Wednesday, 10 June 2026
POLITICS NEWS

'รองประธาน สทท.' เทียบทริปดูงานสิงค์โปร์ 'หมออ๋อง' กับคณะ สว. พบ!! ราคาต่างกันลิบ และไม่มีการนั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจ

(19 ก.ย. 66) นายสุรวัช อัครวรมาศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Surawat Akaraworamat’ ข้อความว่า…

ระเบียบดูงานที่ต้องทำความเข้าใจ เมื่อ 18 กย.ปีที่ผ่านมา ผมได้พาคณะของกรรมาธิการท่องเที่ยวของวุฒิสภา ไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ (ดูจริง) นำโดย ปธ.กมธ งบประมาณต่อคณะท่านละ สามหมื่นบาท รวมภาษี VAT ไม่ผิดครับ 30,000 บาท 2 คืน ดูงานไปวันอาทิตย์กลับคืนอังคาร ประมาณ 12 ท่าน #ท่าน สว.ไม่ได้นั่งชั้นธุรกิจ ขอให้ข้อมูลเพิ่มจากข่าวที่ต้องใช้เงินหนึ่งล้านสามแสนกว่า กับจำนวนคนที่ใกล้เคียงกัน ภาษี…กู ระเบียบในการนั่งเครื่องต้องใช้ การบินไทย เว้นแต่ สามารถพิสูจน์ได้ว่าสายการบินอื่นมีราคาถูกว่าการบินไทย 25% เท่ากับใช้ได้ครับ

‘เศรษฐา’ เผย ‘ลุงตู่’ เคยเตือนเรื่องการนอนที่สภาฯ ระวังคนมองว่า ‘สร้างภาพ’

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.66 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน Thairath Forum 2023 | Future Perfect โดยให้ความเห็นเมื่อถูกถามเกี่ยวกับกรณีจะไปนอนทำเนียบรัฐบาลจริงหรือไม่? ว่า...

เป็นความจริง เพราะบ้านที่นายกฯ อยู่มีพื้นที่ 197 ตารางวา ซึ่งจะเล็กมากทันที หากต้องมีตำรวจเข้าออกเพื่อดูแล จึงคิดว่าเพื่อนบ้านจะเดือดร้อนแน่ ๆ อีกทั้งต้องเดินทางเยอะด้วย ดังนั้นตนจึงไม่อยากเป็นภาระกับตำรวจกับหน่วยรักษาความปลอดภัยด้วย แต่คงต้องเป็นภาระให้กับฝ่ายเลขาฯ 

"หากตื่นมาแล้ว ถ้ากิน Breakfast (อาหารเช้า) ตอน 06.30 น. ก็ต้องมีคนมาสั่งงานได้แล้ว 06.30 น. แล้วก็ไปอาบน้ำต่อ ขอเป็นภาระกับเลขา 4-5 คน และถ้าหากมีภารกิจตอนค่ำ ก็สามารถสั่งงานใคร ก่อนนอนได้อีกหนหนึ่ง"

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าจะพยายามเต็มที่ เพราะเทหมดหน้าตัก ต้องทำงานกันหนักจริงๆ แต่ก็เข้าใจว่าแต่ละคนมีขีดที่รับงานได้ต่างกันไป คนไหนรับได้ก็รับ คนไหนรับไม่ได้ก็เวียนกันมาทำงานกัน เพราะเข้าใจว่าบางคนบ้านอยู่ฝั่งธนฯ บ้านอยู่สุขุมวิท เดินทางต่างกันไป ไม่มีปัญหา บอกกันได้ ว่าไหวไม่ไหว แต่พยายามเต็มที่

เมื่อถามว่าไปนอนจริงจังหรือไม่? นายกฯ กล่าวว่า "ก็คง 3-4 วันต่ออาทิตย์"

