Sunday, 14 June 2026
POLITICS NEWS

'เพื่อไทย' ชี้!! ปัญหากดขี่-เอาเปรียบในกองทัพยังอยู่ จี้!! 'ประยุทธ์' จัดการปัญหา ให้สม 'ผู้นำชายชาติทหาร'

(21 ต.ค. 65) ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวกระบวนการหักหัวคิวเงินกู้ซื้อบ้านพักสวัสดิการทหาร โดยมีอดีตนายทหารชั้นผู้น้อยและบริษัทผู้ประกอบการสร้างบ้านเข้าให้ข้อมูลกับสื่อจนถูกข่มขู่ซ้ำอีกว่า เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ถูกซุกไว้ใต้พรม แม้จะถูกเปิดโปงภายหลังเหตุโศกนาฏกรรมที่ จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2563 แต่วงจรอุบาทว์นี้ยังคงวนเวียนกัดกร่อนสังคมไทยไม่ถูกแก้ไขมาจนทุกวันนี้จนเกิดการร้องเรียนขึ้นอีก 

ประชาชนคนไทยรู้สึกผิดหวังละอายใจที่ต้องรับฟัง ‘ชุดคำตอบ’ เดิม ๆ จากผู้รับผิดชอบว่า ‘เป็นการกระทำส่วนบุคคล’ ทั้งที่สาเหตุหลักของการเหตุสลดต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีที่มาจาก ‘ระบอบอำนาจนิยมภายในกองทัพ’ ที่ทหารชั้นผู้น้อยถูกเอารัดเอาเปรียบทั้งในมิติของอำนาจ ค่าจ้าง และความเป็นมนุษย์ ใช่หรือไม่ การกดขี่ทางชนชั้นของกองทัพเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในสังคมไทย สะท้อนผ่านหลายกรณี เช่น ทหารรับใช้แรงงานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย กำลังพลล่องหนใน กอ.รมน. หรือคลิปการใช้อำนาจของผู้นำหน่วยขณะสั่งสอนทหารชั้นผู้น้อย ซึ่งในยุคสมัยนี้ไม่ควรต้องมีใครถูกกดทับด้วยอำนาจภายใต้เงินภาษีของประชาชนอีกแล้ว

'นริศ' ย้ำ!! 'สร้างอนาคตไทย' ยังไม่มีดีลรวมกับพรรคไหนทั้งสิ้น

วันที่ (21 ต.ค. 2565) ที่พรรคสร้างอนาคตไทย นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการรวมพรรคสร้างอนาคตไทยกับพรรคอื่น ๆ ว่า พรรคสร้างอนาคตไทยยืนยันว่าพรรคไม่มีแนวคิดเช่นนั้นแต่อย่างใดตามที่ผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทยได้เคยชี้แจงไปแล้ว หากพรรคจะร่วมมือกับใคร จะต้องให้เกิดพลังทางการเมืองเพื่อประโยชน์ในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากจะมีการรวมกันก็จำเป็นต้องเห็นตรงกันในอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน รวมถึงแนวทางการทำงาน ขอเรียนยืนยันว่าขณะนี้พรรคยังไม่มีข้อตกลงที่จะรวมพรรคกับพรรคใด ๆ ทั้งสิ้น 

นายนริศ กล่าวย้ำว่า ขณะนี้พรรคกำลังทำงานในการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และนำพาประเทศออกจากวิกฤติทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่นี้ไปให้ได้

