Friday, 17 July 2026
NEWS FEED

ตำรวจสอบสวนกลาง จัดกิจกรรมจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เตรียมความพร้อมรองรับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565

บนถนนทางหลวงมอเตอร์เวย์สาย 6 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล.พร้อมกำลังจิตอาสา จัดกิจกรรมจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เตรียมความพร้อมรองรับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 โดยมุ่งเน้น “เปิดจุดอับ ขยายจุดสว่าง จุดพักรับรองเพื่อความสุขของประชาชน” ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.64 - 4 ม.ค.65

โดยมีจิตอาสาเข้าร่วมกว่า 200 นาย ประกอบด้วยจิตอาสาตำรวจสอบสวนกลาง  เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมา , เจ้าหน้าที่ อบต.หนองสาหร่าย , อาสาจราจรตำรวจทางหลวง , จิตอาสาอำเภอปากช่อง ,  ชมรมฮักเขาใหญ่ , วิทยาลัยอาชีวศึกษากุสุมภ์เทคโนโลยี , นักเรียนโรงเรียนบ้านนา (ประสิทธิ์วิทยาคาร), นักเรียนโรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคารในพื้นที่ อ.ปากช่อง และประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาด้านการจราจร พร้อมรับเทศกาลปีใหม่ 2565 ณ บริเวณมอเตอร์เวย์ (M6) สายบางปะอิน – นครราชสีมา ต.หนองสาหร่าย  อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อมเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เช่น ทาสีเครื่องหมายจราจรให้ชัดเจน ตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดหญ้าที่บดบังภูมิทัศน์ เก็บเศษขยะที่อาจทำให้เกิดการกีดขวางการจราจร  และล้างถนน

นอกจากนี้ยังมีการทำกิจกรรมพร้อมกันทั้ง 41 สถานีตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ  ถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ เป็นการเตรียมความพร้อมและอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกันรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ตามโครงการแจกหมวกนิรภัยแก่เด็กนักเรียน มอบหมวกนิรภัยให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียนในพื้นที่ อ.ปากช่อง

สำหรับการดูแลอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนา ในเทศกาลปีใหม่ 2565 นั้น ตำรวจทางหลวง ได้ประสาน กรมทางหลวง ในการคืนพื้นผิวการจราจรในจุดซ่อมสร้างต่าง ๆ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถบรรทุกในการงดเดินรถบรรทุกในบางเส้นทาง พร้อมเตรียมเปิดช่องทางพิเศษและเส้นทางเลี่ยง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และอาสาจราจรตำรวจทางหลวง ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว มาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน 

สำหรับประชาชนที่ต้องเดินทางไกล ขับรถเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดความเหนื่อย เมื่อยล้า  ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้จัดห้องพักฟรีทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง ไว้รองรับประชาชน สามารถจอดรถแวะพักได้ หรือจะพักค้างคืนได้เช่นกัน โดยได้จัดห้องพัก อาหาร ห้องน้ำ wifi และเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการ ซึ่งทุกหน่วยบริการฯ จะมีการตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด และภายในที่พักยังมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้  ขอคำแนะนำจากตำรวจทางหลวงได้ และสามารถนำผลิตผลทางการเกษตรกลับไปได้อีกด้วย ทั้งนี้ ประชาชน ที่สนใจสามารถจองที่พักได้ที่ www.booking.hwpdth.com หรือ สแกนผ่าน QR Code  

 

พิธีปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Year New Normal 2022)

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดพิธีปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Year New Normal 2022) ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถ.พระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กทม. และการตรวจเยี่ยมมาตรการดูแลคัดกรองประชาชนที่มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล พร้อมตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ ดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนในห้วงการระบาดของโรคโควิด 19 ทุกสายพันธ์ โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้จัดให้มีการปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Year New Normal 2022) ในการอำนวยความสะดวก ปกป้องคุ้มครอง และรักษาไว้ซึ่งชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่จากสถานการณ์ในปัจจุบันทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดซึ่งทุกคนต้องอยู่ในมาตรการการป้องกันไวรัส โควิดทุกสายพันธ์อย่างเข้มแข็ง และในส่วนของการท่องเที่ยวไทยนั้นเน้นการปรับตัวให้เป็นการท่องเที่ยว ที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Tourism)

