Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'ก้าวไกล' อัด!! คมนาคมซ้ำเติมปชช. 'แก้สายรถเมล์-เปลี่ยนสัมปทาน' หลายสายรถขาดช่วง ผู้คนเดือดร้อน ค่าเดินทางเพิ่มขึ้น

(18 ต.ค. 65) ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ส่งเข้ามาหลายพันข้อความเกี่ยวกับการปล่อยสัมปทาน รถเมล์สาย 140 ให้เอกชนวิ่ง และรถสาย 68 ที่วิ่งน้อยลงส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการต่อรถ

ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา กรมการขนส่งทางบกเริ่มเปิดให้เอกชนหลายรายที่ชนะการประมูลเส้นทางเข้าให้บริการรถเมล์แทนที่ ขสมก.รัฐวิสาหกิจที่ให้บริการอยู่เดิม โดยหลักการดูเหมือนดีที่จะเปิดให้การเดินรถมีการแข่งขัน ประชาชนจะได้คุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น มีระบบตั๋วอัตโนมัติ เดินรถเป็นเวลา เหมือนกับในต่างประเทศ

แต่ความจริงที่เกิดขึ้นไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะระบบของบัตรสวัสดิการของรัฐใช้ไม่ได้ ตั๋วเดือนถูกยกเลิก สิทธิลดหย่อนค่ารถเมล์ของผู้สูงอายุใช้ไม่ได้ในรถร่วมใหม่ที่เข้ามาให้บริการ และเอกชนเลือกวิ่งเฉพาะเวลาที่ตัวเองได้กำไร แต่ในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการใช้บริการกลับไม่มีการวิ่ง ซึ่งต่างจากเดิมที่ ขสมก. รถเมล์จะวิ่งตามตาราง เช่น เริ่มตั้งแต่ 04:00 น.-23:00 น. ทำให้พี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องออกจากบ้านในช่วงเช้าตรู่ หรือเลิกงานในกลางดึกไม่มีรถในการโดยสาร

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงกับเงินกระเป๋าประชาชน เพราะเมื่อไม่มีรถเมล์ในช่วงที่ต้องเดินทางก็ต่อใช้รถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้างแทน ค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเดิมมาก

'เพื่อไทย' จี้รัฐเร่งส่งปัจจัย 4 ช่วยปชช. พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยาหลังน้ำลด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ (17 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ เช่น ที่ จ.อุบลราชธานี บางพื้นที่ปริมาณน้ำท่วมสูงกว่า 3-6 เมตร ประชาชนต้องออกจากบ้านมาอาศัยที่ศูนย์อพยพโดยไร้การช่วยเหลือที่เพียงพอ หรือล่าสุดที่ จ.กาฬสินธุ์ พนังกั้นลำน้ำชีขาด ทำให้กระแสน้ำท่วมไหลเข้าท่วม 4 หมู่บ้านของ อ.ฆ้องชัย ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากหมู่บ้านอย่างเร่งด่วน ที่ จ.ร้อยเอ็ด ถูกน้ำท่วมขังแล้ว 14 อำเภอ ที่ปริมาณน้ำในลำน้ำชี ลำน้ำมูล และลำน้ำข้างเคียง รวมถึงบางพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังมาแล้ว 3 เดือน ขาดน้ำ อาหารและยารักษาโรค จนถึงวันนี้ยังไม่มีการเข้าไปดูแลช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ ปัญหาเดิมในเรื่องการดูแลทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานนับเดือน และปัญหาใหม่ที่การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน แม่น้ำ และน้ำทุ่งที่ไม่ได้รับการดูใจ หรือดูแลแก้ไขอย่างดีพอของรัฐบาลที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่คาดการณ์สถานการณ์ผิดพลาด การบริหารจัดการน้ำ และการให้ความช่วยเหลือไม่เป็นที่พึ่งที่หวังให้กับพี่น้องประชาชนได้

