Friday, 31 July 2026
NEWS

‘หมอธีระวัฒน์’ ชี้ สูงวัย 80 ขึ้น แค่ทำตัวกระฉับกระเฉง มีดนตรีในหัวใจ  ช่วยลดอายุสมองไปหลายสิบปี ความจำเป็นเลิศเหมือนอายุเพียงแค่ 50

(21 ส.ค. 66) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง คนอายุตั้งแต่ 80 ขึ้นไป และพบว่าสมองยังอยู่อย่างดี ความจำเลิศเหมือนอายุเพียงแค่ 50 มีเนื้อหาว่า

คนอายุตั้งแต่ 80 ขึ้นไป และพบว่าสมองยังอยู่อย่างดี ความจำเลิศเหมือนอายุเพียงแค่ 50 (ลดอายุสมองไปอีก 30 ปี) พบว่า

1.) มีการเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลาสม่ำเสมอ (ไม่ได้หมายความว่าต้องออกกำลังกายเป็นบ้าเป็นหลัง) ทำกิจกรรมกาย ทำสวน รดน้ำต้นไม้ เดิน ไปนู่นนี่

2.) มีสุขภาพจิตดีเยี่ยมไม่หมกมุ่นอยู่กับความกังวล หดหู่ ซึมเศร้า แม้จะอยู่คนเดียว เพราะคู่ชีวิตเสียไปแล้วหรือหย่า มิสนใจใครว่าร้าย
*เพราะคนคิดไม่ดีต่อคนอื่น กลับขึ้งเคียดเอง เพราะคนไม่สนใจ กลับเต็มไปด้วยความร้อนบาปกลับเข้าตัวเอง สมองเลยจะเสื่อมเอง (หลักพุทธศาสนา)

3.) มีการเล่นเครื่องดนตรีไม่ว่าจะเป็นสมัครเล่นหรืออาชีพก็ตาม ตั้งแต่วัยกลางคน เรื่อยมาตลอด

*เล่นเก่งไม่เก่ง ไม่ได้ระบุ ขอให้มีความสุข หมอเองเลยหัดเล่น งู ๆ ปลา ๆ ขอให้ได้เล่น ทั้งนี้ ไม่ขึ้นอยู่กับเศรษฐานะ ระดับความสูงส่งทางการศึกษา แม้กระทั่งโรคประจำกาย

มนุษย์สูงวัยสมองใสเหล่านี้เรียกว่า ‘superagers’ โดยที่มีการฝ่อเหี่ยว ของสมองกลีบขมับทางด้านในที่เกี่ยวข้องกับความจำ (medial temporal) และใจกลางสมอง (thalamus) ที่เกี่ยวข้องกับความกระฉับกระเฉงการเคลื่อนไหวไม่ทอดหุ่ยเนือยนิ่ง รวมทั้งเปลือกผิวสมองในตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ฝ่อลงไปเร็ว

สรุปว่า ใจใส กระฉับกระเฉง มีดนตรีในหัวใจ และสำคัญการให้เท่าที่ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินทองคือความสุข

สกพอ. ขยายเครือข่ายพลังสตรี อีอีซี ต่อเนื่อง พร้อมเสริมบทบาทสตรีเชื่อมโยงประโยชน์การพัฒนา อีอีซี สู่ชุมชนในทุกมิติ

​ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นประธานกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเฝ้าระวังการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามแผนผัง อีอีซี หรือ พลังสตรี อีอีซี พร้อมบรรยายความคืบหน้า อีอีซี และมอบแนวทางเกี่ยวกับบทบาทพลังสตรี อีอีซี เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน โดยมีนางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและมอบทิศทางการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อรองรับการพัฒนา อีอีซี และนางธัญรัตน์ อินทร รองเลขาธิการสายงานพื้นที่และชุมชนและสายงานเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร อีอีซี เป็นประธานมอบเกียตริบัตรแก่เครือข่ายพลังสตรี อีอีซี ที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนประมาณ 200 คน 
ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท จังหวัดฉะเชิงเทรา 

​ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี กล่าวว่า อีอีซี ได้ดำเนินการพลังสตรี อีอีซี ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อให้กลุ่มสตรีใน อีอีซี มีส่วนร่วมและเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ อีอีซี และร่วมเป็นพลังเครือข่ายในการดูแลและเฝ้าระวังการใช้ประโยชน์ที่ดินใน อีอีซี ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดในแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี และการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีพลังสตรี อีอีซี ใน 3 จังหวัด ประมาณ 600 คน สำหรับในปีนี้มีเป้าหมายขยายเครือข่ายให้เพิ่มมากขึ้นครอบคลุมทุกตำบล และเพิ่มบทบาทให้พลังสตรี อีอีซี เป็นกลไกหลักของ อีอีซี ในการเชื่อมโยงประโยชน์ของการพัฒนา อีอีซี ไปสู่ประชาชน และชุมชนในพื้นที่ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สินค้าชุมชน ท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและการกระจายรายได้ การยกระดับชุมชนไปสู่ชุมชน Low Carbon เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นต้น  

​ด้านนางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดแรกของ อีอีซี ที่เชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายให้เป็นเมืองน่าอยู่ รองรับการขยายตัวจากกรุงเทพ โดยจังหวัดได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาระยะ 5 ปี (2566-2570) ต้องการเป็น “เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน พัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะ” ต้องการพัฒนาจังหวัดให้มีความเจริญ แต่ต้องควบคู่กับการสร้างความสมดุลของพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนจากเมืองผ่าน ให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและผู้ที่จะมาอยู่อาศัย เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืนเนื่องจากฉะเชิงเทรามีศักยภาพ 