‘ทิพานัน’ ยก ‘บิ๊กตู่’ สร้างแต่ความเจริญ ซัด ‘หนี้โกงจำนำข้าว’ ต่างหากคือมรดกบาป

‘ทิพานัน’ ยกผลงาน ‘พล.อ.ประยุทธ์’ มีแต่ ‘มรดกแห่งความเจริญ’ ตอกเพื่อไทย ‘มรดกบาป’ คือหนี้โกงจำนำข้าวและอดีตนายกฯคอร์รัปชันสร้างตำนานถุงขนม 2 ล้าน ทำลายกระบวนการยุติธรรม 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความกังวล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะออกพระราชกำหนดกู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาทเพื่อการเมือง ไม่เกิดประโยชน์และทิ้งมรดกบาปให้กับประชาชนว่า พรรคเพื่อไทยอาจเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์สร้างไว้ มีแต่ ‘มรดกแห่งความเจริญรุ่งเรือง’ ให้กับประเทศไทยและเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เห็นได้ชัดโครงการรถไฟฟ้าหลายสายที่กำลังทยอยเปิดใช้บริการ โครงการรถไฟความเร็วสูง-ทางคู่ การยกระดับคมนาคมทางถนน-ทางราง ยกระดับสนามบินภูมิภาค และปรับปรุงคมนาคมทางน้ำ จนเกิดเป็นศูนย์กลางการเชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อของภูมิภาค 

มีการขยายการลงทุนเดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยกระดับสวัสดิการสังคมด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายอย่างยั่งยืนทำให้สหภาพยุโรปปลดล็อกใบเหลือง IUU ประมงไทย รวมทั้งแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ปรับภูมิทัศน์ริมคลองเน่าหลายสายและสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน นอกจากนี้ในเวทีระดับนานาชาติ ประเทศไทยยังได้รับการยอมรับติดอันดับโลกในหลายด้านหลากมิติ ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index - HDI) ของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน

“ที่สำคัญคือสามารถกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือหลายด้าน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และเพิ่มรายได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างมรดกความเจริญที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงมือทำไว้” น.ส.ทิพานัน กล่าว

'เพื่อไทย' จับตา!! 'ประยุทธ์' กู้เงินช่วงใกล้หมดวาระฯ หวั่น!! ใช้เงินเล่นเกมการเมือง มากกว่าทำเพื่อปชช.

(21 ต.ค. 65) ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็จะหมดวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่สิ่งที่นายกฯ จะทำต่อจากนี้คือการออกพระราชกำหนดเงินกู้อีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาใช้จ่าย โดยมีสาเหตุมาจากรัฐบาลเองบริหารเศรษฐกิจล่มสลาย เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าหมาย เลยทำให้ตลอด 8 ปีของตำแหน่งนายกฯ ต้องกู้เงินมาใช้โดยตลอด

ไม่ว่าพลเอกประยุทธ์ จะเล่นการเมืองหรือไม่ต่อไป แต่สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ทิ้งไว้ คือหนี้ก้อนโตมหาศาล เป็นมรดกหนี้บาปให้ประชาชน ทิ้งไว้ชั่วลูกชั่วหลานให้ใช้หนี้แทนไม่สิ้นสุด ที่สำคัญคือ หนี้ที่กู้มาแล้วใช้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจได้ หวั่นใจว่าเงินกู้ที่จะกู้มาเพื่อให้พรรคพวกของพลเอกประยุทธ์ได้ประโยชน์จากเงินกู้ประชาชน

ปชป. จ่อเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. เมืองคอนทั้ง 9 เขต ‘ชินวรณ์’ ยกปชป.เป็นยางพารา พรรคอื่นแค่บอนสี

‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ จ่อ...เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เมืองคอนทั้ง 9 เขต ‘ชินวรณ์’ ส่งลูกสาวลงชิงเขต 6 ลั่นกวาดยกจังหวัดเปรียบ ‘ปชป.’ เหมือนยางพารา มีขึ้นมีลง พรรคอื่นเป็นแค่บอนสี

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมผู้สมัคร ส.ส.ในจังหวัดนครศรีธรรมธรรมราช ทั้ง 9 เขต ว่า ขณะนี้ได้ผู้สมัครครบทั้ง 9 เขต แล้ว โดยจะมีการเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พ.ย. 65 มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค เป็นผู้ไปเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 9 เขต

