Friday, 12 June 2026
POLITICS NEWS

อุตตม เสนอยกระดับแก้หนี้เกษตรกร เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมชูภาคอีสานเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่

อุตตมโพสต์หลังลงพื้นที่อีสาน พบปัญหาหนี้สินเกษตรกรทวีความรุนแรง เสนอให้รัฐบาลยกเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเร่งพัฒนาอีสาน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เร่งโครงการรถไฟฟ้าไทยจีนเชื่อมโยงทั้งภาค

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการลงพื้นที่ภาคอีสาน 4 จังหวัดเป็นครั้งแรกของคณะผู้บริหารพรรค ซึ่งเริ่มจากจังหวัดหนองบัวลำภู - สกลนคร - มุกดาหาร และอุบลราชธานี ในระหว่างวันที่ 26-28 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากเพื่อไปนำเสนอแนวคิดแนวนโยบายของพรรคต่อพี่น้องประชาชนแล้ว พรรคยังได้เปิดตัวแนะนำผู้แสดงเจตจำนงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในนามพรรค และที่สำคัญที่สุดคือตั้งใจไปรับฟังปัญหาและแนวทางการพัฒนาพื้นที่จากคนในพื้นที่โดยตรง เพื่อนำข้อมูลที่ได้กลับมาจัดทำเป็นนโยบายดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในภาคอีสานต่อไป

โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พบว่าประเด็นปัญหาหนี้สินเกษตรกรเป็นเรื่องที่พูดถึงมากที่สุด แม้หลายสิบปีที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองได้หยิบยกขึ้นมาพูดหาเสียงทุกครั้ง แต่มาจนถึงทุกวันนี้ ปัญหาหนี้สินไม่ได้ทุเลาเบาบางลง แต่กลับหนักหน่วงขึ้น เพราะสถานการณ์โควิดที่กระทบกับการหารายได้ และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากราคาสินค้าต่างๆ ที่กำลังขยับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกษตรกรชักหน้าไม่ถึงหลังจึงต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่ม

“ผมเชื่อว่า ปัญหาหนี้สินไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการพักชำระหนี้ให้เกษตรกรแค่ปีสองปี เพราะในที่สุดแล้วหนี้สินเหล่านั้นก็กลับมาใหม่อยู่ดี แต่เราต้องแก้ด้วยการสร้างโอกาสในการหารายได้เพิ่มให้เกษตรกรควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างหนี้ให้ยืดระยะเวลาออกไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถในการหารายได้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีโอกาสตั้งหลักใหม่ได้อย่างแท้จริง หลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้สินแบบเดิมๆ”

‘ชวน’ ยันสภาฯ พร้อมสอบ ‘จริยธรรม’ ปมคลิป ‘เต้007’ ขู่กระทืบ ‘ทนายเดชา’

(30 พ.ค.65) ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ‘ทนายเดชา’ เตรียมร้องสอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ภายหลังมีคลิปเสียงโทรศัพท์แสดงพฤติกรรมข่มขู่ให้เลิกวิพากษ์วิจารณ์คดีแตงโม ว่า วันนี้ (30 พฤษภาคม 2565) ในช่วงบ่ายทางคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะมีการประชุมเรื่องที่มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบจริยธรรมของนายมงคลกิตติ์ ที่มีการร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน โดยเรื่องของทนายเดชายังไม่ได้มีการยื่นร้องเรียนมา

“อะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากไปทำผิดต่อจริยธรรมนักการเมือง ทางคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะต้องดำเนินการตรวจสอบ แม้กระทั่งคำพูดที่ไม่เหมาะสมก็สามารถร้องเรียนได้ โดยจะต้องมีคนร้องเรียนเข้ามาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะส่งเรื่องให้อนุกรรมการฯที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพสูง และมีความตรงไปตรงมา ตรวจสอบว่ามีเรื่องอะไรร้องเรียนมาบ้างด้วยความเป็นธรรม” ประธานสภาฯ กล่าว

