Sunday, 8 November 2026
POLITICS NEWS

'ก้าวไกล' เร่งสอบวินัย ส.ก. ปมคดีทางเพศ ยัน!! ไม่นิ่งนอนใจ เตรียมลงมติสุดสัปดาห์นี้

รองโฆษกพรรคก้าวไกลเปิดเผยว่าคณะกรรมการวินัยพรรคได้ดำเนินการเชิญผู้เกี่ยวข้องบางส่วนมาให้ถ้อยคำแล้ว และจะเร่งเดินหน้าสอบข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย ยืนยันพรรคไม่นิ่งนอนใจและจะปกป้องผู้เสียหายอย่างถึงที่สุด คาดว่าพรรคจะมีมติเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างเป็นทางการได้ภายในสุดสัปดาห์นี้

สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส. นครปฐม และรองโฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าจากกรณี ส.ก. พรรคก้าวไกล ถูกแจ้งความว่าก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเยาวชน เมื่อวันที่ (12 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม พรรคได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก. พรรคก้าวไกล เขตบางซื่อ ก็ได้เข้าไปให้ปากคำกับตำรวจแล้วในฐานะพยาน เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้พยายามติดต่อกับผู้เสียหายในช่วงที่เกิดเหตุ

เปิดประวัติ 'อานุภาพ ธารทอง' ส.ก.เขตสาทร ผู้เร่งทวงหนี้รถไฟฟ้า และพกพาคดีคุกคามทางเพศติดตัว

เปิดประวัติ อานุภาพ ธารทอง หรือ ส.ก.บอย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประจำเขตสาทร จากพรรคก้าวไกล ผู้ที่ทำให้เขตสาทรเจริญได้มากขึ้นกว่าเดิม

อานุภาพ ธารทอง เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประจำเขตสาทร จากพรรคก้าวไกล หลังจากที่เขตสาทรตั้งแต่มีการแยกตัวออกมาจากเขตยานนาวาใน ปี พ.ศ. 2532 ก็กลายเป็นพื้นที่ของพรรคอนุรักษ์นิยมมาโดยตลอด

นายอานุภาพ ธารทอง หรือ บอย ได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 2565 โดยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสาทร จากพรรคก้าวไกล มีหมายเลขประจำตัว คือ 1 ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่ง ส.ก. อย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา โดยตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่นายอานุภาพ ธารทองได้ดำรงตำแหน่ง ส.ก.สาทร ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งมั่น และตั้งใจในการบริหารจัดการเขตท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีจากผลงานต่าง ๆ

'เตชะ ทับทอง' เรียกหาสื่อที่หิวข่าวฉาวการเมือง เหตุใดทำตัวเงียบกริบ ทั้งที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์

(14 ก.ค. 65) เตชะ ทับทอง หรือ เต้ กลุ่มหนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณี ส.ก.เขตสาทร พรรคก้าวไกล ถูกแจ้งความคดีอนาจารหญิงสาวว่า เมื่อมี “คนการเมืองฝั่งคุณ” เป็นผู้กระทำผิดคดีทางเพศ ทำไมพวกคุณดูเงียบเสียเหลือเกิน มันสะท้อนวุฒิภาวะและจุดยืนทางสังคมต่อเรื่องแบบนี้นะครับ ถ้าแยกแยะ “ดี/ชั่ว” ยังไม่ได้ ต้องทบทวนสำนึกตัวเองด้วยนะครับ

เตชะ ยังโพสต์เฟซบุ๊กอีกว่าเหตุการณ์นี้ไม่ธรรมดาครับ ผู้เสียหายอายุต่ำกว่า 18 ปีด้วย และมีมากกว่า 1 ราย และบางคนอายุ 16 ปี ด้วยซ้ำไป(ตามข่าว) เอาแค่เรื่องง่าย ๆ คือ "ชวนเด็กสาวต่ำกว่า 20 ปี ไปในสำนักงานที่ตั้งในคอนโด และร่วมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" อันนี้ก็ตอบสังคมยากละครับ ถึงเจตนาและพฤติกรรม

