Thursday, 30 July 2026
NEWS

‘พระพยอม’ จวกยับ!! ‘ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ’ หลังมีคนปั๊มยาบ้าเป็น ‘เศียรพระ’ ลั่น!! 'คนคิดคนทำชีวิตคงไม่สูงส่งอะไร-หากินแบบหาเวรหากรรม'

จากกรณีที่ เพจหลวงพี่มาแล้ว โพสต์ภาพยาบ้าอัดเม็ดในรูปแบบใหม่ เป็นเศียรพระพุทธรูป จนมีคนเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก

(2 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อสอบถาม พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยพระพยอมมองว่า อัปยศที่สุดของความชั่วของความเลว เอายาบ้ามาทำเป็นเศียรพระพุทธรูปโดยไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษอะไรเลย สังคมสมัยนี้ศีลธรรมตกต่ำถึงสุดขีด ถึงกับเอายาบ้ามาปั๊มเป็นเศียรพระพุทธรูปได้ ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่เคารพบูชาสูงสุด คนส่วนใหญ่กราบไหว้ แต่นี่เอามาทำแบบไร้ค่า ด้อยค่าพระพุทธศาสนา คนคิดคนทำชีวิตคงไม่สูงส่งอะไร

พระพยอมกล่าวว่า การนำยาบ้ามาปั๊มแบบนี้น่าจะเป็นวิธีการจูงใจลูกค้า หรือคนเสพให้หันมาสนใจมากขึ้น ด้วยรูปลักษณะที่แปลกหูแปลกตา กระตุ้นให้คนอยากเสพ เพราะเห็นเป็นรูปลักษณ์ที่ไม่น่าเกลียด ถ้าไปทำรูปน่าเกลียดคนก็คงไม่ซื้อ ไม่สนใจ พอมาทำเป็นเศียรพระพุทธรูปก็เหมือนเพิ่มแรงโน้มน้าว เอาศาสนาไปเป็นเครื่องมือทำมาหากินกัน หากินแบบหาเวรหากรรม

เชียงใหม่-เปิดอาคารศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง"Pet Care Center, CMU”คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท ดับเบิลยู มอลล์ จำกัด จัดงาน Grand Opening อาคาร  “PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง” แห่งใหม่ สำหรับดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.น.สพ.กรกฎ งานวงศ์พาณิชย์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวรายงาน ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าเชียงใหม่ นายกเทศบาลตำบลหนองหอย ปศุสัตว์เขต 5 ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารคณะและสถาบันกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้มีเกียรติภาครัฐและเอกชน ร่วมงาน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ณ อาคารโซน E สถานีบริการน้ำมันบางจากเชียงใหม่ออยส์  จังหวัดเชียงใหม่

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดีในพัฒนาการและความเข้มแข็งของคณะสัตวแพทยศาสตร์ ที่ได้ริเริ่มในความร่วมมือโครงการพัฒนาและจัดทำพื้นที่สถานพยาบาลสัตว์ ซึ่งถือเป็นศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยงครบวงจร เพื่อให้บริการวิชาการทางสัตวแพทย์ในการรักษาสัตว์เลี้ยงและฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ป่วย อันได้แก่ สุนัข แมว สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงพิเศษอื่นๆ รวมถึงเปิดบริการตรวจรักษาคลินิกพิเศษเฉพาะทางหัวใจ ข้อและกระดูก รวมถึงฝังเข็ม ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ อันจะเกื้อหนุนให้ทั้งคณะฯ และมหา
วิทยาลัยฯ ยั่งยืนสืบต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.น.สพ.กรกฎ งานวงศ์พาณิชย์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสการจัดงาน Grand Opening อาคาร PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง อย่างเป็นทางการ จึงได้จัดกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพ ประกอบไปด้วย บริการตรวจเสียงหัวใจ ปอด ตรวจตา หู ช่องปากเบื้องต้น ตรวจผิวหนังเบื้องต้น และตัดเล็บ เช็ดหู เป็นต้น บริการถ่ายพยาธิและหยอดยาป้องกันเห็บ-หมัดให้กับสุนัขและแมวที่เจ้าของพามารับบริการภายในงาน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนให้สุนัขและแมวมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมสำหรับให้เจ้าของสัตว์ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัลภายในงานด้วย

PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. บริการให้คำปรึกษาการดูแลสัตว์เลี้ยง รับฝากสัตว์เลี้ยง ตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจเลือด ให้บริการทำหมันและผ่าตัดทั่วไป บริการฉีดวัคซีนป้องกันเห็บ-หมัด ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจและถ่ายพยาธิ นอกจากนี้ ยังมีบริการตรวจรักษาด้วยเครื่อง Digital X-ray และเครื่อง Ultrasound รวมถึงการเปิดให้บริการคลินิกพิเศษเฉพาะทาง ประกอบไปด้วย คลินิกโรคหัวใจ คลินิกข้อและกระดูก คลินิกฝังเข็ม คลินิกผิวหนัง คลินิกทันตกรรม และคลินิกระบบสืบพันธุ์ โดยคณาจารย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รอง ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยม สภ.เมืองนนทบุรี เน้นย้ำมาตรการป้องกันปราบปรามตามนโยบายรัฐบาล พร้อมมอบรางวัลตามนโยบาย ผบ.ตร. “ดีเด่น ต่อเนื่อง” แก่ 2 นายตำรวจ จับกุมคนร้ายและตรวจยึดอาวุธปืนป้องกันไม่ให้การก่อเหตุในพื้นที่

วันนี้ (3 พ.ย.66) เวลา 12.30 น.  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป) ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมอย่างไม่เป็นทางการ โดยมี พ.ต.อ.ปรารถนา แผ่นผา รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อม รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี , พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ให้การต้อนรับ  

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้ถ่ายทอดนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในงานป้องกันปราบปราม เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ การยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยว การแก้ปัญหายาเสพติด และการดูแลสถานบริการและอบายมุขในพื้นที่

นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้มอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับ ด.ต.พิเชษฐ จำปาทอง และ ส.ต.ต.นัธทวัฒน์ เกตุแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนนทบุรี จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ต.ค.66 เวลาประมาณ 03.40 น. ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ จนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายและตรวจยึดอาวุธปืนได้ ป้องกันไม่ให้มีการก่อเหตุในพื้นที่ได้ต่อไป ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กล่าวชื่นชมในความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทั้ง 2 นาย โดยการมอบรางวัลครั้งนี้เป็นไปตามแนวความคิดของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ที่ต้องการให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติงานที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ตามนโยบาย “ดีเด่น ต่อเนื่อง” ต่อไป

เชียงใหม่-โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 “นักเรียนเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์”

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 9.00 น.โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โดย นายสำเร็จ ไกรพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้มอบหมายให้งานแนะแนว ฝ่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีแม่ครูกนกพร ปรีดาสุริยะชัย ประธานชมรมเพชรยุพราช ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี นายสำเร็จ ไกรพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวรายงาน  เพื่อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนของนักเรียน ณ ห้องประชุมอาคารนวรัตน์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย 

นายสำเร็จ ไกรพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวว่า ตามที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนด้านทุนการศึกษาแก่นักเรียนเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าใชจ่ายในการศึกษาเล่าเรียนของนักเรียน ซึ่งทุนการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งที่ให้โอกาสแก่นักเรียนหลายคนให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา 

ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้มีเมตตาจิต เพชรยุพราช คณะศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัยรุ่นต่างๆ ดอกผลมูลนิธิและกองทุนการศึกษา นำมาจัดสรรช่วยเหลือนักเรียน ดังนี้
สมาคมศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัย-ศิษย์เก่ารุ่นต่างๆ จำนวนเงิน 1,470,500 บาท ,ครูอดิศักดิ์-ครูจริยา อนุกูล และทันตแพทย์พงษ์กมล กาบบัว ช่วยประสานงาน ได้รับเงินทุนการศึกษาจำนวน 230,000 บาท ,จากดอกผลมูลนิธิ กองทุนการศึกษา เพชรยุพราช รวมทั้งคุณครู ผู้มีจิตเมตตา หน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน บริษัทห้างร้าน องค์กรการกุศล ต่างๆ จำนวน 623,070 บาท รวมยอดเงินที่นำมาจัดสรรเป็นทุนการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,323,570 บาท

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้จัดสรรเงินทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ที่มีคุณสมบัติ เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนฐานะครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ และมีจิตอาสาช่วยเหลือ เสียสละ และร่วมกิจกรรมของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ

โดยแยกเป็นระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนทุนละ 4,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวนทุนละ 5,000 บาท ได้รับการจัดสรรดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 201 ทุน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 275 ทุน รวมจำนวนทุนทั้งหมด 476 ทุน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หารือ คกก.แก้ปัญหาพีมูฟ เคาะแนวทางช่วยประชาชน

เมื่อวานนี้ (2 พฤศจิกายน 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ว่า เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา มีการหารือแนวทางการขับเคลื่อนงาน ของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แนวทางการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ กลุ่มพีมูฟ ซึ่งมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานอนุกรรมการฯ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน โดยมีคณะผู้บริหาร กระทรวงยุติธรรม ในฐานะ คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือด้วย

ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะฯ มีการหารือที่มุ่งให้น้ำหนักการช่วยเหลือประชาชาชนและราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการด้านนโยบายของรัฐ อาทิ ปัญหาการออกกฏหมายที่ดินหรือป่าไม้ที่มีพื้นที่ซ้อนทับกับชาวบ้านที่เป็นที่ทำกินอยู่เดิม และให้ช่วยเหลือคดีที่ไม่เป็นธรรมทั้งปวง โดยให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด ทั้งการดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายเกี่ยวกับคดีที่ดินป่าไม้ รวมทั้งหารือและรับฟังข้อเสนอที่กลุ่มพีมูฟเสนอที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและคดีที่เกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากร ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม

‘ผู้เชี่ยวชาญการเงิน’ แตะเบรกดรามาตัดต้นแค่ 5.50 บาท เพราะยอดผ่อนต่อเดือนน้อย แบบนี้ธนาคารพึงประสงค์

ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (2 พ.ย. 66) ได้เกิดกระแสฮือฮาขึ้น เมื่อชาวเน็ตสาวรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ภาพใบเสร็จการจ่ายค่าบ้าน มูลค่ารวม 10,900 บาท พร้อมแคปชันว่า...

“ชาติไหนหมดเนี่ย หนักเลยวันนี้ ไปตัดต้นกู 5฿ ฝากถึงคนที่จะกู้บ้าน 5555555 ตาย 2 ปีแรกชิว พอปีที่3….. รอรีไฟแนนซ์!!!!”

พร้อมทั้งโพสต์สลิปบิลการจ่ายค่าบ้านหลักหมื่นบาท แต่หักเงินต้นไปแค่ 5.50 บาท ที่เหลือเป็นค่าดอกเบี้ยนั้น

ล่าสุด ดร.กริช เศรษฐนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐกิจ ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายสาเหตุที่ทำให้สาวคนดังกล่าวถูกหักเงินต้นน้อยแต่ดอกเบี้ยเยอะ ดังนี้…

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ คือ เพราะยอดผ่อนต่อเดือนมันน้อยครับ ไม่มีอะไรผิดปกติในเรื่องการคำนวณใด ๆ (ผิดได้กรณีเดียวคือ ธนาคารใช้ดอกเบี้ยไม่ตรงกับสัญญาหรือข้อกำหนดแบงก์ชาติ แต่ถ้าผิดเรื่องนี้ มันจะไม่ใช่แค่เคสเงินต้นเกือบศูนย์แบบนี้ เพราะมันผิดได้หมดทุกวงเงินกู้)

