Friday, 31 July 2026
NEWS

'ชัยวุฒิ' ร่วม 'บวงสรวง-เททองหล่อ' ชนวนนำฤกษ์วัตถุมงคลพญาครุฑ รุ่น 'สมบัติแผ่นดิน 140 ปี ไปรษณีย์ไทย' คงไว้ซึ่งศิลป์แห่งปฐมบท

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและเททองหล่อชนวนนำฤกษ์วัตถุมงคลพญาครุฑ รุ่น 'สมบัติแผ่นดิน 140 ปี ไปรษณีย์ไทย' เพื่อสืบสานตำนานศิลป์ปฐมบท 'ครุฑยุดแตรงอน' สัญลักษณ์ของกรมไปรษณีย์โทรเลข โดย สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ เจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ วัตถุมงคลพญาครุฑฯ จำลองมาจากประติมากรรมที่ประดับบนอาคารไปรษณีย์กลาง ซึ่งออกแบบโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

กาลเทศะ ‘ชาวเน็ต’ สวดยับ!! สาวเต้นเซิ้งบนรถไฟญี่ปุ่น เสียมารยาท พอโดนสอนกลับด่าสาระแน แถมเหยียดเคยไปญี่ปุ่นรึยัง

ดรามา!! แก๊งคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น เซิ้งบนรถไฟถ่าย TikTok เอาคอนเทนต์ จนคนมองเพียบ ทั้งที่เป็นมารยาทที่ญี่ปุ่นห้ามคุยกันบนรถไฟ พอคนไปเตือนกลับโดนด่าสาระแน บอกคนญี่ปุ่นเขาโอเพ่น

การเดินทางบนรถสาธารณะต้องคำนึงถึงคนอื่นเป็นสำคัญ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทานอาหาร ไม่ยืนขวางประตู และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ถือเป็นมารยาทขั้นพื้นฐานที่ต้องพึงนึกถึงเอาไว้ และยิ่งไปในต่างแดนแล้ว ยิ่งต้องศึกษาและระมัดระวังเรื่องมารยาทมากกว่าเดิม มิเช่นนั้นอาจนำมาซึ่งความอับอายให้กับเพื่อนร่วมชาติได้

ล่าสุด ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปของสาวไทยคนหนึ่ง ที่ขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น แต่เธอกลับไม่รักษามารยาท ส่งเสียงดังและเต้นเซิ้งเพื่อถ่ายคอนเทนต์ TIkTok จนคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติที่อยู่ด้านหลังต่างมองกันเป็นตาเดียว แต่เธอก็ไม่ได้แคร์และยังคงถ่ายคลิปต่อ อีกทั้งยังพบว่าเธอไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อต้องขึ้นรถไฟในญี่ปุ่นด้วย

ทั้งนี้ บนรถไฟในญี่ปุ่นนั้น จะมีการติดป้ายและขอความร่วมมือผู้ที่ใช้รถไฟให้ปิดเสียงโทรศัพท์ งดการพูดคุยหรือส่งเสียงดังที่ก่อให้เกิดการสร้างความรำคาญต่อผู้โดยสารคนอื่น หากใครที่ต้องการรับสายหรือพูดคุยเรื่องงานหรือในเรื่องที่จำเป็น ก็จะเดินไปคุยตรงรอยต่อของขบวน และพูดคุยด้วยเสียงเบาเพื่อรบกวนคนอื่นให้น้อยที่สุด

หลังจากที่คลิปนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์และสอนมารยาทสาวคนนี้อย่างมาก และเธอก็โต้กลับอย่างเผ็ดร้อน เช่น เมื่อมีคนบอกว่า ไม่อายเหรอ เธอกลับตอบว่า “คนญี่ปุ่นเขาเปิดรับกับเรื่องแบบนี้ พี่เคยไปญี่ปุ่นยังคะ โลกไปถึงไหนแล้ว” หรืออีกคนที่บอกว่า ไปโชว์บ้านนอกให้ต่างชาติดู เธอก็ตอบกลับว่า “แต่ยังดีมีเงินไปเที่ยวให้ต่างชาติดู แล้วคุณล่ะไปบ้างยัง หรืออยู่แค่…”

อีกคนที่มาบอกว่า คนไทยควรปลูกฝังมารยาทในที่สาธารณะมากกว่านี้ คนไทยบางคนเรียนรู้แล้ว แต่บางคนยัง เธอก็ตอบว่า “มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลอ่ะเนอะ จะเต้น จะรำ มันก็ตัวฉันเอง ไม่เกี่ยวกับคุณเลย หรืออยากทำบ้าง? ลองลงรูปตัวเองดู อยากเห็นหน้าคนเมนต์คนนี้จัง” และอีกคนที่บอกว่า “ไม่เกรงใจคนอื่นเวลาถ่ายติดหน้าเขาเหรอ” เธอก็ตอบว่า “ถ้าติดหน้าคุณก็ไปแจ้ง พรบ. คอมพิวเตอร์เอานะ สาระแน” และ สายตาของคนเสื้อดำคือคำตอบ มารยาทสอนไม่ได้เนอะ เธอก็ตอบว่า “สอนตัวเองก็พอเนอะ ไม่ต้องสาระแนสอนคนอื่น อุอิ”

