Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

แลกหมัด!! ชนก VS ชัยวุฒิ ศึกอภิปรายซักฟอกรัฐบาล

>> ชนก จันทาทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย
ดิฉันขออภิปรายซักฟอก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรณีขาดคุณสมบัติตามประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นแบบอย่างที่ดี ตั้งแต่ได้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ทำตัวเชิดหน้าชูตาหญิงอื่น ทำร้ายจิตใจภรรยา แสนสาหัส ล่าสุดก็ได้มีการหย่าร้างกับภรรยา

>> นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
การอภิปรายด้วยเรื่องต่ำๆ คนพูดก็ต่ำจะไปด้วย และอาจมีคดีหมิ่นประมาทแถมติดตัวไป การไปฟังใครมโน ไร้ข้อเท็จจริง แล้วหยิบมาพูด แสดงให้เห็นว่าผู้ให้ข้อมูลมีเจตนากับท่านเท่าไรนัก ส่วนเรื่องการดึงคนใกล้ตัวมาทำงาน ต้องเรียนว่า คนที่มาช่วย ไม่มีตำแหน่ง ไม่ได้เงิน มาด้วยใจ ส่วนคนไหนเก่งและอยากสมัครในองค์กรต่างๆ เองก็ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญใดๆ จนกว่าเขาจะทุจริต ท่านก็ไปฟ้อง ปปช.ซะ

แลกคนหมัด!! ศึกอภิปรายซักฟอกรัฐบาล

วิวาทะศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน

‘เพื่อไทย’ เชือด ‘จุรินทร์’ ตามจิกทุจริตถุงมือยางภาคสอง

‘เพื่อไทย’ เชือด ‘จุรินทร์’ ตามจิกทุจริตถุงมือยางภาคสอง ทอดเวลาเปิดทางให้โยกย้าย- ฟอกเงิน เปิดเอกสารเส้นทางเงิน2 พันล้าน คาดเงินวกกลับกระทรวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา อัด ‘บิ๊กตู่ง เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ กลัวเก้าอี้นายกฯสะเทือน จ่อนำข้อมูลใหม่ยื่น ป.ป.ช.อีกรอบ

(20 ก.ค.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายฯ ถึงนายจุรินทร์ในข้อหาการทุจริตถุงมือยางภาคสอง โดยพล.อ.ประยุทธ์รู้ถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นอย่างดีในวงเงิน 2,000 ล้านบาท แต่กลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการใด ๆ จนความเสียหายเกิดขึ้นและปัจจุบันยังไม่สามารถติดตามเงินกลับคืนมาได้ พล.อ.ประยุทธ์กลับทำตัวกลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่ปากว่าตาขยิบ รู้ว่านายจุรินทร์มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เกรงใจไม่กล้าปลดออกจากตำแหน่ง เพราะเกรงว่าสถานะนายกฯอาจไม่มั่นคง เพราะเกรงว่านายจุรินทร์จะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล จึงปล่อยปละละเลยการทุจริตที่เกิดขึ้น นายจุรินทร์มีพฤติกรรมฉ้อฉล ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รู้เห็นเป็นใจปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น สาเหตุเนื่องจากกลุ่มบุคคลทุจริตนั้นเป็นบุคคลใกล้ชิด เป็นบุคคลที่ตนเองแต่งตั้งขึ้นมาโดยไม่อายัดเงินให้ทันต่อเหตุการณ์

อีกทั้งยังมีเจตนาทอดเวลาจนในที่สุดกลุ่มผู้กระทำการทุจริตได้นำเงินที่ได้นั้นไปทำการฟอกเงิน กระจายเงินไปตามบัญชีต่าง ๆ จนไม่สามารถติดตามได้ ซึ่งการอภิปรายฯครั้งนี้มีข้อมูลใหม่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การฟอกเงิน โดยมีเส้นทางการเงินของบริษัทการ์เดียน โกลฟส์ จำกัดว่ามีการโอนเงินไปให้ใคร องค์การคลังสินค้าได้ทำสัญญาขายถุงมือยาง จำนวน 7 สัญญามูลค่า 186,100 ล้านบาท สร้างข้อมูลอันเป็นเท็จว่ามีการสั่งซื้อจากบริษัท 7 แห่งจำนวนมาก เพื่อต้องการอ้างเหตุว่ามีออเดอร์ โดยจัดซื้อจากบริษัทการ์เดียน โกลฟส์ จำกัดจำนวน 500 ล้านกล่อง กล่องละ 225 บาทมูลค่า 112,500 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับเงินมัดจำไปแล้ว 2,000 ล้านบาทจากองค์การคลังสินค้า แต่องค์การคลังสินค้า ยังไม่ได้รับมอบถุงมือยางแต่อย่างใด และปัจจุบันได้ยกเลิกสัญญาแล้ว

