Wednesday, 10 June 2026
POLITICS NEWS

'นายก ฯ' เสริมแกร่ง Soft Powerไทย   ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการแข่งขัน e-Sport เติมสิทธิประโยชน์ให้กองถ่ายต่างประเทศที่เข้าถ่ายทำในประเทศไทย สร้างรายได้แล้วกว่า 3.4 พันล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  มุ่งส่งเสริมการใช้ “Soft power” ส่งออกวัฒนธรรมไทยผ่านการออกแบบ ศิลปะการแสดง ภาพยนตร์ กีฬา ซอฟแวร์ และดนตรี เพื่อส่งเสริมความเป็นไทย สินค้าแบรนด์ไทย ท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศและสร้างความสามารถในการแข่งขันในอนาคต  โดยตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จ คือโครงการนำร่องการแข่งขันกีฬาเจ็ตสกี ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ขับเคลื่อนจนยกระดับเป็นการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกีอันดับที่ 1 ของโลก WPG#1 World Series เป็นลิขสิทธ์แบรนด์ไทย เติบโตครอบคลุมทั้งทวีปยุโรป และทวีปอเมริกา

โดยในปี 2019 ได้มีการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความสวยงามของประเทศไทย สู่เครือข่ายแฟนกีฬานับพันล้านคน 54 ชาติ 20 ภาษา มีนักกีฬาและทีมนานาชาติเข้าร่วมจำนวนกว่า 3,000 คน และสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจได้กว่า 700 ล้านบาท ส่วนแผนกลยุทธ์สำหรับการเดินหน้าต่อคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท  เพราะจะมีการต่อยอดด้วยการสร้างทัวร์นาเมนต์อื่นๆในประเทศ การขับเคลื่อนกีฬาและธุรกิจ และการขยายอุตสาหกรรมกีฬาแบรนด์ไทย

ล่าสุด นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกันผลักดันและสนับสนุนอุตสาหกรรม e-sports ของไทยอย่างเต็มที่ ตั้งเป้าให้เป็นสถานที่แข่งขันในระดับโลก ซึ่งขณะนี้กีฬา e-sport ถือเป็นกีฬาอาชีพอย่างเป็นทางการแล้ว และเป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power ของประเทศไทยด้วย โดยนอกจากการจัดแข่งกีฬาอีสปอร์ตแล้ว การสนับสนุนต้องให้ครอบคลุมการส่งเสริมพัฒนาสมาคมกีฬาและนักกีฬาe-sport  และอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมด้วย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยถึงมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยรัฐบาลกำหนดให้หากมีการถ่ายทำและใช้จ่ายในประเทศไทย 50 ล้านบาทขึ้นไป จะได้สิทธิประโยชน์เงินคืน 15 % บวกสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเลือกรวมได้ไม่เกินอีก 5%  ได้แก่ 1) การจ้างบุคคลากรหลักของไทย (Key Personnel) เป็นคณะทำงานในการถ่ายทำภาพยนต์ (+3%) 2) ส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมหรือภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย (+2%) 3) ถ่ายทำภาพยนตร์ในจังหวัดเมืองรอง (+3%) 4)  ถ่ายทำในประเทศไทยก่อน 31 ธ.ค. 65 และใช้จ่ายในประเทศไทย 100 ล้านบาทขึ้นไป (+5% )  

“บิ๊กตู่” ปลื้ม ประชาชนตอบรับเก็บตกคนละครึ่งหลังเพิ่งเปิดลงทะเบียนเพิ่ม 1.1 แสนสิทธิ เพียงไม่กี่ชั่วโมง เต็ม 28 ล้านสิทธิแล้ว คลังเตรียมพิจารณาเฟส4 ต้นปี65 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ โฆษกรัฐฯชวนประชาชนเช็ค “เป๋าตัง” เงินเข้าแล้ววันนี้ 1,500