พอไปถึงเรื่องคุกคามทางเพศ ยิ่งไปกันใหญ่ ฝากทาง "กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ" ควรส่ง จนท.เข้าไปร่วมดำเนินคดีด้วยนะครับ ใครว่างช่วยสะกิด "คณะกรรมการสิทธิฯ" ไปด้วยนะครับ นี่ละงานที่คุณควรจะทำ ถ้าไม่ทำคดีนี้ถือว่าหมาเลยนะ

และสื่อหลักหลายรายที่ชอบเล่น "ข่าวฉาวการเมือง" หายไปไหนหมดครับ ไม่มีใครจ่ายเงินให้เล่นข่าวหรือครับ หรือติดเวียนเทียนในวันสำคัญต้องปฏิบัติธรรมไรงี้ นี่ละครับ เวลาประชาชนเค้าด้อยค่าสื่อ ก็อย่าเสือกออกมาโวยมาเห่ากันละ

"ขายบริการทางเพศ" ที่บริการทุกชนชั้นอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ตั้งใจทำงานบนจรรยาบรรณชัดเจน เพราะเธอและเขาเหล่านั้นรักและเคารพในอาชีพ

'เพื่อไทย' จี้ 'ประยุทธ์' ราคาไฟฟ้ามหาโหด ประชาชนจะอยู่ยาก ชี้ ปัญหาจัดการผิดพลาด

'เพื่อไทย' จี้ 'ประยุทธ์' ราคาไฟฟ้ามหาโหด ประชาชนจะอยู่ยาก ชี้ ปัญหาจัดการผิดพลาด นำก๊าซในอ่าวไทยขึ้นมาไม่ได้ และ ค่าความพร้อมมากเกินไป แนะ ปรับแก้โครงสร้างราคาไฟฟ้าและพลังงานทั้งหมด เร่งเจรจาแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการบริหาร และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่จะมีการปรับขึ้นราคาค่าไฟฟ้าจากหน่วยละ 4 บาท ขึ้นเป็นหน่วยละ 5 บาทหรือสูงกว่านั้น ในงวดเดือนกันยายน เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก การขึ้นราคาค่าไฟฟ้ากว่า 25% จะเป็นภาระที่หนักอึ้งให้กับประชาชนที่แบกรับค่าใช้จ่ายและแบกรับค่าครองชีพที่พุ่งสูงอยู่แล้วให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก อุตสาหกรรมก็ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสูงมากขึ้น ต้นทุนสินค้ายิ่งสูงขึ้น และต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการอีก ซึ่งจะยิ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อที่สูงอยู่แล้วจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเงินเฟ้อสูงถึง 7.66% จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีกมาก 

นอกจากนี้การเพิ่มค่าไฟฟ้าสูงขนาดนั้นจะทำลายความสามารถแข่งขันของประเทศไทยเพราะจะเพิ่มต้นทุนค่าไฟฟ้าไปอีกมาก ทำให้การค้าการลงทุนจะยิ่งทรุดหนัก จึงอยากเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์เข้ามาแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าที่กำลังจะพุ่งสูงนี้โดยด่วน 

ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าของไทยผลิตจากก๊าซธรรมชาติถึงกว่า 60% โดยก๊าซธรรมชาติที่ไทยขุดและผลิตได้เองลดลงเหลือ 65% มีการนำเข้า 35% โดยนำเข้าจากเมียนมา 17% และ นำเข้าก๊าซ LNG 18% โดยราคาก๊าซ LNG ได้พุ่งสูงขึ้นมาก ถึง 30 เหรียญสหรัฐผลมาจากสงครามรัสเซียยูเครน จึงทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น การที่ไทยผลิตก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ่าวไทยได้น้อยลงนี้ หากจำกันได้ ตนได้ออกมาเตือนตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้วว่าเกิดจากปัญหาความขัดแย้งของผู้ประมูลสัมปทานรายใหม่กับผู้ได้รับสัมปทานรายเดิม ในเรื่องการรื้อถอนแท่นขุดเจาะเมื่อหมดสัญญาสัมปทานโดยต่างฝ่ายต่างเกี่ยงกัน เพราะค่าใช้จ่ายรื้อถอนจะสูงมาก และอาจเสี่ยงมีเรื่องฟ้องร้องได้อีก 

ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุมาจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาล ทำให้มีปัญหาไม่สามารถนำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาได้มากเท่าที่ควร ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาสูงมากในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้การผลิตไฟฟ้าต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นมาก ซึ่งพลเอกประยุทธ์ควรจะต้องหาข้อยุติข้อพิพาทในเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อจะได้มีการนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีราคาถูกกว่าขึ้นมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้เพื่อลดต้นทุน 

นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ควรจะเร่งเจรจาแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชาเพื่อนำก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูกขึ้นมาใช้แทนการนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาแพงเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ราคาค่าไฟฟ้าถูกลงได้อีก และยังสามารถแยกก๊าซเพื่อนำวัตถุดิบป้อนเข้าธุรกิจปิโตรเคมีได้ด้วย

‘บุญยอด’ ข้องใจ!! ไร้กระแสกดดัน ‘ก้าวไกล’ กรณีข่าวฉาวคนในพรรคละเมิดทางเพศว่อน

(13 ก.ค.65) จากกรณี หญิงสาวจำนวน 4 ราย อายุระหว่าง 16-18 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ส.ก. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) รายหนึ่ง ในข้อหากระทำอนาจาร ล่วงละเมิดทางเพศนั้น ล่าสุดนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ทำไมไม่เห็นกระแสกดดันให้ “หัวหน้าพรรค ก้าวไกล” แสดงความรับผิดชอบ?

แสดงความรับผิดชอบ หรือยัง? ส.ส.หญิงพรรคนี้ ไม่ออกความเห็น? หัวหน้าพรรคนี้ ไม่มีความรู้สึก?

ขณะที่ก่อนหน้านี้นักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์รายหนึ่ง ตกเป็นผู้ต้องหากระทำอนาจาร ล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ถูกกระแสสังคมกดดันอย่างหนักเพื่อให้แสดงความรับผิดชอบ จนนักการเมืองรายดังกล่าวได้ลาออกมาจากสมาชิกพรรคไป 
 

'ดร.นิว' ชวน 'บิ๊กตู่' ทำบุญประเทศครั้งใหญ่ เร่งสร้าง 'อธิปไตยไซเบอร์' สกัดก๊วนกบฏ 3 นิ้ว

'ดร.นิว'ชวน 'บิ๊กตู่' ทำบุญประเทศครั้งใหญ่ เร่งสร้างอธิปไตยไซเบอร์ให้สำเร็จ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้ไข ซัดนายกฯ ไม่ได้สร้างคนให้มีคุณภาพแถมปล่อยให้ขบวนการกบฏสามนิ้วรุกคืบถึงห้องเรียน ย้อนถามใครเป็นคนต้องรับผิดชอบ

(13 ก.ค.65) ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า…

วันอาสาฬหบูชาปีนี้ ขอเชิญชวนนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ทำบุญประเทศครั้งใหญ่

เร่งสร้างอธิปไตยไซเบอร์ (Cyber Sovereignty) ให้เป็นผลสำเร็จ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้ไขไปมากกว่านี้

ล่าสุดเห็นนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ออกมาแถลงกลยุทธ์สามแกนสร้างอนาคต แล้วรู้สึกน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะยังคงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเหมือนเดิม

กี่ปีมาแล้วที่คุณแทบไม่ได้สร้างคนคุณภาพที่มีความคิดคุณภาพผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ แถมยังปล่อยให้ขบวนการกบฏสามนิ้วรุกคืบถึงห้องเรียน