นอกจากนี้ นางธัญรัตน์ อินทร รองเลขาธิการฯ ได้เน้นย้ำบทบาทของพลังสตรี อีอีซี ว่าเป็นพลังสำคัญในการสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและความคืบหน้า อีอีซี ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการพัฒนา เป็นพลังในการเฝ้าระวังติดตามไม่ให้มีการใช้ที่ดินผิดจากข้อกำหนดในแผนผัง อีอีซี และดูแลสิ่งแวดล้อม โดย อีอีซี จะดึงเครือข่ายความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ มาสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน และขอให้ชุมชนที่มีความเข้มแข็งสนับสนุนชุมชนที่เป็นต้นน้ำเพื่อให้เติบโตไปด้วยกัน โดยหลังจากนี้ประธานเครือข่ายพลังสตรี อีอีซี ทั้ง 3 จังหวัด จะนำประโยชน์ที่ได้จากการประชุมฯ ไปจัดกิจกรรมขยายเครือข่ายในแต่ละจังหวัด เพื่อให้ได้โครงการที่ตรงกับความต้องการและศักยภาพของพื้นที่ต่อไป  

​การประชุมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2566 โดยมีวิทยากรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ความรู้เกี่ยวกับแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี และความคืบหน้าการจัดทำผังเมืองรวมระดับอำเภอ และวิทยากรจากองค์การบริการจัดการก๊าซเรือนกระจก ให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการ Carbon Credit เพื่อใช้เป็นแนวทางในการโครงการชุมชน Low Carbon รวมถึงจัด Workshop การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การสร้าง Brand และแนวทางการขยายตลาด รวมถึงการเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนใน อีอีซี ที่ประสบความสำเร็จ เช่น ซอสทัย ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา

มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดพิธีสมโภชและพุทธาภิเษกครั้งยิ่งใหญ่ หลวงพ่อโสธร รุ่น “ตร. 108 ปี” เสริมสร้างสิริมงคลแก่ตำรวจทั่วประเทศ

ด้วยมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้จัดสร้างและมอบพระพุทธรูป หลวงพ่อโสธร รุ่น “ตร 108 ปี” หน้าตักขนาด 38 นิ้ว ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประดิษฐานเป็นพระประจำอาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ เรียบร้อยแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพิธีพุทธาภิเษก และพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรดังกล่าวขึ้นประดิษฐาน ณ หอพระหลวงพ่อโสธร เพื่อให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนและกราบบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลสืบต่อไป

พล.ต.ท.อาชยน  ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ (20 ส.ค.66) เวลา 09.09 น. เป็นต้นไป พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้าราชการตำรวจ สมาคมแม่บ้านตำรวจ และมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ  ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชและพุทธาภิเษกพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่น “ตร.108 ปี” หน้าตัก 38 นิ้ว ซึ่งได้อัญเชิญมาประดิษฐานยังหอพระหลวงพ่อโสธร หน้าอาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ได้เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

สำหรับ พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชและพุทธาภิเษกครั้งนี้ ถือเป็นพิธีมงคลครั้งสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งภายในพิธี ฯ ได้นิมนต์พระเถราจารย์จากทั่วประเทศ จำนวน 108 รูป ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ และพุทธาภิเษกพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร, พระกริ่งหลวงพ่อโสธร และเหรียญรูปอาร์ม พระพุทธโสธร รุ่น “ตร.108 ปี”  ซึ่งมีรายละเอียดการจัดงาน ดังนี้

•เวลา 09.00 น. แขกผู้มีเกียรติพร้อม ณ มณฑลพิธีลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4
•เวลา 09.09 น. ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีบวงสรวงเทพยดาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ มณฑลพิธีลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4
•เวลา 10.09 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่น ตร.108 ปี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมนี วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นพระธานสงฆ์ ณ มลฑลพิธีห้องประชุมแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
•เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพล/ รับประทานอาหารกลางวัน
•เวลา 13.15 น. พิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่น ตร.108 ปี 
โดยพระเถราจารย์ 108 รูป ณ มลฑลพิธีด้านหน้าอาคาร อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
•เวลา 17.00 น. พิธีอัญเชิญพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่น ตร.108 ปี ประดิษฐาน ณ หอพระหลวงพ่อโสธร หน้าอาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
•เวลา 17.30 น. เสร็จพิธี

พระพุทธโสธร รุ่น “ตร. 108 ปี” มีวัตถุประสงค์จัดสร้างขึ้นเพื่อจัดหารายได้มอบให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิสงเคราะห์ข้าราชการตำรวจและครอบครัว และสมาคมตำรวจ เพื่อใช้เป็นเงินสนับสนุนในการช่วยเหลือ และเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งในปี 2566 เป็นปีประวัติศาสตร์ครบรอบ 108 ปี กรมตำรวจ ซึ่งตัวเลข 108 มีความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งโชคลาภและสิริมงคล โดยในทางพระพุทธศาสนาเชื่อว่าจะทำให้เกิดสัมฤทธิ์ผล  108 คือ ผลรวมของพระพุทธคุณ (56) พระธรรมคุณ (38) และพระสังฆคุณ (14) จึงเป็นที่มาของชื่อรุ่นว่า “ตร. 108 ปี” และมี “รูปพระแสงดาบเขนและโล่” ประกอบแบบพิมพ์ ทั้งนี้ สำหรับเหรียญรูปอาร์มพระพุทธโสธรเนื้อทองแดง จะได้มีการแจกจ่ายให้กับข้าราชการตำรวจทุกนายทั่วประเทศ เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป

‘กรมควบคุมโรค’ ชี้!! ยอดผู้ป่วย ‘ฝีดาษวานร’ เริ่มพุ่ง พบเพศชายส่วนใหญ่ ผลพวงจากการมีเซ็กซ์ไม่ปลอดภัย พื้นที่น่าห่วงสุด!! ‘กทม.-นนท์-ชลบุรี’