นายชินวรณ์ เปิดเผยว่า มีบุตรสาวของตนลงสมัครในเขต 6 ด้วย คือ น.ส.ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถประสานกับคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ในพรรคได้ มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราชจะขานรับพรรค ปชป. จึงเชื่อว่าเราสามารถทำได้ทั้ง 9 เขต เนื่องจากเราได้คนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่าประสานเป็นเนื้อเดียวกัน พรรค ปชป.มีกระแสที่ดีขึ้นในภาคใต้ และการเลือกตั้งในระบบบัตร 2 ใบ จะทำให้ประชาชนตัดสินใจ ‘เลือกคนที่เรารัก เลือกพรรคที่เราชอบ’ เหมือนที่ประชาชน เคยตัดสินในมาแล้ว

“วันนี้ พรรค ปชป. ที่ประชาชนพูด เขาบอกว่า พรรคปชป.ก็เหมือนกับยางพารา มีขึ้นมีลง แต่เป็นพืชเศรษฐกิจ แต่พรรคอื่นเป็นบอนสี ดังชั่วคราวเท่านั้นเอง” นายชินวรณ์ กล่าว


เรื่อง : นายหัวไทร

‘ทิพานัน’ ยกยอดใช้จ่ายคนละครึ่ง3.4หมื่นล้าน ตอก ‘เพื่อไทย’ หลังขวางไม่เกิดประโยชน์ต่อศก.

‘ทิพานัน’ ยกยอดใช้จ่ายคนละครึ่ง3.4หมื่นล้าน ตอกเพื่อไทยขวางคนละครึ่ง ชี้ไม่เห็นแก่ประโยชน์ประชาชนกว่า25ล้านคน แต่กลับมีพฤติกรรมคล้ายหนุนนโยบายพานักโทษหนีคดีเพียง 2 คนกลับบ้าน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยแสดงความคิดเห็นคัดค้านโครงการคนละครึ่งว่า ไม่ได้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจว่า โครงการคนละครึ่งที่เฉพาะเฟส 5 ที่กำลังดำเนินการอยู่นี้มีประชาชนกว่า 26.5 ล้านคนและร้านค้ารายย่อยเกือบ 1 ล้านรายได้ประโยชน์ และผลประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของนักการเมือง แต่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า เมื่อเอาตัวเลขข้อมูลมาพิจารณา พบว่าตัวเลขผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วม 9.67 แสนราย เป็นผู้ประกอบการรายใหม่เฟส 5 ถึง 2.28 หมื่นราย แสดงถึงร้านค้ารายย่อยเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรง และมีจากข้อมูลล่าสุดคนละครึ่งเฟส 5 ที่มียอดใช้จ่ายสะสมถึง 34,310.23 ล้านบาท (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 ต.ค. 65) 

เห็นได้ชัดว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จจริงในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบและยั่งยืนได้ จึงไม่ใช่โครงการที่เป็นการเสียเงินไปฟรี ๆ ตามที่นายพิชัยแสดงความเห็นแบบไร้ข้อมูล

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การที่นายพิชัยเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินมากกว่าโครงการคนละครึ่งนั้น ต้องถามว่า นายพิชัยไปอยู่ดูไบมาหรืออย่างไร ถึงไม่รู้ว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมุ่งเป้าเจาะรายบุคคล และประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับกระทรวงการคลังและเจ้าหนี้ 65 ราย ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาล จัดกิจกรรม 'มหกรรมร่วมใจแก้หนี้' ขึ้น เปิดให้ลงทะเบียนทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 65 เพื่อให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้จากผลกระทบวิกฤติโควิด-19 ปัญหาค่าครองชีพ สามารถแก้ไขหนี้และเริ่มต้นใหม่ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีโครงการสัญจรด้วย ซึ่งทางธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารออมสิน / ธ.อ.ส. / ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย จะจัด 'มหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจร' ใน 5 อีกจังหวัด  

