Wednesday, 15 July 2026
NEWS

สมุทรปราการ-ศิษยยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีแห่ผ้าแดงห่มองค์พระมหาเจดีย์ วัดบางพลีใหญ่กลางความยาวกว่า 70 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้ประกอบพิธีอันสำคัญและเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ คือการแห่ผ้าแดงซึ่งเป็นผ้าห่มองค์ พระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต 

โดยทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้การดูแลและความเมตตาของท่าน พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง มีครอบครัวรุ่งแจ้งเป็นผู้ที่นำผ้าแดงขึ้นไปห่มที่ด้านบนพระมหาเจดีย์ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล

มีประชาชนและข้าราชการจำนวนมากเดินทางมาร่วมในพิธี อาทิ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่ คณะไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะครู ข้าราชการตำรวจ เป็นต้น

นอกจากนี้ ท่านพระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาให้ประชาชน และข้าราชการที่เดินทางมาร่วมในพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาเจดีย์ได้เขียนชื่อตนเองลงบนผ้าแดงเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาธรรมจักรกัปปะวัดตะนะสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ พระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่กลาง

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘รัศมีแข’ กลายเป็น!! พลังซอฟต์พาวเวอร์ ทีมไทย สื่อเอเชีย ยกให้!! สีสันแห่ง Physical: Asia บน Netflix ส่งพลังบุคลิกไทย สู่สายตาเอเชีย ในรายการสุดโหด เน้น!! ‘สนุก’ มากกว่า ‘โชว์กล้าม’

(2 พ.ย. 68) ทำไม?? ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ กลายเป็นสีสันทีมไทยที่ทั่วเอเชียพูดถึงในเรียลิตี้โหดสุดอย่าง Physical: Asia บน Netflix และนี่ไม่ใช่แค่ความแข็งแรง แต่คือ “พลังบุคลิก” ที่พาไทยดังไปพร้อมกัน

Physical: Asia คือสนามแบบไหน
สปินออฟจาก Physical: 100 ที่เปลี่ยนกติกาเป็น “ศึกทีมชาติ” 8 ประเทศ แข่งกันภารกิจหนักระดับเอาตาย เพื่อศักดิ์ศรีทีมและเงินรางวัล 1 พันล้านวอน รายการเปิดฉาย 28 ต.ค. 2025 และดึงซูเปอร์สตาร์สายกีฬา–ความฟิตจากทั้งภูมิภาคมาเจอกัน เช่น Manny Pacquiao, Robert Whittaker, Superbon ฯลฯ (กัปตันทีมไทย) นับว่าเป็นการเล่าเรื่องความแกร่งที่ผสมวัฒนธรรมและทีมเวิร์กชัดกว่าเดิม

จุดที่ทำให้ “รัศมีแข” โดดเด่นระดับภูมิภาค
เปิดตัวแบบจำ–ไม่–ลืม: สายเอนเตอร์เทนมาเต็ม แต่ลงสนามแล้ว “ทำได้จริง” ภาพจำคือเดินเข้าสตูฯ ด้วยความมั่นใจ ก่อนโชว์สกิลภารกิจสุดโหด จนสื่อและแฟนรายการพูดถึงวงกว้าง
โมเมนต์ไวรัล: ศึก “เรืออัปปาง–ขนลัง” ที่ทีมไทยต้องยก/วิ่ง/สื่อสารแข่งกับทีมเกาหลี ฟุตเทจ “ตะโกนปลุกใจ–คุมจังหวะทีม” ทำให้ชื่อรัศมีแขพุ่งติดเทรนด์ในช่องทางทางการของ Netflix
คำพูดคม–คัลเจอร์แคปซูล: มุกหยอกเชิงวัฒนธรรม (อาหาร–ป็อปคัลเจอร์) ถูกยกไปแชร์–ตีความต่อทั้งไทยและต่างประเทศ ขยาย “อารมณ์ขันแบบไทย” สู่ผู้ชมวงกว้าง
เสียงเชียร์นอกประเทศ: สื่อต่างชาติยกบุคลิก “ซนแต่จริงใจ” ของเขาว่าเป็นหัวใจความสนุกของทีมไทย—ระดับ reality TV gold ในแง่สีสันและพลังบวกต่อทีม

ทำไม “คาแรกเตอร์แบบไทย” ถึงเข้าทางรายการฟิตเนสโหด
บาลานซ์ “โหด–ฮา”: รายการให้ภาพ “แรงกาย” ส่วนรัศมีแขเติม “แรงใจ–แรงเชียร์” ผู้ชมเลยได้ “ความเป็นมนุษย์” ของทีม—ยิ้มได้แม้งานหนัก ความเครียดของโชว์จึงดูสนุก–น่ารักขึ้นมาก
รหัสวัฒนธรรมที่เข้าใจง่าย: การเปรียบเทียบอาหาร–ป๊อปคัลเจอร์ ทำหน้าที่เป็น “ซับวัฒนธรรม” ช่วยต่างชาติอ่านไทยได้ทันที—ไม่ต้องรู้ภูเก็ตหรือวอลเลย์บอล ก็หัวเราะและเชียร์ไทยร่วมกันได้
ทีมเวิร์กที่มีผู้นำทางอารมณ์: ในเกมที่แพ้–ชนะด้วยความพร้อมทั้งกายและใจ “ผู้นำอารมณ์” สำคัญไม่แพ้กัปตันสายเทคนิค คลิปของ Netflix โชว์ชัดว่าการสื่อสาร–ปลุกใจ ช่วยให้ทีมรักษาจังหวะการยก/วิ่งได้จริง

