Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'ก้าวไกล' เผย ตำรวจทุจริต-รับสินบนจนเป็นปกติ เสนอ ปฏิรูปวงการตำรวจ-สร้างรัฐเปิดเผย-ตรวจสอบได้

วันที่ 13 ธันวาคม 2565 สุพิศาล ภักดีนฤนาท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวถึงกรณีการทุจริตการสอบนายสิบของตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งมีการเรียกรับเงินเพื่อให้ช่วยสอบเข้าตำรวจ จนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนและให้นักเรียนนายสิบที่ทุจริต พ้นสภาพหลายร้อยคนว่า กระบวนการทุจริตในการสอบของตำรวจมีมานานแล้ว และทำกันจนเป็นเรื่องปกติ ในอดีตที่ตนอยู่ในวงการตำรวจ ก็รับทราบถึงวิธีการทุจริตมากมาย เช่น การให้เข้าสอบแทนกัน โดยมีบุคคลที่เป็นหัวกะทิ ทำหน้าที่เป็น 'มือสอบ' ใช้วิธีการหลายรูปแบบ ตั้งแต่เข้าห้องสอบเพื่อจำข้อสอบแล้วกดรหัสมอร์สส่งเข้าไปให้ผู้เข้าสอบผ่านนาฬิกาหรือโทรศัพท์ หรืออาจจะนั่งสอบอยู่ด้วยกันแล้วใช้รหัสมือในการส่งสัญญาณมาทีละคำตอบ หรือการรับจ้างเข้าไปสอบโดยทั้งผู้จ้างและผู้รับจ้าง จะเขียนชื่อและรหัสผู้สอบลงบนข้อสอบสลับกัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการทุจริตที่เป็นแพ็คเกจใหญ่ ที่มีการนัดแนะลูกค้าอย่างเป็นระบบ ทั้งขั้นตอนการส่งรหัสสัญญาณ การใช้อุปกรณ์ ไปจนถึงการขโมยข้อสอบออกมาผ่านการซื้อตัวผู้ออกข้อสอบ ซึ่งโดยปกติจะถูกนำตัวไปกักบริเวณแล้วให้ออกข้อสอบแยกกัน

สุพิศาลกล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีการตรวจสอบป้องกันการทุจริตการสอบที่เข้มงวดรัดกุมขึ้นแล้ว เช่น การให้ใส่แต่กางเกงวอร์มที่ไม่มีกระเป๋าเข้าห้องสอบ การมีอุปกรณ์ตรวจจับเครื่องมือทุจริต หรือการยึดเอาโทรศัพท์และนาฬิกาไว้ แต่การทุจริตก็ยังเกิดขึ้นได้จากวิธีการใหม่ ๆ ของขบวนการทุจริต และโดยเฉพาะเมื่อผู้คุมสอบเป็นพวกเดียวกัน ก็จะเกิดการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

‘ก้าวไกล’ อัด ทร.ฟอกขาวเรือดำน้ำเครื่องยนต์จีน ชี้ รุ่นนี้ยังไม่เคยใช้ที่ไหนในโลก แม้แต่จีนเอง

‘ก้าวไกล’ ห่วง กองทัพเรือปล่อยคลิปฟอกขาวเรือดำน้ำเครื่องยนต์จีน แถมเห็นภาษากาย ‘บิ๊กตู่’ ต่อ ‘สีจิ้นผิง’ ยิ่งไม่น่าวางใจ ชี้ รุ่นนี้ยังไม่เคยใช้ที่ไหนในโลกแม้แต่จีนเอง ขอรอรัฐบาลใหม่ที่มีความชอบธรรม เข้ามาจัดการ

