Wednesday, 15 July 2026
POLITICS

'นายกฯ' สั่ง 'รมว.คลัง' แจงพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นผู้ชี้แจงพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปชี้แจงเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 

ประกอบด้วย 3 แผนงาน ได้แก่

1.) แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของ โควิด-19 วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข การวิจัยและพัฒนาวัคซีนภายในประเทศ

2.) แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา หรือชดเชยให้แก่ประชาชนในทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 วงเงิน 3 แสนล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ช่วยผู้ประกอบอาชีพและผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง และ

3.) แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โควิด-19 วงเงิน 170,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับแผนงาน โครงการ เพื่อรักษาระดับการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุนและการบริโภค 

"ทั้ง 3 แผนงานนี้ สามารถโยกเงินผ่านแผนงานต่างๆ มาใช้ได้ในวงเงิน 5 แสนล้านบาท แต่ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ในแผนงานอื่นนอกเหนือจาก 3 กรอบนี้ได้" นายอนุชา กล่าว

‘ปิยบุตร’ ชวนประชาชนช่วยดัน ‘ร่างแก้ รธน. ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์’ เข้าสภา อัด ‘ร่างแก้ รธน. ฉบับพลังประชารัฐ’ รวบหัวรวบหางเอื้อประโยชน์ตนเอง เตรียมเลือกตั้งใหม่

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะแกนนำกลุ่ม Re-solution กล่าวถึงกรณีที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์ว่าในวันที่ 15 มิ.ย. 2564 นี้ประธานรัฐสภาจะมีการนัดหารือกับทั้ง ส.ว. พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อเตรียมประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยคาดว่าในวันที่ 22-23 มิถุนายน 2564 จะมีการประชุมรัฐสภาพิจารณาญัติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 

โดยนายปิยบุตรขอให้ประชาชนช่วยกันเร่งเข้าชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เพื่อไม่ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐที่ยื่นโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน กลายเป็นร่างหลักในรัฐสภา เพราะร่างของพรรคพลังประชารัฐกำลังพยายามรวบหัวรวบหางแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องระบบเลือกตั้งเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคใหญ่

นายปิยบุตร กล่าวว่า จากกระแสทางการเมืองในขณะนี้มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลอาจเตรียมพร้อมยุบสภาหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ผ่าน แต่ก่อนที่จะมีการยุบสภาเกิดขึ้น สิ่งที่รัฐบาลจะทำก่อนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะทำให้พวกพ้องของตนเองได้ประโยชน์ เช่น การแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้ง เพื่อให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของตัวเอง ครองเสียง ส.ส. ในสภาได้จำนวนมากและได้เกินกว่าสัดส่วนที่ควรจะเป็น 

นายปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรครัฐบาล มีข้อเสนอเป็นที่แน่ชัดว่าพยายามรวบหัวรวบหางแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ปล่อยให้พรรครัฐบาลสามารถยื่นแก้ไขได้อย่างสะดวก ทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะได้รัฐธรรมนูญตามที่ฝ่ายรัฐบาลสืบทอดอำนาจต้องการ ทำไปเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และด้วยเสียงในสภาของทั้ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส. ฝากเลี้ยงตามพรรคการเมืองต่างๆ รวมเข้ากับเสียงของ ส.ว. 250 คนที่ไม่เคยแตกแถว แม้จะปัดตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกร่าง แต่ถ้าเป็นร่างจากพรรคพลังประชารัฐก็จะต้องยกมือให้ผ่านหมดแน่นอน จนได้ผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการ

“หากปล่อยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามสิ่งที่พวกเขาต้องการสำเร็จ ในอนาคตเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ด้วยการถือครองอำนาจรัฐ อำนาจสถาบันทางการเมือง มีกลไกองค์กรอิสระต่างๆ และระบบเลือกตั้งที่เอื้อให้พรรคสืบทอดอำนาจได้เปรียบ รวมเข้ากับเสียงของ ส.ว. 250 ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งมาเองกับมือและมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 กลายเป็นว่าเราก็จะได้รัฐบาลแบบเดิม ระบอบประยุทธ์จะยิ่งมั่นคงขึ้น เจตจำนงและเสียงของประชาชนจะถอยหลังลงคลองลงเรื่อยๆ จะถือเป็นการผนึกกำลังกินรวบประเทศอย่างแท้จริง พวกเขาเคยสืบทอดอำนาจสำเร็จผ่านรัฐธรรมนูญ 60 มาแล้ว อย่าปล่อยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เห็นหัวประชาชนเกิดขึ้นอีกครั้ง หากในอนาคตที่ทุกอย่างเข้าทางพวกเขาทั้งหมด พวกเขาจะยิ่งไม่เห็นหัวประชาชนมากขนาดไหน” ปิยบุตร กล่าว

นอกจากนี้แก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เปิดทางให้ ส.ส. และ ส.ว. มีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณให้ความเห็นชอบโครงการของหน่วยงานของรัฐได้ ทั้งๆ ที่ประเด็นนี้อาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ ส.ส. เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ตรากฎหมายและตรวจสอบรัฐบาล ไม่ใช่ใช้งบประมาณ 