หลักฐานจากกระแสและสื่อ
บทความ/พอร์ตข่าวต่างชาติแนะนำแคสต์และยืนยันรูปแบบทีมชาติ–เงินรางวัล–วันฉาย (เช่น Marie Claire, Netflix Tudum ฯลฯ)
สื่อไทยรายงานต่อเนื่อง—ตั้งแต่เปิดตัวทีมไทย (มี Superbon เป็นกัปตัน) จนถึงกระแสการชม “รัศมีแขคือสีสันทีม” หลังออกอากาศไม่กี่ตอน
โพสต์/คลิปทางการของ Netflix ประเทศไทย–เกาหลี ช่วยขยายโมเมนต์ “ทีมไทยฮึด!” สู่วงกว้าง สร้างฐานแชร์ข้ามประเทศ

บทเรียนซอฟต์พาวเวอร์สำหรับไทย (ทำได้เลยช่วงกระแสกำลังเดือด)
เซต “มุกไทยเข้าใจง่าย” เป็นสคริปต์สื่อสารสำหรับนักกีฬา–ครีเอเตอร์ไทยเวลาไปเวทีนานาชาติ: อาหาร, เพลง, คนดัง, สถานที่—สั้น จำง่าย แชร์ต่อได้
แคมเปญคู่กีฬา–ท่องเที่ยว: คลิปสั้น “ฝึกภารกิจแบบทีมไทยใน 30 วินาที” ปิดด้วยโลเคชันไทย (ชายหาด–มวยไทย–สตรีตฟู้ด) ให้หน่วยงานท่องเที่ยว/สโมสร/ยิมหยิบไปทำคอนเทนต์ร่วม
แบรนด์แอสโซซิเอตกับ “พลังบวก”: ใช้รัศมีแขเป็นคีย์เวิร์ดของคอนเทนต์—เน้นคำสำคัญ “ทีมเวิร์ก–กำลังใจ–สนุก” มากกว่า “โชว์กล้าม” เพื่อสื่อสารกับผู้ชมวงกว้าง

สรุป
Physical: Asia เปิด “ลานประลองเอเชีย” ที่ไม่ได้วัดแค่แรง แต่คือ “เรื่องเล่าแห่งทีม” และในหมากนี้ รัศมีแข คือการ์ดซอฟต์พาวเวอร์ที่พา “อารมณ์ขัน–ความจริงใจ–สปิริตทีมไทย” ไปให้ผู้ชมทั่วภูมิภาคเห็นแบบชัดเจน—ยิ้มได้ เชียร์เพลิน และจำไทยได้แม่นยำกว่าที่เคย
ปิดท้ายสำหรับผู้อ่าน TST: ถ้าอยาก “อินให้สุด” แนะนำเปิดดูคลิป “ทีมไทยฮึด!” ก่อน แล้วค่อยไปดูเต็มใน Netflix—จะเห็นชัดว่าทำไมคาแรกเตอร์แบบไทยถึงชนะใจคนดูได้ในรายการสุดโหด

เชียงใหม่-สโมสรนักศึกษาพยาบาล มช.ดูงานสภาการพยาบาลและ ม.บูรพา

วันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2568 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผศ.ดร.อนนท์ วิสุทธิ์ธนานนท์ ผู้ช่วยคณบดี พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากรหน่วยพัฒนาคุณภาพนักศึกษาและสโมสรนักศึกษาของคณะฯ เข้าศึกษาดูงานสภาการพยาบาล โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล และ ดร.สุดคนึง ฤทธื์ฤาชัย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อเนื่องสาขาพยาบาลศาสตร์ สภาการพยาบาล กล่าวต้อนรับและเป็นวิทยากรบรรยายสรุป เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสภาการพยาบาล ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพการพยาบาล 

นอกจากนี้ได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะกรรมการบริหารสโมสรนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.พรชัย จูลเมตต์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประธานกล่าวต้อนรับ เป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของผู้นำนักศึกษา อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเรียนรู้การจัดกิจกรรมสำหรับนักศึกษาระหว่างสถาบัน ทำให้สโมสรนักศึกษาของคณะฯ มีแนวทางในการจัดกิจกรรมนักศึกษานำไปสู่คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ ตลอดจนมีผลลัพธ์สอดคล้องกับการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะฯ ต่อไป

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรนักศึกษา โดยมุ่งหวังให้ผู้นำนักศึกษาเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมที่พัฒนาทั้งทักษะทางวิชาการและทักษะชีวิตแก่เพื่อนนักศึกษาในทุกมิติ คณะฯ จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่เพียงด้วยนโยบายเท่านั้น แต่ต้องอาศัยศักยภาพของนักศึกษาที่ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

วันแรกของการรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย มาเป็น “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ “หล่อหลอมกาย ใจ รับใช้ชาติ”

วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.68 น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ต้อนรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 ณ สถานีรับรายงานตัวของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยทหารใหม่ในส่วนของกองทัพเรือ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย แบ่งเป็นทหารใหม่ที่สมัครโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ และวิธีการคัดเลือก เดินทางมาจากภาคกลาง  ภาคตะวันออก  ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านขั้นตอนการรับรายงานตัว ประกอบด้วย
     - สถานีคัดกรองโรค
     - สถานีตรวจสิ่งเสพติดและสิ่งของต้องห้าม
     - สถานีลงทะเบียนคัดแยกสังกัดกองร้อย และธุรกรรมการเงิน
     - สถานีรับยุทธอาภรณ์    

เข้าสู่ครอบครัวของกองทัพเรือในฐานะ “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ซึ่งการดำเนินงานในแต่ละสถานีเป็นไปอย่างมีมาตรฐานที่รวดเร็ว เรียบร้อย และปลอดภัย  และจะเข้าสู่การฝึกอบรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้เป็นทหารเรือที่มีความเข้มแข็ง องอาจ มีระเบียบวินัย มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือต่อไป

ล้างบางข้อตกลง!! ‘ไทย – กัมพูชา’ ‘อาจารย์อุ๋ย’ ชี้!! หาก MOU 43 โมฆะ ทุกการประชุม และปฏิญญา จะกลายเป็น ‘ศูนย์’ กองทัพใช้กำลังยึดดินแดนพิพาทคืนได้ทันที ตาม มาตรา 51

(1 พ.ย. 68) ประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงร้อนระอุ เมื่อนายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสเฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “หากบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย - กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ. 2543 (MOU 43) ตกเป็นโมฆะ จะส่งผลให้ผลลัพธ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามมาต้องเป็นโมฆะตาม ‘หลักผลไม้ของต้นไม้ที่มีพิษ’ (Fruit of the Poisonous Tree) 

ทั้งนี้ หาก MOU43 ตกเป็นโมฆะ เพราะถูกกระทำขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้มีการเสนอเข้า ครม.เพื่ออนุมัติ มีเพียงนายกรัฐมนตรีอนุมัติ แต่ไม่มีมติคณะมนตรีอนุมัติ เพราะคณะรัฐมนตรีแค่รับทราบเท่านั้น ตามที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544 ระหว่างไทย–กัมพูชา ได้ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ ดังนั้น เมื่อ MOU43 ถือเป็น ‘ต้นไม้มีพิษ’ ที่มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลักการที่ถูกต้องตั้งแต่แรก ดังนั้น ‘ผลไม้’ ทุกชนิดที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงนี้จึงต้องเป็นโมฆะตามไปด้วย ซึ่งรวมถึง การประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC/GBC/RBC) ทั้งหมดที่จัดขึ้นภายใต้กรอบ MOU43 ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือปริยาย และปฏิญญาสันติภาพ ไทย-กัมพูชา ที่เพิ่งลงนามโดยมี ปธน. สหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นพยาน

เมื่อทั้งหมดที่ผมกล่าวมาตกเป็นโมฆะตามหลักผลไม้พิษ กองทัพจึงสามารถใช้กำลังตอบโต้กัมพูชาจากการที่กัมพูชาเปิดฉากใช้อาวุธหนักยิงเข้าใส่เป้าหมายพลเรือนไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงเรียน โรงพยาบาล จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา รวมถึงการแอบวางทุ่นระเบิดสังหารส่วนบุคคล ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศคืออนุสัญญาออตตาวา โดยการใช้กำลังเพื่อตอบโต้นี้อยู่บนพื้นฐานของมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ที่อนุญาตให้สมาชิกใช้กำลังเพื่อตอบโต้การรุกรานของชาติอื่น ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังเพื่อป้องกันล่วงหน้า โดยการเข้าไปในดินแดนกัมพูชาเพื่อทำลายอาวุธหนัก และเป้าหมายทางทหารทั้งหมด เพื่อทวงคืนดินแดนของไทยที่กัมพูชายึดครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และป้องกันไม่ให้กัมพูชาเป็นภัยคุกคามต่อไทยอีกต่อไป 

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถเรียก ‘ค่าปฏิกรรมสงคราม’ เพื่อชดเชยความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สิน พลเรือนและทหารจากการละเมิดของกัมพูชา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในการเจรจาใด ๆ ที่ผ่านมา ผมจึงขอเสนอหลักการข้างต้น เพื่อเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลทบทวนความชอบธรรมของข้อตกลงเดิม และใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ 

ด้วยความปรารถนาดี

สรุปผลงาน CEO AIS คนเดิม 'สมชัย เลิศสุทธิวงค์' ผู้นำด้านดิจิทัล ขับเคลื่อน 3G→4G→5G ก่อนส่งไม้ต่อให้ CEO คนใหม่

(1 พ.ย. 68) ไทม์ไลน์ผลงานของ  ‘สมชัย เลิศสุทธิวงค์’ (คัดไฮไลต์ตามลำดับเหตุการณ์)

ก่อนเป็นซีอีโอ: ปูทาง “เครือข่ายมวลชน”
• CMO ที่พา AIS เข้าสู่ยุค 3G 2100 (พ.ศ. 2556): ช่วงดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer (CMO) บริษัทเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1GHz เดือนพฤษภาคม 2556 และเร่งขยายครอบคลุมจนสิ้นปีแตะ ~80% ของประชากร—ฐานสำคัญของการย้ายผู้ใช้สู่เทคโนโลยีใหม่ในเวลาต่อมา