วันที่ 13 ธันวาคม 2565 พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่กองทัพเรือเผยแพร่คลิปวิดีโออธิบายการขับเคลื่อนเรือดำน้ำด้วยเครื่องยนต์จากจีน (CHD 620) แทนที่เครื่องยนต์จากเยอรมัน (MTU 396) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตามข้อตกลงระหว่างกองทัพเรือกับบริษัท CSOC ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนว่า ตนไม่ทราบว่าเหตุใดกองทัพเรือต้องพยายามชี้แจง ดูเหมือนเป็นความพยายามอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่จะนำไปสู่การแก้ไขสัญญาและยอมรับเครื่องยนต์ดีเซล CHD620 ที่ผลิตจากจีน แทนเครื่องยนต์ MTU396 ของเยอรมันใช่หรือไม่ ซึ่งหากในการเจรจาวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ กองทัพเรือยอมแก้ไขสัญญา ไทยจะกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล CHD 620 ของจีนในเรือดำน้ำ เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีประเทศใช้งานเครื่องยนต์ดังกล่าวมาก่อน แม้แต่ประเทศจีนเอง

พิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า ขอเรียกร้องไปยังกองทัพเรือ อย่าอ้างกับประชาชนว่าถ้าไม่ยอมรับเครื่องยนต์ดีเซล CHD 620 จากจีนแล้วจะทำให้เงินที่จ่ายไปแล้วกว่า 7 พันล้านบาทไม่ได้คืน เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองและสัญญาที่กองทัพทำกับฝ่ายจีน

‘บิ๊กป้อม’ หยอดหวาน ‘บิ๊กตู่’ อยู่ที่ไหนก็รักเหมือนเดิม

(13 ธ.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวส.ส.พลังประชารัฐ กว่า 10 คน เตรียมย้ายไปพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า เขายังไม่ลาออก ยังไม่ทราบว่าเขาจะลาออกหรือเปล่า เพราะตอนนี้เขายังไม่ลาออก เมื่อถามว่าต้องเรียกส.ส.ที่จะไป มาพูดคุยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องหรอก ก็แล้วแต่เขาเมื่อถามย้ำว่า จะไปก็ไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า ก็แล้วแต่เขา ความคิดของคนไม่เหมือนกันซึ่งที่เข้ามาก็เยอะ 

เมื่อถามว่า ช่วงเช้าได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ ไม่มีคุยเรื่องนี้ เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะดึงส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐไปพอสมควร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็เอาไปให้หมดเลยก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร ผมจะได้ปิดพรรคเลย” ทั้งนี้ทันทีที่พูดจบพล.อ.ประวิตรหัวเราะ เมื่อถามอีกว่าสรุปแล้วไปทั้งหมดเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร หัวเราะไม่ตอบคำถาม 

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำไมนะ เมื่อถามว่า นายกฯ บอกว่ายังอยากอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ท่านนายกฯ ดูเหมือนแสดงว่าจะไป จะไปแล้ว ยังไม่รู้ เมื่อถามว่า ทำไมมีคำว่าเหมือน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ตนยังไม่รู้ เพราะท่านนายกฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคตั้งแต่แรก เมื่อถามว่านายกฯ มีโอกาสเปลี่ยนใจอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้อยู่ในพรรคพลังประชารัฐเป็นเพียงพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ส่วนท่านจะอยู่หรือไม่อยู่ ก็เป็นเรื่องของท่าน เพราะท่านก็ไม่ได้อยู่ ๆ แล้ว ใช่ไหม

เมื่อถามว่า ยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อย่างนี้มันต้องแล้วแต่สมาชิกพรรคที่จะว่ากัน เมื่อถามว่า ไม่ว่าอยู่ที่ไหนจะยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อ๋อใช่อยู่ที่ไหนมันก็รักกันเหมือนเดิม 

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมือนกับว่ายังรอพรรคพลังประชารัฐทาบทามก็พร้อมจะมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทาบทามหรือเปล่า เมื่อถามว่า จะคุยหรือไม่ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่และเป็นผู้จัดการรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า ใครเป็นผู้จัดการ เมื่อถามว่า เป็นบารมีของ พล.อ.ประวิตรที่ดูแลรัฐบาลได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผมจะไปเป็นผู้จัดการที่ไหน

‘สมคิด’ ชี้!! สภาล่มซ้ำซากส่งผลเสียหลายด้าน แนะ ‘บิ๊กตู่’ ยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชน

(13 ธ.ค. 65) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า อยากให้ประชาชนจับตาดูการประชุมสภาว่าเดินหน้าได้หรือไม่ ดังที่เคยบอกไว้แล้วว่าประมาณเดือนธ.ค.-ม.ค.66 เป็นต้นไปองค์ประชุมจะล่มบ่อย การทำงานในสภาจะไม่ราบรื่น 

ดังนั้นหากมีกฎหมายของรัฐบาลเข้าสู่การพิจารณา หากไม่ผ่านรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร นอกจากนี้มีกระแสข่าวว่าในวันที่ 16 ธ.ค. จะมี ส.ส.จำนวนมากลาออกจากตำแหน่ง ทั้งจากพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดังนั้นจำนวน ส.ส.ก็จะหายไป ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่จะไปอยู่กับพรรคภท. แสดงตนเป็นองค์ประชุมให้โดยตลอด ถ้าเกิดการลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.จะส่งผลให้จำนวน ส.ส.ในสภาลดลงไปมาก หวั่นกระทบกับภาพรวมของการประชุมสภาอย่างแน่นอน ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลหลายท่านไม่ใส่ใจในการประชุมสภา ยิ่งมีการลาออกจาก ส.ส.ก็จะส่งผลกระทบกับการประชุมสภามากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต้องไตร่ตรองให้ดีว่าจะขับเคลื่อนสภาไปได้อย่างไร หากไม่รับผิดชอบจะกลายเป็นปัญหาในการทำงานของสภา

‘บุญรื่น-จุฑาพัตธน์’ ประสานเสียงไม่ซบ ภท. ลั่น!! ไม่มีวันทรยศพรรค - หักหลังประชาชน

'บุญรื่น - จุฑาพัตธน์' ประสานเสียงไม่ย้ายไป ภท. ลั่นไม่คิดทรยศพท. หักหลัง ปชช. ย้ำเกิดที่เพื่อไทย ขอตายทางการเมืองที่เพื่อไทยเท่านั้น

(13 ธ.ค. 65) เมื่อเวลา 11.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นางบุญรื่น ศรีธเรส ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พร้อมด้วยนางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทยร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีท็อปนิวส์ นำเสนอข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงกรณีเตรียมย้ายพรรคเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา 

นางบุญรื่น กล่าวว่า ท็อปนิวส์นำเสนอข่าวว่าตนจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย สร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของตนอย่างมาก ขอยืนยันว่าไม่มีความคิดที่ย้ายไปพรรคการเมืองอื่น ตนเป็น ส.ส.ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึงเพื่อไทยรวม 23 ปี ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันไม่เคยสอบตก เป็น ส.ส.รวม 5 สมัย หากรวมการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ 2 ครั้ง รวมแล้วตนชนะการเลือกตั้ง 7 ครั้ง ในความรู้สึกนึกคิดไม่เคยคิดว่าจะไปอยู่พรรคอื่น เพราะพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ดี ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของประชาชนถูกยกระดับดีขึ้น เพราะประชาชนคือหัวใจหลักของพรรคเพื่อไทยทั้งนี้ ตนจะไม่ฟ้องร้อง เนื่องจากมองว่าเป็นปกติของการเมืองที่มีการโจมตีกัน ตนเพียงขอชี้แจงให้กับพี่น้องในพื้นที่ได้รับทราบข้อเท็จจริงเท่านั้น

‘จุฑาพร’ โว พท. พร้อมยกระดับประกันสุขภาพถ้วนหน้า ใช้บัตรปชช.ใบเดียว เข้ารักษาได้ทุกที่ทั่วประเทศ

จุฑาพร ชี้ หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล พร้อมยกระดับประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาท รักษาทุกโรค ตรวจสุขภาพเชิงรุก เปลี่ยนประเทศด้วยเทคโนโลยี บัตรประชาชนใบเดียว รักษาได้ทุกสถานพยาบาล ประชาชนคุณภาพชีวิตดีขึ้น 

จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต บางรัก สาทร ปทุมวัน และ โฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่คุณแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานด้านนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยหลายด้าน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ทางด้านการบริการสาธารณสุขสำหรับประชาชน ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในแต่ละวัน พรรคเพื่อไทยพร้อมยกระดับโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาท รักษาทุกโรค มีบริการสาธารณสุขเชิงรุก อาทิ เช่น การให้บริการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรีในเด็กหญิงอายุ 9 -11 ปี เป็นวัยที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด และฉีดวัคซีนให้ผู้หญิงที่ยังไม่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV : Human Papilloma Virus) อีกทั้งยังจะมีการตรวจและรักษาไวรัสตับอักเสบ-ซี ซึ่งโรคดังกล่าวจะเป็นการป้องกันมะเร็งตับที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้ชาย ซึ่งปัจจุบันวัคซีนมะเร็งปากมดลูก มีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกนั้น สามารถป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด นอกจากนี้ ยังควรรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีน HPV ในผู้ชายด้วย เพราะผู้ชาย และเพศทางเลือกเองก็มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส และก่อให้เกิดมะเร็งชนิดอื่น ๆ ได้เหมือนกัน

‘บิ๊กป้อม’ กร้าว!! เป้าหมายปี 2566 ปราบค้ามนุษย์ต้องอยู่ tier 1

‘บิ๊กป้อม’ ย้ำ!! ที่ประชุม ครม. ยกระดับประเทศไทยเรื่องการป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ เป็น tier 1 ในปี 66 ให้ได้ กำชับ ‘พม.-มท.- สตช.’ เร่งดำเนินการอย่างเคร่งครัด

(13 ธ.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ทิพานันท์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ เรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย 

“รองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเป้าหมายการป้องกันและการปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย เพื่อยกระดับการป้องกันและปรับปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย เป็น tier 1 โดยกำหนดแผนให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2566 ซึ่งปัจจุบันไทย ปี 2565 นี้ อยู่ในระดับ tier 2”

‘เอกชัย’ ชี้!! 8 ปี การเกษตรไทยไม่พัฒนา เชื่อ!! หากเป็นเพื่อไทย เกษตรไทยก้าวกระโดด

นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ระบุว่าเพื่อไทยความหวังของเกษตรกร ทุกครั้งที่เพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะ พวกเราแก้ปัญหาที่ฐานรากทางเศรษฐกิจ สร้างแรงจูงใจ ให้ความรู้ หาตลาด เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน กระจายรายได้ ขยายโอกาส เพิ่มผลผลิตเกษตรกร ดูแลปัจจัยในการผลิต สนันสนุนทุนในการทำงาน 

ที่ผ่านมา 8 ปีเกษตรกรยากลำบากมาพอแล้ว รายได้ไม่พอรายจ่าย ปัจจัยการผลิต ปุ๋ย น้ำมันแพงหมด เกษตรกรเป็นหนี้สินอยู่ด้วยความยากลำบาก แต่ราคาสินค้าเกษตรไม่เพิ่มขึ้น ซ้ำยังตกต่ำลง ชลประทานไม่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาเท่าที่ควร การเกษตรทั้วโลกเปลี่ยนไปหมดแล้ว คุณภาพ ผลผลิต ราคา ทุกประเทศต่างแข่งขันกันพัฒนา เราหยุดนิ่งไม่ได้ วันนี้ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวให้อินเดีย ผลผลิตต่อไรต่ำกว่าเวียดนามสองเท่า คุณภาพข้าวหอมผกาลำดวลของกัมพูชาพัฒนาจนได้รับรางวัลอันดับหนึ่งแซงข้าวหอมมะลิไปเรียบร้อย เราเสียแชมป์ ทั้งคุณภาพ ราคา และ ผลผลิตต่อไร เพราะรัฐบาลไม่มีฝีมือ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผ่านมาในรัฐบาลนี้เศรษฐกิจเราโตต่ำที่สุดในภูมิภาคตลอด

