Wednesday, 15 July 2026
POLITICS

"โรม" ยัน "พิธา" ประกาศตัดงบไม่ขัดรธน. ลั่น ไม่ให้ค่า "เรืองไกร" คนเปลี่ยนสี ชี้ ถ้ากมธ.ตัดงบไม่ได้ก็ไม่ต้องมีสภาฯ

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่กล่าวว่า การประกาศตัดงบประมาณของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลอาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ว่า ความจริงนายเรืองไกรก็ทำงานในกมธ. งบประมาณฯ ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยมานาน ซึ่งก็ทำร่วมกับพรรคก้าวไกลด้วย ที่ผ่านมาเราก็ทำอย่างเต็มที่ ปี 64 เราก็ตัดงบประมาณไปได้กว่าหมื่นล้านบาท ตนคิดว่านายเรืองไกรก็น่าจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้ผิด การที่เราประกาศตัดงบประมาณเพื่อนำไปใช้อย่างอื่น ไม่ได้หมายความว่าเป็นการวิ่งเต้นโครงการ หรือเสนอโครงการอะไรเข้ามา แต่เป็นการเสนอตามกลไกรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าในการพิจารณางบประมาณจำเป็นต้องตัดงบในส่วนที่ไม่จำเป็นและเป็นภาระออกก่อน แล้วนำไปกองไว้รวมกัน จากนั้นหน่วยงานรัฐต่างๆ ก็ทำโครงการมาเสนอก็ได้ บางทีนายเรืองไกรควรจะมองคนรอบข้างของตัวเองมากกว่าว่าอาจจะมีแนวโน้มที่จะไปกระทำความผิดขัดต่อมาตรา 144 ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่ามีความพยายามวิ่งเต้นโครงการต่างๆ เพื่อนำเงินที่ตัดออกไป ไปใช้ในลักษณะเพื่อพวกพ้องตัวเอง 

เมื่อถามว่าหากพิจารณาตามตัวบท การประกาศตัดงบประมาณเช่นกรณีนายพิธา ถือว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สิ่งที่นายพิธาประกาศจะทำไม่มีทางขัดกฎหมาย เพราะการตัดงบประมาณสามารถทำได้ เพราะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าตรวจคัดกรองโครงการของหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ ตามมาตรา 144 ระบุสิ่งที่ทำไม่ได้ เช่น การเสนอโครงการเอง ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลและอดีตพรรคอนาคตใหม่ก็ไม่เคยวิ่งเต้นโครงการ แต่เราเพียงให้ความเห็นว่าการของบทำโครงการบางโครงการไม่เหมาะสมในภาวะโควิด-19

เมื่อถามว่าการแสดงความเห็นของนายเรืองไกรจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการตัดลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นของสภาฯ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็ทำแบบนี้แล้วก็ไม่เคยผิดรัฐธรรมนูญ ถ้าเราผิด คงโดนร้องไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้นายเรืองไกรมาแนะนำ หากเราไม่สามารถตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นได้ก็ไม่ต้องมีสภาฯ เหมือนในยุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ขอโครงการอะไรก็ได้หมด อำนาจของสภาฯ คือ สามารถตัดโครงการที่ไม่จำเป็นได้ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ร่วมกันไม่ใช่เฉพาะของส่วนพรรคก้าวไกลเท่านั้น ส่วนหน้าที่ของหน่วยรับงบประมาณทั้งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ก็มีหน้าที่ให้เหตุผลว่าโครงการที่เสนอมามีความจำเป็นหรือไม่ 

เมื่อถามว่ามองว่าเจตนาของนายเรืองไกรซึ่งปัจจุบันย้ายไปสังกัดของพรรคพลังประชารัฐแล้วนั้นคืออะไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่อยากจะวิจารณ์อะไรเยอะหรือให้ค่านายเรืองไกร คิดว่านายเรืองไกรก็คงพยายามทำหน้าที่ ในฐานะที่มาจากโควตารัฐบาลที่จะเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของรัฐบาลให้มากที่สุด ส่วนสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำคือการตัดในส่วนนี้ เพราะเป็นสิ่งที่รัฐบาลหวังว่าจะเป็นผลประโยชน์ที่ตัวเอง นายเรืองไกรก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นนั้น แต่การแสดงความคิดเห็นของนายเรืองไกรไม่ได้หมายความว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องและไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่นายเรืองไกรพูดไปทั้งหมดเป็นผลประโยชน์ของประชาชน โดยปัจจุบันนายเรืองไกรได้เปลี่ยนสี ไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล ตนก็ขอให้นายเรืองไกรโชคดี แต่เราก็ยืนยันว่าเราจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

