Sunday, 14 June 2026
POLITICS NEWS

‘คนเพื่อไทย’ โร่แจ้งความ หลังมีภาพร่วมเฟรมตู้ห่าว ยัน!! ไม่รู้จักกันส่วนตัว เจอกันตอนนี้ก็จำหน้าไม่ได้

(6 ธ.ค. 65) เมื่อเวลา 14.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีถูกโยงเป็นข่าวและมีภาพปรากฏออกมาว่ามีความรู้จักสนิทกับนายหาวเจ๋อตู้หรือตู้ห่าว กลุ่มทุนจีนสีเทาว่า ภาพที่ปรากฏเป็นข่าวนานมากแล้ว โดยเป็นการเปิดตัวโรงงานแถว จ.สมุทรปราการ ซึ่งตนไปเป็นเพื่อนกับคุณลุงที่ถูกเชิญไปร่วมงานเท่านั้น โดยงานดังกล่าว พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร.ขณะนั้นเป็นประธาน แต่กลับถูกโยงทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหาย เพราะถูกนำมาเล่นข่าวในช่วงจะเลือกตั้ง ตนเป็นนักการเมืองที่ถูกป้ายสี ดังนั้นตนจึงได้ไปแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายตู้ห่าวเลย เห็นหน้าตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้เลย

นายวิชาญ กล่าวกรณีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยที่จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า พรรคดูแลและให้โอกาสนายประเดิมชัยตั้งแต่ปี 62 ตั้งแต่สมัยนายประเดิมชัยเป็น ส.ก. ส่วนการตัดสินใจย้ายไปอยู่พรรคใดก็ถือเป็นสิทธิ ซึ่งเราก็จะได้คัดสรรบุคคลลงสมัครแทนนายประเดิมชัยต่อไป ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้คุยกับนายประเดิมชัยในเรื่องดังกล่าว แต่ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะย้ายพรรค แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยดูแลสมาชิกทุกคนเท่าเทียมกัน

‘หมอชลน่าน’ ประกาศ ‘เพื่อไทย’ พร้อมปักธงลงพื้นที่ทั่วไทย พิชิต 250 เสียง ส.ว. เพื่อแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

(6 ธ.ค. 65) พรรคเพื่อไทยจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2565 ณ หอประชุมชั้น 7 พรรคเพื่อไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน Think Big, Act Smart, For All Thais’ โดยในช่วงแรกของงานได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ที่เป็นการสรุปภาพการเปลี่ยนแปลง และการทำงานของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยมี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ‘2565 พรรคเพื่อไทย’ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปาฐกถาหลักในหัวข้อ ‘ประเทศไทย 2570’

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เริ่มต้นกล่าวว่า จากนี้ไปไม่เกิน 5 เดือน จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหมายชนะเลือกตั้งถล่มทลายแบบแลนด์สไลด์ เพราะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคเพื่อไทยชนะได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสูงสุดที่ 136 เสียง แต่เราจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะกลไกในรัฐธรรมนูญ ให้วุฒิสมาชิก 250 คนเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะนี่คือกติกาที่บิดเบี้ยว อำนาจรัฐ อำนาจเงิน พรรคเพื่อไทยที่ชนะแต่เหมือนแพ้ เราจึงต้องชนะแลนด์สไลด์ได้สมาชิกสภาเกิน 250 คน และจัดตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่าการแลนด์สไลด์นั้นเป็นเป้าหมาย หนทางการเข้าสู่เป้าหมายคือการได้ทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชน โดยปรารถนาพาพี่น้องและประเทศชาติพ้นจากวิกฤต จึงมีคำถามว่าทำไมต้องเป็นพรรคเพื่อไทย ก็เพราะเป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนสูงสุด ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย เราชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง และภายหลังปี 2562 พรรคเพื่อไทย ต้องกลับมามองสำรวจตัวเองภายใต้การเปลี่ยนแปลงของบริบทการเมืองอย่างมากมาย มีคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น เราจึงต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงปรับตัวเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ พรรคเพื่อไทยได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วม ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร รีแบรนด์พรรคและสัญลักษณ์อย่างเข้มข้นตลอดปีที่ผ่านมา จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความพร้อมสูงสุด พรรคเพื่อไทยเป็นคำตอบแห่งอนาคตที่ใช่ที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศที่ยุ่งยากซับซ้อนขณะนี้