“การเปิดโอกาสให้ ส.ส. วิ่งหางบประมาณมาลงในพื้นที่ตนเอง อาจมาในนามของการช่วยเหลือประชาชน แต่เอาเข้าจริงแล้ว ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันระหว่าง ส.ส.รัฐบาล และ ส.ส.ฝ่ายค้าน รัฐมนตรีอาจแบ่งสรรงบประมาณไปลงให้เฉพาะแต่พื้นที่ของ ส.ส. พรรคพวกตนเอง ส่วน ส.ส. ฝ่ายค้าน หากอยากได้บ้างก็ต้องสยบยอมกับรัฐบาลหรือย้ายข้างไปอยู่กับรัฐบาล กลายเป็น ส.ส. งูเห่า ทั้งๆ ที่การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ คืองานการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” นายปิยบุตร กล่าว

“ดังนั้นต้องมาช่วยกันยืนยันว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เราต้องการรัฐธรรมนูญ ต้องการรัฐบาล รัฐสภาที่เห็นหัวประชาชน ที่เราทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน อย่าปล่อยให้ ส.ว. 250 คนมาขี่คอประชาชนต่อไป ประชาชนจะสามารถทำให้หลักการนั้นเป็นจริงได้ คือการมาร่วมกันแสดงพลัง มาร่วมกันเข้าชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เพื่อดันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์เข้าสภาเป็นร่างหลักให้ได้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการถอนหมุดที่คณะรัฐประหารและรัฐบาลสืบทอดอำนาจปักไว้ในสังคมไทย” นายปิยบุตร กล่าวทิ้งท้าย

โดยประชาชนสามารถไปลงชื่อที่จุดตั้งโต๊ะใกล้บ้านหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ดูรายละเอียดที่นี่ www.resolutioncon.com/ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่ https://bit.ly/3t04VTR
 

“ชวน” อบรมตร.สภา ทำหน้าที่อย่างเข้มงวด-ยึดความสุภาพ อย่าเกรงใจใคร ชี้นักการเมืองระวังตัวกลัวเป็นข่าวเสียหายชาวบ้านไม่เลือก แต่ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากคนติดตาม “อวดเบ่งอ้างลูกพี่”

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้โอวาทกับเจ้าหน้าตำรวจรัฐสภา ตอนหนึ่งว่า การปกครองของประเทศไทยมี3ฝ่าย คืออำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ซึ่งพวกเรา อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ต้องออกฎหมายให้คนทั้งประเทศปฏิบัติตาม ดังนั้นเราต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย กฎเกณฑ์ของบ้านเมือง และทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เท่าเทียมกัน ซึ่งเราก็เห็นกันอยู่ว่าเราปกครองด้วยคนดีหรือด้วยกฎหมาย ความจริงเป็นเรื่องที่ต้องการทั้งคนดี และกฎหมาย ลำพังคนดีไม่พอ เพราะคนอาจจะเปลี่ยนได้ พอมีผลประโยชน์เข้ามาก็เปลี่ยน รักประชาธิปไตยแต่โกงเลือกตั้งซื้อเสียง ก็ไม่ใช่นัก ประชาธิปไตยเหมือนทุกวันนี้ 

นายชวนกล่าวต่อว่าดังนั้นฝ่ายนิติบัญญัติเป็นฝ่ายที่พวกเราทำหน้าที่อยู่ ตนขอให้พวกเราได้ศึกษาเรียนรู้ แม้จะไม่ใช่ส.ส. แต่เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันนี้ก็ต้องรู้ว่ากระบวนการทำงานเป็นอย่างไร และขอให้ทุกคนรู้ว่าทุกองค์กรมีคนดี และไม่ดีเสมอ คนดีปกครองบ้านเมืองก็เคารพกติกา คนไม่ดีปกครองบ้านเมืองก็ทุจริตโกงกินก็มีให้เห็นอยู่ เราต้องไม่เหมาว่าไม่ดีทั้งหมด ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาก็จะเจอกับคนหลายกลุ่มโดยเฉพาะส.ส. ซึ่งทั่วไปคนที่มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่มาได้ง่ายๆ และคนที่ได้รับเลือกจากประชาชนก็มาจากที่ต่างๆ กัน จึงยากแนะนำว่าโดยทั่วไปส.ส.ก็ระมัดระวัง ตนรู้ดีเพราะหากเขามีอะไรที่เป็นข่าวขึ้นมาเขาก็เสียหาย ชาวบ้านรู้ก็จะไม่เลือกเขา ดังนั้นนักการเมืองก็จะระวังไม่ทำอะไรที่ผิด หรืออื้อฉาวไม่ดี

นายชวนกล่าวอีกว่า ที่เราเจอบ่อยคือผู้ติดตามบางทีทำบัตรอนุญาตหาย บางที่เป็นคนนอกเอาบัตรมาใช้ ดังนั้นเราต้องเข้มกันมากไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา ถ้ามีการแลกบัตรก็ต้องให้เอาบัตรมาเปลี่ยน เพราะการที่เราอนุญาตบางคนให้เข้ามาในนี้ก็ต้องใช้ที่จอดรถ มาปะปนกับคนในสภาฯ และตอนนี้เป็นช่วงของสถานการณ์โควิด-19 ก็ต้องคุมเข้มมากๆเพื่อลดความหนาแน่นของคนในสภาฯ และเพื่อช่วยให้ความเสี่ยงของการติดเชื้อลดน้อยลง เราจึงต้องมีมาตรการพิเศษ ดังนั้นพวกเราที่เจอปัญหา นักการเมืองบางคนอาจจะไม่รู้ เพราะเดิมเคยพาผู้ติดตามมาเยอะแต่ตอนนี้พามาได้คนเดียว