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “ผมได้บอกท่านนายกฯ ประยุทธ์ไปในวันที่พบท่าน ท่านก็บอกว่า ระวังนะคนหาว่าสร้างภาพ ผมก็พยักหน้า รับทราบ ก็เข้าใจครับ ก็เข้าใจในความหวังดี ในการเตือน มันโดนแน่นอน”

'พี่ดี้' โพสต์แรง "จะกวนตีนประเทศก็ได้" "แต่อย่าใช้เงินทองของชาวบ้านแบบนี้"

(19 ก.ย. 66) ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Nitipong Honark’ ระบุว่า…

ท่านประธานที่เคารพ…

(หรือหมายถึงรองประธานที่ทำหน้าที่ประธานก็ได้)
ด้วยความเคารพนะครับ…

(วลี ‘ด้วยความเคารพนะครับ’..คือโปรดเตรียมรับความเคารพหนัก ๆ )
ไม่มีอะไรที่เข้าใจได้เลยว่า ทำไมจะต้องไปดูงานอะไรแบบนี้…ที่สิงคโปร์…
คือน้องจะกวนตีนประเทศก็ได้…แต่อย่าใช้เงินทองของชาวบ้านแบบนี้…
ไม่ชอบนักการเมืองรุ่นเก่าที่ทำแบบนี้…ไม่ชอบข้าราชการสติเก่าที่ทำแบบนี้….

พี่ก็ไม่ชอบว่ะ….
ไม่อยากให้ราคาน้องเลย…แต่น้องเสือกมามีตำแหน่งบ้าบอนี่…
เอาเหอะ…พูดไปก็เท่านั้น….ด้วยความเคารพ…

‘สส.ปทุม ก้าวไกล’ ค้านโครงการรถไฟความเร็วสูงผ่าอยุธยา อ้าง!! จะถูกถอด ‘มรดกโลก’ เจอชาวเน็ตแห่ถล่มยับ!!

(18 ก.ย. 66) เฟซบุ๊ก ‘เชตวัน เตือประโคน - Chetawan Thuaprakhon’ ของนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี เขต 6 พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความระบุว่า "ประชาชนคนไทยต่างลุ้นกันกรณี “ศรีเทพ” จะได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่ “อยุธยา” ที่เป็นอยู่แล้ว กำลังจะถูก “ถอด” เพราะรถไฟความเร็วสูงผ่ากลางเมือง #ก้าวไกล #มรดกโลก #อโยธยา"

ปรากฏว่าทัวร์ลงมายัง สส.คนดังกล่าว โดยมีความคิดเห็น เช่น

- คนอยุธยาอยากได้ความเจริญมากกว่าค่ะ
- ถ่วงความเจริญครับ
- ความรู้สั้น ความมั่นสูง
- คนอยุธยามีสิทธิ์ไหมคะ
- ก่อนแสดงความเห็นควรหาความจริงและควรมีความรู้
- อยุธยาได้เป็นมรดกโลก และมีการคมนาคมที่ทันสมัยควบคู่กันไป คนไทยและชาวต่างชาติก็จะยิ่งมาเที่ยวอยุธยามากขึ้นค่ะ

- ว่างงานและมาถ่วงความเจริญหรือครับ
- อย่างนี้เกียวโตโดนถอดไปนานแล้วปะครับ

สำหรับประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดยหนึ่งในนั้นคือสถานีอยุธยา แต่กรมศิลปากรออกมาคัดค้านเพราะเกรงว่าจะกระทบต่อโบราณสถาน และมรดกโลก และขอให้การรถไฟฯ ทำการศึกษาผลกระทบต่อมรดกโลกทางวัฒนธรรม หรือ Heritage Impact Assessment (HIA) ทำให้โครงการในสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กิโลเมตร หยุดชะงัก การรถไฟฯ ได้จ้างที่ปรึกษามาทำการศึกษาผลกระทบ เพื่อหารูปแบบ และป้องกันผลกระทบในทุกด้านกับการก่อสร้าง ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ

อีกด้านหนึ่ง นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สส.อยุธยา เขต 1 พรรคก้าวไกล ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการดังกล่าว อ้างว่าที่ตั้งสถานีผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรมต่อแหล่งมรดกโลกเมืองเก่าอโยธยา พร้อมเตรียมยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรมต่อแหล่งมรดกโลกเมืองเก่าอโยธยาจากโครงการรถไฟความเร็วสูง สถานีอยุธยา ขณะเดียวกัน นายทวีวงศ์ยังมีการขอพบ นายสุจิตต์ วงษ์เทศ นักเขียนเรื่องราวประวัติศาสตร์ในเครือมติชน เพื่อหารืออีกทางหนึ่งด้วย

ขณะเดียวกัน ได้มีการก่อตั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ‘SAVE อโยธยา’ นำโดย นายภาณุพงศ์ ชลสวัสดิ์ นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อรณรงค์ปกป้องเมืองอโยธยา และได้จัดเสวนาหัวข้อ ‘รื้อ-ทำลายความทรงจำมรดกวัฒนธรรมอโยธยา’ โดยมีนายธรรดร กุลเกลี้ยง นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มราษฎร โดยวิจารณ์โครงการสถานีรถไฟอยุธยา อ้างถึงโรงภาพยนตร์สกาลา และศาลเจ้าแม่ทับทิม รวมทั้งยังโยงแง่มุมของทุนนิยมกับการอนุรักษ์ และ น.ส.ภัสราวดีเห็นว่าสร้างอ้อมออกไปใช้งบประมาณ 18,000 ล้านบาท ยังน้อยกว่างบประมาณของกองทัพที่มีกว่า 200,000 ล้านบาทอีกด้วย

'พงศ์พล' สวน!! 'รองอ๋อง' อย่าอ้างระเบียบทำให้จองตั๋วโลว์คอสไม่ได้ ชี้!! ‘การบินไทย’ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว ระเบียบดังกล่าวไม่เข้าข่าย

(18 ก.ย.66) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษก พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณี 'หมออ๋อง' บินหรูทัวร์สิงคโปร์ ว่า...

อย่าอ้างการบินไทย..ท่านรองจองตั๋วโลว์คอสได้ ทำไมไม่ทำ? ✈️

จากประเด็นรองประธานสภา และคณะสส. เตรียมใช้เงินรัฐ ดูงานหรู ณ ประเทศสิงคโปร์.. จัดตั๋วเครื่องบินราคา 51,250บาท, ค่าโรงแรมคืนละ 1.25หมื่น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการดูงานครั้งนี้ ที่แพงหูฉี่เกินมาตรฐาน มูลค่าล้านกว่าบาท

รองประธานฯดังกล่าว ให้เหตุผลกับสังคม ใจจริงต้องการเดินทางด้วยตั๋วสายการบินLow Cost ราคาถูก แต่จองไม่ได้ เพราะติดระเบียบ ต้องเดินทางด้วยสายการบินแห่งชาติ เท่านั้น

เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

หลังศึกษาระเบียบวาระสภา และปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐวิสาหกิจมาดีแล้ว

⬛ วันนี้ ‘การบินไทย’ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว หลังเข้าการฟื้นฟูกิจการ เมื่อไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว ดังนั้นข้อผูกพันตามระเบียบของรัฐแล้วก็จะหยุดไปไม่เกิดขึ้น จึงหลุดสถานะ 'สายการบินแห่งชาติ' โดยนิตินัย 

ระเบียบดังกล่าวนี้ จึงไม่สามารถบังคับให้บุคลากรซื้อเฉพาะตั๋วการบินไทยได้..

⬛ คอนเฟิร์มว่า คณะรองประธานฯ สามารถจองเที่ยวบิน low cost ราคาถูก เดินทางได้อย่างแน่นอน ..คำถามคือทำไม่ไม่ทำ?