อย่างไรก็ตาม พบว่าคลิปนี้เธอไม่ได้ทำคนเดียว แต่เพื่อน ๆ ก็ยังทำเหมือนกัน โดยมีอีกคลิปที่ทั้งแก๊งนี้ตั้งกล้องถ่ายในพื้นที่สาธารณะที่มีคนเดินพลุกพล่าน และมีคนมองเข้ากล้องกันเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่สนใจ และยังอ้างว่าคนญี่ปุ่นค่อนข้างเป็นมิตร ไปไหนก็มีแต่คนทักขอถ่ายรูป ที่ตรงนั้นก็ที่สาธารณะด้วย

ด้านคนไทยหลายคนที่เห็นต่างไม่พอใจอย่างหนัก เข้าไปรุมต่อว่าถึงความไม่มารยาท และยืนยันว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่ห้ามทำที่ญี่ปุ่น แต่ที่ไหนก็ไม่ควรทำแม้กระทั่งประเทศไทย ไม่ใช่ทุกคนจะสนุกกับการใช้พื้นที่สาธารณะถ่ายทำคอนเทนต์ บางคนก็บอกว่า การที่คนญี่ปุ่นมองแต่ไม่พูด ไม่ได้หมายความเขาโอเค จะทำอะไรนอกจากจะให้เกียรติคนอื่นแล้ว ก็ควรให้เกียรติตัวเองด้วยเช่นกัน

‘รมว.สุชาติ’ ห่วงคนหางาน ถูกนายหน้าหลอกไปทำงานที่ดูไบ ลวงให้ใช้วีซ่าท่องเที่ยวทำงาน ย้ำ!! อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

(13 ส.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่ามีแรงงานไทยถูกนายหน้าชักชวนให้มาทำงานออนไลน์ผิดกฎหมาย ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านเฟซบุ๊ก เพจ ‘คนไทยในดูไบ’ โดยประกาศรับสมัครพนักงานการตลาด แอดมิน และระบุอย่างชัดเจนว่าให้ทำงานเว็บพนันออนไลน์ เมื่อไปถึงนายจ้างจะยึดหนังสือเดินทางไว้ และให้หลอกคนไทยผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อมาลงทุน หรือหลอกลวงเอาทรัพย์สิน เมื่อปฏิเสธการทำงาน นายจ้างจะคิดค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก

ซึ่งที่ผ่านมามีเหยื่อหลงเชื่อและเดินทางไปทำงานหลายราย  แต่เมื่อเกิดปัญหามักเอาผิดกับนายจ้างไม่ได้เนื่องจากไม่มีหลักฐาน เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เอามือถือเข้าสถานที่ทำงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาผมได้กำชับกรมการจัดหางานให้ทำงานอย่างหนักเพื่อกวาดล้างมิจฉาชีพที่หลอกลวงคนไทยไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจลักลอบทำงานผิดกฎหมาย พร้อมประกาศเตือนและได้ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบกรณีแรงงานไทยถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมายอยู่บ้าง ซึ่งส่วนหนึ่งเดินทางไปด้วยความสมัครใจ จึงขอย้ำเตือนผู้ที่คิดจะลักลอบเดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยวิธีผิดกฎหมายว่าไม่คุ้มค่า เพราะอาจไม่ได้ทำงานตามที่ตกลง ถูกบังคับใช้แรงงาน และเสี่ยงถูกทำร้ายร่างกาย

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน ต้องทำงานอย่างเข้มงวดและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเพื่อป้องกันมิให้คนไทยตกเป็นเหยื่อโดยการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้วิธีเดินทางไปทำงานต่างประเทศถูกต้องตามกฎหมาย 5 วิธี ได้แก่ บริษัทจัดหางานจัดส่ง, กรมการจัดหางานจัดส่ง, เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง, นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน และนายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน

และเตือนภัยคนหางานให้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของมิจฉาชีพ ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งปราบปรามผู้กระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ช่วงเดือน  ตุลาคม 2565 – กรกฎาคม 2566) ที่ผ่านมาดำเนินคดี ตามมาตรา 66 กับผู้ที่กระทำการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ข้อหา “โฆษณาการจัดหางานไม่เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด” จำนวน 36 คดี ตรวจพบการกระทำความผิดของสาย/นายหน้า ทั้งสิ้น 142 ราย ผู้เสียหายถึง 471 คน ค่าเสียหาย 32,750,330 บาท