นายประเสริฐ อภิปรายต่อว่า จากการอภิปรายฯ ครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ (18 ก.พ. 64) เห็นได้ชัดว่าการทุจริตเกิดขึ้นจริง เงิน 2,000 ล้านบาทยังติดตามคืนไม่ได้ ผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตยังใช้ชีวิตหรูหรา ใช้นาฬิกายี่ห้อริชาร์ดมิลล์ ซื้อรถแลมโบกินี่ รถบีเอ็มดับบลิว และบ้านใหม่หลายล้านบาท ลอยนวลในสังคมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยตนได้ยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 64 ต่อมาป.ป.ช.ได้ทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 64 จำนวน 22 ราย มีการไต่สวนเบื้องต้นเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาว่ามีมูลความผิดจริงจนป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา โดยเฉพาะประธานบอร์ดองค์การคลังสินค้า แต่นายจุรินทร์ไม่สนใจปล่อยให้ทำหน้าที่ต่อไปจนหมดวาระ และไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวน พฤติกรรมของ นายจุรินทร์ อ้างผอ.องค์การคลังสินค้าว่ามีรายงานให้ตน 4 ครั้ง เพราะกลัวภัยจะมาถึงตัวและเคยตอบในสภาฯว่าตนเองเป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ ตนคิดว่าถ้าเป็นแค่นั้นอย่ามาเป็นรัฐมนตรีเลย แต่กลับปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งที่กฎหมายให้อำนาจ วันนี้ตนมาทวงถามให้นายจุรินทร์ได้ตอบว่าเคยมีหนังสือไปบอร์ดองค์การคลังสินค้าหรือไม่ในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตที่เกิดขึ้น

'สร้างอนาคตไทย' ชี้!! 'สมคิด' เหมาะแคนดิเดตนายกฯ ไม่แคร์!! แม้ 'ทักษิณ' บลัฟเป็นได้แค่ขุนคลังยุคทรท.

จากกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้มีการกล่าวพาดพิงถึง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่าเคยเป็นคนติดตามตนมาตลอด และหวังจะเคลมผลงาน 30 บาทรักษาทุกโรค อีกทั้งเคยถูกทักโหวงเฮ้งจะได้เป็นนายกฯ พอพรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาล ก็ได้เป็นแค่รัฐมนตรีคลังนั้น

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า หลายนโยบายของพรรคไทยรักไทย ถือเป็นนโยบายที่ดี และมีบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ จากหลากหลายวิชาชีพ ได้เข้ามาช่วยกันระดมสมอง จนเกิดเป็นนโยบายต่างๆ ขึ้นมาได้ และคุณทักษิณก็เป็นผู้นำในการนำเสนอนโยบายต่างๆ เพื่อนำมาเปลี่ยนแปลงประเทศในขณะนั้นได้จริง 

ดร.สมคิด ยังเคารพนับถือคุณทักษิณไม่เปลี่ยนแปลง และการที่ ดร.สมคิด ได้เข้าไปช่วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น เป็นเพราะมองเห็นปัญหาของบ้านเมืองที่กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต จึงได้เข้าไปเพื่อช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งโครงสร้างทางการเมืองและแนวทางในการทำงานร่วมกันเปลี่ยนไป ดร.สมคิด จึงต้องขอถอยออกมา

'ชัยวุฒิ' โต้กลับ 'ศรัณย์' กรณีคนไทยถูกหลอกไปทำงานในต่างประเทศ

จากกรณีที่ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายฯนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่คนไทยถูกหลอกไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อโทรศัพท์กลับมาหลอกคนไทย

โดย นายชัยวุฒิ ได้ชี้แจงว่า ทั้งหมดที่พูดมาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ จึงอยากให้เข้าใจทุกประเทศมีปัญหาเช่นนี้ ขณะที่ประเทศไทยที่มีปัญหาหนัก ส่วนหนึ่งเพราะมีระบบอินเทอร์เน็ตที่ดีมาก มีคนใช้อินเทอร์เน็ตแพร่หลายไม่ต่ำ 80% ของคนไทยทั้งประเทศ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากนโยบายนายกรัฐมนตรี เรื่องไทยแลนด์ 4.0 ในการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศ ถือเป็นผลงานของรัฐบาล แต่เมื่อมีคนดีก็มีคนร้ายเข้ามาเอาเปรียบหลอกลวงสร้างปัญหาให้กับสังคม แต่รัฐบาลได้ตั้งหน่วยงานมาแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ พร้อมการแก้ไขคดีออนไลน์ทุกรูปแบบ 