“บิ๊กตู่” ปลื้ม 7 มิถุนายน 2564 คิกออฟ “ฉีดวัคซีน วาระแห่งชาติ” วอนร่วมกันสู้ไม่ย่อท้อ จนกว่าประเทศไทยจะได้ชัยชนะ”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม โพสต์ข้อความบน Facebook ส่วนตัวว่า “ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 มกราคม ปี 2563 เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย ได้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นประเทศแรกที่มีผู้ติดเชื้อโควิดนอกประเทศจีน จนเกิดการแพร่ระบาดขึ้น รัฐบาลต้องใช้มาตรการต่างๆ และระดมทั้งบุคลากรและทรัพยากรเพื่อควบคุมสถานการณ์ ทั้งการปิดสถานที่ สถานศึกษา งดการเดินทาง ปิดประเทศไม่รับนักท่องเที่ยว จนทำให้ธุรกิจจำนวนมากต้องหยุดกิจการ นักเรียนไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนได้ ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศต้องหยุดชะงัก แต่ด้วยมาตรการเหล่านี้ ทำให้เราควบคุมสถานการณ์จนผู้ติดเชื้อลดลงจนเหลือศูนย์ได้ในเดือนพฤษภาคม และประเทศไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้ดีที่สุดของโลก ในขณะที่หลายประเทศยังคงมียอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงทุกวัน แต่ประชาชนชาวไทย เริ่มกลับมาสู่การใช้ชีวิตได้เหมือนก่อน ภายใต้รูปแบบชีวิตวิถีใหม่ ที่ต้องใส่หน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง 

แต่การต่อสู้กับโควิดนั้นยังไม่ได้จบง่ายๆ เราต้องเจอกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ เช่นเดียวกับอีกหลายๆประเทศที่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน เราก็ยังต้องต่อสู้กับโควิดในระลอกนี้ในหลายพื้นที่ 

แต่ในวันนี้ กว่าหนึ่งปีครึ่งหลังจากพบผู้ติดเชื้อคนแรกในประเทศไทย อาวุธของเราไม่ได้มีเพียงหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ เหมือนการต่อสู้ของเราในปีที่แล้ว แต่เรามีอาวุธสำคัญที่จะสามารถพลิกสถานการณ์ และเอาชนะไวรัสร้ายนี้ได้อย่างเด็ดขาด นั่นคือ “วัคซีน” 
“วัคซีน” จะเป็น “เกราะป้องกัน” ให้คนไทยไม่เจ็บป่วยจากโรคร้าย ช่วยลดภาระการทำงานหนักของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทุ่มเทเสียสละมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว

“วัคซีน” จะเป็น “กุญแจ” ที่ช่วยเปิดประตูของประเทศ ให้กลับมารับนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจ เปิดร้านค้าทำมาหากิน และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ 
และ “วัคซีน” จะเป็น “พลัง” ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ด้วยความสำคัญของ “วัคซีน” ที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ทำให้ผมและรัฐบาล ได้พยายามอย่างเต็มที่ ทุกหนทาง ที่จะจัดหาวัคซีนโควิด-19 มาให้ได้มากที่สุด เพื่อประชาชนชาวไทย และผู้อาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้ร่วมกับเราทุกคน และได้ประกาศให้การฉีดวัคซีน เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่จะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ให้สำเร็จลุล่วง

โดยที่ผ่านมา เราฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มอาชีพเสี่ยงไปแล้วมากกว่าสี่ล้านโดส ในวันนี้ เรามีวัคซีนพร้อมฉีดแล้ว 3.54 ล้านโดส ทั้งวัคซีนจากแอสตราเซเนกา 2.04 ล้านโดส และซิโนแวก 1.5 ล้านโดส และจะทยอยได้รับวัคซีนเพิ่มอย่างต่อเนื่องจากการผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย อยู่ในประเทศไทยของเราเอง รวมทั้งวัคซีนอื่นๆ ที่รัฐบาลจัดหามาเพิ่มตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ 

โดยในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ผมได้มอบหมายหลักการในการกระจายวัคซีน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคมากที่สุด นั่นคือ 

1.) ทุกจังหวัดจะต้องได้รับวัคซีนเพื่อให้เริ่มต้นได้พร้อมกัน ไม่มีจังหวัดใดถูกทอดทิ้ง

2.) จำนวนวัคซีนที่ได้รับจัดสรร จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสำคัญคือ จำนวนประชากร จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนอาชีพกลุ่มเสี่ยง และการเป็นพื้นที่เฉพาะ เช่นพื้นที่ท่องเที่ยวหรือพื้นที่เศรษฐกิจ โดยแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้กำหนดการจัดสรรวัคซีนให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดเอง

3.) ทุกคนที่จองคิวไว้แล้วจะต้องได้รับวัคซีน โดยยึดวันที่จองไว้เดิมให้ได้มากที่สุดในการดำเนินการตามวาระแห่งชาติในครั้งนี้ ผมต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ดำเนินการอย่างดีเยี่ยม จนทำให้วันนี้เรามีวัคซีนอย่างเพียงพอ เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และในการดำเนินการกระจายวัคซีนไปทั่วประเทศ

“ผมขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ที่ต่างดูแลรับผิดชอบ ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด และบริหารจัดการให้ประชาชนในจังหวัดของท่านได้รับวัคซีนให้ได้มากที่สุด”

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ อสม. และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่อยู่ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนต่างๆทั่วประเทศ ที่รับภารกิจสำคัญอย่างยิ่งในการให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชน ซึ่งต้องดำเนินการต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน ผมขอขอบคุณที่ทุกท่านทุ่มเท เสียสละ และร่วมต่อสู้โควิดร่วมกับผมและประชาชนคนไทยทุกคนมาโดยตลอด ผมขอให้กำลังใจและขอชื่นชมท่านจากใจจริง