(20 ส.ค. 66) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Monkeypox) หรือชื่อใหม่ว่า Mpox ในประเทศไทย ว่า โรคฝีดาษวานร เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการสัมผัสโดยตรงโดยไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็ได้ เช่น ไปสัมผัสผิวหนังบริเวณที่เป็นตุ่มหนอง แล้วรับเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังที่ขณะนั้นอาจจะมีผิวแตก หรือเป็นแผลก็ได้ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศไทยถือว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะยังมีความสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ติดเชื้อเอชไอวีอยู่แล้ว และสามารถแพร่ต่อได้

“ในช่วงแรก ประมาณเดือนกรกฎาคม 2565 - เมษายน 2566 จะเป็นต่างชาติจำนวนหนึ่ง แต่ในการติดเชื้อช่วงหลังๆ นี้ ผู้ติดเชื้อเป็นคนไทยเกือบทั้งหมด (หรือเกือบ 100%) ส่วนต่างชาติที่ติดเชื้อช่วงหลังก็เป็นการมาติดเชื้อในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นการนำเชื้อมาจากต่างประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม ประชาชนทั่วไปยังไม่ต้องกังวลมาก หากไม่มีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง ประชาชนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสติดเลย อย่างช่วง 2-3 เดือนหลังนี้ ไม่มีผู้หญิงติดเชื้อเลย มีแต่ผู้ชายที่มีความเสี่ยงทางเรื่องเพศ เพราะจากการสอบสวนโรคพบว่าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย” นพ.โสภณ กล่าว และว่าฝีดาษวานรนั้น พบในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2565 โดยระหว่างเดือนกรกฎาคม จนถึงเมษายน 2566 พบแค่ 20 กว่าราย แต่ต่อมาเดือนพฤษภาคม พบ 20 กว่าราย เดือนมิถุนายน พบเกือบ 50 ราย เดือนกรกฎาคม พบเป็นร้อยราย ส่วนเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่าจะเป็นหลักร้อยรายเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยง คือ มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย มีคู่นอนที่ไม่รู้จัก เวลาไปในที่ที่ปิดไฟมิดๆ ให้มีกิจกรรมทางเพศต่อ” นพ.โสภณ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีผู้เสียชีวิตรายแรกในประเทศไทย ซึ่งมีรายงานว่าติดเชื้อฝีดาษวานร และมีการติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย เสียชีวิตด้วยเชื้อตัวไหน นพ.โสภณ กล่าวว่า คาดว่าจะเป็นสาเหตุร่วมกัน

“เพราะผู้เสียชีวิตรายนี้ไม่เคยรู้ตัวว่าติดเชื้อเอชไอวีมาก่อน เลยไม่เคยเข้ารับการตรวจรักษาเอชไอวีเลย เพิ่งมารู้ว่าติดเอชไอวีก็ตอนที่ติดเชื้อฝีดาษวานรแล้ว ดังนั้น ภูมิคุ้มกันจึงต่ำมาก เพราะปกติคนติดเชื้อเอชไอวี หากไม่ได้รับการรักษา เม็ดเลือดขาว ซีดี 4 จะน้อย ซึ่งรายที่เสียชีวิตนี้ พบว่ามีระดับซีดี 4 เหลือเพียง 16 เท่านั้น อีกทั้งยังมีโรคซิฟิลิสด้วย เมื่อติดเชื้อฝีดาษวานรเลยทำให้เกิดเชื้อรา ติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ ตามมา” นพ.โสภณ กล่าว

เมื่อถามว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรขณะนี้ ซึ่งมีจำนวนมากที่พบว่าติดเชื้อเอชไอวีอยู่ก่อนแล้ว กลุ่มนี้ได้รับการรักษาเอชไอวีอยู่แล้วหรือไม่ กรณีที่มีการรักษาอยู่ก่อน หากรับเชื้อฝีดาษวานร จะทำให้โรคฝีดาษวานรแสดงอาการอย่างไร นพ.โสภณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รู้ตัวอยู่แล้ว และรับยาอยู่ แต่มีบางส่วนที่อาจจะไม่รู้ตัวว่าติดเอชไอวีมาก่อน ทำให้โรคฝีดาษวานร และการติดเชื้อเอชไอวีรุนแรงขึ้นจนเสียชีวิตเหมือนรายแรกที่เสียชีวิต ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาเอชไอวี เมื่อติดเชื้อฝีดาษวานร ภูมิคุ้มกันต่ำจะทำให้ติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ ได้ ทั้งนี้ กรณีที่ติดเชื้อเอชไอวี แล้วอยู่ในกระบวนการรักษา ได้รับยาต้านไวรัสสม่ำเสมอ จะไม่มีความผิดปกติอะไรที่แตกต่างจากคนที่ไม่ติดเชื้อ คือ ภูมิคุ้มกันใกล้เคียงปกติ

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า น่าเป็นห่วงในกลุ่มเสี่ยงที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่มีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง ไม่น่าห่วงมากนัก โดยพื้นที่ที่มีการติดเชื้อค่อนข้างมาก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล จังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมาก

“ดังนั้น ขอให้ลดพฤติกรรมเสี่ยง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เชื้อกำลังเพิ่ม ถ้าเราสามารถลดพฤติกรรมเสี่ยง ก็จะปลอดภัย แต่หากไปมีความเสี่ยงมาแล้ว ก็ให้ตรวจสอบตัวเองว่า มีผื่น หรือตุ่มบริเวณที่สัมผัสหรือไม่ ทั้งอวัยวะเพศ ปาก หน้าท้อง แผ่นอก ถ้าลุกลามเป็นตุ่มหนองมากขึ้น บางคนมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีต่อมน้ำเหลืองโต ให้ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล สวมหน้ากากอนามัย เว้นการสัมผัสกับผู้อื่น ส่วนคนที่ไม่เป็นก็ขอให้ล้างมือบ่อยๆ อย่าใช้สิ่งของร่วมกับคนอื่น” นพ.โสภณ กล่าว