ขณะที่ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก ‘รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์’ ระบุว่า "ทำงานมาเป็นสิบๆปีเจอคนขู่มาก็เยอะ ทั้งตำรวจ ทหาร มาเฟีย มือปืน ถ้ากลัวคงไม่มายืนอยู่จุดนี้หรอกครับ แต่ส่วนนึงผมก็เข้าใจแหละคนที่เสียผลประโยชน์เค้าก็ย่อมไม่ชอบเราเป็นธรรมดา แต่เห็นขู่ผ่านสื่อเราคงนิ่งไม่ได้ ต้องดำเนินคดีเพราะเดี๋ยวประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเด็กๆ มาเห็นจะเอาเป็นแบบอย่างคิดว่าการข่มขู่กันผ่านสื่อสามารถทำได้ไม่มีกฎหมายเอาผิด”


ที่มา: https://www.naewna.com/politic/656902
https://www.naewna.com/likesara/656905

‘เพื่อไทย’ สับรัฐ ไร้น้ำยา 8 ปี ทำศก.ต่ำเตี้ย เตรียมปลุก ส.ส. โหวตคว่ำงบ 66

(30 พ.ค.65) นายพชร นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า งบประมาณปี 2566 ที่กำลังจะเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวงเงิน 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 เป็นจำนวนเงิน 85,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.74% แต่ก็ยังน้อยกว่างบประมาณปี 2564 ทีมีงบประมาณ 3,280,000 ล้านบาท อยู่ถึง 100,000 ล้านบาท แสดงว่าประเทศไทยยังเสื่อมถอยถึงต้องจัดงบประมาณลดลง เพราะการเก็บรายได้ที่ไม่ได้ตามคาดประมาณ นอกจากนี้เงินเฟ้อในปีนี้น่าจะสูงถึง 4.9% ตามที่แบงก์ชาติคาดการณ์ จะทำให้งบประมาณปี 2566 หลังจากหักเงินเฟ้อแล้วจะน้อยกว่าปี 2565 ด้วยซ้ำ การจัดงบประมาณที่ลดลงทั้งที่ประเทศต้องการเงินเพื่อฟื้นเศรษฐกิจแสดงถึงความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปัญหาหลักไม่ได้อยู่แค่เรื่องมากขึ้นหรือน้อยลงเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของการใช้งบประมาณแบบไม่มีประสิทธิภาพ พลเอกประยุทธ์จัดงบประมาณมา 8 ปีแล้ว ใช้เงินไปแล้วกว่า 20 ล้านล้านบาท แต่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ต่ำเตี้ย ประชาชนส่วนใหญ่รายได้ลดลง หนี้สินเพิ่มขึ้นมากทั้งหนี้ประเทศ หนี้ครัวเรือน หนี้ภาคธุรกิจ และหนี้เสีย คนตกงานเพิ่มขึ้น คนจนมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำห่างมากขึ้น ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลดลง ทุจริตเพิ่มมากขึ้น ตามที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้อธิบายไว้แล้ว แต่ก็ยังคิดจะจัดงบประมาณแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แล้วจะหวังว่าเศรษฐกิจของไทยจะกลับมาฟื้นคงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะปัจจุบันโลกอยู่ในภาวะสงครามรัสเซียยูเครน การจัดงบประมาณแบบเดิมๆ จะยิ่งไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นได้เลย

ดังนั้น การจัดงบประมาณที่ยังติดกรอบคิดแบบเดิม ไม่ปรับตามสภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศและประชาชนในปัจจุบัน ที่ประชาชนกำลังลำบากกันอย่างมากจากพิษเศรษฐกิจ จากปัญหาราคาน้ำมันแพง ข้าวของราคาแพง เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยจะขึ้น ฯลฯ จะไม่สามารถแก้ปัญหาของประะทศไทยได้ อย่างไรก็ดี งบประมาณที่ดี จะต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมดลง เพื่อนำเงินไปฟื้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนให้ได้ก่อน แต่ปรากฏว่างบประมาณปี 2566 กลับมีงบรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นอีกโดยมีงบรายจ่ายประจำถึง 2,396,942.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23,932.7 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 1.01% ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เช่นนี้งบรายจ่ายประจำควรที่จะต้องลดเพื่อนำเงินไปฟื้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยสนับสนุนประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า

'บิ๊กน้อย' โพสต์ตอบโซเชียล “ยอมรับมองคนผิด” นึกว่าเขาจะทำเพื่อปชช. ลั่นไม่หนุนล้มรัฐบาล

(27 พ.ค.65) จากเฟซบุ๊กของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) ที่โพสต์อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงของประเทศในทางที่ดีขึ้น ในวันที่ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีผู้เข้ามาคอมเมนต์จำนวนมากนั้น 