รอดูของจริง!! ‘อนุทิน’ ตอบปม 37 ส.ส.จ่อเข้าภูมิใจไทย ย้ำ พรรคการเมืองเป็นของทุกคน การย้ายเข้าออกเป็นเรื่องปกติ ยัน ไม่ประมาท แม้โพลยกตัวเต็งนายกฯ ‘จะเป็นอะไร ให้ดูหลังเลือกตั้ง’

(13 ธันวาคม 2565) ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว 37 ส.ส.จากการเมืองต่าง ๆ เตรียมสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 16 ธันวาคม นี้ ว่า  

วันนั้นจะมีประชุมพรรค พรรคไม่ได้เป็นพรรคที่ปิดกั้น แต่รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยังไม่เซ็นใบสมัครให้ใคร ซึ่งในนั้น ตามที่เป็นข่าว มันก็มีจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ตนพูดไม่ได้ จะพูดเมื่อลงนามรับใบสมัครของใครก็ตามที่เป็นสมาชิก ที่เราต้องรีโนเวตพรรค เพราะที่เก่าก็มีอายุมาก และจะมีการปรับปรุงสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักข่าวไปจนถึงการจัดสถานที่ เตรียมการเลือกตั้ง เพราะต้องมีการประชุมกิดขึ้น มันต้องรีโนเวต แต่เค้าโครงเดิม

เมื่อถามถึงการที่บางโพลยกให้เป็นตัวเต็งนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ตอบว่า อยู่ที่ประชาชน จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ต้องดูหลังเลือกตั้ง ที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน แน่นอนว่า เราตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เพราะของตายไม่มีในโลก มันก็ต้องขยัน ถ้าไม่ขยัน ก็นำพาอะไรไม่ได้

‘มาดามเดียร์ - ฉาย บุนนาค’ อู้ฟู่ 536 ล้าน ด้าน ‘นราพัฒน์’ แจ้งมีทรัพย์สิน 1.5 พันล้าน

ป.ป.ช. เปิดเซฟ 2 อดีต ส.ส. ‘มาดามเดียร์ - ฉาย บุนนาค’ อู้ฟู่ 536 ล้าน หนี้ 126 ล้าน หนี้เพิ่มหลังพ้น ส.ส. 44 ล้าน ขณะที่ ‘นราพัฒน์’ แจ้งมีทรัพย์สิน 1.5 พันล้าน แต่ตรวจสอบพบเพียง 206 ล้าน

เมื่อวันที่ (13 ธ.ค. 65) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.วทันยา บุนนาค กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2565 โดย น.ส.วทันยา พร้อมด้วยนายฉาย บุนนาค คู่สมรส รวมทั้งบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 536,032,740 บาท หนี้สิน 126,439,294 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินในส่วนของ น.ส.วทันยา 240,075,840 บาท ประกอบด้วย เงินสด 4,200,000 บาท เงินฝาก 2,071,816 บาท เงินลงทุน 7 รายการ มูลค่ารวม 11,736,412 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในกองทุนเปิด เงินให้กู้ยืม 45,362,249 บาท โดยระบุชื่อผู้กู้คือ นายภควันต์ วงษ์โอภาสี น้องชายของ น.ส.วทันยา ที่ดิน 4 รายการ มูลค่ารวม 32,077,500 บาท โดยอยู่ในพื้นที่บางกะปิ 3 โฉนด พื้นที่บึงกุ่ม 1 โฉนด โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ มูลค่ารวม 111,206,460 บาท โดยรายการที่มูลค่าสูงสุดแจ้งว่าเป็นห้องชุดเพนท์เฮ้าส์ แขวงคลองตันเหนือ 92,000,000 บาท นอกนั้นเป็นห้องชุด ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว ยานพาหนะ 2 รายการ มูลค่ารวม 2,818,900 บาท โดยเป็นรถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ Volkswagen 1 คัน สิทธิและสัมปทาน 10,173,084 บาท ส่วนใหญ่เป็นสิทธิในกรมธรรม์ประกันภัย กองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และที่น่าสนใจคือสิทธิในสมาชิกแปซิฟิกคลับ ซิตี้ (ไม่แจ้งมูลค่า) ทรัพย์สินอื่น 20,429,372 บาท ส่วนหนี้สินแจ้งว่าเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 45,149,407 บาท 