• ผู้นำทีมการตลาด: เป็นผู้บริหารสายการตลาดที่สื่อมวลชนอ้างถึงในฐานะ CMO ระหว่างการเร่งคุณภาพบริการช่วงเปลี่ยนผ่าน 3G

1 ก.ค. 2557: ขึ้นเป็นซีอีโอ AIS
• บอร์ดมีมติแต่งตั้ง สมชัย เลิศสุทธิวงค์ เป็นซีอีโอ มีผล 1 ก.ค. 2557 รับไม้ต่อจากคุณวิชญ์ เมฆทรงกลด และประกาศเป้าหมายยกระดับ AIS สู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2558–2559: วางรากฐานโครงข่ายยุค 4G และ “บ้าน”
• 4G เปิดเชิงพาณิชย์ (ม.ค. 2559) ผ่านบริษัทลูก AWN—ปูทางสู่การใช้งานดาต้าในวงกว้าง

• AIS Fibre: จากการทดลองให้บริการตั้งแต่ เม.ย. 2558 สู่การเปิดทางการ พ.ค. 2559 ด้วยเป้าหมายขึ้น Top-3 ภายใน 3 ปี และเป็นผู้นำภายใน 5 ปี—เป็นก้าวใหญ่ของ “คอนเวอร์เจนซ์ มือถือ + บรอดแบนด์บ้าน”.
• ดันบริการองค์กร/ดิจิทัล: ขยายบริการ M2M/LBS สำหรับลูกค้าองค์กร สะท้อนยุทธศาสตร์ Diversification นอกเหนือมือถือ

2563: “ครั้งแรกของไทย” กับ 5G เชิงพาณิชย์
• 24 ก.พ. 2563 AIS เปิด 5G เชิงพาณิชย์ เป็นรายแรกของประเทศบนย่าน 2600 MHz—จุดพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2565–2566: สายบ้านโตต่อเนื่อง + ฐาน 5G ขยาย
• ธุรกิจ Fixed Broadband ทะลุ 2.1 ล้านครัวเรือน Q3/2565 และยังเติบโตต่อในปี 2566—คานอำนาจรายได้ฝั่ง “บ้าน” ให้แข็งแรงควบคู่มือถือ

2567–2568: วาระขยาย–ส่งไม้ต่อ
• วาระซีอีโอขยายเพิ่มอีก 1 ปี (ต.ค. 2567) เพื่อความต่อเนื่องของแผนงาน ก่อนเข้าสู่เฟสส่งไม้ต่อ

• ประกาศผู้สืบทอด: บอร์ดแต่งตั้ง ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนถัดไป มีผล 3 พ.ย. 2568—ทีมแกนเดิม ขยายต่อคอนเวอร์เจนซ์และ 5G/ไฟเบอร์โดยไม่สะดุด

กลไกความสำเร็จ (Key Plays)
1. เริ่มจากลูกค้า—จบที่โครงสร้างรายได้: DNA นักการตลาดทำให้การตัดสินใจด้านคลื่น/แพ็กเกจ/ประสบการณ์ ถูกผูกกับพฤติกรรมผู้ใช้จริง (จาก One-2-Call!, Serenade ตั้งแต่ปี 2004 สู่ยุค 5G).
2. Convergence ที่ทำได้จริง: มือถือ + อินเทอร์เน็ตบ้าน (AIS Fibre) + บริการองค์กร—ลดความผันผวนของรายได้ ยืดอายุความสัมพันธ์ลูกค้า (LTV) และสร้าง “เครือข่ายชีวิตดิจิทัล” ครบวงจร

3. ผู้นำการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีระดับประเทศ: จาก 3G 2100 → 4G → 5G รายแรก—ช่วยยกระดับความพร้อมดิจิทัลของผู้ใช้-ธุรกิจ-รัฐ ให้ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น

ประวัติการศึกษา (ย่อ)
• ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (สถิติประยุกต์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (การตลาด) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม
• หลักสูตรผู้บริหารเด่น: Thai IOD (เช่น RCP/DCP), Capital Market Academy

ส่งท้าย: “ส่งไม้ต่ออย่างมีแบบแผน”
ภายใต้วาระที่ยืดเพื่อความต่อเนื่องในปี 2567 สมชัยวางโรดแมปและทีมงานไว้ครบ ก่อนประกาศ ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนใหม่ มีผล 3 พ.ย. 2568—สะท้อนธรรมาภิบาลการสืบทอดตำแหน่ง (succession planning) ที่ชัดเจน และทำให้ยุทธศาสตร์ มือถือ+บ้าน+องค์กร เดินหน้าต่อไม่สะดุด ในช่วงที่ไทยกำลังก้าวลึกสู่โครงสร้างพื้นฐาน 5G-ไฟเบอร์-คลาวด์

'กัน จอมพลัง' แจงปมล็อกสเปก ยัน!! ได้ของถูก คุณภาพดี เหลือ 6,000 จาก 23,000 ชี้พูดความจริงแต่คนไม่พอใจ

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 68) ‘กัน จอมพลัง’ ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

ล็อกสเปค จาก 23,000 เหลือ 6,000 บาท แล้วยังไง 
ก็เทียบกับคนอื่นแล้วราคา 23,000 บาท 22,000 บาท ล็อกสเปคเหลือแค่ 6,000 บาท 
ผมถามทุกคนอย่างนี้ดีไหม 