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า หลังจากที่วันนี้ (1 พ.ย.64) กระทรวงการคลัง ได้เปิดให้ประชาชนให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อเก็บตกผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จที่ผ่านมาจาก 28 ล้านสิทธิ มีจำนวน ทั้งสิ้น 119,974 สิทธิ นั้น ทราบว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เปิดให้สามารถลงทะเบียนได้ตอนนี้สิทธิเต็มครบจำนวนแล้ว โดยผู้ที่ลงทะเบียนในรอบนี้ จะได้รับโอนเงินผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ทั้งสิ้น 4,500 บาทต่อคน ส่วนผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 อยู่แล้ว จะได้รับวงเงินเพิ่มอีก 1,500 บาทต่อคน โดยอัตโนมัติ ในวันนี้ (1 พ.ย.) เช่นเดียวกัน และสามารถใช้จ่ายในโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งขณะนี้มีบริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ GRAB LINEMAN และ TRUE FOOD โดยมีผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มให้บริการผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้ว กว่า 65,000 ราย

 

'ราเมศ' ย้ำ! พรรคไม่มีนโยบายแก้ มาตรา 112 ชี้ คิดดีทำดีต่อบ้านเมืองไม่ควรกลัวกฎหมาย

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองกล่าวถึงมาตรา 112 ว่าในส่วนของพรรคชัดเจน พรรคไม่มีนโยบายที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื้อหาสาระสำคัญของมาตราดังกล่าวนั้นไม่ได้ไปสร้างความเสียหายความไม่เป็นธรรมให้กับใคร ต้องมองที่การกระทำของบุคคลมากกว่าตัวบทกฎหมาย หากมีการกระทำที่เป็นความผิดก็ให้ว่าไปตามกฎหมาย และเป็นการกระทำความผิดส่วนตัว ไม่ใช่กฎหมายมีปัญหา ความคิดและการกระทำของคนต่างหากที่มีปัญหา เมื่อมีการก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ผิดถูกก็ต้องว่ากันตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

และชัดเจนมาตรา 112 ไม่ได้ขัดหรือแย้งต่อหลักนิติธรรมหรือรัฐธรรมนูญ แต่อาจจะขัดใจผู้คิดไม่ดีต่อบ้านเมือง หากมีการยื่นร่างแก้ไขมาตรา 112 ต่อรัฐสภา พรรคพร้อมค้านเต็มที่ พรรคการเมืองใดยื่นแก้ไข ให้กลับไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ดี ที่ได้เคยวินิจฉัยอธิบายความสำคัญของ มาตรา 112 

มาตรา 112 ไม่ได้เป็นปัญหาตามที่มีผู้บิดเบือน การเสนอแก้มาตรา 112 ต่อสภาฯ พรรคการเมืองไหนใครอยากทำก็ไม่มีใครห้ามได้ ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เรามีหลักการชัดคือ ยึดมั่นในระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่มีแนวคิดในการยกเลิก ยื่นเข้าสภาเมื่อใด ก็ต้องสู้กัน เราสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

'เพื่อไทย' ดันแก้ ม.112-116 ในสภาฯ ฟื้นเชื่อมั่นระบบยุติธรรมไทย

1 พ.ย. 64 - จากกรณีคณะราษฎร ม็อบ 31 ตุลา 64 เรียกร้องต่อคณะตุลาการ เพื่อคืนสิทธิประกันตัว ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง พร้อมเรียกร้องต่อรัฐสภาให้ดำเนินการพิจารณาแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น

นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ออกจดหมายเปิดผนึกผ่านเพจพรรคเพื่อไทย ยืนยันเจตนารมณ์ว่า พรรคเพื่อไทย พร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมาย 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภา นับเป็นการย้ำเจตนารมณ์ที่ได้กล่าวเอาไว้ในงาน “พรุ่งนี้เพื่อไทย” ที่ได้เรียกร้องให้ปล่อยนักโทษทางความคิด เพื่อฟื้นฟูหลักนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศ

'โฆษกรัฐบาล' ยอมรับราคาผักบางชนิดปรับตัวสูง  เชื่อเป็นสถานการณ์ระยะสั้นประสาน ก.พาณิชย์ เร่งแก้ปัญหา-พร้อมดูแลผู้บริโภค เกษตรผู้ปลูกผักและผู้ประกอบการทั้งระบบ