ขณะที่ทรัพย์สินในส่วนของคู่สมรส 285,301,840 บาท ประกอบด้วย เงินสด 250,000 บาท เงินฝาก 5,182,208 บาท เงินลงทุน 11 รายการ มูลค่ารวม 4,178,925 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในกองทุนเปิด ที่ดิน 3 รายการ มูลค่ารวม 117,565,000 บาท โดยอยู่ในพื้นที่บางกะปิ 2 โฉนด พระโขนง 1 โฉนด โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 รายการมูลค่ารวม 8,736,620 บาท โดยเป็นห้องชุด บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ ยานพาหนะ 4 รายการ มูลค่ารวม 11,998,000 บาท โดยที่น่าสนใจคือรถยนต์ Mercedes Benz ทะเบียน ฉบ 999 จำนวน 1 คัน มูลค่า 2,068,000 บาท รถยนต์ Lexus 1 คัน มูลค่า 5,500,000 แจ้งว่าได้มาเมื่อ 24 เม.ย.2564 สิทธิและสัมปทาน 7,525,666 บาท ส่วนใหญ่เป็นสิทธิในกรมธรรม์ประกันภัย กองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และที่น่าสนใจคือสิทธิในสมาชิกแปซิฟิกคลับ ตลอดชีพ (ไม่แจ้งมูลค่า) ทรัพย์สินอื่น 129,865,420 บาท ส่วนหนี้สิน 81,289,886 บาท แบ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 15,048,957 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 3,240,929 บาท หนี้สินอื่น 63,000,000 บาท ระบุชื่อเจ้าหนี้ คือ นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) บิดาของนายฉาย นอกจากนั้นยังแจ้งว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินเป็นเงินฝาก และสิทธิและสัมปทาน รวม 10,655,058 บาท 

ทั้งนี้ สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ ของ น.ส.วทันยา และคู่สมรส อาทิ กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง ทั้ง Hermes, Chanel, Celine, Bottega Veneta, Christian Dior รวม 30 รายการ นาฬิกาหรู ทั้ง Patek Philippe, Rolex, Breguet, Hublot รวม 11 รายการ ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 68 บาท มูลค่า 1,347,760 บาท ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 31 บาท  สร้อยคอไข่มุก Mikimoto มูลค่า 860,000 บาท พระเครื่องหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ 18,150,000 บาท พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ 45,200,000 บาท พระเครื่องซุ้มกอ 10 ล้านบาท พระพุทธรูปอู่ทอง หน้าหนุ่ม 20,000,000 บาท พระพุทธรูปปางลีลา สุโขทัย 8,000,000 บาท หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน วัดช้างไห้ 1,000,000 บาท

น.ส.วทันยา ยังแจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 4,963,378 บาท ส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม 2,215,000 บาท เงินประจำตำแหน่ง 854,760 บาท นอกจากนั้นยังแจ้งว่าได้ทรัพย์สินจากมารดา 505,000 บาท ได้ทรัพย์สินจากคู่สมรส 353,000 บาท และยังมีรายได้จากการขายกองทุน 429,137 บาท ส่วนคู่สมรสแจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 26,829,714 บาท ส่วนใหญ่มาจากเงินประจำตำแหน่ง 14,800,000 บาท เงินได้จากมารดา 10,000,000 บาท เป็นต้น  ส่วนค่าใช้จ่ายต่อปีของ น.ส.วทันยา 15,845,100 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ขณะที่ค่าใช้จ่ายคู่สมรส 35,086,229 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าผ่อน.บ้านและค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ค่าผ่อนรถ ค่าท่องเที่ยว และเงินบริจาค นอกจากนี้ยังมีค่าเล่าเรียนบุตรต่อปี 2,220,000 บาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top