‘เกาะล้าน’ เกิดปรากฏการณ์ ‘แพลงก์ตอนบลูม’ อีกครั้ง น้ำทะเลเริ่มเป็นสีเขียว แต่นักท่องเที่ยวยังคงเล่นน้ำตามปกติ

(20 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศชายหาดเกาะล้าน เมืองพัทยา ในวันนี้พบว่าน้ำทะเลเริ่มเป็นสีเขียวอีกแล้ว หลังเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่หาดตาแหวนและหาดตายาย ได้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเขียวมาแล้ว ซึ่งตอนนั้นน้ำทะเลเกาะล้านเกิดเป็นทะเลเขียวประมาณ 3-4 วัน โดยในวันนี้พบว่าที่เกาะล้านเริ่มมีน้ำทะเลเขียวอีก แต่นักท่องเที่ยวก็ยังเล่นน้ำตามปกติ

สำหรับน้ำทะเลเขียวนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า แพลงก์ตอนบลูม จึงทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติ ซึ่งปีหนึ่งจะเกิดขึ้น 2-3 วัน ในช่วงต้นฤดูฝน อาจทำให้น้ำทะเลเป็นสีเขียว เพราะมีน้ำจืดไหลลงทะเล จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยถือว่าไม่เป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ตามปกติ

'สำนักข่าวอิศรา' ขุดต่อ!! หุ้นใหญ่บริษัทสุราแช่ในฉะเชิงเทรา พบชื่ออดีตนายทหารยศพลเอก เป็นผู้ผลิตเบียร์ที่ 'รองอ๋อง' เชียร์

(20 ส.ค. 66) กรณี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล และ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ได้เผยแพร่ภาพคราฟท์เบียร์ยี่ห้อหนึ่งลงในโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก และ Tik Tok แนะนำด้วยความภาคภูมิใจว่า “เอาแล้วๆๆๆๆ พิษณุโลกมีคราฟท์เบียร์ตัวแรกอย่างเป็นทางการแล้วครับ เป็นของดีพิดโลกนอกจากกล้วยตากและหมี่ซั่วครับ” กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม

สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า ในเพจเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องในกับเบียร์ยี่ห้อนี้ โพสต์ข้อความเมื่อ 9 สิงหาคม ว่า “ เรารอสิ่งนี้มาโดยตลอด ‘เครื่องดื่มคราฟพิดโลก’ ‘by Phitsanulok Brewing’ เปิดตัวที่แรกที่ร้าน Girl’s don’t cry ผลิตถูกกฎหมายทุกขั้นตอน เสียภาษีเรียบร้อย พร้อมกระจายไปให้ทุกท่านได้ลองผลิตภัณฑ์แบรนด์ท้องถิ่น ที่เราฝ่าฟันกันมากับวงการคราฟเบียร์มาตลอด 7ปี”

จากการตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า PHITSANULOK BREWING ตามที่ระบุข้างต้น คือ PHITSANULOK BREWING หรือ บริษัท พิษณุโลกบรูอิ้ง จำกัด ทะเบียนวันที่ 9 ธ.ค. 2565 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ที่ตั้งเลขที่ 441/58 ซอย13 ถนนบรมไตรโลกนารถ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก นายภูวดล ศิริสินเลิศ เป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่ และเป็นกรรมการร่วมกับนายธนาบูรณ์ ตระกูลฤกษ์ชัย

ล่าสุด สำนักข่าวอิศราตรวจสอบรายละเอียดข้างกระป๋องเบียร์ยี่ห้อนี้มีข้อความระบุภาษาอังกฤษว่า

Produce By (ผลิตโดย-สำนักข่าวอิศรา) Thai Spirit Industry 71/25 Moo 5 Thakham Bangpakong Chachoengsao Thailand 24130

Distributed By (กระจายสินค้า-สำนักข่าวอิศรา) Phitsanulok Brewing co,Ltd. 441 /58 Baromtrilokanart 2 Rd. Nai-mueang Phitsanulok Thailand 65000

จากข้อมูลดังกล่าว สำนักข่าวอิศราตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ชื่อ Thai Spirit Industry คือ THAI SPIRIT INDUSTRY CO.,LTD. หรือ บริษัท ไทย สพิริท อินดัสทรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 1 มีนาคม 2545 ทุนปัจจุบัน 100 ล้านบาท ประกอบการ การผลิตและจำหน่าย สุราแช่ประเภทสุราผลไม้ เบียร์และอื่นๆ ที่ตั้งเลขที่ 71/25 หมู่ 5 ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา (ที่ตั้งเลขที่เดียวกันกับที่ตั้ง Thai Spirit Industry ตามที่ระบุในข้างกระป๋อง) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันประชุม 30 เมษายน 2566 พลเอกนายหนึ่งถือหุ้น 100%

เบื้องต้น ในช่วงสายวันที่ 19 ส.ค. 66 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา ได้ติดต่อไปยังบริษัทไทย สพิริท อินดัสทรี จำกัด เพื่อขอสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่กระป๋องเบียร์ที่มีชื่อของบริษัทไปอยู่ในวิดีโอของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา

พนักงานบริษัทที่รับสายกล่าวว่าวันนี้เป็นวันหยุด ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่อยู่ จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ได้มีพนักงานบริษัทอีกคนติดต่อมายังสำนักข่าวอิศรา เพื่อขอยืนยันข้อมูลที่สอบถาม

โดยพนักงานบริษัทกล่าวทิ้งท้ายว่ารับทราบข้อมูลแล้ว ภายในวันจันทร์ (21 ส.ค.66) จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนิ้ติดต่อมายังสำนักข่าว

