Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'อลงกรณ์' มั่นใจประชาธิปัตย์ภาคกลางได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น เร่งเดินหน้าฟื้นศรัทธาประชาชนพร้อมชูธงนำประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจการเมือง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมนาสมาชิกและเครือข่ายแกนนําพรรคประชาธิปัตย์ 26 จังหวัดภาคกลางและบรรยายพิเศษในหัวข้อ” นโยบายและผลงานพรรคประชาธิปัตย์กับการเลือกตั้งครั้งหน้า”ระหว่างวันที่ 16- 17 ธันวาคมนี้ที่จังหวัดเพชรบุรี

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองพรรคแรกของประเทศอยู่มา76ปีถือเป็นสถาบันทางการเมืองหลักผ่านร้อนผ่านหนาวเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและเมื่อเป็นรัฐบาลได้สร้างผลงานเป็นรูปธรรมมาหลายยุคหลายสมัยในการวางรากฐานเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะในช่วง30ปีที่ผ่านมา(2535-2565)ตั้งแต่ยุคหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันครอบคลุมการพัฒนาประเทศทุกมิติ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ การพัฒนาท้องถิ่น การกระจายอำนาจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการศึกษาและการสาธารณสุข เช่นการจัดตั้ง กระทรวงแรงงาน กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โครงการนมโรงเรียนและอาหารกลางวัน องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพสต. ) กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มหาวิทยาลัยภูมิภาค ถนนสี่เลน รถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โฉนดชุมชน การปฏิรูปที่ดิน กองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการประกันรายได้เกษตรกร ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม77จังหวัด คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน7,255ตำบล และการสร้างรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกกว่า8.5ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา เป็นต้นและในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติทางการเมืองและทางเศรษฐกิจเช่นต้มยำกุ้งและแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาบริหารจนประเทศรอดพ้นปลอดภัยจากวิกฤติหลายต่อหลายครั้ง

 

‘พิธา’ ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา เจอประชาชนร้องปัญหาที่ค้าขายตลาดเคหะบ้านโพธิ์ ยก ‘จิรัฏฐ์’ ทุ่มเทงานพื้นที่ ช่วยประสานแก้ไขรวดเร็ว ลั่น ส.ส.ก้าวไกล ทำงานเพื่อคนทุกรุ่น-พร้อมชนกลุ่มทุน

เมื่อวานนี้ (วันที่ 17ธันวาคม 2565 ) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยช่วงเช้าได้ร่วมกิจกรรม ‘พายเรือเพื่อปางปะกง’ จากนั้นลงพื้นที่การเคหะบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่การเคหะบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนและพูดถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของพรรคก้าวไกล
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่อาศัยในการเคหะบ้านโพธิ์ได้ร้องเรียนปัญหาการเช่าพื้นที่เพื่อค้าขาย เนื่องจากตลาดนัดเคหะบ้านโพธิ์จะมีการประมูลใหม่ ทั้งที่ประชาชนใช้พื้นที่ค้าขายมานาน และรายได้จากการเช่า กรรมการชุมชนก็นำมาหมุนเวียนเพื่อดูแลพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน หากเปลี่ยนผู้ประมูล อาจทำให้ประชาชนเดือดร้อนราว 400 คน เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนจึงร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่ก็ถูกมองข้าม จนกระทั่งร้องเรียนไปยังจิรัฏฐ์ ซึ่งนำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้การเคหะฯ ประกาศเลื่อนการประมูลออกไปเพื่อหาทางออกร่วมกัน

พิธา กล่าวว่า การทำงานของจิรัฏฐ์ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้พรรคก้าวไกลถูกมองว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ แต่เราทำงานโดยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนทุกรุ่น ส.ส. ของเราจริงจังกับการทำงานทั้งในสภาและในพื้นที่ เชื่อว่าประชาชนได้เห็นแล้ว ว่าการมีผู้แทนที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน มีมูลค่าที่สูงกว่าเงินหลักพันหลักร้อยที่อาจมีคนหยิบยื่นให้ในช่วงเลือกตั้ง และที่พรรคก้าวไกลกล้าชนกับกลุ่มทุน ก็เพราะเราเป็นพรรคที่อยู่ได้จากการสนับสนุนของประชาชน