วันนี้ วันที่ 7 มิถุนายน 2564 จะต้องบันทึกไว้ว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์การต่อสู้ในสงครามไวรัสในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายในการเริ่มต้นโต้กลับของคนไทยพร้อมกันทั้งประเทศ ว่าเราจะไม่ยอมแพ้ให้กับไวรัสโควิด-19 และเราจะร่วมกันสู้อย่างไม่ย่อท้อ จนกว่าประเทศไทยจะได้ชัยชนะ”

ย้อนอดีต​ สังหารหมู่ ‘เด็กพื้นเมือง’ ใน ‘แคนาดา’ | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

สังหารหมู่ ‘เด็กพื้นเมือง’ ในโรงเรียนกินนอน
ประวัติศาสตร์ดำมืดที่ยากจะลืมของ ‘แคนาดา’

News Gen Times ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย​ อ.ต้อม -​ กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง 
.

.


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘หมอแม็พ พรรคกล้า’ เปิดหลักฐานเพิ่ม ส.ส.พรรคใหญ่ รับลงทะเบียนผ่าน Line ให้คนมาฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เข้าข่ายล็อกโควตาวัคซีนให้นักการเมืองหาเสียงหรือไม่ วอนนายกฯ ลงพื้นที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อแล้ว ขอตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคกล้า เปิดหลักฐานที่ส่งต่อผ่าน Line โดยข้อความอ้างว่า ประกาศจาก ส.ส.อุ๋ม ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ให้ประชาชนเขตบางซื่อ-ดุสิต กรอกข้อมูลในแบบสอบถาม โดยจะได้รับ SMS เพื่อยืนยันวันเวลาฉีดวัคซีน โดยระบุสถานที่ชัดเจนคือสถานีกลางบางซื่อ และเพิ่งปิดรับลงทะเบียนไปเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำเช่นนี้ เข้าข่ายใช้อำนาจทางการเมือง ล็อกโควตาฉีดวัคซีนให้คนที่ลงทะเบียนกับตัวเอง ใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองในพื้นที่หรือไม่

"ผมขอย้ำเหมือนเดิมว่า โดยหลักการแล้ว เป็นเรื่องที่ดี หากทุกฝ่ายช่วยกันทำให้การกระจายวัคซีนมีประสิทธิภาพที่สุด แต่ต้องแยกแยะว่าจะใช้วัคซีนมาหาเสียง สร้างความนิยมทางการเมืองไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นมีการระบุสถานที่ฉีดวัคซีนชัดเจนว่าเป็นสถานีกลางบางซื่อ เลยสงสัยว่ามีการล็อกโควต้าวัคซีนให้นักการเมืองโดยเฉพาะหรือไม่ หากเป็นเรื่องจริง ก็น่าเห็นใจคนที่ลงทะเบียน ผ่านหมอพร้อม ไทยร่วมใจ และช่องทางต่างๆ ที่รัฐจัดขึ้น ที่ยังต้องนั่งลุ้นว่าจะได้ฉีดวัคซีนหรือไม่ เมื่อไหร่"

ทพ.กันตพงศ์ กล่าวว่า ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งลงพื้นที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ ช่วงสายวันนี้ ซึ่งตนเองก็ได้เห็นการจัดการฉีดวัคซีนของศูนย์ที่มีความเป็นระบบ มีการเว้นระยะห่าง แต่ก็ขอให้นายกฯ ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย รวมถึง ส.ส.ในพื้นที่ก็ควรออกมาแสดงความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วย เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘บิ๊กตู่’ ระบุลงนามร่วมบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นำเข้าวัคซีนต้านโควิดจำนวน 25 ล้านโดสแล้ว พร้อมจัดหาซิโนแวค เพิ่มเติมอีก 8 ล้านโดส แต่ยังต้องคุยรายละเอียดนำเข้าเมื่อไหร่

วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงว่า รัฐบาลจะเร่งฉีดวัคซีนตามความเหมาะสม และทั่วถึง โดยเดือน มิ.ย.จะมีวัคซีนเข้ามากว่า 3.5-4 ล้านโดส ที่จะทยอยเข้ามา ขณะที่การจัดหาวัคซีนของทั้งซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า จะพยายามให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

นอกจากนี้ได้ลงนามกับบริษัท Johnson & Johnson เพื่อนำวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติม 25 ล้านโดส และจะจัดหาวัคซีนซิโนแวค เข้ามาเพิ่มเติมอีก 8 ล้านโดส เพื่อให้ได้วัคซีนครบตามจำนวน 100 ล้านโดส ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องตกลงกับบริษัทผู้ผลิตว่า จะส่งมอบได้จำนวนเท่าไหร่ และช่วงไหน โดยรัฐบาลจะพิจารณากระจายวัคซีนไปยังทุกพื้นที่ โดยพิจารณาจากข้อมูล สถานการณ์ความจำเป็นและปริมาณวัคซีนที่มีอยู่แต่ละเดือน

"ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาล ขออย่านำข้อมูลไปบิดเบือนทำให้สับสน ดังนั้นประชาชนจะต้องรับข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกับรัฐบาล ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว"


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ศบค. สรุปภาพรวม คิกออฟ ฉีดวัคซีน เป็นตามเป้า คึกคัก ราบรื่น ปชช. ให้ความร่วมมืออย่างดี 

ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงภาพรวมคิกออฟฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ว่า วันนี้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสของประเทศไทยเพราะเป็นวันที่เราเริ่มฉีดวัคซีนครั้งใหญ่วันแรกอย่างเป็นทางการ ตามนโยบายวาระแห่งชาติด้านการฉีดวัคซีน โควิด-19 โดย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีน ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือที่สถานีกลางบางซื่อ โดยนายกรัฐมนตรีได้เปิดโครงการฉีดวัคซีนอย่างเป็นทางการทั่วประเทศโดยได้วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ให้กำลังใจและตรวจเยี่ยม 5 จุดใหญ่ ที่จังหวัดชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา สถานีกลางบางซื่อ

สรุปในภาพรวมที่สถานีกลางบางซื่อมีผู้มารับการฉีดวัคซีนตามที่กำหนดไว้ ได้แก่ ผู้พิการ 250 คน เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่จะต้องให้บริการประชาชน 750 คน ครูในเขตกรุงเทพมหานคร 4,000 คน และประชาชนที่จองคิวผ่านทางแอพพลิเคชั่น และระบบต่างๆ 5,000 คน โดยเป้าหมายในวันเดียวกันนี้จะฉีดให้ได้ 10,000 คน

ในการตรวจเยี่ยมของนายกรัฐมนตรีจะได้เห็นระบบการไหลเวียนของการบริการเป็นไปอย่างราบรื่น ทุกคนที่มารับบริการได้รับความสะดวกสบายพอสมควร ทั้งนี้การบริการที่สถานีกลางบางซื่อได้ให้บริการมาตั้งแต่ 24 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2564 มียอดรวมผู้ที่ได้รับบริการไปแล้ว 155,028 คน โดยการใช้อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ต่อวันประมาณ 374 คน ประกอบด้วยแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกรและเจ้าหน้าที่สนับสนุนอื่นๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน โดยรับการสนับสนุนจากเอกชนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ายบริษัทมือถือต่างๆ ในภาพรวมถือว่าประชาชนได้รับบริการได้อย่างรวดเร็วเฉลี่ยประมาณ 51 นาทีต่อคน

นายกรัฐมนตรียังได้ไปตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนที่สนามกีฬาเวสน์2 ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ของกรุงเทพมหานครซึ่งมีการฉีดให้กับกลุ่มผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ที่สำนักงานประกันสังคมเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ 

ในภาพรวมวันนี้ได้มีการเปิดจุดฉีดทั้งหมดทั่วประเทศตามที่ได้รับรายงานเมื่อเวลาเที่ยงตรงของวันเดียวกันนี้ ทั้งหมด 986 จุด มีผู้ที่ได้รับการฉีดที่เข้าสู่ระบบรายงานมาแล้วทั้งหมด 143,116 คน โดยใช้เวลาในการฉีด 2-3 ชั่วโมง เป็นไปตามเป้าหมายทุกประการ ซึ่งสถานการณ์ในการฉีดเป็นไปด้วยความรอบราบรื่น ไม่มีการแออัด ไม่มีการติดขัด มีเพียงบางจุดที่มีปัญหาบ้างเล็กน้อย เช่น ผู้ที่จองคิวมาในระบบหมอพร้อมแล้วชื่อตกหล่น แต่เมื่อมีการยืนยันจากการโหลดแอพพลิเคชั่นแล้วว่ามีการนัดหมายจริงทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้บริการไปอย่างเรียบร้อย ดังนั้นโดยภาพรวมถือว่าเรียบร้อยดี อาจจะมีขลุกขลักในบางจุดก็คงจะได้มีการพัฒนา ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

จากการรายงานผู้ที่ฉีดวัคซีนในเวลาเที่ยงตรงของวันนี้ซึ่งถือเป็นวันคิกออฟสำคัญ ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปีได้รับบริการฉีดวัคซีนไปทั้งสิ้น 73,273 คน ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคที่อายุน้อยกว่า 60 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนไปทั้งสิ้น 21,924 คน อสม. และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ อีก 12,081 คน 

ในภาพรวมถือว่าสถานการณ์การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้ความสนใจในการมา รับบริการการฉีดวัคซีน และให้ความร่วมมือด้วยดีทางกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะรวบรวมข้อมูลและปรับการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์และจะมีการรายงานผลการฉีดวัคซีนให้ทราบเป็นระยะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีประชาชนส่วนหนึ่งที่จองคิวในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ แต่ได้รับการขยับนัดไปเป็นวันอื่น มีเหตุผลความจำเป็นในการเลื่อนออกไปอย่างไร นพ.โอภาส กล่าวว่า เรามีนโยบายว่าผู้ที่ได้รับการนัดหมายให้มาฉีดก็พยายามฉีดให้ตรงกับวันที่นัดหมายไว้ให้มากที่สุด ยกเว้นกรณีที่อาจจะมีเหตุขัดข้องบางประการก็ขออนุญาตว่าจะนัดวันถัดไป เนื่องจากนัดครั้งแรกบางจุด อาจจะมีการนัดเกินกว่าโควต้าที่ได้รับ ขอให้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และคณะกรรมการ โรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ปรับให้สอดคล้องและเหมาะสมแต่ให้ยังคงเป็นไปตามนโยบายที่ทางรัฐบาลกำหนด ยืนยันว่าทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนและจะพยายามฉีดให้ตรงกับที่นัดหมายมากที่สุด ส่วนใครที่ไม่ได้ตรงกับที่นัดหมาย เนื่องจากเหตุขัดข้องบางประการก็ต้องกราบขออภัย และจะพยายามนัดหมายให้ได้เร็วที่สุดต่อไป