นายธนกร วังบุญคงชนะ  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับทราบถึงกรณีพืชผักบางชนิดมีการปรับราคาสูงขึ้น เช่น ผักชี  คะน้า ผักบุ้งจีน มะเขือเจ้าพระยา ที่ราคาสูงขึ้น ขณะเดียวกันผักบางชนิดที่ราคายังทรงตัวเพราะมีผลผลิตรุ่นใหม่ออกมา เช่น ผัดกาดขาวปลี และต้นหอม เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม เชี่อว่าราคาที่ปรับขึ้น-ลงในขณะนี้มาจากปัจจัยระยะสั้น  เนื่องจากที่ผ่านมา พื้นที่ทำการเกษตรหลายแห่งประสบปัญหาน้ำท่วม ประกอบกับราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้น ทำให้ภาระค่าขนส่งเพิ่มขึ้นด้วย  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ กลับมาเกือบปกติ  และหลายหน่วยงานเร่งเข้าไปช่วยเหลือ เยียวยา เพื่อให้เกษตกรสามารถกลับทำการเพาะปลูกได้อีกครั้ง รวมทั้งกระทรวงพลังงาน ได้มีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลถึงสิ้นเดือนตุลาคม เพื่อช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการภาคขนส่งด้วย

“ยุทธพงศ์” จี้รัฐ! เร่งส่งเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในโครงการประรายได้ เป็นการด่วน  บรรเทาความเดือดร้อน หลังหนี้ครัวเรือนพุ่งไม่หยุด

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า จากการที่พรรเพื่อไทย ไปประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่จ.ขอนแก่น และส.ส.ก็ได้ลงพื้ที่ พบว่าขณะนี้เกิดปัญหาสำคัญกับเกษตกรในภาคอีสานและภาคอื่นๆทั่วประเทศ คือหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เริ่มจากสภาวะเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2563 เกิดโควิดระลอกที่หนึ่ง รัฐบาลก็ให้เงินช่วยเหลือประชาชนครอบครัวละ 5 พันบาท เป็นเวลา 3เดือนต่อมาปีนี้เกิดโควิดรอบสาม เมื่อเม.ย. มีการปิดแคมป์คนงาน ปิดร้านอาหาร  ปิดโรงงาน คนต่างจังหวัดที่เคยทำงานในกิจการต่างๆก้พอกันกลับไปอยูาบานต่างจังหวัด และก่อนเดือนก.ย.เกิดสภาวะฝนแล้ง พอปลายก.ย.- ต.ค. เกิดอุทกภัยทั่วประเทศ  จะเห็นว่าคนไทยหนี้ทวมไปหมด เพราะเกิดจากภาวะทางเศรษฐกิจ 

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่การระบาดของโควิด หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงโดยเพิ่มจาก 80 เปอร์เซนต์ของจีดีพี สินปี 2562 ไปเป็น 90.5  เปอร์เซนต์ ของจีดีพี ณ ไตรมาส1 /2564 คาดการณ์ว่าระดับหนี้ครัวเรือนของไทยอาจจะเพิ่มไปถึง 93 เปอร์เซนต์ของจีดีพีในสิ้นปีนี้  โดยปริมาณหนี้ครัวเรือนของไทยต่อจีดีพี ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤตนี้เกิดจากความจำเป็นในการกอหนี้เพิ่มเนื่องจากมีสภาพคล่องในครัวเรือนไม่เพียงพอกับรายจ่าย หลังจากที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ในช่วงล็อกดาวน์ การถูกปรับลดเงินเดือนลงบางส่วน และการถกเลิกจ้างงาน ตัวย่างเช่นในช่วงบุญกฐิน ประชาชนไม่มีเงินจะทำบุญกองกฐิน เห็นได้ถึงภาวะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น 
       

