมีการติดตามการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล ที่ปลูกในวันนี้ เพื่อขยายผลโครงการต่อไป

 

กองทัพเรือโดย ทัพเรือภาคที่ 3 ช่วยกู้เรือประมงจมกลางทะเล

นาวาเอก เชษฐา คุ้มเจริญ ผู้ช่วยโฆษกทัพเรือภาคที่ 3 ได้แถลงข่าว ถึงการช่วยเหลือเรือประมงจมน้ำกลางทะเล จ.สตูล ว่าเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา พลเรือโท สมพงษ์ นาคทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้จัดหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะหลีเป๊ะ (นรภ.ทร.เกาะหลีเป๊ะ) จัดกำลังพลพร้อมเรือยางท้องแข็ง (RIB) ให้ความช่วยเหลือชาวประมงในการกู้เรือประมงสีนิล 7 ที่ประสบเหตุจมกลางทะเลสตูล โดยลูกเรือ 7 คนได้รับช่วยเหลือขึ้นจากน้ำและกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา ได้ลากเรือดังกล่าวมาเกยหาดที่บริเวณชายฝั่งแหลมเตะปัน ท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล เป็นที่เรียบร้อย

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.64 ได้ระดมกำลังพล นรภ.ทร.เกาะหลีเป๊ะ ทั้งหน่วยร่วมกับเจ้าของเรือ นำเครื่องสูบน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากเรือ ต.996 มาทำการสูบน้ำออกจากตัวเรือ เพื่อกู้เรือนำกลับไปซ่อมแซม ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาพลบค่ำ ทำให้ระดับน้ำในเรือลดลง และสามารถกู้เรือที่จมน้ำได้ในที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top