Wednesday, 10 June 2026
POLITICS NEWS

‘บิ๊กตู่’ ชวน ‘โจ ไบเดน’ ร่วมประชุมเอเปคปีหน้า หลังโชว์วิชั่น แก้ปัญหาภูมิอากาศบนเวทีโลก

‘บิ๊กตู่’ เชิญ ปธน.โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เข้าร่วมประชุมเอเปคปีหน้า ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ด้านนายกฯ สหราชอาณาจักรชมเปาะ ไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลัง ‘บิ๊กตู่’ ประกาศเจตนารมณ์ไทยพร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 1 พ.ย. ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร (ตรงกับเวลา 04.00 น.ของประเทศไทย) ระหว่างงานเลี้ยงรับรองผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือสมัยที่ 26 (COP26)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พบปะพูดคุย พร้อมทั้งเชิญประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ระหว่างงานเลี้ยงรับรองผู้นำ COP 26 หลังจากได้พบกันในการประชุมสุดยอดอาเซียน สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมสอบถามถึงสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งเชิญประธานาธิบดีไบเดน เยือนไทยในโอกาสที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC (Asia-Pacific Economic Cooperation) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2565

นอกจากนี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้ทักทายพูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกล่าวชื่นชมในความมุ่งมั่นพยายามของไทยในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไทยตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี 2065 พร้อมทั้ง ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของไทยได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ กับบรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุม

โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงเวลา 16.00 น. วันที่ 1 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นที่เมืองกลาสโกว์) พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม โดยยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ ทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญของโลกเพื่ออนาคตของลูกหลานของพวกเราทุกคน

“ผมมาร่วมประชุมวันนี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ และทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการแก้ปัญหาครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของโลก เพราะภารกิจนี้คือความเป็นความตายของโลกและอนาคตของลูกหลานของพวกเราทุกคน 

ปัจจุบันไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกในปริมาณเพียงประมาณร้อยละ 0.72 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วทั้งโลก แต่ประเทศไทยกลับเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ผมไปร่วมการประชุมสุดยอดเรื่องภูมิอากาศของสหประชาชาติที่กรุงปารีสเมื่อปี 2015 โดยไทยอยู่ในประเทศกลุ่มแรกที่ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีของความตกลงปารีส คำมั่นสัญญาของไทย มิใช่คำมั่นที่ว่างเปล่า ในช่วงที่ผ่านมา ไทยได้ปฏิบัติตามคำมั่นทุกประการที่ให้ไว้กับประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง และมีการดำเนินการอย่างแข็งขันภายในประเทศ” 

‘จักรทิพย์ ชัยจินดา’ ใส่เกียร์ถอย ไม่ลงเลือกตั้งชิงผู้ว่าฯ กทม. แล้ว คาดหลีกทางให้ผู้ว่าฯ อัศวิน ลงชิงต่อ

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ ‘บิ๊กแป๊ะ’ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตัดสินใจไม่ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว หลังจากที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2563 และลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก ขณะเดียวกันผลโพลหลายสำนักชี้ว่า ‘บิ๊กแป๊ะ’ ติดอันดับ 1 ใน 3 ผู้ว่าฯ กทม. ที่คนกรุงเทพฯ อยากเลือกมากที่สุด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ประกาศต่อหน้ากลุ่ม สมาชิกสภากทม. หรือ ส.ก. ที่ให้การสนับสนุนว่า ไม่ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้ว

โดยตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ อาจเกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่แต่แรกนั้นแม้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะประกาศว่าลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ในนามอิสระ แต่ก็มีแรงสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐ ทั้งการยอมรับว่าได้รับการชักชวนจาก บิ๊กป้อม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

“บิ๊กตู่” ติดตามการเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ย. รับทราบปัญหารถรับส่งโรงแรมAQ และSHA+ ไม่เพียงพอ กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างการปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ที่ประเทศสหราชอาณาจักร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ติดตามความเรียบร้อยเกี่ยวกับการดำเนินการของหน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องในกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ที่ตั้งแต่วันที่1 พ.ย. 2564 นักท่องเที่ยวจาก 63 ประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมซึ่งได้นำคณะลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.)

เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินการของส่วนงานต่างๆ และประชุมออนไลน์ร่วมกับผู้บริหารของท่าอากาศยานระหว่างประเทศอีก 6 แห่ง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานศุลกากร เพื่อรับฟังบรรยายการสรุปการดำเนินงานของแต่ละท่าอากาศยานและหน่วยงาน ซึ่งพบว่าการให้บริการของแต่ละหน่วยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และอยู่ภายใต้มาตรฐานการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“ก่อนเดินทางเข้าร่วมประชุม COP26 ที่สหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรมว.คมนาคม ได้ตรวจความพร้อมการให้บริการด้านคมนาคม โดยเฉพาะทางอากาศที่เป็นช่องทางหลักที่ประเทศไทยเปิดให้นักท่องเที่ยวจาก 63 ประเทศ เดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และกำชับทุกหน่วยงานให้ร่วมกันดูแลให้การเปิดประเทศครั้งนี้ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประชาชนกลับมามีรายได้ได้ต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมนายกรัฐมนตรีพอใจกับให้บริการคัดกรองอำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางผ่าน ท่าอากาศยานต่างๆที่เป็นไปอย่างราบรื่น” น.ส.ไตรศุลี กล่าว 

“แรมโบ้” อัด “เพื่อไทย” หนุนม็อบสามกีบคิดล้มล้างสถาบัน กล้าเสนอแก้ ม.112และ116 ก็ต้องชัดเจนแล้ว จะได้ป่าวประกาศบอกประชาชนคนไทยทั่วประเทศว่า อย่าไปเลือกพรรคหนักแผ่นดินที่คิดล้มล้างสถาบันฯ

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพรรคเพื่อไทย ประกาศพร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา โดยระบุว่าการที่จะเสนอแก้กฎหมาย 2 มาตรานี้เข้าสภาฯ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพียงเพราะผลประโยชน์ และสำหรับปกป้องการกระทำความผิดของบางกลุ่มหรือพรรคการเมืองบางพรรคเท่านั้น การกระทำเช่นนี้จะทำให้คนไทยที่รักสถาบันหูตาสว่างขึ้นว่าพรรคเพื่อไทยที่แท้ก็คืออีแอบที่เกี่ยวข้องเรื่องการคิดจาบจ้วงก้าวล่วงของม็อบสามกีบและคณะราษฎรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างนั้นใช่ไหม

ขณะเดียวกัน ม.112 และ116 ตนเองพูดมาตลอดว่าไม่เคยไปใช้รังแกใคร มีแต่คนกลุ่มนี้วิ่งเข้าใส่เพื่อท้าทาย ม.112 และ116 ทำผิดกฎหมายฝ่าฝืนตั้งใจเย้ยฟ้าท้ากฎหมายบ้านเมืองเองจึงต้องมีความจำเป็นต้องคงไว้ ถ้ายกเลิกกฎหมายมาตราดังกล่าว รับรองได้เลยว่า คนชั่วๆคนเลวๆ คนหนักแผ่นดินพวกนี้จะเหิมเกริมก้าวร้าวจนเป็นบ้านเมืองเกิดกลียุค ลุกเป็นไฟ กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างแน่นอน 

นายเสกสกลยังตั้งข้อสังเกตว่าการที่พรรคเพื่อไทยออกมาสนับสนุน เสนอแก้กฎหมาย ม.112 และ116 นั้น อาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้อาจสนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวม็อบ 3 นิ้วอยู่เบื้องหลัง แต่พอรู้ว่าจะเคลื่อนไหวไม่สำเร็จจึงออกมาเปิดเผยตัวและใช้ความเป็นนักการเมือง ใช้สภาฯ เป็นช่องทางในการแก้ไขกฎหมายแทน

นอกจากนี้ตั้งแต่ได้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายใหญ่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรคด้วย พรรคเพื่อไทย จึงทำให้พรรคเพื่อไทยรีบเสนอแก้กฎหมาย เพื่อเป็นการเอาใจนายใหญ่ด้วยหรือไม่ หรือนายใหญ่สั่งมา ต้องกล้าเอาความจริงออกมาพูด

‘พรรคกล้า’ ค้านแก้ ม.112 ชี้ สถานการณ์ไม่เหมาะ เตือนอย่าสร้างคะแนนนิยม บนความเกลียดชัง

‘พรรคกล้า’ ค้านแก้ ม.112 สถานการณ์ไม่เหมาะ ยิ่งแก้ สังคมยิ่งแตกแยก พรรคการเมืองต้องไม่สร้างคะแนนนิยม บนความเกลียดชัง  

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า แสดงความไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ถ้าคิดแบบปฏิบัตินิยมในสถานการณ์ปัจจุบัน หากยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะเร่งความขัดแย้งในชาติให้รุนแรงขึ้นอีก เช่น 

1.) เกิดการดูหมิ่นต่อสถาบันมากขึ้น นำมาสู่ ข้อ 2
2.) เกิดความขัดแย้งสองฝ่าย และจะนำไปสู่การปะทะกันบนท้องถนน 
3.) เกิดวิกฤตการเมืองรอบใหม่ เป็นช่องว่างทำให้เกิดการแทรกแซงทางการเมือง เข้ายึดอำนาจหรือรัฐประหารอีก 