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ส่วนในกรณีลูกหนี้ไม่สามารถเข้าร่วมมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ได้ ก็ยังมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ เช่นกรณีหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน สามารถเข้าร่วมโครงการ 'คลินิกแก้หนี้' และมีโครงการ 'ทางด่วนแก้หนี้' เป็นช่องทางเสริมเพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านการชำระหนี้ ในขณะที่ลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจสามรถขอรับคำปรึกษาแก้ไขหนี้ผ่านทางโครงการ ‘หมอหนี้เพื่อประชาชนได้’

‘เทพมนตรี’ บอก “สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม” พรรคก้าวไกล อาจถูกยุบ ก.พ. 2566

(20 ต.ค. 65) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่า... 

พรรคก้าวไกล อาจถูกยุบ เดือนกุมภาพันธ์ 2566 สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมครับ 

แม้จะไม่ได้มีการระบุสาเหตุ แต่ก็คาดว่าคำพูดดังกล่าว อาจเป็นความต่อเนื่องจากกรณี ‘พรรคไทยภักดี’ ยื่น กกต.ชงยุบพรรค ‘ก้าวไกล’ ปมเสนอนโยบายแก้ ม.112 รวมถึงให้พระสงฆ์มีสิทธิเลือกตั้ง โดยชี้ว่า เป็นการเข้าข่ายขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) พรรคการเมืองฯ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญบอกแล้วว่า การแก้ไข ม.112 หรือ ยกเลิก เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=8288907684484619&id=100000964084010 

‘บิ๊กป้อม’ กร้าว!! ยกกรณีคุณหมอกระต่าย เพิ่มโทษพวก ‘ผิดซ้ำ-เมาขับ-แข่งรถทางหลวง’

พล.อ.ประวิตร มอบ นโยบาย ปก./ลดอุบัติเหตุทางถนน เน้นสร้างการรับรู้ ควบคู่บังคับใช้กม.เข้มข้น ถอดบทเรียน กรณี ‘คุณหมอกระต่าย’ เพิ่มโทษ ผิดซ้ำ/เมาแล้วขับ/แข่งรถในทาง ย้ำ!! สวมหมวกกันน็อก 100% มุ่งรักษาชีวิต ปชช.ทุกคน ให้ปลอดภัย

(20 ต.ค. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน แห่งชาติ ครั้งที่2/2565 ร่วมกับ ผวจ.ทั่วประเทศ ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 เพื่อปรับปรุงมาตรการทางกฎหมาย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การใช้รถใช้ถนน รวมทั้งกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่ เช่น การกำหนดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก, การเพิ่มโทษผู้ทำผิดซ้ำ, การขับรถขณะเมาสุรา, การป้องกันการแข่งรถ เป็นต้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 5 ก.ย. 65 รวมทั้งระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ พ.ศ.2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 ม.ค.66 และรับทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กำหนดให้วันที่ 21 มกราคมของทุกปี เป็น ‘วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน’ เพื่อย้ำเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะ จะต้องระมัดระวังความปลอดภัย ต่อผู้ใช้รถใช้ถนน อย่างยิ่งยวด สืบเนื่องจากเหตุการณ์ วันที่ ‘หมอกระต่าย’ หรือ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ถูกรถจักรยานยนต์ชนบนทางม้าลาย เมื่อ 21 ม.ค.65 ที่ผ่านมาแล้ว

'วัชระ' ลั่นตำแหน่ง ส.ส. ไม่ใช่มรดกหรือทรัพย์สมบัติทางการเมืองของใคร ถึงเวลาแล้วที่การเมืองชัยนาทต้องเปลี่ยนโฉม