‘ชาติพัฒนากล้า’ บุกสงขลา เปิดตัว 4 ว่าที่ผู้สมัครหนุ่ม ลูกชาวบ้าน ท้าชนการเมืองเก่า ‘กรณ์’ มั่นใจคนหาดใหญ่ให้โอกาส ด้าน ‘จูรี’ ดาว TikTok แดนใต้ ประกาศเป็น ร่างทรงคนสงขลา แฉมีบางพรรคให้ 50 ล้านแต่ไม่ไป ขอเลี้ยงควายดีกว่า

เมื่อเวลา 18.00น. วันที่ 17 ธ.ค.ณ ชั้น 5  ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสงขลา  ภายใต้ชื่องาน “งานดี มีเงิน ของไม่แพง รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจสงขลา” นำทีมโดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นายวรวุฒิ อุ่นใจ นายปกครอง ผาสุกยืด รองหัวหน้าพรรค ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค โดยมีประชาชนชาว จ.สงขลา และสมาชิกพรรค เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก 

ทั้งนี้ พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัวว่าผู้สมัคร ส.ส.สงขลา อย่างเป็นทางการ 4 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายกัณฑ์ นวกัณฑ์ , เขตเลือกตั้งที่ 2 นายจูรี นุ่มแก้ว, เขตเลือกตั้งที่ 3  ผศ.ดร.ประสิทธิ รัตนพันธ์, และเขตเลือกตั้งที่ 9 นายพงศธร สุวรรณรักษา ซึ่งว่าที่ผู้สมัครทั้ง 4 คน เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ ความสามารถ มีความตั้งใจ  และพร้อมที่จะนำประสบการณ์การทำงานมาพัฒนาบ้านเกิดให้เข้มแข็ง เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสงขลาให้ดีขึ้น  โดยทุกคนได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง 

โดยนายกรณ์ กล่าวว่า พื้นที่ จ.สงขลา เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทางพรรคให้ความสำคัญกับจ.สงขลามาก เรามั่นใจมากว่าพรรคมีคนที่พร้อมจะทำงานเพื่อประชาชน เป็นทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุด มีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมากที่สุด เมื่อประกอบกับว่าที่ผู้สมัครของพรรคทั้ง 4 คน ซึ่งตนได้มีโอกาสได้คุยกับทุกคนแล้ว เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมที่จะนำประสบการณ์การทำงานมาพัฒนาสงขลาได้อย่างแน่นอน และสำหรับตนแล้วผูกพันกับ จ.สงขลา เพราะได้ลงมาทำธุรกิจตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว และพบว่าสงขลาฝ่าด่านมาหลายวิกฤตที่กระทบต่อการทำมาหากิน วันนี้เราเห็นบรรยากาศทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่เราทำได้มากกว่านี้เพราะ จ.สงขลาอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์เป็นประตูเชื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีกำลังซื้อมากที่สุดในอาเซียนคือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ดังนั้น สงขลา จึงเป็นเมืองที่มีโอกาสมากที่สุด แต่วันนี้เรายังค้าขายกับสินค้าเดิม เหมือนเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ทั้งสินค้าบริการ ทั้งที่โลกพัฒนาไปมากแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ สงขลาจะถูกพัฒนาให้เต็มศักยภาพ ซึ่งตรงกับเป้าหมายหลักของพรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเราเป็นพรรคใหม่ และไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่เป็นพรรคที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานราก เอสเอ็มอี จนถึงระดับมหภาค ไม่มีพรรคไหน ที่จะสะสมได้มากเท่ากับพรรคชาติพัฒนากล้าอีกแล้ว 

“เราพร้อมที่จะรื้อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา สร้างอาชีพใหม่ ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการที่อยู่ในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ทุกอย่างจะทำไม่ได้ ถ้าการเมืองไม่เปลี่ยน เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับที่คนสงขลาต้องการ ต้องมีเลือดใหม่ เข้ามาล้างเครือข่าย กลุ่มผลประโยชน์เดิม และพรรคเราก็ไม่เคยเกรงกลัวอิทธิพลใด” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว  

ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ กล่าวว่า ดีใจมาสงขลาหาดใหญ่อีกครั้ง จากที่เคยลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ช่วยเรื่องทำมาค้าขาย สอนชาวบ้านขายออนไลน์ ต้องยอมรับว่าตนและผู้สมัคร ส.ส.อีกหลายคนมีที่มาเหมือนกันคือไม่เคยคิดจะมาเล่นการเมือง แต่เพราะเป้าหมายคือประเทศไทยต้องดีกว่านี้ เราจึงควรสนับสนุนให้คนเก่งคนดีอย่าง นายกรณ์ ได้เข้าไปบริหารบ้านเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศและสังคม ขณะเดียวกันองคาพยพ ก็ต้องพร้อมสนับสนุน สงขลามีของดีมากมาย และผู้สมัครที่เราคัดสรรมาอาสารับใช้ประชาชน เชื่อว่าจะสามารถช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจสงขลา และสร้างเศรษฐีใหม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าเลือกเหมือนเดิมก็ได้เหมือนเดิม  

ขณะที่ นายกัณฑ์ นวกัณฑ์ ว่าที่ผู้สมัครสงขลา เขต1 กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสมายืนบนเวทีนี้ เพราะตนเป็นเพียงเด็กธรรมดา ไม่ใช่ทายาทนักการเมือง ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง แต่เป็นคนสงขลาโดยกำเนิด จนถึงขณะนี้อายุ 33 ปีแล้ว แต่เมื่อมองกลับไปที่บ้านเกิด ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เจ็บปวดคือคนรุ่นใหม่พอเรียนจบก็ไปทำงานในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ ๆ ทำให้ สงขลาขาดบุคลากรที่จะมาพัฒนา ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง  การเมืองคือปัจจัยสำคัญที่จะเราจะสามารถสร้างกฎ กติกาต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง โลกผันผวนเร็ว สงขลาต้องตามให้ทัน เราอยากเปิดภาพใหม่ให้สงขลา โดยใช้แนวคิดสตาร์ทอัพ เทคโน นวัตกรรมขับเคลื่อน ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ และสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุ เราจะทำให้คนยิ่งแก่ยิ่งรวย พรรคชาติพัฒนากล้า ชัดเจนเรื่องเศรษฐกิจ ตัวจริงในวงการ นี่จึงไม่ใช่แค่พรรคทางเลือก แต่เป็นพรรคที่ต้องเลือก ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย เป็นคะแนนสร้างสรรค์ ถ้าเลือกเราทุกอย่างเป็นไปได้ ให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในรุ่นเรา

ชัยวุฒิ ย้ำ การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกยุค 4.0 เป็นสิ่งที่สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ขณะที่ีความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ทวีความสำคัญมากขึ้น การดูแลสังคม ดูแลประชาชนทุกคนในสังคมอย่างเท่าเทียม เป็นประเด็นที่สำคัญไม่แพ้ประเด็นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาและนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัล ในหัวข้อ “Visionary Innovation 2023” พร้อมกล่าวว่า ตนตระหนักดีถึงความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งจากสถานการณ์ภายนอก และภายในประเทศ ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงผลิตผลทางการเกษตร โดยมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วทั่วโลก การผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ประเทศไทย 4.0 เป็นวิสัยทัศน์ของกระทรวงดิจิทัลฯ มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนมีความเท่าเทียมในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ใช้อย่างมีคุณค่า ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางบวก ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับประเทศ สอดคล้องกับแนวนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับ 13 และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 20 ปี (2560-2580) โดยได้เร่งดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศในมิติต่าง ๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ หากพูดถึงสถานการณ์ด้านดิจิทัลในประเทศไทยในปัจจุบัน จะเห็นว่าอัตราส่วนการใช้งานด้านดิจิทัลของประชาชนมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีมากกว่า 56 ล้านคน ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือมีมากกว่า 62 ล้านคน และประมาณร้อยละ 90 ของครัวเรือนในประเทศไทย มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าภาคประชาชนของประเทศไทย มีความพร้อม และความตื่นตัวด้านดิจิทัลเป็นอย่างมาก 

ขณะที่มูลค่าของอุตสาหกรรมดิจิทัลในปี 2021 ใน 4 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ อยู่ที่ ราว 1.6 ล้านล้านบาท และในส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอันเป็นผลจากเทคโนโลยีดิจิทัล อยู่ที่ประมาณ 13% หรือ ประมาณ 2 ล้านล้านบาทและจากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลในปี 2022 ของ IMD World Competitiveness Center ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 40 จากทั้งหมด 63 อันดับ โดยได้รับคะแนนอยู่ที่ 68.19 อยู่ในกลุ่มใกล้เคียงกับอิตาลีและชิลี (อันดับตกลงมา จากอันดับที่ 38 จากทั้งหมด 64 อันดับ ในปี 2021 แต่มีคะแนนเพิ่มขึ้น โดยปี 2021 ได้รับคะแนนอยู่ที่ 63.159) สามประเทศที่ได้อันดับสูงสุดคือ Denmark, USA และ Sweden ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่อยู่ก่อนหน้าไทย คือ สิงคโปร์ในลำดับ 4 และ มาเลเซีย ลำดับ 31