‘อดีตกุนซือบิ๊กป้อม’ ชี้ยิ่งโหมตี ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยิ่งเกิดแนวร่วมมุมกลับ ดันกระแสเชียร์พุ่ง

‘ไพศาล’ ระบุยิ่งโหมตีอุ้งอิ๊ง ยิ่งเกิดพลังสะท้อนกลับ เกิดกระแสเชียร์เพิ่มความนิยมพรรคเพื่อไทย แนะจับตา ‘ภูมิใจไทย’ เลือกตั้งครั้งหน้าหมายมั่นได้ ส.ส. เป็นอันดับสอง

1 พ.ย. 64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “พลังสะท้อนกลับ” ระบุว่า ยิ่งขบวนโหน โหมตีอุ๊งอิ๊งมากเท่าใด กลับยิ่งเกิดกระแสใหญ่เชียร์อุ๊งอิ๊งมากเท่านั้น!!! พรุ่งนี้จะชี้ข้อสังเกตที่ไม่มีใครสังเกตเรื่องอุ๊งอิ๊งสักหน่อย เพียงแค่ 3 วันหลังจากอุ๊งอิ๊งเปิดตัวก็ทำให้คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยพุ่งพรวดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งตามมาด้วยพรรคก้าวไกล ยิ่งตีหนักเข้าไปอีกก็ยิ่งเพิ่มกระแสนิยมให้กับเพื่อไทยมากขึ้นไปอีก

ชาวเน็ตจวกยับ ‘เจี๊ยบ ก้าวไกล’ เล่นสไลเดอร์ ‘พาสาน’ ชี้! เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม หวั่นเด็ก ๆ เลียนแบบ

ชาวเน็ตจวกยับ ส.ส. ‘เจี๊ยบ ก้าวไกล’ หลังปล่อยแก่ เล่นสไลเดอร์ลงจาก ‘พาสาน’ แลนด์มาร์กแห่งเมืองปากน้ำโพ ระบุพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำแหล่งท่องเที่ยวเสื่อม พาสานไม่ใช่ที่เล่นสไลเดอร์ หวั่นเด็ก ๆ เลียนแบบ

ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่มีการพูดถึงและแชร์กันอย่างมากในโซเชียลมีเดีย กรณี ‘นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล’ หรือ ‘เจี๊ยบ ก้าวไกล’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่มีภาพปรากฏว่ากำลังเล่นสไลเดอร์ลงมาจาก ‘พาสาน’ อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กแห่งเมืองปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่บริเวณนั้น

เรื่องนี้ทำให้ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนินางอมรัตน์อย่างหนัก พร้อมวิจารณ์ว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่มีวุฒิภาวะ ทำสถานที่ท่องเที่ยวเสื่อม เพราะพาสานไม่ได้สร้างมาให้เล่นสไลเดอร์ หวั่นเด็กเห็นภาพแล้วทำพฤติกรรมเลียนแบบ

โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ผู้ใช้บัญชีรายชื่อ ‘เตชะ ทับทอง’ แห่งกลุ่มหนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า

เรียน ‘เจี๊ยบ’ เพื่อทราบ
ที่พวกคุณกำลังเล่นสนุกกันอยู่นั้น เค้าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนั้น ดูบริบทสังคมด้วย รักษามารยาทด้วย อย่าเอาสันดานแบบที่เห็นมาทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมเสียครับ

ถ้าเด็กสักคนที่เห็นและจำไปเล่นตาม เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาใครรับผิดชอบ….โต ๆ กันแล้ว แถมมีวุฒิภาวะทั้งหัวหงอกหัวดำ...จะด่าว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนก็ไม่ได้ เพราะดูจากหน้าแล้วไม่ใช่เด็ก

หรือถือว่าตนเป็นกลุ่มการเมืองจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ….เกรงใจพี่น้องประชาชนนครสวรรค์หน่อยนะครับ….เตือนด้วยความเคารพว่าช่วยขอโทษคนนครสวรรค์ด้วย เพราะประเด็นนี้น่าจะมีผลกับคะแนนเสียงของการเลือกตั้ง อบจ.ไม่มากก็น้อยละ
#พฤติกรรมส่อสันดานคน

สำหรับพาสาน ตั้งอยู่บนเกาะยม ในตัวเมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญของไทย นั่นก็คือ แม่น้ำเจ้าพระยา ที่เกิดขึ้นมาจากการรวมตัวกันของแม่น้ำ 4 สาย คือ ปิง วัง ยม น่าน ที่ไหลมาผสานกันจาก 4 เป็น 2 และจาก 2 (ปิงและน่าน) มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการผสมผสานวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่แตกต่างกันตามริมแม่น้ำตลอดสาย