อนุสรณ์ เตือน นักการเมืองที่จะยกมือไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจให้ดี เพราะประชาชนให้คำตอบแล้ว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคเศรษฐกิจไทยถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นพรรคฝ่ายค้าน ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ได้แสดงจุดยืนไม่สนับสนุน ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาโดยตลอด สะท้อนความล้มเหลวแทบทุกมิติของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แม้แต่พรรคที่เคยสนับสนุน เคยทำงานในรัฐบาล รู้ดีว่า 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ ทำประเทศหนี้ล้น ประชาชนหนี้ท่วม ทำประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส แม้เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ทยอยแยกตัวออกมาตั้งพรรคการเมืองใหม่และยืนตรงข้ามพล.อ.ประยุทธ์ 

ยิ่ง ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงพื้นที่ ยิ่งสัมผัสและรับรู้ว่าประชาชนไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ และต่อต้านอย่างหนัก เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ก็มองเห็นถึงสัญญาณลบนี้ของรัฐบาล ถ้ายังขืนพากันหามพล.อ.ประยุทธ์ต่อไป การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเอาอะไรไปพูดกับประชาชน เพราะประชาชนได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจเดือดร้อนและลำบากมาก 

'เพื่อไทย' เชื่อคนไทยจะให้บทเรียนกับพรรคที่ทรยศอุดมการณ์ ลั่น พร้อมสู้ทุกกติกา เชื่อเลือกตั้งครั้งหน้าเงินสะพัดซื้อเสียงหนักทุกพื้นที่

นายฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งส.ส. ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่กังวลใจ เชื่อว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน พร้อมสู้ทุกสนามและสู้ในทุกกติกาที่ผู้มีอำนาจกำหนดมา เพื่อความได้เปรียบทางการเมือง เชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนเลือกพรรคการเมืองเพื่อมาทำงานมากกว่าพวกบ้าน้ำลาย

นอกจากนี้เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงกันเป็นจำนวนมาก เงินสะพัดในหลายพื้นที่ ดังนั้นอยากบอกว่าการใช้เงินไม่สามารถซื้ออนาคตของประชาชนได้ ทุกวันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศแบบนี้ประชาชนสิ้นศรัทธาและหมดหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว

'อุตตม' เตรียมจัดทำนโยบาย 'คาร์บอนเครดิต' รุกสร้างเศรษฐกิจใหม่-รองรับการแข่งขันภาคเอกชนบนเวทีโลก

'สร้างอนาคตไทย' เปิดบ้านแลกเปลี่ยนความรู้บริหารจัดการคาร์บอน ชี้ กระแสโลกร้อน เปลี่ยนกติกาขีดการแข่งขันภาคเศรษฐกิจ ต้องวางนโยบาย-กฎหมายให้สอดรับ เพื่อแก้ปัญหาเชิงรุก-เสริมศักยภาพการแข่งขันภาคธุรกิจไทยทั้งใน-ต่างประเทศ

พรรคสร้างอนาคตไทย จัดสัมมนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง อนาคตตลาดคาร์บอน (Carbon Market) แนวทาง และวิธีการดำเนินการจัดการคาร์บอน โดยได้รับเกียรติจากนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมบรรยาย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประกอบด้วย ผู้บริหารพรรค อาทิ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายวิเชียร ชวลิต ผู้อำนวยการพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ รองโฆษก นายธันวา ไกรฤกษ์ รองโฆษกพรรค รวมถึงภาคเอกชน และหน่วยงานระหว่างประเทศ

นายอุตตม กล่าวว่า การบริหารจัดการคาร์บอนเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกต้องให้ความสนใจ ซึ่งประเทศไทยได้ตอบรับเงื่อนไขหลายๆ อย่างมาจากเวทีโลก โดยการพัฒนาประเทศหลังจากนี้ ในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจไม่สามารถละเลยเรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องมีนโยบายสาธารณะที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อเปลี่ยนปัญหาเหล่านี้ให้เป็นโอกาสแก่ภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถปรับตัวได้และมีความสามารถในการแข็งขันที่สูงขึ้น 

ทั้งนี้ ปัญหาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ องค์การระหว่างประเทศต่างๆ ได้เรียกร้องให้นานาประเทศมีมาตรการในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในกิจกรรมทั้งบนบก ทางทะเล และทางอากาศ หลายประเทศที่เป็นคู่ค้า และแหล่งทุนสำคัญของประเทศไทยก็ได้เริ่มกำหนดมาตรการเพื่อกีดกันสินค้า และการลงทุน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม กสิกรรม การเงิน การธนาคาร และการท่องเที่ยว 