ส่วนเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญของประเทศไทยมีอยู่ 7 เทคโนโลยี ได้แก่ อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การวิเคราะห์ข้อมูล โทรคมนาคมยุคใหม่ เช่น 5G 6G เป็นต้น Distributed ledger technology (DLT) เช่น Blockchain และสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ ต่อมาคือ Quantum Computing และระบบอัตโนมัติ (Automation)

อย่างไรก็ดี การที่ประเทศไทยจะสามารถเดินไปถึง Digital Thailand อย่างเต็มรูปแบบ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเรื่องความเปราะบางของเศรษฐกิจ โดยใช้แนวคิดการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน (Digital Competitive Advantage) ซึ่งประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่

1.    Digital Access: การเข้าถึงเทคโนโลยี content และ Data เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี cloud computing การเก็บข้อมูล Nano chip การส่งข้อมูลผ่าน IoT

2.    Digital Connectivity: การเชื่อมโยง เทคโนโลยี คน ธุรกิจ สังคม ให้ถึงกัน มีเรื่อง New Wave Digital Content หรือ Metaverse AR VR ทำให้ทุกอย่างเชื่อมโยงกันในโลกกึ่งเสมือนและโลกเสมือน หรือสองโลกทำงานร่วมกัน

3.    Digital Data: การที่จะทำให้ทุกอย่างดำเนินการได้อย่างสะดวก ต้องมีการเก็บข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล 

4.    Digital automation: ทั้ง 3 มิติที่กล่าวมา จะก่อให้เกิด Automatic World ซึ่งอุตสาหกรรม/ภาคการผลิต/การค้าและบริการ และการอยู่อาศัยของภาคประชาชน กำลังเข้าสู่ยุคอัตโนมัติ มีเทคโนโลยีเกี่ยวข้องคือ robotics/simulation/Integrated system สิ่งเหล่านี้ที่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติทั้งสิ้น การเข้าสู่โลกอัตโนมัติจำเป็นต้องเตรียม Digital data สำหรับประเทศ เพื่อไม่ขาดดุลชำระเงินทางเทคโนโลยี และความมั่นคงด้านข้อมูล

รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเป็นกรอบแนวทางการดำเนินการตามนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของรัฐบาล ให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยและหลากหลาย มาเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจ การดำเนินชีวิตของประชาชน และการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่แข่งขันได้ในเวทีโลก และความมั่นคงทางสังคมของประเทศภายใต้วิสัยทัศน์ คือ “ปฏิรูปประเทศไทยสู่ ดิจิทัลไทยแลนด์”

“โฆษกพรรคภท.” เผย ยังมีส.ส.จ่อเข้าร่วมงานกับพรรคเพิ่มอีก ยืนยัน พรรคเสนอชื่อ “อนุทิน” เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียว ชี้ หากปชช.ให้โอกาสพร้อมเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลาออกของส.ส.หลายท่าน และมาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) ว่า ขอบคุณเพื่อนส.ส. ทุกท่านที่เข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เราจะเดินหน้าทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน การลาออก และเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เป็นความสมัครใจของทุกท่านที่มีความพร้อม เพื่อจะเดินหน้าทำงานในพื้นที่ร่วมกับประชาชน และชี้แจงแนวทางของพรรคได้อย่างเต็มที่ 

“มีเพื่อนส.ส.อีกจำนวนหนึ่งที่จะมาร่วมกันทำงาน  และลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ยังมีภารกิจจึงยังไม่ได้ลาออก และไม่ได้มาที่พรรคเมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) ซึ่งพรรคไม่ได้บังคับหรือมีเงื่อนไข แต่ได้มีการทำความเข้าใจถึงสถานการณ์การเมืองช่วงใกล้ครบวาระของสภาผู้แทนราษฎร และช่วงปลายรัฐบาล ซึ่งทุกคนที่ต้องการสมัครรับเลือกตั้งจะต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลา จะประมาทไม่ได้” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