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ตนจะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวงผ่านระบบ e – Service กรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ doe.go.th หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือที่ Facebook : กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

‘ส.ก.วิพุธ’ จี้!! กทม. ตรวจเข้มร้านที่ สส.ก้าวไกลมีเรื่องวิวาท พบเปิดเกินเวลา-ส่งเสียงรบกวน ชาวบ้านเคยร้องเรียนแต่ไร้ผล

(13 ส.ค. 66) นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กล่าวถึงกรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่าง สส.พรรคก้าวไกล กับประชาชนรายหนึ่ง ในสถานบันเทิงซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตบางรัก ว่า เหตุทะเลาะวิวาทในสถานบันเทิงดังกล่าว ตามที่ปรากฏในคลิปเกิดขึ้นในช่วงเวลา 02.30 น. ซึ่งเป็นการเปิดเกินเวลา และไม่ใช่ครั้งแรกที่พบว่ามีการเปิดเกินเวลา เหตุการทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ส่งผลให้ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

นายวิพุธกล่าวว่า ประชาชนเคยร้องเรียนร้านนี้มาที่สภากรุงเทพมหานครแล้ว ในเรื่องของการเกินเวลา และส่งเสียงรบกวนทำให้ผู้คนแถวนั้นได้รับผลกระทบ ไม่สามารถพักผ่อนและใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยประชาชนได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้แต่อย่างใด

ล่าสุดได้ร้องเรียนมาที่ตน ในฐานะรองประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย ของสภากรุงเทพมหานคร จึงขอให้กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกับร้านอาหารที่เปิดเกินเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต

‘CPALL’ อนุมัติโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน ครั้งที่ 4 หนุนการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ-สร้างความจงรักภักดีกับองค์กร

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 66 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘CPALL’ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 ได้มีมติอนุมัติโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน ครั้งที่ 4 (Employee Joint Investment Program – EJIP) ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดจากการที่บริษัท และ บริษัทย่อย มีนโยบายให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของบริษัท และเกิดความจงรักภักดีอยู่กับองค์กร โดยโครงการดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 รวมระยะเวลา 3 ปี

ทั้งนี้ พนักงานที่เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- เป็นพนักงานตั้งแต่ระดับผู้ช่วยผู้จัดการแผนกหรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ไม่รวมกรรมการบริษัทฯ และ ที่ปรึกษา
- พนักงานจะต้องมีอายุการทำงาน นับจนถึงวันเริ่มจ่ายเงินสะสมไม่น้อยกว่า 3 ปี
- พนักงานที่มีอายุการทำงานไม่ครบ 3 ปี ต่อมาภายหลังมีอายุการทำงานครบ 3 ปี ให้มีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตามรอบของระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนดไว้
- กรณีที่พนักงานได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารให้มีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการได้ เมื่อมีอายุงานรวมแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

รูปแบบของโครงการ
1.) บริษัทและบริษัทย่อยจะหักเงินเดือนพนักงานผู้ที่มีสิทธิและสมัครใจเข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 5 ของเงินเดือนทุกเดือนจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการเพื่อสะสมเข้ากองทุน
2.) บริษัทและบริษัทย่อยจะจ่ายสมทบเพิ่มเข้ากองทุนในอัตรา 80% ของเงินที่หักจากพนักงานทุกเดือน
3.) บริษัทหลักทรัพย์ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทให้เป็นผู้ดำเนินการโครงการ จะนำเงินสะสมของพนักงานรวมกับเงินสมทบของบริษัท และบริษัทย่อยไปทำการซื้อหุ้น CPALL ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่กำหนดของทุกเดือน

ผลประโยชน์ในหุ้น
- เงินปันผลจะตกเป็นของพนักงานโดยตรง
- ผลประโยชน์ด้านราคาจะตกเป็นของพนักงานเมื่อมีการขาย
- พนักงานสามารถใช้สิทธิอื่นๆ ในหุ้นที่ถือ เช่น สิทธิการจองหุ้นเพิ่มทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น

วิธีการขายหุ้นในโครงการ
- พนักงานไม่มีสิทธิขายหุ้นจนกว่าจะครบกำหนดอายุโครงการ เว้นแต่ พ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ถึงแก่กรรม ขอลาออกจากโครงการ หรือ เกษียณอายุ
- บริษัทกำหนดให้พนักงานที่เข้าร่วมโครงการมีสิทธิขายหุ้นก่อนครบกำหนดอายุโครงการได้เมื่อโครงการมีอายุครบครึ่งหนึ่ง (1 ปี 6 เดือน) โดยให้ขายหุ้นได้ในจำนวนไม่เกินครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีอยู่
- พนักงานที่ขอลาออกจากโครงการจะไม่มีสิทธิได้เงินสมทบของบริษัท ในระยะเวลาที่เหลือของโครงการ รวมทั้งไม่มีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการในครั้งถัดไป 1 ครั้ง (ถ้ามี)