รูปแบบของอาคารแห่งนี้ ได้มีการออกแบบมาเป็นเส้นสายโค้งมาบรรจบกัน ดูคล้ายกับการรวมตัวกันของสายน้ำทั้ง 4 สายที่ไหลมารวมกันเป็นหนึ่ง

‘กรณ์’ หวั่นคนไทยไร้เงินออมยามชรา ชงรัฐเติมงบ ‘กองทุนการออมแห่งชาติ’

สืบเนื่องจากวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันออมแห่งชาติ” กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า การออมในระดับครัวเรือนยังห่างไกลจากคำว่าพอ โดยให้ลองถามตัวเองดูว่า "มั่นใจแค่ไหนว่า คุณมีเงินออมเพียงพอต่อชีวิตหลังเกษียณ?"

รวมทั้งคิดเผื่อด้วยว่า เรามีโอกาสสูงที่จะมีชีวิตเกษียณยาวนานได้ถึง 25-30 ปี หรือไม่ และลองสมมติเพิ่มเติมว่า ค่าครองชีพจะสูงขึ้นเท่าไร โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่เราต้องใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในวัยชรา ยิ่งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยิ่งเป็นปัญหา คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีบำเหน็จบำนาญ โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน ส่วนหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นเรื่อย ๆ บวกลบแล้วน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

“สมัยผมเป็นรัฐมนตรีคลัง เราออกกฎหมาย ‘กองทุนการออมแห่งชาติ’ หรือ 'กอช.' เพื่อจูงใจให้คนไทยออมมากขึ้นโดยมีเงินสมทบจากรัฐบาล แต่กองทุนนี้ถูกดองไว้นาน เพราะการเอาแต่ 'เล่นการเมือง' โดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนกองทุนการออมเพิ่งจะเริ่มได้ในยุค คสช. แต่พอมาถึงยุครัฐบาลปัจจุบัน ถึงแม้เป็นนายกฯ คนเดียวกัน ก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ กับการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการจูงใจให้ประชาชนเข้าร่วม ทั้ง ๆ ที่โลกกำลังเป็นเทรนด์ทางเศรษฐกิจที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่สัดส่วนคนไทยเข้า กอช. ยังน้อยเกินไปมาก 

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ลั่น จำชื่อไว้ นักการเมืองพรรคใดเสนอแก้ ม.112 อย่าไปเลือก

อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กดุเดือด ประกาศจำชื่อไว้นักการเมืองพรรคใดเสนอแก้ไข ม.112 อย่าไปเลือกมัน

1 พ.ย. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart สั้น ๆ ระบุว่า “จำชื่อไว้นักการเมืองพรรคใดเสนอแก้ไข ม.112 อย่าไปเลือกมัน”

“แรมโบ้” ยุ ปชช. ต้าน “ม็อบ 3 นิ้ว” เคลื่อนไหว ชี้ทำลายบรรยากาศดี ช่วงเปิดประเทศ ซัด พวกหนักแผ่นดิน

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎร นำโดยรุ้ง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เมื่อวันที่31 ต.ค.ที่แยกราชประสงค์ว่า ตนเชิญชวนประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่ม 3 นิ้ว ออกมาประณามการชุมนุม เนื่องจากทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ในขณะที่ประเทศไทยกำลังจะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รวมถึงจะทำให้ประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ภาคธุรกิจ มีรายได้  แต่มีกลุ่มม็อบ 3 นิ้วออกมาชุมนุม ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางเข้ามายังประเทศไทยด้วย และทำให้ประชาชนเสียโอกาสทำมาหากิน 

นายเสกสกล กล่าวว่า การที่แกนนำออกมาเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมืองและยกเลิกมาตรา 112 เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเพราะหากมีการกระทำความผิดก็ต้องได้รับโทษ หากไม่ลงโทษถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากกล้าที่จะทำความผิดต้องกล้าที่จะถูกลงโทษ ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็คงไม่ยอมให้มีการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 

และการออกมาชุมนุมในขณะนี้ และจะเคลื่อนไหวมายังทำเนียบรัฐบาลเป็นการทำลายประเทศ ทำลายประชาชนที่กำลังจะได้รับโอกาสจากการเปิดประเทศ โดยไม่นึกถึงคนทั้งประเทศเอาแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ขอเรียกร้องให้หยุดการเคลื่อนไหว และให้ผู้อยู่เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้วที่คิดว่าจะได้ประโยชน์จากการสนับสนุนเป็นอีแอบอยู่เบื้องหลัง ควรหยุดพฤติกรรมนี้ และหันมาช่วยกันทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองรุ่งเรืองบ้าง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top