ซึ่งถือว่าจะเป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ยุคหลังโควิดที่จะทำให้การท่องเที่ยวของไทยนั้นยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล และในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบายให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ดำเนินงานการบูรณาการและทำงานเชิงรุกร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันเหตุร้าย สร้างความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว  โดยตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรักษา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทุกสายพันธ์ เป็นสำคัญ

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย” มอบทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบเงินทุนต่อเนื่องในทุกระดับชั้น และทุนทุกระดับปีสุดท้ายแก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวม 119 สถาบัน จำนวน 836 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,675,000 บาท (สิบเอ็ดล้านหกแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)  เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มูลนิธิฯ ได้จัดให้มีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสภายในพื้นที่อย่างเข้มข้น รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการมอบทุนฯ โดยประสานผู้แทนจากสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง เป็นตัวแทนรับมอบทุนการศึกษา ระหว่างวันที่ 27-29 ธันวาคม 64 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ


การมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในด้านงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวและช่วยเหลือเยาวชนของชาติไม่ให้ขาดโอกาสทางการศึกษา ต้องละทิ้งหรือยุติการศึกษา เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสศึกษาจนจบหลักสูตรในแต่ละระดับชั้น ช่วยสร้างอนาคตให้เยาวชนตามที่มุ่งหวัง เป็นคนดี มีความรู้ เป็นทรัพยากรมีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ โดยเมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมแก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2564 จำนวน 1,500 ทุน รวมทั้งยังได้มอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค ซึ่งในปีพ.ศ. 2564 นี้  ได้มอบให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาในภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช  สุราษฎร์ธานี พัทลุง และ กระบี่ รวมทั้งสิ้น 6 จังหวัด จำนวน 53 สถาบัน 265 ทุน 
รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2564 เป็นเงินทั้งสิ้น 16,930,000 บาท (สิบหกล้านเก้าแสนสามหมื่นบาทถ้วน) 

สำรวจความสนใจคนไทย ผ่าน FB และ IG จากรายงาน ‘ที่สุดของปี 2564’ ของ Meta

ในขณะที่ผู้คนต่างตั้งตารอปี 2565 ที่กำลังจะมาถึง Meta ได้เผยรายงาน “ที่สุดของปี 2564” (2021 Year in Review) เพื่อแบ่งปันเรื่องราว เหตุการณ์ และช่วงเวลาที่ส่งผลต่อคนไทย และทำให้ปีที่ผ่านมานี้สร้างการเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น และยังมีความหมายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เรื่องราวต่าง ๆ ครอบคลุมการพูดคุยและโพสต์บน Facebook และ Instagram ทั้งจากวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปจนถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวปี 2563 และแม้แต่การทำสวนและอาหาร

Meta กล่าวไว้ว่า “ทุก ๆ ปี รายงานที่สุดของปีสะท้อนแนวคิดที่กำหนดด้วยคำสำคัญยอดนิยมของปีนั้น ๆ สำหรับปี 2564 ได้แก่ โควิด สุขภาพ กีฬา และหลากหลายหัวข้อไลฟ์สไตล์ที่โดนใจคนไทยทั้งใน Facebook และ Instagram”

โควิดและสุขภาพ: คำว่า ‘วัคซีน’, ‘อาการ’ และ ‘การตรวจ’ เป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในแนวคิดนี้ ขณะที่ประเทศไทยกำลังต่อสู้กับการระบาดของเวฟ 2 และ 3 ของโควิด-19 ที่ตามกันมาอย่างต่อเนื่อง และผู้คนก็ได้หันมาใช้ Facebook และ Instagram เพื่อขอความช่วยเหลือและเชื่อมต่อกัน และทำให้เกิดการค้นหาคำว่า ‘วัคซีน’ และหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน เนื่องจากคนไทยรู้จักที่จะอยู่อย่างปลอดภัยและมองหาการสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองจากไวรัส

เรื่องจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับสยามที่ต่างชาติพยายามหยิบยกมาถก 

ไม่นานมานี้ Post Today ได้รวบรวมการพูดคุยของชาวเน็ตต่างชาติ ที่ได้ตั้งกระทู้พูดคุยกันบนเว็บไซต์ Quora ในหัวข้อ ‘อะไรคือเรื่องจริงที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย’ (What are the most interesting facts about Thailand?) ซึ่งมีผู้แสดงความคิดเห็นราว 56 รายการ แต่มีการคัดเรื่องที่น่าสนใจมาไว้ดังนี้...