พท.ห่วงองค์ประชุมสภาฯไม่ครบ เหตุความขัดแย้งใน พปชร. ชี้ให้เห็นเสถียรภาพรัฐบาลอาจไม่มั่นคง “ยุทธพงศ์”แนะจับตาสมัยประชุมฯอันตราย

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่1 พ.ย.จะมีการเปิดสมัยประสภาฯ โดยนายชน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสภาฯวันที่ 3-5 พ.ย.โดยประธานฯมีดำหริว่าในสมัยประชุมนี้ จะพยายามให้มีการออกกฏหมายให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส..ส.น่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นัดประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย ในวันที่ 2 พ.ย. เวลา 15.00 น. เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงในเรื่ององค์ประชุมสภาฯจะครบหรือไม่  จึงต้องหารือกันว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องเข้าประชุมให้มากที่สุดเพื่อให้องค์ประชุมครบ

“รองโฆษกปชป.” หวังสภาฯวางหลักให้ ส.ส. อภิปรายตรงตามประเด็น เพื่อเพิ่มเวลาคุณภาพในการพิจารณากม.-ญัตติที่ค้างอยู่ ยันประชาธิปัตย์ มีปชช.เป็น “นาย”กำหนดทิศทางการทำงาน

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3-5 พ.ย.นี้ว่า ในวันที่ 1 ตค.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะการใช้เวลาของสภาฯให้คุ้มค่าและพิจารณาร่างกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว เพราะต้องยอมรับว่า ขณะนี้ยังมีร่างกฎหมายที่จะต้องพิจารณาเป็นจำนวนมาก อาทิร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีสาระสำคัญในการคุ้มครองงานที่มีลิขสิทธิ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีอย่างรวดเร็ว และสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตและเจ้าของลิขสิทธิ์ในการแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ร่างพ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพื่อเพิ่มมาตรการพิเศษและขยายระยะเวลาในการคุ้มครองพยานและบุคคลผู้ใกล้ชิดในคดีสำคัญๆ

เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีเนื้อหาในการเพิ่มการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายในความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน ในด้านร่างกาย ชีวิต เสรีภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า รวมทั้งยังมีญัตติที่ขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเป็นการเฉพาะกว่า 200 ญัตติ ดังนั้นตนจึงหวังว่า การประชุมร่วมกันในระหว่างผู้เกี่ยวข้อง น่าจะได้มีการวางหลักการและกติกาเพื่อควบคุมให้บรรดา ส.ส. ได้อภิปรายตรงตามประเด็น เพื่อเป็นการเพิ่มเวลาคุณภาพในการพิจารณากฎหมายและญัตติต่างๆ ที่คั่งค้างอยู่อย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด 

'บิ๊กตู่' มอบหมาย 'อนุทิน-ศักดิ์สยาม-ตรีนุช' ลงพื้นที่ดูความพร้อมสนามบิน สถานประกอบการและโรงเรียนเปิดเรียนในวันที่  1 พ.ย. นี้  พร้อมกำชับผู้ว่าราชการ  17  จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว คุมเข้ม ร้านค้า ผู้ประกอบการ ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า ในวันที่ 1 พฤศจิกายน  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข ดูความเรียบร้อยของสถานที่ และเส้นทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภาพรวม    

มอบหมายให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบความพร้อมมาตรการรองรับและติดตามการเข้า-ออก ของผู้โดยสารที่เดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิ ตลอดจนสนามบินอื่นๆที่เปิดให้มีการบินเข้าจากต่างประเทศเข้ามา นอกจากนี้ยัง สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สอดส่องดูแลทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม ของศบค. เท่านั้น  ซึ่งขณะนี้ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังคงไม่อนุญาตให้มีการดี่ม/จำหน่ายแอลกอฮอล์ในร้านอาหารทั่วไป ในส่วนกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เฉพาะร้านที่ผ่านมาตรฐาน SHA ของ ททท. และไม่เกินเวลา 21.00 น. เท่านั้น