น.ส.ชญาภา กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยเห็นใจและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพี่น้องในจ.อุบลราชธานี ที่ถูกน้ำท่วมสูงที่สุดในรอบ 44 ปี น้ำท่วมจนมองไม่เห็นฝั่ง พื้นที่การค้าขาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นถูกปิดตาย ไม่สามารถกลับมาได้ในเร็ววัน หลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลางก็ล้วนได้รับความเดือดร้อนทั่วทุกหัวระแหง แต่พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำของประเทศยังเงียบหาย แม้ในวันเสาร์อาทิตย์ ยังคงเป็นวันหยุดที่นายกฯ ของประเทศ ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำงานเหมือนคนหมดไฟ ขณะที่ประชาชนต้องทนหนาวแช่น้ำท่วมที่ไม่รู้ปลายทางว่าน้ำจะลดลงเมื่อไหร่ และวันไหนที่จะมีภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ

ลุงป้อม รับปากจัดหาที่ดินทำกินให้ชาวสวนปาล์ม เขินหนัก โดนสาวสุราษฎร์ฯ ขอหอมแก้ม เด็กไม่เว้น มาขอกอด กองเชียร์กระหึ่ม “ลุงป้อมสู้ๆ”

(17 ต.ค. 65) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี ประชาชนและเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน มารอต้อนรับถือป้ายให้กำลังใจ 

ทั้งนี้ระหว่างกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องที่ดินทำกิน ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้อง และได้ขอหอมแก้มพล.อ.ประวิตร พร้อมขอกอด ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้เอียงแก้มให้หอม จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เดินจับมือทักทายเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ที่มายืนถือป้ายขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ระหว่างนั้นได้มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ 2 คน อายุประมาณ 3-4 ขวบ เข้ามาสวมกอดพล.อ.ประวิตร ท่ามกลางเสียงตะโกนของชาวบ้านกล่าวให้กำลังใจว่า “ลุงป้อมสู้ ๆ” ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงสูงอายุ โดยตลอดการเดินพบปะชาวบ้าน พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และโบกมือทักทายชาวบ้าน อีกทั้งรับปากชาวบ้านที่เรียกร้องให้จัดหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินว่า “โอเคครับ จัดเลย”

'บิ๊กป้อม’ ลงจี้ 13 มาตรการรับฤดูฝนป้องอุทกภัยใต้ พร้อมติดตามการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมัน

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ พร้อม รมว.ดีอีเอส, รมช.คลัง, รมช.กห. พร้อมคณะ ได้เดินทางลงใต้ ติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมการรับมือฤดูฝน รวมทั้งความคืบหน้าการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้ โดยรับฟังการบรรยายสรุป ณ ศาลากลาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี ผวจ. และ หน.ส่วนราชการให้การต้อนรับ

สำหรับภาพรวมภาคใต้ กำลังเข้าสู่ฤดูฝน คาดการณ์สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ จากร่องมรสุมพาดผ่านและพายุโซนร้อนจากทะเลจีนใต้ ส่งผลฝนตกหนัก ปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่มากขึ้น เสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน จ.ชุมพร, ระนอง, พังงา, กระบี่, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และสตูล การบริหารจัดการลุ่มน้ำและโครงการแหล่งเก็บกักน้ำ มุ่งแก้ปัญหาอุทกภัยเป็นหลักและภัยแล้งไปพร้อมกัน 

สำหรับการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมัน ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลปัจจุบันมาตลอด จากมาตรการต่าง ๆ ทั้ง ส่งผลราคาปาล์มน้ำมันดีขึ้นต่อเนื่องกว่า ร้อยละ 150 และสามารถทำสถิติส่งออกสูงสุด 6.2 แสนตันในปี 64 และคาดว่าราคาปาล์มน้ำมันในปี 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 บาท/กก.