ถ้ามีความคืบหน้า สำนักข่าวอิศรา จะรายงานเพิ่มเติมต่อไป

'เด็กไทย' คว้า 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง ที่เมืองคอร์ซอว์ โปแลนด์ ในการแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ 

(20 ส.ค. 66) ผลการแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 16 (16th IOAA) ระหว่างวันที่ 10-20 สิงหาคม 2566 ณ เมืองคอร์ซอว์ สาธารณรัฐโปแลนด์ ผู้แทนประเทศไทย จำนวน 5 คน ได้รับรางวัล 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ดังนี้

1. นายกิตติพัศ พงศ์อรุโณทัย โรงเรียนกำเนิดวิทย์ เหรียญเงิน
2. นายวงศ์วรัณ อุปวงษ์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ เหรียญเงิน
3. นายภาณุพัฒน์ ศรีสุขวสุ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญทองแดง
4. นายสุทธวิชญ์ พงศ์หล่อพิศิษฏ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทองแดง
5. นายศุภกร ไพศาลเจริญ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทองแดง

โดยมีอาจารย์ผู้ควบคุมทีม จำนวน 2 คน ได้แก่

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กุลพันธ์ พิมพ์สมาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (หัวหน้าทีม)
2. ดร.อภิมุข วัชรางกูร สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (รองหัวหน้าทีม)

และอาจารย์สังเกตการณ์ จำนวน 2 คน ได้แก่

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2. อาจารย์ปริญญา ศิริมาจันทร์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ 

ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทยจะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 เที่ยวบินที่ TG 921 เวลา 06.25 น.​

ขอแสดงความยินดีกับผู้แทนประเทศไทยทั้ง 5 คนด้วยครับ

โรงพยาบาลพญาไท 3 จับมือสานสัมพันธ์คณะผู้บริหารภาครัฐและเอกชนจากประเทศเคนย่า

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาโรงพยาบาลพญาไท3 มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคณะผู้บริหารของภาครัฐและเอกชน จากประเทศเคนย่า โดยได้สถานทูตไทยในเคนย่าเป็นตัวแทนในการเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีในครั้งนี้ ทั้งนี้โรงพยาบาลพญาไท3เข้าให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นำทีมโดยท่านผู้บริหาร นายแพทย์สุรพล  โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท3 ร่วมด้วย คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโรงพยาบาลพญาไท3 พร้อมด้วยทีมแพทย์ ทีมพยาบาล และทีมฝ่ายการตลาดต่างประเทศ เข้าให้การต้อนรับในครั้งนี้ 

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก รอ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เชิงป้องกัน และหัวหน้าศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม PWA รพ.พญาไท 3  เข้าร่วมพูดคุยถึง highlight & Innovative products ภาพรวมทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพญาไท3 ซึ่งศูนย์ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งจากคณะผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดคือ คลินิกผู้มีบุตรยาก และ  Preventive Medicine  โดยมีการเจาะประเด็นหารือลงลึกเพื่อสานต่อความร่วมมือทางการแพทย์ร่วมกันต่อไป

สมุทรปราการ-“วิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ไต้หวัน” เปิดตัวศูนย์บริการยานยนต์ไฟฟ้า ลงนาม MOU สานความร่วมมือด้านการศึกษา

ภายในอาคาร ชั้น 5 วิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ไต้หวัน (บีดีไอ) ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลีจ.สมุทรปราการ ได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือด้านการศึกษา (MOU) ระหว่างวิทยาลัยฯ กับสถานประกอบการและสถานศึกษา พร้อมทั้งเปิดตัวศูนย์บริการยานยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรมรักสิ่งแวดล้อม โดยมีคณะผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ไต้หวัน คณะผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารสถานประกอบการตลอดจนตัวแทนสถานประกอบการ ร่วมในพิธี โดยมี Mr.Nick k. กล่าวเปิดงานในครั้งนี้

โดย ดร.บรินดา จางขจรศักดิ์ ผู้รับใบอนุญาต วิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ไต้หวัน (บีดีไอ) กล่าวว่า ในวันนี้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ไต้หวัน ได้จัดงานปริทรรศน์ เปิดศูนย์บริการยานยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรมรักสิ่งแวดล้อม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวประกอบไปด้วย พิธีการขอบคุณสถานประกอบการ ทั้ง 29 บริษัท ที่ร่วมให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา ระดับชั้น ปวช. และระดับชั้น ปวส. นอกจากนี้ ยังได้มีพิธีลงนามความร่วมมือด้านการศึกษา (MOU) ระหว่างวิทยาลัยฯ กับสถานประกอบการและสถานศึกษา อาทิ วิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาจันทบุรีออมสินอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นวิทยาลัยที่อยู่ในการดูแลและอุปถัมภ์ของทางมูลนิธิออมสิน และวิทยาลัยเทคนิคน่าน

นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการและอีกหลายบริษัทจากไต้หวันที่เดินทางมาร่วมเซ็น (MOU) ในครั้งนี้ พร้อมทั้งได้มีพิธีเปิดศูนย์บริการยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีการนำเอารถจักรยานยนต์นำมาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอรถสามล้อระบบไฟฟ้าที่ทางมหาวิทยาลัยฯ นำมาประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์หรือจะเป็นรถโดยสารมีทั้งแบบที่ผลิตในประเทศไทยและผลิตที่ประเทศไต้หวันที่นำมาเสนอ รวมถึงนวัตกรรมเครื่องแปรสภาพขยะเปียกให้เป็นปุ๋ยซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ ได้แนวความคิดนี้มาจากประเทศไต้หวันเพื่อนำมาถอดบทเรียนบรรจุในหลักสูตรของทางมหาวิทยาลัยฯ เพื่อร่วมสร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียนนักศึกษาและสังคมในเรื่องของการประหยัดพลังงานและร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้มีการมอบรถจักรยานยนต์ดัดแปลงไฟฟ้ามอบให้กับตัวแทนชุมชนจำนวน 2 คัน เพื่อนำไปใช้ในชุมชนดังกล่าวอีกด้วย