ส่วนระบบสปายแวร์ที่มีการเข้าไปติดตามหรือดักฟังโทรศัพท์อะไรต่างๆ นั้น ยอมรับว่า มีจริงและเคยศึกษาถึงเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่า กระทรวงดีอีเอสไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้ เพราะไม่มีอำนาจ โดยเท่าที่ทราบจะเป็นงานด้านความมั่นคงหรือด้านยาเสพติด เช่น ในกรณีต้องจับคนร้ายก็ต้องมีการดักฟังว่ามีการส่งยาที่ไหน เป็นต้น ซึ่งใช้ในเรื่องที่เป็นคดีพิเศษและคดีสำคัญ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลและไม่มีอำนาจ

มีไหม? คุณสมบัติ '3 ดี' ที่ประชาชนจะได้จาก 'ฝ่ายค้าน' หนนี้!!

เพจเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha’ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่านครับ

ช่วงวันที่ 19-23 ก.ค. นี้ ผมมีภารกิจเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ตามญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ณ สัปปายะสภาสถาน (รัฐสภาแห่งใหม่) หมายถึง  "สถานที่ประกอบกรรมดี” ซึ่งการขึ้นอภิปรายของผมช่วงเช้านี้ มีสาระสำคัญดังนี้

1. ขอให้ช่วยกันขบคิด ถกแถลง ทำหน้าที่ตนให้ดีที่สุด ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ แก้ปัญหาไปด้วยกัน ละทิ้งทิฐิ อคติส่วนตน นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

2. ช่วงวิกฤตโควิด 2 ปีที่ผ่านมา เราแก้ปัญหาไปได้ด้วยดี ทำงานแบบบูรณาการ เป็นตัวอย่างที่ดีให้หลายประเทศ จนสามารถเปิดประเทศได้มากขึ้นตามลำดับ ระบบเศรษฐกิจดีขึ้น โดยตัวเลขในด้านการท่องเที่ยวก็ดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวจากครึ่งปีที่ผ่านมา 2.2 ล้านคน เกิดรายได้ 1.25 ล้านบาท ไทยเที่ยวไทย 67.8 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจทุกระดับ หลายรอบ มากกว่า 4.3 แสนล้านบาท

3. ประเทศในปี 2524 ยุคโชติช่วงชัชวาล จากการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย แล้วขยายผลเป็นนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก และโครงการอิสเทิร์นซีบอร์ด ต่อมาปี 2531 ไทยขับเคลื่อนด้วยนโยบาย "เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า"  มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เปลี่ยนจาก Analogue สู่ Digital เป็นต้น เป็นยุคที่ไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ...แต่น่าเสียดาย เพราะไม่มีนโยบายที่โดดเด่นมากพอ และ 10 กว่าปีมาแล้วที่มีแต่ความขัดแย้ง จึงไปไม่ถึงจุดหมาย

4. เมื่อผมเข้ามาบริหารประเทศ จึงต้องการพลิกโฉมประเทศไทย โดยผลักดัน 3 เรื่องสำคัญ 
(1) ประกาศวิสัยทัศน์ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" 
(2)  ผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และปฏิรูปในทุกมิติ 
(3) ขับเคลื่อนนโยบาย "ไทยแลนด์ 4.0" เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม พร้อมทั้งส่งเสริม 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และสร้างเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นพื้นที่การลงทุนใหม่ๆ บ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ ๆ  และเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนความเจริญประเทศในระยะต่อไป

อนุสรณ์ แนะ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมรับมือฝ่ายค้านให้ดี ไม่อย่างนั้นมีโอกาสเสียทรงสูง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ท้าเอาคนดีกว่ากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน ว่า น่าเสียดายที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถก้าวข้ามความเป็นตัวของตัวเอง แทบทุกครั้งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีพัฒนาการ ละทิ้งโอกาสที่จะได้แสดงวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่สามารถควบคุมได้ แสดงภาวะผู้นำ แทนที่จะตอบคำถามว่าจะแก้ไขวิกฤตของประเทศชาติและประชาชนอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กลับตอบตามแบบที่อยากตอบ ตอบไม่ตรงคำถาม ที่หนักกว่าและถือว่าเกินความจำเป็นไปมาก คือพอจวนตัวนอกสคริปต์จนเสียทรงก็ไปพาดพิงอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แสดงว่าที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยบอกจะทำงานเพื่อทุกคน ไม่เป็นศัตรูกับใคร ย้อนแย้ง คำพูดสวนทางกับการกระทำ หรือประชาชนเรียกร้องผิดให้ก้าวข้ามดร.ทักษิณ ก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งแสวงหาความปรองดองสมานฉันท์ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยทำได้ ทำเหมือนกับว่าดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นศูนย์กลางจักรวาลในใจของพล.อ.ประยุทธ์ตลอดเวลา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่พรรคร่วมฝ่ายค้านพุ่งเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