>> ผู้ใช้ชื่อ Unmesh Kulkarni กล่าวว่าเรื่องที่น่าสนใจสำหรับเขาคือร้านสะดวกซื้อในไทยมักมีหมาข้างถนนนอนตากแอร์อยู่หน้าประตู

>> Ava Bhatt หญิงชาวรัสเซีย อดีตที่ปรึกษาสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ตื่นเต้นกับการใช้พุทธศักราชของไทย โดยกล่าวว่า "มันเหมือนกับว่าเรามีไทม์ไลน์ที่ต่างกัน อย่างตอนนี้เรามาถึงค.ศ. 2019 แต่ที่ไทย 2562 แล้ว ก็บอกได้เลยว่าเราไปท่องอนาคต"

“คนไทยไม่รีบไปไหนเลย” Ava Bhatt กล่าวว่าจากประสบการณ์ของเขา เขาพบว่าคนไทยชอบที่จะนอนเล่นและทำตัวสบายๆ นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยชอบทานอาหารนอกบ้านมากกว่าทำกับข้าวเองที่บ้าน และการนั่งบนขั้นบันไดหรือทางเท้าเป็นเรื่องปกติ

อีกสิ่งหนึ่งที่เธอพบคือการใช้ถนนหนทางในประเทศไทยนั้นลำบากมาก ประการแรกคือหลายคนไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และเธอไม่คุ้นชินกับการจราจรซ้ายมือ แท็กซี่ก็มีราคาแพง สิ่งที่เธอทำได้คือการเช่ารถจักรยานในราคา 600 รูเบิลรัสเซีย

>> Vishwas Virani จากอินเดียกล่าวว่าเรื่องที่ได้เรียนรู้จากการมากรุงเทพมหานครคือการถอดเสื้อขับรถเป็นเรื่องผิดกฎหมาย รวมถึงการออกจากบ้านโดยไม่สวมกางเกงในด้วย ซึ่งมีหลายคอมเมนต์ที่พูดถึงประเด็นนี้เช่นกัน

เขายังทิ้งท้ายแบบติดตลกว่าหากเขาเกิดที่ประเทศไทยคงต้องใช้เวลาครึ่งชีวิตในคุก

>> ผู้ใช้ชื่อ Alexander Dow กล่าวว่าเรื่องจริงที่น่าสนใจคือผัดไทยเป็นอาหารไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก แต่สำหรับคนไทยแล้วมันไม่ใช่อาหารยอดนิยมขนาดนั้น

นอกจากนี้เขายังกล่าวว่ากรุงเทพมหานครกำลังได้รับอิทธิพลจากนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติมากขึ้นอย่างมาก สังเกตได้จากร้านอาหารเกาหลี ญี่ปุ่น ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเต็มไปหมด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเคยเห็นร้านอาหารเกาหลีเหนือ ที่เสิร์ฟอาหารต้นตำรับเกาหลีเหนือจริงๆ ด้วย

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจยุโรปอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ นอกจากนี้ไทยยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่ขับรถพวงมาลัยขวา

>> Tarun Madan กล่าวว่าเขาไม่เคยพบประเทศไหนที่มีที่นั่งสำหรับพระสงฆ์บนรถสาธารณะอย่างเช่นรถไฟฟ้าเหมือนกับประเทศไทย

>> Andy Cruise ชาวต่างชาติซึ่งอาศัยในประเทศไทยกล่าวว่าคนไทยจะต้องถอดรองเท้าเมื่อเข้าบ้านแม้ว่าพื้นบ้านจะสกปรกกว่ารองเท้าก็ตาม โดยกล่าวว่าเขาที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกันอาจรู้สึกไม่สุภาพนิดหน่อยที่เจ้าของบ้านบอกให้แขกถอดรองเท้า แต่บ้านของคุณรกมาก

สธ. เผยผู้ติด 'โอมิครอน' อาการน้อยถึงไม่มี ส่วน 90% ของเชื้ออยู่หลอดลมมากกว่าลงปอด

ที่กระทรวงสาธารณสุข สธ. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงฉากทัศน์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย และอัปเดตสถานการณ์เชื้อโอมิครอน ว่า... 

ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. - 18 ธ.ค. 64 เป็นต้นมา สะสม 514 รายที่เป็นต้นเชื้อ กระจายใน 14 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากระบบเข้าประเทศทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ ระบบไม่กักตัว (Test and go), ระบบแซนด์บอกซ์ (Sand box) และระบบกักตัว (Quarantine) แล้วเราตรวจจับได้หลังจากนั้นคนเหล่านี้จะกลับไปพื้นที่ต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในการควบคุม แต่บางส่วนเล็ดลอดออกไป พบเป็นการสัมผัสใกล้ชิดผู้เดินทางจากต่างประเทศประมาณ 20% เช่น ไปเยี่ยมญาติ ก็อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ จึงต้องระมัดระวังให้มาก

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอาการโอมิครอน ของผู้ติดเชื้อมีดังนี้... 

>> อาการน้อยจนถึงไม่มีอาการ 90% 
>> มีอาการเล็กน้อย 10% 
>> อาการมาก 3-4% 

ขณะที่ โอมิครอนพบที่หลอดลมมากกว่าลงปอด 

ดังนั้นอาการที่พบได้มากคือ ‘ไอ’ แต่หากลงปอดก็จะมีความรุนแรงเช่นเดียวกับเดลตา 

ส่วนการศึกษาจากผู้ติดเชื้อโอมิครอน 41 รายที่เราทำการรักษาอยู่ พบว่า อาการไอ 54%, เจ็บคอ 37%, ไข้ 29%, ปวดกล้ามเนื้อ 15%, มีน้ำมูก 12%, ปวดศีรษะ 10% หายใจลำบาก 5% และไม่ได้กลิ่น 2%

ทั้งนี้เราพบอาการไม่ได้กลิ่นน้อย พบเพียง 1 ราย โดยเราให้ยาที่มีอยู่คือ ฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 5 วันตามมาตรฐาน เราจึงพบว่า หากให้ยาตั้งแต่ต้น อาการจะดีขึ้นภายใน 24-72 ชั่วโมง อาการฟื้นกลับมาเป็นปกติได้

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีเสนอฉากทัศน์พยากรณ์ในกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโอมิครอนใน 3 รูปแบบ…

“มนุษย์ควัน” เผย วุฒิสภาฟิลิปปินส์ผ่านกฎหมายคุมบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย

เฟซบุ๊กเพจ “มนุษย์ควัน” เผยวุฒิสภาฟิลิปปินส์ผ่านร่างกฎหมายยาสูบไร้ควัน  ตั้งเป้าควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อน เพื่อไม่ให้เด็กเข้าถึงได้ ขณะที่เปิดทางให้สิงห์นักสูบผู้ใหญ่ 17 ล้านคนมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่า ชี้รัฐสภาไทยและรัฐบาลควรดูเป็นตัวอย่าง

นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “มนุษย์ควัน” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 30,000 คนที่รณงรงค์เรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ไร้ควัน เผยความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการออกกฎหมายผลิตภัณฑ์นิโคตินแบบไม่เผาไหม้ หรือ Vaporized Nicotine Product bill ในประเทศฟิลิปปินส์ว่า “วุฒิสภาฟิลิปปินส์เพิ่งผ่านร่างกฎหมายนี้เป็นที่เรียบร้อยมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สภาผู้แทนราษฎรของฟิลิปปินส์ก็มีมติเห็นชอบในร่างกฎหมายนี้มาแล้ว ซึ่งสภาฯฟิลิปปินส์เชื่อว่าจะช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศได้ และยังจะช่วยให้คนสูบบุหรี่กว่า 17 ล้านคนในฟิลิปปินส์มีโอกาสเปลี่ยนไปไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่”