แต่การที่พรรคเพื่อไทยจะชนะแลนด์สไลด์นั้นไม่ง่าย แม้เราจะมีกระแส มีความนิยมจากพี่น้องประชาชน แต่พวกเขามีกระสุน มีอำนาจรัฐ มีอำนาจเงิน มีอำนาจการจัดการเลือกตั้งให้ผลเลือกตั้งเป็นไปดังต้องการ แต่พรรคเพื่อไทยมี 3 ยุทธศาสตร์ที่จะพาพี่น้องแลนด์สไลด์ไปด้วยกันคือ  

1. นโยบายที่เป็นประชาธิปไตย กินได้ ทำได้จริง ทำมาแล้ว และจะทำให้ดีมากกว่าเดิม 
2. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคให้เป็นจริง 
และ 3. ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจพี่น้องประชาชน

พรรคเพื่อไทย จึงเชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่สุด ที่ทุกท่านจะชนะเลือกตั้ง ชนะอย่างถล่มทลาย แต่ถ้าท่านทำไม่ได้ จะเป็นความพ่ายแพ้ เป็นสงครามครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เพราะการพ่ายแพ้ครั้งนี้หมายถึง พี่น้องประชาชนเราจะถูกครอบงำภายใต้อำนาจรัฐและอำนาจเงินตลอดไป

“ดังนั้น สู้ครั้งนี้ต้องชนะ เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ชนะขาด เพื่อให้เพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพร้อม ประชาชนพร้อม ประเทศพร้อมเดินไปข้างหน้าไปด้วยกัน พี่น้องที่เคารพครับ เราเคยคิดใหม่ทำใหม่ เราทำได้จริง ทำได้สำเร็จมาแล้ว ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยเรา คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

'ชลน่าน' อุบเปิดแคนดิเดตนายกฯ พท. ฟุ้ง!! ของดีต้องเก็บไว้ก่อน

(6 ธ.ค. 65) ที่ชั้น 7 พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้เรายังไม่เปิด ของดีต้องเก็บไว้ในเวลาที่เหมาะสม และแคนดิเดตนายกฯ ต้องมี 3 คนเป็นลำดับชัดเจน ประชาชนไม่สับสน

เมื่อถามว่าจะมีชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตนตอบแทนนายเศรษฐาไม่ได้ แต่นายเศรษฐาก็ออกมาให้ข่าวเองว่าสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณมาก ซึ่งนายเศรษฐาเป็นคนเก่งที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะมาหรือไม่มา แต่เมื่อสนับสนุนแนวทางของพรรคเพื่อไทยก็เป็นเรื่องที่ดี 

‘อุ๊งอิ๊ง’ เปิดแคมเปญเลือกตั้ง 'คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน' ชู!! ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ปริญญาตรี 25,000 บาทต่อเดือน

แพทองธาร เปิด 10 นโยบายพลิกฟื้นประเทศ ปี 2570 โดยรัฐบาลเพื่อไทย ต้อง ‘คิดใหญ่ ทำเป็น’ ประกาศค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือน ป.ตรี 25,000 บาท

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวในการประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2565 ว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาตนพร้อมคณะกรรมการได้ลงพื้นที่ศึกษาและทำวิจัยพบว่า ประเทศถอยหลังไปมาก ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และไร้ที่ยืนบนเวทีโลก ประชาชนจำนวนมากมีหนี้ท่วมท้นและสะสมเป็นเวลานาน ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