“ดังนั้นสิ่งที่จะแนะนำส่วนตัวคือพวกเราก็ทำหน้าที่ของตัวเองไม่ต้องเกรงใจใคร ขอให้รักษาระเบียบวินัยให้ดี และขอให้ทำหน้าที่อย่างจริงจัง แต่สุภาพ พูดจากับเขาดีๆ ใครทำอะไรไม่ถูกต้องก็พูดแนะนำเขาดีๆ ผมเคยแนะนำพวกเราไปว่าคนที่เข้ามาแล้วไม่มีหน้ากากอนามัยก็ไม่ให้เข้า ต้องกลับไปเอาที่บ้านเพราะเขาต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะสิ่งที่ใหญ่ที่สุดคือความรับผิดชอบของแต่ละคน เพราะขณะนี้บ้านเมืองของเรามีปัญหาในเรื่องนี้ ดังนั้นพวกเราซึ่งทำงานในเรื่องระเบียบวินัย จำเป็นที่จะต้องเข้มงวด ผมขอให้กำลังใจพวกเราอย่าไปทำหน้าที่ผิดมารยาท หรือเกินหน้าที่ แต่อย่าไปดูดาย หากเห็นว่าอะไรไม่ถูกต้องก็เตือน ใช้วัฒนธรรมของเราให้สุภาพเรียบร้อย บางคนอาจไม่เจตนาซึ่งเราก็ต้องเข้าใจเขา แต่ถ้าใครที่เบ่งอ้างลูกพี่ ซึ่งคนที่เป็นส.ส.เขาไม่ทำเพราะเขากลัวคะแนนเสียง แต่ผู้ติดตามนี่ได้ยินบ่อย เช่นตอนฉีดวัคซีนที่สภาฯ ผู้ติดตามนักการเมืองคนหนึ่งพูดจาไม่ดีกับเจ้าหน้าที่พยาบาล ซึ่งก็เป็นเรื่องของตัวบุคคล แต่เราอย่าไปเหมาว่าผู้ติดตามนักการเมืองทุกคนจะเป็นอย่างนั้นเพราะเป็นเรื่องพฤติกรรมเฉพาะบุคคลนั้น”นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวต่อว่าดังนั้นขอให้ตำรวจสภาทุกคนศึกษากฎระเบียบการรักษาความปลอดภัยในรัฐสภาให้เข้าใจ แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่าสภาฯก็คือสมบัติของประชาชน และในการปกครองระบอบประชาธิปไตยสภาฯเป็นที่เปิดให้ประชาชนมาร้องทุกข์ได้ เราจึงต้องให้อำนวยความสะดวกและดูความเรียบร้อยเพื่อป้องกันเหตุร้าย ซึ่งก็ต้องเข้มงวดเช่นเดียวกัน

ตู่ ไล่ ตู่ ซ้ำ! กลุ่มไทยไม่ทน บุกทำเนียบ ยื่น จี้ ให้รบ.ลาออก เหตุ เอื้อกลุ่มทุนใหญ่ ฮุบประเทศ จ่อ บุกสภา ยื่น ไล่ฝ่ายค้าน หลัง ตรวจสอบรัฐบาลล้มเหลว

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล  กลุ่มไทยไม่ทน "คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย" นำโดย นายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช., นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535, นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, นางพะเยาว์ อัคฮาด, นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ คณะปราบโกงชาติ, นายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ  เดินทางมายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม  และ ครม. เพื่อขอให้ลาออก

นายจตุพร กล่าวว่า ประเด็นที่มียื่นในวันนี้เพื่อชี้ให้เห็นขอผิดพลาดการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งมีการผูกขาด เศรษฐกิจ และ การเมือง ฉ้อฉลอำนาจเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ภายหลังสนับสนุนให้กลุ่มทุนต่างๆ อาทิ กลุ่มทุนพลังงาน กลุ่มทุนค้าปลีก กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ ยึดครองประเทศปล่อยให้มีอำนาจเหนือรัฐบาล และ รัฐสภา และ กำลังจะมีอำนาจเหลือระบอบการปกครอง อย่างไรก็ตามวันนี้ระบอบประยุทธ์เลวร้ายอยู่แล้ว กลับปล่อยให้กลุ่มทุนผูกขาดมีอำนาจเหนือการปกครองอีก อยากถามพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำประเทศจะไม่ทราบเลยหรือ "วันนี้ยิ่งกว่าคำว่าทุนสามานย์เสียอีก ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของประเทศก็ควรลาออกไป ผมจะไม่ให้อภัยเพียงเพราะท่านออกมาขอโทษ"