‘มหาดไทย’ ออกระเบียบใหม่ วิธีจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี 66 ชี้!! ผู้ที่ไม่มีสิทธิ แต่ได้รับเบี้ยไปก่อนหน้า ไม่ต้องเรียกเงินคืน

(13 ส.ค. 66) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับใหม่ หลักเกณฑ์จ่ายเงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2566 ระบุหากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพด้วยความสุจริต ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระงับสิทธิ แต่ยกเว้นไม่ต้องเรียกเงินคืน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ลงนามโดยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ระเบียบดังกล่าวระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 69 และมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 5 และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 6 และมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออกระเบียบไว้ ดังนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566”

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ หรือมติอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป)

สาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้
ข้อ 4 ในระเบียบนี้ ‘ผู้สูงอายุ’ หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป ‘เบี้ยยังชีพ’ หมายความว่า เงินที่รัฐมอบให้แก่ผู้สูงอายุตามกฎหมายเพื่อใช้ในการยังชีพ

‘องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น’ หมายความว่า ‘เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา’ ‘ผู้บริหารท้องถิ่น’ หมายความว่า ‘นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตาบล และนายกเมืองพัทยา’

หมวด 1 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพ

ข้อ 6 ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(3) มีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น
(4) เป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ขณะที่ในหมวด 5 ข้อ 14 ระบุ สิทธิของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามระเบียบนี้สิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) ตาย
(2) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6
(3) แจ้งสละสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นหนังสือต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

กรณีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุดังกล่าวสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนสั่งระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับบุคคลดังกล่าว

ทั้งนี้ หากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยความสุจริต ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรายงานผู้บริหารท้องถิ่นทราบ เพื่อระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุต่อไป โดยยกเว้นการเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน

นอกจากนี้ ในบทเฉพาะกาล ข้อ 17 ระบุว่า บรรดาผู้สูงอายุที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ยังมีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต่อไป

การดำเนินการใดที่ดำเนินอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของระเบียบฉบับนี้ ให้ถือว่าการดำเนินการนั้น เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยระเบียบนี้แล้ว

คุณบอส มีนชัยนันท์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย

คุณบอส มีนชัยนันท์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย น้องชายของ คุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ ‘สส.แบงค์’ พรรคก้าวไกล ได้กล่าวถึงประเด็นความสำคัญของ Connection ไว้ว่า…

“Connection สําคัญไหม? ถ้าเป็นที่ต่างประเทศ เขาจะพูดกันว่า “it is not what you know, it is who you know” คือ สิ่งที่คุณรู้ สิ่งที่คุณทราบ มันอาจจะมีความสําคัญ แต่อาจจะสําคัญน้อย แต่คุณรู้จักใคร นั่นคือสิ่งสําคัญที่สุด”

‘พวงมาลัยไส้กรอกอีสาน’ มิติใหม่แห่งการไหว้แม่  คุณลูกอารมณ์ขัน คุณแม่อารมณ์ดี อิ่มใจ แถมอิ่มท้อง

(12 ส.ค. 66) สนไหม? ไหว้แม่แบบใหม่ ซึ้งเสร็จแล้วแซ่บต่อได้ พวงมาลัยไหว้แม่แบบใหม่ยุค 4.0 ใช้ไส้กรอกอีสาน ร้อยแทนดอกมะลิ ถูกปากถูกใจคุณแม่ แถมอิ่มอย่างแน่นอน

กลายเป็นไวรัลทันที หลังเพจเฟซบุ๊ค ‘ผู้บริโภค’ ได้โพสต์ภาพไอเดียของขวัญวันแม่สุดสร้างสรรค์ เป็นพวงมาลัยแบบใหม่ ที่ไม่ใช่ดอกมะลิแบบปกติทั่วไป แต่เป็นพวงมาลัยไส้กรอกอีสาน หน้าตาน่ารับประทาน พร้อมข้อความระบุว่า…

“ความรักจากแม่ บ่เคยแคร์ผู้สาวยุคใหม่ #ผู้บริโภค”

งานนี้ทำเอาถูกอกถูกใจชาวเน็ต แห่แชร์คอมเมนต์ บ้างก็ว่า “เป็นไอเดียที่ดีในวันแม่” ขณะที่บางคนแซว “อย่าลืมพริกสดกับขิงดองให้แม่ด้วย” “ซึ้งเสร็จแซ่บต่อ” นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่ารัก ต้อนรับวันแม่แห่งชาติในปีนี้