ก็มันมีเจ้าเดียวที่ผลิตได้ ทำได้ในราคาที่ถูก แล้วก็รวดเร็ว 
เราก็หาเจ้า ที่มันเหมาะสมกับการทำงาน แล้วแถมเขาลดราคาให้อีก 
หาราคาอย่างนี้ไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหนแล้ว

มีแต่คนบอกว่า ให้พูดความจริง พอความจริงไม่ตรงใจ ก็เบี่ยงไปอย่างอื่นอีก

‘ปู มัณฑนา’ สุดกลั้น!! เปิดใจครั้งแรก ยอมรับหย่าสามี ‘หาญส์ หิมะทองคำ’ แล้วจริง ยังใช้นามสกุลเดิม ถูกคนใกล้ชิดปั่นข่าว เปิด!! ‘ทะเบียนราษฎร์’ ประจาน!!

(1 พ.ย. 68) เป็นข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มกับคู่รักหวานเจี๊ยบ ‘ปู มัณฑนา หิมะทองคำ’ ได้หย่ากับสามีนักการเมือง ‘หาญส์ ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ’ ล่าสุด ปู ได้เปิดใจเรื่องนี้ในรายการ คนเกาะข่าว ทางช่อง news 1 ยอมรับว่าข่าวลือหย่าสามีแล้วคือเรื่องจริง

“เรื่องจริงค่ะ เหตุก็เกิดจากตัวพิธีกรเลยค่ะ เขาสนิทกับพี่ชายสามี พยายามโทร.ไปปั่นว่าปูเป็นคนทำให้ครอบครัวสามีเสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งๆ ที่ปูกับสามีเราก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกัน ก็ได้รับผลกระทบในด้านธุรกิจของครอบครัวสามี ปูอยู่กับครอบครัวสามี ปกติก็ไม่ได้ใช้เงินของครอบครัวเขา เป็นสามีที่ดูแลปูตามหน้าที่แต่เราก็มีงานเป็นของตัวเอง ใช้เงินที่เราทำมาหาได้ของเรา ไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวสามีเลย แต่เขาพยายามปั่นข่าวว่าปูไปสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวสามี

กับข่าวที่เกิดขึ้น พอมันเกิดเรื่องมันก็กระทบจริงๆ ค่ะ ด้วยความที่เป็นครอบครัวใหญ่ มีหลานๆ  มีสมาชิกในครอบครัวหลายคน มันก็มีคำว่าหิมะทองคำ แต่ปูก็ยังใช้นามสกุลหิมะทองคำอยู่ค่ะ สามียังให้ใช้นามสกุลอยู่ (แต่ก็ต้องออกข่าวว่าหย่าร้าง ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลหิมะทองคำแล้ว?) ค่ะ”

เผยเหตุตอบโต้เพจดุเดือดเพราะออกมาเปิดโปงเรื่องหย่าสามี ทั้งๆ ที่ตนไม่ได้บอกกับใครเลย ทำส่งผลกระทบลูกและสามี รู้สึกถูกรังแก ทำให้ต้องลุกขึ้นสู้

“เขาปล่อยข่าวเรื่องปูหย่าสามี ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ จะเป็นคนในครอบครัวที่รู้ แล้วเขาก็ให้ทนายหิวแสงไปคัดทะเบียนราษฎร์ปูเพื่อที่จะฟ้องปู ฟ้องหมิ่นประมาทปู พอรู้ว่าปูเปลี่ยนมาใช้นางสาว คือที่ผ่านมาปูให้ นางมัณฑนา หิมะทองคำ แต่วันที่หย่าปูขอสามีใช้นางสาว แต่ยังใช้นามสกุลสามี ตอนนั้นสามีบอกว่าหย่ากัน แต่ยังใช้นางมัณฑนา หิมะทองคำ แต่ปูงอนเขา ก็บอกว่าไม่ ปูจะใช้นางสาว เขาก็ขอว่าให้ใช้นามสกุลเขาอยู่ พอทนายฝั่งคู่กรณีไปคัดทะเบียนราษฎร์ เขาก็เลยรู้ ก็เอามาประจานว่าปูหย่าแล้ว

(ปูตอบโต้แบบไม่ธรรมดา?) คือปูเพิ่งหายป่วย ปีที่แล้วปูร้องไห้ ปูเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล จริงๆ แล้วปูไม่ได้เป็นคนที่สู้คน แต่พอมาปีนี้เขารังแกปูไม่เลิก รังแกปูไม่พอรังแกลูกๆ ปู ครอบครัวปู สามีปูได้รับผลกระทบไปด้วย ปูไม่ทนแล้ว ปูก็ต้องสู้ก็เลยตอบโต้ไปแบบนั้น”

สมุทรปราการ-มูลนิธิ มวลชนทัพภาค ๑ ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๑ จัดกิจกรรม “ บริจาคโลหิต น้อมรำลึกพระมหา กรุณาธิคุณ ๒ มหาราช“

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๓๕๖๘ ณ เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับเกียรติจาก แม่ทัพภาคที่๑ มอบให้ พอ.ธนิวรรธณ์ คำกรุนันหกานต์ รอง ผอ.รมน จังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธาน ในพิธี พร้อมด้วยนายสรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ภายในงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนหลายแห่ง ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ และ พนักงานในสังกัดเข่าร่วมบริจาคโลหิตจำนวนมาก ได้รับความอนุเคราะห์จากเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นำอุปกรณ์การรับบริจาคโลหิต มาปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าว

กิจกรรมนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของทั้งสองพระกษัตริย์ ผู้ทรงคุณ อันประเสริฐต่อแผ่นดินไทย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชน ร่วมกันทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และสร้างจิต สำนึกในด้านการให้อย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน

‘หมอวรงค์’ จี้!! ให้รัฐบาลตอบ ‘ไทย’ จะยอมถอนธงชาติ จาก ‘ภูมะเขือ’ ไหม ถ้า ‘เขมร’ เรียกร้องตาม MOU43 อ้างว่าเป็น!! พื้นที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์

(1 พ.ย. 68) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

#ไทยจะยอมถอนธงชาติลงจากภูมะเขือไหมถ้าเขมรเรียกร้อง

พี่น้องคงได้เห็นสิ่งที่สื่อรายงาน นั่นคือการถอนอาวุธหนัก ออกจากชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นผลพวงการลงนามที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อ้างว่าเพื่อนำไปสู่สันติภาพ

การลงนามครั้งนี้ มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานาเพราะคนไทยเชื่อว่า เขมรยังไม่น่าไว้วางใจ แต่เพราะมีสหรัฐอเมริกา เข้ามาเกี่ยวข้อง บางฝ่ายอ้างว่าโดนบีบจากมหาอำนาจ หรือเพราะนักการเมืองไทย ไปมีผลประโยชน์ที่เขมร

แต่สิ่งที่คนไทยต้องตระหนัก แม้จะมีการถอนอาวุธหนัก ออกจากพื้นที่ชายแดนทั้งสองฝ่าย ตราบใดที่ MOU43 ซึ่งเป็น MOU เถื่อนยังอยู่ ถ้าวันหนึ่งเขมรเรียกร้องให้ไทย ต้องถอนทหารออกจาก 11 จุด โดยอ้างว่าไทยเราละเมิด MOU43 คนไทยจะยอมไหม

เราจะยอมให้เขมรเรียกร้อง ให้ทหารไทยถอนธงชาติ ออกจากภูมะเขือ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ และกล่าวหาว่าไทยละเมิด MOU43 เราจะยอมไหม รัฐบาลจะว่าอย่างไร เพราะในอนาคต คาดเดาไม่ได้ว่า ใครจะมาเป็นรัฐบาล ทางออกที่ดีสุดคือ ต้องยกเลิก MOU43 ด้วย

Rajnavy Football Club เข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อแสดงความยินดีและรับนโยบายในการพัฒนาสโมสรสู่ความเป็นมืออาชีพ

เมื่อวันที่ (30 ต.ค. 68) พลเรือเอก ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอลราชนาวี พร้อมด้วย พลเรือโท สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รองประธานสโมสร พลเรือตรี ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล ผู้จัดการทีม และพลเรือตรี อโศก ศรีสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป เข้าเยี่ยมคำนับ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งใหม่ พร้อมมอบของที่ระลึกและรับฟังแนวทางนโยบายในการบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลราชนาวี ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม

สมุทรปราการ-มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ร่วมกับ S.MILES Group มอบทุนการศึกษา ปลูกต้นเฟื่องฟ้า กว่า 1,000 ต้น สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับเยาวชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา โดยคุณ เมธากุล สุวรรณบุตร ประธานมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ได้จัดกิจกรรม CSR เพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ 

ในโอกาสนี้ ทางมูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ยังได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 30,000 บาท เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนในโรงเรียน พร้อมกันนี้ ทางทีม S.MILES Group ยังได้ร่วมกัน ปลูกต้นเฟื่องฟ้า จำนวน 1,400 ต้น 

เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับนักเรียนและเยาวชน รวมถึงสร้างบรรยากาศที่สดใสให้กับโรงเรียน ทั้งนี้ ต้นเฟื่องฟ้าเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง ความงดงาม และความหวังใหม่ มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษาเชื่อว่าต้นเฟื่องฟ้าเล็กๆ เหล่านี้ จะเติบโตไปพร้อมกับความฝันของน้องๆ ทุกคน ให้ร่มเงาและแรงบันดาลใจในทุกก้าวของการเรียนรู้

นอกจากนี้ ยังมีการนิมนต์พระสงฆ์มาร่วมประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอาคารเรียนหลังใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่โรงเรียน คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ร่วมกิจกรรม 

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิแพรกษาเพื่อการศึกษา ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนับสนุนการศึกษาและโอกาสที่เท่าเทียม เพราะเรามั่นใจว่า “การให้” คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยั่งยืน “การศึกษาต้องมาก่อน”

ถ้อยแถลง ไร้คำขอโทษ!! ‘พีระพันธุ์’ จี้!! ‘กัมพูชา’ ยอมรับผิด คืนความยุติธรรมให้ ประชาชนไทย

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ เรื่องนี้ต้องเคลียร์ Top Talk ทางช่อง Top News เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงของประเทศไทยในหลายประเด็น ทั้งปัญหาชายแดนไทย ปัญหาสแกมเมอร์ ข้อกังขาการลงนาม MOU แร่แรร์เอิร์ธ ระหว่างไทยและสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติที่จะเดินหน้าแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน

ในประเด็นเกี่ยวกับการลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างไทย-กัมพูชา นั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้เห็นเอกสารดังกล่าวในรายละเอียด แต่ในฐานะคนไทยและอดีตผู้พิพากษา สิ่งแรกที่รู้สึก คือ ตนไม่สบายใจ เพราะเอกสารใช้คำว่า ‘เรา’ ซึ่งหมายความว่า ประเทศไทยยอมรับว่ามีส่วนร่วมในการกระทำ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วไทยเป็นผู้ถูกกระทำ และที่สำคัญก็คือการกระทำของกัมพูชาเป็นการโจมตีพลเรือนไทยผู้บริสุทธิ์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาที่สมควร

“ทำไมเรื่องชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการกระทำของกัมพูชาไม่มีพูดถึงในถ้อยแถลงเลย และไม่มีข้อความใดเลยที่กัมพูชายอมรับผิดและบอกว่าจะรับผิดชอบให้ประเทศไทย มันเหมือนกับต่างคนต่างผิดด้วยกัน ผมถามว่าเราอยู่บ้านของเราแบบปกติ จู่ ๆ เพื่อนบ้านปาระเบิดเข้ามา ลูกเราบาดเจ็บเสียชีวิต มีใครพูดถึงบ้าง เราเป็นพ่อ เราจะไม่คิดถึงลูกเราเหรอ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อด้วยว่า ถ้าจะเริ่มเจรจา กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ก่อขึ้นก่อน พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องยอมประเทศใด แม้แต่กัมพูชาหรือสหรัฐฯ ที่มาร่วมลงนามในถ้อยแถลงนี้ด้วย เพราะทุกประเทศมีศักดิ์ศรีเท่ากัน และศักดิ์ศรีของประเทศไทยต้องมาก่อนสิ่งใด และเชื่อว่าประเทศไทยยังสามารถเอาผิดอีกฝ่ายได้แน่นอน

“ในฐานะประชาชน ผมคิดว่าไทยกำลังถูกสหรัฐฯ ใช้เป็นเครื่องมือ กลับกันรัฐบาลไทยจะต้องเร่งสนใจดูแลประเทศและประชาชนคนไทยให้มากยิ่งขึ้น” นายพีระพันธุ์ กล่าว

สำหรับประเด็นการลงนาม MOU แร่แรร์เอิร์ธ ระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐฯ นายพีระพันธุ์ ตั้งข้อสงสัยว่า โดยปกติแล้วหากรัฐบาลจะตัดสินเรื่องใดที่มีผลกระทบต่อคนไทย คนไทยควรมีสิทธิรู้ก่อน แต่เรื่องนี้กลับไม่มีการเปิดเผย ปิดเงียบ และมีนัยที่ผิดปกติ อีกข้อสงสัย คือ กรณีที่มีผู้ออกมาบอกว่า MOU ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งตนย้ำว่า ธรรมชาติของสัญญา คือ การสร้างผลผูกพันระหว่างกัน หากไม่ต้องการให้มีผลผูกพันทางกฎหมาย เหตุใดจะต้องทำเป็นข้อตกลง พร้อมตั้งข้อสงสัยต่อไปว่า การที่บอกว่าลงนาม MOU ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นการจะหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหากรัฐบาลต้องการจะลงนามสร้างความร่วมมือในด้านนี้ ก็มีอีกหลายประเทศที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เช่น เยอรมัน แล้วเหตุใดรัฐบาลจึงต้องเร่งลงนามกับสหรัฐฯ เป็นการผูกมัดตัวเอง

“แร่ดังกล่าวเป็นแร่สำคัญและเป็นของคนไทยทุกคน ที่สำคัญรัฐบาลนี้มีอายุอีกแค่ 3 เดือน กับเรื่องสำคัญนี้ ทำไมต้องรีบลงนาม ทำไมไม่รอรัฐบาลใหม่เป็นผู้ตัดสินใจ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวต่อไปว่า ในอดีตไทยเคยมีการลงนามสัญญากับสหรัฐฯ เมื่อปี 2515 ที่ขอให้คนสหรัฐฯ ที่อยู่ในไทยมีสิทธิเทียบเท่ากับคนไทย แต่เมื่อคนไทยไปสหรัฐฯ กลับไม่มีสิทธิ์เทียบเท่าคนสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ อ้างว่าแต่ละรัฐท้องถิ่นมีกฎหมายเป็นของตนเอง รัฐบาลกลางที่ลงนามจึงไม่สามารถไปบังคับให้คนไทยมีสิทธิ์เทียบเท่าคนสหรัฐฯ ได้

ประเด็นต่อมา นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ว่า เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติที่รัฐบาลต้องเร่งยกเป็นวาระแห่งชาติ ปราบปรามให้สิ้นซาก การใช้ตำรวจอย่างเดียวไม่พอ เห็นได้จากการที่เกาหลีใต้ให้รัฐมนตรีต่างประเทศลงพื้นที่จัดการอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจัง และการที่มีอดีตนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.คนหนึ่งออกมาพูดถึงนักการเมืองที่เกี่ยวโยงเรื่องนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ รัฐบาลก็ควรต้องออกมาจัดการให้ชัดเจน แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว ตนยังไม่เห็นความชัดเจนจากรัฐบาลเลย