'ฝ่ายค้าน' จ่อยื่นยุบ 'ภูมิใจไทย' ปมใช้นโยบายกัญชา 'ลวงคะแนนนิยม'

วันที่ (17 ต.ค. 65) นายสุขุมพงษ์ โง่นคำ ผู้ช่วยเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงผลการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ถึงการพิจารณาเตรียมยื่นต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อเอาผิดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนอเรื่องให้ที่ประชุมฝ่ายค้านพิจารณา และเตรียมทำรายละเอียดเพื่อยื่นต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พรรคก้าวไกล ยื่นให้ตรวจสอบการปรับปรุงพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 9 และการปรับปรุงภูมิทัศน์, เอาผิด นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะอดีตรมช.หาดไทย กรณีนโยบายเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เพราะกรณีดังกล่าวมีโทษทางอาญาและยังอยู่ในอายุความ แม้นายนิพนธ์จะพ้นจากตำแหน่งรมช.มหาดไทยไปแล้ว และเอาผิดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กรณีปกปิดโรคระบาดในสุกร คือ โรคอหิวาต์แอฟริกาสุกร (เอเอสเอฟ)

นายสุขุมพงษ์ กล่าวด้วยว่า จะยื่นต่อศาลฏีกาเพื่อตั้งกรรมการไต่สวนอิสระเพื่อเอาผิดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อกรณีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีการตรวจสอบการครอบครองนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และกรณีไม่ชี้มูล จีที-200 และเตรียมยื่นให้ไต่สวนจริยธรรมและพฤติกรรมของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมม กรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และมีกรณียื่นยุบพรรคที่เกี่ยวข้องกับนโยบายกัญชาเสรี รวมถึงยื่นเรื่องให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กรณีการออกประกาศของกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวกับกัญชา ซึ่งเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมต่อกรณีการเตรียมยื่นยุบพรรคที่เกี่ยวกับนโยบายกัญชา ว่า เบื้องต้นคือพรรคภูมิใจไทย เพราะการประกาศนโยบายกัญชาเสรีนั้นเข้าข่ายพฤติกรรมที่นำไปสู่การยุบพรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 ในประเด็นการให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยไม่ชอบ เนื่องจากการประกาศนโยบายที่หาเสียงเมื่อตอนปี 2562 เกี่ยวกับนโยบายกัญชา อาทิ การให้ครัวเรือนปลูก การปลดล็อก เป็นต้น ทั้งนี้กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งรัฐสภาให้ความเห็นชอบ

'วรวัจน์' จี้ กกต. ผ่อนกฎให้ส.ส. ช่วยปชช. ช่วงน้ำท่วม ชี้!! รัฐบาลมีอำนาจหน้าที่ แต่ไม่มีท่าทีใส่ใจดูแล

เมื่อวันที่ (17 ต.ค. 65) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดที่จ.ภูเก็ตว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์พายุโนรูที่ทำให้น้ำท่วมบริเวณภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลางไปแล้ว วันนี้น้ำก็ท่วมหนักอีกที่จ.ภูเก็ต ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้กฎหมายเลือกตั้งคุมฝ่ายการเมือง ทำให้ไม่สามารถลงไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ แต่ทางรัฐบาลที่มีอำนาจหน้าที่ทำได้ กลับไม่ได้แสดงท่าทีอะไรที่เป็นความใส่ใจลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงทีเลย 

นอกจากนี้ยังไม่เห็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนจากทางรัฐบาล ไม่รู้ว่าทางรัฐบาลมัวแต่ห่วงเรื่องของตัวเองอยู่หรือไม่ จนละเลยพี่น้องประชาชนเช่นนี้ วันนี้น้ำท่วมทั่วทุกพื้นที่ตั้งแต่เหนือจรดใต้แล้วแต่ทางรัฐบาลก็ยังไม่ได้ขยับดำเนินการอะไรที่จริงจัง ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าให้อีก 8 จังหวัดภาคใต้เตรียมรับมือน้ำ ซึ่งขณะนี้ฝนก็ยังไม่หยุดตก รัฐบาลทำให้คนไทยรู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีรัฐบาล เรายังไม่เคยเห็นแผนการจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากรัฐบาลนี้เลย 

นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า ภาคใต้จัดว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก และเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ วันนี้จังหวัดหลัก ๆ เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา สตูล สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช กำลังได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลเท่าที่ควร ที่ผ่านมาเราเข้าใจได้ว่าพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ทางรัฐบาลอาจมองว่าไม่ใช่พื้นที่ฐานเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายตน แต่ขณะนี้ปัญหาก็เกิดที่ภาคใต้แต่รัฐบาลยังกลับนิ่งนอนใจ ไม่ได้สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ดี รัฐบาลโยนภาระการช่วยเหลือประชาชนให้เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นเท่านั้น ส่วนตัวเองกลับไม่มีใจให้ประชาชน เท่าที่ควรจะเป็น

นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า ตนขอเสนอให้รัฐบาลเข้ามาเยียวยา และเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มากกว่าที่ท้องถิ่นทำอยู่ อาจจะมีงบประมาณพิเศษจัดสรรลงไปให้ หรือเปิดช่องให้จังหวัดสามารถใช้งบกรณีฉุกเฉินล่วงหน้าเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้ ไม่ใช่ให้ยึดเพียงแต่กรอบงบประมาณเยียวยาแบบเดิม ทั้งนี้ สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยจัดวางงบประมาณโดยแบ่งเป็น 2 กรอบ คือกรอบป้องกันน้ำท่วม คือให้มีการเตรียมการก่อนที่น้ำจะท่วม และกรอบที่จะใช้หลังจากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว รัฐบาลนี้ก็น่าจะผลักดันให้มีมติเหมือนสมัย ครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือให้จังหวัดสามารถใช้วงเงินงบประมาณได้ก่อนจะเกิดเหตุ เช่น อาจจะวางช่องทางการระบายน้ำ การทำแผงกั้นน้ำ หรือการขุดลอกเพิ่มเติมเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สถานการณ์หนัก ในช่วงที่พายุลูกใหม่กำลังจะเข้ามานี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ควรดูแบบอย่างของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าคนที่คิดถึงประชาชนเป็นหลักก่อนนั้น เขาทำงานกันอย่างไร

'บิ๊กป้อม' พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามสถานการณ์น้ำ - แผนรับมือน้ำท่วม

เมื่อเวลา 08.40 น.วันที่ (17 ต.ค. 65) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พล.อ.ชัยชาญช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามสถานการณ์น้ำและแผนงานด้านทรัพยากรน้ำ จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และแผนการดำเนินงานโครงการแก้มลิงสระบัว (อ่างเก็บน้ำทุ่งกระจูด) ของกรมชลประทาน รวมถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง จะนำเสนอแผนการดำเนินงานโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองสุราษฎร์ธานี และเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 

ขณะเดียวกันรับฟังรายงานสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในประเทศ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบปะประชาชน และเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จากนั้นช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตร จะลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองสุราษฎร์ธานี และติดตามโครงการแก้มลิงสระบัว (อ่างเก็บน้ำทุ่งกระจุด) ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน และพบปะประชาชน ก่อนเดินทางกลับ กทม.

‘ก้าวไกล’ เรียกร้องทหารหยุดละเมิดสิทธิปชช. ปมเก็บ DNA ทารกวัย 10 เดือน ญาติ ‘อีซอมูซอ’

ก้าวไกลชายแดนใต้ เรียกร้องทหารหยุดละเมิดสิทธิประชาชน กรณีทหารเก็บ DNA เด็กทารก ญาติ ‘อับดุลเลาะ อีซอมูซอ’ วัย 10 เดือน

รอมฎอน ปันจอร์ คณะทำงานยุทธศาสตร์และนโยบายชายแดนใต้ ปาตานี พรรคก้าวไกล ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงความน่าเป็นห่วงของสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาขอเก็บ DNA เด็กน้อยวัย 10 เดือนใน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ทำลายหลักการของมนุษยชนอย่างร้ายแรง และบั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนที่อาจทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายได้

กรณีดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. สายบุรีและทหารพราน ฉก. 44 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านประชาชนแห่งหนึ่งซึ่งภายในบ้านมีผู้หญิง 2 คน และเด็กชายอายุ 10 เดือน 1 คน ซึ่งแม่ของเด็กหญิงเป็นญาติของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ชายมุสลิมที่เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวในค่ายทหาร ทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า รายได้ประมาณ 4,000 บาท/เดือน โดยภายหลังในวันเดียวกันได้มีการเชิญตัวไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ สภ.สายบุรี โดยทางเจ้าหน้าที่พยายามขอเก็บ DNA ของเด็กอายุ 10 เดือน แต่ฝ่ายแม่ยืนกรานไม่ยินยอม เจ้าหน้าที่จึงมีการข่มขู่ว่าจะมาทุกวันและจะควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