ดูทรงแล้ว ช่วงของการผ่อน ณ ปัจจุบัน ดอกเบี้ยน่าจะโดนประมาณ 6% ต่อปี ยอดเงินกู้เหลือประมาณ 2 ล้าน ณ ตอนนี้ก็ดอกประมาณ 120,xxx ต่อปี หรือ 10,xxx ต่อเดือน แล้วดันผ่อนประมาณ 10,xxx ต่อเดือนเช่นกัน มันแทบไม่ต่างจากดอก แล้วมันจะเหลือเอาเงินผ่อนที่ไหนไปหักเงินต้น แบบนี้คือเลือกผ่อนน้อย ผ่อนนาน

ถ้าสมมติ ผ่อนประมาณ 20,000 ต่อเดือน มันก็หักดอกประมาณ 10,000 เท่านี้แหละ ที่เหลืออีก 10,000 มันก็จะไปหักต้นให้ มันก็จะตัดเงินต้นได้เยอะ จบได้ไวกว่า

ยอดดอกในแต่ละเดือน มันจะลดลงตามเงินต้นที่ถูกตัดไป ถ้าอยากจ่ายดอก ‘โดยรวมทั้งหมด’ สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังใดหลังหนึ่ง ให้มันน้อยหน่อย ก็ต้องผ่อนต่อเดือนเยอะ ๆ ให้มันมีเงินเหลือจากการหักดอก แล้วไปตัดเงินต้นเยอะๆ

คนที่กู้ แล้วจ่ายเงินผ่อนต่อเดือนน้อย ๆ นี่คือ ลูกหนี้ชั้นดีที่พึงประสงค์ของธนาคารเลยแหละ อ่านสัญญา ดูโครงสร้างการผ่อนเงินกู้ให้ดี รู้จักวิธีรีเทนชั่น วิธีรีไฟแนนซ์ ศึกษาเรื่องเงินที่มันเกี่ยวข้องกับชีวิตเราหลาย ๆ ด้าน 

ปปช.คัดเลือกเมืองพัทยาหน่วยงานภาครัฐบริหารงานอย่างโปร่งใส รับรางวัลเกียรติยศ ITA Awards ประจำปี 2566

วันที่ 3 พ.ย.66 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากทีมประชาสัมพันธ์เมืองพัทยาว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เข้ารับมอบโล่รางวัลเกียรติยศประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ประเภทพัฒนาการสูงสุด ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ITA Awards) ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเกียรติยศฯ พร้อมด้วย ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. และผู้บริหารสูงสุดของทุกหน่วยงานที่ได้รับมอบรางวัลเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทําเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร

โดยเมืองพัทยาได้เข้ารับการประเมิน เป็นหน่วยงานที่มีคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเมืองพัทยาได้รับผลคะแนนรวม บรรลุผลตามเป้าหมายตัวชี้วัดที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการมอบรางวัล ITA Awards  เป็นผลมาจากการบริหารจัดการและการดำเนินงานในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และมีความโปร่งใส ประเภทพัฒนาการสูงสุด
    
ทั้งนี้ การได้รับโล่รางวัลเกียรติยศประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ได้สะท้อนให้เห็นว่า เมืองพัทยามีการบริหารงานและกำกับดูแลการดำเนินงานให้มีคุณธรรมและให้ความสำคัญกับความโปร่งใสขององค์กรเป็นอย่างดี

นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่าเมืองพัทยาได้เข้ารับการประเมิน เป็นหน่วยงานที่มีคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเมืองพัทยาได้รับผลคะแนนรวม บรรลุผลตามเป้าหมายตัวชี้วัดที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการมอบรางวัล ITA Awards จากหน่วยงานทั้งประเทศที่ได้รับการประเมินทั้งหมด 8,303หน่วยงาน โดยเมืองพัทยาเป็น 1 ใน 33 หน่วยงานที่ได้รับรางวัลในวันนี้ ในด้านการพัฒนาสูงสุดซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการและการดำเนินงานในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเป็นธรรม และมีความโปร่งใสต่อพี่น้องประชาชน และยังสะท้อนหน่วยงานของเมืองพัทยาตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ได้มุ่งมั่นสร้างคุณธรรมและให้มีความโปร่งใสในองค์กรให้เป็นที่ประจักษ์ และถือได้ว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลแรกที่เมืองพัทยาได้รับ และเป็นรางวัลสำหรับทุกคนตั้งแต่ระดับผู้บริหารหัวหน้าส่วน ตลอดจนพนักงานทุกคน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลพลอยได้ ที่ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงานกันมาอย่างหนักตลอดปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้การได้รับโล่รางวัลเกียรติยศประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ได้สะท้อนให้เห็นว่า เมืองพัทยามีการบริหารงานและกำกับดูแลการดำเนินงานให้มีคุณธรรมและให้ความสำคัญกับความโปร่งใสขององค์กรเป็นอย่างดี และรางวัลนี้เป็นการรับประกันการทำงานของเมืองพัทยาที่ผ่านมา ในการที่จะมุ่งมั่นทุ่มเทสร้างความมั่นใจ กับการพัฒนาให้บริการแก่ประชาชน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการตอบสนองประชาชนในเรื่องของความโปร่งใส ให้ได้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

พี่โจ๊ก ควงพี่ปิ่น ตรวจสภาพการจราจรพื้นที่ CBD ดูสภาพความเป็นจริง และให้กำลังใจตำรวจจราจรในพื้นที่