นายอุตตม กล่าวต่อว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต้องครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ ดังนั้นการจัดทำกฎหมายสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นนโยบายที่เร่งด่วน และต้องเป็นกฎหมายที่ทันสมัย สามารถใช้บังคับได้ในทุกภาคเศรษฐกิจของไทย ไม่ใช่เป็นแบบไซโล ต่างคนต่างทำอีกต่อไป ต้องมองในเชิงนโยบาย และการบริหารจัดการ ต้องมีโต้โผดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะหากไม่มี เมื่อเอกชนจะขยับทีก็ต้องถอยครึ่งก้าว ถอยสองก้าว เพราะรัฐไม่ชัดเจน ตนมองว่าคณะกรรมการที่ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีอำนาจไม่พอ หากเปรียบเทียบเหมือนตอนทำอีอีซี จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าพวกตนไม่ไปขอนายกฯ เสนอ แต่งตั้ง และออกกฎหมาย ถ้าทำอย่างนี้จึงจะมีการยอมรับ

ดังนั้น ต้องมีตัวกลาง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานลักษณะไหนก็ตาม แต่ที่สำคัญคือ...

1. ต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคตเป็นอย่างไร ประเทศต้องการการปรับเปลี่ยน พรรคสร้างอนาคตไทยพูดเสมอว่าเราอาสามาทำงานเพื่อขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศ นี่คือหนึ่งในนโยบายห้าสร้างของพรรค คือ สร้างเศรษฐกิจใหม่โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ดังนั้นเรื่องนี้จะอยู่ในนโยบายของพรรคด้วย แต่จะทำอย่างไรให้เกิด หน่วยงานต้องดูให้ลึกว่าผลกระทบเป็นอย่างไร ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ แต่ต้องเป็นดูระยะยาว ส่วนที่ท้าทาย คือจะวางยุทธศาสตร์อย่างไรให้ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม และภายในระยะเวลาเท่าไหร่  

2. ต้องให้เอกชนเข้าร่วมตั้งแต่ต้น แค่เพียงรัฐบาลไม่พอ รัฐมีหน้าที่สนับสนุนให้เอกชนเดินอย่างมีแต้มต่อ เพราะสุดท้ายต้องเกิดการแข่งขันในเวทีโลกอย่างแน่นอน เป็นกลไกตลาดที่ต้องค้าขาย เราต้องฉลาดที่จะค้าขาย รัฐต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะเดินอย่างไร เดินกับใคร 

3. ที่สำคัญ คือเรื่องการสื่อสาร วันนี้จะทำอย่างไรให้คนไทยเข้าใจ ว่าเรื่องดังกล่าวกระทบต่อเขาอย่างไร

“เรื่องการบริหารจัดการคาร์บอน จะเป็นความท้าทายของรัฐบาลหน้าว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์กับภาคเศรษฐกิจทั้งการสร้างเศรษฐกิจใหม่ และการแก้ปัญหาเชิงรุกให้กับขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบาย 5 สร้างของพรรค ที่พร้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อน โดยพรรคให้ความสำคัญครอบคลุมทั้งในเรื่องกฎหมายและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับเรื่องนี้ ขอย้ำว่าพรรคจะใส่เรื่องนี้ไว้ในนโยบายพรรคอย่างจริงจัง” นายอุตตม กล่าว

'ธนาธร' ชูธง ผู้บริหารท้องถิ่นในแบบกทม. ผู้บริหารสูงสุดต้องมาจากการเลือกตั้งของปชช.