นายนิธิ สมุทรโคจร หรือ ‘จ๊อบ’ นักแสดง นายแบบ และพิธีกรชาวไทย กล่าวถึงแง่มุมการทำคอนเทนต์ของคนยุคปัจจุบัน

นายนิธิ สมุทรโคจร หรือ ‘จ๊อบ’ นักแสดง นายแบบ และพิธีกรชาวไทย กล่าวถึงแง่มุมการทำคอนเทนต์ของคนยุคปัจจุบันที่ค่อนข้างจะฉาบฉวย และขาดแก่นสาระ ผ่านรายการ ‘WIKIVIDE’ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 66 โดยระบุว่า…

ทุกวันนี้คนไม่ได้ต้องการอะไรที่ลึกซึ้ง คอนเทนต์ส่วนใหญ่ จึงฉาบเฉี่ยวมา แล้วก็ไป ดูงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คอนเทนต์อะไรคือ ‘แก่น’ ในวันที่ทุกคนหยิบกล้องขึ้นมาก็ทำคอนเทนต์ได้ แล้วเราจะดูคอนเทนต์แบบนั้นเหรอ? คนดูจะดูได้อีกนานไหม? สิงคโปร์ เขาไม่ได้โน้มน้าวคนของเขาด้วย ‘สื่อออนไลน์’ เพราะมันไม่ได้น่าเชื่อถือ ผมไม่ได้โจมตี เพราะผมก็ทำ แต่ผมแค่กลัวคอนเทนต์ ‘หลัก’ ที่มีประโยชน์ จะไม่เหลือในเมืองไทยอีกเลย”

‘ดอกมะลิ’ ขอนแก่น แพงทะลุ กก.ละ 1,200 บาท ต้อนรับวันแม่ ผู้ค้าตรึงราคาเริ่มต้นพวงละ 50 บาท ลดปริมาณดอกลงตามต้นทุน

(12 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าว จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการจำหน่ายพวงมาลัยดอกมะลิและดอกพุดเนื่องในวันแม่แห่งชาติ บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่น ย่านการค้าดอกไม้สดและพวงมาลัยรายใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น พบว่าพ่อค้าแม่ค้าแทบทุกร้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดอกมะลิปีนี้ราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาจำหน่ายพวงมาลัยดอกมะลิเริ่มต้นที่พวงละ 50 บาท

น.ส.ยุวธิดา จันทดวง อายุ 46 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัย กล่าวว่า วันนี้ซื้อดอกมะลิมาราคากิโลกรัมละ 1,200 บาท ถือว่าราคาสูงมาก เพราะปีที่แล้วอยู่ที่กิโลกรัมละ 900-1,000 บาท วันแม่ปีนี้มีลูกค้ามาเลือกซื้อพวงมาลัยดอกมะลิอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เงียบกว่าปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจ

น.ส.ยุวธิดา กล่าวต่อว่า ส่วนพฤติกรรมการซื้อก็เปลี่ยนไป เมื่อก่อนจะมีคนมาซื้อพวงละ 200 บาทจำนวนมาก แต่ปีนี้ส่วนใหญ่จะซื้อแค่พวงละ 50-100 บาท ทำให้ร้านต้องจัดทำพวงมาลัยและคงราคาจำหน่ายเริ่มต้นคือพวงมาลัยทั้งดอกพุดและดอกมะลิ เริ่มต้นพวงละ 50 บาท แต่ต้องลดจำนวนดอกลง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งลูกค้าทุกคนก็เข้าใจในสถานการณ์

เด็ก ม.6 เปิดอ่านบันทึกของแม่ผู้ลาลับ น้ำตารื้น!! “แม่ยังอยู่ตรงนี้ ในใจตลอดไป”

กลายเป็นไวรัลสุดซึ้ง เรียกน้ำตาสุดๆ กับ เรื่องราวของผู้ใช้ TikTok ‘@komdech_06’ หรือ ‘น้องโอ๊ต’ นักเรียนชั้น ม.6 ที่ได้โพสต์สมุดบันทึกของแม่

ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 16 ปี ที่เพิ่งได้มาเจอสมุดบันทึกของแม่ ในตอนที่กำลังเก็บห้อง และกำลังจะนำไปทิ้ง แต่โชคดีที่มีบางอย่างดลใจให้เปิดอ่าน ถึงได้รู้ว่ามันคือสิ่งสุดท้ายที่แม่ฝากเอาไว้

ซึ่งผู้เป็นลูกชาย ยังบอกเล่าในคลิปอีกว่า เขาไม่เคยรู้ว่าแม่ได้เขียนความรู้สึกทุกอย่างลงไว้ในสมุดเล่มนี้ นับเป็นเวลาหลายปีที่แม่ได้จากไป