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐทำงานอย่างเต็มที่ ก็เชื่อว่าจะสามารถจัดการปัญหาสแกมเมอร์ได้ และหากตนอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็จะเดินหน้าจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองอย่างเด็ดขาดแน่นอน

“ถามว่าถ้าผมเป็นนายกฯ จะทำอย่างไร ผมจะไม่ปล่อยไว้แบบนี้แน่ ผมจะไปกัมพูชา ไปทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เพราะคนไทยเดือดร้อนเช่นนี้จะให้ผมนั่งเฉยอยู่คงไม่ได้ ผมพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างเองทั้งหมด หากมีคนในรัฐบาลไม่พอใจและอยู่ไม่ได้ ก็ไม่อยู่ เพราะหากอยู่ในตำแหน่งแล้วแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ จะอยู่ทำไม” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วยว่า ตนจะเสนอนโยบายให้ประหารชีวิตผู้ที่ทุจริตเงินแผ่นดิน เพราะข้าราชการต่าง ๆ ที่ทุจริตสมควรได้รับโทษสูงสุด

“เรื่องคอร์รัปชันเป็นมะเร็งที่ลามในประเทศไทยมานาน ดังนั้นเราจำเป็นต้องตัดมะเร็งทิ้ง และผมย้ำว่าผมจะทำจริงแน่ เพราะผมมาทำงานเพื่อประเทศและประชาชน” นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ปรับเวลาให้บริการช่วงยี่เป็ง เพิ่มมาตรการเข้มป้องกันโคมลอย พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเต็มที่

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 68) นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลยี่เป็งหรือวันลอยกระทง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ปรับเวลาทำการบิน โดยเที่ยวบินสุดท้ายจะทำการบินได้ถึงเวลา 19.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่อนุญาตให้ปล่อยโคมลอย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน    

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่า วันละ 32,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติร้อยละ 17 ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและแนะนำการใช้ระบบ Self-Service อาทิ เครื่องเช็กอินอัตโนมัติ (CUSS), ระบบรับฝากสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD/SBD) และระบบตรวจสอบบุคคลด้วยใบหน้า (Biometric System) เพื่อช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่า มีเที่ยวบินที่ยกเลิกและเปลี่ยนแปลงรวม 161 เที่ยวบิน โดยเป็นเที่ยวบินยกเลิก 65 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 41 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 24 เที่ยวบิน) และเที่ยวบินเปลี่ยนแปลงเวลา 96 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 64 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 32 เที่ยวบิน) พร้อมกันนี้ ยังมีการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษอีก 44 เที่ยวบิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับหลังเทศกาล

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจทางวิ่งและทางขับจากวันละ 6 รอบ เป็น 8 รอบต่อวัน เพื่อเก็บซากโคมที่อาจปลิวเข้ามาในเขตการบิน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการปล่อยโคมลอยและโคมควันอย่างใกล้ชิด พร้อมสามารถเข้าดำเนินการเก็บซากได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งจากหอบังคับการบินหรือนักบิน อีกทั้งยังร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยสุ่มตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของพนักงานในเขตการบิน เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด 

ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดตกแต่งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 1–7 พฤศจิกายน 2568 ด้วยวัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา พร้อมจัดกิจกรรมสาธิตการทำกระทงจากดอกบัว และแจกกระทงกะลาเป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการตามแนวทางพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านความพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

นายการันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลยี่เป็ง สายการบินทุกสายได้ปรับตารางบินให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 19.00 น. ส่งผลให้มีเที่ยวบินหนาแน่นตลอดทั้งวัน อีกทั้งกิจกรรมยี่เป็งในตัวเมืองเชียงใหม่อาจทำให้การจราจรรอบสนามบินหนาแน่น จึงขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน

กองทัพภาคที่ 1 สกัดม็อบชายแดน ลงพื้นถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตไทย พร้อมตั้ง ‘วีระ สมความคิด’ เป็นผู้แทนปชช. ร่วมติดตามความคืบหน้า-ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

(31 ต.ค. 68) กองทัพภาคที่ 1 ออกแถลงการณ์กรณีกลุ่มมวลชนนำโดยนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน พร้อมรถเครื่องจักรจำนวนหนึ่ง ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อ้างว่ารุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทย

กองทัพภาคที่ 1 ระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังกลุ่มมวลชนกว่า 70 คนพยายามจะฝ่าพื้นที่ควบคุมเข้าไปยังแนวชายแดน จนเกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย ก่อนเจ้าหน้าที่เชิญตัวนายวีระและแกนนำไปพูดคุยที่ สภ.โคกสูง เพื่อยุติการชุมนุมโดยสงบ

ภายหลังการหารือ กองทัพภาคที่ 1 มอบหมายให้นายวีระ สมความคิด เป็น “ผู้แทนภาคประชาชน” ร่วมติดตามความคืบหน้าและประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน พร้อมย้ำว่าทุกการดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมายและอยู่ภายใต้ความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ ทัพภาคที่ 1 ยืนยันความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยขอให้ประชาชนทุกฝ่ายแสดงออกอย่างสันติ และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ถูกนำไปบิดเบือนเป็นเงื่อนไขทางการเมืองหรือความมั่นคง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top