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ยังไร้เงา ‘พี่กบ’ ร่วมงานศพคุณแม่ ‘น้องพลอย’ พี่สาวเผย ไม่มีแม้โทรมาถามไถ่ ทั้งที่ใกล้วันเผาแล้ว

หลังจากทางโรงแรมที่จังหวัดนครราชสีมา เตรียมหารือพูดคุยเพื่อหาทางออกและยุติปัญหาระหว่าง ‘น้องพลอย’ และ ‘พี่กบ’ หัวหน้างานไม่ให้ลาไปดูใจแม่ จนแม่เสียชีวิตจึงให้มาเขียนใบลาออก เบื้องต้นทางโรงแรมได้สั่งพักงานพี่กบ ส่วนน้องพลอย ยังสามารถกลับมาทำงานได้ปกติ เพราะการลาไม่ผิดระเบียบ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 19 ส.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากชาวเน็ตตามหาเบาะแสของพี่กบ กระทั่งพบว่าเป็นชาว อ.เมืองบุรีรัมย์ คนบ้านเดียวกันกับน้องพลอย แต่เนื่องจากพี่กบ ได้พาแม่ที่ป่วยไปอยู่ด้วยที่ จ.นครราชสีมานานแล้ว จึงไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่ชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก อยากรู้ว่าพี่กบ จะขอโทษน้องพลอย และสังคมหรือไม่อย่างไร และจะไปร่วมงานศพแม่น้องพลอยหรือไม่ เพราะใกล้จะถึงวันฌาปนกิจศพแม่น้องพลอยแล้ว

จากการสอบถาม น.ส ธณัฐพร ทองบางโปร่ง อายุ 35 ปี พี่สาวของน้องพลอย กว่าวว่า ตั้งแต่แม่เสียชีวิต ยังไม่เห็นหน้าพี่กบ มีเพียงหัวหน้าของพี่กบ เดินทางมาร่วมงานศพแม่ จนถึงตอนนี้ไม่มีแม้เสียงโทรศัพท์ของพี่กบมาหาน้องสาว สำหรับศพของแม่ จะทำการฌาปนกิจศพ ที่วัดไตรภูมิวราราม ในช่วงบ่ายของวันที่ 20 ส.ค.นี้

‘ยิ่งลักษณ์’ บินส่ง ‘ทักษิณ’ ลงเครื่อง พักที่สิงคโปร์ ก่อน ‘โอ๊ค’ บินไปหา เตรียมรับกลับไทยด้วยกัน 22 ส.ค.นี้

(19 ส.ค. 66) หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความผ่านสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัวถึงความคืบหน้าในการเดินทางกลับประเทศของนายทักษิณ โดยระบุว่า “อังคารที่ 22 ส.ค. 09.00 น. ณ ดอนเมือง จะไปรับคุณพ่อทักษิณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ นายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวออกจากนครดูไบ เพื่อเดินทางมาพำนักอยู่ประเทศสิงคโปร์ก่อน โดยได้เดินทางมาถึงในวันที่ 19 ส.ค. โดยทั้งคู่จะพักอยู่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลาสองวัน ก่อนที่นายทักษิณจะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเข้าประเทศไทยตามที่ประกาศไว้ ในวันที่ 22 ส.ค. เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พร้อมด้วย นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ภรรยา ได้เดินทางไปหานายทักษิณที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อรอเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยพร้อมกันในวันดังกล่าว โดยมี น.ส.แพทองธาร และครอบครัว มารอรับที่ดอนเมือง

‘รมว.สุชาติ’ สั่ง ‘สปส.’ มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต กรณีลูกจ้างถูกแผ่นเหล็กสะพานข้ามแยกบางกะปิร่วงทับ

(19 ส.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมมอบเงินประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิต ให้กับทายาทของนายอานันต์ ลองศรี จากเหตุการณ์แผ่นเหล็กยาว 10 เมตร ใต้ท้องสะพานยกระดับข้ามแยกบางกะปิ ถนนเสรีไทย เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ หล่นลงมาทับคนงานด้านล่างระหว่างรื้อถอน จนเป็นเหตุให้ลูกจ้างเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคม เร่งให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทของผู้เสียชีวิตโดยด่วน ผมจึงได้มอบหมายให้นางกำไร บุ้งจันทร์ ประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนางสาวรัชดา อุดมมงคลกิจ หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี สาขากุมภวาปี และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่มอบเงินกรณีเสียชีวิต ให้แก่ทายาทของนายอานันต์ ลองศรี ซึ่งเป็นลูกจ้างของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟองวิน เอ็นจิเนียริ่ง

โดยในวันเกิดเหตุแผ่นเหล็กคานสะพานยาว 10 เมตร ที่อยู่ใต้ท้องสะพานยกระดับแยกบางกะปิ ที่อยู่ระหว่างซ่อมแซม ได้ร่วงลงมาทับร่างคนงาน ขณะนำรถเครน 2 คัน ขึ้นผูกแผ่นเหล็กใต้ท้องสะพานข้ามแยกดังกล่าว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายปัจจุบันกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว ส่วนผู้ที่เสียชีวิต 1 ราย คือ นายอานันต์ ลองศรี ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง ทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่าทำศพ 50,000 บาท ค่าทดแทนกรณีเสียชีวิตร้อยละ 70 ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 10 ปี เป็นเงิน 1,512,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ 54,394.66 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,616,394.23 บาท โดยมอบให้กับนายบุญหลาย ลองศรี บิดา และครอบครัว ณ บ้านพักอาศัย ตำบลโพธิ์สำราญ อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม พร้อมดูแลลูกจ้าง ผู้ประกันตน รวมถึงทายาทของผู้เสียชีวิตที่ประสบเหตุ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน และเข้าถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที นายบุญสงค์ กล่าวในตอนท้าย