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว  จัดทีมงานช่วยตรวจตราสถานประกอบการ ร้านค้า  ตลาด ชุมชน  ต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting   เพราะแม้จะมีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากประเทศความเสี่ยงต่ำแบบไม่กักตัวหรือจำกัดพี้นที่เพิ่มเติม 63ประเทศและพื้นที่ แต่รัฐบาลยังให้ความสำคัญสูงสุดในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศ เช่นเดียวกับประชาชนยังยึดหลักอนามัยส่วนบุคคลและดูแลตัวเองแบบครอบจักรวาล Universal Prevention

‘บิ๊กตู่’ ขาอ่อน เดินสะดุดโพเดียมหน้าคะมำ โหมงานจนอ่อนแรง ประชุมอาเซียน 3 วันติด

'บิ๊กตู่' เดินสะดุดโพเดียมหน้าคะมำ ก่อนแถลง ศบค. บอกไม่ค่อยมีแรง หลังประชุมอาเซียน 3 วันติด วอนผู้ชุมนุมหยุดป่วน หวั่นเปิดประเทศแล้วต่างชาติไม่มา

29 ต.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 17/2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หารือเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ประมาณ 10 นาที

ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการบริหารพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ได้ยืนพูดคุยกันที่บริเวณห้องโถง ตึกสันติไมตรี ประมาณ 5 นาที ก่อนที่นายพีระพันธุ์ จะเดินเข้าไป ที่ห้องสีเหลือง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ พูดคุยกันอยู่

จากนั้นเวลา 13.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินไปที่โพเดียมเพื่อแถลงข่าว แต่ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ได้สะดุดพื้นเวทีที่ยกระดับขึ้น และเซถึงสองครั้ง ก่อนยืนตั้งหลักได้และมีสีหน้าเสียเล็กน้อย ก่อนกล่าวกับสื่อมวลชนแก้เขินว่า “เห็นไหมว่าเวลาอยู่ต่อหน้าสื่อรู้สึกจะกดดันมากไปหน่อย พอดีว่าไม่ค่อยมีแรง ประชุมมา 3 วันติด ๆ เดี๋ยวถ้าพรุ่งนี้ใครเอารูปฉันหกล้มไปเมื่อกี้ล่ะก็ มีเรื่องนะ เอาเรื่องที่เป็นสาระ”

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้แถลงผลการประชุมศบค. โดยระบุว่า ตามที่ประกาศให้วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันเปิดประเทศ ต้อนรับชาวต่างชาติ 46 ประเทศ เข้ามาทางอากาศโดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งความร่วมมือที่อยากจะได้จากประชาชนทุกคน ประกอบด้วย 

1.) ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันระมัดระวังใช้มาตรการทางสาธารณสุขอย่างเต็มที่ ข้อสำคัญต้องมีวินัยในตัวเอง ไม่เป็นผู้แพร่เชื้อ 

2.) มาตรการเดินทางเข้าประเทศเส้นทางอื่น ทางบก ทางน้ำต้องกักตัวเหมือนเดิม

“ส่วนการค้าขายชายแดน ผมให้นโยบายไปยังกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทยอยเปิดจุดผ่านแดนซื้อขายสินค้า แต่ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย มีมาตรการส่งสินค้าระหว่างกัน เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ 

3.) บุคลากรทางการแพทย์ เราต้องมีแผนเผชิญเหตุ เตรียมโรงพยาบาลสนามและพื้นที่กักตัว ต้องมีความพร้อมเช่นเดิม เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจรุนแรง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนยา ได้สั่งจองยาโมลนูพิราเวียร์ไปแล้ว รวมทั้งเร่งรัดสกัดยาจากสมุนไพรไทยชนิดอื่น ๆ นอกจากยาฟ้าทะลายโจร 

4.) เมื่อประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยว คงไม่ได้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาทันที เพราะแต่ละประเทศต้องประเมินวางแผนให้คนของเขาออกมานอกประเทศเหมือนกัน แต่การประกาศล่วงหน้าของเรามีประโยชน์ จะทำให้นักท่องเที่ยวและประเทศต่าง ๆ ได้วางแผน เตรียมการ จึงทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่เขาจะพิจารณาเดินทางในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของเรา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top