ส่วนคนมองว่า ‘การบินไทย’ ยังคงเป็นสายการบินแห่งชาติ นั้นเป็นเพียง Perception ภาพจำของคนไทย ในเชิงพฤตินัยเท่านั้นเอง

‘อี้’ จี้สำนึก ‘หมออ๋อง’ ผลาญภาษีพาพวกบินหรู   สงสัย!! หรือจะเป็นเทคนิค ‘ก้าวไกล’ ขับพ้นพรรค  

(18 ก.ย. 66) ดร​.แทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​พรรค​ประชา​ธ​ิ​ปัตย์ ​กล่าว​ถึง​กรณี​นาย​ปดิพัทธ์​ สันติ​ภาดา​ รอง​ประ​ธา​นสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้เดินทางไปดูงานที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมี สส.พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยและคณะรวม 12 คนติดตามไปด้วย ในช่วงระหว่างวันที่ 21-25 ก.ย.66 โดยศึกษาดูงานด้านระบบสารสนเทศการประชุมของรัฐสภาแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์, การบริหารจัดการแรงงานของคนไทยในสาธารณรัฐสิงคโปร์ และการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดย นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติการเดินทางเมื่อวันที่ 12 ก.ย.66 และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติงบประมาณเป็นเงินจำนวน 1,379,250 บาท

แบ่งเป็น...ค่าใช้จ่ายในการเดินทางการและระบุงบประมาณอื่นที่เบิกจ่ายสำหรับ สส. 1 คน ๆ อยู่ที่คนละ 114,650 บาท แบ่งเป็น ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ 51,250 บาท, ค่าเบี้ยเลี้ยง 4 วัน ๆ ละ 3,100 บาท รวม 12,400 บาท, ค่าที่พัก (พักเดี่ยว) 4 คืน ๆ ละ 12,500 บาท รวม 50,000 บาท และค่าจัดทำหนังสือเดินทาง 1,000 บาท ส่วนของนายปดิพัทธ์ มียอดค่า​ใช้​จ่ายรวม 494,650 บาท โดยได้สิทธิ์ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าที่พัก เท่ากับ สส.คนอื่น แต่มียอดเพิ่มเติมในส่วนของค่ารับรอง 200,000 บาท ค่ายานพหนะ 150,000 บาท และค่าของที่ระลึก 30,000 บาท อยู่ในรายการของนายปดิพัทธ์

สังคมตั้งคำถามว่าสภาจำเป็นไหมที่จะต้องไปดูงานในช่วงเวลานี้ เป็น​ภารกิจที่คุ้มค่​าภาษี​ประชาชน​หรือไม่ โดย​ถือว่าเป็​นการผลาญงบประมาณแผ่นดินในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นปีงบประมาณ​ (30 กันยายน​) โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็น​การ​ตั้งเรื่องอนุมัติอย่างเร่งรีบไม่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการแผนและงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร​อยากตั้งคำถามว่า ‘คนจนมีสิทธิ์​ไหมครับ’ กับการที่ผู้แทนพาพรรคพวกตัวเอง บินหรูอยู่​สบาย ด้วยภาษีจากน้ำตาประชาชน​ ที่ทำงานหนักหาเงินด้วยความทุกข์ยาก​แสนสาหัส โดยตนจะคอยติดตามผลลัพธ์​ของการไปดูงานเช่นเดียวกับ​การใช้งบประมาณ​ของรัฐบาล​ด้วย

นอกจากนี้​พี่น้อง​ประชาชน​ตั้งข้อสังเกตไว้หรืออาจจะเพราะ​ต้องเตรียมลาออกเพื่อย้ายไปพรรคอื่นที่ ‘เตี๊ยม’ กันไว้ระหว่าง  2 พรรคคือ ให้ก้าวไกลใช้เทคนิคขับหมออ๋องไปอยู่พรรคเล็กพรรคหนึ่ง เพื่อสามารถดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรได้และก้าวไกล​สามารถได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้ เป็น​จริงหรือไม่ อาจเข้าข่ายฮั้วกันหรือไม่ต้องติดตามต่อ เชื่อว่างานนี่จบไม่สวยแน่นอน