ร่างกฎหมายผลิตภัณฑ์นิโคตินแบบไม่เผาไหม้ มีสาระสำคัญเพื่อควบคุมการนําเข้า ผลิต ขาย การบรรจุ การจัดจําหน่าย การใช้และการบริโภคบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (HTPs) ตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อป้องกันประชาชนจากอันตรายของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
 
“ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ใช้ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนแต่ก็มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศ เลยจำเป็นต้องมีการออกกฎหมายเพื่อควบคุมให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับ 79 ประเทศทั่วโลก เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา คือการมีมาตรการควบคุมที่เฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เลย แต่ประเทศไทยกลับเลือกที่จะแบนบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน โดยไม่ดูความต้องการของผู้สูบบุหรี่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ทดแทนการสูบบุหรี่ที่อันตรายน้อยกว่า ดังนั้นการแบนจึงไม่ได้ผล เพราะก็ยังมีคนแอบซื้อ แอบใช้ จำนวนมาก ซึ่งอาจรวมถึงเด็กๆ และเยาวชนด้วย มีการขายกันเกลื่อนในโลกออนไลน์ แถมรัฐเก็บภาษีสรรพสามิต หรือภาษีศุลกากรก็ไม่ได้เลย”

 

อดีตนักเรียนเกาหลีใต้ เผยคุ้ม!! พัฒนา ‘คลองช่องนนทรี’ คล้าย ‘คลองชองกเยชอน’ จากคลองดำ สู่พิกัดแห่งความเป็นหน้าเป็นตา 

นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา นักธุรกิจ ฟาร์มปลาสวยงาม แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nitipat Bhandhumachinda’ ในฐานะมุมมองหนึ่งของอดีตนักเรียนเกาหลีใต้ ว่า...

นับจากมีประเด็นคลองช่องนนทรี ก็มีคนชอบถามผมที่เคยเรียนเกาหลีว่า โครงการนี้ เมื่อเทียบกับ คลอง ชองกเยชอน (청계천) แล้วคิดว่าอย่างไร

ผมก็ตอบไปตามความจริงว่า แม้สมัยที่เรียนอยู่เกาหลี ผมจะชอบขี่เสือหมอบ ร่อนถ่ายรูปไปตามที่ต่างๆ แถวๆ นั้น แต่ไม่เคยสังเกตสนใจไอ้คลองโบราณอายุหลายร้อยปีนี้เลย

เพราะคลองที่โดนตึกรามบ้านช่องและถนนหนทาง สร้างขึ้นมากดทับ มากมาย จนน้ำเน่าเสียไปทั้งคลองนั้น
มันเป็นผลจากการขยายเมืองอย่างรวดเร็ว ของยุคเกาหลีก้าวกระโดด จนเป็นรอยด่างกลางเมืองที่ซ่อนตัวเงียบๆ ไม่มีใครอยากเห็นหรือให้ความสนใจ

ช่วงที่กรุงโซลต้องการจะพัฒนาคลองชองกเยชอน ที่มีความยาวเกือบๆ 6 กิโลเมตร ให้สะอาด ซึ่งใช้งบประมาณมหาศาล (ประมาณหมื่นล้านบาท) และต้องเวนคืนบ้านเรือนหลายแห่ง ก็โดนกระหน่ำต่อต้านมากมาย

แต่พอสร้างเสร็จก็กลายเป็นแหล่งรวมความสนใจ กลายเป็นหน้าเป็นตา และจุดท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจของกรุงโซล

ถามผมว่าผมชอบหน้าตาของคลองชองกเยชอนในสมัยนี้ไหม ก็ตอบได้ว่าไม่ค่อยชอบหรอก เพราะผมไม่ใช่คนที่ชอบสิ่งปลูกสร้างที่อลังการไม่เป็นธรรมชาติ