จนกระทั่งตัวเองได้มาเก็บห้องที่อยู่ประจำ รอบนี้เก็บทั้งห้อง สมุดเล่มนี้กำลังจะถูกเขาเอาไปทิ้ง แต่มีสิ่งดลใจบ้างอย่าง ทำให้เขาต้องเปิดดู

จากนั้นเขาก็ได้เห็นข้อความจากแม่ที่เขียนถึงคนในครอบครัวทั้งยาย พ่อ พี่สาว แล้วก็ตัวเขาเอง

เขาเล่าว่า แม่ของเขานั้นจากไปตั้งแต่เขาอายุเพียง 2 ขวบ จนกระทั่งตอนนี้เขาเรียนอยู่ชั้น ม.6 แล้ว จึงเพิ่งได้มาเห็นสมุดเล่มนี้

พอเปิดออกมาอ่านไป ก็น้ำตาไหลไป เพราะคิดถึงแม่มากๆ ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่บอกใครไม่ได้

เขาบอกว่า ไม่รู้ว่ามีคนเคยเห็นหรือได้อ่านบันทึกเล่มนี้ไปหรือยัง หรืออาจจะเคย แต่ตอนนั้นอาจจะเด็กมากจนจำไม่ได้ แต่พอมาวันนี้ พอได้เปิดอ่าน ทำได้เพียงบอกรัก และบอกคิดถึงผ่านสมุดเล่มนี้

ในสมุดเล่มนี้ แม่ของเขาเขียนฝากถึงทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นลูกๆ ทั้งสองคน ที่ห่วงใยที่สุด รวมไปถึงผู้เป็นสามี และแม่ของเธอ

โดยเนื้อหาใจความสำคัญ อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีๆ เธอเสียใจที่ไม่ได้อยู่ดูแลทุกคน

และสุดท้ายฝากแม่และสามี ดูแลและอบรมลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอที่เหลืออยู่ ให้เป็นเด็กดี แต่เติบโตมาอย่างมีคุณภาพด้วย

คลิปนี้กลายเป็นไวรัล มีคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังกันอย่างล้มหลาม ซึ่งหลายคนบอกว่า อ่านแล้วน้ำตาไหลเองอัตโนมัติเลยทีเดียว

นอกจากนี้ เจ้าของคลิปยังมา คอมเมนต์ให้คลิปตัวเองอีกว่า “ขอบคุณทุกคนเลยนะครับที่เข้ามาให้กำลังใจ ผมขอให้ทุกคำที่ผมได้รับ ส่งผลดีต่อทุกคนที่หวังดีกับผม ใครที่อยู่ในสถานการณ์แบบผม ก็ขอให้สู้ๆ ไปด้วยกันนะครับ”

‘ไผ่’ ฝาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ ช่วยตรวจสอบหลังพบเพื่อน ‘แก๊งมาเก๊า 888’ เจ้าพ่อเว็บพนันหนีคดี โผล่ในคลิปทะเลาะวิวาท ‘สส.ก้าวไกล’

‘ไผ่ ลิกค์’ สส.พปชร. ชี้เหตุ สส.ก้าวไกลทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร จะถูกจะผิดอย่างไร ตนไม่ขอยุ่ง แต่อยากจะแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าคนในนั้นเป็นเพื่อนกับ ‘แก็ง 4 บ. มาเก็า 888’ และเป็นกลุ่มเดียวกับ ‘เอ็ดดี้’ ที่หนีคดีอยู่ ฝาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ ช่วยเช็กเพื่อความสบายใจของประชาชน

(12 ส.ค. 66) นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุถึงเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกลางร้านอาหารของนายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม.เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ของพรรคก้าวไกลว่า…

“เรื่องที่เกิดขึ้นจะถูกจะผิด จะทำการป้องกันตัว หรือเกินกว่าเหตุ ผมไม่ขอยุ่งเกี่ยว จะร้านเลิกแล้วไม่ยอมกลับ หรือร้านเช็คบิลช้า ผมก็ไม่เกี่ยว

แต่ผมอยากจะแจ้งทางเจ้าหน้าที่หน่อยครับ มีคนในนั้นที่เป็นเพื่อนกับแก็ง 4 บ. มาเก็า 888 และเป็นกลุ่มเดียวกับเอ็ดดี้ที่หนีคดีอยู่ แหล่งข่าววงในบอกว่าไปด้วยแต่เพิ่งกลับมา ว่าทำงานอะไรเกี่ยวกับธุรกิจสีอะไร ฝากบิ๊กโจ๊กช่วยเช็ก เพื่อความสบายใจของประชาชนหน่อยนะครับ”