จำเป็นต้อง ‘คิดใหญ่’ เพราะหากคิดเล็กจะรับมือปัญหามากมายขนาดนี้ไม่อยู่ และต้อง ‘ทำเป็น’ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ ยืนยันได้จากผลงานตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทย จนถึงรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เราสามารถคืนความสุข ความเจริญ ความกินดีอยู่ดีให้พี่น้องประชาชนได้  หัวข้อในแคมเปญรณรงค์ต่อจากนี้ จึงเปลี่ยนจาก ‘พรุ่งนี้เพื่อไทย’ เป็น ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’

และภายในปี 2570 ภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย คนไทยจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง คือ

1.) นโยบายเศรษฐกิจ คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส ยังคงถูกต้องและยึดเป็นแนวทางเสมอมาและตลอดไป จากปี 2566 จนถึงปี 2570 พรรคจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศเติบโตอย่างต่ำเฉลี่ยร้อยละ 5% ต่อปี ช่องว่างความเหลื่อมล้ำจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะจะใช้แนวคิด ‘รดน้ำที่ราก’ เพื่อให้ต้นไม้งอกงามได้ทั้งต้น ทั้งที่น้ำมีจำกัด

ทักษะสร้างสรรค์ Soft Power ด้านต่าง ๆ เช่น เชฟทำอาหาร นักออกแบบ แฟชั่นดีไซเนอร์ นักร้อง นักแต่งเพลง คนเขียนบท ยูทูบเบอร์ นักสร้างคอนเทนท์ นักออกแบบมัลติมีเดีย นักกีฬา หรือสปาเทอราปิสต์ จะทำให้มีรายได้คนละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปี ประเทศไทยมี 20 ล้านครอบครัว สามารถสร้างงานทักษะสูงได้ 20 ล้านตำแหน่ง และมีรายได้รวมกันถึงปีละ 4 ล้านล้านบาท และในปี 2570 คนไทยต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำให้สมกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทย คือ ไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อวัน เงินเดือนของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อยู่ที่ 25,000 บาทขึ้นไป

2.) นโยบายด้านการเกษตร ในปี 2570 นำเทคโนโลยีทางการเกษตรหรือ Agritech มาใช้ เช่น เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยในการเกษตร มีการปรับปรุงหน้าดิน และใช้ปุ๋ยเท่าที่จำเป็น เกษตรกรจะมีรายได้มากขึ้น แต่เหนื่อยน้อยลง ใช้การตลาดนำการผลิต ไม่มีการทำการเกษตรแบบไร้เป้าหมาย สินค้าการเกษตรต้องขึ้นยกแผง มีการนำสินทรัพย์ดิจิทัล (NFT) มาใช้ในการขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้ต่างชาติมาช่วยเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง ราคาพืชผลเกษตรจึงขึ้นยกแผงทุกตัว เพราะเคยทำมาแล้ว และจะทำต่อไป

3.) นโยบายด้านการท่องเที่ยว ในปี 2570 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไทยจำนวนมาก รายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านล้านบาทต่อปี การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยได้รับความนิยมจากทั่วโลก เทศกาลของไทย 2 เทศกาลคือ สงกรานต์ในเดือนเมษายน และลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายนเป็นเทศกาลระดับโลกที่นักท่องเที่ยวปักหมุดไว้ในปฏิทิน ประเทศไทยน่าอยู่สำหรับชาวต่างชาติและคนไทย

4.) นโยบายด้านนวัตกรรม สร้างโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ (Blockchain) ของไทยเอง ที่เป็นช่องทางในการขายสินค้าเกษตร รวมทั้งสินทรัพย์ที่เกิดจากซอฟต์พาวเวอร์ ตลอดจนเป็นช่องทางเงินทุนให้กับนักธุรกิจรายย่อย ไม่ว่าจะเป็น Start up หรือ SME