ด้าน พล.อ.วิชญ์ ได้เข้าไปตอบกลับหลายคอมเมนต์ อาทิ คอมเมนต์ที่ระบุว่า “ไปยอมเป็นลูกน้อง รอ.เพื่ออะไร” ซึ่งพล.อ.วิชญ์ ได้ตอบกลับไปว่า “ในพรรคการเมือง ไม่มีใครเป็นลูกน้องใครครับ ผมเข้ามาช่วยทำงานตามคำเชิญของเขา ด้วยคิดผิดว่า เขาจะทำเพื่อประชาชน และประเทศชาติครับ ต้องขอโทษทุกท่านที่ผมมองคนผิดไปครับ”

และคอมเมนต์ที่ระบุว่า “ไปเชื่อใครไม่เชื่อ ไปเชื่อรอ.” พล.อ.วิชญ์ ตอบคอมเมนต์ว่า “ต้องขออภัยด้วยครับ ผมเองไม่ได้รู้จักกันดี มองคนผิด เห็นภาพเป็นคนทำงาน คิดว่าจะช่วยกันทำงานได้ ผมตั้งใจทำงานให้บ้านเมืองมาโดยตลอด ไม่เห็นด้วยกับการที่จะมองแต่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ชีวิตคนเราตายไป เอาไปไม่ได้สักอย่างครับ”

‘ส.ก.เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ผนึกกำลังทำงานในสภากทม. เพื่อไทยนั่งประธานสภาฯ ก้าวไกลนั่งตรวจหาทุจริต

‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ จับมือแถลงข่าวความร่วมมือ พร้อมผลักดันนโยบายร่วมกันในสภา กทม. เบื้องต้นเห็นร่วมนโยบายก้าวไกล ตั้งกรรมการ ป.ป.ช. ประจำสภา กทม. พร้อมให้มีการถ่ายทอดสดประชุมสภา กทม. ด้าน 'วิโรจน์' พร้อมหนุน ส.ก. ก้าวไกลผลักดันทุกนโยบายต่อเนื่อง

แกนนำพรรคก้าวไกล นำโดยชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากพรรคก้าวไกล ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย และ ส.ก. พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวความร่วมมือในการทำงานร่วมกันของ ส.ก. จากทั้งสองพรรคในอนาคต

จากการหารือ ส.ก. จากทั้งสองพรรคมีข้อตกลงในการทำงานร่วมกันในประเด็นต่างๆ กล่าวคือ ส.ก. จากทั้งสองพรรคจะร่วมกันทำงานยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของสภา กทม., ร่วมกันเห็นชอบลงมติเลือกประธานสภา และรองประธานสภา กทม. ให้การทำงานมีเอกภาพ โดยในหลักการให้ประธานสภา กทม. มาจากพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคที่ได้ ส.ก. มากที่สุด ตามมาด้วยตำแหน่งรองประธานจากพรรคก้าวไกล และพรรคอื่นๆ ที่ได้จำนวน ส.ก. ลดหลั่นไปตามลำดับ

นอกจากนี้ ส.ก. จากทั้งสองพรรคจะร่วมเห็นชอบให้มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา เพิ่มคณะกรรมการป้องกันและปราบการการทุจริต และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และจะร่วมเห็นชอบให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภา กทม. สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและความโปร่งใส ให้ประชาชนตรวจสอบการทำงานได้

‘เพื่อไทย’ ซัด ‘รัฐ’ กลัวการตรวจสอบ หลังเร่งดัน กม.ควบคุมการรวมกลุ่ม

(27พ.ค.65) นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ....' หรือ พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม และพยายามผลักดันต่อโดยให้รัฐสภาพิจารณาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยระบุว่า... 