'ดร.นิว' แฉเผด็จการตัวจริง เบื้องหน้าปกป้องสถาบัน แต่ลับหลังหนุนฝ่ายล้มสถาบัน

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan ระบุว่า...เผด็จการตัวจริงของประเทศนี้ คือ #เผด็จการนายทุน ซึ่งอยู่เบื้องหลังทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมาตลอดระยะเวลานับสิบๆ ปี คอยตักตวงผลประโยชน์จากทรัพย์สมบัติของชาติ สูบเลือดสูบเนื้อของประชาชนจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและสัมปทานผูกขาด ตลอดจนการคอร์รัปชันอีกจำนวนมาก แล้วหลบเร้นอยู่ภายใต้ความขัดแย้งระหว่างประชาชน โดยเบื้องหน้าปกป้องสถาบันฯ แต่ลับหลังกลับให้การสนับสนุนฝ่ายที่ล้มล้างสถาบันฯ

 

ที่มา : https://www.facebook.com/suphanat.aphinyan


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พล.อ.ประวิตร ร่วมคณะนายกฯ ให้กำลังใจ ผู้ประกันตน ม.33 รับการฉีดวัคซีน ปก.โควิด-19 และจนท.ทางการแพทย์ เชื่อมั่น ก.แรงงาน มีความพร้อม

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะกำกับดูแล รง. ได้ร่วมคณะ นรม.ในโอกาสตรวจเยี่ยม ศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตน ม.33 ในพื้นที่ กทม. ณ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง  

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ร่วมคณะ นรม. พร้อมรับชมวีดีทัศน์ การดำเนินงานของศูนย์ฯ ที่ผ่านมา โดย รง.,สธ.และ กทม. ได้บูรณาการทำงานร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตน ม.33 ให้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) โดย พล.อ.ประวิตร ได้เยี่ยม ทักทายให้กำลังใจผู้ประกันตน และบุคลากรทางการแพทย์ อย่างเป็นกันเองภายใต้ความห่วงใย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการของภาครัฐ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่มีการบูรณาการทำงาน กันอย่างแน่นแฟ้น โดยเฉพาะ รง. ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงต่อ ผู้ประกันตนตาม ม.33 จะต้องได้รับการดูแลสุขภาพตามกม. อย่างทั่วถึง เป็นธรรม พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า รง.มีความพร้อมในการให้บริการ อย่างเป็นระบบ และมีแผนการฉีดวัคซีนฯ ให้กับผู้ประกันตน ม.33 ให้ครบถ้วนทุกคน ต่อไป ซึ่งในวันนี้ มีการตอบรับที่ดีจากผู้ประกันตน ของบริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่มารับบริการ โดยรู้สึกดีใจที่รัฐบาลให้ความห่วงใย และขอบคุณ นรม. และคณะ ที่มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ในวันนี้

“วิษณุ” ปัดตอบ ข้อข้องใจฝ่ายค้านกรณีตั้งงบลับ ชี้ ให้สำนักงบฯ แจง ส่วนพ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน ให้ “รมว. คลัง” แจง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านออกมาตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละหน่วยงานของรัฐบาลตั้งงบลับจำนวนมาก ว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่ทราบเรื่อง ให้ถามสำนักงบประมาณจะดีกว่า และไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ละหน่วยงานสามารถตั้งงบประมาณลับของตัวเองได้ ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขอตอบ เพราะไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ เมื่อถามย้ำว่านายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีความสงสัยในเรื่องนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็อ่านอยู่เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 มิ.ย.นี้ ต้องซักซ้อมความพร้อมให้รรม.ก่อนที่จะชี้แจงพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ที่จะเข้าอภิปรายสภาฯ วันที่ 9 มิ.ย.นี้ อย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นเรื่องของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ชี้แจง

สคบ. จ่อ คุมห้ามขายหัวเข็มขัดนิรภัยรถยนต์ปลอม

นายพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้หารือถึงแนวทางการควบคุมสินค้าที่มีลักษณะเป็นหัวเสียบเข็มขัดนิรภัยสำหรับรถยนต์ ซึ่งใช้เสียบลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยดังขึ้น และสามารถขับรถโดยที่ไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย โดยเรื่องนี้ที่ประชุมเห็นว่า ควรออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนไม่ให้ซื้อสินค้าประเภทนี้มาใช้เพราะนอกจากผิดกฎหมายทางด้านจราจรแล้วยังมีความเสี่ยงหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น อาจทำให้ร่างกายได้รับการบาดเจ็บที่รุนแรง  