นอกจากนั้น จะส่งเสริมงานวิจัยอย่างจริงจัง จนทำให้ในปี 2570 ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านนวัตกรรมของ Asean มีการใช้เงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC : Central Bank Digital Currency) แทนเงินสด ป้องกันการคอร์รัปชันในการเมืองแบบ ‘ลิงกินกล้วย’ ทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี ประชาชนทุกคนมีบัญชีธนาคาร และมีกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet)  ของตนเอง

รัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ การเข้าถึงบริการของรัฐทำได้ง่าย สะดวก ทุกหมู่บ้านของประเทศไทยมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สถานที่สาธารณะทุกแห่งมี wifi ฟรี

5.) นโยบายด้านสาธารณสุข ในปี 2570 หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคถูกอัปเกรด หรือยกระดับขึ้น สามารถรักษาได้ทั่วประเทศ ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว รับการรักษาได้ทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะข้อมูลสุขภาพถูกเชื่อมไว้บนศูนย์ข้อมูล หรือ Cloud  เมื่อเจ็บป่วย ผู้ป่วยเพียงยื่นบัตรประชาชนแล้วอนุญาตให้แพทย์ผู้รักษาเข้าถึงข้อมูลการรักษาได้

ในปี 2570 ผู้ป่วยโรคทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรคทางกายอื่น ๆ ที่ต้องการขอคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางได้รับการรักษาที่ศูนย์สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล เพราะแพทย์เฉพาะทางให้คำปรึกษาผ่านระบบทางไกลหรือ Telemedicine ได้ การนัดคิวตรวจเป็นเรื่องปกติของโรงพยาบาลทุกแห่ง ผู้ป่วยไม่ต้องไปโรงพยาบาลแต่เช้ามืด ผู้ป่วยที่ต้องเจาะเลือดตรวจโรค ก็สามารถทำได้ที่คลินิกหรือศูนย์สาธารณสุขใกล้บ้าน

ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต ได้รับการดูแลจากผู้ช่วยพยาบาลทั้งที่บ้านและที่ศูนย์ชีวาภิบาล (Hospice) ของรัฐและเอกชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ลูกหลานยังสามารถไปประกอบอาชีพได้ตามปกติ ไม่ต้องลางาน

การสาธารณสุขเชิงรุก เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรีในเด็กหญิงอายุ 9-11 ปี และฉีดวัคซีนให้ผู้หญิงที่ยังไม่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV : Human Papilloma Virus) อีกทั้งยังตรวจและรักษาไวรัสตับอักเสบ-ซี ซึ่งโรคดังกล่าวจะเป็นการป้องกันมะเร็งตับที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้ชาย

ปี 2570 โรงพยาบาลของรัฐถูกกระจายอำนาจในรูปแบบองค์การมหาชนที่ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงพยาบาล มีการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ตามปริมาณงาน และเกิดการลงทุนครั้งใหญ่ในการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ให้ทันสมัยในทุกระดับตั้งแต่ตำบลถึงมหานคร รวมทั้งมีการฝึก อ.ส.ม. ให้เป็นพยาบาลระดับต้น ประจำทุกหมู่บ้าน ส่วนในกรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลประจำเขตทั้ง 50 เขต

6.) นโยบายด้านการศึกษา ในปี 2570 มีการกระจายอำนาจการศึกษาเหมือนในประเทศที่เจริญแล้ว มีโรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น ซึ่งสอนภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษและภาษาจีน ตั้งแต่ ป.1 มีการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ โดยใช้ครูต่างประเทศมาสอนเสริมร่วมกับครูไทย มีศูนย์การเรียนรู้แบบ TCDC และ TK Park ที่เริ่มต้นสมัยไทยรักไทย ให้ครบทุกจังหวัด