มีความกังวลเป็นอย่างมากว่าเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีลักษณะลดทอนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทยโดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน มุ่งเน้นจำกัดและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้อำนาจกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีลักษณะผูกขาดอำนาจการบริหารแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการจัดหาและจัดเก็บเงินทุนเอง บังคับให้เปิดเผยแหล่งรายได้ ผู้รับผิดชอบ ซึ่งล้วนมีนัยยะสำคัญที่เอื้อให้รัฐบาลถูกตรวจสอบน้อยลง แต่เพิ่มความมั่นคงของรัฐที่จะสามารถกีดกันและจำกัดคนเห็นต่างมากกว่าการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นลักษณะกฎหมายที่คลุมเครือและนำไปสู่การตีความอย่างกว้างขวาง หากประชาชนต้องการเรียกร้องหลังได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของภาครัฐ อาจถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงได้ ลักษณะนี้ประเทศไทยอาจเข้าข่ายขัดกับพันธกรณีสหประชาชาติ ที่สนับสนุนให้ประเทศสมาชิกให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องการฟื้นฟูประเทศ มีความจำเป็นที่ต้องสร้างความสัมพันธ์และแสวงหาเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน 
 

‘สร้างอนาคตไทย’ ลุย มุกดาหาร ชวนพี่น้องอีสาน 'เปลี่ยน' เพื่ออนาคต

(27 พ.ค.) พรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค และผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานกว่า 20 คน ลงพื้นที่อ.เมือง จ.มุกดาหาร พบปะประชาชนและเปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัครเขต 1 นายวิริยะ ทองผา และ เขต 2 นายทวีศักดิ์ ประทุมลี โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนกว่า 700 คน ให้การต้อนรับด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

นายอุตตม กล่าวบนเวทีว่า น่าเสียดายอย่างมากที่ภาคอีสานสูญเสียโอกาสตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ภาคอีสานตั้งอยู่ในทำเลที่มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าในอินโดจีน แต่กลับไม่ได้การพัฒนาที่ต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกลับมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว วันนี้รถไฟเชื่อมจีน-ลาวเปิดแล้ว แต่รถไฟของประเทศไทยเพิ่งสร้างได้แค่ 3-4 กม. ซึ่งประเทศไทยคิดทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว

พรรคสร้างอนาคตไทยมีความตั้งใจว่า หากได้เข้าบริหารประเทศ จะเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-หนองคาย เชื่อมเส้นทางลาว-จีน เพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาสไปมากกว่านี้ พร้อมกับยกระดับเส้นทางคมนาคมทั้งทางถนนและระบบรางสายรองในภาคอีสาน ให้เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟดังกล่าวด้วย เพราะการพัฒนาระบบการคมนาคมจะนำมาซึ่งการค้าและการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับภาคอีสานและประเทศไทย

นายอุตตม กล่าวอีกว่า สำหรับมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างฝั่งเมียนมา ผ่านไทย-ลาว-เวียดนาม ที่เรียกว่า เส้นทางอีสต์-เวสต์ คอริดอร์ แต่วันนี้กำลังสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน เพราะการขนส่งหันไปใช้เส้นทางรถไฟลาว-จีน ดังนั้นจะต้องสร้างโครงข่ายระบบรางจากมุกดาหารขี้นไปเชื่อมที่หนองคายด้วย และเพื่อให้การพัฒนาคมนาคมเป็นประโยชน์กับพื้นที่สูงสุด จะต้องสร้างและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสานด้วย โดยเฉพาะสินค้าจากฐานการเกษตร และต้องพัฒนาฐานรากด้วยแนวทางการเกษตรผสมผสานเพื่อความยั่งยืน ให้มีกินมีใช้ มีรายได้ตลอดปี

“หลายปีมาแล้วที่อีสานเสียโอกาส ไม่มีใครดูแล วันนี้คนอีสานต้องเปลี่ยน ให้คนที่มีความรู้ความสามาถและตั้งใจจริงเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยมีความพร้อมที่จะทำเพื่อพี่น้องชาวอีสาน”

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า มุกดาหารมีความพร้อมในการเป็นประตูการค้าเชื่อมลาวไปเวียดนามส่งต่อไปจีน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมส่งออกทุเรียนไปจีน ราคาทุเรียนจากวันนั้นถึงวันนี้ ยังดีมาตลอด

อย่างไรก็ตาม วันนี้นอกจากการพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่อีสานแล้ว จะต่องส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่ดี มีระบบชลประทานที่ดี รวมไปถึงมีเทคโนโลยีพลังงานพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยกำลังศึกษานโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำพร้อมระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ในต้นทุนที่ต่ำ

นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวอีกว่าการพัฒนาจะต้องเกิดขึ้นในพื้นที่อีสาน และคนอีสานต้องเปลี่ยน เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคตอย่างแน่นอน

'ดร.นิว' ถาม 'ธนาธร' ไม่คิดกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ของนอร์เวย์หน่อยหรือ? หลัง 'นายกฯ-ครม.' ที่นั่น เข้าเฝ้าฯ สถาบันฯ ทุกสัปดาห์

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไปพบคนไทยในประเทศนอร์เวย์ มีเนื้อหาดังนี้...