รอมฎอน กล่าวว่ากรณีดังกล่าวนี้ทำให้บรรยากาศความไม่ไว้วางใจระหว่างประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่รัฐเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะคนทั้งสังคมไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธหรือมุสลิมล้วนเห็นตรงกันว่าเด็ก ๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของสังคมที่เปราะบางที่สุดนั้นไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือความขัดแย้งของผู้ใหญ่

เรื่องทำนองนี้ยังเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเก็บดีเอ็นเอผู้บริสุทธิ์ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีกฎหมายใด ๆ อนุญาต ต่อให้อ้างกฎหมายพิเศษทั้ง 3 ฉบับ ก็ยังไม่มีข้อบัญญัติส่วนไหนที่ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหาร สนธิกำลังกันล้อมบ้านประชาชนหรือเรียกตัวไปที่ตั้งและชี้นิ้วขอเก็บตัวอย่างของเด็กชายอายุเพียงแค่ 10 เดือนได้

'อนุสรณ์' แนะ ต้องแก้มาตรา 272 อย่างเร่งด่วน ให้เฉพาะ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งมีสิทธิ์เลือกนายกฯ

(16 ต.ค. 65) อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทอร์กโชว์เดี่ยว 13 ว่าการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลนั้น เป็นความเห็นเสรีภาพที่รองรับไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนพึงกระทำได้ ซึ่งควรนำคำวิจารณ์ไปปรับปรุงตัวเอง ซึ่งเชื่อว่าเวลาที่เหลืออยู่แทนที่จะไปฟ้องร้องดำเนินคดีคนวิจารณ์ ควรหันกลับมาแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

เริ่มตั้งแต่แก้รัฐธรรมนูญที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้ง กำหนดกติการการเข้าสู่อำนาจของนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยกติกาที่เป็นประชาธิปไตย เป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง บทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตยควรได้รับการแก้ไข โดยควรแก้ไขมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ ให้เฉพาะส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น มีอำนาจโหวตนายกรัฐมนตรี หากไม่เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 จะเกิดสภาพความขัดแย้งไม่จบสิ้น ไม่เอื้อต่อการเกิดกติกาที่สุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง

'บิ๊กป้อม' เผย ติดตามเดี่ยวของ 'โน้ส อุดม' มาตลอด ชี้ เห็นวิจารณ์ทุกรัฐบาล ไม่ควรทำเป็นเรื่องใหญ่โต

(16 ต.ค. 65) จากกรณีเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทอร์กโชว์ 'เดี่ยว 13' ที่เมื่อเผยแพร่ออกไปแล้ว กระแสในโลกออนไลน์ก็ร้อนระอุแบบสุดๆ เสียงของชาวเน็ตไทยแตกออกเป็น 2 ฝั่ง

ฝั่งที่เห็นด้วยกับคำพูดของ 'โน้ส อุดม แต้พานิช' ก็มองว่าไม่ได้วิจารณ์เกินจริง อีกทั้งโน้ส อุดม ก็วิจารณ์ทุกรัฐบาลในทุกๆ การโชว์เดี่ยวไมโครโฟนของเขาอยู่แล้ว หากใครที่ติดตามมาตลอดจะรู้ดี

แต่ในมุมของคนที่เชียร์และชื่นชอบรัฐบาลชุดนี้ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เพราะมีความรู้สึกว่า การที่โน้ส อุดมพูดถึงรัฐบาลในลักษณะนั้น เป็นการบิดเบือนข้อมูล พูดเกินเลย ต่างไปจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และบางคนถึงขั้นยอมทิ้ง DVD การแสดงเดี่ยวของโน้ส อุดม ทั้งๆ ที่ติดตามและเก็บเป็นของสะสมมาตั้งนาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top