‘อนุทิน’ ตั้ง คกก. ลุยสอบโครงการฮั้วประมูล ‘กำนันนก’ ลั่น!! ใครมีเอี่ยว เอาผิดตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

(18 ก.ย. 66) ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบโครงการที่อาจเข้าข่ายฮั้วประมูล ที่มีความเกี่ยวข้องกับนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ ‘กำนันนก’ ว่า ตนเชื่อว่าคดีดังกล่าวจะนำมาสู่การขยายผล ตอนนี้จะต้องตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ทั้งหมดของกระทรวงมหาดไทย ว่าตรงไหนเข้าข่ายฮั้วประมูล ซึ่งตนจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาและลุยเรื่องนี้

ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว แต่ในทางราชการมีข้อเสียว่าต้องมีหลักฐานมาประกอบ จะใช้ความรู้สึกไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ท้าทาย เป็นสิ่งที่ยาก และจำเป็นต้องขอข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น ขณะนี้โครงการใหญ่ ๆ ได้รับการร้องเรียนเป็นจำนวนมากบางโครงการมีการทักท้วงแล้วแต่ยังเดินหน้าโครงการต่อ ซึ่งเราจะเข้าไปดำเนินการ ยืนยันว่าตนจะพยายามดำเนินการด้วยการหาพยานหลักฐานต่าง ๆ ว่ามีสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง ขณะนี้ยังไม่ได้ลงในรายละเอียด แต่ผมมีหน้าที่ติดตามตรวจสอบ เร่งรัดให้การตรวจสอบเกิดขึ้นโดยเร็ว

เมื่อถามว่าถ้ามีคนในเข้าไปเกี่ยวข้อง จะมีการคาดโทษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งการทุจริตจะทำเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องมีคนเข้ามาเอี่ยว

เมื่อถามว่าจะวางแนวทางการป้องกันในอนาคตอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด สิ่งใดไม่ดีต้องใช้กฎหมายดำเนินการให้เฉียบขาดโดยเร็วที่สุด ซึ่งคดีทุจริตไม่มีอายุความ 

'ชาดา' เดินหน้าปราบผู้มีอิทธิพล เร่งทำบัญชีแยกสีแดงเหลือง  วอน!! ให้เวลา 'เจ้าหน้าที่' ทำงาน ขอทุกคนใจเย็นๆ

(18 ก.ย. 66) ที่ รร.รามาการ์เดนส์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขึ้นทะเบียนผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ทั่วประเทศว่า ขณะนี้ได้ตั้งกรรมการโดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทยเป็นประธาน ตนเป็นรองประธาน และมีปลัดกระทรวงเป็นคณะกรรมการ โดยจะมีการรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศก่อน และตรวจสอบดูว่ายังมีอิทธิพลอยู่หรือไม่ และมาตรวจสอบว่าในพื้นที่มีผู้มีอิทธิพลรายใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ โดยจะแบ่งพื้นที่เป็นสีแดงและสีเหลืองเพื่อทำข้อมูลใหม่ โดยจะเน้นย้ำถึงความเป็นธรรมกับผู้ที่ไม่ได้มีอิทธิพล ทั้งนี้ คดีของกำนันนก ทำให้ต้องตรวจสอบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนักการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศก่อน

“ผู้มีอิทธิพลที่พฤติกรรมไม่ดีมีหลายรูปแบบ บางคนไม่ได้มีตำแหน่งแต่มีอิทธิพล แต่บางคนมีอิทธิพลมากถึงขั้นแต่งตั้งนักการเมืองได้ ก็จะต้องตรวจสอบไปตามขั้นตอน ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ” นายชาดา กล่าว