“เลขามูลนิธิชัยพัฒนา” ชี้ผู้นำยุคใหม่ต้องมีความพอเพียง-เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา ขณะที่การต้อนรับ “นพม.16” สุดคึกคักอบอุ่น 

วันที่ 18 สิงหาคม กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกับ มูลนิธิคลังสมอง วปอ.​ เพื่อสังคม จัดพิธีเปิดหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง หรือ นพม. รุ่นที่ 16 โดยได้รับเกียรติจาก พล​เอก​ นรินทร์​ แทบ​ประสิทธิ์​ ประธาน​มูลนิธิคลังสมอง​ วปอ.​ เพื่อ​สังคม​ เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะ​นักศึกษา​ผู้เข้ารับการอบรม​ ประกอบด้วย ข้าราชการ ทหาร พลเรือน และภาคเอกชน รวม 89 คน มีระยะเวลาการอบรมทั้งสิ้น 2 เดือน 

หลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง ดำเนินการ โดย มูลนิธิ คลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้นำที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ครอบครัว สังคม องค์กร ภายใต้บริบทของสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ "เข้าใจ​ เข้าถึง​ พัฒนา​ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" 

ดร.สุเมธ กล่าวบรรยายถึงศาสตร์พระราชาตอนหนึ่ง คือการใช้หลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” โดยผู้นำก่อนจะทำอะไร ต้องมีความเข้าใจทุกเรื่อง เข้าใจซึ่งกันและกัน ส่วนการ “เข้าถึง” ก็เช่นกัน เมื่อรู้ปัญหาแล้ว เข้าใจแล้ว จะต้อง ทำอย่างไรให้เขาอยากเข้าถึงเราด้วย ดังนั้น จะเห็นว่า เป็นการสื่อสารทั้งทางไปและกลับ ถ้าสามารถทำทั้งสองประการ ได้สำเร็จ เรื่อง “การพัฒนา” จะลงเอยได้อย่างดี เพราะเมื่อต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน ส่วนการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือการเดินทางสายกลาง ประกอบด้วย 3 ห่วง คือ พอประมาณ มีความสมดุล และมีภูมิคุ้มกันในตัว และอยู่ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม

ฉะนั้นมนุษย์ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เมื่อนำไปสู่ความมั่นคงของชีวิต การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การพัฒนาที่มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้อง - Back to basic - Small is beautiful - Green Technology - Slow Life - Simplicity - สมดุล มั่นคง ยั่งยืน

ดังนั้นการพัฒนาผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง จะต้องลงมือปฎิบัติ ( Action) เพื่อได้นำความรู้ และทักษะจากการอบรมไปประยุกต์ใช้ให้เกิดการแลกเปลี่ยน ระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และชุมชน ก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไปอย่างยั่งยืน

ต่อมา พลเอก ไพศาล งามวงษ์วาน ที่ปรึกษาสถาบันวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรผู้นำพอเพียง เพื่อความมั่นคง รุ่นที่ 16 ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก​ ประธาน​มูลนิธิคลังสมอง​ วปอ.​ เพื่อ​สังคม​ ผู้อำนวยการหลักสูตร คณะกรรมการมูลนิธิ​ฯ​ คณาจารย์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

นอกจากนี้ ช่วงท้ายได้จัดกิจกรรม  ศิษย์เก่าเล่าประสบการณ์ พร้อมกับการ “รับน้อง นพม.16” โดย นพม.15 เป็นเจ้าภาพ ดำเนินการเชิญรุ่นพี่ นพม.ทุกรุ่นเข้าร่วมงาน เพื่อพบปะต้อนรับสู่ครอบครัวผู้นำพอเพียงอย่างอบอุ่น 

‘กอล์ฟ ศาสตรา’ โพสต์ซึ้งถึงกลุ่มเพื่อนรักสมัยเรียน แม้เห็นต่างทางการเมือง แต่มิตรภาพไม่เคยเปลี่ยน

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 66 นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘นายศาสตรา ศรีปาน - Sarttra Sripan’

สรุปผลการประชุม ‘สภาเพื่อน’ เมื่อคืน มีดังนี้
1.) การเมืองเป็นอย่างไรอย่าลืม สุดท้ายเราคือ ‘เพื่อนกัน’
2.) เห็นต่างได้แต่อย่าแตกแยก เพราะวันนึงที่นายลำบากเราก็จะยื่นมือไปช่วยนายอยู่ดี หมดเวลาทะเลาะ เถียงกันให้ตายก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือแย่ลง… เปลืองพลังชีวิตเปล่าๆ
3.) มาถึงช่วงชีวิตนึง “เพื่อนตายหาง่ายกว่าเพื่อนกิน”
ด้วยกฏแห่งธรรมชาติ เกิด แก่ เจ็บตาย
มีความสุขกับชีวิตที่มีเพื่อน ถึงยาก ดี มี จนต่างกันไปไม่หวือหวา ว่างก็ชวนกันไปกินน้ำชา จำให้ได้ว่าเราคือ ‘เพื่อนกัน’ ในวัยเด็กมันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและมิตรภาพ กว่าจะถึงวันนี้ช่วงเวลาดีๆ มีมากมาย

สุดท้าย วันที่เราจากโลกนี้ไป โชคยังดีที่มีพวกมึงมาร่วมงานและวางพวงหรีด 😇
รักกันจริงอย่าเอาทุกสิ่งไปโยงการเมืองนะจ๊ะ
ด้วยความห่วงใยจากเพื่อนถึงเพื่อนที่รักทุกคนบนโลกนี้