สุดยอดคุณพ่อ!! แต่งหญิงร่วมงานวันแม่ที่โรงเรียนลูกสาว พร้อมโพสต์ภาพและข้อความสุดซึ้ง “แม่ ฉันก็เป็นให้แกได้”

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘นายโจ ลูกพลบดี’ โพสต์คลิปวิดีโอภายในงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2566 ของโรงเรียนบ้านเนินกรอย ตำบลหนองทอง อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ระบุข้อความว่า…

“วันแม่ก็มา
‘แม่’ ฉันก็เป็นให้แกได้”

และโพสต์คลิปตัวเองใส่เดรสผู้หญิงลายสก๊อตสีดำขาว และสวมวิกผมยาว นั่งอยู่บนเก้าอี้แถวหน้า ในกิจกรรมวันแม่ของทางโรงเรียน ซึ่งในคลิปยังมีลูกสาวสวมชุดนักเรียนนั่งคุกเข้าด้านหน้า จากนั้นได้มอบดอกมะลิ และโผเข้าสวมกอดกันด้วยรอยยิ้มที่ซาบซึ้ง โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าชมโพสต์นี้เป็นจำนวนมากนั้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายปรัชญา หรือ ‘ครูโจ’ อายุ 48 ปี ข้าราชการครูผู้สอนพละศึกษาและสุขศึกษา โรงเรียนบ้านเนินกรอย ต.พานทอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของ ด.ญ.ณัฐวดี ก้อนจันทร์ หรือ ‘น้องครีม’ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนเดียวกับผู้เป็นพ่อ

ครูโจ เปิดเผยว่า ได้รับน้องครีมมาอุปการะเลี้ยงดูเหมือนลูกสาวแท้ๆ ของตน เมื่อทางโรงเรียนจัดกิจกรรมวันแม่ ไม่อยากให้ลูกมีปมด้อยและต้องการให้ลูกมีความสุข โดยปกติตนกับลูกมักมีกิจกรรมสนุกสนานด้วยกันอยู่บ่อยๆ เมื่อลูกสาวถามว่าวันแม่ปีนี้จะทำอย่างไรดี จะเอาแม่ที่ไหนมาร่วมกิจกรรม จึงคิดว่าวันแม่ปีนี้จะขอร่วมงานในฐานะแม่ จึงได้หาชุดแม่มาใส่และหาวิกผมมาสวมด้วย

ซึ่งตนกับลูกสาวมีความสุขมาก ส่วนตัวไม่รู้จะอายไปทำไม เพราะรักลูกและเราทำกิจกรรมสนุกสนานเฮอาร่วมกันเป็นปกติอยู่แล้ว ที่สำคัญก็ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าวันแม่แต่ละปี ทำไมไม่มีแม่ไปร่วมงานเหมือนคนอื่นเค้า ก็เลยตัดสินใจร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ถึงจะเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เป็นพ่อบุญธรรม จะบอกลูกเสมอ นี่คือลูก ลูกที่รู้สึกเหมือนลูกแท้ๆ ไม่ว่าวันไหนๆ ตนก็รักและทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ เพื่อดูแลลูกสาวอย่างดีที่สุด

ขณะที่น้องครีม บอกว่า รู้สึกดีใจที่คุณพ่อแต่งตัวเป็นแม่มาให้ตนไหว้ คุณพ่อสวยและน่ารักมาก หลังจากที่พ่อโพสต์คลิปไป ตนมองว่าน่ารักแล้วก็ตลกดี ไม่รู้สึกเขินหรืออายอะไรเลย ปีหน้าถ้าให้แต่งอีกได้ก็ดี วันแม่ปีนี้ อยากบอกรักพ่อ ขอบคุณพ่อที่นำหนูมาเลี้ยงดูแล้วทำให้หนูมีความสุข ชีวิตนี้ไม่รู้สึกว่าขาดอะไรไปเลย

ด้าน ครูโจ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า อะไรที่ทำให้ลูกทำได้หมด ตนให้ความสำคัญว่าน้องครีมคือลูก ไม่ใช่ลูกบุญธรรมแต่คือลูกแท้ๆ

‘อุเทน บุญยงค์’ อดีตพระเอกชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว สิริอายุ 77 ปี แฟนคลับร่วมแสดงความอาลัย

(12 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ ได้เผยแพร่ข่าวเศร้าของวงการบันเทิง เมื่อ ‘อุเทน บุญยงค์’ พระเอกชื่อดัง ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 12.38 น. โดยมีเหล่าแฟนคลับ เข้าไปร่วมแสดงความอาลัยจำนวนมาก