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 3 พ.ย.66) เวลาประมาณ 07.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(มค) รับผิดชอบงานจราจร พร้อมด้วย พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (อดีต ผบก.จร.) ร่วมกันลงตรวจสภาพการจราจรในพื้นที่ธุรกิจหลัก หรือ CBD ของกรุงเทพมหานคร ในเส้นสาทร วิทยุ เป็นหลัก ร่วมกับ พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รรท.รอง ผบช.น. ที่รับผิดชอบงานจราจร, พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิต รรท.ผบก.จราจร และ พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ รรท.ผบก.น.6 เพื่อให้เห็นสภาพความเป็นจริง โดยลงพื้นที่หน้าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนหลักบนถนนสาทรใต้ ที่มีผู้ปกครองเดินทางมาส่งบุตรหลานเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลต่อสภาพการจราจรบนถนนสาทรใต้ ต่อเนื่องสะพานตากสิน ที่ข้ามมาจากฝั่งธนบุรีได้ แต่ก็พบว่าทาง สน.ยานนาวา ได้ร่วมกับสมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ช่วยกันอำนวยความสะดวกการจราจร ดูแลบุตรหลานและประชาชนบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ไม่มีปัญหารถสะสมบริเวณหน้าโรงเรียนแต่อย่างใด หลังจากนั้นได้ไปตรวจสภาพการจราจรบริเวณแยกสาทร-สุรศักดิ์ และแยกวิทยุ ตรวจเยี่ยมให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ มอบกาแฟกระป๋อง ไว้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อเห็นสภาพความเป็นจริงแล้ว ได้เดินทางต่อไปยัง บก.จร. ณ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) เพื่อดูภาพรวมการจราจรทั้งพื้นที่ รับฟังสรุปปัญหาการจราจรทั้งหมด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ รอง ผบ.ตร.(มค) เปิดเผยว่า ท่าน ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้รับผิดชอบดูงานจราจรภาพรวมทั้งประเทศ ก่อนหน้านี้ก็ได้รับรายงานถึงปัญหาการจราจรต่าง ๆ มาแล้ว วันนี้จึงตัดสินใจลงมาให้เห็นด้วยสายตาตัวเอง และต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน พ่อแม่ ครู ผู้ปกครอง ผู้อำนวยการโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันปัญหาการจราจรเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของประเทศ ที่ตำรวจต้องร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันแก้ไขปัญหา จะทำเพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ โดยคิกออฟด้วยการสั่งให้สำรวจสภาพปัญหาทางกายภาพ ปัญหาภูมิประเทศ ที่ส่งผลต่อการจราจร ทำให้การจราจรติดขัด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น พื้นผิวการจราจรที่ขรุขระ เป็นหลุม เป็นบ่อ แล้วประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมกันช่วยกันแก้ไขปัญหา โดยตัว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เอง จะลงมาช่วยเสริมเติมเต็มในการช่วยประสานงานกับหน่วยงานข้างเคียง 

ส่วนในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย มีกฎหมายใหม่ออกมาหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.เปรียบเทียบปรับเป็นพินัย ที่ออกมาเพื่อให้สอดคล้องและคุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน บรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ก็จะไปเข้าพบปรึกษาหารือกับ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรโณ ประธานกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำข้อหารือ องค์ความรู้ มาทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั้งประเทศในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ลูกน้องมีความเข้าใจ มีความมั่นใจ เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันว่าการบังคับใช้กฎหมายจะบังคับใช้อย่างไร การบังคับใช้กฎหมายเราต้องทำเพื่อการจัดการจราจร จัดระเบียบสังคม ต้องไม่ทำเพื่อหวังเงินค่าปรับหรือเงินรางวัล และการตั้งด่านจราจรก็ทำเพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน เรายังต้องตั้งด่านตามปกติ แต่ต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ที่ด่านจราจร เพราะด่านคือตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่น เห็นด่านต้องวิ่งเข้าด่าน เพราะเขามั่นใจในความปลอดภัย

ในเรื่องสถิติการเกิดอุบัติเหตุจราจรต่าง ๆ ต้องลดลง และต้องลดลงอย่างมีนัยนะสำคัญ ไม่ใช่ลดลงด้วยการทำตัวเลข ต้องเอาเรื่องจริงมาพูดคุยกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ก็จะมาช่วยเสริมเติมเต็ม ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่ก็ช่วยกันทำงานดีอยู่แล้ว และในวันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยท่าน ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ก็ได้เตรียมการ เตรียมแผนในเทศกาลลอยกระทง เทศกาลปีใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว จุดประสงค์เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย มีความเชื่อมั่น มีความมั่นใจ และกลับมาทำงานด้วยความปลอดภัย สิ่งสำคัญคือการสร้างองค์ความรู้ด้านกฎหมาย สร้างวินัยจราจร สิ่งใดที่เป็นควิกวินที่ต้องรีบทำ ต้องเร่งดำเนินการ เช่น การรณรงค์ให้สวมหมวกกันน็อค การรณรงค์เมาไม่ขับ เรื่องฟุตบาท ทางเท้าต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นการสนองตอบต่อนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการให้เกิดความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน ประชาชนมีความเชื่อมั่น

สุดท้ายในการตรวจเยี่ยม การลงพื้นที่ ดูการปฏิบัติหน้าที่ของเพื่อนข้าราชการตำรวจ ก็จะได้นำความห่วงใยจากท่าน ผบ.ตร. ลงไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สร้างขวัญและกำลังใจ ช่วยเสริม เติมเต็มเป็นสำคัญ และในช่วงบ่ายโมงวันนี้ ก็จะเดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเยี่ยมดูอาการ ส.ต.อ.นฤพล สมจิตต์ ผบ.หมู่ ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี/ทางพิเศษ ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนบนถนนวิภาวดีรังสิตขณะยืนปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในเส้นทางเสด็จฯ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.66 โดยได้รับบาดเจ็บข้อมือขวาหัก ฟันหัก 1 ซี่ และมีบาดแผลตามร่างกาย ต่อไป

‘ครูสาว’ เห็นกระเป๋า ‘นร.’ จะขาด เด็กบอกจะทนใช้จนถึง ม.2 ครูเลยซื้อให้ใหม่ ทำเอา นร.ดีใจ กลั้นยิ้มไม่อยู่ สัญญาตั้งใจเรียน