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ระบุว่าที่ตนออกมาเรียกร้องในวันนี้ เพราะต้องการผลักดันเรื่องการปรองดองและนิรโทษกรรม ตนอยากเรียนว่าตนมาครั้งไหน นายเสกสกล ก็ไม่เคยออกมารับหนังสือสักครั้งเดียว ทั้งนี้ เมื่อมีการพูดคุยเรื่องปรองดองและนิรโทษกรรมครั้งใด จุดจบคือเก็บใส่ลิ้นชัก ดังนั้น ไม่มีเวลาและ โอกาสแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก ไม่ต้องมาพูดเรื่องปรองดองและ นิรโทษกรรมอะไรทั้งนั้น เพราะการคุยก่อนหน้านี้เป็นการหลอกไปคุย ที่ตนมาวันนี้ไม่ได้มาเรื่องปรองดองและนิรโทษกรรมแล้วแต่มาเรื่องประเทศชาติ 

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ในวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา  พวกตนจะไปยื่นหนังสือผ่านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ปธ.วิปฝ่ายค้าน) เพื่อขอให้ส.ส. ฝ่ายค้านทั้งหมด ลาออกจากเป็น ส.ส.เพราะไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลและปกครองผลประโยชน์ประเทศชาติได้ 

“สงคราม” อัดแผนกระจายวัคซีนล้มเหลวทำคนไทยผิดหวัง ชี้ประชาชนผิดหวังไม่ได้ฉีดวัคซีนเหตุแอพหมอทำรายชื่อหาย

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลประกาศปูพรมฉีดวัคซีนให้ประชาชน ในวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า หลายโรงพยาบาล ประกาศ เลื่อนนัดหมายฉีดวัคซีน เพราะได้รับการจัดสรรวัคซีนไม่เพียงพอให้บริการประชาชน รวมทั้งได้วัคซีนเพิ่มเติมหลายพื้นที่ไม่มีความพร้อม และสร้างความสับสนให้ประชาชน ผู้ที่ลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนโควิดไว้ ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งทางแอพพลิเคชั่น "หมอพร้อม" รวมถึงลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ในพื้นที่ ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ โดยพบว่าในพื้นที่ จังหวัดเลย จังหวัดราชบุรี และพื้นที่ จ.อื่นๆ ถูกเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ประกอบกับการที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์หยุดให้บริการฉีดวัคซีน เพราะวัคซีนหมด อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ที่อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการจัดสรรจัดการฉีดวัคซีนเพียง 8 โดสเท่านั้น

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า ระบบการลงทะเบียนผ่านแอพหมอพร้อม ปรากฎว่าถึงเวลา หมอพร้อม แต่วัคซีนไม่พร้อม ส่งผลประชาชนต้องผิดหวังกับนโยบายรัฐ เพราะเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เดินทางเพื่อฉีดวัคซีนแต่ไม่ได้รับบริการ แม้จะมีการลงทะเบียนไว้แล้ว หลายคนพบว่าไม่มีรายชื่อในระบบทั้งๆ ที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งปัญหาเกิดจากระบบแอพหมอพร้อมล้มเหลว ในขณะเดียวกันอีกหลายพื้นที่หมอไม่ให้บริหารอ้างประชาชนอยู่นอกเขตให้ไปฉีดที่จังหวัดต้นทางแทน

“ปัญหาที่เกิดขึ้น พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์โควิด ต้องรับผิดชอบ จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะประกาศกลางสภา ว่า วัคซีนที่รัฐบาลมีเพียงพอให้บริการ การที่รณรงค์ให้ประชาชนมาฉีดวัคซีน รัฐบาลจะนำวัคซีนที่ไหนฉีดให้ประชาชน ทั้งนี้คนไทยควรได้ฉีดตามความประสงค์หรือไม่ เมื่อไหร่ ยี่ห้อใดเหมาะสมกับอายุใดแน่ รัฐต้องชัดเจนและจริงใจในการให้บริการประชาชน อย่าสร้างภาพเป็นพระเอก เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่ต้องการพระเอกแต่ต้องการคนที่จริงใจทำงาให้ประชาชน”

“เลขาฯ สมช.” คาด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เริ่มทัน 1 ก.ค.นี้ เผย ต้องนำเรื่องเข้าศบค.ก่อน เน้น ความปลอดภัยของปชช. "บิ๊กเล็ก" กั๊กตอบพปชร.จัดประชุมใหญ่พรรค ขอนแก่น ขอดูรายละเอียดก่อน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ว่า เรื่องนี้ยังจะไม่เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้ เพราะจะต้องนำเข้าศบค.พิจารณาก่อน โดยคาดว่าจะหารือภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังหารือกับกระทรวงสาธารณสุข จะหารือกันก่อนในสัปดาห์นี้ ส่วนรายละเอียดที่จะพิจารณาคือบางกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขยังห่วงใยอยู่ เช่น การจัดวางเส้นทางเพื่อไม่ให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงสาธารณสุข จำเป็นต้องมีมาตรการที่ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยที่สุด หากการหารือได้ข้อยุติและกระทรวงการท่องเที่ยวฯสามารถดำเนินการได้ตามที่สธ.แนะนำมาก็จะ โครงการดังกล่าวจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งผู้ประกอบการที่หารือร่วมกับเราอยู่ตลอดจะทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะสามารถดำเนินการได้เมื่อใด

พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงพรรคการเมืองจะจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีได้หรือไม่ในสถานการณ์กำลังแพร่ระบาดโควิด ว่า ต้องขอดูในรายละเอียดก่อน ส่วนพรรคการเมืองจะไปจัดประชุมต้องดูข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ด้วย ถ้าเป็นกรุงเทพฯก็ต้องดูกันละเอียด แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัดหากสถานการณ์คลี่คลายก็สามารถทำได้ โดยจะต้องส่งรายละเอียดมาให้ ศบค.พิจารณาก่อน สำหรับการขอดูรายละเอียด ก็จะมีเรื่องจำนวนคนที่ต้องดูด้วย ยกตัวอย่างเปิดประชุมสภาฯ ก็สามารถทำได้ ถ้ามีมาตรการป้องกันโรค ตามที่กระทรวงสาธารณสุขก็ยอมรับได้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะไปจัดประชุมวันที่ 20 มิ.ย.ที่จ.ขอนแก่น ที่จะต้องรวมตัวสมาชิกจำนวนมาก สามารถใช้มาตรการเหมือนทางสภาฯ ได้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า จ.ขอนแก่น ไม่ใช่พื้นที่สีแดงเข้ม ก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องมีมาตรการเพราะคนที่ไปจากกรุงเทพฯก็อาจทำให้เกิดข้อกังวล จึงต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงไม่สามารถตอบได้ในเวลานี้

“บิ๊กเล็ก” เลขาฯ สมช.ปัดตอบ ส.ส.กทม. พรรคใหญ่ ล็อกโควตาวัคซีน แจง ยึดหลักกระจายตามแผน “ทั่วประเทศ ระบาดหนัก-พื้นที่ศก.” เผย “ไฟเซอร์-จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” เข้าไทย มาไตรมาส 3 หรือ 4 มั่นใจเข้า 100 ล้านโดส ทยอยเข้าไทยในปีนี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) กล่าวกรณีที่หลายโรงพยาบาลเลื่อนการฉีดวัคซีนเนื่องจากการจัดสรรไม่เพียงพอ ว่า จำนวนยอดวัคซีนที่เข้ามาเดือน มิ.ย.นี้ จะเข้ามา 6 ล้านโดส โดยทยอยเข้ามาเป็นงวด ปัจจุบันส่งเข้ามาแล้วประมาณ 3.54 ล้านโดส ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข จะทยอยส่งไปตามจังหวัดต่างๆและในภาพรวม มีสถานพยาบาลที่ฉีดวัคซีนพันแห่ง ทำการฉีดไปแล้วด้วยความเรียบร้อย อาจมีบางแห่งที่ยังไม่เข้าใจว่าในเดือนมิ.ย.ได้รับเท่านี้ แต่ความจริงจะทยอยเข้ามาในงวดต่อไป ทราบว่า 1-2 วันนี้ ก็จะทยอยลงไปในพื้นที่อีก ขอย้ำว่าวัคซีนจะส่งไปเป็นงวด ๆ ไม่ใช่ทั้งก้อนทั้งหมด 6 ล้านโดส ส่งมา 3.54 ล้านโดส ก็แจกไปทั้งหมด ส่งมา 2 แสนโดส ก็ส่งไป 2 แสนโดส 

เมื่อถามว่า นายกฯระบุได้ลงนามจัดซื้อวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์ และ วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จำนวน 25 ล้านโดส จะเข้ามาเมื่อไหร่ เลขาฯ สมช. กล่าวว่า จะเข้ามาช่วงไตรมาส 3 หรือ ไตรมาส 4 เรื่องนี้ยังไม่อยากบอกวันที่แน่นอนไปก่อน เพราะเมื่อไม่ได้ตามนั้นจะถูกตำหนิว่าบอกจะมาวันนั้นวันนี้แล้วทำไมไม่มา ซึ่งตามสัญญาจะใช้เป็นห่วงระยะเวลา จึงขอสื่อฯ ทำความเข้าใจเรื่องนี้กับประชาชน โดยหลักขณะนี้เรามีวัคซีนแอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 5 ล้านโดส วัคซีนซิโนแวค ประมาณ 8 ล้านโดส รวมจำนวน ประมาณ 100 ร้อยล้านโดส ที่กำลังเข้ามาตามแผน แต่ทั้งหมดไม่ใช่ของที่มีอยู่ในคลัง เวลาจะฉีดค่อยนำออกมา แต่เรากำหนดฉีดตามแผนที่วัคซีนจะเข้ามาบางครั้งอาจคลาดเคลื่อนไปบ้างก็ขอให้กำลังใจกระทรวงสาธารณสุข ที่พยายามทำอย่างเต็มที่ ที่ได้วัคซีนมาทุกคนในประเทศก็อยากให้วัคซีนมาเร็วแต่การนำเข้ามาไม่สามารถควบคุมได้ และ นายกฯ ให้นโยบายการแจกวัคซีนไปแล้วว่าเมื่อมีวัคซีนเข้ามาจำนวนหนึ่งให้เกลี่ยไปได้ทุกจังหวัด ส่วนที่เหลือให้เพิ่มเติมในส่วนจังหวัดที่แพร่ระบาดมากและรุนแรงมาก อีกส่วนหนึ่งคือไปที่จังหวัดเศรษฐกิจ นี่คือเกณฑ์ที่ใช้ในการกระจายวัคซีนล่าสุดและยังใช้ต่อไปขอย้ำว่าวัคซีนที่เข้ามาในประเทศจะครบ 100 ล้านโดสในปีนี้แน่นอน