7.) นโยบายด้านยาเสพติด จะปราบปรามยาเสพติดเต็มรูปแบบ เด็กไทยตกเป็นทาสยาเสพติด ทำร้ายคนในครอบครัวและผู้อื่นอีกมากมาย และจะบำบัดผู้เสพอย่างทั่วถึงควบคู่กันไปกับการปราบปราม

‘ซุปเปอร์โพล’ ชี้ ‘บิ๊กตู่’ ยืนหนึ่งรักชาติบ้านเมือง ‘จุรินทร์’ นำฟื้นศก. ‘เสี่ยหนู’ พูดจริงทำจริง

ผลสำรวจ ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เรื่อง ผู้นำทางการเมือง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Survey) เพื่อลดความคลาดเคลื่อนแก้ปัญหาแหล่งความคลาดเคลื่อนจากผู้ถาม ผู้ตอบ และเครื่องมือวัด จำนวน 1,633 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดขนาดตัวอย่างบวกลบ ร้อยละ 5 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผย ผลสำรวจ ผู้นำทางการเมือง แต่ละฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และกลุ่มเกิดใหม่ ในด้านต่าง ๆ พบว่า...

>> เบอร์ 1 ด้าน รักชาติบ้านเมือง เป็นคนดี
- กลุ่มฝ่ายรัฐบาล ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 80.0
- กลุ่มฝ่ายค้าน ได้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 70.7
- กลุ่มเกิดใหม่ ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

>> เบอร์ 1 ด้าน คนพูดจริง ทำตามที่พูด กล้าเปลี่ยนแปลง ช่วยชาวบ้าน
- กลุ่มฝ่ายรัฐบาล ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 86.8
- กลุ่มเกิดใหม่ ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ร้อยละ 54.8
- กลุ่มฝ่ายค้าน ได้แก่ นางสาว แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 49.6

‘ก้าวไกล’ ยกเหตุ ‘ทหารกร่าง’ สะท้อนระบบกองทัพแย่ ลั่นต้องปฏิรูปกองทัพ เอาทหารออกจากศูนย์กลางอำนาจ

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ก้าวไกล ชี้ เหตุทหารกร่าง สะท้อนระบบกองทัพย่ำแย่ ใช้อำนาจข่มกันเอง-ข่มประชาชน อัดเป็น ‘แดนสนธยา’ ตรวจสอบไม่ได้ ลั่นต้องปฏิรูปกองทัพ เอาทหารออกจากการเมือง ไม่ทำตัวเหนือกฎหมาย

(6 ธ.ค. 65) ธนเดช เพ็งสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายทหารยศพันเอกมีอาการมึนเมาและข่มขู่คุกคามบุคคลอื่นกลางร้านอาหาร ว่าเป็นอีกครั้งที่คนในวงการ ‘คนมีสี’ ก่อเหตุความรุนแรง แม้เรื่องที่เกิดขึ้น โฆษกกองทัพบกจะออกมาบอกกับสังคมเหมือนทุกกรณีที่ผ่านมาว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับกองทัพ แต่ในฐานะทหารเก่าคนหนึ่ง ตนขอยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกองทัพโดยตรง 

ธนเดช กล่าวว่า แน่นอนว่ากองทัพไม่สามารถควบคุมกำลังพลทุกคนให้ไม่ออกนอกลู่นอกทางได้ ไม่มีกองทัพที่ไหนบนโลกที่ทำแบบนั้นได้ แต่ในประเทศที่กองทัพมีความเป็นมืออาชีพจริง ๆ เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เพราะทหารก็เหมือนกับข้าราชการคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอิทธิพลหรืออำนาจเหนือกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจทางการเมือง ถ้าสังเกตให้ดี ๆ ยุคที่รัฐบาลพลเรือนเป็นใหญ่ บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เหตุการณ์ลักษณะนี้ปรากฏให้เห็นในอัตราความถี่ที่น้อยกว่ามาก แต่ตั้งแต่ยุค คสช. รัฐประหารเมื่อปี 2557 เรื่อยมาจนถึงรัฐบาลสืบทอดอำนาจในปัจจุบัน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแทบไม่เว้นเดือน ทั้งประเภทที่คนในกองทัพกระทำกันเอง และคนในกองทัพกระทำต่อสังคมภายนอก