‘วันชัย’ ชี้เปรี้ยง!! ‘ภูมิใจไทย’ ได้เป็นรัฐบาลแน่ อวย ‘เสี่ยหนู’ ไม่เคยแดกดันส.ว.ให้ช้ำใจ ชี้ มีสิทธิ์นั่งนายกฯ เพราะรู้จักประนอมอำนาจ

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์ข้อความหัวข้อ ‘เสียงประชาชนกับเสียง 250 ส.ว.’ ว่า เห็นหลายพรรคหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กพรรคใหญ่ พรรคที่เป็นรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน มักจะพูดถึง ส.ว.250 คน ในแง่ร้ายว่าเป็นอุปสรรคขวากหนามประชาธิปไตย ซากเดนเผด็จการ แง่ดีก็พอมีอยู่บ้างแต่ไม่ค่อยได้ยิน ลึก ๆ บางพรรคก็หวังเอามาเป็นพวกตอนโหวตนายกฯ ในสภา เสร็จแล้วจะให้ค่าหรือเปล่านั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งพรรคใหม่พรรคเก่า เขย่าส.ว.250 มาโดยตลอดและคงจะกระแทกแรงขึ้นทั้งใกล้เลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง 

มีบางพรรคเล่นแรงทุกเวทีว่านี่คือคู่ขัดแย้งทางการเมือง ต้องเอาเสียงประชาชนมาแลนด์สไลด์ปะทะเสียง 250 ส.ว.ให้ได้ คำว่าแลนด์สไลด์ก็คือถล่มทลาย พังกำแพง 250 ส.ว. ก็ไม่ว่ากัน แต่ผมเห็นว่าบริบททางการเมืองในตอนนั้นและสถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้มันต่างกันมาก 250 ส.ว.ตอนนั้นกับส.ว. 250 ตอนนี้ก็ไม่เหมือนกันอย่างมากเช่นกัน ใครจะมาจากสายของใคร แต่ตอนเลือกนายกฯในครั้งนั้นเขาดูว่าใครจะรวบรวมเสียงส.ส.ได้เกินกว่ากึ่งหนึ่ง เขาก็เลือกคนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องเลือกตัวบุคคลเป็นเหตุผลรอง

‘วรภพ’ จี้!! 3 ประเด็น รัฐเข็นค่าไฟแพงรับปีใหม่ แม้ความผิดพลาดจะมาจากการบริหารของรัฐล้วน ๆ

วันที่ (16 ธ.ค. 65) ที่รัฐสภา วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีค่าไฟแพง หลังจากรัฐบาลมีมติขึ้นค่าไฟ โดยให้คงค่าไฟเฉพาะครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วย/เดือน ส่วนผู้ใช้ไฟกลุ่มอื่นรวมถึงประชาชนที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย/เดือน จะต้องเจอค่าไฟที่แพงขึ้น 1 บาท/หน่วย จากเดิม 4.72 บาท/หน่วย เพิ่มเป็น 5.7 บาท/หน่วย เริ่มต้นเดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป

วรภพ กล่าวว่า ของขวัญปีใหม่ของคนไทยไม่ควรเป็นค่าไฟที่แพงขึ้น ตนเคยท้วงติงรัฐบาลหลายครั้ง ว่าต้นตอเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่หนึ่ง มีโรงไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น เพราะรัฐบาลอนุญาตให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้ามากเกินไป ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟให้กลุ่มทุนเหล่านี้ผ่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 2,400 ล้านบาท/เดือน ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งเจรจากับเอกชน ให้ลดค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) โดยอาจแลกกับการขยายสัญญาออกไป ทำให้ในอนาคตไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการเจรจาเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน

‘ชาติพัฒนากล้า’ เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 4 เขต มั่นใจ!! สามารถผลักดันเศรษฐกิจสงขลาให้รุ่งเรืองได้

(16 ธ.ค. 65) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565 พรรคชาติพัฒนากล้าจะยกทีมใหญ่ลงจังหวัด สงขลา ประกอบด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค และนายอรัญ พันธุมจินดา ผู้อำนวยการพรรค พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค เพื่อเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ทั้ง 4 เขต โดยทั้ง 4 คน ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และมีกระแสการตอบรับจากประชาชนที่ดีมาก รับรองมีเซอร์ไพร์ส อย่างแน่นอน 