เมื่อถามว่ากรณีที่มีบางพรรคการเมือง แฉว่าส.ส.กทม. พรรคใหญ่รับลงทะเบียนให้คนมาฉีดวัคซันที่สถานีกลางบางซื่อเข้าข่ายล็อกโควตาหวังผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่  พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบเรื่องนี้ 

รัฐบาล ยืนยัน โรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ รักษาหายขาดได้แน่ เข้ม ป้องกันลักลอบข้ามชายแดน ด้าน ก.เกษตร เร่งกระจายวัคซีน เปิดทางเอกชน-กลุ่มเกษตรกร นำเข้า ตั้งวอร์รูมจัดการทั้งระบบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามและห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคลัมปีสกินที่กำลังระบาดในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นโรคไวรัสผิวหนังในโค-กระบือ ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน มีแมลงเป็นพาหะ   

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทางนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่า กรมปศุสัตว์ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ และมีการแจ้งเตือนเกษตรกรตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน  ล่าสุด พบว่ามีโค-กระบือ ป่วยเป็นโรคลัมปีสกิน 2.9 หมื่นตัว รักษาหายแล้ว 1 หมื่นตัว เสียชีวิต 374 ตัว ซึ่งกรมฯ ได้เข้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาตัวที่ป่วยอยู่ให้หายขาด โดยจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน และไม่ติดต่อสู่คน หรือสัตว์ชนิดอื่น เมื่อรักษาหายขาด เนื้อนำมาบริโภค   

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รมว.เกษตรฯ ยังสั่งการให้กรมปศุสัตว์เข้มงวดเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายตามแนวชายแดนทุกแห่ง หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน ควบคุม และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุโรคลัมปีสกิน เพื่อทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์โรคระบาด วางแผนการกระจายวัคซีน การป้องกันกำจัดโรค จัดหน่วยพ่นยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรค แจกสารกำจัดแมลง ยารักษา วิตามิน แร่ธาตุ และยาบำรุง เพื่อรักษาและฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ ส่วนมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกรก็มีความชัดเจนเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในส่วนของวัคซีน เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ กรมฯ จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศล็อตแรกจำนวน 60,000 โดส กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ แล้ว และอีก 300,000 โดส จะมาถึงในสัปดาห์นี้ ที่สำคัญกระทรวงเกษตรฯ เปิดให้กลุ่มเกษตรกร สมาคมผู้เลี้ยงโค-กระบือ ตลอดจนภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้ เพื่อนำมาใช้ฉีดป้องกันโรคและสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ โดยผู้ประสงค์นำเข้าวัคซีนต้องทำหนังสือถึงกรมปศุสัตว์ หลังจากนั้น กรมฯ จะทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอผ่อนผันการนำเข้าวัคซีนที่มีทะเบียนในต่างประเทศ แต่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย

“นายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นในแนวทางของกระทรวงเกษตรฯที่ดำเนินการอยู่ จะควบคุมการแพร่ระบาดโรคลัมปีสกินได้ และยังกำชับให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องบูรณาการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการจับกุมการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมการแพร่ระบาด รัฐบาลพร้อมให้การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่” น.ส.รัชดา กล่าว

“อนุชา” มอบ พศ. สำรวจความพร้อมพระสงฆ์ฉีดวัคซีน ยันมีความจำเป็นเพราะต้องรับกิจนิมนต์และบิณฑบาตร

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดและดูแลการฉีดวัคซีนให้พระภิกษุว่า ได้สั่งการให้พศ.ประจำจังหวัดรวบรวมรายชื่อพระสงฆ์ที่แสดงเจตจำนงที่จะฉีดวัคซีน ในส่วนของโรงพยาบาลสงฆ์ก็ได้รับวัคซีนเพื่อเตียมนำไปฉีดให้พระสงฆ์ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการฉีดให้พระสงฆ์ในกทม.ไปแล้วหมื่นกว่ารูปซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในการเร่งฉีดวัคซีนให้พระสงฆ์และดำเนินการตามความเหมาะสมมาแล้ว รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงที่อยู่ต่างจังหวัดก็ได้ดำเนินการไปแล้วโดยประสานกับกระทรวงสาธารณสุข โดยขณะนี้พยายามทยอยฉีดอย่างเร่งด่วนเพราะพระภิกษุจำเป็นต้องรับกิจนิมนต์และมีภารกิจที่เสี่ยงพอสมควรโดยเฉพาะเรื่องการบิณฑบาตรตอนเช้า เช่นเดียวกับการเยียวยาให้พระสงฆ์ก็ดำเนินการมาโดยตลอดโดยประสานสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