คุณธนาธรไปถึงราชอาณาจักรนอร์เวย์ แต่จะไม่กล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรนอร์เวย์ ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีดัชนีประชาธิปไตยสูงที่สุดในโลกบ้างเลยหรือครับ? Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทุกสัปดาห์นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีจะต้องเข้าเฝ้าฯ ประชุมเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายรายงานการทำงาน และรับฟังคำปรึกษาแนะนำจากองค์พระมหากษัตริย์นอร์เวย์ ตลอดจนการออกกฎหมายและการตัดสินใจใดๆ ในที่ประชุมแห่งนี้ จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากองค์พระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งการลงนามกำกับจากนายกรัฐมนตรี โดยมีองค์รัชทายาทเป็นผู้สังเกตการณ์ และจัดขึ้นเป็นประจำในทุกวันศุกร์ เวลา 11.00 น. ณ พระบรมมหาราชวัง

'สร้างอนาคตไทย' มั่นใจชู 'สมคิด' เป็นนายกฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจฯ ดัน 'สว่างแดนดิน' ขึ้นเป็นจังหวัด

พรรคสร้างอนาคตไทย เดินสายอีสาน ชู 'ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์' แคนดิเดตนายกฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ  มั่นใจเสียงตอบรับดี เชื่อได้เก้าอี้ ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ พร้อมผลักดัน สว่างแดนดินเป็นจังหวัด 

(26 พ.ค.65) ทีมผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทย ลงพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรคฯ นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคฯ และผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานกว่า 20 คน เปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรค เขต 4  คือนายชัยมงคล ไชยรบ โดยมีประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมเกือบพันคน

นายอุตตม กล่าวว่า การลงพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน ครั้งนี้ เพื่อแสดงความตั้งใจของพรรคฯ ที่อาสาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและหนี้สินของประชาชน  โดยพรรคมีความพร้อมด้านบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางเศรษฐกิจมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกพรรคการเมือง จึงมั่นใจว่าสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศได้อย่างแน่นอน

“วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากปากท้องไม่อิ่ม การขับเคลื่อนประเทศในเรื่องอื่นก็ไม่สามารถทำได้ดี  พรรคฯ จึงมุ่งมั่นทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่”

บรรยากาศบนเวทีเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อผู้บริหารพรรคฯ ได้ประกาศชู ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป อีกทั้งยังได้รับปากว่าจะผลักดันให้ สว่างแดนดิน ขึ้นเป็นจังหวัด หลังจากที่ชาวสว่างแดนดิน รอคอยมากว่า 30 ปี

‘โรม’ รับทราบ ส.ก.โชว์หื่นใส่สาวสองแล้ว แจง สมาชิกเยอะ ดูแลไม่ทั่วถึง

(26 พ.ค.65) ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความในลักษณะที่มีผู้เข้ามาร้องเรียนซึ่งเป็นสาวสอง ถูกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตวัฒนา จากพรรคก้าวไกล ส่งข้อความคุกคามทางเพศ จนถึงขั้นเอามือลูบเป้ากางเกงโชว์ พร้อมเรียกร้องให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวว่า... 

พรรคก้าวไกลรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ทางนายวิโรจน์ ก็ได้แสดงความเห็นไปในโพสต์ดังกล่าว จึงได้ประสานข้อมูลกับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่รับเรื่องร้องเรียน คือ นายนาดา ไชยจิตต์ นักสิทธิมนุษยชนด้านความหลากหลายทางเพศ เพื่อรอดูความพร้อมว่าผู้เสียหายจะเข้าให้ข้อมูลกับพรรคก้าวไกลเมื่อไหร่ และเราได้เตรียมคณะกรรมการวินัยพรรคก้าวไกล ที่มี นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยส.ส. และสมาชิกพรรคก้าวไกล ร่วมเป็นกรรมการฯ จะลงไปดูในรายละเอียดว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ยืนยันว่าไม่นิ่งนอนใจ การคุกคามทางเพศเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะไม่อดทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top