(2 พ.ย. 66) กระแสไวรัลในโลกออนไลน์กำลังอมยิ้มอย่างอบอุ่นหัวใจกับคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียล หลังคุณครูท่านหนึ่งแอบสังเกตเห็นนักเรียนสะพายกระเป๋าที่มีลักษณะใกล้ขาด ไม่ยอมซื้อใหม่เพราะคิดว่ายังใช้งานได้ แต่คุณครูทนไม่ไหว ขอซื้อให้แทน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่อุดรธานี โดยผู้ใช้ติ๊กต็อก nong_janji4 หรือ ‘ครูน้อง’ ลงคลิปวิดีโอ ระบุว่า “ฉันแพ้อะไรแบบนี้มาก ไปเยี่ยมบ้านบางคนมีชุด นร.ชุดเดียวนี่ก็ไปซื้อมาให้ มันก็คือความสุขของเรานะ”

พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเปิดเทอมได้ 2 – 3 วัน ขณะกำลังยืนเวรหน้าโรงเรียนเหลือบไปเห็นสายกระเป๋านักเรียนจึงเข้าแอพฯ เลือกซื้อกระเป๋าให้นักเรียนทันที

กระเป๋ามาถึง ครูน้องจึงเรียกน้องนักเรียนมาคุยด้วย สอบถามเรื่องครอบครัวซึ่งนักเรียนคนดังกล่าวอยู่กับพ่อและย่า แต่พ่อติดยา บางวันเมายามาก็ขี่รถมาตามหาลูกที่โรงเรียน ซึ่งเด็กก็แอบไปหลบกับคุณครู ปัจจุบัน นักเรียนเผยว่าพ่อโดนจับแล้วเลยอยู่กับย่าแค่ 2 คน

นักเรียนคนดังกล่าว เรียนดี เขียนตัวหนังสือสวย ส่งงานตลอด เมื่อถามถึงว่าทำไมกระเป๋าขาดจัง น้องตอบกลับมาว่า อีกเทอมหรือม.2 ค่อยซื้อใหม่มันใช้ได้อยู่ ซึ่งกระเป๋าดังกล่าวซื้อมาตั้งแต่ป.6 ต่อมาวิดีโอแสดงภาพนักเรียนสัญญากับคุณครูว่าจะเข้าเรียนตรงเวลา

และเมื่อลองแกะกล่องพัสดุ น้องก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณคุณครูถึง 2 รอบพร้อมระบุว่า ดีใจมาก นับตั้งแต่เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ก็มีผู้คนเข้ามารับชมวิดีโอถึง 2.3 ล้านวิว รวมถึงมีคนใจดีมากมายติดต่อเข้ามาเพื่อจะขอส่งของให้เด็ก ๆ นักเรียน

‘แพทย์’ ชำแหละอาการ ‘แย้ม ธี่หยด’ ป่วย ‘โรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน’ ชี้!! หากเทคโนโลยีการแพทย์ยุคนั้นทันสมัย อาจจะช่วยได้ทัน

(2 พ.ย.66) ‘ธี่หยด’ ภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างมาจากเรื่องเล่าในเว็บไซต์ Pantip.com เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยคุณกิตติศักดิ์ กิตติวิรยานนท์ กลายเป็นกระทู้เรื่องผีที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ มียอดแชร์มากกว่า 130,000 ครั้ง นอกจากนั้นยังถูกนำไปตีพิมพ์เป็นหนังสือ และเจ้าของเรื่องยังได้นำไปเล่าในรายการเล่าเรื่องผีชื่อดัง จนกระทั่งได้ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบภาพยนตร์

ภาพยนตร์ ‘ธี่หยด’ กำกับโดยทวีวัฒน์ วันทา ซึ่งเคยฝากผลงานไว้ในหนังไทยเรื่องทองสุก 13 จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 5 วัน 25 - 29 ต.ค. 66 สามารถทำรายได้ 180 ล้านบาท จุดเด่นของเรื่องนอกจากเสียงหลอนประหลาดว่า ‘ธี่หยด’ ที่จะดังขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ยังมีอาการสุดประหลาดที่เกิดขึ้นกับ ‘แย้ม’ อีกหนึ่งตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้

ซึ่งอาการแปลกประหลาดของ ‘แย้ม’ สามารถเกิดขึ้นได้จริง และมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โดยผู้ใช้ TikTok บัญชี @km.pearl หรือ ‘หมอไข่มุก’ พญ.ณัฐมณฑ์ บุญทาเลิศ ได้อธิบายอาการของโรคซึ่งตรงกับอาการของ ‘แย้ม’ ตัวละครสุดหลอน ในภาพยนตร์ธี่หยดว่า เป็นอาการของโรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน หรือ Anti-NMDAR

โดยผู้ป่วยโรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน หรือ Anti-NMDAR จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ต่ำๆ ในช่วงแรก และต่อมามีอาการทางสมอง นอนไม่หลับ หนักขึ้นจนไปถึงการไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่สามารถควบคุมความคิดการพูดหรือการขยับตัวได้

มีอาการหลงผิด สับสน หูแว่ว ประสาทหลอน นิสัยใจคอมีความก้าวร้าวมากขึ้น มีการเคลื่อนไหวใบหน้าที่ผิดปกติ เช่นการแสยะยิ้ม การเหลือกตา เคี้ยวปากตัวเอง

สาเหตุของการเกิดโรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน หรือ Anti-NMDAR ซึ่งมีอาการตรงกับตัวละครน้าแย้มในภาพยนตร์เรื่อง ‘ธี่หยด’ นี้ มาจากก้อนในรังไข่ของคนไข้ หรือเนื้องอกอัณฑะ ที่ทำให้ร่างกายผลิตภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ หรืออาจเกิดขึ้นเองจากการติดเชื้อไวรัสในร่างกาย

และจากเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ ‘ธี่หยด’ ที่ระบุถึงผลการชันสูตรศพน้าแย้มว่า พบอวัยวะภายในฉีกขาดนั้น ในทางการแพทย์สามารถเกิดขึ้นได้จากการแตกของก้อนในช่องท้อง

ซึ่งก้อนในช่องท้องนี้ เรียกว่า ‘เนื้องอกเทอราโตมา’ หรือ Mature teratoma มีลักษณะเป็นถุงน้ำซึ่งมีการงอกของเส้นขน เส้นผม และฟันขึ้นภายในถุงน้ำได้ จึงอาจเป็นที่มาของความเชื่อว่าผู้ป่วย หรือผู้เสียชีวิตถูกคุณไสย หรือโดนทำของใส่

โรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน หรือ Anti-NMDAR นี้ มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย หรืออยู่ในช่วงอายุ 18 ปี และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยพบสัดส่วนผู้ป่วยโรคสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกัน หรือ Anti-NMDAR เป็นเพศหญิงอยู่ที่ 80% และเพศชาย 20%

ซึ่ง หมอไข่มุก ได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าหากวิวัฒนาการด้านการแพทย์ในยุคนั้นมีความทันสมัย สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ ‘แย้ม’ อาจได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและไม่เสียชีวิต

ลำปาง-ผบ.มทบ.32 ให้การต้อนรับองคมนตรี ในโอกาสตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพท.ลำปาง

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00 - 16.45 น. พลตรีพรชัย  นพรัตน์ ผบ.มทบ.32 เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ร่วมให้การต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามงาน และขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ณ โครงการก่อสร้างฝายทุ่งข้าวหล่อพร้อมระบบส่งน้ำฯ ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง โดยเป็นการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ  

พร้อมทั้งมอบหมายให้ พันเอกวิศิษฐ์ บรรณากิจ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมต้อนรับองคมนตรี และคณะฯ ในการติดตามงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพร้อมระบบส่งน้ำฯ ณ โครงการก่อสร้างฝายทุ่งส้านพร้อมระบบส่งน้ำฯ ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง​ จนเสร็จสิ้นภารกิจ ร่วมกับหน่วยงานราชการจังหวัดลำปาง, หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดลำปาง

ภาวินันท์​ บุตรหล้า​ รายงาน

'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี' ทรงเผยโฉมแฟชัน SIRIVANNAVARI ประจำฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว คอลเลกชันเปี่ยมพลัง ผ่านแรงบันดาลใจจากนักบินหญิง

(2 พ.ย.66) แรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชันเสื้อผ้าผู้หญิง ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI คือการเชิดชูความสำเร็จในชีวิตของผู้หญิงที่ไล่ตามความฝันอย่างกล้าหาญ และท้าทายขนบธรรมเนียมแบบแผนในสังคม ผ่านการถอดรหัส และตีความใหม่ เพื่อเล่าเรื่องราวของนักบินหญิง 3 คน ผู้กรุยเส้นทางแห่งความสำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์วงการการบินให้แก่ผู้หญิงทั่วโลก

เอมิเลีย เอียร์ฮาร์ต (Amelia Earhart) นักบินหญิงชาวอเมริกัน ผู้สร้างประวัติศาสตร์การบินในปี 1932 สตรีคนแรกของโลกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยความสำเร็จครั้งนั้นนับเป็นการจุดประกายสำคัญ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลก ทั้งยังช่วยปลุกกระแสสังคมขับเคลื่อนบทบาทและสิทธิสตรีอย่างกว้างขวาง

วาเลนตินา เทเรชโควา (Valentina Tereshkova) นักบินอวกาศหญิงคนแรกชาวรัสเซีย กับการเดินทางสู่อวกาศในปี 1963 จากหญิงสาวในโรงงานทอผ้า สู่การเป็นนักบินอวกาศหญิง ปลุกกระแสการก้าวกระโดดแห่งโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ รวมถึงโลกของการสำรวจอวกาศและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ

และเจอรี ม็อก (Jerrie Mock) ผู้ทำลายกรอบทัศนคติแบบเหมารวมเชิงเพศกับการเป็นนักบินหญิงผู้บินเดี่ยวรอบโลกด้วยเส้นทาง 22,860 ไมล์ และลงจอดในนานาประเทศคนแรกของโลก

เรื่องราวของผู้หญิงทั้ง 3 คน เป็นแรงบันดาลใจอันยอดเยี่ยมของคอลเลกชันเสื้อผ้าผู้หญิง ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 ถ่ายทอดผ่านรูปทรงเสื้อผ้าในช่วงทศวรรษ 1940 ที่มีความโปร่งเพรียวเจือกลิ่นอาย และองค์ประกอบของแฟชันนักบินแห่งยุค อาทิ เสื้อผ้าหนัง เสื้อผ้าเฉพาะทาง และโทนสีที่ดูโดดเด่นแต่เรียบหรูสู่ผลงาน สร้างสรรค์คอลเลกชันที่แสดงถึงหัวใจหลักของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่นำเสนอการผสมผสานกันอย่างลงตัว

ระหว่างทรวดทรงละเอียดประณีตของอิสตรี กับความแข็งแกร่งแบบสุภาพบุรุษ ลายพิมพ์โดดเด่น งานฝีมือปักอันเชี่ยวชาญ เจือความเป็นไทยอย่างแยบคาย มีการผสมผสานความแตกต่างอย่างลงตัวของการเลือกใช้ผ้า อาทิ ผ้าไหมเนื้อนุ่มละเอียด กับลูกไม้หรู ผ้าชีฟองโปร่งบางปักอย่างหรูหรา บรรจงเข้าคู่กับหนัง หรือผ้าวูลเนื้อหนัก โทนสีโดดเด่นของคอลเลกชัน คือ สีขาว ตัดกันกับสีดำ และเติมความหรูหราด้วยสีเบจ

และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ ได้แก่ ลายพิมพ์พิเศษประจำคอลเลกชัน ที่จำลองงานแพตช์เวิร์กรวบรวมภาพวาดฝีพระหัตถ์ขององค์ดีไซเนอร์ และสัญลักษณ์ของแบรนด์ในช่วงยุคต่างๆ ดุจการจารึกประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ลงสู่บนผืนผ้า

จากแนวคิดหลักที่มุ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณนักผจญภัย ที่แฝงอยู่ในเครื่องแบบนักบินหญิง IRIS Jacket สัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ได้รับการปรับสัดส่วนให้ดูเพรียวบาง สู่ ‘IRIS Jacket new beginning’ ด้วยลูกเล่นการตัดเว้าช่วงเอว มุมไหล่เสื้อสี่เหลี่ยมจัตุรัส ในขณะที่ ‘Iconic IRIS jacket’ มาในความยาวสองรูปแบบ คือ แจ็กเกตตัวสั้น ปกแหลม และแจ็กเกตความยาวระดับกึ่งกลางสะโพก และอีกชิ้นงานเด่น คือ ‘IRIS Thai Drapes’ ชุดบอดี้สูทจับเดรปช่วงอก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อไทยโบราณ

ผลงานเสื้อผ้าคอลเลกชัน ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 นี้ เผยอีกด้านหนึ่งของเหล่านักบินหญิง ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งที่ถูกสะท้อนผ่านดีไซน์อันทรงเสน่ห์ และหรูหรา เสื้อคอโบว์ป้ายด้านหน้าเผยความเซ็กซี่ เข้าคู่กับกางเกง และเพื่อเสริมความ สมบูรณ์แบบของคอลเลกชันนี้ นอกเหนือจากเสื้อผ้า Ready to Wear แล้ว ยังมีไอเท็มแฟชันอย่างครบครัน อาทิ แว่นตากันแดด กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ ครบลุคการแต่งกายแห่งผู้หญิงยุคใหม่

ในทางกลับกัน เพื่อถ่ายทอดความโลดโผน และรักการผจญภัยของสุภาพบุรุษ S’Homme (เอส อ็อม) คอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย ได้นำเสนอเอกลักษณ์ความปราณีตของผู้ชายในแบบฉบับของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในโทนพาเลตสีขรึม อาทิ สีน้ำเงินเข้มและสีดำ ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากนักบินหญิงในประวัติศาสตร์ โดดเด่นด้วยชุดแจ็กเกตสูท หรือเสื้อโค้ตตัวยาวกรอมข้อเท้า เสื้อเชิ้ตคอสูงที่มาพร้อมผ้าพันคอนักบิน เข้าคู่กับกางเกงสไตล์เทเลอร์ขาสอบหรือขากว้าง และกางเกงจ็อกเกอร์ รวมไปถึงผลงานผ้าพิมพ์ลายประจำคอลเลกชั่น ลายคอลลาจลายฝีพระหัตถ์ ที่ปรากฏบนเสื้อ แจ็กเกตนักบิน และกระเป๋าดัฟเฟิล รองเท้าคอมแบตบู้ท และโลฟเฟอร์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ถือเป็นการผสานกันระหว่างประโยชน์ใช้งาน และภาพแห่งแรงบันดาลใจ นำมาสู่ลุคที่ดูกล้าหาญ แข็งแกร่ง แต่ก็แฝงไปด้วย ความโรแมนติก

บทสรุปแห่งงานออกแบบที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกให้พบกัน นำเสนอความทันสมัย วิสัยทัศน์ความกล้าและอิสระเสรี ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ในทุกอณูของความเป็นผู้หญิง และเปิดรับตัวตนอันโลดโผนของผู้ชายไว้ด้วย โดยคอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 ได้จัดงานแสดงแฟชันพรีเซนเตชั่น เปิดตัวคอลเลกชันเป็นครั้งแรก ในช่วงงาน Paris Fashion Week เมื่อเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงตัวตนและเจตนารมณ์ของผู้ที่กล้าฝันและบุกเบิกเส้นทางใหม่ แบรนด์ SIRIVANNAVARI สร้างมาตรฐานใหม่ของความหรูหรา แข็งแกร่ง ความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดผ่านงานออกแบบอันงดงามประณีต และเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะมอบพลังให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

พิษณุโลก ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมประจำปีงบประมาณ 2567 

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.00 นาฬิกา ที่ ห้องบันเทิงทัพ 3 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก คุณ คัทลียา แสงศิริรักษ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อมอบเเนวทางการปฏิบัติ ตามนโยบาย ของนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3  โดยดำเนินการตามโครงการต่างๆ ให้เป็นไป ตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านทหารบก อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังพลและครอบครัว มีขวัญและกำลังใจเพิ่มขึ้น และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น และยั่งยืนต่อไป 

จากนั้นเดินทางไปร่วมกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมมอบสิ่งของยังชีพให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล ณ โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล ตำบลมะขามสูง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ต่อจากนั้นเดินทางไปเลี้ยงอาหารกลางวัน และมอบสิ่งของยังชีพให้กับ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก 

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

สืบภาค 4 รวบยกแก๊งกราดยิงกลางงานหมอลำ

ตามที่เมื่อวันที่ 27 ต.ค.66 ได้เกิดเหตุ แก๊งวัยรุ่นยกพวกตีกัน และใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่อริจนเสียชีวิต ในงานแสดงหมอลำ ประเพณีแข่งเรือประจำปี ชาวบ้านปากอูน ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม 

ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ. 4
พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม  รอง ผบช.ภ.4 
พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ.4
พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม

ได้มอบหมาย สั่งการให้
พ.ต.อ.พงฤทธิ์  คงศิริสมบัติ  รอง ผบก.สส.ภ.4
พ.ต.อ.วิโรจน์ สีน้ำเงิน รอง ผบก.สส.ภ.4
พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผบก.สส.ภ.4
พ.ต.อ.ชาญ​ณรงค์​ มาก​พิสุทธิ์​ 
ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4
พ.ต.ท.สมภพ  กองสมบัติ
รอง ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 
​พ.ต.ท.เอกวิทย์ บาคาล
รอง ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 และตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ร่วมกับ เจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีสงคราม ภ.จว.นครพนม และ ชุดสืบสวน ภ.จว.นครพนม ร่วมกับสืบสวนสอบสวน จนทราบว่า 

ภายหลังจบงานดังกล่าว แก๊งวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้ยกพวกมาดักรอทำร้ายร่างกายกัน บริเวณถนนบ้านปากอูน หมู่ 4 เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม พร้อมปาระเบิดปิงปอง และใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด กราดยิงใส่คู่อริ ทำให้ น.ส.ธิดาพร โทรัตน์ อายุ 23 ปี ที่ซ้อนท้ายรถ จยย.กลับบ้าน ขณะนั้น ถูกลูกหลง กระสุนปืนเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด บาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งไปรักษา ที่ รพ.อำเภอศรีสงคราม และถูกส่งตัวไปรักษาต่อ ที่ รพ.นครพนม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 26 ต.ค. 2566 ต่อเนื่อง วันที่ 27 ต.ค. 2566 

ต่อมาชุดสืบสวน ภ.4  สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้

1.นายธนกร ฯ  อายุ 15 ปี  
ภูมิลำเนา ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม   โดยกล่าวหาว่า "ฆ่าผู้อื่น โดยมีอาุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต (ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน),พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดไห้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

2. ด.ช.ธันวา ฯ อายุ 14 ปี
ภูมิลำเนา ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
โดยกล่าวหาว่า "ฆ่าผู้อื่น โดยมีอาุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต (ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน),พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดไห้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

3.นายพิชาภพ ฯ  อายุ 17 ปี  
ภูมิลำเนา ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
โดยกล่าวหาว่า "ฆ่าผู้อื่น โดยมีอาุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต (ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน),พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดไห้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน"

พร้อมตรวจยึดของกลาง หลายรายการ ได้แก่ เสื้อกางเกงที่ใช้ในวันก่อเหตุ, อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก , ลูกปืนเม็ดจำนวนประมาณ 25 เม็ด , ลูกตะกั่วเหล็ก จำนวน 25 เม็ด , ลูกตะกั่วเหล็ก จำนวน 1 ถุง , แก๊ปกระดาษ , ดินปืน 1 ขวด , ลูกระเบิดประดิษฐ์บรรจุลูกหินจำนวน 1 ลูก เป็นต้น

นำตัวผู้ต้องหาส่ง​พนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม ภ.จว.นครพนม   เพื่อดำเนิน​คดีตามกฎหมาย​ต่อไป

‘ชวน หลีกภัย’ มอบภาพลายเส้นในหลวง ร.9 ให้ รพ.ศิริราช หารายได้เข้าศิริราชมูลนิธิ ใช้พัฒนาบุคลากร-บริการต่อไป

(1 พ.ย. 66) เพจพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุว่า…นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะศิลปินแห่งชาติฐาปนันดรศิลปิน ร่วมชมผลงานจากศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอิสระ ช่างภาพสื่อมวลชน ช่างภาพจิตอาสาและประชาชน ส่งผลงานมากกว่า 1,000 ผลงานมาจัดแสดงในงาน เพื่อหารายได้สมทบทุนศิริราชมูลนิธิ ปัจจุบันมียอดเงินจากผู้บริจาคกว่า 14.8 ล้านบาท โดยทางโรงพยาบาลศิริราช จะนำไปพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนชาวไทยต่อไป

โดยนายชวน กล่าวชื่นชม คุณสุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล ประธานมูลนิธิ เก้า ยั่ง ยืน และอาจารย์ คณะผู้บริหารของโรงพยาบาลศิริราช ถือว่าเป็นโรงพยาบาลที่รับภาระมากที่สุดแห่งหนึ่ง งบประมาณแผ่นดินหรือรายได้จากคนไข้ไม่เพียงพอ ฉะนั้นการที่คุณสุจินตนา มาทำโครงการนี้ ถือว่าช่วยหารายได้ช่วยโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งถ้าทำได้อย่างนี้ต่อเนื่องก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการของโรงพยาบาล

“ต้องขอชื่นชมทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชน อาจารย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และบุคคลทั่วไป ที่ได้ร่วมมือกันทำโครงการหารายได้ให้กับโรงพยาบาลศิริราช ยอดรายได้ล่าสุด 14.8 ล้านบาท โดยเฉพาะภาพในหลวงที่ผมสเก็ต หรือบันทึกไว้เมื่อวันที่ 10/12/2540 เมื่อครั้งเป็นนายกฯ มีคนบริจาคมาภาพละ 50,000 บาท จำนวน 15 ท่าน ได้เงินประมาณ 800,000 กว่าบาท ก็มีความยินดีที่ได้มีโอกาสช่วยศิริราช ระลึกถึงพระคุณของโรงพยาบาลครั้งหนึ่ง แม่ถ้วน หลีกภัย เคยเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ได้อาศัยศิริราช เพื่อดูแลให้ท่านอายุยืนถึง 99 ปี” นายชวน กล่าว

โดย นายชวน มอบภาพลายเส้นในหลวงรัชกาลที่ 9 บันทึกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2540 จากพระองค์จริง เมื่อครั้งเสด็จในพระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ให้กับโรงพยาบาลศิริราช มูลนิธิเก้ายั่งยืน เพื่อหารายได้สมทบทุนศิริราชมูลนิธิ ภาพนี้มีผู้ร่วมบริจาคแล้วจำนวน 15 ราย เป็นเงินจำนวน 850,000 บาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top