สำหรับสินค้าในลักษณะนี้ จากการตรวจสอบพบว่ามีการนำมาขายอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการขายผ่านออนไลน์ตามแพล็ตฟอร์มชื่อดังต่าง ๆ โดยผู้ขายจะโฆษณาว่า สินค้าชนิดนี้ใช้ได้กับรถยนต์ทุกยี่ห้อ มีลักษณะเป็นหัวเข็มขัดนิรภัยที่ทำออกมาเลียนแบบหัวเข็มขัดนิรภัยที่ใช้จริงในรถยนต์ มีราคาหลักร้อยต้น ๆ วิธีใช้เพียงแค่เสียบหัวเข็มขัดนิรภัยปลอมนี้เข้ากับที่เสียบเข็มขัดนิรภัยรถยนต์ก็ทำให้สัญญาณเตือนให้คาดเข็มขัดดับลง และผู้ขับก็ไม่ต้องคาดเข็มขัดในเวลาขับรถ เพราะจะทำให้เกิดความอึดอัด และสามารถขับรถได้สะดวกมากขึ้น 

ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาถึงสินค้าประเภทนี้ โดยมีความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น เรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งทางผู้แทนของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานว่า ในปัจจุบันเข็มขัดนิรภัยมีมาตรฐานอุตสาหกรรมกำกับอยู่แล้ว แต่จะครอบคลุมเข้มขัดนิรภัยทั้งชุด ไม่ได้แยกแค่หัวเสียบออกมาเหมือนที่มีผู้ผลิตแยกออกมาขาย เป็นหัวเข็มขัดปลอมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเสียงเตือน ดังนั้นสินค้าที่นำมาวางขายจึงไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

ทอ. แจง! กรณีใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุวัดพระศรีมหาธาตุ ยัน ค่าใช้จ่ายการณาปนกิจศพเป็นราคาสวัสดิการ หลังศาลปกครองชี้การใช้ประโยชน์ไม่ชอบด้วย กม.

พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า จากกรณีสำนักข่าวอิศราได้นำเสนอข่าว ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 321/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1037/2558 ลงวันที่ 29 มี.ค.2564 พิพากษาให้เพิกถอนหมายเหตุในทะเบียนที่ราชพัสดุ แปลงเลขทะเบียนที่ กท.1436 ที่ให้กองทัพอากาศใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุบริเวณสุสานและฌาปนกิจสถาน บริเวณวัดพระศรีมหาธาตุ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

1.) ที่ดินพิพาทจำนวน 7 แปลง (บริเวณฌาปนสถาน กองทัพอากาศ) เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามมาตรา 1304 (3) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นที่ราชพัสดุ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตามความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา และมีกองทัพอากาศเป็นผู้ใช้ประโยชน์มาโดยตลอด 

2.) ค่าใช้จ่ายการในการณาปนกิจผู้ที่เสียชีวิตมีความเป็นธรรมและมีการแสดงราคาค่าใช้อย่างชัดเจน รวมทั้งเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเลือกบริการหรือจัดหาสิ่งของบางอย่างมาเองได้ตามอัธยาศัย มิได้มีการบังคับแต่อย่างใด รวมทั้งเน้นการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส โดยมีกองการฌาปนกิจสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารอากาศ เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อไว้เป็นสถานที่ในการฌาปนกิจศพทหารผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเป็นสถานที่ให้กำลังพลกองทัพอากาศ ทั้งในและนอกประจำการ ตลอดจนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์กองทัพอากาศได้ใช้เป็นที่ฌาปนกิจศพ รวมทั้งบริการด้านสุสานในการเก็บศพและเก็บอัฐิในราคาสวัสดิการ  

สำหรับรายได้จะนำเข้ากองทุนฌาปนสถานกองทัพอากาศ เพื่อไว้ใช้จ่ายในกิจการฌาปนสถาน อาทิเช่น ค่าบุคลากร ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายในการสร้าง รักษา ซ่อมแซม และบูรณะอาคารสถานที่ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้มีการพัฒนาการปรับปรุงและก่อสร้างเมรุเผาศพขึ้นใหม่เพื่อให้ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่านเกณฑ์การตรวจจากกรุงเทพมหานคร เพื่อการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น

3.) คดีพิพาทดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ของศาลปกครองสูงสุด หากศาลมีคำพิพากษาเป็นประการใด กองทัพอากาศยินดีปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลทุกประการ

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพอากาศยืนยันว่า “กองทัพอากาศมีความพร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ”

‘บิ๊กตู่’ ขอโทษ ทำหลายคนไม่สบายใจ ยอมรับทำงานคนหมู่มากย่อมมีปัญหา ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ พร้อมแสดงความเสียใจคนฉีดวัคซีนมีปัญหา ยืนยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ

ที่สถานีกลางบางซื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ บุคลากรทางการแพทย์ ที่จุดบริการฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ โดยระบุว่า การฉีดวัคซีนในวันนี้เป็นการฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศ ที่ผ่านมามีการฉีดวัคซีนไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา 3.5 ล้านโดส ทั้งวัคซีน AstraZeneca และซิโนแวค และเข้ามาเพิ่มในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะต้องบริหารสถานการณ์ให้สอดคล้องกับปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีการจัดสรรวัคซีนเตรียมพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และวันนี้อยู่ในขั้นตอนการฉีดเพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน โดยจะบริหารวัคซีนรายสัปดาห์และนำมาแจกจ่ายตามสถานการณ์ ทุกกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจกับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วมีปัญหาทุกคน ยืนยันว่า ทุกคนทำงานกันอย่างเสียสละ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอให้ทุกคนเข้าใจด้วยว่ารัฐบาลพยายามทำเต็มที่ คำว่าเต็มที่ก็คือเต็มที่ตามสถานการณ์ที่มีอยู่ปัจจุบันทั้งในประเทศและสถานการณ์วัคซีนโลก เราจำเป็นต้องบริหารให้สอดคล้องกับความเสี่ยง อะไรที่ทุกคนไม่สบายใจตนต้องขอโทษ และจะทำให้ดีที่สุด พร้อมระบุว่าทุกคนทำเพื่อคนไทย แน่นอนว่าต้องมีปัญหาเพราะคนจำนวนมาก แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องให้กำลังใจกับสาธารณสุข ทุกคนก็เหนื่อยพอสมควร แรงกดดันสูง ในเมื่อทุกคนอยากฉีด เราก็มีหน้าที่ในการหาวัคซีน ในช่องทางที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็พูดได้หมด ขอให้สงบเรียบร้อย พร้อมกับระบุว่า การใช้สถานีกลางบางซื่อ ให้บริการรับคนได้จำนวนมากก็ดี เพราะถือว่าให้ทุกคนได้รู้จากสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน นี่แหละคืออนาคตที่รัฐบาลที่แล้วทำไว้ให้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นขอให้คิดถึงสิ่งดีๆ หาสิ่งดีๆ ให้เจอบางทีก็อาจจะมองไม่เห็น จริงๆ ตอนไม่ได้ไปตรวจแต่ไปเยี่ยมให้กำลังใจเพราะเขาทำกันดีอยู่แล้ว

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธการตอบคำถามสื่อมวลชน พร้อมกับระบุว่า ขออย่าซักถามเพราะจะนำให้เกิดการตีความ ก่อนที่จะเดินทางไปยังสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่เข้ารับการฉีดวัคซีน


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘อนุทิน’ ยืนยัน มิ.ย.นี้ ไม่มีโรคเลื่อน ประชาชนได้ฉีดวัคซีนตามนัด พร้อมจัดสรรเมื่อได้รับอนุมัติครอบคลุมช่วงอายุ 3 ขวบ ย้ำ ให้รับข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่เดียว ไม่ต้องฟังโรงพยาบาล กันสับสน

เมื่อเวลา 08.10 น. ที่สถานีกลางบางซื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการคิกออฟวันฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศวันเดียวกันนี้ว่า วันนี้เป็นวันสัญลักษณ์จะมีการจัดการวัคซีนให้กับประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งที่สถานีกลางบางซื่อเป็นการฉีดให้กับบุคลากรทางด้านขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงมาก ต้องสัมผัสกับคนเยอะ ซึ่งก็ฉีดไปได้เยอะแล้ว และสัปดาห์นี้เราจะเน้นการฉีดครูทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการเปิดเทอมของนักเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจและมั่นใจได้ว่าครูมีความปลอดภัย ได้รับวัคซีนถ้วนหน้า และเมื่อได้ข่าวมาว่าวัคซีนซิโนแวค ซึ่งเราใช้อยู่ กำลังขอครอบคลุมอายุไปจนถึง 3 ขวบ ซึ่งเราก็อยากให้การอนุมัติได้เร็วที่สุด รัฐบาลให้ความมั่นใจ ให้คำยืนยันว่า เมื่อมีการอนุมัติไปถึงช่วงอายุใด เราก็จะจัดวัคซีนไปให้บริการกับคนทุกช่วงอายุ เพื่อให้วัคซีนอย่างทั่วถึง

เมื่อถามว่า สำหรับประชาชนทั่วไปตั้งเป้าจะฉีดให้ได้ประมาณเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้หลายโรงพยาบาลบอกว่าจะเลื่อนในวันที่ 8 มิ.ย.ออกไปก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า ฟังกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องไปฟังโรงพยาบาล เมื่อถามอีกว่าแต่ตอนนี้ประชาชนสับสน นายอนุทิน ตอบว่า สับสน เพราะฟังหลายทาง ฟังทางไลน์ ทางโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ได้ฟังผู้ที่รับผิดชอบ คือรมช.สาธารณสุข ปลัดสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมการแพทย์ เราก็ให้การสื่อสารมากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้ว แต่ละโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาแก้ข่าวว่าไม่มีการเลื่อน และไม่ได้เคยเลื่อน ฉะนั้นต้องฟังจากคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ต้องสั่งเยอะ ให้ฟังที่เดียว เมื่อถามว่ายืนยันเดือนมิ.ย.วัคซีนเข้ามา 6 ล้านโดสใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยืนยันว่ามีวัคซีนฉีดตามนัด ใครนัดได้วันไหนก็มีวัคซีนฉีดวันนั้น


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"แรมโบ้" จวก "เลขาฯ พท." ยุพรรคร่วมแตกแยก หวังเตรียมการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ล้างมลทินตระกูลชินวัตร