ทั้งนี้ อุเทน บุญยงค์ เกิดที่จังหวัดชลบุรี หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนวรพรตปัญญาจารย์ ก็ได้เป็นเซลส์ขายรถในจังหวัดชลบุรี เปิดร้านขายอาหาร ก่อนที่ ชนินทร์ นฤปกรณ์ อดีตดาราภาพยนตร์จะมาพบ จึงพาไปฝากกับ ‘ฉลวย ศรีรัตนา’ ผู้กำกับภาพยนตร์ ก่อนจะได้เป็นนายแบบเดินแฟชั่นโชว์ให้ร้านตัดเสื้อ เจ้าคุณ

กระทั่ง ‘เปี๊ยก’ โปสเตอร์มาเห็นและชวนไปเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่อง ‘นักเลงบ่อพลอย’ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘เขาสมิง’ แสดงคู่กับ ‘ภาวนา ชนะจิต’ เข้าฉายเมื่อปี 27 ตุลาคม 2516 ก่อนจะมีผลงานภาพยนตร์ดังอีกหลายเรื่อง อาทิ คำมั่นสัญญา, ข้าวนอกนา, ลุยแหลก, ลุย, 10 ยอดแสบ, เสือ สิงกระทิง แรด และ ละอองดาว ทั้งยังเคยไปเล่นหนังในต่างประเทศที่อิตาลีประกบกับพระเอกดังของอิตาลี

ไม่นานมานี้ บิณฑ์ ได้เข้าช่วยเหลืออุเทน ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ โดยเดินไม่ค่อยไหว และป่วยด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ตำรวจไซเบอร์จับหนุ่มหลอกลวงแชทเฟซบุ๊กสั่งของออนไลน์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีตรวจสอบการกระทำความผิดตามสื่อสังคมออนไลน์ ต่าง ๆ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนให้ถึงต้นตอของขบวนการอย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากมีผู้แจ้งความร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดที่ได้อ้างตนเป็นลูกค้า ทักแชทของทางร้านผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ชื่อ อิ’นู๋นุ่น เจ้าค่ะ มาว่าต้องการซื้อ ล้อแม็ก NMAX รุ่น Y811FD/Y811RD ราคา 4,000 บาท จำนวน 1 คู่ โดยคนร้ายแยกโอนเงิน 2 ครั้ง โดยอ้างว่า เงินในบัญชีไม่พอ มาจากบัญชี น.ส.อุษณิษา ยอดโอนเงิน 2,000 บาท และ จากบัญชี น.ส.ณัฐกานต์ ยอดโอนเงิน 2,000 บาท ซึ่งถูกโอนมายังบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี นางสุพิน (กรรมการบริษัทเรซซิ่งบอย) ทางฝั่งผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าได้มีการชำระค่าสินค้าแล้ว 
ทางร้านจึงจัดส่งสินค้าส่งให้ปกติ เหมือนกับลูกค้าท่านอื่นที่มีการสั่งซื้อสินค้ากับทางบริษัทฯ

ต่อมาเมื่อประมาณวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ทางบริษัทพบว่า บัญชีบริษัทไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินได้ จึงตรวจสอบกับทางธนาคาร แจ้งว่า บัญชีถูกอายัดเนื่องจากมีการโทรแจ้งขออายัด 
เนื่องจากได้มีการสั่งซื้อสินค้าแล้วชำระเงินเข้าบัญชี แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับสินค้าตามที่ได้สั่งไว้ 
ชุดสืบสวน กก.1 บก.สอท.2 สืบสวนหาข่าวเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหา ทราบว่า คนร้ายอ้างตนเป็นลูกค้าและหลอกให้ทางร้านค้าส่งสินค้าไปให้ โดยที่ทางร้านค้าไม่ทราบว่าคนร้ายรายนี้ได้ไปหลอกบุคคลอื่นให้โอนเงินมาให้ทางร้านค้าแทนตนเอง และคนร้ายก็ส่งที่อยู่ให้ทางร้านจัดส่งสินค้ามาให้ตน ทำให้ร้านค้าถูกอายัดบัญชีจากผู้เสียหายตัวจริง 

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 นำโดย พ.ต.ท.สุกิจ เพชรนิล, พ.ต.ท.เอกรินทร์ สนนาค สว.กก.1 บก.สอท.2 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้น ห้องพักเลขที่ P1-505 หอพักสินทิวา เลขที่ 399/11 ม.2 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายค้นของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ ค.213/2566 ลงวันที่  9 สิงหาคม 2566 เข้าตรวจค้นและได้จับกุม นายพงษ์เพชร อายุ 28 ปี สัญชาติไทย ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริต หรือ โดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” พร้อมนี้ได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบและทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจไซเบอร์ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ ก่อนที่จะโอนเงินหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเป็นเฟซบุ๊กที่มีความน่าเชื่อถือได้หรือไม่ หรือเป็นร้านค้าที่แท้จริงหรือไม่เพื่อจะไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top