เมื่อถามว่าการตรวจสอบผู้มีอิทธิพลในจ.อุทัยธานี เป็นอย่างไร? นายชาดา กล่าวว่า จบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีการแบ่งพื้นที่เป็นสีแดงและสีเหลืองเรียบร้อย โดยสีแดงนั้นมีน้อยมาก เมื่อถามต่อว่า ในพื้นที่จ.นครปฐมจะเป็นจุดต่อไปที่จะเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า ตรวจพร้อมกันทั่วประเทศทั้งหมด ส่วนจะมีการเปิดรายชื่อผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากกฎหมายไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะมีกฎหมายป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล หากมีรายชื่อหลุดไปอาจจะถูกฟ้องร้องได้

เมื่อถามถึงการตั้งกรอบระยะเวลาการทำบัญชีสีแดงและสีเหลือง? นายชาดา กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่จ.อุทัยธานีเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในหลายจังหวัดก็จบแล้ว การทำงานไม่ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยอย่างเดียว แต่มีกระทรวงอื่นมาร่วมทำงานด้วยเบื้องต้นสามารถรวบรวมข้อมูลได้ 20-30% แล้ว ซึ่งตนเองจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ขออย่าไปบีบเจ้าหน้าที่ให้เร่งทำงาน

เมื่อถามว่ากังวลไหมว่าผู้มีอิทธิพลจะเข้ามาแทรกแซง? นายชาดา ย้อนถามกลับว่า “ใครจะมาใหญ่กว่าผม” พร้อมหัวเราะแล้วบอกว่า “ผมตัวใหญ่” 

‘มท.1’ กร้าว!! จะใช้กลไกอำนาจรัฐเพื่อบ้านเมือง เร่งปราบมาเฟีย - กำจัดผู้มีอิทธิพลให้สิ้นซาก

(18 ก.ย. 66) ที่ รร.รามาการ์เดนส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งถึงนโยบายการจัดระเบียบสังคมและผู้มีอิทธิพลว่า เมื่อพูดถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพล คนส่วนใหญ่คิดไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร เราต้องมาตั้งหลักกันใหม่ สำหรับกระทรวงมหาดไทย ผู้มีอิทธิพลหมายถึงคนที่ใช้อำนาจที่มีอยู่ในทางมิชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเลงหัวไม้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอันธพาล คนดี ๆ แบบนี้ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ ข่มเหงคนอื่น และก่อประโยชน์ส่วนตน ทำให้คนอื่นเดือดร้อน กีดกันคนอื่นไม่ให้ได้รับโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นอำนาจรัฐ อำนาจบารมีในท้องถิ่น อำนาจเงิน และอำนาจสายสัมพันธ์ต่าง ๆ ถ้าใช้อิทธิพลประกอบคุณงามความดี เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ แต่ใช้อิทธิพลก่อให้เกิดความเดือดร้อน เสียหายต่อสังคมและประเทศชาติ นี่คือสิ่งที่ต้องกำจัด หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยมุ่งจัดระเบียบสังคมให้สงบสุข ทำบ้านเมืองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดอบายมุข ยาเสพติด ประชาชนมีความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง สิ่งใดที่ขัดต่อความมุ่งหมายนี้ เราจะใช้กลไกของรัฐที่พวกท่านทั้งหลายถืออยู่ในมือต้องกำจัดให้สิ้นซากไป

นายอนุทิน กล่าวถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทของรัฐบาลว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าไม่ใช่เงินสด มันมีวงเงิน เป็นการใช้ที่มีข้อกำหนด เช่น ใช้ในรัศมี 4 กม. แต่อาจจะเพิ่มเป็นหมู่บ้าน ตำบล อำเภอก็ว่าไปตามความเหมาะสม ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังดำเนินการอยู่ โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ได้หาเสียงเรื่องนี้เอาไว้ เราก็ต้องเข้าใจ ตนก็เคยหาเสียงมาก่อนในส่วนของตน เมื่อเราหาเสียงอะไรแล้ว หน้าที่คือต้องทำให้สำเร็จ ถ้าหาเสียงมาแล้วไม่ทำเท่ากับเราหลอกลวงประชาชน ที่เราเข้ามาทุกวันนี้ได้เพราะไปสัญญากับประชาชนไว้ ที่บอกว่าสิ่งนี้ทำไม่ได้ เป็นการมอมเมาประชาชน เราก็มองว่าต่างคนต่างความคิด แต่เราก็น้อมรับรับฟัง ถ้าคิดโดยหลักการมันก็เป็นเงินบาท ซื้อของไทย ใช้ของไทย หมุนเวียนอยู่ในระบบของเรา และต้องสร้างการป้องกันเพื่อป้องกันการหักหัวคิวด้วย เราจะปล่อยให้เกิดไม่ได้