วันที่ (20 ต.ค. 65) ที่ อ.เมือง จ.ชัยนาท นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคกลาง พร้อมด้วยนายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ ผู้ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.ชัยนาท นายประวิทย์ สุวรรณสัญญา ผู้ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.พระนครศรีอยุธยา และทีมงาน ลงพื้นที่พบปะพูดคุยแกนนำและกลุ่มชาวบ้าน จ.ชัยนาท โดยนายวัชระ กล่าวว่า จ.ชัยนาท ก็เป็นเหมือนหลายจังหวัดในภาคกลาง คือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ทั้งการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร อีกทั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่กลับเป็นจังหวัดที่ไม่มีความเจริญมากเท่าที่ควร เพราะขาดการดูแลและขับเคลื่อนที่ไม่มากพอ ทำให้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มตามศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งตนมองว่ามาจากสาเหตุหลักๆ 2 ประการคือขาดการดูแลเอาใจใส่จากภาคราชการอย่างเพียงพอ และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือภาคการเมืองไม่ได้ดึงความเจริญหรืองบประมาณลงสู่พื้นที่มากพอและเหมาะสม ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะให้โอกาสคนใหม่และพรรคใหม่เป็นทางเลือกใหม่ได้เข้ามาช่วยพัฒนาพื้นที่ โดยตนอยากให้พี่น้องชาว จ.ชัยนาท ให้โอกาสนายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ และพรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งถึงแม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่เป็นพรรคที่ตนมั่นใจว่ามีทีมเศรษฐกิจเก่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งการันตีได้จากการที่พรรคมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นผู้นำ

'ภูมิใจไทย' ชูจุดยืนค้านแก้ ม.112 ปิดประตูร่วมจัดตั้งรบ.กับก้าวไกล

เมื่อ (19 ต.ค. 65) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมา โดยมีอุดมการณ์ทางการเมือง ปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เป็นข้อแรก เป็นหัวใจในการทำงานของพรรค และเป็นอุดมการณ์ที่สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ทุกคน ยึดถือเป็นหลักในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวอีกว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่มีนโยบาย ไม่มีความคิดเรื่องแก้ไข ม.112 และ ไม่เข้าใจว่าคนที่เสนอแก้ไข ม.112 เดือดร้อนอะไรกับกฎหมายอาญา ม.112

ถ้าเราไม่คิดทำผิดกฎหมาย ทำไมต้องกลัวรับโทษทางกฎหมาย ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่รู้สึกว่ากฎหมายอาญา ม.112 เป็นปัญหาอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ใช้ชีวิตประจำวัน จะมีก็แต่กลุ่มคนที่คิดจะท้าทาย คิดจะทำผิดกฎหมาย แต่ก็กลัวโทษตามกฎหมาย จึงมาเรียกร้องให้แก้กฎหมาย ให้สิ่งที่ตนจะทำ เป็นสิ่งไม่ผิดกฎหมาย ไม่ต้องรับโทษ มีกฎหมายอีกหลายฉบับ ที่ควรจะแก้ไข เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ควรจะไปแก้ไขกฎหมายเหล่านั้น ก่อน

“ผมมั่นใจว่าการแก้ไขกฎหมายอาญา ม.112 ไม่มีทางได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ใครจะคิดอย่างไร ลงมติอย่างไร ก็เป็นสิทธิของเขา แต่พรรคภูมิใจไทย หัวหน้าพรรค พูดแทนสมาชิกทุกคนได้เลยว่า เราไม่แก้ไข และ จะคัดค้าน ขัดขวางถึงที่สุด รวมทั้งจะไม่ร่วมมือ ร่วมทำงาน กับพรรคการเมือง นักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองที่เสนอแก้ไข ม.112 ทุกระดับ รวมไปถึงการจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า หรืออีกกี่ครั้งก็ตาม”

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าพรรคภูมิใจไทย จะไม่จัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไข ม.112 นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีทางอย่างแน่นอน ไม่ใช่เฉพาะพรรคก้าวไกล แต่พรรคภูมิใจไทย จะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคการเมืองที่มีนโยบาย มีแนวคิดแก้ไข ม.112 รวมอยู่ด้วยเพราะมีอุดมการณ์ขัดแย้งกันจนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top