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวด้วยว่า ในวันดังกล่าวจะมีการเปิดธีมนโยบายที่จะแก้ปัญหาปากท้องให้กับชาวจังหวัดสงขลาโดยมีเป้าหมายไปสู่ ‘งานดี มีเงิน ของไม่แพง’ โดยการขยายโอกาสในการทำกินของเมืองสงขลา หาดใหญ่ เราจะลงมือทำ และ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของหัวเมืองเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ตอนล่างอย่างสงขลา เชื่อว่าจะสามารถพลิกโฉมอนาคตเศรษฐกิจของชาวสงขลาให้รุ่งเรืองได้

‘สมคิด’ ตอก ‘ประยุทธ์’ เลิกปัดสวะให้พ้นตัว แซะ!! คุมสภายังทำไม่ได้ เลิกหวังสร้างสุขให้ปชช.

วันนี้ (16 ธ.ค. 65) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมสภาล่มบ่อยเป็นเรื่องของสภานั้น การพูดเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าเป็นรัฐบาลแล้วทำให้สภาล่มบ่อยจะเป็นรัฐบาลไปทำไม การพูดเช่นนี้เป็นการปัดสวะให้พ้นตัว ในฐานะที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นเสียงข้างมาก จะมาปัดสวะแบบนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้บริหาร เป็นนายกฯ จะมาหนีแบบนี้ไม่ได้ อยากให้ไปถามนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่เคยพูดไว้ว่าเรื่ององค์ประชุมเป็นเรื่องของรัฐบาล ดังนั้นการที่สภาล่มก็มาจากฝ่ายรัฐบาล แต่วันนี้พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าไม่เกี่ยว พล.อ.ประยุทธ์กินยาผิดซองหรือเปล่า

ตาดคาด ส.ส.หลากพรรค ตบเท้าซบ 'ภูมิใจไทย' ร่วม 40 คน ด้าน 'ปารีณา' โผล่ควงพี่ชาย 'สีหเดช' ร่วมสมัครสมาชิกฯ

(16 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน พรรคภูมิใจไทยมีการรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า ปรากฎว่ามีบรรดาสมาชิกพรรคทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานใหญ่ครั้งแรกหลังการปรับปรุงอาคารที่ทำการพรรคใหม่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 8 เดือนเสร็จสิ้นลง โดยการปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหลัง 4 ชั้น รวมถึงปรับปรุง ห้องกรรมการบริหารพรรค ห้องพักสมาชิก ห้องแถลงข่าว และห้องสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังได้นำต้นกัญชาต้นใหญ่บริเวณลานจอดรถหน้าเสาธง และภายในตัวอาคาร วางเป็นจุด มาประดับไว้ที่ทำการพรรคด้วย 

ทั้งนี้ เวลา 13.00 น. บริเวณห้องแถลงข่าวชั้น 2 ซึ่งจะมีการต้อนรับสมาชิกพรรคใหม่ เป็นอดีต ส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคการเมืองอื่น อาทิ พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล เกือบ 40 คน ที่จะเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ซึ่งบรรดาสมาชิกพรรคใหม่จะเริ่มสมัครสมาชิกพรรคกับนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรค

จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรคให้การต้อนรับ พร้อมทั้งสวมเสื้อแจ๊คเก็ตให้กับสมาชิกใหม่ และถ่ายภาพที่ระลึกด้วย

จากนั้นเป็นการประชุม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ประจำสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะมีการแนะนำตัวสมาชิกใหม่ รวมไปถึงการวางนโยบาย วางกลยุทธ์ ทั้งในระดับพื้นที่และภาพรวมทั้งประเทศ เพื่อเตรียมรับมือสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง และเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เวลา 15.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ส.ที่มาร่วมจำนวนมาก อาทิ อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นายอนุชา น้อยวงศ์ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลัง นายธนัสถ์ ทวีเกื้อ กูลกิจ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี  อดีต ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย นายเอกภาพ เพียรวิเศษ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล นายคารม พลพรกลาง นายเกษมสันต์ มีทิพย์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายนิยม ช่างพินิจ อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย นายจักรพรรดิ ไชยสาสน์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย นางนันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาภิวัฒน์ เป็นต้น

นอกจากนี้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้นำพี่ชาย นายสีหเดช ไกรคุปต์ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพื่อลงสมัครเป็น ส.ส.ราชบุรี ขณะที่ น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีและจะลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อลงเลือกตั้ง ส.ส.กทม.ในนามพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ จะสมัครเข้าพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top