#จากใจพี่ศาสตรา 
#หรอยแรงเด็กหาดใหญ่
#เด็กแสงทอง #เด็กญว

‘บิว อรจิรา’ ทายาทหมื่นล้านธุรกิจอสังหาฯ สุดรันทด เล่าประสบการณ์อยู่ต่างประเทศ ไม่ต่างผู้ลี้ภัย

เมื่อไม่นานนี้ ไฮโซสาวตระกูลดัง ‘บิว อรจิรา บัณฑูรจินดา’ ทายาทนักธุรกิจหมื่นล้าน ลูกสาว ‘คุณจรูญศักดิ์ บัณฑูรจินดา’ หุ้นส่วนใหญ่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ในเครือ AP สุดรันทด เล่าประสบการณ์ใช้ชีวิตในประเทศแคนาดา ผ่าน tiktok ‘บิวจินดา Beaujonda35’ ขนาดเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนผ่านการคัดเลือกจากรัฐบาล ยังถูกบูลลี่เหมือนเราไม่ใช่คน โดยเฉพาะคนไทย และประเทศเพื่อนบ้าน โดยระบุว่า…

“เรื่องของบิว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประมาณ 10 ปีที่แล้ว บิวไปอยู่แคนาดาในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน มีการสอบชิงทุนผ่านโดยกระทรวงและผ่านรัฐบาลของประเทศแคนาดาอย่างถูกต้อง ต้องบอกว่าตอนนั้นบิวสอบข้อเขียน พูด อ่านเขียนผ่าน แต่เราไม่สามารถสื่อสารเป็นประโยคภาษาอังกฤษกับต่างชาติได้

แน่นอนว่า การไปครั้งนั้นเราจะมีปัญหาเรื่องภาษากับเขา ตอนที่เราสอบชิงทุนได้ตอนนั่นเรียน ม.ปลาย ก่อนไป เราดีใจมาก ได้ไปเรียนต่างประเทศ ชีวิตคงสวยหรู คงได้ไปเที่ยวในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่พอไปถึงเราต้องไปอาศัยอยู่กับโฮสแฟมิลี่ ไปอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ทางรัฐบาลเขาจัดให้เรา ต้องบอกก่อนว่า การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เราจะไปอยู่อาศัย 2 แบบ คือแบบ ‘โฮสแฟมิลี่’ และแบบ ‘พักอาศัยกับองค์กร’

ตัวบิวเองอยู่กับโฮสแฟมิลี่ คิดว่าจะเป็นอิสระ เขาคงใจดีกับเรา แต่เปล่าเลย เราไปอยู่ในฐานะคนรับใช้ แม่บ้าน ง่ายๆ นางทาสนั่นแหละ ทำงานบ้านทุกอย่างแม้แต่เลี้ยงลูกให้เขา พอเรากลับจากโรงเรียน เราก็ต้องทำความสะอาดบ้านทุกอย่าง ทำอาหาร เรียกง่ายๆ ว่าเป็นแม่บ้านแหละ หากเราทำไม่ถูกใจ เขาก็ใช้ความรุนแรง ถ้าเราพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง เขาก็จะตบหน้าเรา ตบคือตบนะคะ ไม่ใช่ตบแบบสั่งสอน ตบแบบใช้อารมณ์ แล้วก็ด่าเรา

เหมือนตามข่าวที่เราเห็นชาวพม่า ลาว เขมร มาทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านเรา บางคนถูกทำร้ายร่างกาย ถูกกดขี่ บางคนถูกข่มขืน ไม่ต่างจากบ้านเราเลย พวกฝรั่ง พอรู้ว่าเราเป็นคนไทย เขาจะมองว่าเรายากจน เป็นพวกลี้ภัย มาอาศัยบ้านเขากิน เป็นตัวถ่วงความเจริญ เมืองไทยขี่ช้างออกจากป่า ส่วนนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยกันที่มาจากทวีปยุโรป เขาก็มองว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ขายตัว

บอกตามตรงโคตรเจ็บใจ มาดูถูกกันแบบนี้ คนไทยจะไม่ได้รับการยอมรับที่นั่น เขาจะมองว่าคนเอเชียยากจน มองเราเหมือนไม่ใช่คน เวลาไปเรียนก็จะไม่มีเพื่อน ไม่มีใครคบ คนเอเซียต้องคบกันเอง เพราะแต่ละคนจะโดนทำร้ายเหมือนๆ กัน แต่บิวโดนหนักสุด ถูกทำร้ายร่างกายตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม ไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าบอกพ่อแม่ ไม่กล้าฟ้องครู เพราะสุดท้ายเราก็ต้องอยู่ที่นั่นจนครบสัญญา 1 ปี

บิวอาจเป็นคนที่อดทนเก่ง แต่เพื่อนเอเชียบางคนร้องไห้ทุกวัน โดนใช้แรงงานเยี่ยงทาสเหมือนกัน จะบอกว่าฝรั่งส่วนมากที่มีเมียคนไทย ก็เพราะเขาต้องการหาคนดูแลยามแก่ยามเฒ่า เห็นหญิงไทยหน้าเงิน ซื้อได้ด้วยเงิน เขาจะไม่ค่อยมองหญิงไทยเป็นเมียหรอก มองเป็นนางทาสมากกว่า

และนี่คือประสบการณ์ในการใช้ชีวิตเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่แคนาดา พอจบ 1 ปีกลับบ้าน สัญญากับตัวเองไม่ขอกลับไปอยู่ต่างแดนอีกเลย อยู่เมืองไทยนี่แหละสบายที่สุดแล้ว แต่ก็ต้องบอกว่า นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่บิวเจอ บางคนอาจจะโชคดีหรือโชคร้ายกว่าบิวก็ได้นะคะ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top