Wednesday, 15 July 2026
NEWS FEED

มทภ.4 พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์

(24 มีนาคม 2565)​ ห้องน้ำพราว โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในกิจกรรม "พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าจัดขึ้น เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งหารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีพี่น้องสื่อมวลชน ทั้งจังหวัดยะลา ปัตตานี สงขลา และนราธิวาส เข้าร่วม ซึ่งนอกจากพี่น้องสื่อมวลชนแล้ว หน่วยงานภาครัฐทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ภาคประชาสังคม ร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์ เสริมสร้างความเข้าใจ ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน 

พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า "สถานการณ์โควิดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง วันนี้มีโอกาส และถือเป็นเรื่องดี ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพัธ์กัน สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง  ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ประเด็นต่างๆ ความคิดเห็นต่างๆ ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก สู่ผู้คนทั้งประเทศ แม้กระทั้งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆ มากมาย มีผู้คนอัทธยาศัยดี มีสถานที่ท่องเที่ยว มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง หลายมิติ แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์ และเป็นข้อเท็จจริง เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป" 

ก.แรงงาน ยกระดับมาตรการป้องกันอุบัติเหตุงานก่อสร้าง โครงการ 'ภาคีร่วมใจ ก่อสร้างปลอดภัย'​

(24 มีนาคม 2565) นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “ภาคีร่วมใจ ก่อสร้างปลอดภัย”ภายใต้ Motto “Safe Const. Safe Life” โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุทธิ สุโกศล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน, นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และ​นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ภาคีเครือข่ายภาคการก่อสร้าง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน 

​นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภายใต้การกำกับดูแลของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และในช่วงเวลาที่ผ่านมาแรงงานก่อสร้างประสบอันตรายและบาดเจ็บจากการทำงานสูงและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ จึงได้กำหนดเป็นนโยบายให้กระทรวงแรงงานดำเนินการด้านการป้องกัน และปลูกฝังจิตสำนึกภาคีเครือข่ายก่อสร้างให้ดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดสภาพปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการทำงานด้วยการเสริมสร้างความตระหนักรู้เชิงป้องกันอุบัติเหตุในการทำงานก่อสร้างและร่วมใจลดสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานในกิจการก่อสร้าง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายซ้ำอีก โดยโครงการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ขอให้ภาคีเครือข่ายภาคการก่อสร้างทั้งหลายร่วมมือ ร่วมใจโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ ร่วมพลังร่วมใจป้องกันไม่ให้เกิดสภาพปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการทำงานก่อสร้างขึ้นและร่วมกันดูแลให้ลูกจ้างมีสุขภาพอนามัยที่ดี สามารถขับเคลื่อนสังคมภาคการก่อสร้างให้เกิดความปลอดภัยอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสร้างประโยชน์สุขให้ประชาชนพี่น้องชาวแรงงานต่อไป

‘เกาหลีเหนือ’ ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป หลังเว้นไปนาน 5 ปี ทำ ‘ญี่ปุ่น - เกาหลีใต้’ เครียด

เกาหลีใต้และญี่ปุ่นตรวจพบการยิงโพรเจ็กไทล์จากเกาหลีเหนือเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีมุน แจอิน ระบุเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่ว่างเว้นจากการทดสอบมานานเกือบ 5 ปี ญี่ปุ่นเผยขีปนาวุธลูกนี้ตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะทางตะวันตกของเกาะฮอกไกโด

รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า การยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ของเกาหลีเหนือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2565 เป็นการทดสอบอาวุธที่ทรงอานุภาพชนิดนี้ครั้งแรกของเปียงยางนับตั้งแต่ปี 2560 และถือเป็นการสิ้นสุดการระงับทดสอบไอซีบีเอ็มและอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือกำหนดเองโดยฝ่ายเดียว

ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การทดสอบครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเป็น "การละเมิดการระงับการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่ประธานคิม จองอึน เคยให้คำมั่นไว้กับประชาคมระหว่างประเทศ" และเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อคาบสมุทรเกาหลี, ต่อภูมิภาคนี้ และต่อประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งยังถือเป็น "การละเมิดอย่างชัดเจน" ต่อข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