“เมื่อเกิดเหตุแล้ว สิ่งที่เหมือนกันจนแทบจะเป็นพล็อตเรื่องเดียวกัน คือผู้ก่อเหตุให้เหตุผลว่าถูกกดดันและทำลายชีวิตราชการ นี่ไม่ใช่คำตอบที่จำกันมา แต่มันคือต้นตอที่ไม่สามารถมองข้ามได้จริง ๆ สังคมที่ดำเนินไปโดยระบอบชนชั้น ใครใหญ่กว่ามีอำนาจ ใครตัวเล็กก็ต้องรับสภาพถูกข่มเหงกันเป็นทอด ๆ เมื่อเกิดความเครียดเกิดความกดดันก็นำพาไปสู่เหตุร้ายต่าง ๆ ที่เราเห็น อีกด้านหนึ่ง ในเมื่อบ้านเมืองที่กองทัพ ‘รันทุกวงการ’ ทั้งอำนาจทางการเมืองและอำนาจทางกฎหมาย เราก็จะได้เห็นทหารกร่างเต็มบ้านเต็มเมืองอาละวาดใส่ชาวบ้านเขาไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเอง” ธนเดช ระบุ

‘อนุทิน’ ลั่น พร้อมจับมือหนุนทำงานร่วมรัฐบาล ยัน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เคยขัดใคร มีแต่ถูกกระทำ

‘อนุทิน’ ชี้ ‘มิ่งขวัญ’ ซบ พปชร.เป็นเรื่องดี เชื่อ มีคุณภาพช่วยงานได้ ลั่น พร้อมจับมือหนุนทำงานร่วมรัฐบาล พ้อ ภูมิใจไทย ไม่เคยขัดใคร มีแต่ถูกกระทำ

เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 6 ธ.ค.ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เตรียมเปิดตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคโอกาสไทย มาร่วมเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคพปชร.ว่า หากเข้ามาช่วยในพรรคพปชร.ก็เป็นสิ่งที่ดี และนายมิ่งขวัญมีความสามารถ ตอนแสดงวิสัยทัศน์เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีส.ส.6-7คน และจากที่เคยฟังการออกรายการเศรษฐกิจ เห็นว่ามีแนวคิดในแบบของท่าน ที่ฟังแล้วใช้ได้ และคนที่มีฝีมือก็ควรมีโอกาสได้เข้ามารับใช้บ้านเมือง

‘ทนายตั้ม’ ท้า ‘ครูแก้ว’ ฟ้อง ปมโยงลวงเงิน 25 ล้านบาท ลั่น!! ไม่มีคำไหนหมิ่นฯ ไม่กลัว และไม่มีวันขอโทษ

(6 ธ.ค. 65) กรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน พาลูกความผู้เสียหายเป็นสาวใหญ่นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของบริษัทรับซื้อผลิตน้ำยางพาราก่อสร้างถนน ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เกี่ยวกับปมถูกหลอกเรียกเงินจำนวน 25 ล้านบาท หลังถูกคณะกรรมการ พิจารณารับรองคุณภาพน้ำยางพาราไม่ได้มาตรฐาน จึงมีการร้องต่อศาลปกครอง ตั้งแต่ปี 2562 แต่มีขั้นตอนการดำเนินการนาน กระทั่งมีบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ช่วยเลขานุการ รองประธานสภาผู้แทน รวมถึงมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายก อบจ. จังหวัดหนึ่ง และยังอ้างว่าสนิทกับผู้ใหญ่พรรคการเมืองชื่อดัง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ แต่สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้