"แรมโบ้" ดักคอ "ตู่ จตุพร" แค่ต้องการให้นายกฯ ทำงานเข้มข้น เชื่อไม่ได้ตั้งใจบี้ ถึงลาออก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์และนายวีระ สมความคิด จะเดินทางมายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตนเคยคุยเรื่องเป้าหมายของนายจตุพรไว้ว่าต้องการให้รัฐบาลดูเรื่องของความปรองดอง อย่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ทำให้ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่มั่นใจในฐานะที่เป็นเพื่อนกันมา 30-40 ปี คิดว่านายจตุพรมีความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะขาดการพูดคุยกันที่ต่อเนื่องจากรัฐบาล คิดว่าจะหาทางพูดคุยได้เพราะถ้าไม่ติดวิกฤตโควิดก็จะมีความคืบหน้าในการพูดคุย จึงคิดว่าเป้าหมายของนายจตุพรไม่ได้ต้องการที่จะล้มนายกรัฐมนตรี เพราะคิดไม่ออกเหมือนกันว่าการที่บอกว่าใครก็ได้ที่ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเป็นการพูดอะไรก็พูดได้ แต่ถ้าเกิดได้คนที่ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ และเลวร้ายมากและทำให้บ้านเมืองเสียหายมากขึ้น นายจตุพรจะรับผิดชอบได้หรือไม่ การที่มายื่นหนังสือตนมองว่าลึกๆ ไม่ได้เป็นเป้าหมายไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นสัญญาณว่าต้องการให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการปฏิรูปประเทศให้เข้มข้นกว่านี้

“อนุชา” มั่นใจ ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 ผ่านฉลุยไม่มีปัญหากับพรรคร่วมแน่ “ปัด” ไม่เคยได้ยิน “บิ๊กป้อม” พูดประชุมพรรค 20 มิ.ย.นี้ จึงยังไม่มีเรื่องปรับพ้นตำเลขา พปชร.เข้าถึงหู

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านในสภาฯวันที่ 9 มิ.ย. ว่า คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ส.ส.ทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลคงเล็งเห็นความสำคัญในความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน ในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่จำเป็นต้องเตรียมงบประมาณมาดำเนินการช่วงวิกฤตินี้ ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนจึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรในการพิจารณา เมื่อถามว่าความเข้าใจในเรื่องการจัดสรรงบประหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคภูมิใจไทยไม่น่าจะเกิดปัญหาขึ้นอีกใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี ที่ผ่านมาหลายคนมองว่ามีปัญหาเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของสมาชิกบางคนไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ซึ่งเราต้องถือว่าทุกพรรคมีเอกสิทธิมีความคิดของตัวเองแต่ถึงเวลาที่ต้องคิดเพื่อส่วนรวมก็ต้องคิดอีกอย่างหนึ่งได้ ความแตกต่างทางความคิดของนักการเมืองในลักษณะปัจเจกบุคคลอาจมีได้เป็นปกติธรรมดา เมื่อถามว่าที่มีการพิพากษ์วิจารณ์กรอบการใช้งบประมาณที่กว้างเกินไป กลัวซ้ำรอยพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านๆ ก่อนหน้านี้ นายอนุชา กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง รวมไปถึงพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านๆ ที่สามารถตอลบโจทย์ได้ทุกข้อมั่นใจว่าจะไม่เป็นประเด็นปัญหา 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐเตรียมจัดประชุมใหญ่วันที่ 20 มิ.ย. ที่ขอนแก่น นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ กก.บห.พรรคยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคเมื่อมีข่าวออกมาเช่นนี้ท่านยังไม่ทราบอีกหรือ นายอนุชา กล่าวว่า ยังไม่มีการแจ้งเข้ามาส่วนการประชุมพรรควันเดียวกันนี้จะมีการแจ้งในเรื่องดังกล่าวหรือไม่นั้นตนไม่ทราบเพราะไม่เคยคุยกันก่อน และยังไม่เคยมีการพูดคุยกันเป็นการภายในอีกทั้งยังไม่เห็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.พูดว่ากระไร เมื่อถามว่าในฐานะเลขาธิการพรรค มองว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมที่จะจัดประชุมใหญ่หรือไม่

นายอนุชา กล่าวว่า “เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเสี่ยงส่วนใหญ่ของกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไรก็ต้องไปว่ากัน และยิ่งเป็นประเด็นส่วนตัวของผมยิ่งไม่อยากไปแสดงความคิดเห็น ผมให้เกีรยติทุกคนที่ทำงานในพรรคและให้เกียรติกับกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคที่ท่านต้องดูแลและปกครองพรรคดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องเป็นเรื่องของส่วนรวม” เมื่อถามย้ำว่าที่บอกว่าเป็นประเด็นส่วนตัวหมายความว่าจะมีการปรับตำแหน่งเลขาตามที่มีข่าวออกมาใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวปฏิเสธว่าไม่ใช่ เพียงแต่เห็นว่ามีประเด็นนี้ในสื่อซึ่งตนยังไม่ทราบว่ามาจากไหนแต่ยืนยันอีกครั้งว่าข้อมูลดังกล่าวยังไม่เคยได้ยิน เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ก็ไม่เห็นท่านว่าอย่างไรและท่านก็ยังไม่ได้ว่าอะไรในเรื่องนี้ และหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้เอ่ยให้คนในคณะรัฐมนตรีรับทราบจึงสรุปว่ายังไม่มีประเด็น เมื่อถามย้ำว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ยังมั่นใจในตำแหน่งเลขาธิการพรรคใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ไม่ได้คิดอย่างนั้นอย่างที่ทุกคนรู้จักตนมาตนไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก

จับตา! ครม.จ่อ เยียวยาพนง.ราชการ ที่รับผลกระทบโควิด “วิษณุ” บอก อาจเข้าวาระ พร้อมพยักหน้า เชื่อ​สภาถก พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ฉลุย