'ทักษิณ' โวย 'สมคิด' เคลมผลงาน 30 บาทรักษาทุกโรค แฉ!! คงยังติดใจหมอดูทักโหงวเฮ้งจะได้เป็นนายกฯ

'ทักษิณ' โวย 'สมคิด' เคลมผลงาน 30 บาทรักษาทุกโรค ฟาดกลับ เคยเป็นคนติดตามตนมาตลอด ถูกทักโหงวเฮ้งจะได้เป็นนายกฯ แต่ได้เป็นแค่รัฐมนตรีคลัง สงสัยตอนนี้เขายังติดใจคิดว่าจะได้เป็นนายกฯซักวันมั้ง

(20 ก.ค. 2565) เฟซบุ๊กเพจ "CARE คิด เคลื่อน ไทย" ได้เผยแพร่คำกล่าวของนายทักษิณ ชินวัตร ในรายการ CareTalk x Care ClubHouse "โลกป่วน ผู้นำเปลี่ยน ไทยจะรับมืออย่างไร " ตอนหนึ่งว่า

“...หมอดูเคยบอกสมคิดว่าจะได้เป็นนายกฯ แต่เป็นได้แค่รมต.คลัง สงสัยตอนนี้ยังคิดว่าจะได้เป็นนายกฯอยู่มั้ง...”

พอพูดถึงสมคิดนะ สมคิดเนี่ย เป็นคนที่ติดตามผมมาโดยตลอดตั้งแต่ทำธุรกิจ พอผมเป็นรมต.ต่างประเทศ ก็วิ่งเต้นขอเป็นที่ปรึกษาให้ผม พอผมกลับมาบริษัท เป็นรองนายกฯ ก็ขอตามมา จนสุดท้ายขอลาออกกับผม ไปทำงานกับทนง พิทยะ หลังจากนั้นผมตั้งพรรคก็ขอมาอยู่กับผม ผมบอกว่าให้มาช่วยทำงาน ส่วนใหญ่เป็นการตั้งประเด็น วางกรอบ

พอตั้งรัฐบาลได้ปุ๊บ เขาขอเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ หรือทบวงมหาวิทยาลัยก็ได้ ผมหารัฐมนตรีคลังไม่ได้ แต่เห็นสมคิดอยู่มาตลอด ก็เอาว่าเป็นรัฐมนตรีคลังเลยแล้วกัน เขารู้แล้วตกใจกลัวเลย ที่มาเคลมผลงานนะ สรุป 30 บาทไม่เกี่ยวกับสมคิดเลย นั่นเป็นของหมอสงวน หมอเลี้ยบ พี่อ้วนภูมิธรรม

ขอเล่าต่ออีกนิด มีอยู่วันหนึ่ง ผมจ้างทีมธรรมศาสตร์มาเขียนนโยบาย จ้างอาจารย์หนึ่งในนั้นมา แล้วเขาเป็นคนจีนที่ดูโหงวเฮ้ง จู่ๆ แกทักโหงวเฮ้งสมคิดว่าจะได้เป็นนายกฯ แต่ไม่ได้ทักผมว่าจะเป็นนายกฯ พอพรรคผมได้เป็นรัฐบาล สุดท้ายสมคิดได้เป็นแค่รัฐมนตรีคลัง สงสัยตอนนี้เขายังติดใจ คิดว่าจะได้เป็นนายกฯซักวันมั้ง

ทราบดีว่า ท่านชื่นชมคนทำงานมาก่อน ว่าดีกว่าผมโน่นนี่ ไม่เป็นไรครับ ก็เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน

ทราบดีว่า ท่านชื่นชมคนทำงานมาก่อน ว่าดีกว่าผมโน่นนี่ ไม่เป็นไรครับ ก็เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
กล่าวชี้แจงในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่อาคารรัฐสภา
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565

‘เฉลิมชัย’ มั่นใจ ‘ปชป.’ เสียงไม่แตก โหวตหนุน ‘นายกฯ-รมต.’ เต็มที่

จากกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ (18 กรกฎาคม 2565) ในการประชุมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.บัญชีราย พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบว่าจะขอใช้สิทธิ์ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคบางคนนั้น 

ล่าสุด (19 ก.ค.65) ที่รัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงความมั่นใจของพรรคประชาธิปัตย์ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า “คะแนนเสียงไม่มีปัญหา”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top