ก่อนนี้ทางผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับทางกองปราบ แต่ไม่คืบหน้า ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่าน ทนายตั้ม เพื่อเรียกร้องให้ทางหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจสอบ ดำเนินคดีเอาผิด กับบุคลคลที่แอบอ้างว่าสนิทกับนักการเมืองชื่อดัง จนกระทั่งกลายเป็นประเด็นร้อนหลังมีการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ทำให้สังคมตั้งคำถาม อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง และให้บุคคลเกี่ยวข้องออกมาชี้แจง

ล่าสุด นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ออกมาเปิดเผยว่าหลังทราบข้อมูลผ่านสื่อ ตนได้มอบหมายให้ทีมงานฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อมูลจากเทปการแถลงข่าวของทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พบว่ามีข้อมูลที่อาจเข้าข่ายพาดพิงกล่าวหาตน ถึงแม้จะไม่ระบุชื่อชัดเจน แต่มีการบอกตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทน ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่คนที่มีลูกสาวเป็น นายก อบจ. คือตนคนเดียวเท่านั้น จึงเชื่อมั่นว่าเป็นการกล่าวหาทำให้ครอบครัวได้รับความเสื่อมเสีย รวมถึงมีการเอ่ยถึงพรรคภูมิใจไทยโยงไปถึงผู้ใหญ่ในพรรค ทำให้ทุกคนเกิดความเสียหาย ถือว่าไม่ถูกต้อง การกระทำแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ได้ข้อมูลฝ่ายเดียว แล้วเอามาแถลง หากมีหลักฐานชัดเจน เกี่ยวข้องกับตน หรือบุคคลที่กล่าวอ้าง ควรที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่ามากล่าวหาลอย ๆ

'ดร.เสรี' ขยี้ซ้ำ!! ปมขายบ้านให้ทุนจีนสีเทา เหตุไฉน 50 คนไทย พร้อมใจขายให้คนจีน

(6 ธ.ค. 65) ไม่นานมานี้ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า...

“คนไทย 50 คนซื้อบ้าน รับโอนจากบริษัทอสังหาฯ แล้ว มีคนจีนต้องการซื้อต่อ ปรากฏว่า คนไทยทั้ง 50 ราย พร้อมใจกันขายให้คนจีนทั้ง 50 คนเลย ฟังดูอัศจรรย์มากเลยนะคะ

เจ้าของโครงการที่เป็นลูกเจ้าของคอกยังเงียบอยู่ไม่พูดอะไรเลย เพราะกรณีนี้ งานเข้าจริง ๆ ยากที่จะหาคำอธิบายใด ๆ มาชี้แจง ว่าทำไมคนต่างชาติจึงเป็นลูกค้าซื้อบ้าน ทั้ง ๆ ที่กฎหมายไม่อนุญาต

ที่ร้ายไปกว่านั้น ก็คือ คนของตนเองดันออกมาพูดยืนยันว่าเรื่องที่พูดกันเป็นเรื่องจริง จนมีคนหลายคนเชียร์ให้ขุดต่อ อย่าได้หยุด ขุดให้เต็มที่ไปเลย

งานนี้ตำรวจที่ทำคดีจะต้องทำอย่างโปร่งใส จัดการกับคนทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง อย่าให้มีการลูบหน้าปะจมูก เป็นมวยล้มต้มประชาชนที่ต้องการกระฉากหน้ากากคนที่ทำผิดกฎหมายเพราะเห็นแก่ตัว”

'สว.สมชาย' ถาม? เหมาซื้อบ้านเงินสด 50 หลัง ‘ผู้ขาย-สำนักงานที่ดิน’ ไม่สงสัยบ้างหรือ?

(5 ธ.ค. 65) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

นายกลุงตู่แปลกใจเหมือนผมมั้ยครับ? ใช้เงินสดเหมาซื้อบ้าน 50 กว่าหลัง ๆ ละ 50 ล้าน เหตุใดผู้ขายและสำนักงานที่ดินไม่รายงานความผิดปกติของการใช้เงินสดดังกล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top