“ผมชื่อเล่นชื่อหนู ภารกิจของท่านคือราชสีห์ แต่สำหรับผมราชสีห์คือประชาชน ให้หนูช่วยเถอะครับ อะไรที่ติดขัดก็มาบอก แล้วก่อให้เกิดผลประโยชน์ประชาชน ผมยินดีทำและรับผิดชอบร่วมกับ พวกเราทุกคนไปช่วยราชสีห์กัน ราชสีห์ก็คงไม่ตะปบเรา ราชสีห์ก็คงอยู่กับเราด้วยความสง่างาม ด้วยความสมบูรณ์ เราก็เป็นหนูที่ช่วยราชสีห์ มันก็อยู่กันได้ด้วยความสุข ไม่อย่างนั้นคงไม่อยู่ในนิทานอีสปหรอกครับ” นายอนุทิน กล่าว

'พงศ์พล' ไม่ติด 'รองอ๋อง' เบิก 1.3 ล้านบาททัวร์สิงคโปร์ แค่ถาม "นอนหลับสบายดีมั้ย บนภาระภาษีพี่น้องคนไทย?"

(18 ก.ย. 66) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษก พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ 'หรูหราภาษีหลวง' ระบุว่า ...

ท่านรองจองที่พัก '12,500 ต่อคืน'

ตามเอกสารส่งสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนฯ วันที่ 11 ก.ย. 66 ... ปรากฏการเบิกงบทั้งสิ้น 1.3 ล้านบาท เพื่อให้รองประธานสภา และ สส. 6 คน ไปดูงานสิงคโปร์ ในเรื่องที่ไม่มีวาระเร่งด่วนอย่างใด เช่น ดูระบบสารสนเทศ ส่องระบบแรงงาน ชมสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ ... เอาง่ายๆ ก็คือ ไปเที่ยว

เอาล่ะไม่เป็นไร เค้าอาจจะอยากพักผ่อนสันทนาการ ตามประสานักการเมืองใหญ่ ... จุดสำคัญที่ผิดสังเกต และเพิกเฉยไม่ได้คือ ค่าใช้จ่ายเกินจริงของทริป เช่น...

>> ที่พักหรู 4 คืน "คืนละ 1.25 หมื่น" รวมเป็น 5หมื่นบาทต่อคน
ทั้งๆ ที่โรงแรมคืนละ 1-2 พัน ก็อยู่ได้สบายใจกลางเมืองสิงคโปร์
เงินจำนวนนี้คนไทยทั่วไปไม่มีฐานะ เค้าสามารถเช่าที่ซุกหัวนอนได้ทั้งปี

>> ตั๋วเครื่องบินหรู 51,250 บาท ต่อคน
ทั้งที่บินไปใกล้ๆ แค่สิงคโปร์ ราคาตั๋วธรรมดาทั่วไปอยู่ที่ 4 พัน
(คนทั่วไปสามารถบินไปกลับ ได้เป็น 10 รอบ)

นี่คือความเท่าเทียมแบบไหน ... พูลวิลล่า ปาร์ตี้ จิบไวน์พรีเมี่ยมบนเครื่องบิน วิวดีที่เซ็นโตซ่า 

พวกคุณนอนหลับสบายดีมั้ย ... บนภาระภาษีพี่น้องคนไทย?


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top