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงกรณีที่เสนอให้ครม. พิจารณา ถึงข้อเสนอแนวทางการจัดสรรกรอบอัตรากำลังและกลไกการบริหารจัดการพนักงานราชการเฉพาะกิจ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19​ ในวันเดียวกันว่า ตนยังไม่เห็นในวาระ ส่วนจะเสนอในวาระจรหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ

นอกจากนี้ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงการพิจารณาพระราชกำหนด​ (พ.ร.ก.)​ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ของสภาในวันที่ 9 มิ.ย.​ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาติดขัดอะไรใช่หรือไม่​ นายวิษณุ​ ไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแต่พยักหน้าแทนคำตอบ
 

“บิ๊กอุ้ย” สั่ง นายทหาร ลักทรัพย์ในวัด เข้าศูนย์ธำรงวินัยกองทัพเรือ พร้อมให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดี ย้ำไม่ปกป้องคนทำผิด

พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีที่มี การเผยแพร่ภาพวงจรปิด ซึ่งปรากฎภาพทหารเรือนายหนึ่ง ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัดในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่า ทางกองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมได้สั่งให้หน่วยงานต้นสังกัดของทหารนายนี้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพ ในเบื้องต้น พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งให้ผู้ก่อเหตุเข้ารับการฝึก ณ ศูนย์ธำรงวินัยกองทัพเรือในทันที พร้อมทั้งให้ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่า กองทัพเรือจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด ซึ่งหากพบว่ากำลังพลนายใดกระทำผิดกฎหมาย กองทัพเรือจะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฏหมายเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

“บิ๊กบี้” สั่งรพ.สังกัดทบ.ทุกพื้นที่ร่วม “วาระแห่งชาติ ฉีดวัคซีนให้ปชช. ” สร้างภูมิคุ้มกันโควิด

ที่กองบัญชากการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศแผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ และมีกำหนดการฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่ลงทะเบียนในระบบ “หมอพร้อม” เริ่มในวันนี้ (7 มิถุนายน 64)  ในส่วนของกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบให้ ศบค. ทบ.และกรมแพทย์ทหารบก เตรียมการและประสานงานกับสาธารณสุขเพื่อร่วมดำเนินการฉีดวัคซีนดังกล่าวตามแผนการจัดสรรในแต่ละจังหวัดอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ตามมาตรการป้องกันโรค และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ โควิดของประเทศไทยให้กลับมาสู่ปกติได้ในที่สุด

โดยขณะนี้โรงพยาบาลกองทัพบกทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ใช้กำลังพลสายแพทย์ 950 นาย สนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลประจำจังหวัด ร่วมในการฉีดวัคซีนให้ประชาชน นอกจากนี้ กองทัพบกยังได้สนับสนุนสถานที่ที่ใช้ในการฉีดวัคซีนจำนวน 38 แห่ง ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลค่ายหรืออาคารของหน่วยทหารตามจังหวัดต่างๆ รวมทั้งการจัดกำลังพลจิตอาสาช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มารับวัคซีนด้วย 

พล.ท.สันติพงษ์ กล่าวอีกว่า ขั้นต้นจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดห้วงเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก มีศักยภาพที่จะให้บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้วันละ 3,000 คน โดยขณะนี้มีผู้ที่ลงทะเบียนขอเข้ารับวัคซีนกับโรงพยาบาลกองทัพบก 79,172 คน สำหรับโรงพยาบาลค่าย/สถานที่ฉีดวัคซีนที่กองทัพบกรับผิดชอบในแต่ละแห่ง จะมียอดให้บริการฉีดวัคซีนในแต่ละวัน 80-1,500 คน ตามการลงทะเบียนในระบบหมอพร้อม ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกกำชับให้โรงพยาบาลกองทัพบกได้บริหารจัดการการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้รับความสะดวกที่สุด มีความรวดเร็วในขั้นตอนต่างๆ ทั้งด้านการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการฉีด การสังเกตอาการ รวมทั้งการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันเชื้อโควิด

“ผู้บัญชาการทหารบก ได้ไปตรวจเยี่ยมการบริการวัคซีนให้กับประชาชน พร้อมให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มารับการฉีดวัคซีน ที่รพ.พระมงกุฏเกล้า ซึ่งได้ใช้อาคารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ชั้น G เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนเป็นการเฉพาะแยกออกจากบริเวณการรักษาและบริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลโดยมียอดประชาชนที่ลงทะเบียนในระบบเข้ารับการฉีดวัคซีนในวันนี้ 1,117 คน” โฆษกกองทัพบก กล่าว

“บิ๊กแก้ว” ตรวจจุดบริการฉีดวัคซีน ”บก.ทท”

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของจุดบริการฉีดวัคซีน ณ อาคาร 15 บก.ทท. ทั้งนี้ จากที่รัฐบาลได้มีการกำหนดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรค โดยเริ่มการฉีดพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ 

บก.ทท.ได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพลกลุ่มเสี่ยงที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้การสนับสนุนรัฐบาลในการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไป เพื่อสนับสนุนการกระจายวัคซีนและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลทั้งนี้ บก.ทท.มีความพร้อมทั้งในส่วนของสถานที่และบุคลากร สำหรับเป็นพื้นที่ให้บริการในการฉีดวัคซีนได้อย่างทั่วถึง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top