แต่ถ้าถามว่าดีมีประโยชน์ไหมนั้น ก็ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับคลองน้ำดำๆ รายล้อมไปด้วยแหล่งเสื่อมโทรมอย่างสมัยก่อนแล้ว ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาปรับปรุงได้คุ้มค่าแม้จะใช้เงินลงทุนมากมายก็ตาม

เด็กนร.ชายแดนยิ้มออก!! หลังพี่ทหาร นพค. 45 มอบอาคารน้ำดื่มเป็นของขวัญปีใหม่ให้นักเรียนสตูล ตามนโยบาย ‘1 นพค. 1 ชุมชน 1 โรงเรียน’ หลังที่ผ่านมาพบพื้นที่น้ำแดงเป็นสนิมกินไม่ได้

วันที่ 27 ธ.ค.2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มอบหมายให้ พลเอกจีรัชญ์ บุญชญา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยมี พลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อาทิตย์ภากร สังขรัตน์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่งมอบอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO กำลังผลิตขนาด 250 ลิตรต่อชั่วโมง ให้กับโรงเรียนและชุมชนบ้านควนโต๊ะเหลง ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 โดยมี นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นผู้แทนชาวสตูลในการรับมอบ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ได้เข้าดำเนินโครงการ 1 นพค. 1 ฟาร์ม 1 โรงเรียน 1 ชุมชน

ซึ่งหน่วยฯ จะเข้าให้การสนับสนุนการทำฟาร์มตัวอย่างตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ตลอดจนให้การสนับสนุนโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ตั้งหน่วยทุก ๆ ด้าน เพื่อลดช่องว่าง สร้างความรัก ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดี ต่อเยาวชนซึ่งเป็นนักเรียน และประชาชนในชุมชนใกล้เคียง พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมชมกลุ่มแม่บ้านทำขนมพื้นเมือง ที่ทางหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ให้การสนับสนุนในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมาอีกด้วย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 จัดสร้างอาคารบริการน้ำดื่ม ภายใต้นโยบาย 1 นพค. 1 ชุมชน 1 โรงเรียน ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านควนโต๊ะเหลง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ ที่โรงเรียนบ้านควนโต๊ะเหลง ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล 

โดย พลตรี กฤษณ์ จันทร์นิยม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานส่งมอบอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน  โดย นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย เป็นประธานในการรับมอบ พร้อมด้วย น.อ.อาทิตย์ภากร สังขรัตน์ ผบ.นพค.45 พร้อมส่วนราชการ ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ ทางโรงเรียนบ้านควนโต๊ะเหลง จัดการแสดงขอบคุณน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีโดยเด็กนักเรียน ก่อนร่วมกันทำพิธีเปิด อาคารบริการน้ำดื่ม  พร้อมดื่มน้ำโชว์สร้างความมั่นใจว่าน้ำสะอาด ดื่มได้จริง ๆ สำหรับโรงเรียนบ้านควนโต๊ะเหลงนั้น  ในช่วงขาดแคลนน้ำ ทางโรงเรียนจะให้นักเรียนนำน้ำดื่มมาเอง แต้เมื่อมีอาคารบริการน้ำดื่มแล้ว นักเรียนเพียงน้ำขวดเปล่ามาจากบ้าน แล้วมาเติมน้ำจากอาคารบริการน้ำดื่มได้อย่างสะดวกสบาย และได้ดื่มน้ำสะอาดที่ผ่านระบบการกรองแล้ว

ด้าน พลตรี กฤษณ์ จันทร์นิยม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  กล่าวว่า  อาคารบริการน้ำดื่มดังกล่าวมีระบบปฏิบัติการแบบ RO หรือระบบการคัดแยกกรองน้ำ ได้อย่างละเอียดสูตรผ่านแผ่นกรองและเยื่อเมมเบรน  ส่วนน้ำเสียที่ไม่สามารถผ่านการกรอง ก็จะถูกแยก และนำไปอยู่ในระบบน้ำทิ้งโดยมีกำลังการผลิตขนาด 250 ลิตรต่อชั่วโมง  และผ่านเครื่องทำความเย็น  ซึ่งอาคารบริการน้ำดื่มนี้ จัดอยู่ในโครงการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ ปีงบประมาณ 2565 โดยมีหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการจนแล้วเสร็จ และในโอกาสใกล้จะถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 จึงขอมอบอาคารบริการน้ำดื่มแก่โรงเรียน  และชุมชนบ้านควนโต๊ะเหลง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับทุก ๆ คนโดยใช้ประโยชน์ร่วมกันตามนโยบาย 1 นพค. 1 ชุมชน 1 โรงเรียน ซึ่งเป็นนโยบาย ที่จะสร้างความรักใคร่สามัคคีและลดช่องว่างระหว่างหน่วย นพค. โรงเรียน ตลอดจนชุมชนรอบข้าง

นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า จากข้อมูลทราบว่าทางหน่วยบัญชาการทหารพัฒนามีนโยบายให้หน่วยขึ้นตรงดำเนินการโครงการ 1 นพค. 1 ชุมชน 1 โรงเรียนคือให้แต่ละนพค. ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เข้าให้การสนับสนุนโรงเรียนและชุมชน ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบซึ่งเป็นนโยบาย ที่จะเพิ่มความแน่นแฟ้นให้กับหน่วยงานราชการ ประชาชน ตลอดจนบุตรหลานซึ่งเป็นนักเรียน ในโอกาสนี้ผมก็ขอให้ทุกฝ่ายช่วยดูแลรักษาและใช้ประโยชน์อาคารบริการน้ำดื่มนี้ให้มากที่สุด ดังเจตนารมณ์ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจังหวัดสตูล จะได้รับการสนับสนุนโครงการดี ๆ ของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ดังเช่นที่ผ่านมา และในโอกาสใกล้ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ ผมขออวยพรให้ทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้จงประสบแต่ความสุขความเจริญมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง คิดสิ่งใดให้สมดังปรารถนาตลอดปี 2565

ด้าน นางฮาสาน๊ะ ยีปันจอ ผอ.รร.บ้านควนโต๊ะเหลง กล่าวขอบคุณทางหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ที่ได้มอบอาคารน้ำดื่มให้กับนักเรียน นับเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม โดยเฉพาะช่วงภัยแล้ง นักเรียนจะได้นำขวดเปล่ามาเติมน้ำได้ที่อาคารบริการน้ำดื่มได้ โดยไม่ต้องนำน้ำมาจากบ้าน นอกจากนี้ชุมชนก็ยังได้ใช้ร่วมกันด้วย เพราะช่วงเย็นประชาชนจะมาออกกำลังกาย ก็สามารถใช้น้ำสะอาด

รองปลัดแรงงาน ประธานออกรางวัล “บัตรแรงงานเชิญรับโชค” สลากบำรุงสภากาชาดไทย กระทรวงแรงงาน ปี 2564

วันที่ 27 ธันวาคม 2564 เวลา 10.30 น. นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในการหมุนวงล้อ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานร่วมเป็นสักขีพยานการออกรางวัล “บัตรแรงงานเชิญรับโชค” ประจำปี 2564 สลากบำรุงสภากาชาดไทย กระทรวงแรงงาน รายได้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายองค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย อาคารแพทยพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ดังนี้

>> รางวัลที่ 1 จำนวน 1 รางวัล รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ All New MG5 เลขที่ออก 40373

>> รางวัลที่ 2 จำนวน 1 รางวัล สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท เลขที่ออก 12012

>> รางวัลที่ 3 จำนวน 6 รางวัล สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท เลขที่ออก 11950, 16427, 16609, 24344, 32951, 46050

>> รางวัลที่ 4 จำนวน 40 รางวัล สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง (รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 1 ครั้ง) เลขที่ออก 019

ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกรางวัลสามารถนำใบสลากพร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชนไปรับรางวัลได้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2564 - 26 มีนาคม 2565 ระหว่างเวลา 09.00 - 16.00 น. โดยติดต่อขอรับรางวัลที่ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น 4 กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี ดินแดงกรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ : 02232 1144, 02232 1157 (ทั้งนี้หากพ้นกำหนดแล้วถือว่าสละสิทธิ์ในการรับรางวัล และมอบรางวัลให้กับสภากาชาดไทย)

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top