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคร่วมรัฐบาลกำลังจะแพแตก ว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพมั่นคง และทำงานยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยนายกรัฐมนตรี เน้นให้ทุกคนเสียสละ อย่าหวังผลประโยชน์ส่วนตัว ที่พรรคเพื่อไทยออกมาพูด เพราะอยากมีอำนาจรัฐ และน่าสังเกตว่าช่วงนี้นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาเคลื่อนไหววิจารณ์รัฐบาลบ่อยครั้ง มีเป้าหมายคือล้มรัฐบาล อยากกลับขึ้นมามีอำนาจ และหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ได้สำเร็จเป้าหมายต่อไปคือออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยล้างมลทินให้กับตระกูลชินวัตร นำสองคนพี่น้องกลับบ้านให้ได้ 

นายเสกสกล กล่าวว่า นายทักษิณ บอกว่าถ้ากลับมาเป็นผู้นำจะแก้ปัญหาประเทศให้จบภายใน 6 เดือน ขี้โม้มากกว่า แค่งานที่เคยรับปากประชาชนตอนเป็นผู้นำรัฐบาล คือ แก้ปัญหาจราจรในกทม.ภายใน 6เดือน อยู่นานกว่า 5 ปี และมีรัฐบาลที่นายทักษิณ สั่งการได้อีกสามนายกฯ ยังแก้ไขไม่ได้ ไม่สมราคาคุย ส่วนพรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงรับปากว่าจะให้ชาวนาหมดหนี้สินทุกครัวเรือน แต่กลับทิ้งหนี้สินให้ชาวนา จนต้องผูกคอตายไปหลายราย และทำรัฐบาลนี้ต้องตามใช้หนี้ จึงเชื่อถือในคำพูดนายทักษิณไม่ได้ แค่ปั่นกระแสดราม่าให้ตนเองให้สมุนหรือเครือข่ายฮึกเหิม  โดยไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะแตกแยก โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน

"พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีเวลามาเล่นการเมือง เหมือนนายทักษิณ แต่พูดจริงทำจริง ประกาศฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ มีแนวทางเปิดให้นักท่องเที่ยวจากประเทศปลอดภัยจากโควิดและฉีดวัคซีนครบแล้วเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย มีโครงการเครือข่ายคมนาคม การลงทุนก่อสร้าง นี่คือนายกฯตัวอย่างที่ใจซื่อมือสะอาด นายกฯคนที่ไม่ต้องคุยขี้โม้โอ้อวด แต่ลงมือทำจริง ไม่เสียเวลาคิดหาเงินทอนใส่กระเป๋าตนเอง หรือแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง นายกฯมีความตั้งใจเดินหน้าทุ่มเททำงาน และรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ สุดความสามารถ”

“บิ๊กตู่” เยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง “บิ๊กป้อม” ไม่น้อยหน้านำ รมต.พปชร.รุดต้อนรับ

ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังจากที่ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ที่สถานีกลางบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยให้การต้อนรับ และที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง ก็ไม่น้อยหน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.ให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับด้วย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ห่วงใยผู้ใช้แรงงาน ตนจึงมอบหมายสำนักงานประกันสังคม บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงการคลัง โดยธนาคารกรุงไทย และสถานพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม ทั้งภาครัฐและเอกชน บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้กระจายออกสู่วงกว้างทั้งในโรงงาน และสถานประกอบการ ในเบื้องต้นได้กำหนดจัดการฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 7 - 26 มิ.ย.64 ซึ่งวัคซีนล็อตแรกจำนวน 1 ล้านโดส จะฉีดให้กับผู้ประกันตนที่แจ้งความประสงค์ต้องการรับวัคซีนโควิด-19 กับนายจ้าง และบันทึกลงระบบ e-service ตามที่สำนักงานประกันสังคมได้ทำการสำรวจตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมได้จัดลำดับคิวการฉีดวัคซีนไว้เรียบร้อยตามลำดับที่นายจ้างได้แจ้งความประสงค์ผ่านระบบ และได้ประสานนายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เข้ารับการฉีดวัคซีนตามจุดที่สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดไว้ทั้งสิ้น 45 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร เช่น สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาคารซันทาวเวอร์ ศูนย์กีฬาบางขุนเทียน และตามที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสถานประกอบการที่ลูกจ้าง/ผู้ประกันตนทำงานอยู่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-12 ได้จัดเตรียมสถานที่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร อุปกรณ์ทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม 23 แห่ง โดยมีศักยภาพในการฉีดได้วันละ 50,000 คน ซึ่งทุกศูนย์ให้บริการระหว่างเวลา 08.00 - 17.00 น. 

“ขอให้ผู้ประกันตนทุกคนมั่นใจ กระทรวงแรงงานพร้อมดำเนินงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการวัคซีนโควิด-19 อย่างแน่นอน สำหรับผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการนัดหมายให้เข้ารับการฉีดวัคซีนในล็อตแรก หากสำนักงานประกันสังคมได้รับการจัดสรรวัคซีน จะนัดหมายให้เข้ารับการฉีดในล็อตถัดไป เรียงตามลำดับการลงทะเบียน ทั้งนี้ หากท่านไม่มาตามกำหนดเวลา จะถือว่าสละสิทธิ์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 รวมถึงการเข้ารับการรักษา ติดต่อสายด่วน 1506 กด 6 และ   หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ติดต่อสายด่วน 1506 กด 7 เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ” นายสุชาติ กล่าว

จากนั้นนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตนมาตรา 33 พร้อมให้กำลังใจผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top