กองกำลังป้องกันชายฝั่งของญี่ปุ่นเชื่อว่า ขีปนาวุธลูกนี้น่าจะเป็นไอซีบีเอ็ม "ชนิดใหม่" ของเกาหลีเหนือที่ทำระยะทาง 1,100 กิโลเมตรจากจุดปล่อย ก่อนจะมาตกในทะเลทางตะวันตกของจังหวัดอาโอโมริในภาคเหนือของญี่ปุ่น

'เฮคตอร์ เบเยริน' นักฟุตบอลชาวสเปน แสดงความเห็น 'สังคมให้ความสนใจสงครามไม่เท่าเทียม'

เสียงอีกด้านที่หลุดผ่านกระแสสังคมโลกในปัจจุบันจาก 'เฮคตอร์ เบเยริน' นักฟุตบอลอาชีพชาวสเปน ซึ่งปัจจุบันลงเล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับสโมสรเรอัลเบติส ด้วยการยืมตัวมาจาก 'อาร์เซนอล' 

มันน่าแปลกที่เราสนใจสงครามในยูเครนมากกว่าที่อื่นๆ 

สงครามในปาเลสไตน์เงียบไปเลย ในเยเมนและอิรักก็ด้วย 

มันแสดงให้เห็นถึงการเห็นอกเห็นใจอย่างไม่เท่าเทียม ถึงจำนวนผู้เสียชีวิต ที่เกิดจากความขัดแย้ง ซึ่งมีอยู่มากมายกระจายไปทั่วโลก

‘สิงคโปร์’ เตรียมเปิดรับชาวต่างชาติ ฉีดวัคซีนแล้วไม่ต้องกักตัว เริ่ม เม.ย.นี้

สิงคโปร์ 24 มี.ค. 65 นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ประกาศวันนี้ว่า สิงคโปร์จะยกเลิกมาตรการกักตัวนักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดสตั้งแต่เดือนเมษายน และยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยในที่กลางแจ้งตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อโควิด-19 ของสิงคโปร์

นายกรัฐมนตรีลี แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั่วประเทศว่า สิงคโปร์จะยกเลิกมาตรการกักตัวนักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดสตั้งแต่เดือนเมษายน รวมถึงจะยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ แต่จะยังคงใช้คำสั่งสวมหน้ากากอนามัยในอาคาร เนื่องจากพบความเสี่ยงลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการติดเชื้อโควิดในที่กลางแจ้ง นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังจะอนุญาตให้ประชาชนรวมตัวกันได้สูงสุด 10 คน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ 5 คน อนุญาตให้พนักงานกลับไปทำงานที่สำนักงานได้สูงสุดร้อยละ 75 และอนุญาตให้เพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานขนาดใหญ่ได้ร้อยละ 75 ของความจุพื้นที่

สธ. เซ็นจัดซื้อยาแพกซ์โลวิด 5 หมื่นคอร์ส เผย ลดเสี่ยงป่วยหนัก - ตาย จากโควิดได้ถึง 88%

24 มี.ค. 65 - นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคติดเชื้อโควิด-19 มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นวงกว้าง และมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การพัฒนาวิธีการรักษารวมถึงการจัดหายารักษาโควิด-19 จึงมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายการจัดหายารักษาโควิด-19 ที่สำคัญ คือ การเข้าถึงยาที่มีประสิทธิผลในการรักษา โดยมีข้อมูลทางวิชาการหรือผลการศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพเพียงพอในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อพิจารณาเลือกและจัดหายาที่เหมาะสมในการนำมาใช้ในกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย

2 สาว ชาวมาเลเซีย ทำเรื่องสุดฮือฮา โพสต์หาชายหนุ่มร่วมใช้ชีวิตกับเธอทั้งคู่

สื่อต่างประเทศเผยแพร่เรื่องราวสุดฮือฮา 2 สาวมาเลเซีย ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ประกาศตามหาชายหนุ่ม ที่ยอมรับได้กับการแต่งงานกับพวกเธอทั้งสองคน