'ธนาธร'ชูธง จุดหมายสูงสุดของการกระจายอำนาจที่แท้จริงคือการที่ทุกจังหวัดมีรูปแบบการปกครองท้องถิ่น เหมือนกับกรุงเทพฯ ผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดต้องมีเพียงคนเดียวมาจากการเลือกตั้งของประชาชน 

(13 ก.ค.65) เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความว่า

ท้องถิ่นในแบบ กทม. คือ end game ที่ประเทศไทยต้องไปให้ถึง

เมื่อวานนี้ ผมได้มีโอกาสรับเชิญไปพูดคุยในรายการ The Politics ของมติชน เรื่องการรณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่น ที่คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ตลอดจนประชาชนทุกภาคส่วนจากทุกจังหวัด ร่วมกันรณรงค์ชักชวนเข้าชื่อ จนเราได้มากว่า 8 หมื่นรายชื่อ และได้มีการยื่นต่อรัฐสภาไปแล้ววันนี้

ในช่วงหนึ่งของรายการ พิธีกร อุณเอ๊ก-คุณอ๊อฟ ได้ถามผมถึงกรณีของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นกระแสและความหวังให้แก่คนจำนวนมาก ว่าสุดท้ายแล้วปรากฏการณ์นี้กำลังบ่งบอกอะไรกับเรา

ผมตอบไปว่าในท้ายที่สุดแล้วปรากฏการณ์แห่งความหวังนี้ คือจิตวิญญาณของการกระจายอำนาจ ที่มีการต่อสู้ขับเคลื่อนกันมาตั้งแต่สมัยการรณรงค์ พ.ร.บ.จังหวัด … มหานคร มาจนถึงการรณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่นของเราในวันนี้ นั่นคือจิตวิญญาณแห่งความปรารถนา ที่จะให้แต่ละพื้นที่มีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรของตัวเอง

กรุงเทพมหานครฯ เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีการเลือกตั้งนายก อบจ.กรุงเทพฯ ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ มีโครงสร้าง อบจ. จากการเลือกตั้ง อยู่คู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้ง และนี่คือโครงสร้างที่มีปัญหามาก เพราะนายก อบจ. ต่างต้องอยู่ภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากส่วนกลาง

ดังนั้น หากถามผมว่าจุดหมายสูงสุด (end game) ของการกระจายอำนาจที่แท้จริงคืออะไร สำหรับผม นั่นคือการที่ทุกจังหวัดมีรูปแบบการปกครองท้องถิ่น เหมือนกับกรุงเทพมหานครฯ

ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของแต่ละจังหวัด จะเรียกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ. ประธานจังหวัด ฯลฯ จะเรียกชื่อว่าอะไรก็ได้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

สาระสำคัญที่สุด คือการที่ผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดคนนั้น ต้องมีเพียงคนเดียว และคน ๆ นั้นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น ไม่มีบุคคลอื่นที่แต่งตั้งจากส่วนกลางมามีอำนาจทับซ้อนกันแบบที่เป็นในปัจจุบัน โดยคน ๆ นั้นและผู้บริหารจังหวัดมีอิสระในการจัดสรรทรัพยากรในจังหวัดของตนเอง โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งจากส่วนกลาง

ดังนั้น ปรากฏการณ์การได้รับเลือกตั้งอย่างท่วมท้นของคุณชัชชาติ ที่ตามมาด้วยการลงมือลงแรงทำงานอย่างแข็งขันของคุณชัชชาติ การสะท้อนและการรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนอย่างท่วมท้น จนในที่สุดกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งความหวังขึ้นมา

ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าคุณชัชชาติจะเป็นผู้ว่าฯ ที่ดี เพราะคุณชัชชาติมาจากการแต่งตั้งโดยประชาชน ใช้อำนาจของประชาชน ในนามประชาชน เพื่อรับใช้ประชาชน ทำให้อย่างน้อยที่สุดเราพูดได้อย่างมั่นใจ ว่าคุณชัชชาติคือผู้ว่าฯ ที่ดีกว่าผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้งแน่นอน

และยิ่งเมื่อบวกกับความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนทุกวันนี้ ที่เป็นสิ่งที่คอยผลักดัน กำกับควบคุม และตรวจสอบถ่วงดุลคุณชัชชาติ ให้ต้องฟังเสียงของประชาชน ทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน และทำตามความต้องการของประชาชนมากที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top