เพจ Viral Sensasi Malaysia แชร์เรื่องราวของผู้หญิง 2 คน ที่เป็นเพื่อนรักกัน และหญิงสาวทั้ง 2 คน กำลังมองหาชายรายใดก็ตาม ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเธอทั้งคู่

จากข้อมูลที่โพสต์บนเพจ Viral Sensasi ระบุว่าผู้หญิงรายแรกมีอายุ 31 ปี เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจากรัฐตรังกานู ประกอบอาชีพอิสระ ส่วนอีกคนอายุ 27 ปี มาจากกลันตัน ประกอบธุรกิจมีร้านซักรีดเป็นของตนเอง

"ถ้าคุณไม่สามารถยอมรับการมีภรรยา 2 คนพร้อมกันได้ ก็ไม่เป็นไร เราแค่ลองพยายามเสี่ยงโชคดู" พวกเธอกล่าว "เราทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกันและกัน และเราไม่แคร์"

‘เซเลนสกี’ เรียกร้องทั่วโลกลงถนนร่วมชุมนุม หวังเป็นแรงกดดัน ‘รัสเซีย’ หยุดรุกรานยูเครน

เมื่อวันพุธ (23 มี.ค.) ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เรียกร้องประชาชนทั่วโลก รวมตัวกันบนท้องถนนสายต่างๆ เพื่อหยุดรัสเซียจากการรุกรานประเทศของเขา

เซเลนสกี กล่าวปราศรัยผ่านวิดีโอเป็นภาษาอังกฤษ ว่า "ให้ทุกคนมาพร้อมกับสัญลักษณ์ยูเครน เพื่อสนับสนุนยูเครน เพื่อสนับสนุนเสรีภาพ เพื่อค้ำจุนชีวิต ด้วยการไปที่จัตุรัสต่างๆ ของพวกคุณ ไปบนท้องถนนสายต่างๆของพวกคุณ ทำให้พวกเขาเห็นพวกคุณและได้ยินเสียงพวกคุณ"

ในการปราศรัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก หนึ่งวันก่อนหน้าครบรอบ 1 เดือน ปฏิบัติการรุกรานของรัสเซีย เซเลนสกี เรียกร้องประชาชนทั่วทุกมุมโลก "ลุกขึ้นต่อต้านสงคราม เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมเป็นต้นไป และส่งเสียงต่อต้านสงครามนองเลือดของรัสเซีย"

"แสดงให้เห็นจุดยืนของคุณ ออกมาจากที่ทำงานของคุณ บ้านของคุณ โรงเรียนของคุณและมหาวิทยาลัยของคุณ มากันในนามของสันติภาพ" เซเลนสกีกล่าว "โลกต้องหยุดสงครามนี้"

พลเรือนหลายร้อยคนเสียชีวิตและอีกหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ ในขณะเดียวกันก็มีประชาชนชาวยูเครนอีกมากกว่า 3 ล้านคนที่ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเพื่อนบ้านแห่งนี้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยมีเป้าหมายขจัดเส้นทางมุ่งหน้าสู่การฝักใฝ่ตะวันตกของยูเครน

'ดร.อนันต์' เผยงานวิจัยพบกลุ่มคนเคยป่วยโควิด มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานภายใน 1 ปี

'ดร.อนันต์' เผยงานวิจัยพบกลุ่มผู้ที่เคยป่วยโควิด-19 ในทุก 100 คน มีถึง 2 คน เสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานภายใน 1 ปีหลังจากป่วยเป็นโควิด

23 มี.ค. 65 - ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และนักไวรัสวิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่เพิ่งได้ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Diabetes and Endocrinology ทำการเก็บข้อมูลจากประชากรกว่า 8.5 ล้านคน โดยในจำนวนประชากรเหล่านั้น มีผู้เคยป่วยด้วยโควิด-19 ถึง 181,000 คน โดยทีมวิจัยพบว่า กลุ่มผู้ที่เคยป่วยโควิด-19 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานภายใน 1 ปี หลังจากป่วยเป็นโควิด โดยความเสี่ยงดังกล่าวไม่จำกัดอยู่ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักเท่านั้น

บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ส่ง บริษัทย่อย "ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช" (MMR) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ประกอบการเรือโดยสารประจำทาง ในโครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าคลองแสนแสบ 

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 บริษัทไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด หรือ MMR ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด โดยมี นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ ร่วมลงนาม

โดย MMR เป็นบริษัทย่อยในกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ มีวิสัยทัศน์และพันธกิจหลักในการศึกษาวิจัย และพัฒนายานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบกักเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนยานพาหนะทั้งทางบกและทางน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ในขณะที่ บริษัทครอบครัวขนส่ง เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากรมเจ้าท่าในการประกอบธุรกิจเดินเรือโดยสารประจำทางให้บริการผู้โดยสารในคลองแสนแสบ เส้นทางทางน้ำ ตั้งแต่วัดศรีบุญเรือง ผ่านท่าเรือประตูน้ำ จนถึงท่าเรือสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีประสบการณ์การเดินเรือในคลองแสนแสบมาเป็นระยะเวลายาวนาน

ทั้งนี้การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับการเดินทางในคลองแสนแสบ เพื่อศึกษาและพัฒนา ออกแบบ ระบบควบคุมและขับเคลื่อนเรือโดยสารด้วยพลังงานไฟฟ้า ระบบจัดการพลังงานแบตเตอรี่บนเรือ ระบบพลังงานไฮบริด เพื่อใช้เป็นระบบสำรองพลังงานในการชาร์จแบตเตอรี่ รวมไปถึงระบบควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่ในเรือ และสถานีชาร์จแบตเตอรี่บนฝั่ง ให้สามารถใช้งานในสภาวะการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาปรับเปลี่ยนเรือลำอื่นๆ ทั้งหมดให้เป็นเรือพลังงานไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมตรงตามความต้องการ รวมถึงเพื่อพัฒนาบุคลากรและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของทั้งสองฝ่าย และเพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการยกระดับพัฒนาธุรกิจอื่นๆ เพื่อเป็นการต่อยอดจากผลสำเร็จของการพัฒนาร่วมกันในอนาคต

"การที่ MMR และครอบครัวขนส่ง มีความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าคลองแสนแสบจะทำให้เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าสามารถนำมาใช้ได้จริง มีคุณภาพและได้มาตรฐานตลอดจนสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเรือโดยสารอื่นๆได้อีกในอนาคต ช่วยลดการใช้พลังงาน อีกทั้งลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดธุรกิจของกลุ่มบริษัทและร่วมฟื้นอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศต่อไป

ลังงานบริสุทธิ์ (EA) ส่ง บริษัทย่อย"ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช" (MMR) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ประกอบการเรือโดยสารประจำทาง ในโครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าคลองแสนแสบ ฟาก "สมโภชน์ อาหุนัย" ระบุความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อศึกษาและพัฒนาออกแบบเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าคลองแสนแสบ ให้มีประสิทธิภาพสามารถใช้งานได้จริง หวังนำมาใช้เป็นต้นแบบต่อไปในอนาคต 

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 บริษัทไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด หรือ MMR ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด โดยมี นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ ร่วมลงนาม

โดย MMR เป็นบริษัทย่อยในกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ มีวิสัยทัศน์และพันธกิจหลักในการศึกษาวิจัย และพัฒนายานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบกักเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนยานพาหนะทั้งทางบกและทางน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ในขณะที่ บริษัทครอบครัวขนส่ง เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากรมเจ้าท่าในการประกอบธุรกิจเดินเรือโดยสารประจำทางให้บริการผู้โดยสารในคลองแสนแสบ เส้นทางทางน้ำ ตั้งแต่วัดศรีบุญเรือง ผ่านท่าเรือประตูน้ำ จนถึงท่าเรือสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีประสบการณ์การเดินเรือในคลองแสนแสบมาเป็นระยะเวลายาวนาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top